ช่วยสรุปอาณาจักรทั้ง 5 ให้ทีครับ

อาณาจักรทั้ง 5

1. อาณาจักรสัตว์

2. อาณาจักรพืช

3. อาณาจักรโปรติสต้า

4. อาณาจักรโมเนอรา

5. อาณาจักรไวรัสไวรอยด์

ใครก็ได้ช่วยทีครับจะเป็นพระคุณอย่างสูง


ความคิดเห็นที่ 3 

P-JUNG (Guest)
1 ก.ย. 2547 13:05
  1. ก่อนอื่นน่าที่จะรู้จักการจัดหมวดหมู่ เป็นอาณาจักรในระบบต่าง ๆ ก่อน

    ระบบแรก ซึ่งถือเป็น ระบบดั้งเดิม และยังใช้สอนในระดับประถมศึกษา แบ่งออก เป็น 2 อาณาจักร คือ

    1. อาณาจักรสัตว์ ซึ่งน่าจะสังเกตจากการมีการเคลื่อนที่ได้ สร้างอาหารเองไม่ได้

    2. อาณาจักรพืช ซึ่งน่าจะสังเกตจากการมีการที่เคลื่อนที่ไม่ได้

    ระบบที่ 2 แบ่งออกเป็น 3 อาณาจักร ซึ่งเคยมีในเนื้อหาระดับ ม. ปลาย หลักสูตร 2524 คือ

    1. อาณาจักรสัตว์

    2. อาณาจักรพืช

    3. อาณาจักรโปรตีสตา คือสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ที่ไม่สามารถจัดเป็นพืช หรือสัตว์ได้ประกอบด้วย

    -สาหร่าย

    -แบคทีเรีย

    -เห็ดรา

    -ราเมือก

    ระบบที่ 3 แบ่งเป็น 4 อาณาจักร ซึ่งเคยมีในเนื้อหา ม. ปลาย หลักสูตร 2524 (ปรับปรุง2533) ได้แก่

    1. อาณาจักรสัตว์

    2. อาณาจักรพืช

    3. อาณาจักรโปรตีสตา คือสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ที่ไม่สามารถจัดเป็นพืช หรือสัตว์ได้ประกอบด้วย

    -โปรโตซัว

    -สาหร่าย (ยกเว้นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน)

    -เห็ดรา

    -ราเมือก

    4. อาณาจักรมอเนอรา ประกอบด้อย

    -แบคทีเรีย และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน

    ระบบที่ 4 แบ่งเป็น 5 อาณาจักร ซึ่งปรากฏในเนื้อหา หลักสูตร 2524 (ปรับปรุง 25433) โครงสร้างที่ 3 และในเนื้อหาหลักสูตรระดับอุดมศึกษาทั่วไป ประกอบด้วย

    1. อาณาจักรสัตว์

    2. อาณาจักรพืช

    3. อาณาจักรโปรตีสตา คือสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ที่ไม่สามารถจัดเป็นพืช หรือสัตว์ได้ประกอบด้วย

    -โปรโตซัว

    -สาหร่าย (ยกเว้นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน)

    -ราเมือก

    4. อาณาจักรมอเนอรา ประกอบด้อย

    -แบคทีเรีย และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน

    5. อาณาจักรฟังไจ ได้แก่ พวกเห็ดรา

    ระบบที่ 5 เหมือนระบบที่ 4 แต่จัดเพิ่มอีก 1 อาณาจักร คือ

    1. อาณาจักรไวรา ได้แก่ ไวรัส ไวรอยด์ และพริออน



ความคิดเห็นที่ 11

พี่หมู vanavana9@hotmail.com (Guest)
15 ต.ค. 2547 22:59
  1. สิ่งมีชีวิตแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ก่อน

    1. สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีคุณสมบัติเป็นเซลล์ ได้แก่ ไวรัส ไวรอยด์ ซึ่งไม่มีกระบวนการเมตาบอลิซึมเป็นของตัวเอง ต้องเข้าไปแย่งกระบวนการเซลล์อื่น เช่น ไวรัสไข้หวัดนก จะเพิ่มจำนวนได้ก็ต่อเมื่อเข้าไปอยู่ในเซลล์ของระบบทางเดินหายใจของสัตว์ปีก

    2. สิ่งมีชีวิตที่มีคุณสมบัติเป็นเซลล์ ก็มีอย๋ 2กลุ่มใหญ่ได้แก่

    prokaryotic cell ซึ่งได้แก่ แบคทีเรีย สาหร่ายสีเขียวแกมนำเงิน หรือ ไซยาโนแบคทีเรีย ซึ่งสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่มีเยื่อหุ้มล้อมรอบ DNA ไม่มีออร์แกเนลล์ที่มีเยื่อหุ้ม มีออร์แกเนลล์ชนิดไม่มีเยื่อหุ้มอันเดียว ได้แก่ ไรโบโซม สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จัดอยู่ใน kingdom monera

    eukaryotic cell เป็นเซลล์ที่มีเยื่อหุ้มล้อมรอบสารพันธุกรรม มีออร์แกเนลล์ที่มีเยื่อหุ้ม เช่น RER Golgi complex Lysosome Vacuole Mitochondria Chloroplast เป็นต้น และมีออร์แกเนลล์ที่ไม่มีเยื่อหุ้มได้แก่ Ribosome Centriole cilia flagellum nucleolus cytoskeleton สิ่งมีชีวิตพวกยูคาริโอท์ แบ่งออกได้เป็น 2กลุ่มคือพวกที่เซลล์ไม่รวมตัวกันเป็นเนื้อเยื่อ

    ได้แก่ พวก เห็ด รา ยีสต์ (ซึ่งอยู่ใน Kingdom fungi) และ พวกโปรโตซัว และสาหร่าย (ซึ่งอยู่ใน kingdom protista) ส่วนพวกที่สองเซลล์จะรวมตัวกันเป็นเนื้อเยื่อ ในช่วงหนึ่งของชีวิตต้องผ่านระยะเอมบริโอ ได้แก่ สัตว์ อยู่ใน kingdom animalia (ยกเว้นฟองน้ำเซลล์ยังไม่รวมกันเป็นเนื้อเยื่อ แต่มีระยะเอมบริโอ) และ พืช อยู่ใน kinfdom metaphyta



ความคิดเห็นที่ 12

Ineiki@hunsa.com (Guest)
20 ต.ค. 2547 10:21
  1. อยากให้อธิบายเรื่อง อาณาจักรพืชและเรื่องเห็ดรา สาหร่าย มากกว่านี้



ความคิดเห็นที่ 13

พระยาขยายกำจายมูลมูก (Guest)
21 ต.ค. 2547 23:46
  1. Kindom Fungi (ยึดตามหลักสูตรแบบเรียน ม.ปลาย อันนี้ต้องเข้าใจว่ามีหลายระบบมาก ยิ่งเรียนยิ่งผสมกันมากมาย)



    รา คือ สิ่งมีชีวิตพวก Eukaryote ที่มีการสร้างเส้นใย มีการสืบพันธ์โดยอาศัยสปอร์ มีชีวิตแบบ heterotroph มี cell wall เป็นสารประเภท chitin (พบ cellulose เพียงไม่กี่ชนิด) อันที่จริง คำจำกัดความของรานั้นบอกให้ชัดไปเลยลำบาก เพราะแต่ละชนิดมีลักษณะแตกต่างกันออกไป เช่น ยีสต์ ซึ่งไม่สร้างเส้นใยเป็นต้น

    แบ่งเป็น 4 Phylum ตามลักษณะสปอร์ของการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ



    1. Phylum Zygomycota เส้นใยไม่มีผนังกั้น Aseptated hypha(cenocytic hypha) มีการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศด้วยวิธี Gametengial copulation ได้สปอร์ที่เรียกว่า Zygospore ราในไฟลัมนี้เช่น ราขนมปัง(Rhizorpus sp.)



    2. Phylum Ascomycota(ในปัจจุบัน ตำราใหม่ๆได้จัดรวมเอาราใน Phylum Deuteromycotaเข้าไปไว้ในนี้ด้วยทั้งหมด) เส้นใยของรากลุ่มนี้มีผนังกั้น แต่ไม่สมบูรณ์ มีช่องว่างให้นิวเคลียสและออร์แกเนลไหลผ่านได้ มีการสบพันธ์แบบอาศัยเพศโดยAnteridium(อวันวะสืบพันธ์ราตัวผู้?) จะถ่ายทอดนิวเคลียสให้กับ Ascogonium(ตัวเมีย?) และจะได้ ascospore ในถุง ascus(เพราะงั้นบางทีเราก็เรียกราพวกนี้ว่า sac fungi) ซึ่งจะมีจำนวนascosporeเป็นจำนวนแน่นอนคือทวีคูณของ4 (ส่วนมากที่พบคือ8) พวกนี้ได้แก่ ยีสต์ขนมปัง(Sacaromyces sp.) Aspergilus spp. และราถ้วย



    3. Phylum Basidiomycota(บางทีเรียกว่าclub fungi เนื่องจากสปอร์ของมัน) ไฮฟามีผนังกั้นสมบูรณ์ มีการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศและเส้นใยมีระยะที่เรียกว่า Dikaryon นาน(ระยะที่แต่ละช่องของเส้นใยมีนิวเคลียสสองอันจากการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ) ดอกเห็ดที่เราเก็บกินก็เป็นเส้นใยในระยะนี้ ราในไฟลัมนี้ได้แก่เห็ดทั้งหลาย และราสนิม



    4. Phylum Deuteromycota เป็นราที่ยังไม่พบการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ ถ้าพบก็จัดเข้ากลุ่มต่อไป



    เสริม

    - ราที่มีการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ ก็สามารถสืบพันธ์แบบไม่อาศัยเพศได้

    - ในหนังสือใหม่ๆ จะรวม Deuteromycota เข้ากับ Ascomycota และจะเพิ่มราในกลุ่ม Chytridiomycota เพิ่มอีก 1 phylum

    - ราน้ำ(straminopila) อันประกอบด้วย

    Phylum Oomycota

    Phylum Hypochitridiomycota

    Phylum Labyrynthulomycota



    ราเมือก(Slimemold) อันประกอบด้วย

    Phylum Plasmodiophoromycota

    Phylum Dictyosteliomycota

    Phylum Acrasiomycota (cellular slimemold)

    Phylum Myxomycota (Plasmodium slimemold)



    ล้วนจัดเป็น Fungus-liked protist คือโปรติสต์ที่คล้ายรา เพราะมีบางอย่างไม่ใช่รา เช่น บางช่วงของชีวิตเคลื่อนไหวได้ (มีzoospore) มีcellulose เป็น cell wall



    - ผมเห็นมีหนังสือภาษาไทยบางเล่ม ให้ลงท้ายชื่อไฟลัมราว่า mycophyta ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควร เพราะคำว่า phyta หมายถึงสิ่งมีชีวิตจำพวกพืช(หรือสังเคราะห์แสงได้อย่างพืช)



ความคิดเห็นที่ 17

เนส/nesblackshine@yahoo.com (Guest)
6 พ.ย. 2547 13:29
  1. ตอบหน่อยได้ป่าวค่ะ...ว่ามีตัวอะไรอีกบ้างที่มีซิเลียและแฟลกเจลลัมอีกนอกจาก พารามีเซียม ยูกลีน่า อะมีบา น่ะค๊า และก็อยากทราบว่าไอเจ้า"วอลวอกซ์" เนี๊ย! มันเป็นยังไง ขอบพระคุณจ๊า



ความคิดเห็นที่ 18

joelfo (Guest)
6 พ.ย. 2547 16:11
  1. มีอีกมาก เลยนะ ที่มี cilia flagellum แล้ว amoeba ไม่มี cilia flagellum นะ ใช้ pseudopodiumในการเคลื่อนที่ จ้า volvox เป็น สาหร่าย สีเขียว อยู่กัน เป็น colony ( เป็นกลุ่มๆหน่ะจ้า แต่ ไม่ได้เป็น tissue) มี flagella ด้วยนะ พวก ที่ใช้ flagella ก็ยังมีอีก เช่น chlamydomonas phacus tryopanosoma trichonympha อีกมากมายเลยอะ ส่วน cilia ก็มี เยอะนะ เช่น balantidium stentor vorticella



ความคิดเห็นที่ 22

short.com (Guest)
13 พ.ย. 2547 17:39
  1. อยากขอข้อมูลเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืช

    หน่อยครับ อยากรู้จริง ๆ



ความคิดเห็นที่ 23

aomrcu77@hotmail.com (Guest)
16 พ.ย. 2547 14:38
  1. ขออนุญาตตอบบ้างนะจ๊ะ..ไม่ทราบจะตรงประเด็นที่อยากจะรู้หรือเปล่านะ...

    การเจริญเติบโตของพืช ( เข้าใจว่าจะถามเกี่ยวกับวงชีวิตหรือเปล่า ? ....เป็นแบบสลับ ( alternation of Generation ) คือสลับระหว่างระยะ Gametophyte คือช่วงที่พืชมีโครโมโซมในเซลล์เป็น n เดียวสร้างเซลล์สืบพันธุ์และมีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ กับระยะ Sporophyte คือช่วงที่พืชมีโครโมโซมในเซลล์เป็น 2n สร้างสปอร์และมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

    ปล. ถ้าอยากทราบข้อมูลอื่น ๆ ก็ให้เข้ามาคุย มาถามครูจาก E-mail ที่ให้นะ ยินดีช่วยเหลือ สวัสดีจ๊ะ



ความคิดเห็นที่ 26

s4720706@psu.ac.th (Guest)
18 พ.ย. 2547 23:56
  1. ก็เข้าใจดีนะจ๊ะ



ความคิดเห็นที่ 27

เด็กชีวะ (Guest)
20 พ.ย. 2547 00:09
  1. จะตอบเท่าในสมุดเล็กเชอร์ละกันนะ (จะไม่พูดถึงคลาสนะ)

    1. อาณาจักรสัตว์ .........

    จะประกอบด้วยเซลล์ หลายเซลล์ ทำงานร่วมกันเป็นเนี้อเยื่อ

    จะต้องผ่านระยะ embryo (ตัวอ่อน)

    แบ่งเป็น

    1.ไฟลัม porifera ....เป็นพวกฟองน้ำ ไม่มีระบบเลือด ระบบหายใจ ไม่มีช่องตัว สืบพันธุ์โดยการแตกหน่อ ( budding)และสร้าง gemmule มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ส่วยใหญ่อาศัยอยู่ในทะเล



    2.coelenterata ........ เป้นพวกไฮดรา แมงกะพรุน มีเนื้อเยื่อ 2 ชั้นที่แท้จริง มีช่องกลางลำตัว ระบบประสาทแบบร่างแห ไม่มีเลือด อวัยวะหายใจ อวัยวะขับถ่าย การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศ



    3.platehelminthes.........พวกพลานาเรีย มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ไม่มีช่องลำตัว ไม่มีระบบเลือด ทางเดนอาหารไม่สมบูรณ์ มีเฟลมเซลล์ ปมประสาทแบบขั้นบันใด เป็นกระเทย



    4.nematoda..........พวกหนอนในน้ำส้มสายชู ทางเดินอาหารสมบูรณ์เป้นพวกแรก มีเฉพาะกล้ามเนื้อตามยาว ไม่มีระบบเลือด



    5. annilida................. พวกไส้เดือนดิน มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น มีช่องตัวแท้เป็นพวกแรก ลำตัวเป็นป้องที่แท้จริงทางเดินอาหารสมบูรณ์ ระบบเลือดแบบปิด มีฮีโมโกลบิน มีระยางค์ มีกล้ามเนื้อ 2 ชุด



    6. mollusca .......... พวกหอยงาช้าง หมึก มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ลำตัวอ่อนนุ่ม ระบบขับถ่ายมีไต บางชนิดมีเมตามอร์โฟซิส มี radula ตรงคอหอย



    7. arthropoda .............. มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ลำตัวแบ่งออกเป็นส่วนที่ชัดเจน มีขาต่อกันเป็นข้อๆ ระบบเลือดแบบเปิด มีระยางค์ปล้องละคู่ มีตาประกอบ



    8.echinodermata...................... มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น มีช่องลำตัวที่แท้จริง มี notochord เป็นแกนพยุงตัวอยุ่กลางหลัง



    .........................................................................................................

    2. อาณาจักรมอเนอรา

    แบ่งเป็น

    1.ดิวิชัน scizophyta .......................เป็นเซลล์โปรคาริโอต มีทั้ง DNAและ RNA สามารถสร้าง ATP ได้ มีการสร้างเอนโดสปอร์เมื่อสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม



    2. cyanophyta..................สังเคราะห์แสงได้ อาหารสะสมเป็นแป้ง สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ



    3.prochlorophyta ................มีคลอโรฟิลล์ เป็นเซลล์โปรคาริโอต มักอาศัยอยู่ในสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง

    .............................................................................................................

    3.อาณาจักรโปรติสตา .....เป็นเซลล์ยูคาริโอต แบ่งเป็น สาหร่าย ราเมือก โปรตัวซัว

    .............................................................................................................4.อาณาจักร ฟังไจ .......... ในเซลล์มีหลายนิวเคลียส สืบพันธุแบบอาศัยเพศเป็นหลัก

    ..............................................................................................................

    5.อาณาจักรพืช

    มีวงจรชีวิตแบบสลับ แบ่งเป็นมีท่อลำเลียงกับไม่มีท่อลำเลียง ผลเดี่ยวมาจากดอกเดี่ยว ผลรวมมาจากช่อดอก

    ....ส่วนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวกับใบเลี้ยวคู้ค่อยอธิบายนะ.........



    คงช่วยได้บ้าง








ความคิดเห็นที่ 28

seak_do@hotmail.com (Guest)
2 ธ.ค. 2547 14:19
  1. ปัจจุบันมีสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการจำแนกชนิดประมาณ 2 ล้านชนิด โดยจำแนกออกเป็นอาณาจักร (Kingdom) ต่าง ๆกันถึง 5 อาณาจักร ซึ่งเป็นระบบที่นิยมกันมากที่สุดในปัจจุบัน



    การจำแนกชนิดของสิ่งมีชีวิตนั้นอาศัยลักษณะสำคัญที่เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตแต่ละกลุ่ม โดยการแบ่งตามลำดับชั้นจากกลุ่มใหญ่ที่สุดลงไปถึงชนิดดังนี้



    อาณาจักร (Kingdom)



    ไฟลัม (Phylum) ของสัตว์ หรือดิวิชัน (Division) ของพืช



    ชั้น (Class)



    อันดับ (Order)



    วงศ์ (Family)



    สกุล (Genus)



    ชนิด (Species)





    --------------------------------------------------------------------------------



    การจำแนกอาณาจักรสิ่งมีชีวิต ออกเป็น 5 อาณาจักรดังนี้



    อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)



    อาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi)



    อาณาจักรโพรทิสตา (Kingdom Protista)



    อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)



    อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)



    อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)





    มอเนอราเป็นสิ่งมีชีวิตจำพวกเซลล์เดียวที่ไม่มีนิวเคลียส หรือไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส เรียกสิ่งมีชีวิตพวกนี้รวมๆ ว่า โพรแคริโอต (Prokaryote) ได้แก่ แบคทีเรีย และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน หรือไซอาโนแบคทีเรีย (cyanobacteria)



    อาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi)





    เห็ดราเป็นสิ่งชีวิตที่เซลล์มีนิวเคลียสหรือมีเยื่อหุ้มนิวเคลียสเรียกว่า ยูแคริโอต (eukaryote) อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่เซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ ไม่มีคลอโรฟิลล์ สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้ กินอาหารโดยสร้างน้ำย่อยแล้วปล่อยออกมาย่อยสารอินทรีย์จนเป็นโมเลกุลเล็กและดูดเข้าเซลล์ (saprophyte) ได้แก่ เห็ดและราชนิดต่างๆ



    อาณาจักรโพรทิสตา (Kingdom Protista)





    โพรทิสตาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเซลล์ชนิดยูแคริโอต มีทั้งชนิดเซลล์เดียวและหลายเซลล์ ได้แก่ สัตว์เซลล์เดียว (protozoa) สาหร่ายต่างๆได้แก่ สาหร่ายสีเขียว สาหร่ายสีน้ำตาล สาหร่ายสีแดง สาหร่ายสีทอง เช่น ไดอะตอม



    อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)





    พืชเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ เซลล์เป็นชนิดยูแคริโอต มีสารสีเพื่อการสังเคราะห์ด้วยแสงเรียกว่าคลอโรฟิลล์ ซึ่งมีหลายชนิด มีผนังเซลล์เป็นสาร เซลลูโลส สืบพันธุ์ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ มีวัฏจักรชีวิตแบบสลับ (alternation of generation) การจำแนกเป็นไฟลัมหรือดิวิชันใช้ลักษณะวัฏจักรชีวิตแบบสลัลที่มีระยะแกมีโทไฟต์ (gemetophyte) และสปอโรไฟต์ (sporophyte) การมีท่อลำเลียงอาหารและน้ำ มีรากและใบ และมีดอก (fower) หรือไม่มีดอก แบ่งออกเป็นดิวิชัน ดังนี้



    1. ดิวิชันไบรโอไฟตา (Division Bryophyta) เป็นพืชขนาดเล็ก ไม่มีระบบท่อลำเลียง มีระยะแกมีโทไฟต์เจริญเป็นอิสระนานกว่าระยะสปอโรไฟต์ ได้แก่ มอสส์ (moss) ลิเวอร์เวิร์ต (liverwort) และฮอร์นเวิร์ต (hornwort)



    2. ดิวิชันไซโลไฟตา (Division Psilophyta) พืชมีลำต้นยาวเรียว เริ่มมีท่อลำเลียง ไม่มีใบและรากที่แท้จริง ได้แก่สกุล Psilotum หรือหวายทะนอย



    3. ดิวิชันไลโคไฟตา (Divison Lycophyta) พืชโบราณ มีใบและรากที่แท้จริง มีท่อลำเลียง ได้แก่ สกุลSelagilnella หรือตีนตุ๊กแก สกุล Lycopediun หรือหญ้ารังไก่ สามร้อยยอด



    4. ดิวิชันสฟีโนไฟตา (Division Sphenophyta) ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อ ๆ มีรากและใบที่แท้จริง มีท่อลำเลียงที่แท้จริง ได้แก่สกุล Equisetum หรือหญ้าถอดปล้อง สนหางม้า



    5. ดิวิชันเทอโรไฟตา (Division Pterophyta) เป็นพืช เริ่มมีท่อลำเลียงพัฒนาดีขึ้น ไม่มีดอก ได้แก่เฟิร์น ผักแว่น จอกหูหนู แหนแดง ชายผ้าสีดา



    6. ดิวิชันไพโนไฟตา (Division Pinophyta) เป็นพืชยืนต้น มีเนื้อไม้ มีท่อลำเลียงที่พัฒนาดีขึ้น มีรากและใบ มีเมล็ด แต่เมล็ดไม่มีส่วนหุ้มเมล็ด (คือ เปลือย [ghymnosperm]) แบ่งเป็นสามซับดิวิชัน (subdivision) คือ



    6.1 ซับดิวิชัน Cycadicae คือพืชพวกปรง (Cycas)



    6.2 ซับดิวิชัน Pinicae ได้แก่ แป๊ะก้วย สกุล Ginkgo และพืชพวกสน เช่น สนสองใบ (Pinus merkusii) สนสามใบ (Pinus Kesiya) ไซเพรสส์ (Cypress) เรดวูด (redwood)



    6.3 ซับดิวิชัน Gneticae ส่วนใหญ่เป็นไม้เลื้อยขนาดใหญ่ เช่น มะเมื่อย สกุล Gnetum และพืชในทะเลทรายแอฟริกา สกุล Welwitschia



    7. ดิวิชันแมกโนลิโอไฟตา (Division Magnoliophyta) คือพืชไม้ดอกที่มีท่อลำเลียง มีใบและราก มีเมล็ดที่มีรังไข่ห่อหุ้ม แบ่งเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (monocots) และพืชใบเลี้ยงคู่ (dicots) หรือแบ่งเป็นสองชั้นคือ



    7.1 ชั้นแม็กโนลิออปซิดา (Class Magnoliopsida [dicots]) เช่น มะลิ



    7.2 ชั้นลิลิออปซิดา (Class liliopsida [monocots]) เช่น ข้าว กล้วย หญ้า



    อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)





    สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ ประกอบด้วยเซลล์ชนิดยูแคริโอต การจำแนกเป็นไฟลัมต่างๆใช้ลักษณะสำคัญคือ จำนวนชั้นของเนื้อเยื่อ ช่องภายในตัว ปล้องขา ลำตัว ชนิดของท่อทางเดินอาหาร สมมาตร (symmetry) ของลำตัว ชนิดของระบบไหลเวียน และการพัฒนาของระบบอื่นๆ แบ่งออกเป็นสอง ซับคิงดอม (Subkingdom) คือ ซับคิงดอมพาราซัว (Parazoa) ได้แก่ฟองน้ำและซับคิงดอมเมทาซัว (Metazoa) ได้แก่สัตว์อื่นๆที่เหลือ ซึ่งแบ่งย่อยเป็นไฟลัมต่างๆมากถึง 30 ไฟลัมในปัจจุบัน แต่ที่สำคัญมี 10 ไฟลัมคือ



    1. ไฟลัมพอริเฟอรา (Phylum Porifera) เป็นสัตว์หลายเซลล์ ไม่มีสมมาตร ลำตัวเป็นรูพรุน มีช่องน้ำเข้าและช่องน้ำออก มีโครงร่างแข็งหรือเป็นเส้นใยโปรตีน เช่น ฟองน้ำแก้ว สกุล Euplectella ฟองน้ำน้ำจืด สกุล Spongilla ฟองน้ำถูตัว สกุล Spongia



    2. ไฟลัมซีเลนเทอราตา (Phylun Coelenterata) เป็นสัตว์ที่มีเนื้อเยื่อสองชั้น มีสมมาตรแบบรัศมี(radial symmetry) มีท่อทางเดินอาหาร แต่ไม่มีช่องตัว มีเซลล์ไนโดไซต์ (cnidocyte) สร้างเข็มพิษ (nematocyst) แบ่งเป็นสามชั้น



    2.1 ชั้นไฮโดรชัว (Hydrozoa) ได้แก่ ไฮดรา (Hydra) แมงกะพรุนไฟ (Physalia)



    2.2 ชั้นไซโฟซัว (Scyphozoa) ได้แก่ แมงกะพรุนหนัง (Aurelia) แมงกะพรุนไฟ (Chironex)



    2.3 ชั้นแอนโทซัว (Anthozoa) ได้แก่ ปะการัง (coral) ปะการังเขากวาง (Acrepora) กัลปังหา (sea fan)



    3. ไฟลัมแพลทิเฮลมินทีส (Phylum Platyhelminthes) ได้แก่ หนอนตัวแบน มีเนื้อเยื่อสามชั้น ไม่มีช่องตัว มีสมมาตรแบบด้านข้าง (bilateralsymmetry) มีระบบย่อยอาหาร (บางชนิดไม่มี) แบ่งเป็นสามชั้น



    3.1 ชั้นเทอร์เบลลาเรีย (Turbellaria) ได้แก่ พลานาเรีย (Dugesia)



    3.2 ชั้นทรีมาโทดา (Trematoda) ได้แก่ พยาธิใบไม้ (fluke) เช่น พยาธิใบไม้ในตับ (Opisthorchis viverrini)



    3.3 ชั้นเซสโทดา (Cestoda) ได้แก่ พยาธิตัวตืด (tape worm) เช่น พยาธิตัวตืดหมู (Taenia solium)



    4. ไฟลัมเนมาโทดา (Nematoda) ได้แก่ หนอนตัวกลม มีเนื้อเยื่อสามชั้นมีสมมาตรแบบด้านข้าง มีช่องตัวเทียม (pseudocoet) เช่น พยาธิไส้เดือน (Ascaris lumbricoides) โรคเท้าช้าง (Brugia malayi)



    5. ไฟลัมแอนเนลิดา (Phylum Annelida) หนอนปล้อง ลำตัวแบ่งเป็นปล้องชัดเจน มีเนื้อเยื่อสามชั้นมีสมมาตรแบบด้านข้าง มีช่องตัวที่แท้จริง (coelom) มีระบบไหลเวียนและระบบประสาท แบ่งเป็นสามชั้น



    5.1 ชั้นโพลีคีตา (Polychaeta) ได้แก่ แม่เพรียง (Nereis) หนอนฉัตร (trbe worm)



    5.2 ชั้นโอลิโกคีตา (Oligochaeta) ได้แก่ ไส้เดือนดิน (Pheretima)



    5.3 ชั้นไฮรูดิเนีย (Hirudinea) ได้แก่ ปลิง (leech) ทากดูดเลือด (landleech)



    6. ไฟลัมมอลลัสกา (Phylum Mollusca) ลำตัวนิ่มมักมีเปลือกหุ้มเนื้อเยื่อสามชั้น มีสมมาตรด้านข้างมีช่องตัวลดรูปจนมีขนาดเล็ก มีระบบไหลเวียนและระบบประสาท แบ่งเป็นห้าชั้น



    6.1 ชั้นแอมฟินิวรา (Amphimeura) ได้แก่ ลิ่นทะเล (chiton)



    6.2 ชั้นแกสโทรโพดา (Gastropoda) ได้แก่ หอยกาบเดี่ยว (snail) หอยทาก (slug) ทากทะเล (nudibranch)



    6.3 ชั้นแพลีไซโพดา (Pelecypoda) ได้แก่ หอยกาบคู่ (bivalves) เช่นหอยแมลงภู่ (Mytilus biridis)



    6.4 ชั้นสแคโฟโพดา (Scaphoposa)ได้แก่ หอยงาช้าง (tusk shell)



    6.5 ชั้นเซฟาโลโพดา (Cephalopoda) ได้แก่ ปลาหมึกสาย หรือปลาหมึกยักษ์ (Octopus) ปลาหมึกกล้วย (Loligo) หอยงวงช้าง (nautilus)



    7. ไฟลัมอาร์โทรโพดา (Phylum Arthropoda) สัตว์ที่มีลำตัวแบ่งเป็นปล้องมีโครงร่างภายนอกหรือเปลือกปกคลุม ขาต่อเป็นข้อๆ สมมาตรแบบด้านข้างมีระบบไหลเวียนและระบบประสาท แบ่งเป็นสองซับไฟลัม คือ เคลิเซอราตา (Chelicerata) ได้แก่ แมงดาทะเล และแมงมุม และซับไฟลัมแมนดิบูลาตา (Mandibulata) เช่น กุ้ง ปู ตะขาบ กิ้งกือ แบ่งเป็นชั้นดังนี้



    7.1 ไซโฟซูริดา (Xiphosurida) ได้แก่ แมงดาจาน (Tachypleus gigas)



    7.2 อะแร็กนิดา (Arachnida) ได้แก่ แมงมุม แมงป่อง



    7.3 ครัสเตเชีย (Crustacea) ได้แก่ กุ้ง กั้ง ปู เพรียงหิน



    7.4 ไคโลโพดา (Chilopida) ได้แก่ ตะขาบ



    7.5 ไดโพลโพดา (Diplopoda)ได้แก่ กิ้งกือ



    7.6 อินเซกตา (Insecta) ได้แก่ แมลงต่างๆ



    8. ไฟลัมอีคิโนเดอร์มาตา (Phylum Echinodermata) เป็นสัตว์ทะเลทั้งหมด ผิวหนังมีหนาม ตัวอ่อนมีสมมาตรด้านข้าง ตัวเต็มวัยมีสมมาตรรัศมีมีระบบน้ำใช้ในการเคลื่อนที่ มีระบบไหลเวียน ระบบประสาท และระบบท่อทางเดินอาหาร จำแนกเป็นห้าชั้น



    8.1 ชั้นแอสเทอรอยเดีย (Asteroidea) ได้แก่ ปลาดาว หรือดาวทะเล (star fish)



    8.2 ชั้นโอฟิยูรอยเดีย (Ophiuroidea) เช่น ดาวเปราะ (brittle star)



    8.3 ชั้นอีคิยูรอยเดีย (Echiuroidea) เช่น เม่นทะเล (sea urchin) เหรียญทราย (sand dollar)



    8.4 ชั้นโฮโลทูรอยเดีย (Holothuroidea) เช่น ปลิงทะเล (sea cucumber)



    8.5 ไคนอยเดีย (Crinoidea) เช่น ดาวขนนก (feather star) พลับพลึงทะเล (sea lilly)



    9. ไฟลัมคอร์ดาตา (Phylum Chordata) สัตว์มีกระดูกสันหลัง มีสมมาตรด้านข้าง มีช่องตัวอย่างแท้จริง มีระบบต่างๆพัฒนาสูงสุด จำแนกเป็นสามซับไฟลัมคือ



    9.1 ซับไฟลัมยูโรคอร์ดาตา (Subphhylum Urochordata) ได้แก่ เพรียงหัวหอม (tunicate)



    9.2 ซับไฟลัมเซฟาโลคอร์ดาตา (Subphylum Cephalochordata)ได้แก่แอมฟิออกซัส(Amphioxus)



    9.3 ซับไฟลัมเวอร์ทีบราตา (Vertebrata) ได้แก่ สัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมด จำแนกเป็นชั้นดังนี้



    9.3.1 ชั้นแอ็กนาทา (Agnatha) ได้แก่ ปลาปากกลม (cyclostome)



    9.3.2 ชั้นคอนดริกไทอีส (Chomdrichthyes) ได้แก่ ปลากระดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลาฉนาก ปลากระเบน



    9.3.3 ชั้นออสทีอิกไทอีส (Osteichthyes) ได้แก่ ปลากระดูกแข็ง เช่น ปลากะพง ปลาช่อน ปลาหมอเทศ



    9.3.4 ชั้นแอมฟิเบีย (Amphibia) สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ได้แก่ กบ คางคก เขียด แซลาแมนเดอร์



    9.3.5 ชั้นแรปทิเลีย (Reptilia) สัตว์เลื้อยคลาน ได้แก่ เต่า ตะพาบน้ำ แย้ ตะกวด จิ้งจก จิ้งเหลน จระเข้



    9.3.6 ชั้นเอวีส (Aves) ได้แก่ นกชนิดต่างๆ เป็ด ไก่



    9.3.7 ชั้นแมมมาเลีย (Mammalia) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ แพลทิปัสปากเป็ด(duck-billed platypus) สัตว์มีถุงหน้าท้อง (marsupials) เช่น จิงโจ้ โอพอส ซัม แทสมาเนียนเดวิล สัตว์มีรก (placenta) เช่น กระรอก กระต่าย วัว ควาย ช้าง แรด ลิง คน



ความคิดเห็นที่ 34

patawut@hunsa.com (Guest)
14 ธ.ค. 2547 09:14
  1. ปัจจุบันมีสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการจำแนกชนิดประมาณ 2 ล้านชนิด โดยจำแนกออกเป็นอาณาจักร (Kingdom) ต่าง ๆกันถึง 5 อาณาจักร ซึ่งเป็นระบบที่นิยมกันมากที่สุดในปัจจุบัน

    การจำแนกชนิดของสิ่งมีชีวิตนั้นอาศัยลักษณะสำคัญที่เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตแต่ละกลุ่ม โดยการแบ่งตามลำดับชั้นจากกลุ่มใหญ่ที่สุดลงไปถึงชนิดดังนี้

    โดเมน (Domain)

    อาณาจักร (Kingdom)

    ไฟลัม (Phylum) ของสัตว์ หรือดิวิชัน (Division) ของพืช

    ชั้น (Class)

    อันดับ (Order)

    วงศ์ (Family)

    สกุล (Genus)

    ชนิด (Species)



    การจำแนกอาณาจักรสิ่งมีชีวิต ออกเป็น 5 อาณาจักรดังนี้

    1. อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)

    2. อาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi)

    3. อาณาจักรโพรทิสตา (Kingdom Protista)

    4. อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)

    5. อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)

    อาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi)

    เห็ดราเป็นสิ่งชีวิตที่เซลล์มีนิวเคลียสหรือมีเยื่อหุ้มนิวเคลียสเรียกว่า ยูแคริโอต (eukaryote) อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่เซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ ไม่มีคลอโรฟิลล์ สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้ กินอาหารโดยสร้างน้ำย่อยแล้วปล่อยออกมาย่อยสารอินทรีย์จนเป็นโมเลกุลเล็กและดูดเข้าเซลล์ (saprophyte) ได้แก่ เห็ดและราชนิดต่างๆ

    เนื้อหา

    ชนิดของสิ่งมีชีวิต

    สิ่งมีชีวิตในโลกนี้มีอยู่มากมายนับเป็นจำนวนล้านชนิด และไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดใดที่มีลักษณะเหมือนกันทุกประการ จึงจำเป็นที่ต้องจัดแบ่งสิ่งมีชีวิตออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อความสะดวกที่จะนำมาศึกษา และนำมาใช้ประโยชน์ต่าง ๆ การศึกษาเกี่ยวกับการจัดหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตเรียกว่า อนุกรมวิธาน ( TAXONOMY )

    หลักเกณฑ์ทั่วไปที่ใช้ใน การพิจารณาการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตออกเป็น หมวดหมู่ สรุปได้ดังนี้

    1. พิจารณาเปรียบเทียบลักษณะทั้งภายในและภายนอกของสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ว่ามีความเหมือนหรือคล้ายกันเพียงใด

    2. พิจารณาโดยอาศัยหลักการทางวิวัฒนาการที่ว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ที่มาจากบรรพบุรุษร่วมกันย่อมมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันทั้งสิ้น

    3. พิจารณาจากแบบแผนการเจริญของสิ่งมีชีวิตตั้งแต่แรก โดยอาศัยหลักที่ว่าสิ่งมีชีวิตที่มีความสัมพันธ์กันมากเพียงใด ก็ย่อมจะมีวิธีการเจริญคล้ายกันมากเพียงนั้น

    4. พิจารณาถึงขบวนการทางชีวเคมี และสรีรวิทยาของสิ่งมีชีวิตว่า มีความเกี่ยวข้องหรือคล้ายกันอย่างไร รวมทั้งศึกษาถึงการถ่ายทอดกรรมพันธุ์

    5. พิจารณาถึงพฤติกรรมความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนแพร่กระจายทางภูมิศาสตร์ของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ ด้วย

    การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตในปัจจุบัน

    ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้จัดจำแนกสิ่งมีชีวิต ออกเป็น 5 อาณาจักร ( Kingdom ) โดยอาศัยแนวคิดของวิตเทเกอร์ ( Whitaker, 1969 ) คือ



    3. อาณาจักรเห็ดรา ( Kingdom Fungi ) ได้แก่ สิ่งมีชีวิตพวกยูคาริโอต ส่วนมากมีหลายเซลล์ เซลล์ยังไม่มีดิฟเฟอเรนติเอชัน ไม่สามารถสร้างอาหาร ด้วยตัวเองส่วนใหญ่เป็นพวกย่อยสลายดูดอินทรีย์สาร จากสิ่งมีชีวิตที่ไปขึ้นอยู่ สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้ได้แก่ รา เห็ดต่างๆ

    3. อาณาจักรเห็ด รา

    ดิวิชัน ไฟโคไฟตา ( DIVISION PHYCOPHYTA ) เห็ด รา ที่แท้จริง เห็ด ( MUSHROOM ) และรา ( MOLD ) เห็ด และราเหมือนกันตรงที่ต่างก็มีเส้นใย ( HYPHA ) เหมือนกัน แต่ต่างกันที่เส้นใยของเห็ด มีการรวมกันเป็นกลุ่มก้อน ที่เรียกดอกเห็ดและมีรูปร่างต่าง ๆ กัน ส่วนเส้นใยของราไม่มีการรวมกลุ่มกัน แบ่งออกได้ 4 คลาส ได้แก่

    - คลาสไฟโคไมซีตีส ( PHYCOMYCETES ) : - ราขนมปัง

    - คลาสแอสโคไมซีตีส ( ASCOMYCETES ) : - เพนนิซิลเลียม , เห็ดโคน





    - คลาสเบซิดิโอไมซีตีส ( BASIDIOMYCETES ) : - เห็ดฟาง , เห็ดต่าง ๆ

    - คลาสดิวเตอโรไมซีตีส ( DEUTEROMYCETES ) ; - กลาก , เกลื้อน , โรคเท้าเปื่อย



    นอกจากนี้ ยังมีราบางชนิด อยู่รวมกับสาหร่ายแบบภาวะเกื้อกูลกัน เรียกว่า ไลเคนส์ ไลเคนส์มีทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ ลักษณะเป็นแผ่น คล้ายใบไม้ และลักษณะคล้ายกิ่งไม้



    ตอน ''เห็ดรา'' ผู้ย่อยสลายแห่งระบบนิเวศ

    วัน Tuesday 21 Sep 04 @ 16:45

    หัวข้อ: NSM Article



    หากบอกว่า เห็ดราเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับคนเราอย่างที่เราเองก็คาดไม่ถึง จะเชื่อหรือเปล่า ถ้าไม่เชื่อ… ก็ลองมองไปรอบ ๆ ตัวดู ไม่ว่าจะเป็นใน ดิน น้ำ อากาศ ต้นไม้ สัตว์ สิ่งไม่มีชีวิต หรือแม้กระทั่งภายในร่างกายของเรา เจ้าเห็ดรามันจะมีอยู่ทุก ๆ ที่นั่นแหละ ถึงตอนนี้หลาย ๆ คนคงจะนึกภาพมันไปในทางที่ให้โทษ เพราะถ้ามันได้เข้าไปอยู่ในร่างกายของเรา สิ่งที่ไม่พึงปรารถนาจะให้เกิดมันก็เกิดขึ้นได้ เช่น โรคเชื้อราในหนังศีรษะ (รังแค) โรคน้ำกัดเท้า (ฮ่องกงฟุต) หรือแม้แต่ในกรณีน่าเศร้าของนักร้องวัยรุ่นชื่อดัง ซึ่งถูกเชื้อราเข้าไปเกาะกินเส้นเลือดในสมองจากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำในคูน้ำ จนทุกวันนี้อาการก็ยังคงน่าเป็นห่วง



    แต่รู้หรือไม่ ว่านอกจากโทษแล้ว ในทางตรงกันข้าม เห็ดรา ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ และส่วนมากจะมีบทบาทในการเป็นผู้ย่อยสลายในธรรมชาติ ก่อให้เกิดระบบหมุนเวียนแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น คาร์บอน (C), ไนโตรเจน (N), ออกซิเจน (O) และฟอสฟอรัส (P) จากซากสัตว์สิ่งมีชีวิตให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อให้สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ได้ใช้ประโยชน์กันต่อไป โดยเจ้าเห็ดรานี้ จะมีทั้งที่เป็นเส้นใย และเป็นกลุ่มเส้นใย ส่วนมากถ้ามีขนาดเล็กจะเรียกว่า รา แต่ถ้ามีขนาดใหญ่มองด้วยตาเปล่าเห็นได้ชัดมักเรียกว่า เห็ด ซึ่งการพัฒนารูปร่างของเห็ดรานั้น จะแตกต่างกันไปตามชนิดของเห็ดรานั้น ๆ ส่วนลักษณะพิเศษของมันก็คือ สามารถสืบพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ แต่มันจะไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ เนื่องจากไม่มีรงควัตถุที่จะช่วยในการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหารด้วยตัวเองเหมือนกับพืช แต่เห็ดราก็มีวิธีที่จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยการรับสารอาหารจากภายนอกในรูปแบบการเกาะกินหรือเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เรียกว่า เป็น ปรสิต หรือเป็นผู้ย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตนั่นเอง

    ลองทายกันดู ว่าในปัจจุบันนี้มีเห็ดราที่มนุษย์เราค้นพบกี่ชนิด ซึ่งคำตอบคงทำให้ตกใจกันไม่น้อย เพราะมันมีมากมายถึง 100,000 ชนิด ยิ่งกว่านั้น นักเห็ดราวิทยา ยังได้ประมาณการไว้ว่า จำนวนเห็ดราที่แพร่กระจายอยู่ทั่วโลกน่าจะมีอยู่ถึง 2.5 ล้านชนิดด้วยซ้ำ มากมายขนาดนี้เราจึงได้จัดให้มันเป็นหนึ่งในอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตที่มีชื่อว่า อาณาจักรเห็ดรา หรือ อาณาจักรฟังไจ ที่หลาย ๆ คนคงพอเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง

    แต่แค่เคยได้ยินได้ฟังอย่างเดียวมันคงยังไม่พอ ในวันนี้เราจึงได้ไปเสาะหาสถานที่ที่ รวบรวมความรู้ในเรื่องของอาณาจักรเห็ดรา ซึ่งมีการจัดแสดงในรูปแบบของนิทรรศการและชิ้นงานจำลองมาแนะนำน้อง ๆ โดยสถานที่ที่ว่านี้ก็คือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา แหล่งรวบรวมข้อมูลและจัดแสดงนิทรรศการทางธรรมชาติวิทยาที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกของประเทศไทย

    อาณาจักรเห็ดราที่ถูกจำลองขึ้นในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยานี้ มีรูปแบบการนำเสนอที่ น่าสนใจมาก เนื้อหาสาระยังมีการย่อยให้เข้าใจได้ง่ายด้วยสื่อนำสมัย นับตั้งแต่ตู้โชว์ขนาดใหญ่ที่มีเห็ดยักษ์ ซึ่งใครต่อใครจะต้องสะดุดตา ยิ่งกว่านั้น ภายในตู้ยังมีการจำลองตัวอย่างเห็ดราที่แบ่งตามไฟลัมต่าง ๆ เช่น ไฟลัมราขนมปัง ไฟลัมราถุง และไฟลัมเห็ด โดยเฉพาะไฟลัมเห็ดนั้น จะมีการแบ่งเป็นอันดับต่าง ๆ อาทิ เห็ดมีครีบ เห็ดปะการัง เห็ดหูหนู เป็นต้น

    ส่วนคำอธิบายก็จะอยู่ภายในตู้เดียวกัน โดยจะแบ่งไปตามแต่ละไฟลัมหรืออันดับของ เห็ดรานั้น ๆ และเพื่อความสะดวกในการอ่าน บริเวณด้านหน้าของตู้จะมีปุ่มให้กด ซึ่งเมื่อเรากดลงไปที่ปุ่มใด ข้อมูลที่เราต้องการทราบก็จะมีแสงสว่างขึ้นมาทันที

    หันมาอีกฝั่งด้านตรงข้ามตู้โชว์ เราก็จะพบกับวัสดุตัวอย่าง ซึ่งมีทั้งสิ่งที่เป็นผลเสียจากการทำลายของรา อย่างการเกิดเชื้อราดำบนขนมปัง มันฝรั่งที่เป็นโรคเน่าจากเชื้อรามันเทศ พวงองุ่นที่เป็นโรคราน้ำค้าง และผลิตภัณฑ์ที่นำเห็ดรามาใช้ในการผลิต เช่น เครื่องปรุงจำพวกซีอิ๊วที่ทำจากเชื้อราดำซีอิ๊ว เนยแข็งที่ทำจากเชื้อราเขียวเนยแข็ง ขนมปัง ปาท่องโก๋ที่ทำจากเชื้อยีสต์ หรือยารักษาโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ยาปฏิชีวนะที่ผลิตจากเชื้อราเขียวเพนนิซิลิน เห็ดกระบองยาจีนที่ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง รวมทั้งเห็ดหลินจือที่รู้จักกันดีว่ามีสรรพคุณทางยา แม้แต่ในเครื่องสำอางค์บางชนิดก็ยังนำไปเป็นส่วนผสม

    และอีกหนึ่งชิ้นงานที่ไม่อยากให้พลาดก็คือ คอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส ที่บรรจุข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับอาณาจักรเห็ดราที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ฯ ไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งใครที่ชอบการสืบค้นแบบไฮเทคอย่างนี้ รับรองได้ว่าไม่ผิดหวัง

    ใครที่สนใจอยากจะมาเรียนรู้เรื่องอาณาจักรเห็ดรา หรือความรู้ด้านธรรมชาติวิทยาอื่น ๆ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้ ซึ่งที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ฯ นี้จะอยู่ในรั้วเดียวกันกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ คลองห้า ปทุมธานี เปิดให้บริการทุกวันอังคาร - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.30 – 17.00 น.



    อาณาจักรฟังไจ หมายถึงสิ่งมีชีวิตพวกเห็ดรา ตัวอย่างเช่น ราขนมปัง ยีสต์ ราเขียว ราดำ เห็ตต่าง ๆ มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ

    โดยทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลายอินทรียสาร ทำให้มีการหมุนเวียนในระบบนิเวศ

    ลักษณะร่วมสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักฟังไจ

    1. อาจมีเซลล์เดียว เช่น ยีสต์ แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกหลายเซลล์

    2. พวกหลายเซลล์ ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ที่มีลักษณะเส้นใย เส้นใยแต่ละเส้นเรียกว่า ไฮฟา(Hypha) ไฮพามักรวมกันเป็น

    กระจุกเรียกว่า ไมซีเลียม(mycelium) ไฮฟามีไรซอยด์

    ช่วยยึดเห็ดราให้ติดแน่นกับที่ และบางส่วนของไฮฟาทำหน้า

    ที่สร้างสปอร์

    3. โครงสร้างของเซลล์เป็นเซลล์แบบยูคาริโอต มีผนังเซลล์คล้ายพืช (มีองค์ประกอบเป็นเซลลูโลสและไคทิน) แต่ไม่มีคลอโรฟิลล์ ดังนั้นสร้างอาหารเองไม่ได้ ดำรงชีวิตแบบปรสิตหรือแบบภาวะ

    มีการย่อยสลาย หรือบางชนิดอยู่ร่วมกับสาหร่ายที่ต้องพึ่งพา(ไลเคน)

    4. ส่วนใหญ่สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ สปอร์มีทั้งที่เกิดจากการ

    สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศและแบบอาศัยเพศ นอกจากนี้ยังมีการ

    สืบพันธุ์แบบอื่น ๆ เช่น รา ขนมปัง สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยวิธ

    ีคอนจูเกชัน ยีสต์สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยวิธีการแตกหน่อ

    การจัดจำพวกฟังไจ

    โดยทั่วไปใช้การสร้างสปอร์ที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็นเกณฑ์ แบ่งออกเป็น 4 ดิวิชัน ได้แก่

    1. ดิวิชันไซโกไมโคตา (Zygomycota) สร้างไซโกสปอร์(zygospores)

    2.ดิวิชันแอสโคไมโคตา (Ascomycota) สร้างแอสโคสปอร์(ascospores)

    3.ดิวิชันเบสิดิโอไมโคตา(Basidiomycota) สร้างเบสิดิโอสปอร์(basidiospores)

    4.ดิวิชันดิวเทอโรไมโคตา(Deuteromycota) หรือเรียกอีกอย่างว่า Fungi imperfecti สร้างสปอร์ไม่ทราบว่าชนิดใดเนื่องจากนิวเคลียสของสปอร์หลอมรวมกัน

    (พบว่าส่วนใหญ่ดูเหมือนเป็นพวกแอสโคสปอร์)

    ประโยชน์

    ด้านอาหาร นำมาประกอบอาหาร

    ด้านอุตสาหกรรม การผลิตกรดอินทรีย์ ใช้ผลิตสารเคมีต่าง ๆ ใช้ในการหมัก เช่นยีสต์

    ด้านการแพทย์ ผลิตยากปฏิชีวนะ

    โทษของเห็ดรา

    อาจเป็นโรคของพืช เช่น โรคราสนิมในกะหล่ำ ราน้ำค้างในองุ่น เป็นต้น



    1. ดิวิชันไซโกไมโคตา (Zygomycota) สร้างไซโกสปอร์(zygospores)

    ได้แก่ Rhizopus nigricans เป็นราดำที่ขึ้นบนขนมปัง (Black bread mold)ผลไม้ และอาหารเน่าเสีย ส่วนใหญ่เป็นราที่อาศัยบนบก

    ลักษณะสำคัญ

    -ไฮฟาไม่มีเยื่อกั้น ดังนั้นไฮฟามีนิวเคลียสจำนวนมาก

    -ผนังเซลล์เป็นสารไคทิน

    -ไม่มีเซลล์ใมีแฟลเจลลัม

    การสืบพันธุ์ สร้างสปอร์ 2 ชนิด

    -สปอร์จากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ คือ ไซโกสปอร์ เป็นสปอร์ที่เจริญมาจากไซโกต(เกิดจากการรวมตัวกันของ gameetangium)

    มีลักษณะผนังหนา ทนทาน

    -สปอร์จากการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ คือ สปอร์แรงจิโอสปอร์(sporangiospores)



    2.ดิวิชันแอสโคไมโคตา (Ascomycota) สร้างแอสโคสปอร์(ascospores) ราในดิวิชันนี้มีจำนวนชนิดมากที่สุด ตัวอย่างคือ saccharomyces cerevisiae หรือ ยีสต์หมักเบียร์(Brewer's yeast) ราสีแดง(Monascus sp.) ที่ใช้ผลิตข้าวแดงและเต้าหู้ยี้ ราน้ำค้าง และมีบางชนิดสร้างดอกเห็ดซึ่งใช้เป็นอาหารได้

    ลักษณะสำคัญ

    ไฮฟามีเยื่อกั้น แต่เยื่อกั้นมีรูทะลุ(perforated septum) ทำให้ไซโทพลาซึมและนิวเคลียสไหลถึงกันได้(ยกเว้นยีสต์ซึ่งเป็นเซลล์เดียว

    การสืบพันธุ์ สร้างสปอร์ 2 ชนิด

    1.สปอร์จากเซลล์สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ คือแอสโคสปอร์(ascospores) ลักษณะผนังหนา(เป็นเซลล์อิสระที่แตละสปอร์มีผนังและไซโทพลาซึมหุ้มนิวเคลียส) ถูกสร้างภายในถุง(sac) เรียกว่า แอสคัส(ascus) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของราในดิวิชันนี้ จำนวนสปอร์ในถุงแอสคัสอาจมี 1,4,8 หรือจำนวนมาก แล้วแต่ชนิดของรา ดังนั้นเรียกอีกอย่างว่า แซคฟังไจ(sac fungi)

    2.สปอร์จากการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ อาจเป็นสปอร์เดี่ยว หรือต่อกันเป็นลูกโซ่ตรง

    ปลายเส้นใยที่เรียกว่า โคนิเดียม

    ยีสต์เป็นราเซลล์เดี่ยว มีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยการแตกหน่อ หรือบางชนิดโดยการแบ่งตัว(fission) หรือสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยสร้างแอสโคสปอร์จำนวน 4 หรือ 8 สปอร์ในแอคัสเดี่ยวที่ไม่มีสิ่งห่อหุ้มพวกที่สร้างดอกเห็ดกินได้ ได้แก่ morel ,truffle



    3.ดิวิชันเบสิดิโอไมโคตา(Basidiomycota) สร้างเบสิดิโอสปอร์(basidiospores)ได้แก่ เห็นที่กินเป็นอาหารได้และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ตัวอย่าง เห็ดฟาง (volvariclla volvacea) เห็ดหอม (Lentinula edodes) เห็ดหูหนู เห็ดนางรม เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดแชมปิญอง เห็ดกระดุม

    ลักษณะสำคัญ

    -ไฮฟา มีเยื่อกั้นแบบรูพรุน

    -ไมซีเลียมมี 3 ระยะ

    ระยะแรก เพิ่งเจริญขึ้นจากสปอร์มีนิวเคลียสเดียว

    ระยะที่สอง แต่ละเซลล์มี2นิวเคลียส

    ระยะสาม เกิดจากไมซีเลียมระยะสองรวมตัวกันคล้ายเนื้อเยื่อประกอบขึ้นเป็นก้านและดอกเห็ด

    สร้างสปอรจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

    เรียกว่า basidiospore ถูกสร้างที่ภายนอกโครงสร้าง

    เรียกว่าเบสิเดียม แบ่งออกเป็น 2 พวก คือ

    1. พวกที่มีเบสิเดีย 4 เบสิดิโอสปอร์

    2. พวกที่มีเบสิเดีย 1เบสิดิโอสปอร์

    พวกที่มีวิวัฒนาการสูงสุด เบสิเดียมเกิดอยู่บนฟรุตติงบอดีที่เรียกว่า เบสิดิโอคาร์ป(basidiocarp) หรือดอกเห็ด





    4.ดิวิชันดิวเทอโรไมโคตา(Deuteromycota) สร้างสปอร์ไม่ทราบว่าชนิดใดเนื่องจากนิวเคลียสของสปอร์หลอมรวมกันเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า fungi imperfecti หมายถึง กลุ่มของราหลายชนิดที่ไม่พบว่ามีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศได้แก่ ราที่นำมาผลิตเพนิซิลลิน(Penicilium sp.) ราที่ใช้ผลิตกรดซิตริก (Aspergilus niger) รวมทั้งราที่ใช้ผลิตเนยแข็ง ราที่ทำให้เกิดโรคกลากเกลื้อน เท้าเปื่อย

    ลักษณะสำคัญ

    -ไมซีเลียมมีผนังกั้นเช่นเดียวกับดิวิชันแอสโคไม

    โคตาและเบสิดิโอไมโอตา

    -วัฏจักรชีวิตไม่พบการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

    พบแต่ระยะโคนิเดีย(conidia stage) คือ สร้างสปอร์แบบไม่อาศัยเพศในโครงสร้างที่เรียกว่า โคนิเดีย(conodia)



    2. พวกที่ไม่มีคลอโรฟีลล์ พืชไม่มีดอกพวกนี้จะไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ แต่จะรับอาหารโดยการดูด

    ซึมสารอินทรีย์ที่ได้จากการย่อยสลาย เช่น เห็ด รา ยีสต์

    2.1 เห็ด เป็นพืชไม่มีดอก มีหลายชนิด มีรูปร่างแตกต่างกันไปตามชนิด เห็ดมีรูปร่างคล้ายหมวกหรือร่ม มักจะมีครีบเป็นแผ่นๆ อยู่ข้างใต้เรียงเป็นแถวมากมาย บนครีบเต็มไปด้วยอับสปอร์วึ่งภายในมีสปอร์มากมาย เห็ดไม่มีคลอโรฟีลล์จึงไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง สืบพันธุ์โดยใช้วิธีสร้างสปอร์

    2.2 รา เป็นพืชไม่มีดอกไม่มีคลอโรฟีลล์จึงไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ ต้องใช้ไรซอยด์ดูดอาหารจากสิ่งที่มันขึ้นอยู่ ( ไรซอด์ไม่ใช้รากที่แท้จริง ) สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์

    2.3ยีสต์ หรือเชื้อหมัก หรือส่าเหล้า เป็นพืชไม่มีดอกที่ไม่มีคลอโรฟีลล์จึงสร้างอาหารเองไม่ได้ ยีสต์มีลักษณะเป็นรูปรีคล้ายไข่ สืบพันธุ์โดยการแตกหน่อ และการสร้างสปอร์

    การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืชไม่มีดอก

    พืชพวกนี้นส่วนใหญ่มีวิธีการสืบพันธุ์แบบง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน ดังนี้

    1. ใช้วิธีการแบ่งตัวออกเป็นส่วนๆ เช่น แบคทีเรีย ตะไคร่น้ำ เป็นต้น

    2. ใช้วิธีการแตกหน่อ เช่น ยีสต์

    3. ใช้วิธีการสร้างสปอร์ ซึ่งเป็นวิธีการที่พืชไม่มีดอกส่วนใหญ่ใช้ในการสืบพันธุ์สปอร์ที่พืชสร้างขึ้นมาจะมีลักษณะเป็นผงเล็กๆ บรรจุอยู่ในอับสปอร์ และเมื่ออับสปอร์นี้แตกออกสปอร์ก็จะฟุ้งกระจายออกมา เมื่อตกลงบนบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความชื้นจะสามารถเจริญเป็นต้นใหม่ได้ พืชที่สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ เช่น เห็ด รา เฟิร์น มอส

    4. ใช้วิธีการงอกใหม่ เช่น สาหร่าย จะแตกออกเป็นชั้นแล้วงอกเป็นต้นใหม่

    Kindom Fungi (ยึดตามหลักสูตรแบบเรียน ม.ปลาย อันนี้ต้องเข้าใจว่ามีหลายระบบมาก ยิ่งเรียนยิ่งผสมกันมากมาย)



    รา คือ สิ่งมีชีวิตพวก Eukaryote ที่มีการสร้างเส้นใย มีการสืบพันธ์โดยอาศัยสปอร์ มีชีวิตแบบ heterotroph มี cell wall เป็นสารประเภท chitin (พบ cellulose เพียงไม่กี่ชนิด) อันที่จริง คำจำกัดความของรานั้นบอกให้ชัดไปเลยลำบาก เพราะแต่ละชนิดมีลักษณะแตกต่างกันออกไป เช่น ยีสต์ ซึ่งไม่สร้างเส้นใยเป็นต้น

    แบ่งเป็น 4 Phylum ตามลักษณะสปอร์ของการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ



    1. Phylum Zygomycota เส้นใยไม่มีผนังกั้น Aseptated hypha(cenocytic hypha) มีการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศด้วยวิธี Gametengial copulation ได้สปอร์ที่เรียกว่า Zygospore ราในไฟลัมนี้เช่น ราขนมปัง(Rhizorpus sp.)



    2. Phylum Ascomycota(ในปัจจุบัน ตำราใหม่ๆได้จัดรวมเอาราใน Phylum Deuteromycotaเข้าไปไว้ในนี้ด้วยทั้งหมด) เส้นใยของรากลุ่มนี้มีผนังกั้น แต่ไม่สมบูรณ์ มีช่องว่างให้นิวเคลียสและออร์แกเนลไหลผ่านได้ มีการสบพันธ์แบบอาศัยเพศโดยAnteridium(อวันวะสืบพันธ์ราตัวผู้?) จะถ่ายทอดนิวเคลียสให้กับ Ascogonium(ตัวเมีย?) และจะได้ ascospore ในถุง ascus(เพราะงั้นบางทีเราก็เรียกราพวกนี้ว่า sac fungi) ซึ่งจะมีจำนวนascosporeเป็นจำนวนแน่นอนคือทวีคูณของ4 (ส่วนมากที่พบคือ8) พวกนี้ได้แก่ ยีสต์ขนมปัง(Sacaromyces sp.) Aspergilus spp. และราถ้วย



    3. Phylum Basidiomycota(บางทีเรียกว่าclub fungi เนื่องจากสปอร์ของมัน) ไฮฟามีผนังกั้นสมบูรณ์ มีการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศและเส้นใยมีระยะที่เรียกว่า Dikaryon นาน(ระยะที่แต่ละช่องของเส้นใยมีนิวเคลียสสองอันจากการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ) ดอกเห็ดที่เราเก็บกินก็เป็นเส้นใยในระยะนี้ ราในไฟลัมนี้ได้แก่เห็ดทั้งหลาย และราสนิม



    4. Phylum Deuteromycota เป็นราที่ยังไม่พบการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ ถ้าพบก็จัดเข้ากลุ่มต่อไป



    เสริม

    - ราที่มีการสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ ก็สามารถสืบพันธ์แบบไม่อาศัยเพศได้

    - ในหนังสือใหม่ๆ จะรวม Deuteromycota เข้ากับ Ascomycota และจะเพิ่มราในกลุ่ม Chytridiomycota เพิ่มอีก 1 phylum

    - ราน้ำ(straminopila) อันประกอบด้วย

    Phylum Oomycota

    Phylum Hypochitridiomycota

    Phylum Labyrynthulomycota



    ราเมือก(Slimemold) อันประกอบด้วย

    Phylum Plasmodiophoromycota

    Phylum Dictyosteliomycota

    Phylum Acrasiomycota (cellular slimemold)

    Phylum Myxomycota (Plasmodium slimemold)



    ล้วนจัดเป็น Fungus-liked protist คือโปรติสต์ที่คล้ายรา เพราะมีบางอย่างไม่ใช่รา เช่น บางช่วงของชีวิตเคลื่อนไหวได้ (มีzoospore) มีcellulose เป็น cell wall



ความคิดเห็นที่ 37

เดก ม.2 (Guest)
4 ม.ค. 2548 22:50
  1. เจ๋งจิงๆค่ะพี่



ความคิดเห็นที่ 40

451021128@tsu.ac.th (Guest)
9 ม.ค. 2548 15:13
  1. ช่วยสรุปวิธีการเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดิน หน่อยนะครับ



ความคิดเห็นที่ 41

โก๋แก่ vcharkarn veditor
9 ม.ค. 2548 17:05
  1. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 โดยคุณ patawut@hunsa.com

    ขอขอบคุณแทนน้องๆ ที่ได้ข้อมูลจากคำตอบที่ได้จากท่านนี้

    ผมไม่อยู่ในวิทยาการด้านนี้ เลยไม่ทราบว่ามีตอบลักษณะนของท่านนี้ในความเห็นอื่นๆอีกหรือไม่ แค่เห็นความเห็นเดียวก็คิดว่าสามารถเดาไปถึงส่วนลึกของท่านได้ และซาบซึ้งถึงความปรารถนาดีของท่าน ที่มีต่อผู้อื่น



    ดีใจกับนักเรียนนักศึกษาที่เรียนกับท่าน (ถ้าเป็นอาจารย์)ท่านได้ผู้สั่งสอนที่ประสงค์ให้ท่านได้เรียนรู้ โดยไม่หวังค่าตอบแทนใดๆ เป็นหลัก (อย่าลืมไปคารวะในวันครูนะ)ไม่งั้นเอาไปเขียนเป็นตำรา หรือ ชีท ขายดีกว่าเยอะเลย

    ถ้าทำอาชีพอื่นๆก็ขอให้ผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชา ได้มองเห็นความรู้ ความสามารถและศักย์ภาพ ของท่านที่ควรจะใช้ให้เป็นประโยชน์ ต่อองค์กร ตัวท่านและประเทศชาติ(อย่าลืมขึ้นเงินเดือนด้วยละ)

    หากเมืองไทยมีคนลักษณะนี้เยอะๆ อนาคตของเด็กไทย และประเทศชาติต้อง รุ่ง แน่นอน



    ไม่ทราบว่าท่านเป็นส่วนหนึ่งของ เวป นี้หรือไม่ หากไม่น่าจะได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาของทางเวปในฐานะ พหูสูต ทางชีววิทยาประจำเวป

    อยากฝากถึง เวป มาสเตอร์ให้ช่วยปรับปรุงที่จะทำให้ สมาชิกสามารถตามไปดูความเห็นต่างๆของสมาชิกที่เชียวชาญในเรื่องนั้นๆ แสดงความเห็นต่างๆเข้ามา เพื่อได้ข้อมูลที่ผู้รู้เรื่อง หรือชำนานการ แต่ละท่านตอบไว้ในที่ต่างๆกัน

    และทุกเดือน หรือ ทุก 3เดือนมีการเปิด ลงคะแนน ท่านที่มี ความเห็น, บทความ, กระทู้,ความขยัน หรือคำแนะนำ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และสร้างความนิยมให้ แก่เวปได้

    ถ้าจะให้ประมวลตอนนี้ (เข้ามาเวปนี้ อาทิตย์กว่าๆเอง) ก็จะได้ดังนี้

    อันดับ 1 อ. นิรันดร์ เรื่องการบ้านและกระทู้ทาง ฟิสิกส์

    2 อ. พวงร้อย เรื่อง ปรากฎการทางธรรมชาติต่างๆ

    3 patawut เรื่องคำตอบทางชีววิทยา



    ขอสนับสนุนให้ เวปนี้สร้างคุณค่า และ คุณประโยชน์แก่เยาวชน ผลดีของอินเตอร์เนท และการศึกษาของชาติ ตลอดไป ชั่วกาลนาน เทอญ



    สวัสดีปีใหม่ แด่ทุกท่านที่มีความปรารถนาดีต่อชาวไทย และ มนุษยชาติ

    และลาก่อน สุนามิ อย่าได้พบกันอีกเลยทั้งชาตินี้ และชาติหน้า














ความคิดเห็นที่ 42

girl (Guest)
13 ม.ค. 2548 17:27
  1. อยากทราบข้อแตกต่างระหว่าง gametophyte และ sporophyte อย่างละเอียดค่ะ ถ้ามีรูปด้วยจะดีมาก



    ขอบคุณค่ะ



ความคิดเห็นที่ 46

กาน (Guest)
20 ม.ค. 2548 17:06
  1. อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับ Phylum Ctenophora



ความคิดเห็นที่ 49

พลอย (Guest)
21 ม.ค. 2548 21:25
  1. อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของกบ และอยากรู้ว่าทำไมกบถึงต้องเปลี่ยนสีคะ?



ความคิดเห็นที่ 50

Ravan (Guest)
23 ม.ค. 2548 21:07
  1. นี่วอลวอกซ์นี่เป็นสาหร่ายหรือโปโตซัวครับ แล้วสังเคราะห์แสงได้หรือไม่ ช่วยตอบด้วย อ้อแล้วอยู่ในอาณาจักรไหน ไฟลัมอะไร ถ้าบอกทั้งหมดจะดีมากๆ มันสร้างออกซิเจนไหม อย่างไร



ความคิดเห็นที่ 52

jj (Guest)
27 ม.ค. 2548 18:34
  1. Volvox spp. เป็นสาหร่ายหรือโปรโตซัว ที่อยู่รวมกันเป็นโคโลนี (colony) ซึ่งแต่ละโคโลนีประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากหลายร้อยจนถึงหลายพันเซลล์ แต่ละเซลล์ในโคโลนีจะมีคลอโรพลาสต์ 1 แผ่นและมีหนวด (flagella) สองเส้น



    การจะบอกว่าเป็นโปรโตซัว หรือสาหร่ายขึ้นกับหลักที่เรายึดถือ ซึ่งทั้งนักพฤกษศาสตร์และสัตววิทยาก็ต่างจัดสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะครึ่ง ๆ กลาง ๆระหว่างพืชกับสัตว์เช่นเดียวกับ Volvox นี้ให้อยู่ในระบบของตัวเอง หรือนักชีววิทยาบางท่านก็ว่าสิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้มีลักษณะเชื่อมโยงระหว่างพืชและสัตว์ควรจัดให้เป็นอาณาจักรใหม่ แต่ส่วนใหญ่แล้วนักพฤกษศาสตร์จะจัดให้เป็นสาหร่ายเซลล์เดียวกลุ่มสาหร่ายสีเขียวเนื่องจากความสามารถในการสังเคราะห์แสง ส่วนนักสัตววิทยาก็จัดให้อยู่ในกลุ่มโปรโตซัวจากความสามารถในการเคลื่อนที่ได้ด้วย flagella



    ดังนั้นเราจะจัดให้ Volvox อยู่กลุ่มใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความเชื่อและถ้าอยากคิดว่าควรจะอยู่ในกลุ่มใดจริง ๆ ก็ต้องหาหลักฐานมายืนยันสมมุติฐานและนำเสนอต่อการประชุมวิชาการนานาชาติ



    ถ้าจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์จะมีลำดับอนุกรมวิธานดังนี้

    Kingdom Protista

    Phylum Protozoa

    Class Mastigophora (โปรโตซัวที่เคลื่อนที่ด้วย flagella)

    Subclass Phytomastigophora (กลุ่มที่มีรงควัตถุช่วยการสังเคราะห์แสง)



    ถ้าจัดอยู่ในกลุ่มพืช

    Kingdom Protista

    Division Chlorophyta (สาหร่ายสีเขียว)

    Class Chlorophyceae (มีคลอโรฟิลด์ a, b เป็นหลัก)

    Order Volvocales (เซลล์เดี่ยวมีหนวด 2 เส้น อยู่รวมกันเป็นโคโลนี)



    กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถในการสังเคราะห์ด้วยแสงได้ และมีอวัยวะช่วยในการเคลื่อนที่ได้ด้วย เป็นที่ถกเถียงสำหรับนักชีววิทยาหลายแขนง ยังมีอีกหลายกลุ่ม ที่เป็นที่รู้จักอื่น ๆ เช่น Euglena(ยูกลีนา) Class Euglenophyceae, Dinoflagellate(ไดโนแฟลเจลเลต) Class Dinophyceae เป็นต้น



    (ลำดับอนุกรมวิธานที่เขียนไว้ ให้ดีควรเช็คความถูกต้องอีกที เพราะไม่แน่ใจว่าเขียนถูกทั้งหมดรึเปล่า ใครเห็นผิดอะไรก็ช่วยแก้ไขด้วยนะคะ)

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น