เผยแพร่ผลงานวิชาการ

การศึกษาเรื่อง : รายงานการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา (CIPPA MODEL)

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง การคูณ

สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสวนดอกท่าขันทองสามัคคี

ชื่อผู้ศึกษา:นางลินลดา พลรัฐ

กลุ่มสาระ :คณิตศาสตร์

ปีการศึกษา :2559

   

การศึกษาครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา (CIPPA MODEL) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา (CIPPA MODEL) กับเกณฑ์ และศึกษาระดับความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา (CIPPA MODEL)

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้าน สวนดอกท่าขันทองสามัคคี อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงรายเขต 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 ที่ได้มาโดยวิธีการคัดเลือกแบบมีจุดประสงค์ (Purposive selection) จำนวน 8 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ ดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา (CIPPA MODEL) เรื่อง การคูณ จำนวน 30 ชั่วโมง ใช้ One-Group Pretest-Posttest Design เป็นแบบแผนการวิจัย และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ Paired-Sample t-test และ One-Sample t-test

ผลการศึกษา พบว่า

1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา (CIPPA MODEL) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง การคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 65 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมุติฐานการศึกษา ข้อที่ 1

2. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา (CIPPA MODEL) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง การคูณ โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (= 4.42, s = 0.57) เป็นไปตามสมมุติฐานการศึกษา ข้อที่ 2

26 ก.ค. 2560 14:13
0 ความเห็น
342 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง :การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมการและการแก้สมการ ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5E

ชื่อผู้รายงาน : นางสาวพจณีย์ กาญจนเสนา ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 (บ้านท่าเรือมิตรภาพที่ 30) ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

ปีที่รายงาน : ปีการศึกษา 2559

................................................................................................................................................................

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สมการและการแก้สมการของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผ่านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5Es โดยจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ70 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป ศึกษาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง สมการและการแก้สมการ ผ่านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5Es และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5Es ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่อง สมการและการแก้สมการ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5Es ซึ่งได้ผ่านการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด และขอบข่ายการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง และเรียบเรียงสาระตามโครงสร้างทางคณิตศาสตร์และครอบคลุมรูปแบบสมการของจำนวนตรรกยะบวกและศูนย์ทุกรูปแบบที่มีโอกาสเกิดขึ้นในระดับประถมศึกษาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ

กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 (บ้านท่าเรือมิตรภาพที่ 30) อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 31 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) โดยกำหนดวงจรการปฏิบัติการไว้ 3 วงจร แต่ละวงจรปฏิบัติการมีการดำเนินการ 4 ขั้นคือ ขั้นวางแผน (Planning) ขั้นปฏิบัติการ (Action)ขั้นสังเกตการณ์ (Observation) และขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติการ (Reflection) ตามแนวคิดของ Kemmis & Mctaggart การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ

ผลการวิจัยพบว่า

1)ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สมการและการแก้สมการของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผ่านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5Es ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ พบว่านักเรียนร้อยละ 83.33 ของนักเรียนทั้งหมด มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไปซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

2)ผลการศึกษาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง สมการและการแก้สมการ ผ่านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5Es พบว่านักเรียนมีคะแนนทักษะการคิดวิเคราะห์เฉลี่ยรวม 33.87 จากคะแนนเต็ม 45 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 75.27 เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเป็นรายทักษะ พบว่า นักเรียนทุกคนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ครบทั้ง 5 ทักษะ โดยนักเรียนมีทักษะการจำแนกมากที่สุด มีคะแนนคะเฉลี่ยร้อยละ 89.33 รองลงมาคือทักษะการจัดหมวดหมู่ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 78.87 ทักษะการการเชื่อมโยง มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 73.33 ทักษะการสรุปความ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 65.57 และทักษะการประยุกต์ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 63.33 ตามลำดับ

3)ผลการสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5Es เรื่อง สมการและการแก้สมการ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.56 อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาแต่ละด้าน พบว่าด้านรูปแบบกิจกรรม/สื่อ ด้านเนื้อหาและด้านประโยชน์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.474.40 และ 4.68 ตามลำดับ ซึ่งด้านรูปแบบกิจกรรม/สื่อ และด้านเนื้อหามีค่าอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านประโยชน์มีค่าอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า แต่ละข้อมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ที่ 4.23 ถึง 4.90 อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด 

26 ก.ค. 2560 16:43

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น