ไส้เดือน(ถูกแบ่ง)

อยากทราบค่ะว่าทำไม ส่วนหัวมันถึงเคลื่อนไหวไปก่อนส่วนหางค่ะ แล้วส่วนหาต่อไปหัวมันจะงอกหรือว่ายังไงอ่ะคะ

ช่วยตอบหน่อยนะคะ จะต้องไปทำรายงานน่ะค่ะ

ขอบคุณมากๆค่ะ


ความคิดเห็นที่ 169

qazooo
30 ม.ค. 2552 21:55
  1. ช่วยตอบกลับที่  monkeyink1@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 168

qazooo
30 ม.ค. 2552 21:51
  1. เมื่อไรจะตอบกับค่ะ   ?????      {#emotions_dlg.a1}


ความคิดเห็นที่ 167

qazooo
30 ม.ค. 2552 21:42
  1. ไส้เดือนหายใจทางไหนค่ะ    {#emotions_dlg.a8}  {#emotions_dlg.a8}  {#emotions_dlg.a8}


ความคิดเห็นที่ 166

qazooo
30 ม.ค. 2552 21:35
  1. ไส้เดือนหายใจทางไหน ค่ะ   {#emotions_dlg.d4}ตอบกลับด่วน ๆๆๆๆๆ  นะค่ะ   {#emotions_dlg.a8}


ความคิดเห็นที่ 136

15 ส.ค. 2549 20:31
  1. ลักษณะของไส้เดือนดิน ไส้เดือนดิน จัดอยู่ในไฟลั่มแอนเนลิดา (Phylum Annelida) ชั้นซีโตโพดา (Class Chaetopoda) ตระกูลโอลิโกซีตา (Order Oligochaeta) วงศ์แลมบริซิลี (Family Lambricidae) ไส้เดือนดินชนิดต่างๆ เท่าที่รู้จักกันมีประมาณ 1,800 ชนิด ไส้เดือนดินที่พบมากในแถบยุโรปและอเมริกาเป็นไส้เดือนดิน ชนิด Lumbricus terrestris ส่วนไส้เดือนดินที่พบมากในประเทศไทยและแถบเอเชียอาคเนย์ ได้แก่ Pheretima peguana และ Pheretima posthum ลักษณะภายนอกของไส้เดือนดินจะเป็นปล้องตั้งแต่หัวจนถึงส่วนท้ายของร่างกาย มีรูปร่างทรงกระบอกยาว หัวท้ายเรียวแหลม ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร เมื่อโตเต็มที่จะมี 120 ปล้อง มีช่องระหว่างปล้องคั่นแต่ละปล้องไว้ แต่ละปล้องมีเดือยเล็กๆ เรียงอยู่ประมาณ 56 อัน ไม่มีส่วนหัวที่ชัดเจน ไม่มีตา ไม่มีหนวดเหมือนในตัวแม่เพรียง แต่มีไคลเตลลัม เมื่อถึงระยะสืบพันธุ์ไคลเตลลัมจะเห็นได้ชัดเจนอยู่ตรงปล้องที่ 14-16 บนร่างกายมีส่วนต่างๆ ดังนี้ - โพรสโตเมียม มีลักษณะเป็นเนื้อยืดหดได้อยู่บริเวณหน้าสุดของไส้เดือนดิน ยังไม่ถือเป็นปล้อง ทำหน้าที่คล้ายริมฝีปากเท่านั้น - เพอริสโตเมียม ส่วนนี้นับเป็นปล้องแรกของไส้เดือนดิน อยู่ถัดจากโพรสโตเมียม มีลักษณะเป็นแผ่นเนื้ออยู่ล้อมรอบปากและยืดหดได้ - ปากอยู่ใต้โพรสโตเมียม เป็นช่องทางผ่านเข้าของอาหารเข้าสู่ร่างกาย - เดือย มีลักษณะเป็นแท่งแข็งคล้ายขนสั้นๆ ช่วยในการเคลื่อนที่และขุดรู - รูกลางหลัง อยู่ตรงร่องระหว่างปล้องที่ 12/13 เมื่อถูกรบกวนของเหลวในช่องตัวจะถูกปล่อยออกมาทำให้ชุ่มชื้น - รูขับถ่าย ในแต่ปล้องจะมี 1 คู่ ยกเว้นสามปล้องแรกจะไม่มี ซึ่งทำหน้าที่เป็นทางออกของเสียจากร่างกาย - รูตัวผู้ เป็นรูสำหรับปล่อยสเปิร์ม มีอยู่ 1 คู่ อยู่ตรงด้านท้องของปล้องที่ 18 ซึ่งมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ สำหรับยึดติดกันระหว่างผสมพันธุ์ - รูตัวเมีย เป็นรูออกไข่ มีอยู่เพียงรูเดียว อยู่กลางลำตัวด้านท้อง ปล้องที่ 14 - รูสเปิร์มมาติกา เป็นรูรับสเปิร์มจากไส้เดือนดินอีกตัวหนึ่ง ขณะมีการผสมพันธุ์แลกเปลี่ยนสเปิร์มซึ่งกันและกัน มีอยู่ 3 คู่ ตรงร่องระหว่างปล้องที่ 6/7,7/8 และ 8/9 - ทวารหนัก เป็นรูค่อนข้างแคบ เปิดออกในปล้องสุดท้าย ดร.อานัฐ ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ไส้เดือนดินมีเพศเป็นกะเทย มีทั้งรังไข่และอัณฑะอยู่ในตัวเดียวกัน แต่ไม่ผสมในตัวเอง เนื่องจากตำแหน่งของอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งสองเพศไม่สัมพันธ์กัน และมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ไม่พร้อมกัน ไส้เดือนดินทั้งสองตัวจึงต้องมีการแลกเปลี่ยนสเปิร์มซึ่งกันและกัน และเกิดการปฏิสนธิแบบข้ามตัว "การผสมพันธุ์เริ่มด้วยไส้เดือนดินสองตัวจับคู่กลับหัวกลับหางเอาท้องประกบกัน โดยให้รูตัวผู้ของตัวหนึ่งไปตรงกับรูสเปิร์มมาติกาช่องใดช่องหนึ่งของไส้เดือนดินอีกตัวหนึ่ง จากนั้นแต่ละฝ่ายก็จะปล่อยสเปิร์มเข้าไปเก็บไว้ในถุงสเปิร์มมาติกาของอีกตัวหนึ่ง เสร็จแล้วจึงแยกออกจากกัน ลักษณะเช่นนี้จึงเป็นการผสมข้ามตัวต่อมาเมื่อไข่สุก ไคลเตลลัม จะเริ่มสร้างถุงไข่ขึ้น ถุงไข่เกิดขึ้นจากไคลเตลลัม ปล่อยน้ำเมือกออกมานอกร่างกาย เมื่อถูกกับอากาศจะแห้งกลายเป็นถุงไข่ที่สุกแล้วจะออกจากรูออกไข่ตรงปล้องที่ 14 เข้าไปอยู่ในถุงไข่ที่สร้างเสร็จแล้ว จากนั้นถุงไข่จะค่อยๆ เลื่อนออกมาทางส่วนหัวและรับสเปิร์มมาติกา ตรงปล้องที่ 9,8 และ 7 มาผสมกับไข่ในถุงไข่ ต่อมาถุงไข่จะไปข้างหน้าจนหลุดออกจากหัว แล้วผนึกติดกันกลายเป็นถุงตกอยู่บนพื้นดิน และเจริญเติบโตเป็นไส้เดือนดินต่อไป โดยไม่มีระยะตัวอ่อนเลย" เตรียมโรงเรือนผลิตปุ๋ยหมักจากมูลไส้เดือนดิน ในการสร้างโรงเรือนเพื่อผลิตปุ๋ยหมักจากมูลไส้เดือนดินนั้น ดร.อานัฐ บอกว่า สามารถออกแบบได้ตามสะดวกของพื้นที่และงบประมาณ แต่ต้องมีการพรางแสง เนื่องจากไส้เดือนดินไม่ชอบแสงสว่างมากนัก ในบริเวณบ่อเลี้ยงต้องมีตาข่ายปิดด้านบนด้วย เพื่อป้องกันศัตรูของไส้เดือน เช่น หนู นก และมด นอกจากนี้ ด้านล่างของบ่อควรมีท่อ เพื่อรองรับน้ำหมักที่ได้จากการย่อยสลายขยะของไส้เดือน "ตามปกติไส้เดือนดินเป็นสัตว์รักสงบชอบอยู่ในธรรมชาติ การที่จะนำไส้เดือนมาเลี้ยงเพื่อกำจัดขยะอินทรีย์ รวมถึงกำจัดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ถ้ารู้จักดัดแปลงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเจริญของไส้เดือนดิน ซึ่งภาชนะที่นำมาเลี้ยงไส้เดือนนั้น จะมีทั้งที่เป็นบ่อดินถัง กระถาง กล่อง ถุง หรือ ถังขยะ ร่องน้ำ กระบะ หรือวัสดุอีกหลายๆ ชนิดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวก" ดร.อานัฐ บอกว่า สมมุติว่าต้องการกำจัดขยะสดจากชุมชนที่มีอัตรา 5 ตัน ต่อวัน เราต้องเตรียมพื้นที่บ่อหมักประมาณ 100 ตารางเมตร (โดยคิดค่าความหนาแน่นของขยะสด เท่ากับ 0.5 ตัน ต่อลูกบาศก์เมตร)ความสูงของกระบะควรอยู่ตั้งแต่ 0.8-1.0 เมตร เพื่อให้ปฏิบัติงานได้ง่าย โดยมีความกว้าง ประมาณ 1 เมตร และความยาวที่ไม่จำกัด "ขยะสดจะมีน้ำเป็นองค์ประกอบไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น ในขณะที่หมักและการสลายขยะอินทรีย์โดยไส้เดือนดิน จะมีของเหลวหรือน้ำหมักจากมูลไส้เดือนไหลออกมาจากกองขยะจำนวนมาก การสร้างบ่อรวบรวมน้ำหมักจากมูลไส้เดือนดินจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก จะทำให้น้ำหมักไม่แช่ขังอยู่ในโรงผลิตปุ๋ยหมัก ซึ่งทำให้ไส้เดือนจะหนีขึ้นมาอยู่เหนือน้ำ เนื่องจากหายใจไม่ออก ซึ่งน้ำหมักเหล่านี้มีแร่ธาตุอาหารและปริมาณจุลินทรีย์อยู่เป็นจำนวนมาก โดยทั่วไปการหมักที่สมบูรณ์จะทำให้น้ำหมักที่ได้ไม่มีกลิ่นเหม็น และสามารถนำไปใช้ในการผลิตพืชได้อย่างสมบูรณ์" ดร.อานัฐ กล่าว เตรียมวัสดุรองพื้น เพื่อเป็นที่อาศัยของไส้เดือนดิน โดยทั่วไปมักจะใช้วัสดุอินทรีย์สดๆ เป็นวัสดุรองพื้นหนาประมาณ 6 นิ้ว โดยเน้นส่วนที่เป็นผักสีเขียว วัชพืช ขยะสด โดยจะใช้ปุ๋ยคอก โรยบนหน้าให้หนาประมาณ 2 นิ้ว โรยปูนขาวให้ทั่วบริเวณ แล้วจึงให้ความชื้นเล็กน้อย ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักขยะสดหรือให้เปียกชุ่ม แต่ไม่ให้มีน้ำแช่ขังทิ้งไว้ ประมาณ 2-3 วัน จะพบว่าเกิดกระบวนการหมัก สังเกตได้โดยมีความร้อนที่สูงขึ้น ทิ้งไว้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ ความร้อนที่เกิดขึ้นจะหายไปหรืออาจเร็วกว่านี้ "การสร้างกองหมักที่หนาเกินไป จะทำให้ระยะเวลาในการหมักนานออกไปเนื่องจากจะเป็นการหมัก โดยกระบวนการที่ไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งมีผลทำให้ยังไม่พร้อมที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของไส้เดือนดิน" ดังนั้น การเตรียมที่อยู่สำหรับไส้เดือนก่อนเริ่มกระบวนการผลิตปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์ชนิดนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญและต้องเตรียมการอย่างระมัดระวัง เลี้ยงไส้เดือนดิน ดร.อานัฐ กล่าวว่า ปริมาณเริ่มต้นเลี้ยงไส้เดือนดินที่ควรใช้เพื่อเชื่อมกระบวนการกำจัดขยะอินทรีย์ โดยไส้เดือนดินควรเป็นเท่าไร เป็นคำถามยอดฮิตที่ผู้สนใจเทคนิควิธีการกำจัดขยะด้วยวิธีนี้จะถามเป็นคำถามแรก ตามปกติการกำจัดขยะอินทรีย์จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อไส้เดือนดินมีน้ำหนัก 2 กิโลกรัม ต่อจำนวนขยะอินทรีย์ที่เริ่มบูดแล้ว ปริมาณ 1 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นด้วยปริมาณไส้เดือนในอัตรานี้จะเป็นวิธีการที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ดังนั้น ในระยะเตรียมการจึงควรมีปริมาณไส้เดือนดินอย่างน้อย 1 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ ก็จะทำให้ปริมาณไส้เดือนเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และทวีจำนวนมากขึ้นตามสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม "ปริมาณอาหารที่ไส้เดือนต้องการจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ และจำนวนไส้เดือน ในสภาพแวดล้อมนั้นๆ โดยปกติไส้เดือนดินชอบอาหารที่มีปริมาณโปรตีนสูง ซึ่งรวมถึงในดินที่มีปริมาณอินทรียวัตถุจำนวนมาก จากการศึกษาของนักวิจัยต่างประเทศพบว่า ปริมาณของถุงไข่ไส้เดือนจะเพิ่มขึ้นมากตามปริมาณอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น จากมูลสัตว์จะมีอัตราการเพิ่มถุงไข่ดีกว่าการให้ตอซังข้าวเป็นอาหารกับไส้เดือน และในอาหารที่มีปริมาณไนโตรเจนสูง ไส้เดือนจะโตเร็ว และสืบพันธุ์ออกลูกได้เป็นจำนวนมากรุ่นกว่าการเลี้ยงในอาหารที่มีปริมาณไนโตรเจนต่ำ" ดร.อานัฐ กล่าวว่า ปริมาณขยะสดที่ควรเตรียมให้ไส้เดือนดิน ควรจะมีการเตรียมการหมักให้เริ่มบูดเสียก่อน ก่อนที่จะนำมาใส่ในกระบะเลี้ยงไส้เดือน เนื่องจากไส้เดือนไม่กินของสด ไส้เดือนกินอาหารด้วยการดูดเข้าไปในร่างกายจึงกินได้เฉพาะของที่เริ่มบูดเน่าและกำลังสลายตัวเป็นของเหลว ดังนั้น การเตรียมปริมาณขยะสดที่เริ่มบูดเน่าในปริมาณที่พอดีกับจำนวนไส้เดือนดิน หรือมากกว่าเล็กน้อยจึงเป็นสิ่งที่ควรจะนำมาปฏิบัติ เนื่องจากจะเป็นวิธีที่เพิ่มจำนวนออกถุงไข่ของไส้เดือนดิน โดยปกติไส้เดือนดินสายพันธุ์ไทยจะตกถุงไข่ทุกๆ 14 วัน ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในวัสดุที่ใช้เป็นอาหารของไส้เดือนที่มีปริมาณสารโพลีพีนอล (ใบสน,รากสน) และมีปริมาณลิกนินเป็นองค์ประกอบที่มาก ซึ่งมักจะมีในพืชที่ยืนต้น จะมีส่วนในการลดจำนวนประชากรของไส้เดือน เมื่อนำมาใช้เป็นอาหารของไส้เดือนดิน ดร.อานัฐ กล่าวอีกว่า ไส้เดือนสายพันธุ์ไทย Pheretima peguana และ Pheretima posthum จะกินอาหารเฉลี่ย 120-150 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กรัม ต่อวัน ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน โดยปกติไส้เดือนดินสายพันธุ์ไทย 1 กิโลกรัม จะมีจำนวนประมาณ 1,200 ตัว จึงควรได้รับอาหารประมาณ 120-150 กรัม ต่อวัน ส่วนไส้เดือนดินสายพันธุ์ต่างประเทศนั้นจะกินอาหารประมาณ 240-300 กรัม ต่อวัน ต่อน้ำหนักไส้เดือน 1 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจำนวน 2 เท่า ของอาหารไส้เดือนดินสายพันธุ์ไทย "เราศึกษาแล้วว่า พันธุ์ต่างประเทศกินอาหารเก่ง แต่เราจะไม่ส่งเสริมให้เลี้ยงกัน เพราะว่าหากหลุดไปอยู่ในดินตามธรรมชาติ อาจจะทำให้ระบบนิเวศวิทยาเปลี่ยนไป ซึ่งในอนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เราไม่อยากเห็นเหมือนกับการระบาดของหอยเชอรี่ ซึ่งเป็นสัตว์ที่นำเข้ามา แล้วกลับเป็นโทษ" "ใครอยากเลี้ยงไส้เดือนเพื่อการค้าหรือเพื่อผลิตปุ๋ยหมักหรือกำจัดขยะ อยากแนะนำให้เป็นสายพันธุ์ไทยมากกว่า แม้ว่ากินอาหารไม่เก่ง แต่ก็ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับสภาพแวดล้อมหรือระบบนิเวศวิทยา ซึ่งขณะนี้ผมพยายามเสาะหาสายพันธุ์ที่กินอาหารเก่งๆ มาขยายพันธุ์ คิดว่าอีกไม่นานคงได้สายพันธุ์ที่กินอาหารเก่งขึ้น" ดร.อานัฐ กล่าวย้ำถึงสายพันธุ์ไส้เดือนดิน การจัดการโรงเรือน ในขณะที่ไส้เดือนกำลังกินขยะสดที่ให้ในปริมาณที่เหมาะสม จะพบว่าชั้นของไส้เดือนในกระบะจะมีความสูงมากขึ้นเรื่อยๆ การจัดการอาหารที่ให้กับไส้เดือนดินกินหมดในระยะเวลา 2-3 วัน จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสม ทำให้สามารถคำนวณจำนวนของไส้เดือนดินที่มีอยู่ในโรงเรือนได้ อีกทั้งยังทำให้กำหนดปริมาณของปุ๋ยหมักจากมูลไส้เดือนดิน และน้ำหมักจากมูลไส้เดือนดินที่สามารถผลิตได้อีกด้วย "หลักการในการจัดการโรงเรือนก็คือ การพยายามควบคุมไม่ให้เกิดความร้อนขึ้นในกระบะที่ไส้เดือนดินอาศัยอยู่ เนื่องจากจะเป็นสิ่งที่จำกัดการเจริญเติบโตของไส้เดือนดิน และลดจำนวนไส้เดือนดิน รวมถึงลดการกินขยะสดที่จัดเตรียมเอาไว้ด้วย" สำหรับเทคนิคการแยกไส้เดือนดินออกจากปุ๋ยหมักมูลสัตว์ชนิดนี้นั้น ดร.อานัฐ บอกว่าสามารถทำได้หลายเทคนิค เช่น การใช้แสงไฟไล่ เนื่องจากไส้เดือนดินไม่ชอบแสง หรือใช้ตะแกรงร่อนด้วยมือก็ได้ ใครอยากเห็นการเลี้ยงไส้เดือนดินด้วยสายตาตัวเอง โปรดติดต่อไปได้ที่ ภาควิชาทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม้โจ้ ที่นี่มีโรงเรือนเลี้ยงไส้เดือนดินทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ไม่แน่ขยะที่เป็นปัญหาของสังคมเมือง อาจแก้ไขได้ด้วยไส้เดือนดิน สัตว์ที่หลายคนรังเกียจ แต่มีประโยชน์มหาศาล *ศัตรูของไส้เดือนดิน สำหรับศัตรูไส้เดือนดินนั้น ดร.อานัฐ บอกว่า เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกล่าโดยศัตรูหลายชนิด ซึ่งรวมถึงมนุษย์ด้วยเช่นกัน ในบางประเทศจะนำไส้เดือนดินมาเป็นอาหารของมนุษย์ เนื่องจากมีโปรตีนสูง มีสารบำรุงที่เหมาะสมสำหรับคนเป็นโรคหัวใจ อีกทั้งยังมีสรรพคุณในการเป็นยาบำรุงเพศในตำราจีน รวมถึงสรรพคุณในการแก้ช้ำใน ที่นักโทษในเรือนจำหลายแห่งในประเทศไทยรู้จักสรรพคุณกันดี "ไส้เดือนดิน จะถูกล่าโดยสัตว์ปีก โดยจะเป็นอาหารของเป็ด ไก่ นก สุกร พังพอน และสัตว์อีกหลายชนิด ดังนั้น ในการสร้างโรงเรือนจึงจำเป็นที่จะต้องมีตาข่ายมิดชิดในการป้องกันไม่ให้สัตว์เหล่านั้นเข้ามาในโรงเรือน และทำให้ปริมาณไส้เดือนลดลง" ดร.อานัฐ กล่าว *ประโยชน์ของไส้เดือนดิน - ไส้เดือนช่วยพลิกกลับดินโดยการกินดิน ทำให้แร่ธาตุในดินผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ช่วยทำลายชั้นดิน - ช่วยในการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่รวมถึงซากพืชซากสัตว์และอินทรียวัตถุต่างๆ ในดิน - ส่งเสริมการละลายธาตุอาหารพืชที่อยู่ในรูปอนินทรียสารที่พืชใช้ประโยชน์ไม่ได้ไปอยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ - ช่วยในการปรับปรุงโครงสร้างของดิน - การไชชอนของไส้เดือน ทำให้ดินร่วนซุย *การกำจัดขยะสดในครัวเรือน การกำจัดเศษอาหารในครัวเรือน รวมถึงจากวัสดุที่สลายตัวได้ เป็นสิ่งที่นิยมทำกันในหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและมาตรการลดภาษีสิ่งแวดล้อมกับครัวเรือนในชุมชนที่มีรูปแบบการกำจัดขยะสดด้วยตนเอง เป็นแรงผลักดันโดยรูปแบบการจัดการจะสามารถทำได้โดยใช้ชุดเลี้ยงไส้เดือนดินที่เป็นการค้า และออกแบบดัดแปลงเองจากวัสดุหาง่ายที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น ตู้ลิ้นชักพลาสติก ท่อคอนกรีต บ่อดิน กระถาง เป็นต้น *ระบบย่อยอาหาร ทางเดินอาหารมีลักษณะเป็นท่อตรง เริ่มตั้งแต่ปากจนถึงทวารหนัก ทางเดินอาหารแบ่งเป็นส่วนๆ และแบ่งหน้าที่กันโดยเฉพาะ ดังนี้ 1. ปาก อยู่ใต้ริมฝีปากบน (prostomium) นำไปสู่ช่องปาก (buccal cavity) จนถึงปล้องที่ 3 2. คอหอย (pharynx) เป็นกล้ามเนื้อใหญ่แข็งแรง ช่วยในการดูดอาหารเข้าปาก อยู่ระหว่างปล้องที่ 3 ถึงปล้องที่ 6 บริเวณนี้มีต่อมน้ำลายสร้างน้ำลายซึ่งช่วยหล่อลื่นอาหารด้วย 3. หลอดอาหาร (esophagus) อยู่ระหว่างปล้องที่ 6 ถึงปล้องที่ 14 ตอนต้นๆ ของหลอดอาหารจะพองโตออกเป็นที่พักอาหาร (crop) และกึ๋น (gizzard) กึ๋นเป็นกล้ามเนื้อแข็งแรง ทำหน้าที่บดอาหารให้ละเอียด หลอดอาหารส่วนท้ายจะเป็นท่อขนาดเล็ก 4. ลำไส้ (intestine) ตั้งต้นจากปล้องที่ 14 ไปจนถึงทวารหนักในปล้องสุดท้าย ลำไส้ตรงปล้องที่ 25 มีงวงลำไส้ (intestinal caeca) หรือไส้ติ่งยื่นออกมาทั้งสองข้างของลำไส้ยื่นขึ้นไปทางด้านหน้าจนถึงปล้องที่ 22 ภายในงวงลำไส้มีน้ำย่อย สามารถย่อยและดูดซึมอาหารได้ด้วย ผนังลำไส้ของไส้เดือนดินค่อนข้างบางและผนังลำไส้ด้านบนจะยื่นเข้าไปข้างในช่องทางเดินอาหาร เรียกว่า ไทโฟลโซล (typhlosole) ทำให้มีพื้นที่ในการย่อยและดูดซึมอาหารได้มากขึ้น ผนังลำไส้ประกอบด้วยชั้นต่างๆ คล้ายผนังลำตัวคือเยื่อบุช่องท้องวิสเซอรอล (visceral peritoneum) อยู่ชั้นนอกสุดของลำไส้ ติดกับช่องตัว เซลล์บางเซลล์บนเยื่อนี้จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์พิเศษ เรียกว่า เซลโคลราโกเจน (chloragogen cells) ทำหน้าที่คล้ายตับ คือสร้างไขมัน และเก็บสารไกลโคเจน (glycogen) และยังทำหน้าที่รวบรวมของเสียจากเลือด และของเหลวในช่องตัว แล้วขับถ่ายออกนอกร่างกายทางรูด้านหลัง หรือเนฟริเดียถัดจากเยื่อบุช่องท้องวิสเซอรอล ของลำไส้เข้าไปเป็นชั้นของกล้ามเนื้อ ชั้นในสุดของลำไส้เป็นเยื่อบุลำไส้ซึ่งประกอบด้วย เซลล์รูปแท่งทรงกระบอก เยื่อชั้นนี้มีเซลล์ต่อม (gland cells) ทำหน้าที่ผลิตน้ำย่อยชนิดต่างๆ เพื่อย่อยอาหารจากโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน อาหารของไส้เดือนดินเป็นเศษใบไม้และหญ้า เมื่อกินเข้าไปแล้วจะเก็บไว้ที่ถุงพักอาหารชั่วคราว แล้วส่งให้กึ๋นทำหน้าที่บดอาหารให้ละเอียด ภายในกึ๋นมีเม็ดทรายช่วยทำให้อาหารละเอียดยิ่งขึ้น อาหารจะถูกย่อยและดูดซึมภายในบริเวณลำไส้ ส่วนกากอาหารจะถูกขับออกทางทวารหนัก (จำนง, 2527) ส่วนมากไส้เดือนดินกินพวกพืช เศษหญ้า เศษผัก เป็นอาหาร ทั้งนี้ สังเกตได้ว่าหลังจากที่ไส้เดือนดินขึ้นมาบนพื้นดินเพื่อหาอาหารกินแล้ว จะมีเศษหญ้าเศษพืชต่างๆ ปกคลุมอยู่ตามรูที่มันอาศัยอยู่ นอกจากกินเศษพืชต่างๆ เป็นอาหารแล้ว ไส้เดือนดินยังกินสัตว์เล็กๆ เช่น แมลงและตัวอ่อนของแมลงเป็นอาหารอีกด้วย ดังนั้น จึงจัดไส้เดือนดินอยู่ในสัตว์จำพวกกินทั้งพืชและสัตว์ (omnivorous) ในช่วงฤดูแล้ง ไส้เดือนดินออกหากินลำบาก เพราะผิวดินแห้งแข็ง ไส้เดือนดินไม่สามารถที่จะโผล่ขึ้นมาหากินบนพื้นดินได้ในช่วงเวลานี้ ไส้เดือนดินจะต้องแยกอาหารที่มีปะปนอยู่ในดินภายในลำตัวของมันเอง โดยแยกกากอาหารหรือดินที่ย่อยไม่ได้ออกทางทวารหนัก จะสังเกตได้ว่ากองดินที่อยู่เหนือรูที่ไส้เดือนดินอาศัยอยู่นั้นจะสูง ทั้งนี้ เพราะมีกากอาหารถ่ายออกมามาก อีกประการหนึ่งจะสังเกตได้ว่าในเวลาอาหารสมบูรณ์ เช่น ในฤดูฝน ไส้เดือนดินมักจะขุดรูอยู่ตามผิวดินตื้นๆ เพื่อสะดวกต่อการหาอาหาร แต่เมื่อถึงฤดูหนาวหรือฤดูร้อนไส้เดือนดินจะยิ่งอยู่ลึกลงไปทุกที ทั้งนี้ ก็เพราะว่ามันแยกอาหารจากดินลึกลงไป เมื่ออาหารที่บริเวณตื้นๆ ไม่พอ มันก็จำเป็นต้องขุดลึกลงไปอีก (อาจ, 2505) ระบบขับถ่าย อวัยวะขับถ่ายของไส้เดือนดินคือ ไต หรือเนฟรีเดีย (nephridia) มีประจำอยู่ทุกปล้อง ปล้องละ 1 คู่ ยกเว้น 3 ปล้องแรกและปล้องสุดท้ายจะไม่มี เนฟริเดียแต่ละอันประกอบด้วยส่วนต่างๆ เนโฟรสโตม (nephrostome) เป็นรูเปิดอยู่ภายในช่องตัว บริเวณนี้มีซีเลียสำหรับโบกพัดของเสียจากช่องตัวเข้าไปในรูเปิดนี้ต่อจากเนโฟรสโตม เป็นท่อยาวแคบ เรียกว่า ท่อไตหรือท่อขับถ่าย (nephriduct) ขดไปมาปลายท่อขับถ่ายเป็นกระเปาะโตขึ้น ทำหน้าที่กระเพาะปัสสาวะ (bladder) และเปิดออกภายนอกตัวที่รูขับถ่าย (nephridiopore) ตรงบริเวณด้านท้องค่อนมาทางด้านข้างทั้งสองข้าง เนฟริเดียตรงส่วนของเนโฟรสโตมจะเกาะติดกับเยื่อกั้น (septum) และทะลุไปทางด้านหน้า ส่วนท่อขับถ่ายและรูขับถ่ายจะอยู่ในปล้องหลังถัดมา เนฟริเดียนอกจากจะรับของเสียที่เป็นของเหลวจากช่องตัวแล้ว ยังรับของเสียจากเส้นเลือดฝอยที่มาพันรอบๆ ท่อขับถ่าย โดยวิธีซึมแพร่ด้วย การหายใจ ไส้เดือนดิน ยังไม่มีอวัยวะสำหรับหายใจ โดยเฉพาะการหายใจเกิดขึ้นที่ผิวหนัง โดยกระแสเลือดในเส้นเลือดฝอยบริเวณคิวติเคิลของผนังลำตัว จะทำหน้าที่รับก๊าซออกซิเจนพร้อมกับปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาทางผิวของผนังร่างกายเช่นกัน ก๊าซออกซิเจนจะรวมตัวกับฮีโมโกลบินในน้ำเลือด และถูกนำไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกาย ระบบประสาท ระบบประสาทของไส้เดือนดินซึ่งประกอบด้วยปมประสาทสมอง (suprapharyngeal ganglia) 1 คู่ อยู่เหนือคอหอยปล้องที่ 3 จากสมองมีเส้นประสาทรอบคอหอย (circumpharyngeal connectives) 2 เส้น อ้อมรอบคอหอยข้างละเส้น เส้นประสาททั้งสองเส้นนี้ลงมาเชื่อมกันกลายเป็นปมประสาทใต้คอหอย (subpharyngeal ganglion) ซึ่งมีสองปมอยู่ตรงปล้องที่ 4 ทั้งหมดนี้ จึงมีลักษณะเป็นประสาทวงแหวนรอบคอหอย จากปมประสาทใต้คอหอยติดต่อกับเส้นประสาทใหญ่ด้านท้อง (ventral nervecord) ทอดไปตามความยาวของลำตัวด้านท้องจนถึงปล้องสุดท้าย เส้นประสาทใหญ่ด้านท้องนี้จะมีปมประสาทที่ปล้อง (segmental ganglion) ประจำอยู่ทุกปล้อง ปล้องละ 1 ปม และแต่ละปมมีแขนงประสาท (Iateral nerves) แยกออกไป 3 คู่ แขนงประสาทที่ประจำอยู่แต่ละปล้องจะยื่นเข้าไปในชั้นของกล้ามเนื้อของผนังลำตัวติดต่อกับใยประสาทรับความรู้สึก (sensory fiber) นำกระแสความรู้สึกจากผิวของร่างกายเข้าสู่เส้นประสาทและติดต่อกับใยประสาทส่งความรู้สึก (motor fiber) เพื่อนำกระแสความรู้สึกจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อและผิวหนัง แขนงประสาทจากปมประสาทที่ปล้องยังควบคุมการทำงานของเนฟริเดีย และอวัยวะภายในอื่นๆ ด้วย อวัยวะรับความรู้สึกของไส้เดือนดินปรากฏว่า ยังไม่มีอวัยวะรับความรู้สึกใดๆ มีเพียงเซลล์รับความรู้สึก (sensory cells) ที่อยู่กระจายตามผิวหนัง ริมฝีปากบนและในช่องปาก เซลล์รับความรู้สึกเหล่านี้ติดต่อกัน ระบบประสาท นอกจากเซลล์รับความรู้สึกแล้ว ยังมีเซลล์รับแสงสว่าง (photoreceptor cells) ในชั้นของเอปิเดอร์มิส มีมากอยู่ที่ริมฝีปากบนปล้องที่อยู่ทางด้านหน้าและปล้องท้ายๆ ของร่างกาย เซลล์รับแสงแต่ละเซลล์ประกอบด้วยออร์กาเนลล์ที่ทำหน้าที่เป็นเลนส์รวมแสงไปยังใยประสาท (neuro fibrils) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเรตินา (retina) และส่งความรู้สึกเกี่ยวกับแสงสว่างไปยังระบบประสาท ถ้ามีแสงสว่างมากเกินไปมันจะเคลื่อนที่หนีเข้าไปอยู่ในที่มืดหรือขุดรูหลบหนีไป

ความคิดเห็นที่ 135

14 ส.ค. 2549 18:10
  1. ไส้เดือนกินดินเป็นอาหารค่ะ เมื่อผ่าดูแล้วข้างในจาเป็นดินค่ะ

ความคิดเห็นที่ 134

10 ส.ค. 2549 21:23
  1. อยากทราบว่าไส้เดือนกินอะไร แล้วในตัวมันใช่ดินรึเปล่า

ความคิดเห็นที่ 133

1 ส.ค. 2549 20:20
  1. น่ากินจังเลย !!

ความคิดเห็นที่ 132

29 ก.ค. 2549 21:22
  1. อยากได้ขั้นตอนในการกำจัดขยะหรือสิ่งปฏิกูลในบ้านเรือน โดยใช้ไส้เดือน ช่วยตอบทีน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 129

27 ก.ค. 2549 09:55
  1. ไส้เดือนมีกี่ชนิน

ความคิดเห็นที่ 128

27 ก.ค. 2549 09:55
  1. อยากรู้ว่าไส้เดือนถ้าถูกสับแล้วมันจะกลับมาเป็นตัวเดิมหรือเปล่าค่ะ ช่วยตอบหน่อยนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 127

26 ก.ค. 2549 20:13
  1. ไส้เดือนมี 2 เพศในตัวเดียวจ่ะ

ความคิดเห็นที่ 126

25 ก.ค. 2549 17:33
  1. ชอบไส้เดือนมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 124

24 ก.ค. 2549 07:58
  1. พวกเราเกลียดไส้เดือนกันมากเลยไม่รู้จะทำยังไง เพราะว่า เคยเห็นมาแล้ว

ความคิดเห็นที่ 123

21 ก.ค. 2549 12:50
  1. อยากจะได้รายละเอียดของหัวใจไส้เดือนน่ะคัรบ จะหาได้ที่ไหน ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 122

20 ก.ค. 2549 20:59
  1. ใครมีเรื่อเล่าเกี่ยวกับไส้เดือนโทรมาหานะคะเพราะจะเอาไว้รายงานส่งครูเดือนหน้า017223292(พวกนักเลงมืออาชีพห้ามโทรใครโทรเล่นขอให้ตอนนอนมีไส้เดือนเข้ารูตูด)

ความคิดเห็นที่ 121

4 ก.ค. 2549 22:44
  1. คำสุภาพ ของคำว่าไส้เดือน ใช้ว่าอะไรครับ...? แล้วราชาศัพท์ คำว่า ไส้เดือน มีไหมครับ..?

ความคิดเห็นที่ 120

18 มิ.ย. 2549 20:56
  1. ระบบหายใจของใส้เดือน เป็นยัง จงอธิบายมา...............(ให้ตอบมาตอนนี้เลย) ขอความกรุณา

ความคิดเห็นที่ 119

7 มิ.ย. 2549 20:13
  1. สนุกจัง

ความคิดเห็นที่ 118

7 มิ.ย. 2549 20:09
  1. อยากรู้มากกว่านี้ T_T T_T T_T T_T T_T T_T T_T T_T T_T T_T

ความคิดเห็นที่ 117

5 มิ.ย. 2549 12:47
  1. เราทำโครงงานไส้เดือนได้ที่2

ความคิดเห็นที่ 116

22 พ.ค. 2549 11:48
  1. รู้ไหม!! ในตัวไส้เดือนมีทรายอยู่ ตอนเด็กๆน่ะ เพื่อนเล่าให้ฟังว่า มีคนที่รร เคยกัดไส่เดือนด้วย ฟังแล้วอยากจะอ้วก คิดดูเด๋ เล่าเฉยๆ อย่าคิดมากน่ะ >_<"

ความคิดเห็นที่ 115

22 พ.ค. 2549 11:38
  1. ไส้เดือนน่าขยะแขยง มีประโยชน์ก็แค่พรวนดิน แล้วมันมีพิษป่าวอ่ะ ?? คงไม่มีใหม

ความคิดเห็นที่ 114

20 พ.ค. 2549 15:10
  1. อยากทราบการเพาะไส้เดือนอะคับ

ความคิดเห็นที่ 113

c_cin
18 พ.ค. 2549 17:53
  1. แล้วเวปนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับไส้เดือนที่ละเอียดรึเปล่าคะ

ความคิดเห็นที่ 112

VittruvienMan
17 เม.ย. 2549 19:37
  1. เว็บ สสวท สาขาชีวะครับ http://www.ipst.ac.th/biology/Activity-list.html มีไฟล์ให้ดาวโหลด ว่างๆก็ไปดาวโหลดมาดูกันได้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 111

17 เม.ย. 2549 09:57
  1. อยากทราบว่าไส้เดือนอาศัยอยู่ในตัวคนได้ไหม? เช่นมันอาจเข้า ในตัวคนได้ทางทวารหนัก หรือทางอวัยวะเพศเวลาเราเข้าห้องน้ำ แล้วในห้องน้ำเกิดมีไส้เดือน แต่เราไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 110

19 มี.ค. 2549 22:14
  1. ไม่ทราบว่าถ้าไส้เดือนถูกแบ่งกลางระหว่างหัวกับท้ายแล้วมันยังสามารถใช้ชีวิตต่อได้อีกหรือเปล่าครับ อาจารย์ที่โรงเรียนเก่าผมบอกว่ายังมีชีวิตต่อได้ ปัจจุบันผมข้องใจมากอยากทดลองดูแต่กลัวบาป ผมเรียนอยู่ที่พ.ต.พ.ครับ มีสอนวิทย์เหมือนกันเคยถามอาจารย์แต่อาจารย์บอกว่าให้ไปทดลองเอาเองครับ

ความคิดเห็นที่ 109

18 มี.ค. 2549 18:52
  1. ไส้เดือนมีเลือด แล้วมันมีเม็ดเลือดอะเปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 108

ไม้ขีด
14 มี.ค. 2549 15:26
  1. ทำไมเขาต้องตั้งชื่อให้มันว่า "ไส้เดือน"

ความคิดเห็นที่ 107

14 มี.ค. 2549 08:17
  1. แล้วประเทศที่นิยมตกปลามากที่สุดคืออะไรครับ

ความคิดเห็นที่ 106

14 มี.ค. 2549 08:14
  1. ธุรกิจส่งไส้เดือนขายเพื่อการตกปลามีรึเปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 105

12 มี.ค. 2549 11:12
  1. อยากทราบว่าทำไมผิวหนังของไส้เดือนถึงได้ชุ่มชื่นเสมอคะ....คัยรูช่วยบอกหน่อยนะ

ความคิดเห็นที่ 104

6 มี.ค. 2549 21:56
  1. ไส้เดือนอ่า มานเปงแอนนิลิด อยากรู้คำตอบทั้งหมด ก็ไปอ่านเรื่องไฟลัมสัตว์มา ในชีวม.ปลาย รึจาเปงมหาลัย หนักหน่อยก็อ่านแคมเบล เดี๋ยวก้อรุ

ความคิดเห็นที่ 103

6 มี.ค. 2549 21:47
  1. ตอบให้น่ะ 102 1.มี 2.มันชอนใชในดิน เพราะมานอยู่ในดิน ทำให้ดินร่วน มีความชื้นขึ้น 3.มีทางเดินอาหาร 4.มี มีเลือดด้วยล่ะ

ความคิดเห็นที่ 102

6 มี.ค. 2549 10:44
  1. ช่วยตอบทีค่ะ 1.ไส้เดือนมีหัวไจรึป่าว 2.มันทำให้ดินร่วนซุย และย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ แล้วมันย่อยยังงัยค่ะ โดยการกินเหรอ มันมีปากด้วยเหรอ 3.มันมีกระเพราะอาหารรึป่าว 4.มันมีหัวใจรึป่าว ครัยรู้ช่วยส่งเมลล์มาบอกด้วยนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 101

8 ก.พ. 2549 21:25
  1. มีไส้เดือนจำหน่ายจำนวนมาก พันธ์ไทย,ลาว,ฮอลแลนด์ ติต่อมาที่ 06-6595520

ความคิดเห็นที่ 100

3 ก.พ. 2549 11:03
  1. ดีใจด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 99

3 ก.พ. 2549 11:02
  1. อยากได้ข้อมูลการเลี้ยงใส้เดือนคะ

ความคิดเห็นที่ 98

27 ม.ค. 2549 10:53
  1. อยากได้ข้อมูลเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนค่ะ หากใครมีข้อมูลช่วยส่งให้ด้วยนะคะ จะขอบคุณมากค่ะ (ขอข้อมูลละเอียดมาก ๆ นะคะ)

ความคิดเห็นที่ 97

25 ม.ค. 2549 19:22
  1. อยากทราบว่าทำไมไส้เดือนถึงกลัวผงซักฟอก

ความคิดเห็นที่ 96

20 ม.ค. 2549 14:32
  1. อยากรู้เกี่ยวกับการแบ่งพันธุ์และลักษณะของไส้เดือน การดำรงชีวิติของไส้เดือน พฤติกรรมของไส้เดือน

ความคิดเห็นที่ 93

9 ม.ค. 2549 19:48
  1. อยากทราบว่าไส้เดือนมีเอ็นไซม์อะไรบ้างครับที่เกี่ยวข้องกับระบบต่างๆ

ความคิดเห็นที่ 91

29 ธ.ค. 2548 12:07
  1. คห.ที่ 89 ใส้เดือน(Earth worm) เคลื่อนที่แบบ antagonism (การทำงานสลับกันระหว่างกล้ามเนื้อ 2 ชนิดที่ตรงข้ามกัน) โดย ไส้เดือนจะมีทั้งกล้ามเนื้อตามยาว(longitudinal muscle) และกล้ามเนื้อวง(circular muscle)บริเวณปล้อง โดย longitudinal m. จะทำให้มันยืดตัวออก แต่ circular m. จะทำให้ตัวมันหดสั้นเข้า ประกอบกับมี satae(เดือย)ช่วยจิกดิน หดตัวสลับกันก็ทำให้มันเคลื่อนที่ได้ครับ (ไม่มั้นใจว่ามันเป็น ไฟลัมแรกที่มี แอนทาโกนิสมฺ หรือเปล่ากครับเราไม่นับ planaria เพราะมันมีตั้ง 3 m.ผู้รู้ช่วยชีแนะด้วยครับ)

ความคิดเห็นที่ 90

29 ธ.ค. 2548 10:56
  1. อยากรู้ส่วนประกอบของดอกพุทธรักษาแต่ละส่วนอยากศึกษาดูข้างในดอกว่าส่วนใดเป็นอย่างไรอยากทราบในแง่ของชีววิทยาจังใครรู้ช่วยบอกที

ความคิดเห็นที่ 89

22 ธ.ค. 2548 10:16
  1. ทำไมไส้เดือนถึงสามารถยึดตัวของมันเองไห้ยาวได้

ความคิดเห็นที่ 88

7 ธ.ค. 2548 14:23
  1. วิธีการเลี้ยง และอื่น ดูรายละเอียดที่ http://www.maejoearthworm.org/chapter2.htm ครับ

ความคิดเห็นที่ 87

7 ธ.ค. 2548 14:17
  1. ไส้เดือนมีหลายชนิดหลายประเภท นะคัรบ คล้ายสัตว์เลี้ยงทั่วไปเพราะฉะนั้นมันจึงมีลักษณะและอุปนิสัยรวมทั้งธรรมชาติที่แตกต่างกันไปครับ โดยทั่วไปเขาแบ่งไส้เดือนออกเป็น สามกลุ่มใหญ่ๆ คือพวกที่อยู่ในบริเวณผิวดิน พวกนี้กินเศษซากอินทรีย์วัตถุที่กำลังเน่าสลายได้มาก นิยมนำมากำจัดขยะได้ดีขยายพันธ์เร็ว ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ครับ พวกที่สอง อาศัยอยู่ลึกจากผิวดินถึงประมาณ15 เซนติเมตร พวกนี้มีขนาดโตขึ้นมาหน่อยลำตัวยาวกว่าพวกแรก กินเศษซากอินทรีย์วัตถุใบไม้ใบหญ้าหรือซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย แล้วยังนำไปในรูด้วย พวกนี้จะกินดินด้วยขุดรูอยู่แล้วนำขุยออกมาบนพื้นที่เรียกว่าขุยไส้เดือน ซึ่งมีธาตุอาหารพืช เป็นปุ๋ยอินทรีย์อย่างดีเลยครับ และพวกที่สาม พวกนี้อยู่ในดินลึกกว่าพวกอิ่นบางทีพบว่าลึกถึงสามเมตรจากผิวดินครับ กินดินส่วนใหญ่ครับคือมันจะได้แร่ธาตุอาหารจากดินครับ นานๆจะขึ้นมาผิวดินครั้งครับ ไส้เดือนต้องผสมกันถึงจะมีลูกครับ แต่มีบางชนิดก็ผลิตไข่โดยไม่ต้องมีการผสมกับตัวอื่น (แต่มีจำนวนน้อยชนิดและไข่ก็มีการฟักออกน้อยครับ) การตัดไส้เดือน บางชนิดอวัยวะเจริญมาใหม่และสมบูรณ์เป็นตัวใหม่ได้ ครับทั้งด้านหน้าและส่วนหลัง มีการตัดไส้เดือนส่วนหน้าไปต่อกับส่วนหลังของไส้เดือนอีกตัวที่มีขนาดใกล้เคียงกันก็ทำได้ครับ(ในการทดลอง) ไส้เดือนชอบความชื้น แต่ไม่ชอบนำท่วม ไส้เดือนบ้านเราชอบความอบอุ่นไม่ชอบอากาศเย็นหน้าหนาวที่พบ มีบางตัวเท่านั้นที่ออกมาบนพื้น อาจเป็นเพราะต้องการความอบอ่น หรือหาอาหารแต่ส่วนใหญ่จำศีลอยู่ใดนที่มีความชื้น ตัวที่ขึ้นมาแล้ว ขุดรูเข้าไปในดินไม่ได้เพราะดินเริ่มแข็งแล้ว และเมื่อมันถูกแสงมันจะตาย มันแรงสี และผิวมันแห้ง หายใจไม่ได้ส่วนใหญ่ออกมาบนพื้นดินแล้วมันจะตายครับ ส่วนที่มัน ผสมพันธ์ตอนกลางคืนอาจเป็นเพราะมันไม่ชอบแสง และมันชอบอยู่อย่างสงบไม่ชอบถูกรบกวน กลางคืนคงเหมาะที่สุดแล้วครับ ไส้เดือนมีหัวใจหลายอัน แต่แยกจากสมองครับ ไส้เดือนกินทางปากและขับออกทางทวารครับ

ความคิดเห็นที่ 86

7 ธ.ค. 2548 13:33
  1. และเรื่องที่ไส้เดือนกินอาหารยังไง ตอบ คือมันคงกินอาหารหรือแร่ธาตุที่อยู่ในดินกล่าวคือคงป็นซากพืชซากสัตว์อะครับก็เพราะมันใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในดินอะนะมันจะมีการกินอาหารอยู่ตลอดเวลา

ความคิดเห็นที่ 85

7 ธ.ค. 2548 13:27
  1. ไส้เดือนหายใจตรงไหน คำตอบคือทางผิวหนังอะครับมันจะมีการแลกเปลี่ยนก๊าซกันที่ผิวหนังของมันอะครับผิวหนังของใส้เดือนต้องชุ่มชื่นนะครับถ้าแห้ก็แลกเปลี่ยนก๊าซไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 84

5 ธ.ค. 2548 17:52
  1. ผมอยากทราบวิธีการเลื้ยงไส้เดือน ถ้าใครมีความร้หรืข้อมูลวิธีการเลื้ยงกรุณาส่งข้อมูลมาให้ทีนะครับผมจะขอบคุณมาก

ความคิดเห็นที่ 83

4 ธ.ค. 2548 10:19
  1. คห.34 ใส้เดือนไม่มีหัวใจนะค่ะ แต่จะมีหัวใจเทียมซึ่งก็คือระบบประสาทต่างๆ ทำหน้าที่คล้ายสมองค่ะ คห. 53 ใส้เดือนมีระบบการขับถ่ายแบบ oneway คือกินทางปากก็ออกทางปากนั่นแหละค่ะ คห.64 ใส้เดือนหายใจทางผิวหนังนะค่ะ ไม่รู้ว่าจะถูกป่าวนะค่ะ เพราะเรียนมาเมื่อตอนอยู่ม.4เทอม1แล้ว ตอนต้นเทอมด้วย ก็ลืมๆไปบ้าง (ตอนนี้อยู่ม.4 นั่นแหละ พอดีความจำสั้น)

ความคิดเห็นที่ 82

23 พ.ย. 2548 10:58
  1. ไส้เดือนแต่ละสายพันธ์นั้นแตกต่างกันอย่างไร(ช่วยตอบด้วยครับ)

ความคิดเห็นที่ 81

17 พ.ย. 2548 15:48
  1. แล้วไส้เดือนมันหายใจทางไหนค่ะ แล้วมันกินอะไรค่ะ แล้ว...............ตอบด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 80

10 พ.ย. 2548 21:13
  1. ช่วยอธิบายทางเดินอาหารของไส้เดือนหน่อยนะค่ะ......................มานจำเป็นมากๆๆๆๆเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 79

10 พ.ย. 2548 16:30
  1. อยากทราบว่าใส้เดือนออกลูกเป็นตัวหรือเป็นไข่ครับ ใครเป็นผู้รู้ช้วยบอกด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 77

10 ต.ค. 2548 11:50
  1. ไส้เดือนมีสมองหรือไม่ แล้วมีอายุนานเท่าไหร่

ความคิดเห็นที่ 76

10 ต.ค. 2548 11:48
  1. ทำไมถึงเรียกว่าไส้เดือนคะ แล้วไส้เดือนมีบ้านรึเปล่า ไส้เดือนมีการผสมพันแบบอาศัยเพศหรือไม่

ความคิดเห็นที่ 75

3 ต.ค. 2548 11:33
  1. ไส่เดือน มี แล้ว ไส่ปี มี มันค ะ เนีย ไม่ได้โง่นะ แค่กวน เล่นๆ

ความคิดเห็นที่ 74

29 ก.ย. 2548 15:36
  1. ไส้เดือนคืออารายอ่ะ มันอยู่ที่ไหนอ่ะฮับ มีอะไรเป็นอาหารฮับ ต้องการทราบอย่างแฮง

ความคิดเห็นที่ 73

29 ก.ย. 2548 11:06
  1. จะหาซื้อไส้เดือนได้ที่ไหนค่ะ วราภรณ์

ความคิดเห็นที่ 72

22 ก.ย. 2548 18:56
  1. ผมเรียนนิติครับ แต่สนใจเรื่องใส่เดือนอยู่บ้าง แถวๆที่มหาวิทยาลัยมีไส้เดือนตัวใหญ่ๆเต็มเลย ไม่ทราบว่าพันธุ์อะไรครับ?(ประมาณข้อนิ้วเด็กยาวประมาณคืบหนึ่ง) กะจะเลี้ยงไว้ที่กระถางต้นไม้ให้ดินร่วน ผมจะต้องจับมาสักกี่ตัวถึงจะพอเอามาขยายพันธุ์ได้ครับ?

ความคิดเห็นที่ 71

19 ก.ย. 2548 18:27
  1. ไม่ทราบว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์ของใส้เดือนหรือวิธีการเลี้ยงหรือผสมพันธุ์ไส้เดือน หรือเปล่าครับ ถ้ามีข้อมูลเรื่องใดเรื่องหนึ่งส่งมาให้ตามที่อยู่ข้างล่างนี้ จะขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 70

19 ก.ย. 2548 15:20
  1. ผมได้เข้ามาดูแล้วครับสนุกมากครับ

ความคิดเห็นที่ 68

14 ก.ย. 2548 16:50
  1. อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับไส้เดือน จะหาที่ไหนคะ จะทำรายงาน

ความคิดเห็นที่ 66

10 ก.ย. 2548 11:59
  1. มีแต่เป็นหัวใจเทียม มีอยู่ 5คู่ค่ะ และหัวใจก็ยังสามารถหดตัวได้

ความคิดเห็นที่ 65

10 ก.ย. 2548 11:55
  1. ทำไมไส้เดือนถึงผสมพันธุ์กันในเวลากลางคืนค่ะ โปรดช่วยตอบหน่อย

ความคิดเห็นที่ 64

9 ก.ย. 2548 16:33
  1. แล้วไส้เดือนหายใจทางไหนมีใครรู้บ้าง

ความคิดเห็นที่ 62

2 ก.ย. 2548 13:57
  1. อยากจะรู้รายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับไส้เดือนครับ

ความคิดเห็นที่ 58

24 ส.ค. 2548 18:15
  1. มีใครรับซื้อไส้เดือนบางครับ not

ความคิดเห็นที่ 57

23 ส.ค. 2548 17:18
  1. ไส้เดือนมีตาหรือไม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 56

22 ส.ค. 2548 10:49
  1. ไส้เดือนมีกี่ประเภทหากคุณรู้มากกว่าผมกรุณาตอบมา

ความคิดเห็นที่ 54

18 ส.ค. 2548 16:38
  1. อยากทราบไส้เดอือนกินอะไรเป็นอาหาร

ความคิดเห็นที่ 53

17 ส.ค. 2548 15:00
  1. ไส้เดือนมีระบบการไหลเวียนของเลือดอย่างไรคะ และมีระบบการขับถ่ายอย่างไรคะ

ความคิดเห็นที่ 52

16 ส.ค. 2548 17:28
  1. ไส้เดือนกินอะไรเป็นอาหาร

ความคิดเห็นที่ 49

4 ส.ค. 2548 19:29
  1. ไส้เดือน ออกลูกเป็นตัวหรือเป็นไข่

ความคิดเห็นที่ 45

31 ก.ค. 2548 20:20
  1. กำลังจะทำสารคดีเรื่องของใส้เดือนไม่ทราบเว็บของใส้เดือน กรุณาส่งมาด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 35

20 มิ.ย. 2548 20:31
  1. ไส้เดือนมีผลต่อระบบนิเวศอย่างไง

ความคิดเห็นที่ 34

20 มิ.ย. 2548 14:31
  1. ไส้เดือนมีหัวใจหรือไม่

ความคิดเห็นที่ 32

8 มิ.ย. 2548 13:46
  1. ไม่ทราบว่าต้องการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านใดครับ เช่น เป็นอาหารปลา เป็นเหยื่อตกปลา หรือต้องการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อใช้กำจัดขยะประเภทขยะอินทรีย์ครับ เพราะไส้เดือนมีหลายพันธุ์การเลือกเลี้ยงไส้เดือนสายพันธุ์ใดขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ที่เราต้องการเลี้ยง เช่น หากต้องการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อใช้เป็นเหยื่อตกปลา ผมขอแนะนำให้เลี้ยงไส้เดือนสายพันธุ์ Eudrilus Eugeniae ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดี คือ ไม่มีเมือกและกลิ่นติดมือเวลาเราจับ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นของไส้เดือนที่ล้างออกยาก แต่ประสิทธิภาพในการตกปลาดีไม่แพ้ไส้เดือนสายพันธุ์อื่น โดยเฉพาะ ปลาดุก ปลานิล ชอบกินมาก และไส้เดือนสายพันธุ์นี้เลี้ยงง่าย สามารถเลียงแบบคอนโดได้ อาหารที่ไส้เดือนชอบ คือ เศษผักผลไม้ เช่นเปลือกแตงโม ผมพอมีความรุ้ในการเลี้ยงไส้เดือนสายพันธุ์นี้อยู่บ้างแต่ไม่รู้ว่ามีตลาดในด้านของการการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อเป็นเหยื่อตกปลาหรืออาหารสัตว์มากน้อยเพียงใด และปุ๋ยหมักที่ได้จากการเลี้ยงไส้เดือนมีตลาดรองรับหรือเปล่า ใครมีข้อมูลด้านการตลาดที่จะรองรับผลผลิตช่วยแนะนำหน่อยแล้วมาแลกเปลี่ยนความรู้กันเพื่อที่จะสร้างธุรกิจด้านนี้ร่วมกัน ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 31

1 มิ.ย. 2548 10:57
  1. ผมอยากทราบวิธีการเลี้ยงไส้เดือนครับ

ความคิดเห็นที่ 30

28 พ.ค. 2548 19:09
  1. ไส้เดือนกินอะไรเป็นอาหารรู้ไหมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27

22 พ.ค. 2548 17:53
  1. อยากรู้ว่าใส่เดือนทำไมต้องหนีแสง แล้วเราจะทดลองเกี่ยวกับการหนีแสงของใส้เดือนอย่างไรค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22

21 พ.ค. 2548 11:08
  1. ผมสนใจในการเพาะเลี้ยงไส้เดือนแต่ยังหาข้อมูลใน web ไม่ได้ มี web ไหนที่มีข้อมูลการเลี้ยงไส้เดือนบ้างหรือข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับไส้เดือนดินทุกอย่าง ถ้ามีช่วยกรุณาส่งไปให้ด้วยนะครับ จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 20

2 เม.ย. 2548 01:46
  1. อยากทำเชิงอุตฯ ไม่ทราบว่ามีฟาร์มใดบ้าง อยากแลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาเทคโน และตลาดด้วยกัน

ความคิดเห็นที่ 19

สร
17 มี.ค. 2548 12:49
  1. ปุ๋ยคอกเปียกหมาด กอง ใส่ถังมีตะแกรงข้างล่าง แต่ปิดไว้เวลาเลี้ยง สูงอย่างน้อย ๓๐ ซม (น้ำไม่ขัง) อยู่ในที่ร่มรำไร หรือมีกันแดด ให้เศษผักพอประมาณ อย่าให้เหลือเน่า พรมน้ำ ทุกวัน เวลาจะจับ เปิดฝาล่าง เปิดกันแดดบน ใส้เดือนหนีร้อนออกมาทางตะแกรง ทั้งหมดเลย

ความคิดเห็นที่ 15

10 ก.พ. 2548 16:57
  1. ไส้เดือนสามารถผสมไข่ และวางไข่ได้เอง โดยที่มีอวัยวะสืบพันธ์ (ตัวผู้+ตัวเมีย) หรือ 2 เพศ ในตัวเดียวกัน และสามารถผสมพันธ์ กับตัวอื่น ๆ ได้อีกด้วย ทั้งนี้ จะเห็นว่า เวลาอากาศหนาว หรือฤดูหนาว ไส้เดือน จะดิ้นออกมา เพราะว่าอากาศหนาว จะอยู่ที่ดินชั้นล่าง ส่วนดินชั้นบน จะอุ่นกว่า (อีกประการหนึ่งคือ ไส้เดือนกินวัชพืช หรือใบไม้แห้ง เป็นอาหาร ) ดังนั้น การที่ไส้เดือน สามารถขึ้นมาที่ดินชั้นบน ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก นะจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 14

3 ก.พ. 2548 00:16
  1. hmm, i'll tell ya that .. the earthworms will make somethin like ..a bag for hatch eggs called "Cocoon". the earthworms will leave the bag in their home. and the eggs will hatch in the bag and grow up..they do not have Trochophore as another animals of Phylum Annelida which live under water or sea.

ความคิดเห็นที่ 13

1 ก.พ. 2548 18:44
  1. ไส้เดือนอยู่ในไฟลัมแอนนิลีดา การชอนไชในดินของไส้เดือนทำให้ดินชั้นล่างขึ้นมาชั้นบนเป็นแหล่งสะสมอาหารที่มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆอีกด้วยนะเจ้า ส่วนระบบสืบพันธุ์ข้าเจ้าก่อบ่อฮู้อะหยั๋งเลยเจ้า

ความคิดเห็นที่ 10

ครูตี๋
20 พ.ย. 2547 18:05
  1. ถาม ตัวอะไรที่ผสมพันธ์ในตัวเดียวกันบ้างอะคะ ตอบ พยาธิตัวตืด ไงครับ ในปล้องแก่มีทั้งเพศผูเพศเมีย ผสมในตัวเสร็จ .. ถาม อยากทราบว่า่ทำไมไส้เดือนถึงชอบออกเพ่นพ่านก่อนถึงหน้าหนาว ตอบ เหรอครับ ผมก็เห็นมันเพ่นพ่านทุกหน้าแหละ อืมอาจเพราะฤดูออกหากินของมันมั๊ง ก็ฤดูหนาวสัตว์ตายเพราะอาหารขาดแคลนเยอะ น่าจะเป็นจังหวะดี นี่เดานะครับ

ความคิดเห็นที่ 8

29 ต.ค. 2547 13:38
  1. แล้วมีตัวอะไรที่ผสมพันธ์ในตัวเดียวกันบ้างอะคะ แล้วถ้ามี ไข่กับsperm มันจะเจริญพร้อมกันเหรอ

ความคิดเห็นที่ 7

28 ต.ค. 2547 09:54
  1. To พระยาขยายกำจายมูลมูก หนอนตัวแบนก็ผสมข้ามตัวเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 6

Bieriology
28 ต.ค. 2547 02:57
  1. "อยากทราบค่ะว่าทำไม ส่วนหัวมันถึงเคลื่อนไหวไปก่อนส่วนหางค่ะ แล้วส่วนหาต่อไปหัวมันจะงอกหรือว่ายังไงอ่ะคะp" ไม่ค่อยเข้าใจคำถามเท่าไรอะครับ โดยเฉพาะประโยคหลัง ผมว่าการที่ข้างหน้าต้องเคลื่อนก่อน เพราะว่าพวกระบบประสาทหลักๆของมันอยู่ด้านหน้าอะครับ จึงใช้ในการหาทิศทางการเคลื่อนที่ของทั้งตัวอะครับ

ความคิดเห็นที่ 5

28 ต.ค. 2547 00:08
  1. เข้าใจผิดแล้วครับ ไส้เดือนต้องแต่งงาน(ผสมพันธ์)จึงจะมีลูกได้ ไส้เดือนมีสองเพศก็จริง แต่ว่า ทั้งสองเพศนั้นจะไม่สานารถผสมในไส้เดือนตัวเดียวกันได้ เนื่องจากเวลาที่ไข่สุกกับเสปิร์มเจริญเต็มที่ของไส้เดือนตัวเดียวกันจะเป็นคนละเวลากัน และมันไม่สามารถถ่ายเสปิร์มของตัวเองเก็บไว้ได้(หรือได้ ใครมีข้อมมูลแย้งก็ว่ามาได้ครับ) ถ้าคุณอยากมีลูกกับตัวเอง แนะนำให้ไปเกิดเป็นพวกหนอนตัวแบนนะครับ ตัวตืดน่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 2

2 ก.ย. 2547 15:42
  1. ไส้เดือนเวลาเคลื่อนไปข้างหน้าจะใช้ปากจิกดิน และอาศัยการยืด-หดกล้ามเนื้อ 2 ชุดแบบลูกคลื่น เริ่มจากในปล้องแรก ๆ wave ไปเรื่อย ๆ และอาศัยเดือยข้างตัวช่วยจิกดิน (เดือยจะทำให้ไส้เดือนเคลื่อนที่ถอยหลังได้ด้วย) ไส้เดือนดินไม่มีคุณสมบัติแบบ somatic embryogenesis / regeneration ดังนั้นจะส่วนหัวหรือส่วนหางก็ไม่งอกใหม่ค่ะ มีอย่างมากก็แค่การซ่อมแซมตัวเอง (แต่คาดว่าถ้าสร้างบาดแผลให้ไส้เดือนมันน่าจะติดเชื้อตายมากกว่านะ) ส่วนไส้เดือนน้ำ-ไส้เดือนทะเลบางชนิดมีการสร้างปล้องใหม่ขึ้นทดแทนได้ แต่ชิ้นส่วนที่ขาดไม่งอกเป็นตัวใหม่ค่ะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น