วิชาการ.คอม - คลังข้อสอบ บทเรียนออนไลน์ บทความ โครงงาน ข่าววิทย์ ข่าวทุน นิยาย ลงโฆษณา
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
"เนื้อหาในส่วนนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปอ้างอิง"
"กรุณาลงข่าวประชาสัมพันธ์ของท่านใน vService"

ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข
โพสต์เมื่อ: 13:33 วันที่ 6 พ.ย. 2547         ชมแล้ว: 6,401 ตอบแล้ว: 12
แนะนำหนังสือ
http://www.matichonbook.com/index.php?mnuid=5&selmnu=471014131331

สุรัชน์(202.29.77.2,,)

จำนวน 10 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 มิ.ย. 2551 (12:28)

อ่านหนังสือเรื่อง"ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข" แล้ว อยากจะรู้ว่าชาววิชาการดอทคอม มีความเห็นอย่างไรกันบ้าง ก็เลยลองค้นดู ไม่ผิดหวังครับเพราะอาจารย์สุรัชน์ ตั้งกระทู้แนะนำไว้ตั้งแต่พ.ย.ปี47 ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งเดือนหลังจากหนังสือพิมพ์ออกมาประมาณหนึ่งเดือน เล่มที่ผมซื้อมาอ่านเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ห้า (ธ.ค.49) แสดงว่าหนังสือเล่มนี้ขายดีพอสมควร เชื่อว่าชาววิชาการดอทคอมไม่น้อยคงได้อ่านมาแล้ว  โดยเฉพาะท่านที่รักตัวเลขแม้จะไม่มากเท่ากับท่าน"พอล แอร์ดิช"ผู้นี้ก็ตาม  ดังนั้นน่าจะถึงเวลาที่ผู้หญิงและผู้ชายที่ก็หลงรักตัวเลขบ้างพอสมควรทั้งหลายจะมาพูดคุยกันถึงประเด็นในหนังสือนี้กันเผื่อจะช่วยจุดประกายความคิดเรื่องการเรียนการสอง และการคิดถึงคณิตศาสตร์ในบ้านเราให้เจิดจ้ากันบ้าง


             หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องชีวิตของอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ท่านพอล แอร์ดิชไว้อย่างสนุกสนานน่าสนใจมาก  ทั้งแง่มุมของความเป็นนักคณิตศาสตร์ ความเป็นครู และเหนืออื่นใดความเป็นมนุษย์ผู้หลุดพ้นไปจากกิเลสพื้นฐานของมนุษย์อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง  นอกจากนี้ที่น่าสนใจก็คือการเล่าถึงนักคณิตศาสตร์คนอื่นๆตั้งแต่ยุคโบราณในแง่มุมที่อาจจะไม่เคยรู้มาก่อน จนถึงยุคร่วมสมัย  ประเด็นที่นักคณิตศาสตร์สนใจและถกเถียงกัน ได้เล่าถึงพัฒนาการของวิชาคณิตศาสตร์ที่น่าสนใจเพราะเราจะได้เห็นว่าคณิตศาสตร์แผนใหม่ที่เราเรียนกันในปัจจุบันมีที่มาอย่างไร รวมไปถึงสาเหตุแห่งการนิยามทางคณิตศาสตร์ที่ทำให้นักเรียนปัจจุบันปวดหัวกันเป็นอันมาก (และบางทีอาจจะทำให้เราได้คิดเหมือนกันว่า เราควรจะเริ่มจากนิยามปัจจุบันเลยหรือว่าจะค่อยๆเล่าถึงพัฒนาการทางความคิดก่อนจะมาเป็นบทสรุปแบบปัจจุบันและจำเป็นจะต้องสอนจากบทสรุปสุดยอดนี้ก่อนหรือไม่)  มีประเด็นที่น่าสนใจมากเช่นความคิดเรื่องเรขาคณิตแบบ non-Euclidean เรื่องจำนวนอสงไขยและจำนวนข้ามอสงไขย เป็นต้น    หนังสือเล่มนี้เหมือนกับเป็นประวัติของพอล แอร์ดิช แถมด้วยประวัตินักคณิตศาสตร์ชื่อดังของโลกคนอื่น บวกกับประวัติศาสตร์วิชาคณิตศาสตร์โดยย่อ สนุกครับ  ขอเชิญทุกท่านที่อ่านหนังสือนี้แล้วช่วยกันเปิดประเด็นครับ  ส่วนท่านที่ยังไม่ได้อ่าน ขอเชิญชวนให้อ่านเพราะได้อะไรมากกว่าที่คิดจริงๆ และเมื่ออ่านแล้วแม้ท่านว่าจะไม่สามารถทำให้ท่านรักตัวเลขขี้นมาได้แต่อย่างน้อยท่านก็จะไม่เกลียดตัวเลขและอาจจะรักคนที่รักตัวเลขขึ้นมาบ้างก็ได้


ใต้น้ำ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 126 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 51 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 13 มิ.ย. 2551 (17:45)

รักได้ค่ะ แต่อย่าหลง


ครูไผ่เป็นคนหนึ่งที่รักง่าย หลงง่าย ตามประสาคนหัวไว รู้สึกไว (ขี้คุยด้วย  )  จึงต้องหาเครื่องมือมาควบคุมตัวเองไว้ตลอดเวลา เครื่องมือที่ว่านั้นคือ "สติ" ค่ะ รักอย่างมีสติ 


(ก๊าก !   ครูไผ่กำลังบอกรักใครอยู่หรือเปล่าเนี่ย?)


โชคดีที่เกิดมาในครอบครัวที่เข้มงวดกวดขัน รักลูกมาก แต่ไม่ตามใจให้หลงเหลิง  อย่างเช่น ครั้งหนึ่ง ด.ญ.ไผ่ ไปดูเพื่อนรุ่นพี่ทำงานฝีมือประเภทเย็บปักถักร้อยแล้วอยากทำติดหมัดขึ้นมาทันที  กลับบ้านขอตังค์แม่จะไปซื้อผ้าที่ร้านถนนหน้าตลาด  แม่บอกว่าค่ำแล้ว เอาไว้วันหลัง  ต่อไปเรียนชั้นสูงขึ้นก็ได้ทำอยู่ดีแหละ แต่ ด.ญ.ไผ่ก็รบเร้าจะไปซื้อมาทำเดี๋ยวนั้นให้ได้ ร้านยังไม่ปิด เมื่อพูดกันดี ๆ ไม่รู้เรื่อง ก็ต้องโดนเฆี่ยนซิ  สมน้ำหน้า! โดนเฆี่ยนร้องไห้โฮ ๆ และไม่ได้ของที่ต้องการด้วย!


คนคิดเลขเก่งในโลกนี้มีเยอะ......ค่ะ  แต่ไม่มีใครรู้จัก  คุณแม่ครูไผ่ก็เป็นคนหนึ่งล่ะ ที่คิดเลขเก่งมาก ทั้ง ๆ ที่แม่เป็นเด็กยุคเก่าที่ได้เรียนในระบบน้อยมาก แต่ก็รู้หนังสือ (จีน) และคิดเลขเก่งกว่าคนที่เรียนสูง ๆ    คิดแบบไหนก็ไม่รู้  ไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรด้วย  ทั้งบวก ลบ คูณ หาร ร้อยละ  ดอกเบี้ยทบต้น   น่าเสียดายที่ตอนนั้นเรามัวแต่ทึ่งในความเก่งของท่านและสนใจแต่คำตอบ ไม่ได้ซักไซ้ไล่เรียงว่าท่านคิดอย่างไร   ตอนนี้ท่านเสียชีวิตไปแล้วค่ะ


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2514 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 14 มิ.ย. 2551 (09:12)

ตอนเด็ก ๆ มีคุณลุงเถ้าแก่เจ้าของร้านแถวบ้านคนหนึ่ง แกเป็นผู้ชายที่หลงรักตัวเลขมาก  ดีดลูกคิดทั้งวันทั้งคืน  ยิ่งตอนดึกเสียงลูกคิดแกยิ่งดังได้ยินไปหลายบ้าน


บัญชีรายรับรายจ่ายประจำวันที่ร้านของแก ดีดอย่างมากไม่ถึงชั่วโมงก็น่าจะเสร็จ 


ภรรยาแกบอกว่า แกคิดสูตรอะไรของแกก็ไม่รู้  โดยเอาเลขหวย เลขล็อตเตอรี่ในแต่ละงวดมาเป็นโจทย์ในการคิด


แกทำอย่างนั้นอยู่ไม่นานนัก ร้านค้าของแกต้องตกเป็นของคนอื่นไป ในขณะที่ลูกยังไม่โต แกและครอบครัวต้องย้ายไปเช่าบ้านในซอยซึ่งค้าขายไม่ได้ ต้องใช้รถเข็นไปขาย


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2514 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 มิ.ย. 2551 (11:23)

อ่านความเห็นครูไผ่แล้วทำไห้ขำ และนึกขึ้นได้ว่า คนไทยเราจำนวนมากเป็นพวกหลงรักตัวเลขกันทั้งประเทศ วันหวยออกแล้วเป็นอันไม่ต้องทำงานกัน พากันกระวนกระวายกับตัวเลขไปหมด วันอื่นๆก็เสียเวลากับการหาตัวเลขเด็ด จากความฝันบ้าง ก้อนหินบ้างต้นไม้บ้างฯลฯ ไม่เอานะครับอันนี้ไม่อยู่ในวัตถุประสงค์ของกระทู้นี้ เอาเรื่องที่ได้จากการอ่านหนังสือเรื่อง"ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข" (ย้ำนะครับ หวยไม่เกี่ยว) มาคุยกันนะครับ


ใต้น้ำ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 126 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 51 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 14 มิ.ย. 2551 (12:39)
ยังไม่ได้อ่านคะ
แต่น่าสนใจ
ต้องไปหามาอ่านบ้าง

เอ..แล้วถ้าเป็น
ผู้หญิง..จะหลงรักอะไรดี น้า......
KNowarp เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1958 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 338 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 14 มิ.ย. 2551 (20:02)

โดยธรรมชาติแล้วคนส่วนใหญ่จะเรียนรู้คณิตศาสตร์จากธรรมชาติแล้วสรุปเป็นทฤษฎีและกฎด้วยสหัชญาณ  (intuition)  มากกว่าด้วยการพิสูจน์  (proof)   แต่ทฤษฎีและกฎที่ได้มาด้วยสหัชญาณมักจะเป็นข้อความที่สับสนไม่เป็นระเบียบ  ยากแก่การจำและนำไปใช้       ผู้ค้นพบจึงพยายามจัดและทำให้อยู่ในรูปอย่างง่าย  โดยหวนกลับไปสร้างสัจพจน์ที่จำเป็น  แล้วสร้างทฤษฎีขึ้นมาจากสัจพจน์เหล่านั้นโดยการนิรนัยเชิงตรรกวิทยา  และมีคณิตศาสตร์ใหม่หลายแขนงที่นักคณิตศาสตร์พัฒนาขึ้นมาจากระบบของสัจพจน์อย่างสมเหตุสมผลตามหลักตรรกวิทยา  โดยไม่ได้เป็นการบรรยายสิ่งใด ๆ ในธรรมชาติเลย  คณิตศาสตร์จึงพัฒนามาในวิถีทางดังที่แสดงไว้ในแผนภาพข้างล่างนี้



 


96856

โครงสร้างแสดงการได้มาซึ่งความรู้ทางคณิตศาสตร์


(Allendoerfer, and Oakley, 1969)


 


ดูปีที่พิมพ์   ก็ยังถือว่าใหม่มากเมื่อเทียบกับประวัติคณิตศาสตร์ซึ่งมีมาหลายพันปีแล้ว





 


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2514 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 15 มิ.ย. 2551 (08:47)

ตัวอย่างของผู้ที่เรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยสหัชญาณ เช่น คุณแม่ของคนในความเห็นที่ 2 


ถ้าเราไปถามท่านว่า ท่านคิดออกมาได้อย่างไร  ไม่แน่ใจว่าท่านจะอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้หรือไม่   


น่าเสียดายที่ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักคิดที่จะถามวิธีคิดจากท่าน    อันที่จริงคือ ตอนนั้น เรายังไม่รู้จักให้ความสำคัญกับความคิดของปัจเจกชนมากกว่า


เราคิดแต่ว่า ความรู้ที่ถูกต้องต้องเป็นความรู้ที่ได้จากการเรียนในระบบที่เป็นแบบมาตรฐานเท่านั้น    ทำให้เราอดรู้ความคิดแปลก ๆ ที่อาจจะนำมาช่วยให้เด็กชอบเรียนคณิตศาสตร์ก็ได้


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2514 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 15 มิ.ย. 2551 (16:15)

คุณKNowarp(ความเห็นที่ห้า) ครับ  หนังสือเล่มนี้น่าสนใจนะครับ ถ้าถามว่า ..เป็นผู้หญิงจะหลงรักอะไรดี.. ถ้าชอบโรแมนติกหน่อย ในหนังสือนี้ก็มีฉากรักเหมือนกัน  จะได้รู้ว่าพวกนักคณิตศาสตร์เขาจีบกันอย่างไร  ในเรื่องมีว่าสาวน้อยนักคณิตศาสตร์ชื่อเอสเธอร์ ไคลน์ ยกปัญหาเกี่ยวกับเรขาคณิตระนาบ(plane geometry)ที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งมาถกเถียงกัน ในบรรดาหนุ่มๆนักคณิตศาสตร์พากันสร้างบทพิสูจน์ขึ้นมา ในจำนวนนั้นมีหนุ่มนักคณิตศาสตร์ชื่อแซแคแรท สร้างบทพิสูจน์ที่น่าประทับใจสาวน้อยคนนี้ได้ ต่อมาจึงได้แต่งงานกัน ซึ่งแอร์ดิชตั้งชื่อไว้ว่า โจทย์แฮปปี้เอนดิ้ง และกลายเป็นชื่อเรียกติดปากในวงการคณิตศาสตร์  และคู่รักนักคณิตศาสตร์อืนๆยังช่วยกันทำงานสานต่อโจทย์นี้ต่อมาอีก   แต่แอร์ดิชไม่สนใจผู้หญิงมิฉะนั้นเขาอาจจะเป็นผู้พิชิตใจสาวไคลน์แทนก็ได้เพราะเขาก็ทำงานในเรื่องนี้ไว้พอสมควร น่าสนใจว่าท่านใช้ชีวืตราวกับนักบวช(ในแง่มุมมองหนึ่ง) เพราะไม่สนใจเรื่องกามารมณ์ ไม่ให้ความสนใจกับทรัพย์สินเงินทอง  แน่นอนท่านรักตัวเลข  แต่ท่านก็รักเด็ก รักแม่ รักเพื่อนและเอื้ออาทรต่อมนุษย์ชาติ    ถ้าจะตีความคำว่า"รัก"ของท่าน ผมรู้สึกว่าจะเป็นสิ่งที่เจือด้วยความเมตตากรุณา(ปรารถนาให้เขาเป็นสุขและพ้นทุกข์) เป็นด้านหลัก  แต่ถ้าเป็นความรักแบบหนุ่มสาวแน่นอนมันจะต้องมีความปรารถนาที่จะครอบครองเจืออยู่อย่างแน่นอน  ในเมื่อท่านมีแต่ความรู้สึกจะเป็นผู้ให้ ท่านจึงอาจจะตัดกามตัณหา ตรงนี้ไปได้  และนี่ทำให้ท่านเป็นคนที่มีความทุกข์น้อยมากก็ได้  อยากจะยกคำเชิดชูท่านที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ มาแสดงไว้ว่า


   "   หากเราจะมองหาใครอีกคนหนึ่งในศตวรรษนี้ที่ทุ่มเทชีววิตทั้งหมดให้กับสิ่งที่เป็นนามธรรม  เราจะต้องย้อมกลับไปนึกถึงลุดวิก วิทท์เกนสไตน์(1889-1951) ผู้ซึ่งได้ละทิ้งทุกอย่างในชีวิตเพื่อปรัชญา  แต่ในขณะที่วิทท์เกนสไตน์ละทิ้งทรัพย์สมบัติเพื่อเป็นการทรมานตนเองรูปแบบหนึ่งนั้น  แอร์ดิชยกเงินเกือบทั้งหมดที่เขาหาได้ให้ผผู้อื่น เพียงเพราะมันไม่จำเป็นสำหรับเขา   


       และในขณะที่การเสาะแสวงหาของวิทท์เกนสไตน์ทำให้เขาเป็นทุกข์จนเกือบฆ่าตัวตายนั้น     แอร์ดิชได้เค้นความสุขทุกหยดหยาดออกมาจากชีวิตที่เขาสร้างขึ้น "


                                                                  เดอะ  อีโคโนมิสต์


ใต้น้ำ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 126 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 51 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 16 มิ.ย. 2551 (07:54)

The Man Who Loved Only Numbers


ถ้าครูไผ่เป็นผู้ตั้งชื่อหนังสือเล่มนี้ จะตั้งชื่อว่า "ชายผู้รักแต่เพียงจำนวน" หรือถ้าชอบสำนวนลิเกนิด ๆ ก็จะเป็น "บุรุษผู้พิศมัยแต่เพียงจำนวน"


ส่วนชื่อ "ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข" เหมาะสำหรับผู้ชายในความเห็นที่ 3 ค่ะ  เพราะของแกนั้นจุดมุ่งหมายปลายทางคือขอให้ได้ตัวเลขเท่านั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดศาสตร์หรือทฤษฏี หลักการความรู้ทางด้านจำนวนแต่อย่างใด


ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2514 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 5 ก.ค. 2551 (00:14)

นึกย้อนไปถึงสมัยเป็นนักเรียนมัธยม
ผมเองก็เคยคิดหาสูตร หมายเลขที่ออก
แล้วพยายามติดตามดูว่ามันออกมาอย่างที่คำนวณหรือไม่
ก็มีถูกบ้างผิดบ้าง แต่ไม่เคยซื้อ


เมื่อโตขึ้นพอมีสตางค์จะซื้อ ก็ไม่ซื้ออยู่ดี
เพราะเท่าที่คำนวณได้ โอกาสเสียมากกว่าโอกาสได้แยะมาก


รู้สึกรังเกียจกองสลากที่มาหลอกเอาเงินคนไทยด้วยกันเอง


แล้วยิ่งรู้สึกเกลียด(รู้สีกแบบนี้ไม่ดีนะครับ แต่ยังไม่หมดกิเลส ความรู้สึกแบบนี้ก็ยังมี)
เมื่อรับทราบว่ารัฐบาลพยายามหาเงินใช้ด้วยการหลอกเอาเงินประชาชนโดยมอมเมาด้วยอบาย


ในมุมมองของผม รัฐบาลนี้ก็เป็นหัวหน้าผี และมีลูกน้องที่ถูกกว้านซื้อมาเป็นจำนวนมาก


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 13276 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 858 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ

ขอบคุณผู้สนับสนุน

หางาน - สมัครงาน
งานคุณภาพจากบริษัทชั้นนำของไทย
www.JobTH.com

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   ทีมการตลาด
คุณอันนา : 086-4907585
คุณนัชชา : 086-4907600
คุณกนกแก้ว: 089-8613727
สำนักงาน :   02-5832802 ,0847619653
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.