ประกันภัยรถยนต์ ฉบับเบื้องต้น เขียนสั้นๆเข้าใจง่ายตามสไตล์เด็กวิชาการ

หลังจากที่ผมอ่านบทความต่างๆใน วิชาการ มานานวันนี้ผมก็จะมาเขียนเรื่องวิชาการแบบไม่ค่อยเป็นวิชาการสักหน่อย อยากให้อ่านเข้าใจง่ายที่สุด 555 นั้นก็คือเรื่องของ ประกันรถยนต์ นั้นเอง เรื่องของประกันภัยรถยนต์นั้นถ้าจะให้เขียนจริงๆก็คงจะเยอะเอามากๆวันนี้ผมจึงอยากที่จะเขียนบทความเกี่ยวกับประกันรถยนต์เป็นความรู้ในแบบฉบับสั้นๆตามสไตล์การเขียนของตัวเองนะครับ 

ทำไมเราถึงจะต้องศึกษาเรื่อง ประกันภัยรถยนต์ ด้วย

เพราะว่า การขับขี่รถยนต์บนท้องถนนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของคนเราไปแล้วครับ ยิ่งเราอยู่ประเทศไทยที่มีรถยนต์มากมายขนาดนี้ และจากสถิติยังพบว่า ประเทศไทยเคยเป็นอันดับ 2 ของโลกในเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยแล้ว แบบนี้เราจะไม่ทำ ประกันรถยนต์ได้ยังไงละ ไม่เสี่ยงดีกว่าเนอะ เมื่อเราทำประกันรถยนต์แล้ว ก็จะต้องรู้ว่าประกันภัยรถยนต์นั้น ให้สิทธิประโยชน์อะไรแก่เราบ้าง ถ้าไม่ศึกษาดีๆเราก็อาจจะไม่ได้รับสิทธิบางอย่าง หรือ เสียผลประโยชน์ไปได้ง่ายๆ ไม่ดีอาจจะเสียเงินไปฟรีๆทุกปีโดยที่เราไม่ได้อะไรกลับมาเลย

ยกตัวอย่าง : มีคนทำประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่ว่าพฤติกรรมการขับรถของตนเองนั้นไม่ตรงต่อประกันชั้น 1 เลยทำให้ทุกๆปีเราจะต้องจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ ปีละหมื่นกว่าบาททุกๆปีไปฟรีๆ เงินปลิวหายไปจนลับตา เป็นต้น

ดังนั้นเรามารู้จักกับ ประกันรถยนต์ กันสักนิดดีกว่าครับ

ประกันรถยนต์ มีทั้งหมด 2 ประเภท นั้นคือ ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ และ ประกันรถยนต์ภาคบังคับ

ประกันรถยนต์ภาคบังคับ

คือ ประกันภัยรถยนต์ที่เราจะต้องทำทุกปีเนื่องจาก กฏหมายบังคับ ถูกตั้งขึ้นโดย คปภ สำนักงานคณะกรรมการและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ คือ เมื่อเกิดอุบัติเหตุเราจะได้รับการช่วยเหลือในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล เผื่อให้เราได้รับการรักษาได้ทันที่ทั้งของเราและคู่กรณี ยังเป็นสิ่งยืนยันด้วยว่า ทางโรงพยาบาลจะได้รับค่ารักษาพยาบาลอย่างแน่นอน แต่ว่า พรบ. รถยนต์ จะไม่ช่วยในเรื่องของ ค่าซ่อมรถยนต์และทรัพย์สิน นะ

แม้เรา เมา แล้วขับแล้วเกิดอุบัติเหตุเราก็ยังได้ ค่ารักษาพยาบาลด้วย ทำเถอะราคาเบี้ยประกันไม่แพงหลักร้อยก็ยังมีด้วย

ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

คือ ประกันภัยรถยนต์ที่เราสามารถเลือกได้ตนเองว่าจะทำกับบริษัทประกันภัยรถยนต์กับบริษัทไหนแล้วจะเลือกความคุ้มครองแบบใด ความคุ้มครองก็จะมีให้เลือกมากมายหลากหลายรูปแบบ ดังนี้

ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 3+ และ ประกันชั้น 3 แต่ก่อนจะมีอีกความคุ้มครองหนึ่งคือ ประกันชั้น 2 ธรรมดา แต่ว่าตอนนี้ไม่มีขายแล้ว เดี๊ยวจะบอกว่าทำไม อ่านด้านล่างต่อเลย

ความคุ้มครองประกันรถยนต์

ประกันชั้น 1

มีความคุ้มครอง : ซ่อมเขา + ซ่อมเรา + สูญหาย + ไฟไหม้

อธิบายแบบยาวๆได้ดังนี้

ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณีและรถยนต์ของคู่กรณี

ให้ความคุ้มครองรถยนต์และทรัพย์สินของเรา

มีความคุ้มครอง รถยนต์ สูญหาย กับ ไฟไหม้

และยังสามารถคุ้มครองได้ในกรณี ไม่มีคู่กรณีด้วยแต่ว่าอาจจะต้องเสีย ค่า excess

มีความคุ้มครองในกรณี ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม เป็นต้น

ประกันชั้น 2

ความคุ้มครองคือ : ซ่อมเขา + สูญหาย + ไฟไหม้

ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณีและรถยนต์ของคู่กรณี

มีความคุ้มครอง รถยนต์ สูญหาย กับ ไฟไหม้

แต่ว่าไม่มีความคุ้มครองต่อรถยนต์ของเราเมื่อเกิดอุบัติเราจะต้องซ่อมรถยนต์ของเราเอง แถมราคาเบี้ยประกันแพงอีกต่างหากคนถึงไปทำ ประกันชั้น 2+ กันหมดเนื่องจากมีความคุ้มค่าต่อเงินที่เสียไปมากกว่า

ประกันชั้น 2+

มีความคุ้มครองคือ : ซ่อมเขา + ซ่อมเรา (ในกรณี รถชนรถ) + สูญหาย + ไฟไหม้

ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณีและรถยนต์ของคู่กรณี

มีความคุ้มครอง รถยนต์ สูญหาย กับ ไฟไหม้

มีความคุ้มครองคล้ายกับประกันชั้น 2 เลยครับ แต่ว่ามีความคุ้มครองเพิ่มเติมเข้ามาในกรณีของ คุ้มครองรถยนต์ของเราเมื่อเกิดเหตุ รถชนรถ หรือ ซ่อมรถยนต์ของเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบก เท่านั้น ชนกับ ต้นไม้ หรือ รั่วบ้าน แบบไม่นี้ไม่นับไม่คุ้มครองครับ

ประกันภัยชั้น 2+ เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองเหมือนกับประกันชั้น 1 แต่ว่าต้องการเบี้ยประกันรถยนต์ที่ถูกลงมากว่าเดิม แต่ว่าเราจะไม่ได้ ทุนประกัน หรือ ค่าสินไหมทดแทน เท่ากับประกันชั้น 1 นะครับ เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วเพราะเราจ่ายเบี้ยประกันน้อยกว่านิหน่า

ประกันชั้น 3+

มีความคุ้มครอง : ซ่อมเขา + ซ่อมเรา (ในกรณี รถชนรถ)

ความคุ้มครองของประกันชั้น 3+ มีเงื่อนไขในส่วนของการซ่อมรถยนต์ของเราเหมือนประกันชั้น 2+ แต่ว่า ไม่มีความคุ้มครองในส่วนของ รถยนต์ สูญหาย และไฟไหม้

เหมาะกับใคร : เหมาะกับรถยนต์เก่า หรือ บุคคลที่มีรถยนต์ที่ไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิด รถยนต์ สูญหาย โดนขโมย หรือ รถยนต์ติดก๊าซที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ มีความสามารถในการขับขี่ระดับหนึ่ง หรือคือไม่เสี่ยงต่อการขูดฟุตบาท หรือขับรถเฉี่ยว ชน กับ รถ หรือ ยานพาหนะทางบก


  • สามารถเพิ่มเติมแพ๊คเกจได้

ประกันชั้น 3

มีความคุ้มครอง : ซ่อมเขา

มีความคุ้มครอง ซ่อมรถยนต์ของคู่กรณีอย่างเดียวครับ

เหมาะสำหรับคนที่มีรถยนต์เก่าไม่ค่อยได้ขับหรือใช้รถยนต์เท่าไหร่นัก นานๆใช้ที่ ไม่ต้องกลัวรถยนต์จะหาย หรือ ไฟไหม้

ข้อดีของประกันชั้น 3 ก็คือมีเบี้ยประกันรถยนต์ราคาถูก บางทีเจอบางบริษัทประกันชั้น 3 ราคาเบี้ย อยู่ที่หลักร้อยเท่านั้น

จบแล้วครับกับเรื่องของประกันภัยรถยนต์ ทั้งหมดเป็นเพียงแค่ ฉบับเบื้องต้น โดยการย่อให้สั้นตามสไตล์การเขียนของผมเท่านั้นหากเพื่อนๆอยากรู้เพิ่มเติมก็สามารถหาข้อมูลได้จาก เว็บ prakanmart.net ครับเรื่องที่คุณหาอาจจะอยู่ในนี้ก็ได้นะ ข้อมูลเยอะๆมากๆ อ่านเข้าใจง่ายด้วย สำหรับวันนี้ขอบคุณครับ

11 ส.ค. 2560 17:56
0 ความเห็น
328 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย

ถ้าเกิดว่ามีคำถามเกี่ยว ประกันภัยรถยนต์ ละก็ถามมาได้เลยครับผม  ^^ ยินดีให้บริการ

18 ต.ค. 2560 22:06

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น