เผยแพร่ผลงาน : เรื่อง การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้กิจกรรม KWL– Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

นางสาวศิรินภา จันทร์เปล่ง

โรงเรียนเมืองสมเด็จ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์

สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ 

บทคัดย่อ

การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้กิจกรรม KWL– Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีความมุ่งหมาย 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้กิจกรรม KWL– Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้กิจกรรม KWL– Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามเกณฑ์ 70 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน ที่ใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้กิจกรรม KWL– Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้กิจกรรม KWL– Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนเมืองสมเด็จ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 33 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster sampling) เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ 1) ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้กิจกรรม KWL– Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 8 ชุด 2.) แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 8 แผน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.25 ถึง 0.67 มีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.80 4.) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้กิจกรรม KWL– Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 20 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.31 ถึง 0.82 มีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.86 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏผลดังนี้

1.ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้กิจกรรม KWL– Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.92/84.34 แสดงว่าชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้กิจกรรม KWL– Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์

2. ดัชนีประสิทธิผลของชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้กิจกรรม KWL– Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับดี คือมีค่าดัชนีประสิทธิผลรวมเฉลี่ยเท่ากับ 75.67 สูงกว่าเกณฑ์ 70 ที่กำหนดไว้ แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าด้านการเรียนร้อยละ 75.67 ชุดฝึกทักษะการอ่านที่มีประสิทธิผลมากที่สุด คือ ชุดที่ 8 เรื่อง Shark (E.I. = 81.22) รองลงมาคือชุดที่ 7 เรื่องThe young rider (E.I. = 79.59)

3. นักเรียนที่เรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้กิจกรรม KWL– Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรวมเฉลี่ยทั้ง 8 ชุด หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้กิจกรรม KWL– Plus โดยรวมอยู่ในระดับมาก

9 มิ.ย. 2560 20:21
0 ความเห็น
1071 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย บวร บำเรอวงษ์

ชื่อเรื่อง: รายงานการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์

เรื่องการบวกการลบ และการคูณทศนิยมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ผู้ศึกษา: บวร บำเรอวงษ์

ปีการศึกษา: 2559

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1)เพื่อสร้างแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการบวกการลบ และการคูณทศนิยมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80(2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการบวกการลบ และการคูณทศนิยม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (3)เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อแบบฝึกทักษะเรื่องการบวกการลบ และการคูณทศนิยมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่5โรงเรียนบ้านหนองใหญ่ภาคเรียนที่2ปีการศึกษา2559จำนวน17คนเครื่องมือที่ใช้ได้แก่แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการบวกการลบ และการคูณทศนิยมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการบวกการลบ และการคูณทศนิยมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การบวก การลบ และการคูณทศนิยมชั้นประถมศึกษา ปีที่5แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการบวกการลบ และการคูณทศนิยมชั้นประถมศึกษาปีที่5 สถิติที่ใช้ คือค่าเฉลี่ย (Mean) ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Stardarddeviation) และค่าร้อยละ

ผลการศึกษา พบว่า1) ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการบวกการลบ และการคูณทศนิยมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5มีประสิทธิภาพ (E/ E) เท่ากับ83.86/81.71ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้80/802) ผลการเปรียบเทียบสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกการลบ และการคูณทศนิยมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5มีคะแนนผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ24.94 คิดเป็นร้อยละ 83.143) ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกการลบ และการคูณทศนิยมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5พบว่า ในภาพรวมนักเรียนมีความคิดพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย()เท่ากับ 4.28ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.)เท่ากับ 0.69

12 มิ.ย. 2560 22:10

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น