การเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมโลกภายใต้แรงกดดัน (บทนำ จาก 6 ตอน)

พวกเราเป็นเผ่าพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จในการอยู่รอดมากที่สุด จากการพัฒนาจากมนุษย์ยุคแรกมาจนเป็นผู้นำของโลก และมีความเข้าใจอย่างรวดเร็ว



นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกล่าวว่า พวกเราเป็นยุคใหม่ประวัติศาสตร์ใหม่ของโลก The Antropocene Epoch เมื่อพวกเรากลายมาเป็นผู้สร้างกฎต่าง ๆ



นักวิทยาศาสตร์หลายคนกังวลว่า พวกเราจะประสบความสำเร็จมากจนเกินไป ทำให้มนุษย์เป็นภัยต่อระบบนิเวศวิทยา รวมถึงการทำลายพันธุ์สัตว์ต่าง ๆ ด้วย



พวกเราเผชิญหน้ากับปัญหาที่แก้ไม่ได้มากกว่าคนรุ่นก่อน ๆ ซึ่งบางปัญหานั้นก็ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างชัดเจน



ภาคของออนไลน์ของสำนักข่าว BBC News ได้นำเสนอหกมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมโลกภายใต้แรงกดดัน ได้แก่



• อาหาร: ผู้คนบนโลกกว่า 1 ใน 6 ที่ต้องประสบภาวะขาดแคลนอาหาร ในขณะที่การเติบโตของพืชผลได้รับการทำลายจากพื้นดินที่นำไปทำประโยชน์อย่างอื่น

• น้ำ: ในปี 2025 ผู้คน 2 ใน 3 ของโลกจะต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้น้ำ

• พลังงาน: อัตราการผลิตน้ำมันอาจจะสูงขึ้นจนถึงจุดยอดและเริ่มตกลงมาในปี 2010

• การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ: โทนี่ แบลร์ นายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมของโลกครั้งยิ่งใหญ่ จะทำให้เกิดวาตภัย อุทกภัย ความแห้งแล้ง และการสูญพันธุ์ของธรรมชาติ

• การสูญเสียความหลากหลายทางชีววิทยา: นักวิทยาศาสตร์หลายคนคิดว่า โลกกำลังจะเข้าสู่ยุคสูญพันธุ์ครั้งที่หก

• มลภาวะ: สารเคมีที่เป็นพิษพบว่าขึ้นในร่างกายของเด็กเกิดใหม่ และประชาชน 1 ใน 4 ของโลกประสบปัญหาทางสุขภาพเนื่องจากอากาศเป็นพิษ



ทั้ง 6 ปัญหานี้เป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์กันและเป็นปัญหาที่เร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข มันคงจะไร้จุดหมายหากเราทำการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์และที่อยู่ แต่หากอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงมันก็ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ดี หรือแม้แต่การพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ ๆ คงจะไม่ประสบความสำเร็จหากไม่มีน้ำที่มันต้องการ



แต่ทั้งหมดนี้ สิ่งที่สร้างความกดดันมากที่สุด คือ ปัจจัยที่ 7 ได้แก่ เรื่องของจำนวนประชากรมนุษย์



ในปัจจุบันมนุษย์มีมากถึง 6 พันล้านคนจากการสำรวจของสหประชาชาติ และจะมากถึง 8.9 ล้านคนในปี 2050



การเติบโตของประชากรแสดงให้เห็นถึงผลกระทบอย่างอื่นด้วย แม้ว่าอัตราส่วนของประชากรที่มีฐานะยากจนที่ลดลง แต่จำนวนที่แท้จริงแล้วกลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากแนวความคิดต่าง ๆ ของเราทำให้พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งความยากจนที่เกิดขึ้นนี้ทำให้มนุษย์หลายคนไม่มีทางเลือกและต้องเอารัดเอาเปรียบสภาพแวดล้อม แต่ทั้งหมดนี้ เราสามารถหลีกเลี่ยงได้



สภาวะของโลกภายใต้แรงกดดันอาจจะเป็นคำถามมากกว่าการหาคำตอบ ลักษณะของการดำเนินชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรต่อไปเมื่อโลกยังคงเป็นเช่นนี้ พวกเราจำนวนเท่าใดที่สามารถอยู่รอดได้ในระดับการบริโภคระดับนี้ และระดับใดที่มนุษย์คาดหวังไว้ เราคิดว่าคนจนจะสามารถอยู่ได้อย่างไร เมื่อพวกเราต้องการใช้สภาพแวดล้อมเพื่อการอยู่รอด สิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมโลกของเราจะสามารถดำรงอยู่ได้หรือไม่ และพวกเราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะแก้ปัญหา หรือลดปัญหาที่เกิดขึ้นนี้



ประชากรจำนวนหนึ่งสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอายุยืนยาวมากขึ้น และจำนวนที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้อนาคตเราไม่อาจจินตนาการเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของลูกหลานได้



แต่พวกเราต้องคิดถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นและตระหนักถึงความอ่อนแอที่จะเกิดขึ้นตามมา การดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้จะต้องไม่ใช้สิ่งต่าง ๆ เพื่อการเติมเต็มชีวิต แต่จะต้องคำนึงถึงการแบ่งปันด้วย ปัญหาที่เราประสบไม่เพียงแต่เรื่องของการบริโภคหรือการอนุรักษ์ แต่ต้องเป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึงสิ่งที่เราเป็นอยู่และกำลังจะหมดไป



ความเฉลียวฉลาดและเทคโนโลยีทำให้เรามีโลกที่ดีขึ้น แต่มันก็เป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้น คุณคงไม่ต้องการที่จะให้ความเฉลียวฉลาดและเทคโนโลยีมารักษาผู้คนจำนวน 30,000 คนที่ตายจากการหวโหย และโรคต่าง ๆ ที่สามารถป้องกันได้



ถึงเวลาที่พวกเราจำต้องเผชิญหน้ากับสภาวะกดดันของโลกเพื่อความอยู่รอดของพวกเรา









จาก http://news.bbc.co.uk/1/hi/sci/tech/3686106.stm



ความคิดเห็นที่ 1

Jintasit
1 ก.พ. 2548 17:47



  1. กราฟแสดงอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรบนโลก



ความคิดเห็นที่ 2

Jintasit
1 ก.พ. 2548 17:47



  1. สภาพมลภาวะทางอากาศที่เป็นปัญหาสำคัญในเมืองใหญ่



ความคิดเห็นที่ 3

Jintasit
1 ก.พ. 2548 17:48



  1. การเผาไม้เชื้อเพลิงที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา



ความคิดเห็นที่ 4

Jintasit
1 ก.พ. 2548 18:25



  1. สภาพอุทกภัยในประเทศบังกลาเทศ



ความคิดเห็นที่ 5

phycroman (Guest)
2 ก.พ. 2548 09:33
  1. ตาม ธรรมชาติ แล้ว โลก เหมือน ส่วน หนึ่ง ของ มนุษย์ มนุษย์ ทำ ลาย โลก เท่า กับ ทำลาย ตน เอง ธรรมชาติ มีการปรับตัว เสมอ มา จึงมียุค นำแข็ง และ ช่วงร้อน สลับกันไป เมื่อสภาพแวดล้อมแปลปรวน เชื้อโรคจะเข้าทำลายมนุษย์ จะมีโรคที่ไม่มีทางรักษามากขึ้น ซึ่งเป็นกลไกทางธรรมชาติ ในการควบคุมประชากรทางธรรมชาติของโลก



ความคิดเห็นที่ 6

Agg_25127@hotmail.com (Guest)
5 ส.ค. 2548 10:07
  1. การเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมโลกภายใต้แรงกดดัน (บทนำ จาก 6 ตอน)



    พวกเราเป็นเผ่าพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จในการอยู่รอดมากที่สุด จากการพัฒนาจากมนุษย์ยุคแรกมาจนเป็นผู้นำของโลก และมีความเข้าใจอย่างรวดเร็ว



    นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกล่าวว่า พวกเราเป็นยุคใหม่ประวัติศาสตร์ใหม่ของโลก The Antropocene Epoch เมื่อพวกเรากลายมาเป็นผู้สร้างกฎต่าง ๆ



    นักวิทยาศาสตร์หลายคนกังวลว่า พวกเราจะประสบความสำเร็จมากจนเกินไป ทำให้มนุษย์เป็นภัยต่อระบบนิเวศวิทยา รวมถึงการทำลายพันธุ์สัตว์ต่าง ๆ ด้วย



    พวกเราเผชิญหน้ากับปัญหาที่แก้ไม่ได้มากกว่าคนรุ่นก่อน ๆ ซึ่งบางปัญหานั้นก็ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างชัดเจน



    ภาคของออนไลน์ของสำนักข่าว BBC News ได้นำเสนอหกมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมโลกภายใต้แรงกดดัน ได้แก่



    • อาหาร: ผู้คนบนโลกกว่า 1 ใน 6 ที่ต้องประสบภาวะขาดแคลนอาหาร ในขณะที่การเติบโตของพืชผลได้รับการทำลายจากพื้นดินที่นำไปทำประโยชน์อย่างอื่น

    • น้ำ: ในปี 2025 ผู้คน 2 ใน 3 ของโลกจะต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้น้ำ

    • พลังงาน: อัตราการผลิตน้ำมันอาจจะสูงขึ้นจนถึงจุดยอดและเริ่มตกลงมาในปี 2010

    • การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ: โทนี่ แบลร์ นายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมของโลกครั้งยิ่งใหญ่ จะทำให้เกิดวาตภัย อุทกภัย ความแห้งแล้ง และการสูญพันธุ์ของธรรมชาติ

    • การสูญเสียความหลากหลายทางชีววิทยา: นักวิทยาศาสตร์หลายคนคิดว่า โลกกำลังจะเข้าสู่ยุคสูญพันธุ์ครั้งที่หก

    • มลภาวะ: สารเคมีที่เป็นพิษพบว่าขึ้นในร่างกายของเด็กเกิดใหม่ และประชาชน 1 ใน 4 ของโลกประสบปัญหาทางสุขภาพเนื่องจากอากาศเป็นพิษ



    ทั้ง 6 ปัญหานี้เป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์กันและเป็นปัญหาที่เร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข มันคงจะไร้จุดหมายหากเราทำการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์และที่อยู่ แต่หากอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงมันก็ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ดี หรือแม้แต่การพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ ๆ คงจะไม่ประสบความสำเร็จหากไม่มีน้ำที่มันต้องการ



    แต่ทั้งหมดนี้ สิ่งที่สร้างความกดดันมากที่สุด คือ ปัจจัยที่ 7 ได้แก่ เรื่องของจำนวนประชากรมนุษย์



    ในปัจจุบันมนุษย์มีมากถึง 6 พันล้านคนจากการสำรวจของสหประชาชาติ และจะมากถึง 8.9 ล้านคนในปี 2050



    การเติบโตของประชากรแสดงให้เห็นถึงผลกระทบอย่างอื่นด้วย แม้ว่าอัตราส่วนของประชากรที่มีฐานะยากจนที่ลดลง แต่จำนวนที่แท้จริงแล้วกลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากแนวความคิดต่าง ๆ ของเราทำให้พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งความยากจนที่เกิดขึ้นนี้ทำให้มนุษย์หลายคนไม่มีทางเลือกและต้องเอารัดเอาเปรียบสภาพแวดล้อม แต่ทั้งหมดนี้ เราสามารถหลีกเลี่ยงได้



    สภาวะของโลกภายใต้แรงกดดันอาจจะเป็นคำถามมากกว่าการหาคำตอบ ลักษณะของการดำเนินชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรต่อไปเมื่อโลกยังคงเป็นเช่นนี้ พวกเราจำนวนเท่าใดที่สามารถอยู่รอดได้ในระดับการบริโภคระดับนี้ และระดับใดที่มนุษย์คาดหวังไว้ เราคิดว่าคนจนจะสามารถอยู่ได้อย่างไร เมื่อพวกเราต้องการใช้สภาพแวดล้อมเพื่อการอยู่รอด สิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมโลกของเราจะสามารถดำรงอยู่ได้หรือไม่ และพวกเราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะแก้ปัญหา หรือลดปัญหาที่เกิดขึ้นนี้



    ประชากรจำนวนหนึ่งสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอายุยืนยาวมากขึ้น และจำนวนที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้อนาคตเราไม่อาจจินตนาการเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของลูกหลานได้



    แต่พวกเราต้องคิดถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นและตระหนักถึงความอ่อนแอที่จะเกิดขึ้นตามมา การดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้จะต้องไม่ใช้สิ่งต่าง ๆ เพื่อการเติมเต็มชีวิต แต่จะต้องคำนึงถึงการแบ่งปันด้วย ปัญหาที่เราประสบไม่เพียงแต่เรื่องของการบริโภคหรือการอนุรักษ์ แต่ต้องเป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึงสิ่งที่เราเป็นอยู่และกำลังจะหมดไป



    ความเฉลียวฉลาดและเทคโนโลยีทำให้เรามีโลกที่ดีขึ้น แต่มันก็เป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้น คุณคงไม่ต้องการที่จะให้ความเฉลียวฉลาดและเทคโนโลยีมารักษาผู้คนจำนวน 30,000 คนที่ตายจากการหวโหย และโรคต่าง ๆ ที่สามารถป้องกันได้



    ถึงเวลาที่พวกเราจำต้องเผชิญหน้ากับสภาวะกดดันของโลกเพื่อความอยู่รอดของพวกเรา



ความคิดเห็นที่ 7

jack_25131@hotmail.com (Guest)
5 ส.ค. 2548 10:08
  1. การเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมโลกภายใต้แรงกดดัน (บทนำ จาก 6 ตอน)



    พวกเราเป็นเผ่าพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จในการอยู่รอดมากที่สุด จากการพัฒนาจากมนุษย์ยุคแรกมาจนเป็นผู้นำของโลก และมีความเข้าใจอย่างรวดเร็ว



    นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกล่าวว่า พวกเราเป็นยุคใหม่ประวัติศาสตร์ใหม่ของโลก The Antropocene Epoch เมื่อพวกเรากลายมาเป็นผู้สร้างกฎต่าง ๆ



    นักวิทยาศาสตร์หลายคนกังวลว่า พวกเราจะประสบความสำเร็จมากจนเกินไป ทำให้มนุษย์เป็นภัยต่อระบบนิเวศวิทยา รวมถึงการทำลายพันธุ์สัตว์ต่าง ๆ ด้วย



    พวกเราเผชิญหน้ากับปัญหาที่แก้ไม่ได้มากกว่าคนรุ่นก่อน ๆ ซึ่งบางปัญหานั้นก็ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างชัดเจน



    ภาคของออนไลน์ของสำนักข่าว BBC News ได้นำเสนอหกมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมโลกภายใต้แรงกดดัน ได้แก่



    • อาหาร: ผู้คนบนโลกกว่า 1 ใน 6 ที่ต้องประสบภาวะขาดแคลนอาหาร ในขณะที่การเติบโตของพืชผลได้รับการทำลายจากพื้นดินที่นำไปทำประโยชน์อย่างอื่น

    • น้ำ: ในปี 2025 ผู้คน 2 ใน 3 ของโลกจะต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้น้ำ

    • พลังงาน: อัตราการผลิตน้ำมันอาจจะสูงขึ้นจนถึงจุดยอดและเริ่มตกลงมาในปี 2010

    • การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ: โทนี่ แบลร์ นายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมของโลกครั้งยิ่งใหญ่ จะทำให้เกิดวาตภัย อุทกภัย ความแห้งแล้ง และการสูญพันธุ์ของธรรมชาติ

    • การสูญเสียความหลากหลายทางชีววิทยา: นักวิทยาศาสตร์หลายคนคิดว่า โลกกำลังจะเข้าสู่ยุคสูญพันธุ์ครั้งที่หก

    • มลภาวะ: สารเคมีที่เป็นพิษพบว่าขึ้นในร่างกายของเด็กเกิดใหม่ และประชาชน 1 ใน 4 ของโลกประสบปัญหาทางสุขภาพเนื่องจากอากาศเป็นพิษ



    ทั้ง 6 ปัญหานี้เป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์กันและเป็นปัญหาที่เร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข มันคงจะไร้จุดหมายหากเราทำการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์และที่อยู่ แต่หากอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงมันก็ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ดี หรือแม้แต่การพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ ๆ คงจะไม่ประสบความสำเร็จหากไม่มีน้ำที่มันต้องการ



    แต่ทั้งหมดนี้ สิ่งที่สร้างความกดดันมากที่สุด คือ ปัจจัยที่ 7 ได้แก่ เรื่องของจำนวนประชากรมนุษย์



    ในปัจจุบันมนุษย์มีมากถึง 6 พันล้านคนจากการสำรวจของสหประชาชาติ และจะมากถึง 8.9 ล้านคนในปี 2050



    การเติบโตของประชากรแสดงให้เห็นถึงผลกระทบอย่างอื่นด้วย แม้ว่าอัตราส่วนของประชากรที่มีฐานะยากจนที่ลดลง แต่จำนวนที่แท้จริงแล้วกลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากแนวความคิดต่าง ๆ ของเราทำให้พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งความยากจนที่เกิดขึ้นนี้ทำให้มนุษย์หลายคนไม่มีทางเลือกและต้องเอารัดเอาเปรียบสภาพแวดล้อม แต่ทั้งหมดนี้ เราสามารถหลีกเลี่ยงได้



    สภาวะของโลกภายใต้แรงกดดันอาจจะเป็นคำถามมากกว่าการหาคำตอบ ลักษณะของการดำเนินชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรต่อไปเมื่อโลกยังคงเป็นเช่นนี้ พวกเราจำนวนเท่าใดที่สามารถอยู่รอดได้ในระดับการบริโภคระดับนี้ และระดับใดที่มนุษย์คาดหวังไว้ เราคิดว่าคนจนจะสามารถอยู่ได้อย่างไร เมื่อพวกเราต้องการใช้สภาพแวดล้อมเพื่อการอยู่รอด สิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมโลกของเราจะสามารถดำรงอยู่ได้หรือไม่ และพวกเราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะแก้ปัญหา หรือลดปัญหาที่เกิดขึ้นนี้



    ประชากรจำนวนหนึ่งสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอายุยืนยาวมากขึ้น และจำนวนที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้อนาคตเราไม่อาจจินตนาการเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของลูกหลานได้



    แต่พวกเราต้องคิดถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นและตระหนักถึงความอ่อนแอที่จะเกิดขึ้นตามมา การดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้จะต้องไม่ใช้สิ่งต่าง ๆ เพื่อการเติมเต็มชีวิต แต่จะต้องคำนึงถึงการแบ่งปันด้วย ปัญหาที่เราประสบไม่เพียงแต่เรื่องของการบริโภคหรือการอนุรักษ์ แต่ต้องเป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึงสิ่งที่เราเป็นอยู่และกำลังจะหมดไป



    ความเฉลียวฉลาดและเทคโนโลยีทำให้เรามีโลกที่ดีขึ้น แต่มันก็เป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้น คุณคงไม่ต้องการที่จะให้ความเฉลียวฉลาดและเทคโนโลยีมารักษาผู้คนจำนวน 30,000 คนที่ตายจากการหวโหย และโรคต่าง ๆ ที่สามารถป้องกันได้



    ถึงเวลาที่พวกเราจำต้องเผชิญหน้ากับสภาวะกดดันของโลกเพื่อความอยู่รอดของพวกเรา

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น