วิชาการดอทคอม ptt logo

ชื่อดวงดาว

โพสต์เมื่อ: 10:26 วันที่ 28 พ.ย. 2547         ชมแล้ว: 54,786 ตอบแล้ว: 84
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ดาวเคราะทั้ง 9 มีชื่อภาษาอังกฤาตามชื่อเทพเจ้าหรือไม่ เป็นเทพอะไร


ฝน(203.150.217.114,203.113.57.6,)





จำนวน 70 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 28 พ.ย. 2547 (21:32)
ดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวงมีชื่อตามเทพเจ้า ยกเว้นโลก(Earth) แต่ที่จริงแล้วโลกก็มีชื่อที่เป็นเทพเจ้าเหมือนกัน ผมลืมไปแล้วครับ ถ้าใครรู้ก็ช่วยบอกทีนะครับ
FF (IP:203.150.4.65,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 พ.ย. 2547 (11:03)
Earth===> Geo or Apollo
ศิษย์เอกไกรทอง
ร่วมแบ่งปัน157 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 29 พ.ย. 2547 (23:57)
sorry==> Atlas not Apollo, mis-remembered.
ศิษย์เอกไกรทอง
ร่วมแบ่งปัน157 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 4 ธ.ค. 2547 (14:50)
โทษที ก็ยังผิดอยู่ดีแหละครับ

Atlas กับ Apollo ก็ไม่ใช่ทั้งคู่แหละครับ

Gaia ต่างหาก



คุณ เด็ก สว. ตอบแล้ว กระทู้ข้างบน

( แบบตอบเหมาสองกระทู้ทีเดียวมั๊ง )







ขอเสริม คุณ เด็ก สว. ครับ

ที่ว่า

โลกดวงเดียวมิได้ตั้งชื่อตามเทพนิยายกรีก

คำว่า "Earth" มาจากอังกฤษ

เทพนิยายโรมัน เทพเจ้าแห่งโลกเป็นเพศหญิงชื่อ เทลลุส

แปลว่าดินซึ่งอุดมสมบูรณ์ (กรีก: กาเอีย )



เสริมว่า

ถึงยังไง Gaia (ความจริงต้องอ่าน ไกอา หรือเกียอา นะ อ่านผิด)

ถึงไม่ได้มาเป็นชื่อดาวเคราะห์โลกโดยตรง

แต่เป็นรากศัพท์ของคำว่า Geo ที่แปลว่า ธรณี (พื้นโลก)

เช่น Geology - ธรณีวิทยา

และ Geae ในศัพท์ แผ่นเปลือกโลก เช่น Pangeae (ทวีปรวมในยุคแรก)
ครูตี๋ (IP:202.47.247.146,10.1.4.38,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 4 ธ.ค. 2547 (14:53)
อ้อ มีคำหนึ่ง ดวงจันทร์ (ของเรา เน้น ของเราครับ)



เรามักไม่เรียกชื่อจริง



ปกติเวลาพูดถึง ดวงจันทร์ (เฉยๆ)

ก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าหมายถึง ดวงจันทร์ ของเรา



ความจริงดวงจันทร์ของเรา

ถ้าเรียกตามชื่อเทพกรีก ก็คือ

ลูน่าร์ (Lunar) ครับ



ศัพท์คำนี้ ก็ถูกใช้เรียกดวงจันทร์บ่อยๆ ในทางวิทยาศาสตร์

ไม่ได้หายไปไหนซะทีเดียว
ครูตี๋ (IP:202.47.247.146,10.1.4.38,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 8 ธ.ค. 2547 (09:32)
นอกจากดาวเคราะห์แล้วกลุ่มดาวก็มีการตั้งชื่อตามเทพนะคะ
Punky Girl
ร่วมแบ่งปัน43 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 7 มี.ค. 2548 (16:40)
ถึงเราจะเก่งเรื่องดวงดาว แตเราดูดาวไม่เป็น ใครดูเป็นก็มาสอนหน่อยสิค่ะ บาย.....................
แอม (IP:210.246.68.235,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 7 มี.ค. 2548 (16:45)
ขอโทษนะค่ะเขียนตกไปหน่อย ช่วยสอนหน่อยสิค่ะ เบอร์098886469 รักนะ.................LOVE..................บาย............................
แอม (IP:210.246.68.235,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 7 มี.ค. 2548 (16:49)
ไม่ต้องโทรมานะเพื่อนเขาเขียนมั่ว (แต่รักจิงจิง)
แอม (IP:210.246.68.235,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 13 มี.ค. 2548 (11:26)
ลองอ่านนะจ๊ะ

http://www.thai.to/universe/andaman.html
varun@yahoo.com (IP:203.151.140.117,203.113.50.16,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 27 เม.ย. 2548 (20:56)
เรามีชื่อเทพของดาวแต่ละดวง ต้องขอโทษด้วยนะที่ไม่มีภาษาอังกฤษ และอาจไม่ครบ 9 ดวง

1. ดาวพุธ ( Mercury ) เป็นชื่อเทพเจ้าแห่งการสื่อสาร มีฉายาว่า เตาไฟแช่แข็ง

2. ดาวศุกร์ ( Venus ) มีฉายาว่าเทพธิดาแห่งความรักและความงาม

3. ดาวอังคสร ( Mars ) เป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งสงคราม มีฉายาว่า ดาวเคราะห์สีแดง

4. ดาวพฤหัสบดี ( Jupiter ) เป็นชื่อจอมเทพหัวหน้าเทพเจ้า

มีฉายาว่า โลกยักษ์

5. ดาวเสาร์ ( Saturn ) เป็นชื่อเทพเจ้าแห่งการเกษจร

6. ดาวเนปจูน ( Neptune ) เป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งทะเล เรียกดาวสมุทร
Far (IP:61.90.43.226,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 29 เม.ย. 2548 (16:18)
ดวงดาวในระบบสุริยะ



ดาวเคราะห์ (Planets) ในระบบสุริยะทั้งหมด 9 ดวง เรียงตามลำดับ โดยมีดวงอาทิตย์ (Sun) เป็นศูนย์กลาง ดังนี้ ดาวพุธ (Mercury) ดาวศุกร์ (Venus) โลก (Earth) ดาวอังคาร (Mars) ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ดาวเสาร์ (Saturm) ดาวยูเรนัส (Uranus) ดาวเนปจูน (Neptune) และดาวพลูโต (Pluto) ดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกของเราก็มีดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดาวพลูโต ที่มีขนาดใหญ่กว่าโลก มีดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน มีดาวเคราะห์ 7 ดวง รวมทั้งโลกที่มีดวงจันทร์เป็นบริวารมีจำนวนแตกต่างกันออกไปยกเว้นดาวเคราะห์วงใน 2 ดวงคือ ดาวพุธและดาวศุกร์ ที่ไม่มีดวงจันทร์บริวาร



สำหรับมนุษย์บนโลก เรารู้จักดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวบนท้องฟ้ามาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ มีการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับดวงดาวและวัตถุท้องฟ้ามานานกว่า 8,000 ปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในสมัยบาบิโลเนีย อียิปต์โบราณ หรือกรีกโบราณก็ตาม ซึ่งในแต่ละยุคสมัยต่างก็มีข้อมูลหลักฐานยืนยันถึงความเจริญรุ่งเรืองและความสนใจเกี่ยวกับความรู้ทางด้านดาราศาสตร์ แตกต่างกันออกไป ได้มีการตั้งชื่อของดาวเคราะห์และให้สัญลักษณ์ของดาวเคราะห์ทุกดวงเป็นฃื่อของเทพเจ้า เทพธิดา หรือสิ่งที่ตนเคารพนับถือและบูชา เช่น ใช้สัญลักษณ์ของเทพอาทิตย์แทนด้วยรูปคล้ายนกอินทรี ใช้สัญลักษณ์เทพเจ้าซินแทนด้วยรูปดวงจันทร์ ใช้สัญลักษณ์รูปดาว16 แฉกแทนความหมายดาวศุกร์ หมายถึง เทพธิดาอิชทาร์ (Ishtar) เป็นเทพแห่งความรัก ความสมบูรณ์ เหล่านี้เป็นต้น



การใช้สัญลักษณ์จึงปรากฎมีมาแต่โบราณกาล และให้ความหมายที่สอดคล้องกับดาวแต่ละดวง





ดวงอาทิตย์ (Sun)



สัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์เป็นรูปวงกลม มีจุดอยู่ที่จุดศูนย์กลาง หมายถึง จุดกำเนิดของชีวิต ดวงอาทิตย์ให้พลังงานความร้อน ให้ความอบอุ่น ให้แสงงสว่างแกมวลสรรพสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลก เป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกที่สุด อยู่ห่างจากโลก 150 ล้านกิโลเมตร หรือ 1 หน่วยดาราศาสตร์





ดวงจันทร์ (Moon)



สัญลักษณ์ของดวงจันทร์เป็นรูปจันทร์เสี้ยว ส่วนรูปหญิงสาวกำลังยิงธนูคือ เทพีแห่งการล่าสัตว์ ดวงจันทร์เป็นดาวเคราะห์ที่สว่างมากเป็นอันดับหนึ่งในเวลากลางคืน บนดวงจันทร์ไม่มีน้ำและบรรยากาศห่อหุ้มเป็นบริวารดวงเดียวของโลกและอยู่ใกล้โลกมากที่สุด





ดาวพุธ (Mercury)



สัญลักษณ์ของดาวพุธเป็นรูปงูพันไม้เท้า มีปีกดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดเล็กกว่าโลก เคลื่อนที่เร็วที่สุด จึงเปรียบเสมือนเทพเจ้าผู้ส่งข่าว อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด สามรถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า บนดาวพุธไม่มีบรรยากาศ พื้นผิวเต็มไปด้วยหลุมบ่อ มีหน้าผาสูง หุบเหว และรอยแยก





ดาวศุกร์ (Venus)



สัญลักษณ์ของดาวศุกร์ เป็นรูปกระจกเงาที่มีมือถือ ใช้แทนสัญลักษณ์สากลของเพศหญิง ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่มีแสงสว่างสวยงามมาก ชาวโรมันจึงเรียกดาวดวงนี้ว่า วีนัส เป็น เทพธิดาแห่งความงาม สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีบรรยากาศหนาทึบเต็มไปด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และไอของกรดกำมะถน เป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกมากที่สุด จึงได้ชื่อว่าเป็น ดาวคู่แฝดกับโลก ไม่มีดวงจันทร์เป็นบริวาร





โลก (Earth)



สัญลักษณ์ของโลกเป็นรูปวงกลมรอบกากบาทซึ่งหมายถึงเส้นศูนย์สูตร และส้นลองจิจูดของโลก โลกเป็นดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ มีดวงจันทร์เป็นบริวาร 1 ดวง และพื้นผิวส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำ โลกจึงได้ชื่อว่าเป็น ดาวเคราะห์แห่งพื้นน้ำ





ดาวอังคาร (Mars)



สัญลักษณ์ของดาวอังคารเป็นรูปโล่และหอก ใช้แทนสัญลักษณ์สากลของเพศชาย เป็นดาวเคราะห์สีแดง ได้ชื่อว่าเป็น เทพเจ้าแห่งสงคราม เพราะปรากฏเป็นสีแดงในท้องฟ้า อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 4 มีบรรยากาศเบาบาง ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พื้นผิวมีแต่รอยแยก หลุมบ่อ และภูเขาไฟอยู่ทั่วไปไม่มีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร มีดวงจันทร์เป็นบริวาร 2 ดวง ชื่อ โฟบอส และ ไดมอส





ดาวพฤหัสบดี (Jupiter)



สัญลักษณ์ของดาวพฤหัสบดีเป็นรูปสายฟ้าแลบ เป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ มีขนาดใหญ่กว่าโลกประมาณ 12 เทา อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 5 บรรยากาศส่วนใหญ่เป็นก๊าซไฮโดรเจน ไม่มีก๊าซออกซิเจน มีจุดแดงใหญ่และแถบสีคล้ำพาดผ่านขวางตัวดวงเป็นลักษณะเด่นมีดวงจันทร์เป็นบริวาร 16 ดวง ที่มีขนาดใหญ่ 4 ดวงเห็นชัดเจน ซึ่งกาลิเลโอเป็นผู้ส่องกล้องค้นพบเรียกว่า ดวงจันทร์กาลิเลียน



ได้แก่ ไอโอ ยุโรปา แกนิมีด และ คัลลิสโต สำหรับ ดวงจันทร์แนนิมีด (Ganymede) เป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 5,260 กิโลเมตร





ดาวเสาร์ (Saturn)



สัญลักษณ์ดาวเสาร์เป็นรูปเคียว เพราะดาวเสาร์เป็น เทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีสีเหลืองอ่อน เมื่อดูด้วยกล้องโทรทรรศน์จะเห็นวงแหวนล้อมรอบสวยงาม 7 ชั้น เป็นดาวเคราะห์ที่มีดวงจันทร์เป็นบริวารมากถึง 18 ดวง



ดวงจันทร์ดวงใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์ชื่อว่า ไททัน (Titan) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองในระบบสุริยะรองจากดวงจันทร์แกนิมีด (Gany-made)ของดาวพฤหัสบดี





ดาวยูเรนัส (Uranus)



สัญลักษณ์ดาวยูเรนัสแทนสวรรค์ เพราะยูเรนัสเป็นเทพเจ้าแห่งท้องฟ้า ของกรีก เป็นดาวเคราะห์ที่ วิลเลียม เฮอร์เชล ค้นพบโดยอาศัยกล้องโทรทรรศน์ส่องค้นพบปี พ.ศ. 2324 มีองค์ประกอบคล้ายดาวพฤหัสบดี คือ ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียม ดาวยูเรนัสมีสีฟ้าเขียว มีดวงจันทร์เป็นบริวาร 15 ดวง ชื่อไทยของดาวยูเรนัสคือ ดาวมฤตยู





ดาวเนปจูน (Neptune)



สัญลักษณ์ดาวเนปจูนเป็นรูปตรีศร หรือสามง่าม เนปจูนเป็น เทพเจ้าแห่งทะเล ของโรมัน มีสามง่ามเป็นอาวุธ เป็นดาวเคราะห์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ส่องกล้องโทรทรรศน์ค้นพบโอย จอห์น คูช อะดัมส์ ชาวอังกฤษ และ เลอแวร์รีเย ชาวฝรั่งเศส บรรยากาศบนดาวเนปจูนเต็มไปด้วยก๊าซมีเทน มีจุดสีดำ มีวงแหวนล้อมรอบ 5 ชั้น และมีดวงจันทร์เป็นบริวาร 8 ดวง ชื่อไทยของดาวเนปจูนคือ ดาวเกตุ





ดาวพลูโต (Pluto)



สัญลักษณ์ดาวพลูโตเป็นรูปตัว P และ L รวมกัน เป็นอักษรย่อของ Percival Lowell นักดาราศาสตร์สหรัฐฯ ผู้มีส่วนช่วยให้ค้นพบดาวพลูโต ผู้ส่องกล้องค้นพบโดยไคลด์ ทอมบอห์ ค้นพบที่หอดูดาวโลเวลล์ เมื่อ พ.ศ. 2473 ดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะและอยู่ไกลมากเป็นอันดับที่ 9 จึงไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดาวพลูโตมีดวงจันทร์เป็นบริวาร 1 ดวงเหมือนกับโลก ชื่อ ชารอน (Charon) ชื่อไทยของดาวพลูโตคือ ดาวยม





.................ว๊า........ไม่รู้ จะ ส่ง รูป ยัง ไง อ่ะ คับ



.................เรื่อง ดาว ถาม มา ได้ คับ



................รู้ ไม่ เยอะ รู้ ไม่ ดี แค่ พื้น ๆ แต่ โม้ ได้ นิด หน่อย



................
................ตานุ (IP:61.90.50.132,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 29 เม.ย. 2548 (16:22)
ลิงค์ ที่ คุณ varun@yahoo.com ส่งให้ เป็น ลิงค์ ข้อ มูล สึนามิอ่ะ คับ





ไม่เกี่ยว กับ กระ ทู้ นี้ กั๊บ



ส่ง ผิด หรือ ป่าว
..............ตานุ (IP:61.90.50.132,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 6 พ.ค. 2548 (10:34)
ดวงจันทร์ คือ ไดอนา

ดวงอาทิตย์ คือ อพอลโล่



ทั้ง2เป็นพี่น้องฝาแฝดกันเป็นลูกของ เทพ ซีรีอุส(เทพเจ้าสูงสุดแห่งเขาโอลิมปัส)แล้วทั้งสองก็อยู่ใน 12เทพเจ้า้แห่งเขาโอลิมปัสด้วย
ภาณุ (IP:203.159.12.16,203.159.7.100,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 6 พ.ค. 2548 (10:43)
ต่ออีกนิดครับ แอดลาส Atlast เป็นเทพเจ้า รุ่นก่อน(ก่อนรุ่นที่ ซีรีอุส หรือ ที่ชาวโรมัน ตั้งไห้ว่า จูปิเตอร์) หลังจากแพ้ซีรีอุส ก็ถูกสาป บังคับให้ไปแบกท้องฟ้าอยู่ที่จุดท้ายของโลก เลยเรียกว่า atlast (ตอนท้ายไปเจอกับเฮอร์คิวลิส)...แล้วกลายเป็นหินไป
ภาณุ (IP:203.159.0.14,203.159.7.100,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 6 พ.ค. 2548 (16:11)


21061
..................Gaea - กาเอีย - แม่พระธรณี - แม่พระบนผืนโลก - Mother Earth



...................ตำนาน กรีก บอก ว่า เป็นเทพสตรี ผู้ ยิ่ง ใหญ่ ปกป้อง คุ้ม ครองโลก



...................Gaea, or Mother Earth, was the great goddess of the early Greeks. She represented the Earth and was worshipped as the universal mother. In Greek mythology, she created the Universe and gave birth to both the first race of gods (the Titans) and the first humans.



In the creation story of the ancient Greeks, Chaos came before everything else. Chaos was made of Void, Mass, and Darkness in confusion. Then Earth, in the form of Gaea, came into existence. From Mother Earth sprang the starry heavens, in the form of the sky god Uranus. From Gaea also came the mountains, plains, seas and rivers that make up the Earth as we know it today.



Gaea, or Mother Earth, was the oldest of the gods of the early Greeks. She was known as the supreme goddess by humans and gods alike. She presided over marriages and oaths and was honored as a prophetess.

.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 21 พ.ค. 2548 (09:26)
โลกยักษ์
พาะนพื ยภน (IP:61.7.129.81,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 8 มิ.ย. 2548 (06:35)
ผมอยากรู้เรื่องผลจาการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกอ่าคับ

ใครทราบช่วยบอกทีนะคับ
นักเรียน (IP:203.188.17.59,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 10 มิ.ย. 2548 (16:18)
ความหมายของแผ่นเปลือกโลก
ส.ภ (IP:203.113.71.201,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 15 มิ.ย. 2548 (15:22)
ดาวนพเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาลมีทั้งหมด 9 ดวง มีชื่อตามทางกรีกเเละโรมันเเตกต่างกันไปตามชื่อเทพ มีดังนี้ค่ะ

1.เทพดาวพุธ มีชื่อกรีกว่า เฮอร์มีส มีชื่อโรมันว่า เมอร์คิวรี่

2.เทพีดาวศุกร์ มีชื่อว่ากรีกว่า อะโฟรไดที มีชื่อโรมันว่า วีนัส

3.ดาวโลก ไม่ได้มีชื่อมาจากภาษาโรมันหรือกรีก เเต่มาจากภาษาอังกฤษเรียกว่า เอิร์ธ

4.เทพดาวอังคาร มีชื่อกรีกว่า เอรีส มีชื่อโรมันว่า มาร์ส

5.เทพดาวพฤหัส มีชื่อกรีกว่า ซีอุส มีชื่อโรมันว่า จูปิเตอร์

6.เทพดาวเสาร์ มีชื่อกรีกว่า โครนัส มีชื่อโรมันว่า แซตเทิร์น

7.เทพดาวมฤตยู มีชื่อกรีกว่า เทลลัส มีชื่อโรมันว่า ยูเรนัส

8.เทพดาวเกตุ มีชื่อกรีกว่า โพไซดอน มีชื่อโรมันว่า เนปจูน

9.เทพดาวยม มีชื่อโรมันว่าพลูโต เเต่ชื่อกรีกหนูจำไม่ได้
เด็ก(ไม่)น่ารัก (IP:203.147.44.199,192.168.16.133,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 16 มิ.ย. 2548 (14:48)
ชื่อกรีกของ Pluto เทพผู้เป็นใหญ่ในนรก หรืใน"ยมโลก" คือ HADES ครับ
จิ้งจอกเหิรฟ้า ศิลาดั้นเมฆ (IP:202.28.181.9,10.9.4.195,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 22 มิ.ย. 2548 (13:53)
ขอบคุณคุณจิ้งจอกเหิรฟ้า ศิลาดั้นเมฆมากๆเลยค่ะที่ช่วยเเก้ให้

thank!
เด็ก(ไม่)น่ารักคนเดิม (IP:203.147.44.199,192.168.16.133,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 22 มิ.ย. 2548 (15:22)
ต้องขออภัยด้วยค่ะ เมื่อกี้ไฟดับ หนูขอเล่าถึงประวัติของ

มหาเทพซีอุส(จูปิเตอร์)ได้ไหมคะ เพราะว่าหนูเกิดวันพฤหัสบดี

และก็ชอบเทพองค์นี้ค่ะ(แต่ไม่เท่ากับเทพีอะธีนา เทพีเเห่งปัญญาของกรีกหรอกค่ะ)

เทพซีอุส เป็นลูกคนสุดท้องหรือคนที่ 6 ของรีอาเเละโครนัสค่ะ

ส่วนพี่ๆของเทพซีอุสได้เเก่ 1.ฮาเดส 2.โพไซดอน 3.เฮสเทีย

4.ดีมีเตอร์ 5.ฮีร่า(ภายหลังฮีร่าได้กลายเป็นภรรยาหลวงของ -

เทพซีอุสไปโดยปริยาย)

โครนัสกลัวว่าลูกๆจะยึดราชสมบัติอย่างที่ตัวเองทำไว้กับพ่อ

(เทลลัส) ดังนั้นเมื่อลูกๆเกิดมา จึงได้กลืนกินลูกเข้าปากไปคนเเล้วคนเล่า จนกระทั่งถึงลูกคนสุดท้าย รีอากลัวว่าโครนัสจะกลืนกินลูกอีก จึงเอาก้อนหินห่อผ้าเเล้วก็ส่งไปให้โครนัส ซึ่งโครนัสก็เชื่อค่ะว่าก้อนหินนั้นคือลูกของตน เมื่อรีอาวางเเผนลวงเสร็จเรียบร้อยเเล้ว พระนางจึงนำลูกชายไปไว้ที่เกาะครีต เพื่อให้ห่างพ้นจากสายตาของโครนัส และให้นางอัปสรกลุ่มหนึ่งเป็นผู้เลี้ยง

นางอัปสรกลุ่มนี้ก็คิดท่าร่ายรำและขับร้องชนิดหนึ่งเพื่อไม่ให้เสียงของซีอุสดังไปถึงเทพโครนัส และให้เทพซีอุสดื่มนมเเพะเป็นอาหาร เมื่อซีอุสโตขึ้นก็ได้ขบคิดเเผนยึดราชสมบัติจาก

โครนัส โดยให้โครนัสดื่มนำสำรอกของ"มีทีส"ผู้เป็นธิดาของ

โอเชียนัส เพื่อให้สำรอกพี่ๆทั้ง 5 ของเขาออกมา เเล้วก็ทำการขับไล่ผู้เป็นพ่อออกไป แล้วตั้งตนเป็นมหาเทพปกครองดูเเลสวรรค์ แล้วจึงเเต่งตั้งพี่ๆทั้ง 5 ของตนให้รับตำเเหน่งดังนี้ค่ะ

1.ฮาเดส เป็นเจ้าเเห่งยมโลก

2.โพไซดอน เป็นเจ้าแห่งมหาสมุทรเเละทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

3.เฮสเทีย เป็นเทพีเเห่งไฟ

4.ดีมีเตอร์ เป็นเทพีเเห่งธัญญาหาร

5.ฮีร่า เป็นเทพีเเห่งการวิวาห์

และต่อมาเทพซีอุสเเละพี่ๆได้ทำการต่อสู้กับเทพไตตัน

สัตว์ประหลาดไทฟ่อน เเละอื่นๆอีกเยอะเเยะ เเละยังเป็นเทพที่เจ้าชู้มากที่สุดด้วยนะคะ ถึงขนาดเทพีฮีร่าต้องมาตามรังควานพระองค์เเละพวกเมียน้อยอยู่เสมอๆ(ฮิๆ) เเต่ถึงกระนั้น พระองค์ก็ยังมีความรับผิดชอบต่อเหล่าเมียน้อยกับลูกๆเมียน้อยและกลัวศรีภรรยาอยู่บ้างเเหละค่ะ

ยังมีเรื่องราวของพระองค์อยู่ในตำนานเทพปกรนัมกรีกอยู่อีกเยอะค่ะ แต่วันนี้ขออุบไว้ก่อน วันพุธหน้าจะมาเล่าเรื่องต่างๆที่เกี่ยวเเละไม่เกี่ยวกับพระองค์ต่อนะคะ
เด็ก(ไม่)น่ารักอีกแล้ว (IP:203.147.44.199,192.168.16.133,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 22 มิ.ย. 2548 (17:26)
เอาเป็นว่าเรามาท่องทวนความจำ ยังจำกันได้เปล่า...สมัยยังเยาว์วัย



ดาวเคราะห์ดวงที่หนึ่ง .... ดาวพุธ (Mercury)

สอง... ดาวศุกร์ (Venus)

สาม... โลก (Earth)

สี่... ..... ดาวอังคาร (Mars)

ห้า........ดาวพฤหัส (Jupiter)

หก....... ดาวเสาร์ (Saturn)

เจ็ด...... ดาวยูเรนัส (Urenus)

แปด..... ดาวเนปจูน (Neptune)

เก้า....... ดาวพลูโต (Pluto)



และ..ล่าสุด เมื่อวันที่ สิบห้ามีนาคม 2004 ประกาศอย่างเป็นทางการ



สิบ........ ดาว Sedna

( มีการค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่สิบของระบบสุริยจักรวาลของเรา...เลยรีบมานำเสนอ คงจะรู้จักกันแล้วซิน่ะ



ชื่อดาวเคราะห์ SEDNA เป็นดาวเคราะห์สีแดง...อยู่อย่างโดดเดี่ยว มีดวงจันทร์เล็กๆ อยู่ดวงเดียวเป็นบริวารข้างกาย อ่านแล้วเศร้า



ส่วนที่มาของชื่อ SEDNA ก็มาจากเทพธิดาแห่งท้องทะเล ที่สร้างสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในท้องทะเล อย่างนี้ก็รวมทั้งปลาน้อยนีโมด้วยซี



เค้าบอกว่าเป็นวัตถุในระบบสุริยจักรวาลที่ไกลสุดตั้งแต่มีการค้นพบมา... ไกลกว่าดาวพลูโตถึงสามเท่า แน่...)
ชอ... (IP:61.19.121.42,192.168.1.10,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 15 ส.ค. 2548 (21:56)
ขอบคุณทุกข้อมูลน่ะค่ะ

โดยเฉพาะดาวเคราะห์ดวงที่ 10 เพราะว่าเคยได้ยินแต่ไม่ค่อยรู้รายละเอียดมากนัก

ข้าวฟ่าง...เด็กน้อยประสบการณ์
nun_sin@hotmail.com (IP:61.19.145.24,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 3 พ.ย. 2548 (20:04)
อยากให้มีดาวเคราะดวงที่ 11
เด็กพิด'โลก (IP:203.157.14.247,203.157.118.1,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 5 พ.ย. 2548 (18:39)
อยากได้ ชื่อของดวงดาวที่มีอยู่ใน จักรวาล ได้ป่ะ อยากได้แหลงด้วยอ่ะ ช่วยหน่อยน่ะ
mm (IP:203.151.140.111,203.113.56.73,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 9 พ.ย. 2548 (19:42)
ทำไมถึงชื่อเตาไฟแช่แข็ง
pizza_piriya@hotmail.com (IP:58.64.123.13,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 13 พ.ย. 2548 (17:00)
because the part of the Mercury that near the sun is very hot and the another part that very cold....
princessM* (IP:203.118.122.34,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 5 ธ.ค. 2548 (10:10)


ภาพถ่ายแรกของดาวอังคาร

ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ในบรรดาดาวเคราะห์บนฟ้าทั้งหมด เพราะเคยมีคนเชื่อว่า มีมนุษย์อยู่บนดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ ดาวอังคารยังเป็นดาวเคราะห์ที่มีโอกาสเข้ามาใกล้โลกเกือบพอๆ กับดาวศุกร์ โดยระยะใกล้ที่สุดจะอยู่ภายใน 40 ล้านกิโลเมตร เมื่อใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ที่มีกำลังแยกภาพสูงสุด ส่องดาวอังคารขณะอยู่ใกล้โลกที่สุด จะเห็นรายละเอียดได้ถึง 150 กิโลเมตร ซึ่งเทียบได้กับการเห็นริ้วรอยบนดวงจันทร์ด้วยตาเปล่า ที่กำลังแยกภาพขนาดนี้จะไม่เห็นรายละเอียดของพื้นผิว เช่นไม่เห็นภูเขาหรือหุบเหว หรือหลุมบ่อของดาวอังคาร แต่จะเห็นโครงสร้างใหญ่ๆ เช่นขั้วน้ำแข็งสีขาว หรือริ้วรอยสีคล้ำซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลของดาวอังคาร สาเหตุที่มีผู้เชื่อว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่บนดาวอังคาร เนื่องจากนักดาราศาสตร์ชาวอิตาลีชื่อ จิโอวานนี ชิอาพาเรลลี รายงานเมื่อ พ.ศ. 2420 ว่าเขาได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ส่งพบร่องที่เป็นเส้นตรงจำนวนมากบนพื้นผิว และเรียกเป็นภาษาอิตาลีว่า คานาลี (canale) ซึ่งมีความหมายตรงกับภาษาอังกฤษว่า channel (ช่องหรือทาง) แต่คนอังกฤษเอาไปแปลว่า canal (คลอง) อันเป็นสิ่งซึ่งต้องขุดสร้างขึ้น ผู้ขุดสร้างคลองบนดาวอังคารจึงต้องเป็นมนุษย์ดาวอังคาร เพื่อนำน้ำจากขั้วมายังบริเวณศูนย์สูตรสำหรับการเพาะปลูก จุดนี้เองที่นำไปสู่การเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ ที่ทำให้เชื่อว่ามีมนุษย์ดาวอังคาร ซึ่งจะเดินทางมาบุกโลก







ผู้ที่สนับสนุกความคิดเรื่องมนุษย์ดาวอังคารสร้างคลองส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก คือ เปอร์ซิวัล โลเวลล์ นักดาราศาสตร์อเมริกันและเป็นสมาชิกของครอบครัวที่มั่งคั่งในรัฐแอริโซนา เขาได้ทำแผนที่แสดงคลองต่างๆ บนดาวอังคาร

แต่ต่อมามีนักดาราศาสตร์ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังแยกภาพที่ดีกว่า ตรวจไม่พบคลองบนดาวอังคาร แต่ชาวบ้านทั่วไปยังฝังใจเชื่ออยู่ จนกระทั่งถึงยุคอวกาศจึงปรากฏชัดว่าไม่มีคลองบนดาวอังคารแน่นอน พื้นผิวดาวอังคารมีหลุมบ่อ หุบเหว ภูเขา และมีปล่องภูเขาไฟ มีร่องเหมือนเป็นทางน้ำไหลมาก่อน ดังจะได้กล่าวต่อไปในหัวข้อการสำรวจดาวอังคารโดยยานอวกาศ

ยานอวกาศลำแรกที่ประสบความสำเร็จในการผ่านใกล้ดาวอังคาร คือ ยานมารีเนอร์ 4 ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 ภาพที่ถ่ายทอดกลับมาจำนวน 22 ภาพแสดงให้เห็นว่าพื้นผิวดาวอังคารมีหลุมและบ่อมากมาย ยานอวกาศมารีเนอร์อีกหลายลำต่อมา สามารถถ่ายภาพพื้นผิวรวมกันแล้วได้ครบทั่วทุกบริเวณ โดยเห็นภาพละเอียดถึง 1 กิโลเมตร ภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยให้นักภูมิศาสตร์ทำแผนที่ของดาวอังคารได้ทั้งดวง บนพื้นผิวของดาวอังคารจึงพบการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทางธรณีวิทยา เช่น ปล่องภูเขาไฟ หุบเหวกว้างและลึกร่องที่เหมือนกับร่องน้ำที่เคยเป็นทางน้ำไหลมาก่อน ยานที่สำรวจดาวอังคารต่อจากยานมารีเนอร์ คือ ยานไวกิง 2 ลำ แต่ละลำประกอบด้วยยานลำแม่ที่เคลื่อนรอบดาวอังคาร ในขณะที่ส่งยานลูกลงสัมผัสพื้นผิวดาวอังคาร ยานไวกิง 1 ลงที่ไครส์ พลาทิเนีย (Chryse Planitia) ซึ่งแปลว่า ที่ราบแห่งทองคำ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 เป็นเวลา 7 ปีหลังจากที่ นีล อาร์มสตรอง เหยียบดวงจันทร์ ต่อจากนั้นอีก 2 เดือน ยานไวกิง 2 ก็ลงในที่ราบทางเหนือชื่อที่ราบยูโทเปีย (Utopia) ยานทั้งสองมีแขนกลยื่นออกไปตักดินบนดาวอังคารมาวิเคราะห์ภายในยาน

เพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิต หรือซากของสิ่งมีชีวิต แต่การวิเคราะห์ไม่ยืนยันว่ามีหรือเคยมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร ต่อจากยานไวกิงคือ ยานมาร์สพาธไฟเดอร์ ที่นำรถโซเจนเนอร์ไปด้วย ยานได้ลงบนพื้นผิวดาวอังคารเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2540 ภาพที่น่าตื่นเต้นคือการติดตามรถคันเล็กๆ เคลื่อนที่สำรวจก้อนหินใกล้ฐานซึ่ง ต่อมาได้รับชื่อว่า ฐานเซแกน

ภาพก้อนหินที่เรียงในทิศทางเดียวกันชี้ให้ เห็นว่าบนดาวอังคารเคยมีน้ำไหลมาก่อน ล่าสุดยานมาร์สโกลบอล เซอร์เวเยอร์ ซึ่งกำลังเคลื่อนรอบดาวอังคารได้ส่งภาพหุบเหวที่เป็นร่องลึกหรือที่เรียกว่า แคนยอน ซึ่งคดเคี้ยวไปมา ในอนาคตสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น มีโครงการที่จะส่งยานอวกาศไปเก็บดินจากดาวอังคารกลับมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการบนโลก และอีกไม่นานมนุษย์จะเดินทางไปดาวอังคารเช่นเดียวกับการลงบนดวงจันทร์ เมื่อ พ.ศ. 2512

ยานอวกาศลำแรกที่ประสบความสำเร็จในการผ่านใกล้ดาวอังคาร คือ ยานมารีเนอร์ 4 ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 ภาพที่ถ่ายทอดกลับมาจำนวน 22 ภาพแสดงให้เห็นว่าพื้นผิวดาวอังคารมีหลุมและบ่อมากมาย ยานอวกาศมารีเนอร์อีกหลายลำต่อมา สามารถถ่ายภาพพื้นผิวรวมกันแล้วได้ครบทั่วทุกบริเวณ โดยเห็นภาพละเอียดถึง 1 กิโลเมตร ภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยให้นักภูมิศาสตร์ทำแผนที่ของดาวอังคารได้ทั้งดวง บนพื้นผิวของดาวอังคารจึงพบการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทางธรณีวิทยา เช่น ปล่องภูเขาไฟ หุบเหวกว้างและลึกร่องที่เหมือนกับร่องน้ำที่เคยเป็นทางน้ำไหลมาก่อน ยานที่สำรวจดาวอังคารต่อจากยานมารีเนอร์ คือ ยานไวกิง 2 ลำ แต่ละลำประกอบด้วยยานลำแม่ที่เคลื่อนรอบดาวอังคาร ในขณะที่ส่งยานลูกลงสัมผัสพื้นผิวดาวอังคาร ยานไวกิง 1 ลงที่ไครส์ พลาทิเนีย (Chryse Planitia) ซึ่งแปลว่า ที่ราบแห่งทองคำ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 เป็นเวลา 7 ปีหลังจากที่ นีล อาร์มสตรอง เหยียบดวงจันทร์ ต่อจากนั้นอีก 2 เดือน ยานไวกิง 2 ก็ลงในที่ราบทางเหนือชื่อที่ราบยูโทเปีย (Utopia) ยานทั้งสองมีแขนกลยื่นออกไปตักดินบนดาวอังคารมาวิเคราะห์ภายในยาน เพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิต หรือซากของสิ่งมีชีวิต แต่การวิเคราะห์ไม่ยืนยันว่ามีหรือเคยมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร ต่อจากยานไวกิงคือ ยานมาร์สพาธไฟเดอร์ ที่นำรถโซเจนเนอร์ไปด้วย ยานได้ลงบนพื้นผิวดาวอังคารเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2540 ภาพที่น่าตื่นเต้นคือการติดตามรถคันเล็กๆ เคลื่อนที่สำรวจก้อนหินใกล้ฐานซึ่ง ต่อมาได้รับชื่อว่า ฐานเซแกน ภาพก้อนหินที่เรียงในทิศทางเดียวกันชี้ให้ เห็นว่าบนดาวอังคารเคยมีน้ำไหลมาก่อน ล่าสุดยานมาร์สโกลบอล เซอร์เวเยอร์ ซึ่งกำลังเคลื่อนรอบดาวอังคารได้ส่งภาพหุบเหวที่เป็นร่องลึกหรือที่เรียกว่า แคนยอน ซึ่งคดเคี้ยวไปมา ในอนาคตสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น มีโครงการที่จะส่งยานอวกาศไปเก็บดินจากดาวอังคารกลับมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการบนโลก และอีกไม่นานมนุษย์จะเดินทางไปดาวอังคารเช่นเดียวกับการลงบนดวงจันทร์ เมื่อ พ.ศ. 2512

ดาวอังคาร

ดาวแดงปริศนา

เดิมชาวกรีกโบราณเรียกดาวดวงนี้ว่า ดาวเคราะห์สีแดง ( Red Planet ) เนื่องจากดาวดวงนี้มีสีแดงและสุกสว่างกว่าดาวดวงใดๆ ครั้งหนึ่งเคยเชื่อกันว่า “ ดาวอังคาร ” เป็นดาวฝาแฝดของโลกและอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ จึงมีเรื่องเล่าต่างๆ และนิยายวิทยาศาสตร์จำนวนมากที่กล่าวถึงดาวสีแดงดวงนี้ ดาวอังคาร ( หรือ ในชื่อภาษาอังกฤษ “ Mars ” หมายถึง เทพเจ้าแห่งสงครามของชาวโรมัน ) ยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาของจักรวาล ที่มนุษย์ทุกยุคทุกสมัยไม่ละทิ้งความพยายามที่จะสำรวจ ค้นหา และรู้จักความเป็นไปให้มากที่สุด

ข้อมูลเบื้องต้น

ดาวอังคาร หรือ ดาวเคราะห์สีแดง เป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยะจักรวาลที่เคยมีความเชื่อกันว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะค้นพบสิ่งมีชีวิตทั้งในอดีตและอาจจะในปัจจุบันด้วย และยังเป็นทางเลือกสำหรับการสำรวจและการตั้งถิ่นฐานของมนุษยชาติในอนาคต จึงไม่น่าประหลาดใจที่ประเทศมหาอำนาจหลายประเทศในโลกส่งยานอวกาศของตนขึ้นไปสำรวจและค้นคว้าวิจัย

ดาวอังคารอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 4 และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 7 ในระบบสุริยะจักรวาล มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 6,794 กิโลเมตร หรือ 4,222 ไมล์ ซึ่งใหญ่กว่าครึ่งหนึ่งของโลก ดาวอังคารมีมวลประมาณ 6.42 x 10 23 กิโลกรัม หรือ ราว 1/9 ของมวลโลก มีความโน้มถ่วงที่พื้นผิวราว 38% ของผิวโลก ดังนั้นน้ำหนัก 60 กิโลกรัมบนโลก จะมีน้ำหนักเหลือประมาณ 22.8 กิโลกรัมบนพื้นผิวดาวอังคาร ดาวอังคารอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 227,940,000 กิโลเมตร หรือ 141,600,000 ไมล์ คิดเป็นระยะประมาณ 1.5 เท่าของระยะห่างจากดวงอาทิตย์ถึงโลก โดยดาวอังคารจะโคจรเป็นวงรีรอบดวงอาทิตย์และมีระยะห่างระหว่าง 206.6 - 249.2 ล้านกิโลเมตรจากดวงอาทิตย์ ดาวอังคารมีอุณหภูมิเฉลี่ย -65 องศาเซลเซียส (หรือ -85 องศาฟาร์เรนท์ไฮท์) ขณะที่อุณหภูมิจริง อยู่ระหว่าง -140 ถึง +20 องศาเซลเซียส

( หรือ -220 ถึง +70 องศาฟาร์เรนท์ไฮท์ ) ดาวอังคารมีดาวบริวารเล็กๆ 2 ดวง คือ Phobos หมายถึงความกลัวและ Deimos หมายถึงน่ากลัว โดยความหมายของชื่อดาวบริวารทั้งสองนี้จะสอดคล้องกับชื่อของดาวอังคาร ซึ่งหมายถึงเทพเจ้าแห่งสงครามนั่นเอง ดาวอังคารมีความหนาของชั้นบรรยากาศราว 0.7% ของโลกเท่านั้น แต่ก็เพียงพอที่จะเกิดลมหรือพายุฝุ่นได้โดยชั้นบรรยากาศประกอบด้วย Carbon Dioxide (95.3%) Nitrogen (2.7%) Argon (1.6%)Oxygen (0.15%) ไอน้ำ (0.03%) และอื่นๆ พื้นผิวดาวอังคารประกอบด้วยหินที่ประกอบด้วยโลหะจำพวกเหล็กและผงโลหะเป็นส่วนมาก จึงทำให้เมื่อมองจากโลกเห็นเป็นสีแดง ขณะที่ขั้วโลกประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์แข็งและน้ำแข็งปกคลุม เคยเชื่อกันว่า ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ที่คล้ายกับโลก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดาวอังคารมีอุณหภูมิต่ำกว่าโลกมากและแห้งแล้ง นอกจากนี้ชั้นบรรยากาศที่เบาบาง ยังไม่สามารถป้องกันรังสีที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์ได้

ดาวอังคารจัดเป็นดาวเคราะห์ที่มีพื้นพิภพ ( Terrestial planet) ที่มีความแตกต่างของระดับความสูงของภูมิประเทศมากกว่าดาวเคราะห์ใดๆ ซีกโลกใต้ของดาวอังคารเป็นที่ราบสูงซึ่งเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาต ลักษณะคล้ายคลึงกับ ดวงจันทร์ซึ่งมีความแตกต่างกันมากกับทางซีกโลกเหนือ ซึ่งเป็นที่ราบต่ำและมีอายุน้อยกว่าแต่มีประวัติความเป็นมาซับซ้อน มีการเปลี่ยนแปลงระดับความสูงบริเวณขอบของพื้นที่นับหลายกิโลเมตร สภาพภายในของดาวอังคารซึ่งวิเคราะห์จากข้อมูลที่เก็บได้จากพื้นผิว คาดว่ามีแกนแน่น รัศมี 1,7000 ก.ม. ล้อมรอบด้วยหินร้อนหลอมละลายและมีเปลือกบาง ดาวอังคารมีความหนาแน่นต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับดาวเคราะห์ที่มีพื้นพิภพดวงอื่น และอาจบ่งชี้ได้ว่าแกนของมันประกอบด้วยเหล็กและกำมะถัน (iron and iron sulfide)



เส้นทางการสำรวจ

การเดินทางของนักบินอวกาศ ผู้อุทิศชีวิตเพื่อการสำรวจจักรวาลอันไกลโพ้น เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายทศวรรษ ความสนใจเกี่ยวกับดาวอังคารเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อมีค้นพบของนักดาราศาสตร์ในราว 200 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ ปี ค.ศ 1609 เมื่อโจฮันเนส เคปเลอร์ สำรวจพบว่า ดาวอังคารมีวงโคจรเป็นรูปวงรี และต่อมาในปี ค.ศ.1700 ได้มีการร่างภาพพื้นผิวดาวอังคารโดย คริสเตียน ไฮเกนส์ จนกระทั่งในปี ค.ศ.1877 จีโอวานนี เชพพาเรลลี่ ได้ส่องกล้องเห็นแนวคลองบนดาวอังคารหรือที่เรียกว่า canali หรือเส้นทางคล้ายร่องน้ำ การค้นพบครั้งนี้จุดประกายให้แก่นักดาราศาสตร์อื่นๆ เป็นอย่างมาก ต่อมาในปี ค.ศ 1894 เพอร์ซิวาล โลเวลล์ ได้สร้างหอดูดาวที่รัฐอริโซนา สหรัฐอเมริกา เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ดาวอังคาร นอกจากนี้ยังสามารถสร้างแผนที่พื้นผิวดาวอังคารเพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิมด้วย โลเวลล์นี้เองคือผู้ที่พยายามพิสูจน์ว่ามีคลองชลประทานหรือแนวคลองขุดบนดาวอังคาร

ต่อมาในราวปี ค.ศ.1965 องค์การนาซาของสหรัฐฯ ได้ส่งยานอวกาศ มาริเนอร์ 4 ไปสำรวจดาวอังคารเป็นครั้งแรก และส่งภาพพื้นผิวดาวอังคารกลับมายังโลก 21 ภาพ ตามด้วยยานอวกาศอื่นๆ อีกหลายลำ เช่น ยานมาร์ ขององค์การอวกาศแห่งอดีตสหภาพโซเวียต ยานไวกิ้ง 1 และ 2 ( ค.ศ. 1976 ) ยานพาธไฟเดอร์ ( ค.ศ.1997 ) ซึ่งพยายามค้นหาร่องรอยสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร ตามด้วยยานโกลบอลเซเวอร์เยอร์ ยานโนโซมิของญี่ปุ่น ยานมาร์เอ็กเพรส ยานบีเกิล 2 และล่าสุดยานสปิริตและยานออพพอร์ทูนิตี้

ในช่วงปลายปี ค.ศ. 2003 และต้นปี 2004 มียานอวกาศนานาชาติไม่ต่ำกว่า 6 โครงการที่จะไปเยือนดาวอังคาร ในปี ค.ศ. 2003 โครงการขององค์กรอวกาศยุโรป (European Space Agency-ESA) ได้ส่งยานอวกาศชื่อ “ ด่วนสู่ดาวอังคาร ”

( Mars Express ) ไปทำการสำรวจ ซึ่งถือเป็นการเปิดยุคใหม่ของการสำรวจดาวเคราะห์ของยุโรปขึ้น วัตถุประสงค์หลักของปฏิบัติการ คือการสำรวจหาน้ำใต้พื้นผิว (subsurface water) รวมทั้งทิ้งยานแลนเดอร์ลงบนพื้นผิวดาวอังคารด้วย เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ 7 แบบที่ติดตั้งไปกับยานโคจร (orbiter) จะทำการทดลองสำรวจ remote sensing ที่สร้างมาเพื่อสำรวจสภาพบรรยากาศ โครงสร้างและลักษณะทางธรณีวิทยา นักวิทยาศาสตร์หวังว่าเครื่องมือที่ติดตั้งบน Mars Express จะทำการตรวจจับได้ว่ามีน้ำอยู่ใต้พื้นผิวหรือไม่ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการก่อตัวของแม่น้ำ แอ่งน้ำ และน้ำแข็งใต้ดิน นอกจากวัตถุประสงค์หลักทางวิทยาศาสตร์แล้ว Mars Express ยังช่วยอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการสื่อสารที่ล่าช้า (relay communication) ระหว่างโลกกับแลนเดอร์จากชาติอื่นๆ ที่จะลงบนพื้นผิวด้วย ซึ่งจะก่อให้เกิดการรวมกลุ่มในระดับนานาชาติในการสำรวจดาวอังคาร ยานแลนเดอร์ซึ่งมีชื่อว่า บีเกิล 2(Beagle 2) จะทำการสำรวจเกี่ยวกับชีววิทยานอกโลก (exobiology) และธรณีเคมี (geochemistry) สภาวะอากาศ และสภาวะแวดล้อม เมื่ออยู่บนพื้นผิวดาวอังคาร ยานบีเกิล 2 จะต้องอยู่ในสภาพอุณหภูมิต่ำถึง –100 องศาเซลเซียส มันจะนำเครื่องมือวิทยาศาสตร์หลายชนิดที่ได้รับพลังงานจากโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ที่เติมไฟได้ไปด้วย ภารกิจแรกสำหรับบีเกิล 2 คือการถ่ายภาพทั้งจากกล้องพาโนรามาและกล้องมุมกว้างของบริเวณลงจอด เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการสำรวจต่อไป

กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูงจะใช้เพื่อส่องหินและดิน เศษหินภายในระยะเอื้อมถึงของแขนกลยานบีเกิล 2 จะถูกวิเคราะห์หาสสารอินทรีย์ น้ำและแร่ธาตุอื่นๆ ที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ ยานแลนเดอร์ยังต้องเจาะลงไปในพื้นผิว 1 เซนติเมตรทุก ๆ 6 วินาที และนำตัวอย่างดินขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์ก๊าซ จุดมุ่งหมายแรกสำหรับการทดลองเหล่านี้ เพื่อมองหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิต ถ้ามีสิ่งมีชีวิตในอดีตในบริเวณที่ลงจอด การรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาและในปัจจุบันของดาวอังคารจะช่วยให้เราเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของเราได้ดีขึ้น เช่น ถ้าเราสามารถบอกได้ว่าน้ำบนดาวอังคารหายไปในอดีตได้อย่างไร เราอาจจะศึกษาเกี่ยวกับชะตากรรมที่อาจเกิดขึ้นคล้ายกันกับมหาสมุทรในวันหนึ่งข้างหน้าได้

สำหรับยานสำรวจ Nozomi ( หมายถึง ความหวัง ) ซึ่งเป็นดาวเทียมของญี่ปุ่น ที่จะโคจรรอบดาวอังคารตามแผนการเดินทางเริ่มแรกนั้น โนโซมิจะเดินทางถึงดาวอังคารในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.1999 แต่ระหว่างการสวิงผ่านโลกครั้งแรก มันไม่สามารถเร่งความเร็วได้ถึงกำหนด เนื่องจาก thruster valve ไม่ทำงาน จึงต้องปรับเปลี่ยน และทำให้ใช้เชื้อเพลิงมากกว่าที่วางแผนไว้ ทีมควบคุมการบินได้ส่งคำสั่งเพื่อดึงมันกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องสู่ดาวอังคาร ทีมได้พบว่าโนโซมิไม่มีเชื้อเพลิงเพียงพอที่จะจุดจรวด เพื่อส่งตัวมันเข้าสู่วงโคจรได้ตามกำหนด ทีมวิเคราะห์ปฏิบัติการจึงหาเส้นทางอื่นที่เอื้อต่อปริมาณเชื้อเพลิงและสภาวะการสำรวจ การโคจรที่วางแผนในวันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ.1999 จึงยกเลิกไปและเส้นทางใหม่ได้ถูกสร้างขึ้น จากเวลานั้นโนโซมิจึงมีกำหนดถึงดาวอังคารในช่วงต้นปี ค.ศ. 2004 หลังจากสวิงผ่านโลก 2 ครั้งในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2002 และเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2003

เป้าหมายหลักสำหรับปฏิบัติการโนโซมิ คือการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต้องการสำหรับปฏิบัติการในอนาคต โดยตรวจสอบ โครงสร้างและความเคลื่อนไหวในชั้นบรรยากาศดาวอังคาร ความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศดาวอังคารกับลมสุริยะ ตรวจสอบสนามแม่เหล็กบนดาว ถ่ายภาพสภาพอากาศและดวงจันทร์ทั้งสอง

สถานะการณ์ล่าสุดของยานโนโซมิซึ่งอาจจะมีปัญหาเมื่อต้องสวิงผ่านโลกครั้งที่สองโดยใช้แรงเหวี่ยงจากโลก เพื่อดีดเข้าสู่เส้นทางไปยังดาวอังคาร และปัญหาที่ใหญ่กว่าก็คือ เนื่องจากระบบทำความร้อนที่เสียหายยังไม่ได้รับการซ่อมแซม จึงเกรงว่ายานอาจจะ ไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรดาวอังคารได้

ในช่วงต้นปี ค.ศ. 2004 นี้ดาวอังคารจะมีผู้เยี่ยมเยือนอีกอย่างน้อย 6 ปฏิบัติการ ประกอบด้วยยานแลนเดอร์ 3 ลำและยานโคจรอีก 3 ลำ รวมทั้งยานมาร์ส โอดิสซี และ มาร์ส โกลบอล เซอร์เวเยอร์ที่โคจรอยู่รอบดาวอังคารในขณะนี้ด้วย การสื่อสารและส่งข้อมูลระหว่างยานโคจรสู่ศูนย์บนโลก อาจเกิดการติดขัดได้เนื่องจากช่องทางการสื่อสารที่จำกัด นาซ่าจึงทุ่มงบประมาณกว่า 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเตรียมสร้างสถานีเครือข่ายอวกาศห้วงลึก (Deep Space Network) ใกล้กรุงแคนเบอร์ราในออสเตรเลีย กรุงแมดริดในสเปน และโกลด์สโตนในแคลิฟอร์เนีย ทั้งนี้เพื่อรับมือกับสภาพติดขัดนี้ นอกจากนี้นาซ่ายังใช้เงิน 3 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพื่อจองเวลากล้องโทรทรรศน์ Parkes ขนาด 64 เมตรในการตามยาน สร้างตัวรับสัญญาณใหม่ และปรับปรุงพื้นผิวของกล้องโทรทรรศน์เพื่อให้รับสัญญาณได้เป็น 2 เท่า

บทส่งท้าย



ตลอดระยะเวลาอันยาวนานของการค้นหา และไม่ว่าบทลงท้ายจะเป็นเช่นไร มนุษย์ได้เริ่มตั้งข้อสังเกตแล้วว่า เราอาจมิได้เป็นมนุษย์เพียงเผ่าพันธุ์เดียวที่ดำรงชีวิตอยู่ในจักรวาลอันไพศาลนี้ มนุษย์จึงได้ร่วมมือกันโดยมิได้คำนึงถึงเชื้อชาติและข้อแตกต่างใดๆ และทุ่มเทสติปัญญา ความเพียรพยายามและความมุ่งมั่นที่จะค้นหา และค้นพบบางสิ่งที่แอบคาดหวัง ร่องรอยการเดินทางอันยิ่งใหญ่ที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์โลกและจิตใจอันกล้าหาญของนักสำรวจรุ่นแล้วรุ่นเล่า ถูกเล่าขานไม่รู้จบสิ้น แม้นมนุษย์จะพบเพียงความว่างเปล่าในท้ายที่สุด ทว่าความฝันและความปรารถนาอันแรงกล้ายังคงอยู่ และอาจจะถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นหลัง ตราบเท่าที่มนุษย์ยังคงอยากรู้ และเข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในจักรวาล







เหนืออื่นใดปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่า มนุษย์โดดเดี่ยวเพียงลำพังหรือไม่ในห้วงจักรวาลนี้ ยังคงท้าทาย และรอคอยอย่างไม่หวั่นต่อกาลเวลาและผู้ออกเดินทางไปเพื่อค้นหาคำตอบดังใจปรารถนา เพราะดวงดาวยังคงเป็นตัวแทนของความฝันและความหวังในใจมนุษย์ ที่ผู้คนบากบั่นเพื่อให้ได้มาหรือเพียงไปให้ถึงดังคำกล่าวขาน



ข่าวล่าสุด



ออพพอร์ทูนิตี้ส่งภาพชุดแรกกลับโลก

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐอเมริกา ( นาซ่า ) แถลงเมื่อวันที่ 25 มกราคม ว่ายานออพพอร์ทูนิตี้ ซึ่งเป็นยานหุ่นยนต์คู่แฝดของยานสปิริต ได้ส่งภาพถ่ายชุดแรกกลับมายังโลกแล้ว ภายหลังจากลงจอดบนดาวอังคารเป็นผลสำเร็จเมื่อเวลา 21.05 น. ของวันเสาร์ ตามเวลาในสหรัฐ ซึ่งตรงกับเวลาประมาณ 12.05 น. ของวันอาทิตย์ตามเวลาในไทย โดยภาพถ่ายชุดนี้มีทั้งภาพสีและภาพขาวดำที่แสดงให้เห็นภาพตัวยานจอดอยุ่บนที่ราบใกล้หินก้อนหนึ่ง ยานออพพอร์ทูนิตี้ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ 6 ล้อ ลงจอดคนละฝากฝั่งกับยานสปิริตในบริเวณที่เรียกว่าเมริเดียนี แพลนัม ที่ราบขนาดใหญ่ใกล้เส้นศูนย์สูตรซึ่งเป็นแหล่งแร่เฮมาไทต์ขนาดใหญ่ เพราะนักวิทยาศาสตร์วางแผนจะให้ยานลำนี้สำรวจชั้นแร่เฮมาไทต์ซึ่งเป็นออกไซด์เหล็กในบริเวณดังกล่าว เพื่อวิเคราะห์ว่าเกิดจากตะกอนของมหาสมุทร เถ้าถูเขาไฟ หรือจากสภาพแวดล้อมโบราณอื่นๆ บนดาวอังคารกันแน่ ในส่วนของยานสปิริตที่ลงจอดบนดาวอังคารเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน และเกิดปัญหาระบบสื่อสารขัดข้องทำให้ขาดการติดต่อกับพื้นโลกนาน 2 วันนั้น นาซ่าแถลงว่าได้รีเซตโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใหม่ทำให้ยานสปิริตสามารถส่งสัญญาณกลับโลกได้แล้ว แต่ข้อมูลที่ส่งกลับมายังขาดตอน จึงตัดสินใจปิดระบบชั่วคราว ทำให้ต้องหยุดสำรวจดาวอังคารนาน 3 สัปดาห์

ทั้งนี้ยานหุ่นยนต์แฝด 2 ลำถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์สีแดงร่วมกัน โดยนาซ่าได้ส่งยานสปิริตออกเดินทางเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ปีที่แล้ว ตามด้วยยานออพพอร์ทูนิตี้ ในวันที่ 7 ก.ค. ซึ่งยานคู่แฝดทั้ง 2 ลำได้เดินทางถึงดาวอังคารในวันที่ 3 ม.ค. และ 24

ม.ค. ตามลำดับ ผู้สนใจข่าวคราวการสำรวจดาวอังคารของยานคู่แฝดทั้ง 2 ลำอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามได้จากเวบไซด์ www.marsrovers.jpl.nasa.gov

ที่มา : หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก





องค์การนาซ่าตั้งชื่อเนินใกล้บริเวณจุดลงจอดยานสำรวจตามชื่อลูกเรือยานโคลัมเบียเพื่อเป็นการ

รำลึกถึง

ผู้อำนวยการองค์การนาซ่า ฌอน โอคีฟี่ แถลงในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า นาซ่าจะตั้ง

ชื่อเนินที่อยู่ทางตะวันออกของจุดลงจอดยานสำรวจสปิริต ตามชื่อลูกเรือยานอวกาศโคลัมเบีย เอสทีเอส 107

เพื่อเป็นการรำลึกถึงลูกเรือของยานทั้ง 7 ชีวิต

“ เนินเขาทั้งเจ็ดลูกนี้จะได้รับการตั้งชื่อตามชื่อลูกเรือชุดสุดท้ายของยานขนส่งอวกาศโคลัมเบีย

เพื่อเป็นการรำลึกถึงดวงวิญญาณที่กล้าหาญของพวกเขา ลูกเรือยานโคลัมเบียต้อง

เผชิญหน้ากับอุปสรรคที่ท้าทาย และได้กระทำการอันเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ในขณะปฏิบัติหน้าที่ในการ

สำรวจ ” ยานอวกาศโคลัมเบียมีนักบินอวกาศริค ฮัสแบน เป็นผู้บัญชาการ และนักบินอวกาศวิลเลียม แมค

คูลเป็นนักบินผู้ควบคุม ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการปฏิบัติการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายคือ นักบินอวกาศไมเคิล แอนเดอร์สัน นักบินอวกาศกัลนา เชาลา นักบินอวกาศเดวิด บราวน์ นักบินอวกาศลอเรล คลาค และ

นาวาอากาศเอกอิแลน รามอน ผู้เชี่ยวชาญด้านขีปนาวุธจากประเทศอิสราเอล

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ 2003 ยานโคลัมเบียและลูกเรือได้หายไปจากน่านฟ้าทางทิศตะวันตก ขณะกำลังบินผ่านเข้ามายังชั้นบรรยากาศของโลกเพื่อลงจอด เที่ยวบินที่ 28 ซึ่งเป็นเที่ยวบินสุดท้ายของยานโคลัมเบียนี้ ได้ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการโดยมีระยะเวลาทั้งสิ้น 16 ภารกิจดังกล่าวได้แก่การค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในอวกาศ ลูกเรือยานโคลัมเบียประสบ ความสำเร็จในการทดลองกว่า 80 รายการ องค์การนาซ่าจะได้เสนอเรื่องนี้ไปยัง “ สหพันธ์ดาราศาตร์นานาชาติ ”เพื่อการประกาศตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ

ภารกิจของยานขนส่งโคลัมเบียซึ่งเป็นยานขนส่งที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐ คือการนำนักบินอวกาศ 7 คน ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งเป็นภารกิจครั้งที่ 28 ของยานลำนี้ ยานขนส่งโคลัมเบียใช้งานมาแล้ว 22 ปี ผ่านการแก้ไขปรับปรุงมาแล้วมากกว่า 100 ครั้ง และล่าสุดได้เข้าซ่อมบำรุงที่โรงงานในเมืองปาล์มเดล รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ.1999 การระเบิดของยานขนส่งอวกาศโคลัมเบียครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้ สหรัฐฯ

และประเทศมหาอำนาจรวมทั้งรัสเซียได้ร่วมกันดำเนินการสร้างสถานีอวกาศนานาชาติขึ้น และกำลังอยู่ในขั้นการดำเนินการใช้ยานขนส่งอวกาศโคลัมเบียเป็นยานพาหนะ เพื่อให้นักบินอวกาศและผู้เกี่ยวข้องได้เดินทางไปฏิบัติภารกิจที่สถานีอวกาศนานาชาติ พร้อมขนส่งสัมภาระต่างๆ ไปยังสถานีอวกาศ ดังนั้นการสูญเสียยานขนส่งอวกาศโคลัมเบียครั้งนี้ จะทำให้การดำเนินการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้









ข้อมูลจำเพาะของดาวอังคาร

ระยะห่างจากดวงอาทิตย์

โดยเฉลี่ย 227.94 ล้านกิโลเมตร(1.524 a.u.)

ใกล้สุด 206.7 ล้านกิโลเมตร (1.381 a.u.)

ไกลสุด 249.1 ล้านกิโลเมตร (1.666 a.u.)

Eccentricity 0.093

คาบการหมุนรอบตัวเอง 24 ชั่วโมง 37 นาที 22.6 วินาที

คาบการหมุนรอบดวงอาทิตย์ 686.980 วันบนโลก ด้วยความเร็ว 24.10 กิโลเมตรต่อวินาที

ระนาบโคจร (Inclination) 1:50:59 องศา

แกนเอียงกับระนาบโคจร 23:59 องศา

มวล 6.421x1026 กรัม หรือ 0.107 เท่าของโลก

เส้นผ่านศูนย์กลาง 6,794 กิโลเมตร (โลก 12,756 กิโลเมตร ที่เส้นศูนย์สูตร)

แรงโน้มถ่วง 0.380 เท่าของโลก

ความเร็วหลุดพ้น 5.03 กิโลเมตรต่อวินาที

ความหนาแน่น 1 ต่อ 3.94 เมื่อเทียบกับน้ำ

ความสว่างสูงสุด -2.8

หุบเหวมาริเนอร์ แกรนแคนย่อนบนดาวอังคารที่เหยียดยาว 2,800 ไมล์หรือ 4,500 กิโลเมตร กว้าง 200 กิโลเมตร ลึก 7 กิโลเมตร อยู่บนที่ราบ Tharsis ใต้เส้นศูนย์สูตร แม้จะไม่ใช่หุบเหวที่ลึกที่สุดในระบบสุริยะแต่มีขนาดกว้างยาวที่สุด ซึ่งกว้างราว 1 ใน 3 ของเส้นรอบวงรอบดาวอังคารที่เส้นศูนย์สูตรเลย

หุบเหวมาริเนอร์ได้ชื่อมาจากยานสำรวจ Mariner 4 ซึ่งไปสำรวจดาวอังคารครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ.1965 ภาพนี้ถ่ายไว้โดยยาน Mariner 4 ที่ระดับความสูง 6,000 ไมล์







โครงสร้างดาวอังคาร

ดาวอังคารมีขนาดเล็กกว่าโลกราวครึ่งหนึ่ง มีความหนาแน่นน้อยกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ที่มีพื้นผิว เป็นดินหินแข็งอย่างโลก แสดงว่าแกนในคงมีเหล็กน้อยกว่า ห่อหุ้มด้วยชั้นหินและ มีผิวเปลือกบาง พื้นผิวดาวอังคารเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาต มีหุบเหว ร่องทางยาวและที่ราบ เป็นหย่อม ๆ มีภูเขาไฟ หลายแห่งโดดเด่นมาก เช่น ภูเขาไฟโอลิมปัส สูงที่สุดในระบบสุริยะ ความสูง 24 กิโลเมตร ฐานรอบ ภูเขาไฟกว้าง 600 กิโลเมตรและสูงเป็น 3 เท่าของยอดเขา เอเวอร์เรสบนโลก



ส่วนทางซีกใต้มีหลุมอุกกาบาตใหญ่มาก ชื่อ เฮลลาส (Hellas) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2000 กิโลเมตร ลึก 6 กิโลเมตร ลักษณะเด่นมากบนพื้นผิวดาวอังคารคือ หุบเหวมาริเนอร์ (Mariner) ลึกราว 2-7 กิโลเมตร กว้างราว 4,000 กิโลเมตร เป็นหุบเหวเหยียดยาวผ่ากลางดวงบริเวณ แถบเส้นศูนย์สูตรของดาวอังคาร นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ราบลักษณะคล้ายเกิดจากน้ำท่วม บางแห่งมีลักษณะคล้ายซากของชายฝั่งและท้องน้ำ พบซากของร่องทางน้ำไหลมากมายบนดาวอังคาร ทำให้สันนิษฐานว่าดาวอังคารคงเคยมีน้ำมาก่อน ในอดีตกาล

























ดาวเสาร์ (Saturn)













ดาวเสาร์ เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจาก ดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 6 และมี ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2

วงโคจร: 1,429,400,000 ก.ม. (9.54 AU) จากดวงอาทิตย์

เส้นผ่านศูนย์กลาง: 120,536 ก.ม. (เส้นศูนย์สูตร)

มวลสาร: 5.68 x 1026 ก. ก.

ตามเทพนิยายโรมัน, แซทเทิร์น เป็นเทพแห่งเกษตรกรรม เป็นองค์เดียวกันกับเทพเจ้ากรีกชื่อ โครนุส (Cronus) ซึ่งเป็นบุตรของยูเรนัสและกาเอีย (Gaia), และเป็นบิดาของ ซีอุส (Jupiter), Saturn เป็นรากศัพท์ของคำว่า "Saturday" (ดู ผนวก 4)

ดาวเสาร์ เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ กาลิเลโอ เป็นคนแรกที่มองดูมันด้วยกล้องโทรทรรศน์เมื่อปี พ.ศ.2153 และพบลักษณะชอบกล แต่ยังไม่เข้าใจ; การสังเกตการณ์ดาวเสาร์ ในยุคแรก ยุ่งยากต่อการเข้าใจ เนื่องจากความจริงที่ว่า โลกเคลื่อนผ่านระนาบวงแหวนของดาวเสาร์ทุก ๆ หลายปี ขณะที่ดาวเสาร์ก็เคลื่อนไปตามวงโคจรด้วย, ภาพถ่ายซึ่งมีรายละเอียด (resolution) ต่ำ แสดงรูปทรงของมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จนกระทั่ง คริสเตียน ฮายเกนส์ ได้อธิบายลักษณะทางภูมิศาสตร์ของวงแหวน ได้ถูกต้อง ในปี พ.ศ.2202 เป็นที่เชื่อกันว่า ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียว ในระบบสุริยะ ที่มีวงแหวน จนกระทั่งในปี พ.ศ.2520 ได้มีการค้นพบวงแหวนบาง ๆ รอบดาวยูเรนัส, ดาวพฤหัสบดีและดาวเนปจูน)

ดาวเสาร์ถูกเยียมเยือนครั้งแรกโดย ยานไพโอเนียร์ 11 ในปี พ.ศ.2522 ตามด้วยวอยเอเจอร์ 1และ วอยเอเจอร์ 2, ส่วน ยานแคสสินีกำลังอยู่ในการเดินทาง ซึ่งจะไปถึงใน ปี พ.ศ.2547

ดาวเสาร์ ปรากฏให้เห็นเป็นดวงแป้น เมื่อมองด้วยกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก; เส้นศูนย์สูตร และเส้นขั้วเหนือ-ใต้ แตกต่างกันถึง 10% (120,536 ก.ม. และ 108,728 ก.ม.) เป็นผลมาจากการหมุนรอบตัวเอ็งที่เร็วมาก และสถานะที่เป็นของไหล (fluid state) เช่นเดียวกับดาวเคราะห์แก๊สดวงอื่น แต่ก็ไม่แป้นถึงขนาดนี้

ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ที่มีความหนาแน่นต่ำที่สุด มีค่าความถ่วงจำเพาะ (0.7) น้อยกว่า ถ.พ.ของน้ำ

คล้ายกับดาวพฤหัสบดี, ดาวเสาร์ประกอบด้วย ไฮโดรเจน 75% ฮีเลียม 25% น้ำ มีเทน แอมโมเนีย และ "หิน" ซึ่งคล้ายคลึงกับของผสมในยุคแรกของ Solar Nebula ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของระบบสุริยะ

ภายในของดาวเสาร์ มีลักษณะคล้ายคลึงกับแก่นหินของดาวพฤหัส ฯ ซึ่งห่อหุ้มด้วยชั้นโลหะไฮโดรเจนเหลว, ชั้นโมเลกุลโฮโดรเจน และเศษน้ำแข็ง นานา ๆ ชนิด

ภายในของดาวเสาร์ร้อนมาก (12000 องศาเคลวิน ที่แก่นกลาง)

ดาวเสาร์แผ่รังสีออกสู่อวกาศ มากกว่าที่มันได้รับจากดวงอาทิตย์ พลังงานส่วนมากก่อกำเนิดจาก กลไกเคลวิน-เฮล์มโฮลทซ์ เช่นเดียวกับดาวพฤหัส ฯ แต่กลไกนี้ก็ยังไม่สามารถ อธิบายถึงความสว่างของดาวเสาร์; จำเป็นต้องมีกลไกอื่น เช่น "ฝนฮีเลียม" พ่นออกมาจากภายใน

แถบ ของดาวเสาร์บางกว่าดาวพฤหัส ฯ ในทำนองเดียวกัน แถบที่อยู่ในบริเวณใกล้ศูนย์สูตรจะมีขนาดกว้างกว่า ไม่สามาถมองเห็นรายละเอียดของเมฆชั้นสูง จนกระทั่ง

ยานวอยเอเจอร์ได้ทำการศึกษาการหมุนวนของชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปไข่ (จุดสีแดงตรงกลางรูปภาพด้านขวา) ในปี พ.ศ.2533, กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ได้สังเกตพบพายุเมฆสีขาวจำนวนมาก ใกล้
สาริน อาชานานุภาพ (IP:203.188.11.154,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 5 ธ.ค. 2548 (15:03)
โอ้โห คุณ mm ครับ ขอชื่อของดวงดาวที่มีอยู่ใน จักรวาล << ต้องบรรยายกี่หน้าครับเนี่ย เอาไปทำไรเหรอครับ
คนรักจักรวาล
ร่วมแบ่งปัน296 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 5 ธ.ค. 2548 (15:19)


21062
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22

ทำไมถึงชื่อเตาไฟแช่แข็ง



ซึ่งหมายถึง ดาวพุธ การที่ดาวพุธไม่มีบรรยากาศช่วยรักษาระดับอุณหภูมิ ทำให้ด้านที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิสูงถึง 467 องศาเซลเซียส ในขณะที่ด้านกลางคืนมีอุณหภูมิลดต่ำลงเหลือเพียง -183 องศาเซลเซียส ดังนั้นดาวจึงได้รับฉายาว่า เตาไฟแช่แข็ง ครับ โดยเฉลี่ยดาวพุธจะโคจรจะโคจรอยู่ท่ามกลางความร้อนจัดของดวงอาทิตย์ ในระยะห่างเฉลี่ย 58 ล้านกิโลเมตร โดยระยะห่างจากดวงอาทิตย์น้อยที่สุด 46 ล้านกิโลเมตรและ ระยะห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุด 69.82 ล้านกิโลเมตร

ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2793 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 8 ธ.ค. 2548 (09:53)
ดี
un 3/1 (IP:202.143.142.2,192.168.1.241,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 4 ม.ค. 2549 (19:42)
ใครรู้มั่งว่าถ้าเราอยู่บนดาวอังคารเราจะเห็นดวงอาทิตย์เป็นสีอะไร อยากรู้มากๆ บอกมาเร็วๆกันนะ
เด็กดาวน์ (IP:203.118.118.181,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 4 ม.ค. 2549 (20:53)
รุนแรงและอันตรายมากกว่าอยู่บนโลกแน่นอนครับ เพราะบดาวอังคารไม่มีชั้นบรรยากาศที่ช่วยกั้นลมสุริยะไว้ ส่วนสีนั้นไม่กล้ามองครับ แต่ที่เห็นแน่ คือเหลืองสว่างจ้า
คนรักจักรวาล
ร่วมแบ่งปัน296 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 7 ม.ค. 2549 (18:14)
อยากรู้อารัยก้อได้ที่เกี่ยวกับ โอเชียนัส...เทพีแห่งสายน้ำง่ะ และก้อ อาณาจักรโรมัน และก้อมหาวิหารแห้งโรมันง่ะเค้าบอกว่าที่หน้าซุ้มประตูแต่ละซุ้มของมหาวิหารมีตัวอักษร M กับ L สลักอยู่หรอ อ้อๆ คัยเคยได้ยินชื่อกษัตริย์แมกซ์ซิสบ้างง่า อยากรุจิงๆ คัยรุช่วยบอกหน่อยเถอะน้า พอดีไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มาง่ะ
แนท nata_zaa@hotmail.com (IP:203.113.41.132,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 13 ม.ค. 2549 (17:20)
จากการ์ตูนเรื่อง Sailor Moon

1.King Endemient - ราชาแห่งโลก(Earth)

2.Sailor Moon (Queen Serenity) - ราชินีแห่งดวงจันทร์ผู้พิทักษ์ความรักและความยุติธรรม

3.Sailor Mars -ราชินีแห่งดาวอังคาร เจ้าแห่งสงคราม การต่อสู้ และราชินีแห่งไฟ

4.Sailor Mercury-ราชินีแห่งดาวพุธ เจ้าแห่งสายน้ำ ความสงบเยือกเย็น ความรอบรู้

5.Sailor Jupiter-ราชินีแห่งดาวพฤหัส เจ้าแห่งสายฟ้า พลังอำนาจ ความแข็งแกร่ง

6.Sailor Venus-ราชินีแห่งดาวศุกร์ เจ้าแห่งความรัก ความงาม สันติสุข

7.Sailor Urenus-ราชินีแห่งดาวมฤตยู เจ้าแห่งปฐพี และสายลม



8.Sailor Neptune-ราชินีแห่งดาวดาวเกตุ เจ้าแห่งท้องทะเล มหาสมุทร

9.Saiolr Pluto-ราชินีแห่งดาวยม เจ้าแห่งความตาย ผู้ควบคุมกาลเวลา

10.Sailor Saturn-ราชินีแห่งการทำลายล้าง ความพินาศ ความเงียบ





มีรูปให้ดูด้วยอะแต่ตอนนี้ลงไม่ได้ทำไงดีหว่า
แม็กกี้ (IP:202.5.87.5,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 13 ม.ค. 2549 (18:45)
มองดูจะง่ายดาย อยู่เวอร์ชั่นท์ เดียวกัน ตนเอง จะทำให้แปลกใจ คือ คนเค้ามองว่าไม่ค่อย สันทัดการ ต่างๆงัย ? เรียนแล้วมันจะยอมให้ ล่องัย คือมันลวงให้เรา ล่อแหล่ แต่ว่าบอกว่าเรียนอยู่นา เนี่ย งงจริงๆนา ? เรอ ?
เรอ ? (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 13 ม.ค. 2549 (18:50)
การเรียนคือ ค่าแห่งมนุษย์ เช่นเค้ามองว่า เธอมองว่า อาจบอกว่า คืออาจเข้าใจ แต่การเรียนอย่างนี้ให้อธิบายเอง ?

หรือ คือ ค่าแห่ง เวอร์ชั่นท์หน้าตาให้ออก อารมณ์ เศร้าๆหน่อย แต่บอกว่า จะต้องง่ายจะยาก คือ เดี๋ยวกลัว แตก ตื่น ทำนองนั้นเอง ?
ไม่มีอะไร ? (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 13 ม.ค. 2549 (19:04)
คือป้าบอกค่าแห่งความจริงมาบ้างสิ ? คือเธอเกลียดเด็กที่ว่า ค่า ? ลวนลามหรือ ? ไม่ชอบบอกว่า ทำให้ต่ำเดียร์ลงมาค่า อ๊ะ ?

เอ่ะ ไม่ชัดเจน ?
เรื่องขัดแย้ง อดีต ? (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 13 ม.ค. 2549 (19:10)
อย่างที่เห็นน่ะล่ะจ่ะ ผลผลิต ค่าแห่งชีวิตมนุษย์ เปลี่ยนถ่าย ฮอร์โมนเซ้นส์กันจ๊ะ ? แล้ว แก้ไปงัย ? เด็กพวกนั้น ทำให้ ต่ำเดี้ย ? แต่ไม่คิดว่า เค้านะ ? เรอ ยังไง ? ไม่บอกจ๊ะ ?
เรื่องร้ายแรง ? (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 15 ม.ค. 2549 (22:32)
ดูเซเลอร์มูนก็จารู้เองแหละ เอาชื่อเทพเจ้าประจำดวงดาวมาตั้งก็นับดูละกันว่ามีกี่ตัว อิอิ เราชอบมากนะการ์ตูนน่ะ
เปิ้ล (IP:61.91.240.142,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 18 ม.ค. 2549 (09:24)
เราก็ชอบเซเลอร์มูนเหมือนกันแถมรู้เรื่องเทพเจ้าและชื่อดาวต่างๆ แต่ตอนนี้มันหาดูไม่ได้แล้ว น่าเสียดายเกิดช้าไปนิด เลยดูการ์ตูนเรื่องนี้ไม่รู้เรื่อง แต่ชอบมากๆค่ะ
มิกกี้
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 18 ม.ค. 2549 (15:58)
การ์ตูน ญี่ปุ่นใครวาไม่ดี

1. เซเลอร์มูน มีเรื่องเกี่บวกับเทพเข้ามาเกี่ยวข้อง

2. เซนต์เซย่า เป็นการบอกกลุ่มดาวของแต่ละคนที่เป็นกลุ่มดาวประจำตัว แถมยังอ้างอิงจากของจริง ๆ อีก และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย หากอ่านแล้วเก็บเป็นความรู้จริง ๆ นี่ได้มาเยอะเลยนะครับ
คนรักจักรวาล
ร่วมแบ่งปัน296 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 30 ม.ค. 2549 (20:23)
รู้สึกว่าดาวเคราะห์ดวงที่10จะชื่อ"เซนน่า"มั้งนะ
ลีแอนเดอร์ (IP:58.10.247.132,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 1 ก.พ. 2549 (15:10)
...........เห็น ด้วย ครับ





..........เซนต์ เซย่า มี อิทธิ พล อย่าง มาก ต่อ การ รู้ จัก ดวง ดาว ของ ผม





..........แล้ว ไป สน ใจ ....วัฒนธรรม ....กรีก โรมัน .....







.........พอ โต ได้ เรียน อารยธรรม ตะ วัน ตก





.........สารพัด เซนต์ ...คลอร์ธต่าง ๆ .....ที่ ได้ ยิน จาก เซย่า....มา อยู่ ใน หนัง สือ สอบ เพียบ ....





.........
.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 21 ก.พ. 2549 (17:58)
อยากรู้ชื่อสมญานามของดาวเคราะห์แต่หาม่ายด้าย
may (IP:203.113.50.16,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 15 มิ.ย. 2549 (13:35)
เช่น ดาวมฤตยู อะไรประมาณนี้รึเปล่าครับ
คนรักจักรวาล
ร่วมแบ่งปัน296 ครั้ง - ดาว 164 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 24 มิ.ย. 2549 (01:14)
ดาวอะไรก็ไม่รู้
piriya@hotmail.com (IP:58.147.118.92,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 24 มิ.ย. 2549 (12:04)
.....เสริม ความรู้ คห. ที่ 40



.....ผม ไม่ รู้ ว่า M กับ L หน้า วิหาร หมาย ถึง อะ ไร



.....แต่ ใน อักษร โรมัน .....M และ L ....มี ความ หมาย ถึง จำ นวน นับ ครับ





.....ลอง ดู นี่ ครับ



.....I =1



.....V = 5



.....X = 10



.....L = 50



.....C = 100



.....D = 500



.....M = 1,000





......ใน สมัย นั้น จำนวน พัน ก็ นับ ไม่ ไหว แล้ว ครับ .......



.....ลอง นึก ดู



....สิบสองล้าน เจ็ดแสนหนึ่งหมื่นสี่พันหกร้อยเก้าสิบ



.......จะ เขียน ยังไง



......แต่ M กับ L ใน ที่ นี้ ม่ รู้ ว่า จะ หมาย ความ เดียว กัน หรือ เปล่านะ ครับ
.....Tanu
ร่วมแบ่งปัน338 ครั้ง - ดาว 178 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 13 ก.ค. 2549 (15:23)
อยากได้รูปของเอรีสเทพแห่งสงครามเท่มากตัวสูงซัก100เมตรได้มั้งมีผม หนวด เครา เป็นเปลวเพลิงด้วย เห็นใน GOD OF WAR
Metrora (IP:202.28.109.97,172.16.56.6,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 15 ก.ค. 2549 (16:03)
.........
Duck
ร่วมแบ่งปัน107 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 25 ส.ค. 2549 (22:32)
ใครช่วยบอกทีว่าทำมัยดาวพลูโตถึงต้องเรียกว่าดาวยม
por_kitti_pp@hotmail.com (IP:203.113.81.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 19 ก.ย. 2549 (21:45)
เราะพลูโตเป็นชื่อของเทพเจ้าที่เฝ้ายมโลก ซึ่งก็คือ พลูโตหรือ ฮาเดส (ตามที่เราเข้าใจนะ)



ดูในเรื่องเฮอร์คิวลิสสิคะ
kana (IP:124.157.167.122,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 19 ต.ค. 2549 (06:44)
เท่าที่เรารู้ น่าจะมีนะคะ

ดาวพุธ เฮอร์มีส

โลก จีอา

ดาวอังคาร เอรีส

ดาวพลูโต เฮดีส

ดวงอาทิตย์ อะพอลโล่

ดาวยูเรนัส ยูเรนัส

ดาวเนปจูน โพไซดอน

ดาวพฤหัสบดี ซีอุส

ไม่ค่อยแน่ใจนะคะ บางทีอาจมีผิดน่ะค่ะ

เราไม่รู้ดาวศุกร์กับดวงจันทร์น่ะค่ะ ใครรู้ก็ช่วยบอกทีนะคะ
เคนรุกะ (IP:124.120.106.98,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 19 พ.ย. 2549 (15:37)
ตอนนี้ดาวพลูโตถูกถอนออกจากการเป็นบริวารของระบบสุริยะแล้วนะ แต่เปลี่ยนสภาพเป็นดาวเคราะห์แคระแทน ซึ่งการพิจารณาครั้งนี้มีขึ้นที่สาธารณรัฐเชค
เจมส์ (IP:203.113.57.69,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 23 พ.ย. 2549 (15:15)
ดวงจันทร์ อาร์เตมิส

ดาวศุกร์ อโพร์ไดร์ที หรือ วีนัส
kotokid (IP:203.130.145.68,172.30.121.159,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 19 ก.พ. 2550 (18:27)
oh ! good......thank you ! นะก๊ะ
สาวลูกครึ่ง ( เอมี่ ) 029282362 (IP:203.107.194.148)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 21 ก.พ. 2550 (22:58)
ก่าจาอ่านจบ! ปาไปตี2วันรุ่งขึ้นเปงแพนด้าเรย(เศร้า)ที่หลังหัดเขียนน้อยๆบ้างก็ได้นะ
varun@yahoo.com (IP:58.8.174.62)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 21 ก.พ. 2550 (23:00)
ใครเมสูตรโกงเกมส์ปังย่าบอกเราด้วยนะขอด่วน !!
เคนรุกะ (IP:58.8.174.62)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 21 ก.พ. 2550 (23:01)
เราชอบPOKEMONที่สุด
ปริศนา (IP:58.8.174.62)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 27 มิ.ย. 2553 (11:31)
ข้อมูลของแต่ละคนไม่ตรกันเลยอ่า


งงมากเลย ใครรู้จริง (ขอที่รู้ และถูกต้องจริงๆๆๆๆ)

ช่วยบอกหน่อยนะคร่ะ

คือต้องทำงานส่งอ่าคร่า


กลัวผิด


ขอบคุณล่วงหน้าคร่า
งงมากมาย (IP:61.7.169.180)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 16 ธ.ค. 2553 (11:15)
เท่มั่กๆๆๆๆๆๆเพ้
tontong_44@hotmail.co.th (IP:118.174.108.253)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 15 ม.ค. 2554 (10:02)
อืม...ถึงแม้จาเปงคนที่เข้าใจเนื้อหาเรียนยากแต่ก็ขอบคุณนะคะที่บอกมา
คนเข้าจัยยาก> (IP:183.89.85.27)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 15 ม.ค. 2554 (10:03)
แต็งค์ซะกิ้วคะ
เฌอแตม (IP:183.89.85.27)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 26 ม.ค. 2554 (18:55)
มีใครรู้ช่วยตอบด้วยนะครับ(คนถามไม่รู้อยากรู้)ฉาญาของดาวพฤหัมีไรบ้างครับนอกจากดาวเคราะห์ยักษ์แล้วน่ะครับ
korn20614@hotmail.com (IP:58.64.121.182)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 26 ม.ค. 2554 (18:58)
มีใครรู้ช่วยตอบด้วยนะครับ(คนถามไม่รู้อยากรู้)ฉาญาของดาวพฤหัมีไรบ้างครับนอกจากดาวเคราะห์ยักษ์แล้วน่ะครับ
(เหมือนกับอันบนน่ะครับเพื่อบางคนรู้จัก อยู่ ป.4/2 อัสสัมชัญธนบุรี)
กร อ.ส.ธ. (IP:58.64.121.182)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 29 ม.ค. 2554 (15:36)
สวัสดีครับ---ทุกท่านที่ให้ความรู้-----วิชาคอม-----ไม่มีอะไร--ที่มนุษย์---ทำไม่ได้---
มนตรา--ตรีเมฆ--หมู--นนทบุรี (IP:58.8.143.117)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 27 มี.ค. 2557 (22:03)
ให้ข้อมูลมาแบบลวกๆ แถมหาฉายาดาวยากมาก บางอันก็ไม่ครบ ข้อมูลที่ไม่ค่อยจำเป็นก็เยอะมากด้วย
หาไม่ครบเลย
PIPT (IP:223.205.26.203)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 28 มี.ค. 2557 (21:42)


ก็ควรพยายามต่อไป 


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26598 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม