คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
หมาก -ใบพลู เกี่ยวข้อง กับ มะเร็งในช่องปาก
โพสต์เมื่อ: 17:08 วันที่ 26 ม.ค. 2548         ชมแล้ว: 75,795 ตอบแล้ว: 24
12408 หมาก -ใบพลู เกี่ยวข้อง กับ มะเร็งในช่องปาก

ปัจจุบันประชากร หลายๆล้านคน ทั้งคนชราหรือแม้กระทั้งวัยรุ่นใน บางประเทศ เช่นในประเทศไทย อินเดีย ปากีสถาน ไต้หวัน มาเลเซีย ฟิลิบปินส์ ศรีลังกา ชาวบังกาลาเทศ และกัมพูชา เป็นต้น ยังมีพฤติกรรมในการเคี้ยวหมากพลู โดยเฉพาะคน ในทางเอเชียใต้ และคนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ การเคี้ยวหมากพลูเป็น ที่นิยมเป็นอย่างมากทีเดียว ประเทศไทยก็เช่นเดียว ดังจะเห็นได้จาก คนสูงอายุตามชนบท ซึ่งเป็นภาพปกติและวิถีชีวิตของคนสูงอายุอยู่ทั่วๆไป แต่พบน้อยในวัยรุ่นและวัยทำงาน

ในทำนองเดียวกัน ในประเทศไต้หวัน ถือว่าประชากรที่เคี้ยวหมากพลู มีอัตรา การเคี้ยวหมากเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากรายงาน ตั้งแต่ในปี ค.ศ 1970 โดยเฉพาะเป็นที่นิยมของวัยรุ่นไต้หวันตามเขตตัวเมือง และ มีแนวโน้มเพิ่มขยายไปสู่ชานเมือง

หมาก (Aareca catechu) มักจะนำมา ผสมกับปูน (Calcium hydroxide) จากนั้นโดยปกติการเคี้ยว นำหมากไปห่อด้วยใบพลู (Piper Betle) บางทีก็มีการนำใบยาสูบ(tobacco ) ผสมไปด้วย โดยการเคี้ยวมีลักษณะเคี้ยวแบบการเคี้ยวหมากฝรั่งในวัยรุ่น จะไม่กลืนลงสู่ระบบทางเดินอาหาร ในการเคี้ยวหมากในแต่ละครั้งในช่องปาก จะมีผลทำให้ผลหมาก (Aareca catechu) ผสมกับปูน (Calcium hydroxide) จะมีสารบางชนิดปล่อยออกมา รวมทั้งสารเคมีบางตัวจะเปลี่ยนน้ำลายในช่องปากให้เป็นสีแดงใส ซึ่งจะสังเกตได้จาก คนที่เคี้ยวจะมีสีแดงเต็มช่องปากทีเดียว

จากการศึกษาทางเคมีในผลหมาก พบว่า ผลหมาก(Aareca catechu) และ ใบพลู (Piper Betle) จะเต็มไปด้วยสารอัลคาร์ลอยด์ (alkaloids) เช่น Arecoline, Ethyl acetate and n-butanol, ซึ่งเชื่อว่า มีส่วนช่วยกระตุ้น ให้ผู้เคี้ยว มีความรู้สึกว่าทำให้ร่างกายสดชื่น ผลของการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และ เพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังของร่างกาย ของผู้เคี้ยว ผู้เคี้ยวบางคนเชื่อว่าการ ว่าเคี้ยวหมากพลู อาจช่วยในการย่อยอาหารของพวกเขา และเชื่อว่าย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ในงานวิจัยช่วงสิบปีที่ผ่านมามีหลักฐานยื่นยันว่าการเคี้ยวหมากนำไปสู่การสาเหตุของการเกิดมะเร็งในช่องปากหลายๆชนิด ตามรายงานของ WHO กล่าวว่า จากข้อมูลเชิงสถิต เกี่ยวกับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งในช่องปาก พบอัตราส่วนในประเทศทางตะวันออก โดยเฉพาะทางแถบเอซียจะมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งมากกว่าประเทศทางตะวันตก อย่างมีนัยสำคัญ ในข้อมูลดังกล่าว ยังรายงาน พบการเกิดโรคนี้มักเกิดกับเพศชายที่อาศัยประจำในแถบเอเชียมากกว่าหญิงเสียอีก และข้อมูลยังกล่าวว่า มักเกิดในผู้ใหญ่ และคนสูงอายุ มากกว่าเด็กและวัยรุ่น จากข้อมูลดังกล่าว นักวิจัยทางการแพทย์เชื่อว่ามีแนวโน้มการเคี้ยวหมากพลูจะเพิ่มขึ้นและแพร่ขยายอย่างมากไปสู่วัยรุ่น

ในประเทศไต้หวัน มีการประชุมของ American Association for Cancer Research รายงานว่าตั้งแต่ ค.ศ 1981 จนถึง ค.ศ 2000 มีรายงาน การเพิ่มของโรคมะเร็งช่องปากเป็นจำนวนอย่างมาก ซึ่งสอดคล้องกับการผลิตผลหมากในประเทศไต้หวัน ซึ่งถือว่าเป็นประเทศผู้ผลิตผลหมาก รายใหญ่ เป็นอันดับ2ของโลก ทีเดียว

ในทำนองเดียวกัน ใน ประเทศอินเดีย ตามรายงานของ WHO พบว่า วัยรุ่นใน ประเทศอินเดีย คล้ายกับในประเทศไต้หวัน ซึ่งมีการเคี้ยวหมากและเป็นที่นิยม จากรายงาน พบว่าหนึ่งในสามของเด็กและวัยรุ่น จะมีการเคี้ยวหมากและเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น ซึ่งอันตรายดังกล่าวที่เคี้ยวหมาก รัฐบาลของประเทศอินเดีย ได้เริ่มมีคำสั่งห้ามการผลิตและขายผลิตที่เกี่ยวกับหมากพลู ในประเทศแล้ว

ในประเทศปากีสถานก็เช่น โดยเฉพาะประชากรในเมืองการาจี จำนวนหนึ่งในสิบของประชากรในประเทศมีอาการของโรคมะเร็งช่องปาก และประชากรดังกล่าวมีรายงานมีการเคี้ยวหมากเป็นประจำ

อีกทั้งประชากรเอเซียที่อาศัยอยู่ในยุโรปและอเมริกาเหนือ ที่มีการเคี่ยวหมากเช่นกัน เช่น ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ของ ชาวบังกาลาเทศ วัยทำงาน ในประเทศอังกฤษ ที่มีพฤติกรรมการที่เคี้ยวหมากและมีอัตราเสี่ยงต่อ มะเร็งในช่องปากอย่างมาก

ในปี 2003 นักวิจัย จาก International Agency for Research on Cancer รายงานว่า การศึกษาในสัตว์ทดลอง (carcinogenicity in mice) พบว่า ผลของหมาก (Aareca catechu) มีส่วนประกอบ N-nitroso compounds, Arecoline, polyphenols, dimethyl sulphoxide, Ethyl acetate and n-butanol ซึ่งถือว่าเป็นสารที่ก่อมะเร็งได้ ในสัตว์ทดลอง
ส่วนหลักฐานทางข้อมูลยัง มีข้อมูลน้อยอยู่ที่จะสนับสนุนว่า สารสกัดจากใบพลู ที่ใช้ร่วมกับ ใบยาสูบหรือ ไม่ได้ใช้ร่วมกับใบยาสูบ มีผลก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง ต้องศึกษาเพิ่มเติมยิ่งขึ้น

มีข้อมูลที่แน่ชัดว่า การเคี้ยวใบพลู ร่วมกับใบยาสูบมี ผลก่อมะเร็งเช่นกันอย่างชัดเจน ในคน แต่ยังมีหลักฐานที่ยังไม่ชัดเจนว่าว่า การเคี้ยวใบพลู โดยปราศจากใบยาสูบ มี ผลก่อมะเร็ง อย่างชัดเจน ในคน ต้องศึกษาเพิ่มเติมยิ่งขึ้น
ในเชิงชีวเคมีในช่องปากจะกระตุ้นให้เกิด การสภาวะ ของ Oral submucous fibrosis ซึ่งนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุผิว ทำให้การ ผนังในช่องปาก มี สภาพหนาขึ้น คล้ายอิฐที่ก่อตัวเป็นกำแพง

การศึกษา ของผู้ป่วยชายที่ เคี้ยวหมาก ในวารสาร Bristish Journal of Cancer นักวิจัย โดยภายใต้ มหาวิทยาลัย Shu- Chun Lin of National YangMing ในกรุง ไทเป ประเทศไต้หวั่น รายงานว่า พบว่า มียีน ชื่อว่า Hemeoxy genase – 1(HO-1) มีมากอย่างมีนัยสำคัญ ใน ชายที่ เป็นมะเร็งในช่องปาก มากกว่า ในชายปกติ (Wu et al., 2003)

Heme oxygenase – 1(HO-1) คือยีนที่ มีบทบาท และหน้าที่ ปกป้องเซลล์ในร่างการ จากสารกระตุ้นที่เป็นอันตราย หรือสารกระตุ้น ที่เป็นสาร ก่อมะเร็ง เช่น รังสี UV เป็นต้น ดังนั้น ผู้ป่วยที่เป็น โรคมะเร็งในช่องปากจะมียีนดังกล่าวในปริมาณสูงทีเดียว เป็น ลักษณะบ่งชี้ในการแพทย์ได้เช่นกัน


เรียบเรียง และแปล Nattawut
Keywords: oesophageal cancer, areca chewing, BETEL-QUID, tobacco, Oral submucous fibrosis, oral cancer.

Reference:
Wu et al., (2003) Relationship between site of oesophageal cancer and areca chewing and smoking in Taiwan British Journal of Cancer 89, 1202-1204

http://www.nature.com/cgi-taf/DynaPage.taf?file=/bjc/journal/v89/n7/abs/6601251a.html&dynoptions=doi1106730620
http://www.ncbi.nlm.nih.gov/entrez/query.fcgi?cmd=Retrieve&db=PubMed&list_uids=14520446&dopt=Abstract
http://www.inchem.org/documents/iarc/vol37/betelquid.html
http://www.sciencenews.org/articles/20050115/bob10.asp
http://www-cie.iarc.fr/htdocs/monographs/vol85/85-01-betel-areca.html.
http://www.cda-adc.ca/jcda/vol-70/issue-4/244.pdf.
http://dx.doi.org/10.1038/sj.bjc.6602186.
http://www.qualitydentistry.com/htopics/oralcancer/


Nattawut เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 169 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 19 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 ม.ค. 2548 (14:15)
21407 หมาก (Aareca catechu) มักจะนำมา ผสมกับปูน (Calcium hydroxide)

นำหมากไปห่อด้วยใบพลู (Piper Betle) บางทีก็มีการนำใบยาสูบ(tobacco ) ผสมไปด้วย

Nattawut เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 169 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 28 ม.ค. 2548 (07:50)
อย่างนี้ต้องไปเล่าให้ป้าๆแถวบ้านฟังเสียหน่อย
ลิตเติ้ล (IP:202.57.156.218,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 28 ม.ค. 2548 (15:54)
การอมเมี่ยงและสูบบุหรี่ก็มีสิทธิ์เป็นมะเร็งในช่องปากได้
roong (IP:61.19.145.70,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 28 ม.ค. 2548 (22:13)
ความสัมพันธ์ระหว่างการเคี้ยวหมากกับมะเร็งในช่องปาก (ลิ้น แก้ม เหงือก เพดาน ต่อมทอลซิล)นั้นสันนิฐานกันมานานแล้ว จำได้ว่า อาจารย์ นพ. พิสิฏฐ์ วิเศษกุล กล่าวถึงอยู่เสมอๆเวลาประชุมเรื่องมะเร็ง (Tumor Conference) ที่มีเป็นประจำทุกเดือนที่ศิริราชเมื่อ ๔๕ ปีก่อน สมัยนั้นมะเร็งกลุ่มนี้มีมากมาย ผมคิดว่าสมัยนี้ควรจะลดน้อยลงมาก เพราะความนิยมหมากน้อยลงมาก สมัยนั้นยังไม่มีใครวิจัยว่าตัวประกอบตัวใด (ลูกหมาก ใบพลู กานพลู ใบยา ปูน หรือส่วนผสม ๒-๓ ตัว)เป็นสาเหตุมะเร็ง

บังเอิญคุณเทาชมพูมีบทความเกี่ยวกับจอมพล ป. พิบูลสงคราม และการบังคับให้คนไทยต้องสวมหมวก ใส่รองเท้า เลิกเคี้ยวหมาก และตัดพยัญชนะตัวที่ไม่ค่อยใช้กับตัวที่ซ้ำๆออก ฯลฯ ใน section ประวัติศาสตร์ของ Vcharkarn ภายใต้หัวเรื่องว่า "ยุคไม่ขำ วัธนธัมไทย" น่าอ่านมาก

ผมพอดีกำลังจะเสนอตัวเป็นฝ่ายค้าน (Loyal opposition) คุณเทาชมพู บังเอิญมาพบบทความของคุณ Nuttawat พอดี เลยขอถือโอกาสเขียนหน่อย เพราะในใจของผม การกระทำของจอมพล ป. นั้นมีข้อดีอยู่หลายอย่างรวมทั้งการบังคับไม่ให้ประชาชนเคี้ยวหมาก อันนี้ถึงแม้จะเป็นการบั่นทอนเสรีภาพก็จริง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ ๑) อัตรามะเร็งช่องปากลดลงอย่างมาก ๒) บ้านเมืองสะอาดขึ้น ไม่มีป้านสี"หมากแห้ง"ตามท้องถนน เพราะคนถ่มน้ำหมากกันทั่วไป ไม่มีกระโถนเต็มไปด้วยหมากที่บ้วนไว้แทบจะทุกห้อง ผมจำได้เพราะเป็นเด็กเกิดสมัยนั้น ๓) สตรีไทยสวยขึ้นเยอะ สมัยนั้นคนไทยคงไม่มีหวังเป็นนางงามโลก
ศานติ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2397 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 315 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 30 ม.ค. 2548 (07:57)
ดูรูปที่คุณ Nuttawat ถ่ายจากวารสารแล้วอดคิดไม่ได้ว่า คุณย่าคุณยายไทยห่อใบพลูสวยกว่าในรูป น่าเคี้ยวกว่าเยอะ lol
ศานติ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2397 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 315 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 30 ม.ค. 2548 (10:04)
ใครพอทราบ ประวัติและที่มา ของเจ้า ของ สามอย่างหลัก ที่เป็นส่วนประกอบหลักของหมาก
ว่ามันเข้าไปรวมอยู่ในปากคนได้อย่างไร
ท่านที่เคยกินแล้วติด มีความรู้สึกในครั้งแรก ที่กิน อย่างไร
เคยขอยายลองเหมือนกัน มันไม่น่าติดได้เลย งะ
แล้วมันติด ได้อย่างไร เพราะอะไร



โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 474 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 18 มี.ค. 2548 (13:55)
แล้วถ้าเคยเคี้ยวหมากตอนเด็กหล่ะ จะมีปัญหาเกี่ยวกับทอลซิลไหม
mam (IP:210.203.175.243,192.168.0.14, 210.203.186.76,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 18 มี.ค. 2548 (14:02)
ทอลซิลเรื้อรัง จะหายไหม ถ้าเป็นมากๆจะมีผลอะไรรึเปล่า หมาบถึงเป็นไม่หาย
siriwan_khaograjang@yahoo.com (IP:210.203.175.243,192.168.0.14, 210.203.186.76,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 14 ก.ค. 2548 (18:43)
คุณสมบัติของ หมาก พลู ปูน คูน มีอะไรบ้าง
sayonara_namida@hotmail.com (IP:203.151.140.114,203.113.61.200,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 15 ม.ค. 2549 (15:14)
มีคนบอกว่ามีชายคนหนึ่งเขาชื่อลุงแก้วซื้อเนื้อหมูมาแล้วพอเขากลับจากตลาดก็มีชายคนที่หนึ่งถามเขาว่าเขาหิ้วอะไรมา ลุงแก้วก็ตอบว่าเขาซื้อเนื้อหมูมา ชายคนนั้นก็บอกว่ามันไม่เห็นเหมือนเนื้อหมูเลยมันเหมือนเนื้อหมามากกว่า แล้วชายคนนั้นก็เดินจากไป แกก็คิดว่าอะไรวะเนื้อหมูแท้ๆว่าเนื้อหมา แล้วแกก็เดินไปกำลังจะข้ามสะพานแล้วพอแกไปถึงกลางสะพานก็เจอชายคนที่2 ทักว่าอ้าวลุงไปซื้อเนื้อหมามาจากไหนละน่ะ ลุงแก้วก็บอกว่าไม่ใช่นี่มันเนื้อหมู ชายคนที่2ก็บอกว่าไม่ใช่เป็นเนื้อหมาต่างหากแล้วเขาก็เดินจากไป ลุงแก้วก็คิดในใจว่าเอ๊ะยังไงกันแน่ แล้วแกก็เดินต่อไป ขณะที่แกกำลังจะเดินเข้าซอยหน้าบ้านเขาก็เจอกับชายคนที่ 3 ชายคนที่3พอเห็นแกก็รีบทักว่า อ้าวลุงไปซื้อเนื้อหมาที่ไหนมาล่ะ ลุงกินหมาเหรอ ลุงแก้วก็บอกว่ามันใช่เนื้อหมาที่ไหนกันละนี่มันเนื้อหมูข้าเพิ่งซื้อมานี่ ชายคนที่3ก็ยืนยันว่าดูยังไงมันก็เป็นเนื้อหมาไม่ใช่หมู แล้วเขาก็เดินจากไป ลุงก็คิดในใจว่าสงสัยจะไม่ใช่เนื้อหมูซะแล้วเพราะมีคนมาทักตั้ง 3 คนแล้วแกก็เอาเนื้อหมูทิ้งไป แล้วก็เดินกลับบ้าน อันที่จริงแล้วชายทั้ง 3 คนที่ทักแกได้วางแผนกันเพื่อที่จะได้เอาเนื้อหมูของแกมากินฟรีแล้วเขาทั้งสามก็กินเนื้อหมูกันอย่างอร่อย
อ่านแล้วคิดไงมั่งอ่ะ หมากพลูอยู่คู่คนไทยมาตั้งนาน แล้วสังเกตนะคนเฒ่าคนแก่ที่เคี้ยวหมากพลูพอแก่แล้วฟันยังอยู่ครบก็มีเยอะแล้วสมัยนี้ล่ะ หาคนแก่ที่มีฟันครบเหมือนสมัยก่อนมีมากไหมถ้าไม่ใส่ฟันปลอมอ่ะ แล้วถ้ามันมีมะเร็งติดจากอันนี้จริงคนเฒ่าคนแก่ไทยสมัยก่อนก็ติดกันเต็มแล้ว แต่นี่ยังไม่ได้ยินข่าวเลย
123 (IP:202.142.210.5,192.168.10.168,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 25 ม.ค. 2549 (15:20)
เห็นด้วย
wonbin_140786@hotmail.com (IP:202.28.35.245,192.168.200.148,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 7 ก.พ. 2549 (08:54)
ขยะแขยงมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
ดเส (IP:203.172.221.170,192.168.0.115,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 20 มี.ค. 2549 (16:30)
เห้ฯด้วยกับข้อความที่12
sayhong05@thaimail (IP:203.114.119.226,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 27 มี.ค. 2549 (19:54)
น่ า ก ลั ว จั ง เ ย อ ย
Baiเงิน happy@phokwit.com (IP:61.91.177.187,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 29 พ.ค. 2549 (09:20)
ขอบคุณผู้ทำเว็บนี้...จากกลุ่มวิทยาศาสตร์....


เด็ก ป.พ.
เด็ก ป.พ. (IP:125.24.72.132,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 19 ก.พ. 2550 (17:09)
ใครมีวิธีรักษามะเร็งในช่องปากบ้างช่วยบอกทีค่ะ ตอนนี้อยากทราบจริงๆค่ะ
นีรนุช (IP:203.113.57.104)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 24 พ.ค. 2550 (12:56)
หมากพลู ใบตองที่ทีอยู่ ทูลให้น้องยากินหมากตามสบาย
มะเร็ง (IP:125.24.151.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 24 พ.ค. 2550 (13:06)
หมาก พลู ปูน และ ยาสูบ
- ซื้อบุหรี่ด้วย 1 มวน (ออกเสียง "ร" ชัดเจนมาก)
- บ้านพี่อยู่สุรินทร์ ใช่มัน ( คนขายถาม)
- ซื้อบุหรี่มวนเดียวยังรูจักที่อยู่ ถ้าซื้อทั้งซองจะไม่รู้จักพ่อแม่ รือ (งงงงงงงง)
ยาสูบ (IP:125.24.151.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 8 ก.ค. 2550 (09:22)
ยายผมท่านเคี้ยวมาจนตอนนี้อายุจะ 80 แล้วไม่เห็นท่านเป็นอะไรเลย คุณไปเอามาจากไหน แล้วอีกอย่างผมว่ามันเหมือนกันการดูดบุหรี่มากกว่า
www.nisoka@yahoo.com (IP:202.29.21.51)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.