กล้องฮับเบิลถ่ายภาพดาวระเบิดเกิดปรากฏการณ์แสงสะท้อนกลับจากม่านฝุ่นที่ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อน โพสต์เมื่อ:
11:56 วันที่ 7 ก.พ. 2548 ชมแล้ว:
47,904 ตอบแล้ว:
21
 ภาพจากกล้องฮับเบิล ของดาว V838 Monocerotis แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของดาวดวงนี้ ตั้งแต่เริ่มระเบิดเมื่อสามปีก่อน แสดงให้เห็นความสุกสว่างเมื่อเริ่มระเบิดในปี ค.ศ. ๒๐๐๒ ซึ่งจางลงไปมากในสองปีหลัง นับเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของแสงสะท้อนกลับจากม่านฝุ่นรอบดวงดาวอย่างที่ไม่เคยมีใครได้ติดตามบันทึกมาก่อน
ดาว V838 Monocerotis อยู่ห่างจากโลก ๒๐,๐๐๐ ปีแสง ในกลุ่มดาว Monoceros(ม้ายูนิคอร์น) โดยอยู่ที่ขอบนอกของกาแล้กซี่ทางช้างเผือกของเรา การระเบิดนี้เพิ่งถูกค้นพบประมาณต้นปี ๒๐๐๒ นี่เอง เดิมเป็นดาวที่มองแทบจะไม่เห็น แล้วจู่ๆก็เกิดการระเบิดตัว แต่สิ่งที่แปลกกว่าการสิ้นสุดชีวิตของดาวอื่นๆคือ อยู่ๆดาวก็สุกสว่างขึ้นมาอย่างมาก เป็นที่น่าแปลกใจ และเป็นปริศนาของนักดาราศาสตร์อยู่ร่วมปี เพราะขนาดของดาวไม่น่าจะทำให้เกิดความสุกสว่างมากขนาดนั้น
แต่จากการศึกษาภาพถ่าย นักดาราศาสตร์ก็สรุปว่า ดาวดวงนี้มีฝุ่นห้อมล้อมที่เรามองไม่เห็นจากโลก ฝุ่นหรือ เนบิวล่า เหล่านี้ มีมาตั้งแต่แรกกำเนิดดวงดาว หรืออาจจะเป็นเศษที่หลงเหลือของดาวคู่กันที่ดับสลายไปก่อน ฝุ่นเหล่านี้ห้อมล้อมดาวเป็นชั้นๆ เมื่อเกิดการระเบิดขึ้น ก็ปลดปล่อยพลังงานออกไปทุกทิศทุกทาง เมื่อพลังงานเหล่านี้เดินทางมากระแทกเข้ากับม่านฝุ่น ก็สะท้อนกลับไปกลับมาแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างอันสลับซับซ้อนของเนบิวลารอบดวงดาว ซึ่งนักดาราศาสตร์เรียกว่า light echo คล้ายๆกับปรากฎการณ์เสียงเอ๊คโค่สะท้อนกลับไปกลับมาหลายครั้ง
ภาพทั้งหมด ใช้กรอบขนาดเดียวกัน ใช้เวลาถ่ายเท่ากัน เพื่อเปรียบเทียบถึงขนาดที่เปลี่ยนไป จากเดือน พค ถึง ธค ในปี ๒๐๐๒ ขนาดของของก้อนฝุ่นที่เราเห็นในภาพ ขยายใหญ่ขึ้นจาก ๔ ถึง ๗ ปีแสง ราวกับว่า เนบิวล่าขยายตัวออกด้วยความเร็วกว่าแสงถึงสามเท่า แต่จริงๆแล้ว ไม่ใช่อย่างนั้น ฝุ่นเนบิวล่าก็อยู่อย่างเดิม แต่(กล้องของ)เรามองไม่เห็น เมื่อคลื่นแสงเดินทางมากระทบแล้วพลังงานถ่ายทอดกลับไปกลับมาภายในกลุ่มฝุ่นนั้น ทำให้มันคายพลังงานออกมาเป็นแสงที่เราถ่ายภาพได้ ดูเหมือนกับก้อนฝุ่นเคลื่อนที่ออกไป แต่ในความจริงเป็นแสงที่เดินทางผ่านฝุ่นนั้นไป คลื่นแสงบางส่วนออกจากดาวส่วนหน้าซึ่งไม่ค่อยมีฝุ่นบัง เดินทางมาถึงโลกโดยตรง กับบางส่วนที่วิ่งไปชนกลุ่มฝุ่นก่อน แล้วสะท้อนไปมากว่าจะมาถึงเรา เราจึงได้รับคลื่นแสงที่เกิดมาในเวลาที่ต่างกัน ใช้เวลาเดินทางผ่านระยะทางไม่เท่ากัน แต่มาถึงเราในเวลาเดียวกัน
ลักษณะของการเปล่งแสงนี้ คล้ายกับการระเบิดของ โนวา ซึ่งเกิดในระบบดาวคู่ ที่ดาวดวงหนึ่งดูดเอาไฮโดรเจนจากดาวคู่เคีย
งจนเกิดการระเบิดขึ้นเหมือนระเบิดไฮโดรเจน ความรุนแรงของการระเบิด ทำให้ดาวโยนสาดตัวเองออกสู่อวกาศ เหลือแต่แกนภายใน ที่ร้อนจัดนับแสนๆองศา
แต่ดาว V838 Mon ไม่ได้เป็นเหมือน โนวา ทั่วไป ตรงที่มันมีอุณหภูมิต่ำมากๆ มันขยายตัวเหมือนลูกโป่ง แล้วอุณหภูมิของเปลือกนอกก็ลดลง จนไม่ได้ร้อนไปกว่าหลอดไฟฟ้าที่เปล่งแสงอยู่เลย "ดาวดวงนี้ทำตัวผิดแปลกไปจากที่เราเข้าใจมาก่อนในการเกิดระเบิดโนวาเช่นนี้ มันอาจจะเป็นรูปแบบวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ที่เราไม่ทราบมาก่อนก็เป็นได้" Howard Bond นักดาราศาสตร์แห่ง Space Telescope Institute กล่าว
อนิเมชั่นแสดงการระเบิดของดาว จากภาพถ่ายโดย Arne Henden ประกอบเป็นอนิเมชั่นโดย Al Kelly ถ่ายโดยกล้องดูดาว ขนาด ๑ เมตร ของ US Naval Observatory ในเมือง Flagstaff รัฐอริโซนา

กล้องฮับเบิลได้ติดตามถ่ายภาพการพัฒนาของดาวดวงนี้ มาโดยตลอดตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี ค.ศ. ๒๐๐๒ ยานฮับเบิลได้ใช้กล้อง Advanced Camera for Surveys ถ่ายภาพของดาวโดยใช้เลนส์กรองแสงแล้วนำมาประกอบกันเพื่อให้ได้แสงใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ของแสงที่สะท้อนมาจากเนบิวล่า และดาวสีแดงที่อยู่ตรงกลาง
ภาพล่าสุดถ่ายโดยกล้องฮับเบิล เมื่อ เดือน ตุลาคม ๒๐๐๒

อ้างอิง
1. "Light continues to Echo Three Years After Stellar Outburst" แถลงข่าวโดย Space Telescope Institute
2. "Variable Star of the Month" โดย American Association of Variable Star Observers.
|
จำนวน 19 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 7 ก.พ. 2548 (12:38)
Nova แปลว่า ใหม่ ในภาษาละติน เนื่องจากคนโบราณสังเกตว่าอยู่ๆก็เหมือนกับมีดาวเกิดใหม่บนฟ้า ตามความเชื่อในศาสนาคริสต์ พระเจ้าสร้างดาวบนฟ้ามาอย่างสมบูรณ์แล้ว จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆอีก เมื่ออยู่ๆได้พบเห็นดาวใหม่เกิดขึ้นมา จะปฎิเสธก็ไม่ได้ อธิบายก็ไม่ถูกไปเลย
โนวา โดยทั่วไปแล้ว คือการระเบิดของดาวในระบบดาวคู่ ที่มีดวงหนึ่งเป็นดาวแคระขาว อีกดวงเป็นดาวยักษ์แดง (อ่าน วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ) ที่โคจรรอบกันและกัน เมื่อดาวที่กลายเป็นดาวยักษ์แดง ขยายตัวใหญ่ขึ้น ทำให้มวลที่เป็นไฮโดรเจน ถูกดูดเข้าไปในวงโคจรรอบดาวแคระขาว และค่อยๆหมุนวนลงสู่พื้นผิวของดาวแคระขาวเข้าไปเรื่อยๆ (ภาพโดย NASA Observatorium)

(หมายเหตุ ดิฉันคงสะกดผิดแน่เลยค่ะ ไม่มั่นใจว่า คำว่า แคระ มี ห์ ด้วยรึเปล่าน่ะค่ะ)
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 7 ก.พ. 2548 (12:42)
 เมื่อไฮโดรเจนสะสมมากขึ้นๆทุกที ในที่สุดก็ทำให้เกิดการระเบิดขึ้นมา โยนสาดมวลสารออกไป จนเหลือแต่ดาวแคระขาวที่ยังมีอุณหภูมิร้อนจัดบนพื้นผิว ดาวแคระห์ขาวมักจะสังเกตได้ยาก แต่การระเบิดทำให้ดาวสุกสว่างขึ้นอย่างรวดเร็ว จนดูเหมือนเป็นดาวเกิดใหม่ขึ้นมาให้เราเห็น (ภาพจาก NASA Observatorium)
โนวา อย่างนี้จึงมีลักษณะสำคัญที่ดาวยังร้อนอยู่ แต่ดาว V838 Mon กลับมีอุณหภูมิต่ำมาก เป็นที่พิศวงในหมู่นักดาราศาสตร์ จึงทำให้สนใจติดตามถ่ายภาพเพื่อนำข้อมูลมาประกอบการศึกษาต่อไป
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 7 ก.พ. 2548 (15:03) น่าสนใจมากครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 7 ก.พ. 2548 (20:46) สวยสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสวยมากๆ DeV!L--Aae (IP:61.90.57.238,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 8 ก.พ. 2548 (02:11)
 เว็บของฮับเบิ้ลล่มไปอย่างไรไม่ทราบ รูปเลยไม่ขึ้น เอามาแปะให้ใหม่นะคะ ภาพ V838 Mon ถ่ายโดยกล้องฮับเบิล เมื่อ เดือน ตุลาคม ๒๐๐๒ ค่ะ
อ้อ เว็บของเค้ากลับมาแล้ว แต่ไม่เป็นไร รูปของดิฉันสวยคมกว่าเยอะเลยเห็นมั้ยคะ อิๆๆ
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 9 ก.พ. 2548 (18:39) เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก คนที่ได้ศึกษาคงจะมีความรู้ความสนใจจริง นับถือสุด ๆ มิ้วกี้ (IP:203.172.122.65,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 11 ก.พ. 2548 (16:55) So good  Peter (IP:61.90.48.123,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 15 ก.พ. 2548 (21:11) สวยมากเลยไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้เห็น เเนน (IP:203.150.217.115,203.113.57.103,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 15 ก.พ. 2548 (23:32) อยากเห็นมากกว่านี้ก็เข้าไปที่
http://hubblesite.org
มีอะไรให้ดูเยอะเลย น่าตื่นตาตื่นใจทั้งนั้น ปริทรรศน์แห่งเอกภพ (IP:203.170.229.241,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 18 ก.พ. 2548 (16:57) มีอะไรสวย แปลก มหัศจรรย์ อย่างนี้ ส่งมาให้ดูหน่อยนะครับ
ที่ thattanee@yahoo.com ผมชอบมากครับสวยมากจนต้องไปเรียก เพื่อนมากดูทุกชอบมากครับ ทัฒณี แก้วหาญ (IP:61.19.148.195,203.144.140.232,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 26 ก.พ. 2548 (15:55) กล้องฮับเบิลถ่ายภาพได้ดีมากค่ะหฯสนใจจังเลย น้ำตาฝน (IP:203.113.70.73,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 2 มี.ค. 2548 (01:20) ความจริงแล้ว ในพระคััมภีร์ไม่ได้บอกว่า พระเจ้าสร้างดวงดาวให้มีอยู่เพียงแค่นั้นโดยไม่มีการกำเนิดดวงดาวใหม่อีกต่อไป พระคัมภีร์ไบเบิ้ลบอกเพียงแค่ว่า พระเจ้าทรงสร้างท้องฟ้าและแผ่นดินโลก พระเจ้าทรงสร้างกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ของการเกิด และการแตกดับของสรรพสิ่งให้มันดำเนินต่อไป ดังนั้นถ้าจะมีการเกิดของดวงดาวก็ไม่ใช่เร่ื่องผิดของไบเบิ้ล เพียงแต่มนุษย์คนบาปในยุคศาสนจักรรุ่งเรือง เป็นพวกปฏิเสธความจริงทีี่ลึกซึ้งของพระเจ้า ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเห็นคริสเตียนนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก เช่น ไอแซคนิวตั้น (เป้่นนักเทศน์) กาลิเลโอ ฯลฯ ออกมาพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าให้คนหัวโบราณในศาสนจักรคาทอลิคได้รู้
ผมคิดว่า การจะเข้าใจหรือหาข้อคัดค้านเรื่องพระเจ้า จำเป็นจะต้องรู้ว่าในไบเบิ้ลพูดถึงความมหัศจรรย์ทางวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร ดีกว่าวิพากษ์วิจารณ์ไปอย่างรู้ไม่จริง หรือฟัง อ่านที่เขาพูดมาอีกที ซึ่งจะทำให้โลกทัศน์ของผู้อ่านแคบ
โดย ผู้ศรัทธาในความจริง เอลียาห์ (IP:203.151.17.30,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 5 เม.ย. 2548 (15:34) จุดที่สว่างๆ สีแดง กับสีฟ้าคืออะไรครับ
ทำไมสีแดงมีอันเดียว สีฟ้ามีหลายอัน มันเคยเป็นส่วนเดียวกันรึไม่
สีฟ้าร้อนกว่าหรือสีแดงร้อนกว่า
เนบิวล่าที่ฟุ้งออกมามีโอกาศกลับมารวมกันเป็นดวงดาวอีกรึเปล่า
ถ้าสามารถมีการกำเนิดอย่างไร
ขอบคุณครับ ผู้ไม่รู้ (IP:203.107.203.215,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 6 เม.ย. 2548 (11:11) สุดยอดเลยค่ะคุณพี่
เอ้ย คนพังงา (IP:203.113.71.70,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 1 มี.ค. 2549 (18:50) สวยและสุดยอดมาก ทำไมถึงถ่ายได้ดีอย่างนี้เนี่ย พระเจ้า! ผมเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ จริง...จริ๊ง artsouthen@thaimail.com (IP:202.133.159.130,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 9 พ.ค. 2550 (06:56) คล้ายๆกับรูปสัญลักษณ์ของตัวMozilla FireFoxเลยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 9 พ.ค. 2550 (17:50) ผมไม่แน่ใจว่าที่ผมคิดจะถูกรึเปล่า ที่เกิดเปนรูปแบบนั้นได้จะเกี่ยวกับสภาพสูญญากาศรึเปล่า
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 9 พ.ค. 2550 (17:52) แล้วจุดสีแดงคงเป็นแกนของดาวแล้วจุดสีฟ้าคงเป็นสะเก็ดดาวที่เกิดจากการระเปิด
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 13 พ.ค. 2550 (16:30) ก็สวยนะ แต่มองแล้วรู้สึกกลัว แงๆๆๆๆ ing_desu@hotmail.com (IP:124.120.171.144)
|