การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ โรงเรียนเทศบาล 1 (ราษฎรบำรุง)

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่องการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพ

การศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ โรงเรียนเทศบาล 1

(ราษฎรบำรุง)

ชื่อผู้รายงานสุนทรีย์ลักษณ์ วิมุตตา

หน่วยงานที่สังกัดโรงเรียนเทศบาล 1 (ราษฎรบำรุง)

สังกัดสำนักงานการศึกษาเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก

อำเภอเมืองสุไหงโก-ลกจังหวัดนราธิวาส

ปีที่รายงาน2559

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ทั่วไป เพื่อพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาล โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อ 1) วิเคราะห์รูปแบบการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาล กรณีศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเทศบาล 1 (ราษฎรบำรุง) 2) สร้างรูปแบบการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาล กรณีศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเทศบาล 1 (ราษฎรบำรุง) 3) ทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาล กรณีศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเทศบาล 1 (ราษฎรบำรุง) และ 4) ผลการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ โดยมีวิธีการดำเนินการ4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 วิเคราะห์รูปแบบการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ศึกษาสภาพการประกันคุณภาพในสถานศึกษา เก็บข้อมูลจากรองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มวิชาการ 3 คน และหัวหน้างานประกันคุณภาพ 3 คน และกรณีศึกษาสถานศึกษาที่เป็นต้นแบบการประกันคุณภาพภายใน จำนวน 3 โรงเรียน สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 2 โรงเรียนเทศบาล 3 (วิมุกตายนวิทยา) และโรงเรียนเทศบาล 4 เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มวิชาการ 3 คน และหัวหน้างานประกันคุณภาพภายใน 3 คน แล้วสรุปผลการศึกษาโดยการวิเคราะห์เนื้อหาของข้อมูล ระยะที่ 2 สร้างรูปแบบการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ โดยผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 9 คน แล้ววิเคราะห์เนื้อหา หาคาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานและนำคาเฉลี่ยไปเปรียบเทียบกับเกณฑ ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ โดยนำรูปแบบการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ไปใช้กับโรงเรียนเทศบาล 1 (ราษฎรบำรุง) และให้คณะกรรมการบริหารโรงเรียนเทศบาล 1 (ราษฎรบำรุง) จำนวน 20 คน เป็นผู้ดำเนินการพัฒนา แล้วหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน นําคาเฉลี่ยไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ และเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยก่อนทดลองกับหลังทดลองใช้รูปแบบด้วย วิธี Wilcoxon Singed-Rank Test ระยะที่ 4

การวิเคราะห์ ตรวจสอบ และการสร้างคู่มือ เพื่อการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ จัดอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 36 คน เพื่อการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ โรงเรียนเทศบาล 1 (ราษฎรบำรุง) เมื่อวันที่ 22-24 มิถุนายน 2559 ณ ห้องประชุมโรงเรียนเทศบาล 1 (ราษฎรบำรุง) เก็บรวบรวมข้อมูล แล้ววิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และนำค่าเฉลี่ยไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์

ผลการวิจัยพบว่า

1.ผลการวิเคราะห์สภาพการดำเนินงานระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา พบว่า 1) ด้านบริบท ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก ยกเว้น การมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา และการรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา อยู่ในระดับปานกลาง 2) ด้านปัจจัย ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง ยกเว้น การนิเทศ กำกับติดตาม จากหน่วยงานต้นสังกัด อยู่ในระดับมาก 3) ด้านกระบวนการ อยู่ในระดับมากทุกรายการ 4) ด้านผลผลิต ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก ยกเว้น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 น่าพึงพอใจ อยู่ในระดับปานกลาง 5) ด้านผลกระทบ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก ยกเว้น การเข้ามาศึกษาดูงานหรือการเป็นที่ยอมรับของสถานศึกษาอื่น อยู่ในระดับปานกลาง

2.ผลการสร้างรูปแบบการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาล กรณีศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเทศบาล 1 (ราษฎรบำรุง)พบว่า รูปแบบประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 5 องค์ประกอบ ได้แก่ วัตถุประสงค์ หลักการ กลไกการดำเนินการ วิธีดำเนินการ และการประเมินผล

3.ผลการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาล กรณีศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเทศบาล 1 (ราษฎรบำรุง) ในสภาพจริง พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงหลังทดลองใช้เพิ่มขึ้นจากก่อนทดลองใช้ทุกด้าน ก่อนใช้รูปแบบโดยรวมผลการประเมินอยู่ในระดับคุณภาพพอใช้ ส่วนผลการประเมินหลังใช้รูปแบบ โดยรวมผลการประเมินอยู่ในระดับคุณภาพดีมาก ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า คะแนนหลังทดลองใช้สูงกว่าก่อนทดลองใช้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4.ผลการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ พบว่า มีดังนี้

4.1ความแตกต่างระหว่างคะแนนของครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนอบรมและหลังอบรม มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4.2ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีระดับประเมินการสังเกตจากการจัดอบรมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีระดับประเมินการสังเกตอยู่ในระดับมากที่สุด เรียงจากมากไปหาน้อย คือ สนใจฟัง ทำงานส่งได้ทันเวลา ทำงานได้โดยไม่ต้องมีวิทยากรควบคุม มีการซักถาม ตามลำดับ

4.3 ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความพึงพอใจในจากการจัดอบรมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด เรียงจากมากไปหาน้อย คือ ในระหว่างการฝึกอบรมมีความเหมาะสมช่วยให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ มีความตระหนักในการพัฒนาตนเองด้านการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมากยิ่งขึ้น มีความตระหนักในความสำคัญของการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ตามลำดับ

5 ก.ย. 2560 04:35
0 ความเห็น
151 อ่าน
No results found.

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น