รอให้น้ำลายไหลเสียก่อน

รอให้น้ำลายไหลเสียก่อน

เด็กหญิงเล็ก ๆ คนนั้นยืนอยู่ที่นั่นนานนักหนา บางทีอาจจะก่อนที่ข้าพเจ้าจะเข้าไปซื้อของในร้านเสียอีก ดวงตาเป็นประกายของแม่หนูจับจ้องอยู่ที่ขวดโหลที่บรรจุทอฟฟี่ชนิดต่าง ๆ อมยิ้ม ลูกกวาด และขนมปังกรอบหลากหลายชนิด นิ้วชี้ของแกใส่อยู่ในปาก ท่าทางเหมือนกับพิศมัยขนมในขวดโหลนั้นเป็นกำลัง จนกระทั่งตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะเลือกซื้ออะไรกันแน่
ข้าพเจ้าซื้อของเสร็จและจะออกจากร้านนั้นไปแล้ว แม่หนูก็ยังยืนอยู่อย่างเดิม นัยน์ตากวาดดูขนมต่าง ๆ จากขวดโหลนี้ไปยังขวดโหลอื่น ๆ หลายตลบ ทันใดนั้นสิ่งหนึ่งก็วูบเข้ามาในความนึกคิดของข้าพเจ้า เด็กน้อยคนนี้อาจจะไม่มีสตางค์ติดตัวเลยก็เป็นได้ ด้วยสำนึกอันนี้ทำให้ข้าพเจ้ากลับมาพิจารณาดูเด็กหญิงคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง เครื่องแต่งกายกลางเก่ากลางใหม่แต่ดูสะอาดเรียบร้อย และผมหางม้าก็มีโบสีฟ้าผูกไว้อย่างงาม แม่หนูอยู่ในวัยไม่เกิน ๗-๘ ขวบ ท่าทางที่เพ่งพินิจดูขนมหลายหลากชนิด ช่างเต็มไปด้วยความสุขและความพอใจอย่างเหลือล้น ช้าพเจ้าบอกตัวเองไม่ถูกว่าเด็กคนนี้ต้องการความช่วยเหลือให้สมปรารถนาหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือแม่หนูไม่ได้ถือกระเป๋าสตางค์อยู่ในมือ
ข้าพเจ้าเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบเอาเหรียญบาทออกมา ๓ เหรียญพลางตัดสินใจเดินไปที่เด็กผู้หญิงคนนั้น
"เอ้อ...หนู ฉันมีเศษสตางค์อยู่ ๓ อัน หนูอยากจะซื้ออะไรบ้างไหม ?"
เด็กหญิงหันขวับมาทางข้าพเจ้า ยิ้มกว้างจนเห็นฟันหลอที่แถวบนแล้วสั่นศีรษะอยู่ไปมา ท่าทางเต็มไปด้วยความขบขัน
"สตางค์ของหนูก็มีค่ะ" เด็กหญิงตบกระเป๋ากระโปรงให้ดูประกอบ "แต่ว่า...หนูคอยให้น้ำลายไหลเสียก่อนถึงจะซื้อ"

"คอยให้น้ำลายไหลเสียก่อน" ข้าพเจ้าทวนคำอย่างแทบไม่เชื่อหูตนเอง เด็กหญิงคนนี้ช่างคิดเสียนี่กระไร ถึงแม้จะอยู่ในวัยเยาว์ ถ้าโตขึ้นคงจะเป็นหญิงสาวที่มีนิสัยดีงามอย่างยิ่ง และข้าพเจ้าก็คงจะไม่มีวันลืมเด็กน้อยคนนี้ได้เลย

เพราะคำพูดง่าย ๆ นี้ ทำให้ข้าพเจ้าอดระลึกไม่ได้ถึงพฤติการณ์แห่งความฟุ่มเฟือยของตนเองในหนหลัง ถูกแล้วข้าพเจ้าโตพอที่จะไม่อยากได้ลูกกวาดหรือทอฟฟี่อย่างแม่หนูคนนั้น แต่ความต้องการของข้าพเจ้ามีมากเหลือเกิน และไม่เคยเลยที่จะให้โอกาสตนเองรอคอยจนกระทั่งให้น้ำลายไหลเสียก่อน เพียงเหลือบดูเห็นของที่ชอบใจก็ซื้อโดยแทบจะไม่คิดถึงราคาถูกแพง และเมื่อได้มาแล้วเพิ่งได้คิดทีหลังว่าตนเองมิได้ชอบมันอย่างแท้จริงเลย ของหลายอย่างจึงนอนจมอยู่ก้นตู้อย่างไม่มีวันปรารถนาจะหยิบออกมาใช้อีก

"เราจะไม่เป็นคนฟุ่มเฟือยอีกต่อไป" ข้าพเจ้าตั้งปณิธานหลังได้พบแม่หนูน้อยคนนั้นแล้ว ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าปรารถนาจะซื้อของแต่ละชิ้นมาเป็นสมบัติ ข้าพเจ้าไม่ซื้อโดยทันทีในวันนั้น แต่ให้เวลาตนเองได้ครุ่นคิดเสียก่อนหลาย ๆ วัน ว่าพอใจของสิ่งนั้นแน่หรือไม่ เมื่อหลายวันผ่านไป ถ้าความต้องการยังไม่เปลี่ยน ค่อยกลับไปซื้อของนั้น ๆ และได้พบด้วยความประหลาดใจว่าไม่เคยเบื่อของเหล่านั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า เข็มขัด ผ้าตัดเสื้อ หรือแม้ของกระจุกกระจิกสำหรับตั้งดูเล่นหรือของสำหรับรับประทาน ภายหลังที่ซื้อมาแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าก็ได้สังเกตว่า บ่อยครั้งที่ตนเองเปลี่ยนใจในวันรุ่งขึ้น และมิได้ซื้อของที่เคยอยากได้เลย หรือบางทีการรอคอยก็ทำให้ข้าพเจ้าได้สิ่งอื่นที่ดีกว่า และบางทีคนอื่นซื้อของนั้น ๆ ไปก่อนแล้วข้าพเจ้าก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อของนั้น

บทเรียน "รอให้น้ำลายไหลเสียก่อน" ช่วยประหยัดเงินของข้าพเจ้าไว้จำนวนไม่น้อย คิดว่าบทเรียนนี้ก็คงจะใช้สำหรับคนอื่น ๆ ได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใดและต้องการอะไร อย่าลืมหยุดคิดว่า "รอให้น้ำลายไหลเสียก่อน"

ศุทธินี

ที่มา : จากหนังสือเรียน "วิวิธภาษา" ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒

16 มิ.ย. 2561 13:40
0 ความเห็น
175 อ่าน
No results found.

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น