นักวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไรว่าแกนโลกเอียง 23.5 องศา

อยากทราบว่าทำไมแกนโลกจึงเอียง และอยากทราบชื่อของนักวิทยาศาสตร์ที่เสนอทฤษฎีเกี่ยวกับแกนโลกเอียง
16 พ.ย. 2547 12:09
23 ความเห็น
27645 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  kuku (Guest)

ไม่รู้ซิ
16 พ.ย. 2547 12:24


ความคิดเห็นที่ 2 pongnang (Guest)

ถามคุณพ่อคุณแม่ของคุณซิ
16 พ.ย. 2547 12:27


ความคิดเห็นที่ 3 e.แมว (Guest)

คิดเอาเองไม่งั้นก็ถามคนข้างๆดู
16 พ.ย. 2547 12:30


ความคิดเห็นที่ 4 otop (Guest)

โลกเอียงเพราะถูกทุบ
16 พ.ย. 2547 12:34


ความคิดเห็นที่ 5 Pubblic (Guest)

เพราะว่ามันไม่ตรง
16 พ.ย. 2547 12:36


ความคิดเห็นที่ 6 S-k-l (Guest)

โลกแก่แล้วมั้ง
16 พ.ย. 2547 15:09


ความคิดเห็นที่ 7 T (Guest)

ผมคิดว่าน่าจะสังเกตจากการขึ้นของพระอาทิตย์ ที่ส่ายไปมาในรอบปี
16 พ.ย. 2547 20:41


ความคิดเห็นที่ 8 FF (Guest)

ผมก็ว่านะจะดูจากเวลาที่พระอาทิตย์อยู่กลางศรีษะในละจิจูดต่าง ๆ
16 พ.ย. 2547 21:36


ความคิดเห็นที่ 9 โดย Kraithong's Best Student

โลกมีแกนหมุนอีกแกนครับ เรียกว่า Axis of Precession

และไอ้แกนนี้นั่นแหละ เป็นตัวใช้เปรียบเทียบว่าโลกเอียงเท่าไหร่



Axis of Precession ของโลก ยัง ตั้งฉากกับ orbital plane ของโลก

เป็นผลให้เกิดปรากฏการณ์ตาม Replies 7&8
17 พ.ย. 2547 02:53


ความคิดเห็นที่ 10 โดย Gigadot

คาบการส่าย หรือ Period of precession ของโลกเราคือ 26000 ปี ดังนั้นผมไม่คิดว่ามันทำให้เกิดการส่ายตามปรากฏการณ์ที 7 และ 8 เพราะเราเห็นมันเป็นอย่างนั้นทุกปี และปรากฏการณ์นั้นเกิดจาก แกนโลกไม่อยู่ในระนาบต่างหากครับ พอเปลี่ยนตำแหน่งเทียบกับดวงอาทิตย์ แกนซึ่งถือได้ว่าเกือบไม่ส่าย เพราะนานมาก ยังชี้ไปทางทิศเดิม ดังนั้นตำแหน่งเดิมบนโลกที่เคยรับแสงจากมุมๆหนึ่ง เลยเปลี่ยนไปเป็นอีกมุมหนึ่ง ผมว่าคุณ Kraithong's Best Student น่าจะหาข้อมุลดูใหม่นะครับ แต่ที่ว่า Axis of precession ตั้งฉากับระนาบวงโครจรนี่น่าจะถุกครับ ไม่แน่ใจ แต่อย่างไรก็ตามการบอกว่าแกนโลกทำมุม 23.5 องศานั่นหมายความว่าทำมุมกับแกนตั้งฉากกับระนาบของวงโคจรมากกว่า นะครับ และการเกิด precession ผมคิดว่ามันทำให้ขั้วโลกเหนือเปลี่ยนช่วงเวลาของหน้าหนาวมากว่าซึ่งตอนนี้สลับกับขั้วโลกใต้ เช่น หน้าหนาวตอนนี้ราวๆ เดือนธันวา อีก 13,000 ปีจะกลายเป็นเดือน มิถุนายน และแน่นอน เรายังต้องเปลี่ยนแผนที่ดาวในอีก 13,000 ปีเพราะดาวเหนือจะไม่อยู่ทิศเหนือพอดีอีกแล้ว
17 พ.ย. 2547 04:43


ความคิดเห็นที่ 11 โดย Kraithong's Best Student

อ้อ โทษที ผมควรบอกว่า

Since the Axis of Rotation and the Axis of Precession are not coincident, the phenomena in the replies 7 and 8 are the result.

แหม พี่ Gigadot ก็ พิจารณาละเอียดเหลือเกิน(ผมแค่ลืมพิมเอง)
18 พ.ย. 2547 22:46


ความคิดเห็นที่ 12 โดย ครูตี๋

คุณ T และหลายๆท่านต่อจากนั้น ตอบถูกแล้วครับ

อีกอย่างก็ ฤดูกาล ไงครับ
ที่พิสูจน์ว่าโลกเอียง
ถ้าโลกหมุนตรงๆ คงได้รับพลังงานเท่ากันในแต่ละวันตลอดปี
และจะไม่มีฤดูกาลแน่ เพราะทั้งปีก็จะเหมือนเดิมๆ

การที่โลกเอียง เมื่อเดือนหนึ่งๆ โลกไปอยู่ในตำแหน่งใหม่
ความเอียงของโลกทำให้โลกหันหน้าหันหลังจากดวงอาทิตย์ไม่เหมือนกัน

ส่วนว่า วัดอย่างไรว่าเอียงเท่านี้
ข้างบนตอบให้แล้วนะครับ
20 พ.ย. 2547 17:47


ความคิดเห็นที่ 13 aa (Guest)

คุณศิษย์เอกไกรทองกรุณาอย่าพิมพ์ เป็นอังกฤษมา เลี่ยมเหลือเกิน
29 พ.ย. 2547 19:09


ความคิดเห็นที่ 15 1+1 (Guest)

เค้า วัด โดยใช้ระนาบวงโคจรเป็นเกณฑ์อะครับ และวัดว่า เเกนของโลกเอียงกี่องศาจาก เส้นสมมุติที่ลากมาตั้งฉากกับเส้นวโคจรครับผม
13 ต.ค. 2548 13:18


ความคิดเห็นที่ 16 แดนดินถิ่นคนหล่อ (Guest)

และทำไมแกนมันไม่ตรงกับระนาบวงโคจรละคับทำไมมันไม่ตั้งตรงเหมือนกันละคับ
13 ต.ค. 2548 17:06


ความคิดเห็นที่ 17 *-* (Guest)

งงอะไม่เข้าใจ
25 ต.ค. 2548 18:54


ความคิดเห็นที่ 21 โดย ครูตี๋

http://en.wikipedia.org/wiki/Axial_tilt


http://en.wikipedia.org/wiki/Precession_(astronomy)

29 ก.ย. 2551 18:08


ความคิดเห็นที่ 22 jairaw111@hotmail.com (Guest)

แกนโลกเอียง หรือป่าว เราไม่รู้ แต่ของเราเอียงซ้าย 80 องศา คริๆๆๆ
21 ก.ย. 2553 14:26


ความคิดเห็นที่ 23 พงพัฒน์ วิศิษฏ์ภาดา 0868982366 (Guest)

โลกเอียง23.5องศาโดยสังเกตจากดวงดาวบนฟากฟ้า เมื่อเราแบ่งฟากฟ้าออกเป็นซีกตะวันออกและตะวันตก บนท้องฟ้าจะมีเส้นสมมุติ
เกิดขึ้นเส้นหนึ่งเหนือหัวเรา 90องศา ดาวทุกดวงบนฟากฟ้าเมื่ขื้นที่ตำแหน่งใดทางทิศตะวันออกก็จะตกที่ตำแหน่งนั้นทางทิศตะวันตก
แต่ดาวต่าง ๆ จะไม่ได้เคลื่อนตัวขนานกับเส้นที่เราสมมุติขึ้นมา เราต้องลากเส้นอีกเส้นหนึ่งบนท้องฟ้าที่เอียงออกไปจากเส้นเดิม23.5
องศานั่นคือเส้นทางที่ดาวทุกดวงบนท้องฟ้าจะเคลื่อนตัวขนานไปกันเส้นนี้ตลอดเวลา เนื่องมาจากโลกเราเอียงไปจากแกนอุดมคตินั่นเอง
ระนาบวงโคจรของโลกในอดีตนักดาราศาสตร์เคยบันทึกไว้ที่ 7.15องศา เมื่อเทียบกันสุริยะนาบนั่นคือ แสงที่พุ่งตรงออกไปจากเส้น
ศูนย์สูตรดวงอาทีตย์ ปัจจุบันนี้เราจะสังเกตุเห็นว่าพระอาทิตย์ขึ้นและตกผิดตำ่แหน่งไปจากเดิมจากการวัดมุมแสง ในวันที่ 4เดือนกรกฎาคม 2543 จะวัดได้เป็นมุม -10 องศาตะวันตก และ วันที่ 3 มกราคม 2554 วัดได้ 63 องศา ซึ่งมุมต่างกันมาถึง 73 องศา
จึงได้นำมาทดลองคำนวนทางเรขาคณิตและสร้างเป็นรูปทางเรขาคณิตขึ้น ปรากฎว่า คามุมองศาที่วัดได้ของระนาบวงโคจรของโลก
เป็น 36 องศา ลอยตัวเหนือสุริระนาบ2.5 องศา และตัดกับสุริยะระนาบที่3 องศาตะวันตก ซึ่งโลกเราได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะพวกเราเองที่ช่วยกันทำโดยไม่รู้ตัว และจากการตรวจสอบหาค่ามุมแสงตกกระทบที่พื้นผิวเปลียบเทียบกับเมื่อโลกยังอยู่ที่ระนาบ 7.5 องศา
ได้ค้นพบว่าเมื่อก่อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ จะเกิดที่ละติจูดที่ 12องศาใต้และ24องศาใต้ตลอดทั้งปีไม่เปลี่ยบแปลง นั่นเป็นเหตุให้
กระแสนำ้ร้อนในมหาสมุทรไหลจากทิศใต้ไปยังทิศเหนือและออสเดเลืยกลายเป็นทวีปที่แห้งแล้งที่สุดแพราะขั้วความร้อนของโลก
เกิดที่จุดนั้นตลอดเวลา แต่ ณ ปัจุบันที่ระนาบ 36องศาขั้วความร้อนได้เกิดขึ้นที่3องศาเหนือในเดือน กรกฎาคมและ56.5 องศาใต้ใน
เดือนมกราคม ดังนั้นในกระแสนำ้ร้อนในมหาสมุทรจึงไหลไปทางเหนือในเดือนมกราคม และไหลไปทางใต้ในเดือนกรกฎาคม
นี่คือเหตุของกระแสน้ำร้อนในมหาสมุทรเปลีนยทิศทางกลับไปกลับมา สัตว์ต่่าง ๆที่ปลับตัวไม่ได้ก็ล้มตายไปเป็นอันมาก ปะการัง
ก็ฟอกขาว ตายกันเป็นกลุ่ม ๆ เมื่อต้นปีฝนตกหนักที่ออสเดเลียและบลาซิลก็เพราะที่ซีกโลกใต้ เกิดจุดแสงต่ำสุดที่56.5 องศาและแสงตั้งฉากที่ 62องศาใต้ ซึ่งมันไม่นาจะเกิดได้ปรกติแสงต่ำสุดต้องเกิดใกล้ขั้วโลกโน่น แต่มันกลับมาเกิดเหนือจุแสงตั้งฉากก็เลยปะทะกัน ที่ละติจูด 27 องศาใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองบริสเบน ออสเตเลียออสเตเลีย และในเวลาต่อมาก็เกิดฝนตกหนักที่บลาซิล
จากสาเหตุเดียวกันแต่เลื่อนมาเป็นที่22 องศาใต้ในวันที่14 มกราคม 2554 เพราะโลกเริ่มลดองศาลงตามเวลา ในขณะนี้ที่ออสเดเลียต้องเป็นฤดูร้อนแต่กลับมีหิมะตกหนัก ก็เพราะจุุแสงต่ำสุดมันมาเกิดใกล้ ๆ สรุปซีกโลกใต้ตอนนี้ไม่น่าอยู่จะได้รับผลกระทบสูงสุด เรื่อง เอลนินโย่ เอลนินย่า ฝรั่งเค้าไม่รู้เรื่องนี้เค้าก็สมมุติของเค้าไปเรื่อย คนไทยเราก็แปลกฝรั่งพูดอะำไรก็เชื่อหมด แต่ถ้าเป็นคนไทยด้วยกันพูดก็ไม่มีใครเชื่อ ผมเองก็โดนมาคุยไปก็ไม่มีใครฟังทั้งที่ยังไม่ได้ฟังให้หมดก่อนเลย
23 ม.ค. 2554 21:44

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น