เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

ชื่อเรื่องการประเมินโครงการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านหาญ จังหวัดสตูล ปีการศึกษา 2559

ผู้รายงาน นางฮาบีบะ หลงสลำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหาญ

ปีที่รายงาน ปีการศึกษา 2559

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

รายงานการประเมินโครงการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาตามหลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านหาญ จังหวัดสตูล ปีการศึกษา 2559 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินด้านสภาพแวดล้อม ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิตของโครงการ โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) มาใช้ในการประเมิน โดยวิธีการประเมิน 2 ลักษณะ คือ 1) ประเมินโดยใช้แบบสอบถามที่ผู้รายงานสร้างขึ้น 2) ประเมินโดยใช้แบบบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสถานศึกษาและแบบบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)

กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ ประกอบด้วยประชากรครู 5 คน กลุ่มตัวอย่างนักเรียน 27 คน กลุ่มตัวอย่างผู้ปกครอง 27 คน และกลุ่มตัวอย่างคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 7 คนเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)5 ระดับ และมีข้อคำถามปลายเปิดจำนวน 6 ฉบับ ทุกฉบับผ่านการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ โดยมีค่าความเชื่อมั่นระหว่าง .88 - .97 แบบบันทึกข้อมูลตามสภาพจริงเกี่ยวกับผลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสถานศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ปีการศึกษา 2559 และแบบบันทึกข้อมูลตามสภาพจริงเกี่ยวกับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหาญ ปีการศึกษา 2559 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้โปรแกรม SPSS for WindowVersion 22

ผลการประเมินพบว่า

1. ผลการประเมินด้านสภาพแวดล้อมของโครงการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านหาญ จังหวัดสตูล ปีการศึกษา 2559 ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและครู จำแนกตามประเด็นตัวชี้วัด ค่าน้ำหนักและเกณฑ์การประเมิน โดยภาพรวมทั้ง 2 กลุ่มที่ประเมินและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 15 ผ่านเกณฑ์การประเมิน และเมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่มผู้ประเมิน พบว่า กลุ่มคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.63, S.D. = .10) ได้คะแนนเฉลี่ย 15 ผ่านเกณฑ์การประเมิน รองลงมาได้แก่ กลุ่มครู อยู่ในระดับมากที่สุด (m= 4.52,s= .26) ได้คะแนนเฉลี่ย 15 ผ่านเกณฑ์การประเมิน

2. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านหาญ จังหวัดสตูล ปีการศึกษา 2559 ตามความคิดเห็นของครู จำแนกตามประเด็นตัวชี้วัด ค่าน้ำหนักและเกณฑ์การประเมิน โดยภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (m= 4.20, s= .10) ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน และเมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัด พบว่า ตัวชี้วัดหน่วยงานที่สนับสนุนโครงการ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (m= 4.30, s= .27) อยู่ในระดับมาก ได้คะแนนเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน รองลงมาได้แก่ ตัวชี้ความเพียงพอของงบประมาณ(m= 4.30, s= .67) อยู่ในระดับมาก ได้คะแนนเฉลี่ย 2 ผ่านเกณฑ์การประเมิน และตัวชี้วัดความพร้อมของบุคลากร มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (m= 4.00, s= .50) อยู่ในระดับมาก ได้คะแนนเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการดำเนินโครงการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านหาญ จังหวัดสตูล ปีการศึกษา 2559ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง จำแนกตามประเด็นตัวชี้วัด ค่าน้ำหนักและเกณฑ์การประเมิน โดยภาพรวมทั้ง 3 กลุ่มที่ประเมินและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน พบว่า มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 25 ผ่านเกณฑ์การประเมิน และเมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่มที่ประเมิน พบว่า กลุ่มครูมีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมาก (m= 4.09, s= .07) ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 25 ผ่านเกณฑ์การประเมิน รองลงมาได้แก่ กลุ่มนักเรียนและผู้ปกครอง มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เท่ากัน(= 4.08, S.D. = .06) ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 25 ผ่านเกณฑ์การประเมิน

4. ผลการประเมินด้านผลผลิต จำแนกเป็น

4.1 คุณภาพการขับเคลื่อนการศึกษาตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโรงเรียนบ้านหาญ จังหวัดสตูล ปีการศึกษา 2559 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำแนกตามประเด็นตัวชี้วัดค่าน้ำหนักและเกณฑ์การประเมิน โดยภาพรวมทุกกลุ่มที่ประเมินและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน พบว่า มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 15 ผ่านเกณฑ์การประเมิน และเมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่ม พบว่ากลุ่มคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด มีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.58, S.D. = .15) ได้คะแนนเฉลี่ย 15 ผ่านเกณฑ์ การประเมิน รองลงมาได้แก่ กลุ่มผู้ปกครอง มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก (= 4.50, S.D. = .09) ได้คะแนนเฉลี่ย 15 ผ่านเกณฑ์การประเมินส่วนกลุ่มครู มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก (m= 4.21, s= .06) ได้คะแนนเฉลี่ย 15 ผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.2 แสดงผลการประเมินความสามารถของนักเรียน ในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและเผยแพร่สู่ครอบครัวและชุมชน ตามความคิดเห็นของ ครู และผู้ปกครอง จำแนกตามประเด็นตัวชี้วัด ค่าน้ำหนักและเกณฑ์การประเมิน โดยภาพรวมทุกกลุ่มที่ประเมินและ ทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน พบว่า มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน และเมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่มผู้ประเมิน พบว่า กลุ่มผู้ปกครอง มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (= 4.11, S.D. = .11) มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก ได้คะแนนเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน และ กลุ่มครู มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก (m= 4.11, s= .13) ได้คะแนนเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมินตามลำดับ

4.3 ผลการประเมินคุณภาพของนักเรียนตามแนวหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสถานศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนบ้านหาญ จังหวัดสตูล ปีการศึกษา 2559โดยภาพรวม พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสถานศึกษา มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 72.64 ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET : Ordinary National Education Testing) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหาญ จังหวัดสตูล พบว่า ปีการศึกษา 2558 มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 42.60 ปีการศึกษา 2559 มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 43.18 ปีการศึกษา 2559 มีค่าเฉลี่ยร้อยละสูงกว่าปีการศึกษา 2558 ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.4 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีต่อการดำเนินโครงการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จำแนกตามประเด็นตัวชี้วัด ค่าน้ำหนักและเกณฑ์การประเมิน โดยภาพรวมทุกกลุ่มที่ประเมินและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน พบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน และเมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่ม ที่ประเมิน พบว่า กลุ่มคณะกรรมการสถานศึกษา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (= 4.50, S.D. = .16) มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ได้คะแนนเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน รองลงมา ได้แก่ กลุ่มครู (m= 4.30, s= .16) มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ได้คะแนนเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน ส่วนกลุ่มนักเรียน มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (= 4.25, S.D. = .18) ได้คะแนนเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน

สรุปภาพรวมทั้ง 4 ด้าน ค่าน้ำหนัก 100% ผลการประเมินสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 100 ผ่านเกณฑ์การประเมิน

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินไปใช้

1. การขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาตามแนวหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ควรมีการวางแผนการดำเนินการ การติดตาม ประเมินผล และนำผลการประเมินมาปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

  • 2.ควรนำรูปแบบซิปป์ (CIPP Model) ไปประยุกต์ใช้ในการประเมินโครงการอื่นๆ ของ

โรงเรียน เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมของโครงการ ปัจจัยนำเข้าของโครงการ กระบวนการดำเนินโครงการ และผลผลิตของโครงการ โดยการประเมิน 3 ระยะ ได้แก่ ก่อนการดำเนินโครงการ ระหว่างดำเนินโครงการ และสิ้นสุดการดำเนินโครงการ เพื่อนำสารสนเทศที่ได้ไปใช้ในการวางแผนแก้ปัญหา หรือพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อผู้เรียน

3. กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ควรส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณ กำกับ ติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง

2 มิ.ย. 2560 11:06
0 ความเห็น
1777 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย

ชื่อเรื่อง : การสร้างและหาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการสอน วิชาวัดละเอียด รหัสวิชา 2102–

2004 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556

ที่ปรึกษางานวิจัย : ดร.ศุภชัย แก้วจันทร์,นายอดุลชัย โคตะวีระ

ผู้ทำการวิจัย : นายวัฒกานต์ กิ่งแก้ว

ปีที่วิจัย : 2559

บทคัดย่อ

การสร้างและหาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการวิชาวัดละเอียด รหัสวิชา 2102– 2004 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556 มีวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการสอน วิชาวัดละเอียด รหัสวิชา 2102– 2004 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556โดยกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพไว้ 80/80 2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของเอกสารประกอบการสอน วิชาวัดละเอียด รหัสวิชา 2102– 2004 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม มีค่าดัชนีประสิทธิผล 0.50

3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการสอน วิชาวัดละเอียด รหัสวิชา 2102– 2004 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556

โดยใช้ t – test 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบการสอน วิชาวัดละเอียด รหัสวิชา 2102– 2004 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556

ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาช่างกลโรงงาน วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบฝึกหัดและใบงาน แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน

แบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีค่าความสอดคล้อง ค่าอำนาจจำแนก ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นและ t – test ผลการวิจัย

1. เอกสารประกอบการสอนวิชาวัดละเอียด รหัสวิชา 2102– 2004 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556มีประสิทธิภาพ 83.07/82.06 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

ไว้ 80/80

2. ดัชนีประสิทธิผลของเอกสารประกอบการสอน วิชาวัดละเอียด รหัสวิชา 2102– 2004 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556 มีค่าดัชนีประสิทธิผล 0.7218 ซึ่งหมายความว่านักเรียน มีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 72.18

3. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาวัดละเอียด รหัสวิชา 2102– 2004 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556 พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยจากการแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05

4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบการสอน วิชาวัดละเอียด

รหัสวิชา 2102– 2004 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556 พบว่า อยู่ในระดับมาก

4 มิ.ย. 2560 14:26

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น