​สามข้อความคิดที่ฮอว์คิงเสนอเหมือนกันกับความคิดของผม

สตีเวนฮอว์คิงเป็นนักฟิสิกส์ที่มีเชื่อเสียงมากในโลก สำหรับชะตากรรมของมนุษย์ฮอว์คิงได้เสนอข้อความคิดสามข้อชึ่งได้รับผลกระทบอย่างเข็มข้นจากทั่วโลกด้วย แต่ความคิดเหล่านี้เทียบกับข้อความคิดของผมเคยเสนอซึ่งในหนังสือและบทความที่ผมเขียนและได้ตีพิมพ์อย่างเป็นทางการนั้นยังออกช้ามากี่ปี ดังนั้นก็ต้องว่าฮอว์คิงได้เสนอข้อความคิดสามข้อเช่นเดียวกับผม ไม่ใช่ตรงกันข้าม

ข้อความคิดเห็นแรก ในเดือนเมษายนปี2010 ฮอว์คิงชี้ให้เห็นว่า ในจักรวาลมีกาแลคซีเกือบพันล้านดาว แต่ละกาแล็คซี่ก็มีหลายร้อยล้านดาวฤกษ์ ดังนั้นในจักรวาลอาจจะมีAlienอาศัยอยู่ เทคโนโลยีของAlienอาจจะพัฒนายิ่งกว่าเราซึ่งเราอาจไม่สามารถเทียบได้ ถ้าAlienเข้ามาโลกเราด้วยเทคโนโลยีของมันนั้นเกิดเป็นความจริง เราไม่สามารถต่อสู้กับAlienได้ มนุษย์อย่างเราอาจผเชิญภัยการเสียพันธุ์ ฉะนั้นเราควรหลีกเลี่ยงสัมผัสกับ alienปฏิเสธติดต่อกับalien ทั้งข้อคิดและตัวอย่างที่อ้างอิงดังกล่าวสอดคล้องกับของผม แต่ออกช้ามา 3 ปี

ข้อความคิดเห็นที่สอง เดือนธันวาคมปี 2014 ฮอว์คิงชี้ว่าปัญญาประดิษฐ์อาจจะพัฒนามีความคิดของตัวเองและสามารถแทนมนุษย์ในที่สุดเนื่องจากความเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยีเร็วกว่าวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเมื่อปัญญาประดิษฐ์ได้พัฒนาอย่างสมบูรณ์อาจจะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ เหตุผลและตัวอย่างอ้างอิงของฮอว์คิงเหมือนกับผมแต่สายกว่าผม 7 ปี

ข้อความคิดเห็นที่สาม เมื่อไม่นานมานี้ในเดือนมีนาคมปี 2017 ฮอว์คิงรับสัมภาษณ์ของลอนดอนไทม์สและแสดงว่าหากไม่ควบคุมปัญญาประดิษฐ์เป็นอย่างดี อาจจะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้ เพราะฉะนั้นพวกเราต้องรับทราบภับคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดและควบคุมพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ไม่ให้เกิดภัย ด้วยเหตุผลนี้ต้องก่อตั้งรัฐบาลแบบโลกบางแห่งดังกล่าวทั้งหมดนี้เมีความสอดคล้องกับผมแต่ออกมาสายกว่าผม10 ปี

สิ่งที่ต้องอธิบายให้เชดแจงก่อนก็คือผมไม่เคยนำความคิดของฮอว์คิงแต่คือฮอว์คิงนำความคิดของผมก็ได้ เพราะว่าความคิดของผมได้ออกมาก่อน ก่อนที่ฮอว์คิงกล่าวความคิดข้างต้นผมเคยส่งบทความและหนังสือของผมโดยใช้ภาษาจีนและภาษาอังกฤษให้แด่ผู้นำประเทศหลาย ๆ ท่านและหลายหน่วยงาน ประกาศในเว็บไซต์ต่าง ๆ รวมถึงเว็บไซต์จีนและเว็บไซต์ต่างประเทศซึ่งมีเว็บไซต์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับเทคโนลยีสังคมและการเมือง

ผมพูดถึงฮอว์คิงเสนอสามข้อความคิดที่เช่นเดียวกับผมไม่ใช่โอ้อวดผมยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่ก็อยากให้ทุกคนทราบว่าความคิดของนักวิทยาศาสตร์สุดยอดระดับโลกกำลังเข้ากับความคิดสำคัญของผม ซึ่งความคิดสำคัญเหล่งนี้เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ ผมมุ่งมั่นพยายามทำทุกอย่างตลอดชีวิตเพื่อให้ผู้คนในโลกยอมรับความคิดนี้และปฏิบัติตามความจริง ผมยังรู้สึกความคิดของฮอว์คิงอย่างไม่ลึกซึ้งไม่ครอบคลุมและไม่คอยสมบูรณ์

ในปี1979 หลังจากผมเรียนมหาวิทยาลัยไม่นานผมก็เกิดความคิดที่น่าแปลกประหลาดเกิดว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหมือนกับดาบที่มีสองข้างซึ่งอาจทำดีต่อมนุษย์ แต่ก็สามารถทำร้ายกับมนุษย์มนุษย์ถ้าพัฒนาเทคโนโลยีอีกต่อไปโดยไม่มีจำกัดอาจจะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์หรือไม่ หากอีกไม่นานเทคโนโลยีจะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์พวกกเราจะทำอย่างไรไม่ให้เรื่องนี้เกิดเป็นจริงได้ ดังนั้นผมรู้สึกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าคุ้มค่าวิจัยมาก อีกไม่นานผมตัดสินใจว่าในชีวิตผมเพียงแค่ทำเรื่องนี้เอง เพราะว่าในชีวิตเราตั้งใจทำเรื่องเดียวและได้ประสบความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องที่ยากจน ด้วยเหตุผลนี้ผมลาออกจากหน่วยรัฐบาลไปทำธุรกิจเพื่อขะได้เก็บเงินทุน หลังจากมีเงินแล้วผมสามารถเขียนหนังสืและวิจัยอย่างตั้งใจ ในที่สุดจะได้โปรโมทผลงานวิจัยของผมเป็นอย่างดีด้วย

อันที่จริงงานที่พิสูจน์พัฒนาเทคโนโลยีจะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์หรือไม่อย่างกระชับแน่นและค้นหาวิธีแก้ไขเป็นงานที่ยากมาก ๆ ซึ่งผมใช้เวลาเกือบ 28 ปีทำงานวิจัยนี้เสร็จ ที่สุดในเดือนมกราคมปี 2017หนังสือ Saving Human Beings ของผมเขียนจบซึ่งจำนวนคำประมาณมีแปดแสนคำ ตอนนั้นผมก็ส่งตัวอย่างของหนังสือเล่มนี้ให้แก่ผู้นำประเทศ จำนวน 26 ท่านรวมถึงประธานนาธิบดีจีนและสหรัฐฯ เลขาธิการสหประชาชาติด้วย ทั้งนั้นยกเว้นสถานทูตอิหร่าได้โทรมาก็ไม่มีข้อความอีกส่งมา

ในเดือนกรกฎาคม 2007 หนังสือ “Saving Human Beings” แบ่งเป็นสองเล่มและได้รับการตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ตองซินแต่ปล่อยออกมาเพียงหนึ่งวันก็ถูกหยุด

ต่อจากนั้นผมได้จัดตีพิมพ์หนังสือThe Biggest Issueของผมอีก ยังจัดตีพิมพ์หนังสือOn Human Extinction และหนังสือSaving Humanity(Selected Version)สองเรื่องที่ฮ่องกง และเคยประกาศบทความหลายบท นอกจากนี้ผมได้สร้างเว็บไซต์ Hu Jiaqiเพื่อให้ผู้คนทราบเข้าใจความคิดของผมผมพยายามทำทุกอย่างซึ่งผมเคยเขียนจดหมายให้แก่เลขาธิการสหประชาชาติและผู้นำประเทศหลายท่านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีจำนวนหลายครั้ง ไปมหาวิทยาลัยบางแห่งกล่าวสุนทรพจน์

สำหรับความคิดสำคัญของผมผมเคยคุยกับผู้คนหลายท่านแต่ผูคนส่วนใหญ่รู้สึกว่าผมคิดมากเกินไปเป็นเรื่องกังวลอย่างไม่มีมูลเหตุแม้กระทั่งมีบางคนได้กล่าวว่าความคิดของผมเป็นความคิดผิดพลาด

อย่างไรก็ตาม เพียงแค่10 ปีที่ผ่านไปวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้พัฒนาขึ้นอีก ความคิดของผมในตอนนั้นเกือบจะเป็นจริงในวันนี้ และสิ่งที่ทำให้ผมปลื้มใจมากก็คือในระยะเวลา10ปีที่ผ่านมามีนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการที่มีชื่อเสียงได้เสนอข้อคิดบางข้อของผมแล้ว แต่ก็เสียใจที่ข้อความสำคัญของผมยังไม่มีคนที่มีชื่อเสียงเห็นด้วย ทั้งนี้ทำให้จิตใจของผมร้อรุ่มเป็นไฟเพราะว่าเวลาที่เหลือของมนุษย์ไม่มากพอแล้ว

ผมะพียงแค่บรรยายข้อคิดสามข้อที่สำคัญและมีความหมายตามความจริงของผมเอง ส่วนข้อคิดสองข้อดังกล่าวที่ฮอว์คิงเหมือนกับผมเพียงแค่บางส่วน ข้อคิดที่สามเป็นข้อหลักและมีความหมายมาก ๆ คือเพียงแค่ก่อตั้งรัฐบาลแบบโลกนั้นจะได้บังคับเทคโนโลยีซึ่งผมจะไม่กล่าวอีกครั้ง และข้อคิดหลักอีกสองข้อผมคิดว่าสำคัญมากด้วย

ที่แรกก็คือ การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องจะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้ในช่วงเร็ว ๆ นี้ซึ่งอย่างช้าก็ภายในสองสามร้อยปี อย่างเร็วก็ภายในศตวรรษนี้และผมคิดว่าอาจจะภายในศตวรรษนี้

อันที่จริง มีคนเคยเสนอความคิดที่เหมือนกับผม ซึ่งในเดือนพฤษภาคมปี 2013ผลงานวิจัยของ Future of Humanity Institute ของ Oxford University ซึ่งในเมืองเดียวกันกับฮอว์คิงได้ระบุว่า มนุษย์จะสูญพันธุ์ด้วยเหตุผลเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ในศตวรรษหน้าโดยเร็วที่สุด ผลงานนี้ได้วิจัยออกด้วยทีมพิเศษซึ่งประกอบด้วยนักคณิตศาสตร์นักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์จำนวนมาก ผลวิจัยและตัวอย่างอ้างอิงสอดคล้องกับผม แต่สายหกปีกว่าผม

นาย Nick Bostrom ผู้อำนวยการสถาบันรับสัมภาษณ์และกล่าวว่าระหว่างความสามารถทางพัฒนาเทคโนโลยีและปัญญาของมนุษย์ที่ใช้เทคโนโลยีแข่งขันอย่างรุ่นแรงมาก ผมเป็นห่วงว่าความสามารถทางพัฒนาเทคโนโลยีของมนุษย์อาขเอาชนะก่อน Bostrom ยังกล่าวถึงดาวเคราะห์ที่ชนโลก ซุปเปอร์ภูเขาไฟ ระเบิดนิวเคลียร์และอันตรายอื่น ๆ ไม่สามารถเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ได้ ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดนั้นมาจากปัจจัยที่ไม่แน่นอนซึ่งเกิดจากนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีต่างหาก อย่างเช่นชีววิทยาสังเคราะห์นาโนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงผลทางวิทยาศาสตร์อื่น ๆที่ยังไม่ได้วิจัยออกในปัจจุบัน

เมื่อผมได้รับทราบผลวิจัยของ Future of Humanity Institute of Oxford University เช่นเดียวกับผลวิจัยของผม ผมรู้สึกเบิกบานใจและตื่นเต้นมาก จึงได้เขียนจดหมายถึง Nick Bostrom ศาสตราจารย์และผู้อำนวยการสถาบัน Future of Humanity of Oxford University และเขียนว่า บทความ "ในที่สุดผมก็มีเพื่อนคู่หู " ทั้งสองส่วนได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษส่งไปให้ Bostrom และประกาศในเว็บไซต์ด้วย แต่ไม่ได้คำตอบสักคำครับผม

ช่วงต้นปี 2016 หุ่นยนต์ที่พัฒนาโดย Google AlphaGo ได้เอาชนะแชมป์ของสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งทำให้โลกตกใจ มันพิสูจน์ให้เห็นได้อย่างเต็มที่ว่าหุ่นยนต์มีความสามารถในการศึกษา พิจารณาต่อไปก็แย่มาก ฮอว์คิง,Musk, Bill Gates และนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำระดับโลกคนอื่นกังวลเรื่องนี้มาก "ปัญญาประดิษฐ์จะมีพลังมากจนถึงมนุษย์เริ่มกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ...ผมไม่รู้ว่าทำไมคนบางคนไม่แยแสกับเรื่องนี้แน่ ๆ สิ่งนี้ทำให้ผมพิจารณามากขึ้น บริษัท ของเราควรเร่งความเร็วขึ้นไปทำวิจัยบางอย่างเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์

เพราะถ้าผมไม่ทำ ยังมีคนอื่นทำได้ ถ้าผมทำวิจัย ผมสามารถสังเกตเห็นแนวโน้ม ถ้าวันโลกาวินาศของมนุษย์มาถึง ผมสามารถให้ความช่วยเหลือในเวลานั้น

ความคิดเห็นที่สองของผมซึ่งยังไม่มีคนที่มีชื่อเสียงยอมรับในช่วงเวลานี้ ได้แก่ ต่อจากนี้ไปพวกเราต้องบังคับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเคร่งครัด เพื่อการป้องกันมนุษย์และหลีกเลี่ยงการสูญพันธุ์ของมนุษย์

นอกจากการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังมีความไม่แน่นอน และการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียิ่งรวดเร็วการควบคุมก็ยิ่งยาก ตอนนี้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาอย่างมากแล้ว หากยังพัฒนาต่อผลที่ตามมาเราจะไม่สามารถคิดได้ แต่ถ้าหาทางเราสามารถเผยแพร่และใช้เทคโนลยีที่เติบโตเต็มในทุกด้าน และการจัดการด้วยความสมเหตุสมผลนั้นจะสามารถทำให้มนุษย์มีกินมีใช้อย่างเต็มที่ ถ้าเราการพัฒนาเทคโนโลยี ถ้าเราพัฒนาเทคโนโลยีอีกและขอรับสิ่งต่างๆมากมายจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยไม่มีข้อจำกัดนั้น ผมคิดว่าการสูญพันธุ์ของมนุษย์จะเข้ามาในเร็วๆนี้ ฮอว์คิงคิดว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยใช้และจัดการเอไออย่างถูกต้อง นั้นเราสามารถบังคับช่วงคราวไม่ใช่ตลาดเวลา เราอาจจะสามารถบังคับผลงานทางเทคโนโลยีสักหนึ่งรายได้ ส่วนผลงานทางเทคโนโลยีทั้งหมดเราจัดการได้ไหม เพราะฉะนั้นจะต้องมีอำนาจการเมืองแบบทั่วโลกบางอย่างควบคุมและคัดเลือกผลงานของเทคโนโลยีที่เติบโตเต็มและปลอดภัยอย่างเคร่งครัดแล้วมาเผยแพร่และใช้ในชีวิตประจำวัน หลังจากนี้ควรผนึกผลงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อื่นๆ อย่างเคร่งครัดและลืมไป ในขณะเดียวกันต้องควบคุมศึกษาและวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งทั้งนี่จะเป็นทางออกที่มนุษย์ได้อยู่ตลอดเวลาเท่านั้น

ดังกล่าวข้างต้นทั้งหมดนี้เป็นความเห็นของผมเอง อธิบายความคิดบางที่ที่ผมรู้สึกสิ่งที่ฮอว์คิงรู้จักไม่ลึกซึ้งและครอบคลุม สำหรับความเห็นนี้อาจจะมีคนรู้สึกเป็นข้อผิดพลาด แต่ผมก็ยังเชื่อว่านี่เป็นความจริง

ผทยังมีข้อชี้แจงว่าเรื่องบังคับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ใช่ประเทศจีนบังคับก่อน แต่ก็ต้องเป็นหน้าที่ของทั่วประเทศของโลก ถ้าหาใครว่าประเทศจีนบังคับก่อนผมต่อต้านอย่างแน่นอน

(หมายเหตุ:สามความคิดเห็นของฮอว์คิงที่เหมือนกับผมสามรถเห็นได้ในฉะบับหนังสือ Saving Humanityที่ผมเขียนไว้ ได้แก่บทที่3ตอน4และบทที่6ตอนที่2ของเล่มที่1 และบทที่5ตอนที่4ของเล่มที่2 ในหนังสือ The Biggest Issueบทที่3ตอน4และบทที่6ตอนที่2 บทที่8ตอนที่ 4 ก็มีด้วย และในหนังสือ On Human Extinctionและหนังสือ Saving Humanity ฉะบับ(Selected Edition)ของผมเคยอธิบาย นอกจากนี้ผมยังเคยตีพิมพ์บทความสำหรับความคิดเห็นดังกล่าว

ผู้เขียน นักวิชาการด้านการวิจัยปัญหามนุษย์ของประเทศจีน

ประธานกลุ่ม16Lao และกลุ่มJian Leiและเป็นหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของกลุ่ม 16 Laoด้วย

11 ส.ค. 2560 09:23
0 ความเห็น
155 อ่าน
No results found.

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น