ข้าวเปิ๊บ” ...อิ่มแปล้ ของอร่อยชวนน้ำลายไหล ใจไม่แข็งห้ามดู

ดึกแล้ว.. ถ้าใจไม่แข็งพอคงมีต้องไปคุ้ยตู้เย็นหาอะไรกินแน่นอน ถ้าได้เห็นรูปข้าวเปิ๊บถ้วยนี้

ข้าวเปิ๊บเป็นของกินก็เฉพาะที่ชุมชนของสุโขทัยเมืองเก่าเท่านั้นนะคะ
.

Image may contain: food and text

ของกินในชามหน้าตาธรรมดา แต่รสชาติ “อร่อย” สุดพิเศษ น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม...ต้มเคี่ยวมาอย่างดี หอมกากหมูเจียว เติมหมูบะช่อมีผักสุกกำลังดีที่ถูกห่อไว้ในแผ่นแป้งหนึบนุ่ม
.

“ข้าวเปิ๊บ” ของแท้หรืออีกชื่อที่แสดงถึงการเป็นส่วนหนึ่งของสุโขทัยว่า “ก๋วยเตี๋ยวพระร่วง” นี้ มีเฉพาะที่ชุมชนบ้านนาต้นจั่น อำเภอศรีสัชนาลัย ในสุโขทัยเท่านั้น ชุมชนแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย

ระหว่างมือถือตะบวย ตักแป้งข้าวเจ้าละเลงลงบนผ้าขาวบาง ปิดฝาหม้อดินเผาที่ด้านล่างมีน้ำเดือดเต็มที่ แบบเดียวกับทำข้าวเกรียบปากหม้อไปด้วย

.

ป้าเล่าด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า “ข้าวเปิ๊บ” ของชาวบ้านนาต้นจั่นนั้น เป็นอาหารที่มีประวัติมายาวนานตามอายุชุมชนนี้ราว 200 ปีแล้ว เรียกว่านอกจากตัวอุทยานจะเป็นรูปธรรมของประวัติศาสตร์สุโขทัยแล้ว ก็มี “ข้าวเปิ๊บ” นี่ล่ะที่ผูกพันและอยู่คู่ชีวิตคนสุโขทัยมารุ่นแล้วรุ่นเล่า
.

ป้าว่าไป พลางมือก็บรรเลงทำ “ข้าวเปิ๊บ” บนปากหม้อทั้งสามไปด้วยพร้อมกัน ใช้มือหนึ่งเปิดฝาสาน หน้าตาคล้ายฝาชีทรงแหลมครอบปากหม้อ เก็บความร้อนไว้ให้ของสุก ฝาโน้นทีสลับฝานี้ทีเหมือนกับเล่นจักกลิ้ง
.

ตอกไข่เบามือลงบนปากหม้อหนึ่ง เอาฝาครอบสลับกับคอยเปิดดู เช็คระดับความสุกของแป้งที่ลงไว้ก่อนบนปากหม้ออีก 2 หม้อ อีกมือหยิบผักบุ้ง กะหล่ำปลีซอย และวุ้นเส้นนุ่ม อย่างละขยุ้มเล็กๆ วางลงบนแผ่นแป้งปากหม้อที่เริ่มสุกอย่างทะมัดทะแมง
.

ซักครู่พอผักเริ่มสุกป้าก็ใช้ไม้แบนยกขอบแป้งซ้อนไปซ้อนมาห่อผักไว้ข้างใน นี่แหละที่เรียกภาษาถิ่นว่าป้ากำลัง “เปิ๊บ” พับแป้งทบไปมา กลายเป็นชื่อเรียก “ก๋วยเตี๋ยว” แสนเก๋ สมเป็นอาหารประจำถิ่นจานนี้ของเมืองสุโขทัยแท้ๆ
.

ต้องมาฟังจากน้ำเสียงสนุกๆ เล่าเรื่องก๋วยเตี๋ยวที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์จากคนในชุมชนที่นี่ด้วยตัวเอง ระหว่างแกลงมือปรุง “ข้าวเปิ๊บ” แกเล่าไปด้วยว่าสมัยก่อนคนโบราณแถบนี้อยู่ห่างไกลตัวเมือง หาเส้นก๋วยเตี๋ยวยากและราคาแพง เลยใช้ข้าวสารมาโม่แล้วกรองจนได้เป็นแป้งข้นๆ ปรุงทำกินแบบนี้เลยมี “ก๋วยเตี๋ยว” กินแบบไม่น้อยหน้าคนในเมือง
.

กำลังฟังเพลิน “ข้าวเปิ๊บ” ของฉันก็หมดชามพอดีทั้งที่อิ่มแล้วแต่หันไปเห็นไข่ดาวนึ่งที่พร้อมเสิร์ฟสำหรับ “ข้าวเปิ๊บ” ถ้วยต่อๆ ไปส่งยิ้มมาให้ ทำเอาฉันอดใจไม่ไหว “ป้าคะ...เอ่อ...ขอ “ข้าวเปิ๊บ” อีกชาม ใส่ไข่ด้วยค่ะ”
.

เรียกว่าทั้งเรื่องเล่าและอรรถรสของ “ข้าวเปิ๊บ” ที่ทำให้คนฟัง “อิ่มแปล้”ถือเป็นความประทับใจในบรรยากาศพิเศษ แบบนี้แหละ..ที่หาจากที่ไหนไม่ได้
.

21 ส.ค. 2560 22:02
0 ความเห็น
493 อ่าน
No results found.

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น