|
ท่านที่คิดไปนอก เชิญทางนี้หน่อย
โพสต์เมื่อ:
02:38 วันที่ 30 ม.ค. 2548 ชมแล้ว:
4,515
ตอบแล้ว:
41
กระทู้ CG2234 : ท่านที่คิดไปนอก เชิญทางนี้หน่อย
ท่านที่คิดจะไป หรือกำลังจะไป ต้องการทราบสิ่งที่อาจต้องผจญในต่างแดน เชิญแวะไป ไถ่ถามท่านที่มีประสพการ อยู่ในต่างแดน หรือเคยไปใช้ชีวิตในต่างแดนมาแล้ว ในชมรม "ตัวไกลใจยังอยู่" ดูในกระทู้ กระทู้ CS9376 : ชวนคนอยู่อเมริกาให้ข้อมูล เรียน คุณ Its me ทีเคารพ ใน เวป วิชาการ เด็ก วิทย์ เฮฮา ตอนนี้ มีสองท่านที่มีชีวิตอยู่ใน อเมริกา ยินดีที่จะสละเวลาอันมี่ค่าอย่างยิ่งมาช่วยตอบคำถาม ข้อสงสัย ข้อกังขา ฯลฯ โดยไม่คิดมูลค่า (ในต่างประเทศค่าแรงเขาคิดกันเป็น ชั่วโมง เป็นนาที ไม่ใช่เป็นวันเหมือนบ้านเรา นะ) ท่านเป็นวิศวกรไฟฟ้า หนึ่งท่าน และ ศัลยแพทย์ อาวุโส อีกหนึ่งท่าน และคิดว่าจะมีท่านอื่นๆกรุณาเข้ามาช่วยเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ ท่านใดมีญาติ พี่น้อง หรือคนรู้จัก ที่อยู่ต่างแดน หรือเคยอยู่ อยากให้ช่วยเชิญให้แวะเข้ามาอ่านและช่วยตอบคำถามน้องๆ ตามประสบการณ์ทีมี ในหลายๆ แง่มุม จะได้หูตากว้างไกลขึ้น ไม่ไปเป็น สัตว์ประหลาด ในต่างแดน อยากรบกวนท่านที่เคยมีประสบการณ์ ใน จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน ฝรั่งเศส อินเดีย เกาหลี ฯลฯ ที่วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ ออกจะแตกต่างบ้านเราอยู่มาก เข้ามาช่วยๆกันมากๆ จะดีเป็นอย่างยิ่ง ไม่ต้องทำอะไรเป็น พิเศษเพียงเข้ามาชม เวป บ่อยหน่อย เห็นใครถามสิ่งที่เคยมีประสบการณ์ ก็ช่วยตอบ อย่างสร้างสรรค์ ก็เพียงพอแล้ว จำนวน 39 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 1 ก.พ. 2548 (23:24) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 เรื่องเล่าตลกๆ นึกได้เรื่องหนึ่งครับ คนเล่าดูเหมือนจะเป็นมหาเกษม บุญศรี เล่าไว้ในคอลัมน์หนังสือพิมพ์ที่ท่านเขียนมาหลายสิบปีแล้ว เท่าที่จำได้ ท่านผู้นี้เคยเป็นประธานวุฒิสภา ท่านได้รับทุนฟุลไปร์ตให้ไปดูงานที่อเมริกา ก่อนเครื่องจะลงที่อเมริกาเขาเอาแบบฟอร์มขาเข้าประเทศมาให้กรอกข้อความ ท่านก็กรอกไปจนถึงข้อที่ว่า Sex: ท่านเล่าว่าต้องใช้เวลาคิดชั่วครู่ เพราะท่านก็บวชเรียนมามากจะเขียนอะไรก็ต้องระมัดระวัง กลัวชาวบ้านจะว่าได้ว่ามักมากทางกามารมณ์ ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้เดี๋ยวชาวบ้านจะไม่เชื่อหรือไม่ก็เสียเหลี่ยม ท่านเลยตัดสินใจเดินสายกลาง กรอกลงไปในช่องว่างว่า A little bit. สมัยนี้คงจะมีผู้เดินทางหลายคนกรอกว่า I do not know หรือ I am not sure. ศานติ วันที่ 1 ก.พ. 2548 09:55:04 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 ขอบคุณครับ อย่างนี้แหละครับที่อยากเห็น เห็นด้วยอย่างยิ่ง เรื่องการกรอกแบบฟอร์มขาเข้าไม่ค่อยมีการแนะนำการกรอกแบบฟอร์มพวกนี้ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องง่ายๆ หารู้ไม่ มันยังผลให้มีปัญหาการเข้าเมืองเชียวละ อีกทั้ คนไทยไปต่างประเทศครั้งแรกๆ ภาษาก็ไม่ค่อยรู้ เป็นทุนอยู่แล้ว เมื่อกรอกเอกสารผิด และถูกซักถามจากเจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมืองถามก็ฝังไมค่อย่ออกอีก แถมตอบไม่ได้ หรือตอบผิด ตอบถูก ที่นี้ละ สิ่งที่ไม่น่ายุ่งมันก็ จะยุ่ง คิดว่าท่านอื่นๆ ที่พอแบ่งปันความรู้เหล่านี้ แบ่งๆ กันบ้าง เด้อ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 5 ก.พ. 2548 (11:21) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 When I buy anything here I pay sale tax to state of Wisconsin and Waukesha county. Each state will have diferent tax rate. New York where Dr. Santi lives has very high tax. Wisconsin rate is 4% and the county adds 1%. Milwaukee county rate is 1.5%. It is like you pay more if you shop at Sukhumvit than at Don Mauy. When I buy something from out of state I will have to pay that state & county sale tax. If I order something from out of state I should not have to pay any tax. However I will have to pay for shipping and handling. Last year my friend\\\'s son bought a lap top and save some money by having it shipped to me instead of just take it from a store in Chicago. We got warmer this week. Today the temperature climbs up to 46 F. Its me วันที่ 5 ก.พ. 2548 06:29:57 จาก คุณ Its me ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 5 ก.พ. 2548 (21:37) เคยไปซื้อของในตลาด เดินไปเดินมา ก็เหลือบเห็นฟักเข้า ด้วยความดีใจที่จะได้ซื้อไปทำกับข้าวอร่อยๆบ้าง สาวๆก็พูดออกมาดังๆว่า "ฟัก พี่ฟัก ฟัก" ผมเลยบอกน้องๆเขาไปว่า " เฮ้ย เบาๆ อายเขาหน่อยซี พวกฝรั่งเขากำลังจ้องและฟังเราอยู่" สาวๆก็พูดออกมาอีกว่า " อายทำไม ก็ฟักจริงๆนี่ ฟักใหญ่ด้วย" ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แต่เสียงคำว่า " ฟัก" ของเรา มันไปตรงกับ fuck ของเขาไงครับ อีกคำที่ไม่อยากให้พูดดังๆ คือ พริก ครับ เพราะคำนี้จะไปตรงกับคำของเขาที่ว่า prick ครับ p (IP:203.145.22.175,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 5 ก.พ. 2548 (23:52) ใช่แล้วครับ 3 คำไทยที่ห้ามออกเสียงดังๆ ในที่ ชุมนุมชน ที่มีต่างชาติอยู่ดัวยเด็ดขาด 1 พริก (อย่าไป ซูดปากแล้วบอก สาวฝรั่งกิน พิค ซิมันเผ็ด อร่อยดีนา) 2 คั้น (ประเภท คั้นน้ำผลไม้ คั้นดีๆซิคุณ อะไรพวกนี้) 3 ฟัก (อย่าไปตะโกนฝากใครซื้อ ฟักเด็ดขาด) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 ก.พ. 2548 (01:00) ขอบคุณ ครับ รูปสวยมากเลย เกิดมาไม่เคยเห็น หิมะ มาเมืองไทย ใส่กระเป๋ามาฝากบ้างนะครับ (พูดเล่นนะ) ที่เมื่องที่อยู่มีสังคมคนไทยไหมครับ เอ แล้วคุณหมอต้องไปเลือกตั้งไหมครับ ทัศนคติของคนไทย หรือคนทางโน้น ต่อรัฐบาลไทยเป็นอย่างไรกันบ้าง ผมจะไปเลือกตั้งพรุ่งนี้ครับ เคยเห็น นสพ ไทยที่ออกที่ อเมริกายังมีอยู่หรือไม่ครับ ขอบคุณครับ Khun Its Me: I live in Indiana where the state sales tax is 5%. There is no county sales tax but there is a hotel and entertainment tax to the city. There is also a city and state income tax. If things are ordered from out of state most people will not pay sales tax even though they are supposed to pay sales tax to their state. If I order a computer from Illinois there is no sales tax to Illinois but I am supposed to pay sales tax to Indiana. Most people will ignore this thinking that Indiana has no way of knowing that a computer was ordered from out of state but if you get audited, they will find out,. Especially if you are running a business and claim depreciation on the computer. The state auditor will pick that right up and make you pay sales tax to your state on that computer. Most individuals do not get audited by the state but businesses often do get audited. If you buy an item from a company that has a store in your state you will be charged sales tax for your state even though it was ordered from out of state. A lot of big companies have stores in many states and they will charge sales tax for your state if they have an outlet in your state. In that case you are paying more than if you had purchased the item locally because you are paying sales tax plus shipping. คุณโก๋แก่ เมืองที่ผมอยู่มีคนไทยอยู่ประมาณ ๑๐ คน รอบๆอีกราว ๑๕ คน ไม่พอมีหนังสือพิมพ์ ถ้าจะมีคงที่ Los Angeles ไม่เคยเห็นครับ ผมไปเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว ใช้ computer ใช้คอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านั่นใช้กระดาษแข็งเจาะรู คล้ายๆ punch card ของ IBM สมัยเริ่มแรกของคอม. ก่อนจะมี operating system ที่ใช้กับคีบอร์ดได้ คนอเมริกันไม่มีความรู้เกี่ยวกับเมืองไทยนอกจากคนที่เคยมา สุนามิคราวนี้ทำให้ชาวบ้านมีความรู้มากขึ้น บางคนเขาเอา Taiwan กับ Thailandปนกัน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 9 ก.พ. 2548 (08:16) มีนักเรียนไทยไปเรียนที่ต่างประเทศ แล้วถูก เด็กฝรั่งถามว่า เฮ้ ยู เวลาไปโรงเรียน ขี่ช้างไปหรือเปล่า ฟะ หากท่านถูกถามจะตอบว่า อย่างไรดี วะ ตอบว่ามี ท้ายช้างติดไฟแดงแบบ taillight แต่กระพริบ คำว่า taillight เหมาะสมมากกว่าใช้กับรถยนตร์เพราะรถยนตร์ไม่มี tail แต่ช้างมี (เห็นที่สี่แยกราชประสงค์เมื่อเดือนที่แล้ว) มี Parking Meter สำหรับช้างด้วย คล้ายกับใน New York มีคาวบอยเหวี่ยงเชือก (lasso) จับวัวอยู่ที่ Times Square ๕๕๕ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 10 ก.พ. 2548 (01:11) ขอบคุณ คุณหมอ ศานติครับ นอนดึกนะครับ ขอบคุณที่จะกรุณาเรื่อง Bismuth pellet 7 ปอนด์ มันหนักนะครับ มีท่านใดมีประสบการณ์ การจดสิทธิบัตร(Patent) ในอเมริกาบ้างครับ มันยุ่งยากมากไหม เรื่องจดทะเบียนสิทธิบัตร์ ไม่มีความรู้ครับ เท่าที่ทราบเขามีทนายที่ชำนาญทางนี้เดินเรื่องให้ ต้องไปค้นว่าไม่มีใครจดมาก่อน คงกินเวลามาก มีเพื่อนมีโรงงานซ่อมโมเตอร์ ตัวใหญ่ๆ เป็นคู่แข่งกับ General Electric เลยแหละ แถวนี้มีโมเตอร์ใหญ่ๆ ใช้หลายที่ เช่น Alcoa มีเครื่องรีด ingot อะลูมิเนียมออกเป็นแผ่นบางๆ ทำกระป๋อง ใช้กำลังมาก ดูเหมือนเป็น DC motor เขามี maintenance contract กับซ่อมโมเตอร์ให้เครื่องขุดถ่านหิน ดูเหมือนใหญ่ที่สุดในโลก จะลองถามว่าเขาใช้ Bismuth ทำอะไรหรือเปล่า เขามีเครื่องกลึง (lathe) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นของเยอร์มัน สงครามโลกครั้งที่ ๒ ใช้กลึงตัวจรวด V1 หรือ V2 ที่ยิงข้ามช่องแคบอังกฤษไปลงลอนดอน ทหารอเมริกันยึดมาได้ ตอนหลังมีการเลหลังเครื่องกลึงตัวนี้ ที่Arizona หรืออะไรแถวนั้น เพื่อนเขาไปเพื่อประมูลแข่ง ปรากฎว่าสายไปไม่กี่นาที คนอื่นเลหลังเอาไปได้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ เหรียญเท่านั้น เขาต้องไปซื้อช่วงจากคนนั้น เสียไปเท่าตัว คนแรกกำไรเท่าตัวโดยไม่ต้องแตะเครื่องกลึงเลย จำรายละเอียดไม่ได้ เคยไปดู ยาวประมาณ ๒๐ ม. ต่อ bed ออกไปได้อีก ๑๐ ม. จานหมุนเส้นผ่าศูนย์กลางสัก ๔ ม.ได้ เขาใช้ปรับความเที่ยง (balance) ตัวหมุน (rotor) ของโมเตอร์ RPM ของเครื่องกลึงต่ำมาก ราวๆ ๑๕ รอบต่อนาที สนใจจะขอเขาถ่ายรูปมาให้ดูเล่น ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 10 ก.พ. 2548 (11:20) ขอบคุณที่จะกรุณาเรื่อง บิสมัท เอาแค่ถ้ามีโอกาสก็แล้วกันครับ เห็นเรื่องเครื่องกลึงที่เล่า แล้วหันกลับมามองเมืองไทย อยากทราบว่าเขาสร้างมาประมาณ พ.ศ. ใด แล้วในช่วงนั้นบ้านเราผลิตอะไรได้แล้วบ้าง หรือแม้ปัจจุบัน เครื่องกลึงที่ว่า เขาใช้จนปลดระวางแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าขาตินี้ ผมจะได้เห็นในเมืองไทย บ้างหรือไม่ อาคารสิ่งก็สร้างก็เหมือนกัน ปีที่เขาสร้าง หอไอเฟล หรือตึก เอมไพร์สเตท แล้วบ้านเราสร้างตึกได้กี่ชั้น เฮ้อ เขาไปดาวไหนๆกันแล้ว แค่เครื่องยนต์ลูกสูบที่ทำทุกชิ้นส่วนในเมืองไทยก็ยังไม่มี เคยไปดูโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ในประเทศอินเดีย ผู้นำชมสร้างความประทับใจแก่ผมมาก เพราะการแสดงออก ผิดกับการชมโรงงานในประเทศมากๆ เมื่อผ่านไปทางเครื่องจักรดีๆ ใหญ่ๆ เช่นเตาเผาเหล็ก หลอม เหล็ก การเพิ่มความแข็งแรง โดยใช้ Drop force steel ฯลฯ เขาจะชี้ให้ดู แล้วเน้นว่า อินี้ เมดอินอินเดีย นะ นาย แล้วไปดูความภาคภูมิ ของโรงงานในเมืองไทย เจ้าของหรือ เจ้าหน้าที่ จะมีความภูมิใจเป็นอย่างมากที่จะได้บอกว่า เครื่องนี้มาจากอเมริกา อันนี้มาจาก เยอรมัน ไม่กล้าแม้แค่จะบอกว่า โรงงานผมคนไทยล้วนๆ โดยไม่วายสร้างความภูมิใจแก่ตัวเองและความเชื่อมั่นให้ผู้พบเห็นว่า ใช้เทคโนโลยี จากญี่ปุ่นนะครับ ผมให้เยอรมันเขามาตั้งให้ครับ ทำไงให้น้องๆที่อยากดังโดยไปตีกับ รร อื่น เปลี่ยนให้มีความรู้สึกเป็นการสร้างความภูมิใจในลักษณะนี้ นี่ โรงเรียนกูทำโว้ย นี่ผลงานรุ่นพี่โว้ย กูต้องทำให้ดีกว่านี้ เครื่องกลึงที่ว่านี้คงสร้างตอนสงครามโลกที่ ๒ เพิ่งเริ่ม ราวๆ ๒๔๘๔ เพราะสร้างมาเฉพาะทำจรวด V1 V2 คุณโก๋แก่ คุยไปคุยมาออกนอกเรื่องไปนอกมาก (By the way คุณทราบไหมว่าเมื่อก่อนใช้คำว่าคุยทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยไม่ได้ เขากลัวคนพังจะได้ยินคำว่า คุย เป็นคำอื่น ผมเคยออกวิทยุหนหนึ่ง ๕๐ ปีมาแล้ว เขาหยุดบรรทึกเสียงแล้วบอกให้ผมใช้คำว่าสนทนาแทน) อยากจะเตือนรุ่นหลานว่าเวลาไปนอกจะต้องพึ่งตัวเองมากกว่าอยู่บ้านมาก ต้องซักผ้าเอง ถ้าจะให้กลีบโง้งก็ต้องหัดรีดไว้ กระดุมหลุดต้องเย็บได้ ควรจะต้องพอหุงข้าวได้ ถ้าทานข้างนอกทุกวัน กลางเดือนก็ถังแตก ถ้าอยู่เมืองเล็กๆต้องขับรถเป็น รถเมล์เมืองเล็กนานๆมาสักที อาจรอครึ่งชม. ถ้าจะคิดเที่ยวนอกเมืองต้องอ่านแผนที่เป็น บางรายน่าสงสารเพราะปรับตัวให้เข้ากับสถานการไม่ได้ คิดถึงบ้าน ไม่เคยต้องยากลำบากขนาดนั้น อยู่บ้านแม่แกะปลาให้ทาน มาอยู่เมืองนอกต้องทำความสะอาดบ้านเอง ล้างชามเอง ซักผ้าเอง ไม่มีคนทำให้ ยิ่งคิดถึงบ้านมากขึ้น บางคนอยู่ไม่ได้ หรืออยู่ได้ก็ร่อแร่ อีกอย่างที่พวกเราต้องปรับตัวคือการเกรงใจ เป็นบ่อเกิดของการเข้าใจผิดระหว่างฝรั่งกับไทย โดยเฉพาะถ้ามี host family เช่นเขาถามว่าชอบเนยแข็งหรือเปล่า เราเกรงใจไม่กล้าบอกว่าไม่ชอบ กลับบอกว่าทานได้ เขาใส่จานให้ก็ทานไม่ลง ฝรั่งเขาก็นึกว่านี่มันยังไง การไม่เกรงใจนั้นมีข้อดีข้อเสียแต่อย่างน้อยก็ทำให้ไม่เกิดความเข้าใจผิด ปวดหัวกันไปทั้งสองฝ่าย อีกอย่างคือไม่กล้าบอกว่าไม่รู้หรือไม่เคยเพราะอายหรือกลัวขายหน้า ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะขนบธรรมเนียม นิสัย ฯลฯ ต่างกันมากมาย ขนบธรรมเนียมที่แตกต่างกันบางอย่าง เช่น ๑) คนไทยรับของขวัญแล้วขอบคุณแต่ไม่เปิดดู อเมริกันเขาเปิดดูทันทีเพื่อแสดงว่าเขาตื่นเต้น ถ้าไม่เปิดดูคล้ายๆกับว่าไม่ยินดียินร้าย ถ้าไม่แน่ใจถามเขาว่าเปิดดูเดี๋ยวนี้ได้ไหม เขาจะชอบมาก คนไทยมองไปในแง่ไม่ดี ว่าคนนี้โลภมากเหลือเกิน ๒) เวลาเขาเชิญไปบ้าน โดยมากฝรั่งเขาจะมีของติดตัวไปให้เจ้าของบ้าน ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายก็ได้ เช่นเหล้าหรือ wine สักขวด (wine ถูกกว่าเหล้า) ดอกไม้สดหรือเทียม ขนมหรือ chocolate ไม่ต้องแพงเพียงแต่เพื่อแสดงว่าเราระลึกถึงน้ำใจเขาที่อุตส่าห์เชิญ สำหรับคนไทยนี่ง่ายมาก ซื้อของพื้นเมืองติดตัวไปด้วย ไม่ต้องเป็นของแพง ตะกร้าจักสานเล็กๆ ผ้ารองจาน (place mats) ทำด้วยฝ้าฟ้าย ช้อนทองเหลืองเล็กๆไว้ตักน้ำตาล ของการฝีมือไทย เนคไทลายของไทยลายช้างฯ ผลไม้ปั้นในถาด หรือหม้อข้าวหม้อแกงเล็กๆ ไม่มีอะไรให้พ่อแม่ก็หาอะไรให้ลูกๆได้ ๓) บ้านฝรั่งไม่มีคนรับใช้ เขาเชิญเราไปทานข้าวหรือถ้าอยู่กับเขา ควรจะช่วยเต็มที่ แขกไปแล้วแม่บ้านต้องล้างชามอีกนาน เขาจะได้เชิญอีก อย่างน้อยก็ช่วยเขาเก็บโต๊ะ ช่วยเช็ดจานชามถ้าเขาไม่ต้องการให้เราล้าง ถ้าอยู่กับ host family ควรจะช่วยเขาจัดโต๊ะ (ได้ความรู้ด้วยว่าช้อนซ่อมเขาวางยังไง) ช่วยซักเสื้อผ้า ให้เขาสอนวิธีใช้เครื่องซักเสียก่อน ช่วยใช้เครื่องดูดฝุ่น ช่วยตัดหญ้า ฯลฯ ถ้าช่วยแบบนั้นเขารักตาย มีหลายรายที่ฝ่ายชายเขาทำอะไรๆเป็นเพราะค่าแรงแพงเหลือเกิน จะเปลี่ยนประเก็นก๊อกน้ำถ้าทำเองไม่เป็นก็หมดไปอย่างน้อย ๒,๐๐๐ บาท เพราะช่างเขาคิดค่าเดินทางด้วย ถ้าอยู่กับคนที่ทำเป็นอาจได้ความรู้มากมายทั้งการปะปา ไฟฟ้า ช่างไม้ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 12 ก.พ. 2548 (10:41) ขอบคุณครับ ที่ช่วยกระตุก บังเหียน อย่าง ความเห็นที่ 14 นี่แหละที่อยากเห็นที่นี่ ท่านที่มีประสพการณ์ทำนองนี้ ช่วยแบ่งๆกันอีกนะครับ น่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่น้องๆ ที่จะต้องไปพบเห็น ไม่มีอะไรที่ให้ แล้วอยู่ได้ทนนาน และถูกเท่ากับความรู้อีกแล้ว เชิญอีกเยอะๆนะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 12 ก.พ. 2548 (11:06) กระทู้ CG1818 : ขอวีซ่า F-1 มีเงินไม่ถึงล้านทำไงดีคับ คือว่าผมจะขอวีซ่า f-1 แต่มีหลักทรัพย์ไม่ถึง 1 ล้านใน Statement จะใช้อย่างอื่นแทนได้ไหม เช่น บ้าน โฉนดที่ดิน เป็นต้น แล้วมีโอกาสจะได้วีซ่าไหมคับ ที่เรียนส่ง I-20 กลับมาให้แล้วนะครับ ผู้รู้ช่วยตอบด้วยนะครับ ต้นคับ วันที่ 28 มิ.ย. 2547 09:05:30 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 จริงๆแล้วนะ ความจำเป็นไม่ได้อยู่ที่ว่าเงินนะมีมากขนาดไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่าความถี่ของกระแสเงินที่สามารถพิสูจน์ ที่มาที่ไปได้อย่าง ชัดเจนมากกว่านะครับ โอกาศได้นะก็มีแต่ก็ขึ้นอยู่กับเอกสารอื่นๆๆนะครับ ถ้ามีข้อสงสัย โทรมาปรึกษาก็ได้นะครับ 01-7237016 อ้วน kampon_gd@hotmail.com วันที่ 26 ต.ค. 2547 19:19:50 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 ที่จริงแล้ว เรื่องหลักทรัพย์นั้นขึ้นอยู่กับคอร์ทที่คุณเรียน คิดง่ายๆ คุณลองเอาค่าเรียนทั้งหมด + ค่าที่พักตลอดการศึกษา +ค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน ถ้าผลรวมออกมาน้อยกว่าเงินในบัญชีคุณโอกาสที่จะได้วีซ่าเป็นไปได้มาก ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายจะของ่ายกว่าผู้หญิง จริงอยู่ที่เงินในบัญชีควรมีการเคลื่อนไหวตลอด แต่มันจะดีมากถ้าคุณมีบัญชีเงินฝากประจำ อย่างที่รู้กันว่าอเมริกาขอวีซ่ายาก บางทีมีเงินเยอะๆหลายล้านไม่ให้ผ่านเฉยเลย และอยากบอกว่า I-20 ไม่ได้ช่วยอะไรคุณหรอกนะคะ ที่รู้เพราะเราเคยไปขอทั้งที่มี I-20ไปยื่นและเงินเราก็ประมาณ 1 ล้านกว่าๆ เค้ากลับไม่ให้วีซ่าเฉยเรา ตอนนี้เราเลยเปลี่ยนไปเรียนออสเตรเลียแทนแล้ว คำเตือนถ้าคุณคิดจะไปอเมริกาเพื่อไปทำงานพิเศษด้วยล่ะก็คุณเปลี่ยนไปประเทศอื่นเถอะ แต่ถ้าตั้งใจไปจริงๆล่ะก็ควรหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเมืองที่คุณกำลังจะไป ลองเสิร์ชหาเด็กไทยในเมืองนั้นๆ เพื่อถามรายละเอียด....โชคดีนะคะ nui วันที่ 3 พ.ย. 2547 06:13:58 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 ผมมีเพื่อนรุ่นน้องชื่อ จารุวรรณเขาเรียน BA in Business Admistrationที่ มหาวิทยาลัยในมาเลเซีย แล้วเขาเลือกเรียนหลักสูตรปริญญาของอังกฤษและTransfer ขอจบปริญญาตรีภายใน 3 ปี ปัจจุบันเขาทำงานอยู่ต่างประเทศ จะเห็นว่าเขาจะได้รับประสบการณ์ด้านภาษาอังกฤษ ได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของเพื่อนต่างชาติ มีประสบการณ์การใช้ชีวิตและแก้ปัญหาด้วยตัวเอง มีความเป็นผู้ใหญ่ ทำให้เขาสามารถก้าวไปในโลกกว้างในโลกแห่งการทำงานกับบริษัทข้ามชาติ ซึ่งค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปก็ไม่ได้สูงมาก ซึ่งคุ้มค่ากับการลงทุนด้านการศึกษา asiaedunet@hotmail.com วันที่ 2 ก.พ. 2548 11:20:50 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 ที่สำคัญในการขอวีซ่ามีอยู่ ๒ ประการ ๑) เขาจะต้องไม่สงสัยเลยว่าคนที่ไปจะไปเป็นภัยทางโน้น โดยเฉพาะหลังจากเกิดเรื่องเมื่อ ๙/๑๑ อุปสรรคอันนี้ไม่ควรจะยากถ้าไม่เคยทำอะไรให้มีชื่ออยู่ในข้อมูลของเขา ๒) ต้องมีอะไรต่างๆที่จะแสดงว่าไปแล้วไม่หายเข้ากลีบเมฆ ถ้าเขาสงสัยเพียงเล็กน้อยหรือไม่แน่ใจ เจ้าหน้าที่ของสถานทูตฯ เขาจะไม่ออกวืซ่าให้ เท่าที่รู้คนที่สัมภาษณ์นั้นมีอำนาจเต็ม เขาตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเลยว่าออกให้หรือไม่ให้ เพราะฉะนั้นถ้ามีเงินล้าน แต่ค่าเล่าเรียนบวกค่าใช้จ่ายต่างๆจะเกินที่มีอยู่ เขาจะไม่ออกให้ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะเอาเงินมาจากไหนมาใช้จ่ายกินอยู่ แสดงว่ามีเจตจำนงจะหายเข้ากลีบเมฆ หรืออย่างน้อยก็ไปทำงานแย่งอาชีพคนในอเมริกา ค่าใช้จ่ายขึ้นกับม.และเมืองที่จะอยู่ เมืองชายฝั่งเช่น New York, Philadelphia, Los Angeles, San Francisco New Orleans จะแพงกว่าเมืองกลางประเทศมาก ถ้าเราอธิบายได้ว่าเงินเพิ่มจะมาจากไหน โอกาศจะดีขื้นมาก อีกอย่างจะต้องรู้ว่าที่ที่จะไปนั้นอยู่ไหน ไม่ใช่ว่าแจ้งว่าจะไปเรียนที่ Vanderbilt แต่แล้วไม่รู้ว่าอยู่เมืองอะไร หรือสัมภาษณ์แล้วพูดอังกฤษไม่ดีพอแต่บอกเขาว่าจะไปเรียนโท. ศานติ วันที่ 3 ก.พ. 2548 00:21:22 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 แถมอีกหน่อย ถ้าใช้โฉนดที่ดินหรือทะเบียนบ้านก็จะช่วยได้ในแง่ที่เจ้าหน้าที่ของสถานทูต (Adjudicating Officer) ที่สัมภาษณ์เราจะค่อยคลายความสงสัยว่าไปแล้วจะไม่กลับมา แต่ไม่ได้แก้ข้อสงสัยว่าจะเอาเงินที่ไหนใช้เป็นค่าอยู่ค่ากิน คงได้ประโยชน์ถ้าจะขอวีซ่าเพื่อไปเที่ยวเพราะอยู่ไม่นาน เงินไม่ทันหมด ศานติ วันที่ 3 ก.พ. 2548 20:51:52 ยกมาจาก กระทู้ CG1818 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 18 ก.พ. 2548 (22:27) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 คุณ Its me ไม่ทราบว่าเมืองที่อยู่ มีคนไทยอยู่แยะไหมครับ เดี๋ยวนี้อัตราค่าแรงเป็นอย่างไรบ้าง ระดับกรรมกร, ระดับช่าง, วิศวกร, ผู้บริหาร, งานราชฯ, งานหลวง แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน การขึ้นเงินเดือนใช้หลักการอะไร ขึ้นทุกปีเหมือนบ้านเราหรือไม่ นักเรียนที่ไปเรียนยังหางานทำได้หรือไม่ ส่วนมากถ้าทำได้มักจะทำอะไรกัน มีรายได้ประมาณเท่าไร ถ้ามีความรู้ทางช่างจะไปแจกใบปลิว รับจ้างซ่อมอะไรที่ถนัดทำได้หรือไม่ ขอบคุณครับ โก๋แก่ วันที่ 13 ก.พ. 2548 22:02:15 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 There are about 30-40 Thais in my community. A few are old ladies that married GI during the Vietnam war. Some are professionals; doctor, nurse,engineer, teacher. Some are restaurant owners. There are a lot of students in Madison (~100) but not as many in Milwaukee. The minimum wage here was $4.15/hour in 1997 for no tip work. I think it is about $5.35 now. That is the lowest paid. Mostly to a 15 year old working at McDonald. Most labor will get around $10/hr. The pay is depended on the market. If there are a lot of workers the pay is going to be low. College graduates make between 26K to 50K a year. Most government works will pay less but offer better benifits. Most Thai students can get work in Thai restaurants. They will get $2-3/hour plus tips. That might be $40-80/night depend on the restaurant. There are always places for technician. Automobile technician charge is $60/hr. Electronic repair technician is very difficult to find. Most poeple just throw their TV, DVD away instead of repairing them. I know a man from Thailand that is very good in electronic repair. He is working with Sony now. Its me วันที่ 14 ก.พ. 2548 23:22:27 โก๋แก่ (IP:61.90.43.187,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 20 ก.พ. 2548 (23:24) ค่าแรงทำงานใน ร้านอาหาร หาเงินได้ วันละ 40-80 เหรียญ หรือ ประมาณ 1600-3200 ต่อวัน มันทำให้เกิด กิเลสมากนะ อยู่เมืองไทยจะหา สักพัน ครึ่งพันทำงานเกือบตาย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 21 ก.พ. 2548 (05:36) วันละ ๔๐ เหรียญ ปีละ ๑๔,๖๐๐ ไม่พอครับ เมืองเล็กๆก็ไม่ไหว แต่ถ้ามีข้าวทาน ๒ มื้ออาจจะพอถูไถ โดยเฉพาะถ้ามีที่ให้ซุกหัวนอนด้วย Minimum wage ดูเหมือน $8.15/hr. วันละ ๔๐ ก็น้อยกว่านั้น นอกจากจะรวม tips ด้วย โดยมากได้ ๑๒-๑๕% ของราคาอาหาร ไม่เหมือนเมืองไทย รวม service charge แต่เจ้าของไม่แบ่งให้เด็กเสริฟ อย่าลืมภาษีเงินได้เก็บณที่จ่าย ถ้าคู่สามีภริยาจะได้ยกเว้นภาษี ๑๒,๘๐๐ เหรียญแรก หลังจากนั้นเก็บราว ๑๐% จากส่วนที่เกิน แล้วขึ้นเป็นขั้นๆจนสูงที่สุดเก็บ ๓๕% เมื่อรายได้เกิน ๒แสนกว่า ที่ยกเว้น ๑๒,๘๐๐ แรกนี้สำหรับคนทั่วๆไป ถ้าพิการ ตาบอด หรืออายุมากจะได้ลดมากขึ้น เพราะฉะนั้นคนที่ได้วันละ ๔๐ เหรียญ ทำทุกวันไม่หยุดเลย จะเสียภาษี ๑๐% ของส่วนที่เกิน ๑๒,๘๐๐ (๑๔,๖๐๐ - ๑๒,๘๐๐ = ๑,๘๐๐ ๑๐% ของ ๑,๘๐๐ = ๑๘๐ เหรียญ) ทางสรรพากรเขาจะต้องให้กะว่าได้ tip เกินจากรายได้เท่าไหร่ด้วย เสียอีก ๑๐ % กิเลสหนาลำบากครับ เพราะค่าใช้จ่ายสูง เมืองที่ผมอยู่คนไม่หนาแน่น กินข้าวกลางวันที่โรงพยาบาล (ถูกกว่ากินตามร้าน) ก็ประมาณ ๕ เหรียญ ถ้าไม่ดื่มเครื่องดื่มก็ลดได้ราวๆ ๑ เหรียญ กินข้างนอกก็แพงกว่าหน่อย ส่วนใหญ่กินแบบหาบเร่ไม่มี ต้องกินในร้าน ทำให้แพงขึ้น ค่ารถเมล์ทีละ ๕๐ บาท เช่า apartment ห้องนอนห้องเดียวพอใช้ได้ก็ราวๆ ๖๐๐ เหรียญต่อเดือน ลูกสาวไปฝึกงานอยู่วอชิงตัน เช่า apartment เป็นห้องใต้ดิน โกโรโกโส นิดเดียว หนาวด้วย เดือนละ ๑,๒๐๐ เหรียญ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 24 ก.พ. 2548 (00:13) ลอกมาจากคุณ เอก โพสไว้ใน " target="_blank">http://www.sudipan.net/phpBB2/ ![]() FLORIDA ** ผู้ชายห้ามสวมเสื้อคลุมแบบไม่มีสายคาดเอวทุกชนิดในที่สาธารณะ Logan, COLORADO ** ไม่อนุญาตให้จูบผู้หญิงขณะที่หล่อนหลับ ort Madasn, IOWA ** หน่วยดับเพลิงจำเป็นต้องซ้อมก่อนปฏิบัติการจริง 15 นาที St. Louis, MISSOURI ** หากนักดับเพลิงช่วยชีวิตหญิงที่สวมชุดนอนถือว่าผิดกฎหมาย (งงอ่ะแล้วจะปล่อยให้เค้าตายหรอ) Pensacola, FLORIDA ** หากหญิงคนใดใช้เครื่องไฟฟ้าเสริมแต่งความงาม ในขณะที่อยู่ในอ่างน้ำ แล้วเกิดเหตุไฟฟ้าช้อทตาย ต้องโดนปรับเงิน (หลังจากที่หล่อนซี้แหงแก?Eปแล้ว) อีกด้วย Ottumwa, IOWA ** ห้ามชายใดขยิบตาให้กับหญิงที่ตนไม่รู้จัก FLORIDA ** การมีสัมพันธ?Eวาททางเพศกับ เม่น?Eเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย (เจ็บตายพอดี) Oxford, OHIO ** ห้ามหญิงใดเปลื้องผ้าในขณะที่อยู่หน้ารูปภาพผู้ชายถือว่าผิดกฎหมาย (ถ้าทำแล้วใครจะรู?E Marshel, IOWA ** ไม่อนุญาตให้ม้ากินก?Eกน้ำประปาสาธารณะที่ถูกไฟไหม?E (แล้วจะลงโทษม้าได้หรอ) FLORIDA ** ห้ามผายลมในที่ชุมชน หลังหกโมงเย็นของวันอาทิตย?E(ใช้เครื่องอะไรตรวจจับ งงสุด ?E RHODE ISLAND ** มีข้อบัญญัติห้ามให้เจ้าของร้านขายยาสีฟันและแปรงสีฟัน ให้กับลูกค้าคนเดิมในวันอาทิตย?E(อันนี้งงสุดอ่ะทำไมนะ ?) Daytona Beach, FLORIDA ** ห้าม ทุบ ยุบ บด บี?Eหรือกระทำการใดๆที่เป็นการทำร้าย กระป?Eง?E South Bend, INDIANA ** ใครทำให้ลิงสูบบุหรี่ถือว่าผิดกฎหมาย Siaun, ILLINOIS ** ใครยื่นปุหรี่ให้เรา ห้ามรับ!ถือว่าผิดกฎหมาย FLORIDA ** ได้รับการพิจารณาแล้วว่า การแก้ผ้าอาบน้ำเป็นสิ่งผิดกฎหมาย(แล้วจะให้ใส่เสื้ออาบหรอ??) Indianola, IOWA ** ห้ามมีคนขายไอศครีมกับรถเร่ขายไอศครีม OHIO ** ห้ามมิให้ตกปลาวาฬในวันอาทิตย?Eและห้ามเมาเวลาตกปลา (ไม..อ่ะงงแล้วใครมันจะตกปลาวาฬได?E Gaery, INDIANA ** ห้ามมิให้บุคคลที่กระเทียมเข้าไปภายใน 4 ชั่วโมง เข้าโรงหนัง โรงละคร หรือขึ้นรถราง Alexsandria, MINNESOTA ** เป็นการผิดกฎหมายที่สามีมีเซ็กซ?Eับภรรยา หากมีกลิ่นของกระเทียม ปลาซาร?Eีน หรือหัวหอมใหญ่อยู่ในลมหายใจ Aims, IOWA ** ผู้ชายมีสิทธิ?Eิบเบียร?Eดแค?E3 อึก ในขณะที่อยู่บนเตียงกับภรรยา (ทำไมอ่ะะะ) OKLAHOMA ** แค่ทำหน้าล้อเลียนใส่สุนัข คุณก็อาจถูกโยนเข้าคุกได?E(งงอีกแล้วค่ะ) Baltimore, MARYLAND ** ใครทะลึ่งพา สิงโต?Eเข้าโรงหนังถือว่าผิดกฎหมาย (คนประเภทไหนจะพาเข้าไป) MIAMI ** ใครทำตัวลอกเลียนแบบหรือเอาคนอื่นเป็นเยี่ยงอย่าง ก็ถือว่าผิดกฎหมาย WASHINGTON ** ใครตอแหลแสร้งว่ามีพ่อแม่เป็นคนรวย ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |