ช่วยอธิบายเกี่ยวกับ Antibody Antigen หมู่เลือด Rh- และ Rh+ ให้ผมได้ป่าวคับ

ข้อความกรุณา พี่ๆชาว ชีววิทยา ที่ผ่านมาอ่านกระทู้ผม ช่วยอธิบาย ในส่วนที่ถามให้เคลียร์หน่อยได้ป่ะคับ คือผมอยู่ม.4 แต่ยังเรียนเรื่องนี้ไม่เคลียร์เลย ขอบคุณคับ


ความคิดเห็นที่ 45


7 ก.ค. 2553 13:49
  1. ช่วยบอกหลักการในการแงหมู่เลือดABOให้หน่อยคะ เอาเนื้อๆๆนะคะ ขอบคุณคะ

ความคิดเห็นที่ 22

19 มิ.ย. 2549 20:37
  1. หมู่เลือด Rh มาจากลิงวอกจริงหรือป่าวคะ เเละการที่ครรภ์มารดาเป็นพิษมีสาเหตุมาจากอะไร คนที่เป็นธาลัสซีเมียมีหมู่เลือด AB ไม่เป็นพาหะอยู่ได้ปกติหรือเปล่าคะ

ความคิดเห็นที่ 21

13 มิ.ย. 2549 16:04
  1. อยากรู้เกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือด

ความคิดเห็นที่ 20

Tanname
14 พ.ค. 2549 22:53
  1. ขอถามเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของ NK-cell(Natural Killer Cell) หน่อยครับ ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 19

Tanname
14 พ.ค. 2549 22:51
  1. เยิ่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 18

14 พ.ค. 2549 21:37
  1. ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17

12 มี.ค. 2549 20:27
  1. ขอบคุณมากค่ะ เนื้อหาดีมาก

ความคิดเห็นที่ 16

18 ก.พ. 2549 00:50
  1. Antigen คือสารหรือสิ่งมีชีวิตที่แปลกปลอมที่ร่างกายเราไม่รู้จัก ซึ่งสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สร้าง Antibody เพื่อมาจับเป็น สารเชิงซ้อนซึ่งจะนำไปทำลายต่อไป Antibody ที่กล่าวข้างต้นมี5ชนิด คือ IgA IgG IgM IgE IgD ที่สำคัญทางเวชศาสตร์ธนาคารเลือดจะมี 2 ชนิดคือ IgG และ IgM ลักษณะที่แตกต่างกันทั้ง2ชนิดนี้คือ IgG จะเป็นเพียงโมเลกุลเดียว สามารถผ่านรกได้ ในขณะที่ IgM จะอยู่รวมกัน5โมเลกุล (pentamer) ทำให้ขนาดของIgM มีขนาดใหญ่ จึงไม่สามารถผ่านรก Antibody Rh เป็นแบบ IgG ซึ่งแม่สามารถถ่ายทอดไปให้ลูกผ่านทางรกได้ ส่วน Antibody ABO เป็นแบบ IgM ไม่สามารถผ่านรกได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15

15 ก.พ. 2549 22:11
  1. ตอนนี้โรงเรียนกำลังประเมินโรงเรียนในฝัน พอดีกำลังทำโครงงานนี้พอดีค่ะ คือตรวจการดูหมุ่เลือดต่างๆนั้นเองจ฿งอยากได้ข้อมูลที่ละเอียดสุดๆ ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14

15 เม.ย. 2548 20:25
  1. Rhก้อไม่มีเยื่อหุ้มเม้เลือดแดงไง

ความคิดเห็นที่ 13

21 มี.ค. 2548 18:57
  1. แถม ๆ ปรกติคนที่มีหมู่เลือด O จะสามารถบริจาคให้กับคนที่มีหมู่เลือดชนิดอื่นได้คือ A B AB แต่ปัจจุบันมีการวิจัยพบว่าการให้เลือดกรุ๊ป O กับคนที่มีเลือดกรุ๊ปอื่น ไม่เป็นผลดีเพราะมันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เม็ดเลือด ทำให้เป็นอันตรายได้ในภายหลัง ส่วนรายละเอียดลืมไปแล้วคับ หุหุ

ความคิดเห็นที่ 12

8 มี.ค. 2548 13:35
  1. แอนติเจนกับแอนติบอดี้คืออะไรค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11

8 มี.ค. 2548 11:15
  1. อธิบายได้ละเอียดดี ขอบคุณคะ

ความคิดเห็นที่ 10

20 ก.พ. 2548 15:51
  1. รบกวนช่วยอธิบายความหมายของ IgM กับIgGด้วยค่ะว่าเค้าต่างกันอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 9

Wisdom
14 ก.พ. 2548 21:25
  1. ตอบ rep 7 ที่ antibody RH ของแม่ทำร้ายลูกได้โดยผ่านทางรก แต่ antibody ของระบบเลือด ABO ไม่สามารถผ่านรกได้เพราะทั้งสองเป็น antibody คนละประเภท โดย Antibody Rh เป็นแบบ IgG ส่วน Antibody ABO เป็นแบบ IgM ทั้งนี้เพราะการเกิด antibody ทั้งสองแตกต่างกันงับ

ความคิดเห็นที่ 8

14 ก.พ. 2548 11:18
  1. ขอบคุณเราแข่งseachเรื่องนี้พอดี หุหุ

ความคิดเห็นที่ 7

13 ก.พ. 2548 19:11
  1. อยากทราบว่า ทำไมแม่ที่เป็นRh- มีลูกเป็นRh+ แล้วถึงเกิดการกระตุ้นให้สร้างanitibodyขึ้นมาได้ ทั้งที่มีรกกั้นเม็ดเลือดแดงอยู่อยู่ เคยอ่านในหนังสือว่าแม่ที่มีantibody Dมีความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ที่มีRh+ แล้วทำไม แม่ที่มีเลือดกรุ๊ปO จึงไม่เป็นอันตรายต่อทารกที่มีเลือดกรุ๊ปAหรือBในครรภ์

ความคิดเห็นที่ 5

19 ม.ค. 2548 12:25
  1. พี่ช่วยหนูไห้มีรายงานส่งอาจานค่ะ ขอบคุนมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4

3 ม.ค. 2548 11:47
  1. เค้าตอบกันไปหมดแล้วอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 3

3 ม.ค. 2548 11:03
  1. ขอบคุณคับ พี่ๆที่ช่วยตอบ ทำให้ผมเข้าใจขึ้นมากๆเลย

ความคิดเห็นที่ 2

Wisdom
1 ม.ค. 2548 23:18
  1. ได้ครับ เด่วจัดให้ รู้ สึกเคย อธิบายไปกระทู้นึงละเรื่องนี้อ่ะ น้องเข้าใจระบบ เลือด A B O แล้วใช่ไหมครับ โดยหลักการให้เลือด คือ antigen ของผู้ให้ต้องไม่ตรงกับ antibody ผู้รับ เลือด Rh ก็เป็นเลือดอีกระบบนึงครับ โดย จะมี 2 แบบ คือ 1. Rh+ คนที่มีเลือดแบบนี้ จะมี antigen Rh แต่ไม่มี antibody Rh ครับ 2. Rh- คนที่เลือดแบบนี้ไม่มีทั้ง antigen Rh และ antibody Rh แต่คนที่เป็นเลือด Rh- นั้น หากได้รับ เลือด Rh+/ เข้าไป ก็จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างของคนที่ Rh- สร้าง antibody Rh โดยครั้งแรกจะไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าได้รับ เลือด Rh+ อีกครั้งโดยที่ร่างกายเรามี antibody Rh แล้ว ก็จะทำให้เป็นโรค erythrblastosis falactis เลือดตกตะกอนครับ

ความคิดเห็นที่ 1

Bharni
1 ม.ค. 2548 14:14
  1. จำแนกระบบเลือดและโลหิตหมู่พิเศษ Rh- โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2547 12:07 น. ในยามฉุกเฉินที่มีผู้ประสบภัยพิบัติและผู้ป่วยจำนวนมาก ทำใหมีความต้องการเลือดมาช่วยเยียวยารักษาอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีการเกิดคลื่นยักษ์ถล่มบริเวณจังหวัดภาคใต้แถบทะเลอันดามันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็พื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวเอเชียและชาวยุโรปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นผู้ประสบภัยจึงมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์อันทำให้เกิดความต้องการเลือดที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้หมู่โลหิตพิเศษ หรือ Rh- เป็นหมู่โลหิตที่มีความต้องการมากที่สุด เพราะเป็นหมู่โลหิตที่มีในชาวยุโรปมากกว่าชาวเอเชีย ซึ่งโลหิตหมู่พิเศษ Rh- นี้เป็นอย่างไร ไปทำความเข้าใจ เพื่อจะได้ตามหาผู้ที่มีโลหิตหมู่พิเศษนี้มาช่วยกันบริจาค กลุ่มเลือดมีมากถึง 24 ระบบ ในเลือดประกอบด้วยเม็ดเลือดแดงและน้ำเลือด (plasma) ซึ่งมีสารประกอบหลายอย่าง ตัวหลักๆ คือ แอนติเจน (antigen) หรือสารก่อภูมิต้านทาน ซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ตามผิวเม็ดเลือดแดงทำหน้าที่สร้างภูมิต้านทาน และแอนติบอดี (antibody) หรือสารภูมิต้านทาน โดยในเลือดมี antigen และ antibody ที่เจาะจงหลายชนิด เพื่อความปลอดภัยในการถ่ายเลือดจึงจำเป็นต้องทดสอบเลือกในร่างกายให้ยอมรับ และไม่ให้เลือดตกตะกอน ซึ่งปัจจุบันเราตรวจสอบกลุ่มเลือดในการถ่ายเลือดถึง 24 ระบบ ระบบเลือดที่ใช้เป็นพื้นฐานในการตรวจสอบได้แก่ ระบบเลือด ABO ซึ่งประกอบไปด้วย A B AB O และระบบเลือด Rh ประกอบด้วย Rh+ และ Rh- นอกจากนี้ยนังมีระบบอื่นๆ ที่นำมาพิจารณาในการถ่ายเลือดร่วมกันอีกเช่น MNS, Lutheran, Kell, Kidd เป็นต้น A B O หมู่โลหิตที่รู้จักกันมากที่สุด ในหมู่เลือดระบบ ABO จะมี antigenA และ antigenB เป็นตัวกำหนดหมู่เลือด แบ่งได้ดังนี้ group / antigen / antibodyA / antibodyB A / A / - / มี B / B / มี / - AB / A และ B / - / - O / - / มี / มี (Group O พบมากสุด, A กับ B พบพอๆ กัน และ AB มีน้อยที่สุด) ในการถ่ายเลือดนั้นถ้าเป็นไปได้จะไม่รับเลือดข้ามหมู่ แต่ถ้าเกิดกรณีจำเป็นจะต้องรับเลือดข้ามหมู่ จะหลักการพิจารณาไม่ให้ได้รับ antigen ชนิดเดียวกับ antibody มากนักเพราะจะทำปฏิกิริยากันและเกิดอันตรายแก่ผู้รับเลือด เช่น ผู้ที่มีหมู่โลหิต O จะมี antibodyA และ B แต่ไม่มี antigenA จึงไม่เกิดปฏิกิริยากันทำให้เลือดไม่ตกตะกอน แต่ถ้ารับเลือดที่มีหมู่โลหิต A มาก็จะได้รับ antigenA เข้ามาด้วย ทำให้ antigenA ในหมู่ A ไปจับกับ antibodyA อันทำให้เลือดตกตะกอน ดังนั้นผู้ที่มีหมู่โลหิต O จะไม่สามารถรับเลือดจากหมู่โลหิตอื่นได้ ยกเว้นพวกเดียวกัน แต่สามารถบริจาคให้ได้กับทุกหมู่ (universal donor) ส่วนผู้ที่มีโลหิตหมู่ AB จะรับเลือดได้จากทุกหมู่ (universal recipient) เพราะไม่มี antibodyA หรือ B (แม้จะรับได้ทุกหมู่ แต่ก็ต้องดูปริมาณการรับ หากรับเลือดหมู่อื่นเข้ามามาก อาจทำให้ antigen กับ antibody ทำปฏิกิริยากันได้) ระบบเลือดแบบ Rh ในการใช้ระบบเลือดแบบ Rh หรือ Rhesus (รีซัส) ซึ่งเป็นได้ 2 แบบคือ Rh+ และ Rh- และเช่นกัน การจำแนกว่า เป็น Rh+ หรือ Rh- ก็ดูที่ antigen ซึ่งกรณีนี้คือ antigenD ที่อยู่ที่ผิวเม็ดเลือด group / antigen / antibody D Rh+ / D / - Rh- / - / มี มนุษย์ส่วนใหญ่มี antigenD (ซึ่งก็คือ Rh+) โดยเฉพาะกลุ่มชนมองโกลอยด์ หรือชาวเอเชียและในคนไทยมีมากถึง 99% ส่วนคนไทยที่ไม่มี antigenD (ซึ่งก็คือ Rh-) มีประมาณ 1 ใน 500 คน ขณะที่กลุ่มชนคอเคซอย หรือชาวยุโรปมีสัดส่วนของผู้ไม่มี antigenD (Rh-) มากกว่า อย่างที่อังกฤษมีผู้ที่มี Rh- มากถึง 10% ต่อจำนวนประชากร เราจึงเรียกพวกที่มี Rh- ว่า “ผู้ที่มีโลหิตหมู่พิเศษ” (เพราะหายากนั่นเอง) ทั้งนี้ปกติการระบุหมู่เลือดจะรายงานผลออกมา เป็น 2 ระบบคือ ABO และ Rh พร้อมๆ กัน ได้แก่ A Rh+, A Rh-, B Rh+, B Rh-, AB Rh+, AB Rh-, O Rh+, O Rh- แต่จะไม่ระบุคำว่า “Rh” เช่น A Rh- ก็จะระบุไปเลยว่า A- เป็นต้น อีกทั้งโดยพื้นฐานคนส่วนใหญ่ เป็น Rh+ เราจึงไม่นิยมระบุไว้ด้วยซ้ำ ดังนั้นเวลารายงานหมู่เลือด หากเราได้รับแจ้งว่า เรามีหมู่เลือด A นั่นหมายความว่า เรามีหมู่เลือด A Rh+ แต่ถ้าเรามีหมู่เลือด Rh- เราจะได้รับแจ้งไว้ด้วย เช่น A- เป็นต้น โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2547 12:07 น. http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9470000103807

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น