|
พุทธองค์อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้?
โพสต์เมื่อ:
07:00 วันที่ 8 มี.ค. 2548 ชมแล้ว:
13,425
ตอบแล้ว:
132
พุทธศาสตร์ คือวิชาความรู้ (knowledge, epistemology) เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า คำสอนของพุทธศาสนา ได้รับ การร่วมรวมจดบันทึกในภาษาบาลี (จากสังคายน ครั้งที่ ๓ ในสมัยพระอโศก) ประมาณ ๒๔๐ ปี หลังพุทธกาล.
ทำไม พุทธองค์ไม่เขียน ไม่จดบันทึกคำสอน เป็นหลักฐาน เป็นตำราให้มั่นคง ทั้งที่ ตัวอักขระ(อินดู) มีใช้มาก่อนแล้ว หลายร้อยปี? บทความนี้ เสนอข้อชวนคิด แสดงและชักชวน ให้ใช้ การเรียนรู้ แบบปฏิสัมพันธ์ (interactive learning). ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 13 มิ.ย. 2548 (08:44) เรียนรู้จากผัสสะของตนเอง ใช่ไหมคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 13 มิ.ย. 2548 (11:22) ขอบคุณคุณสรครับที่ใจดีกลับมาตอบ สิ่งที่คุณสรตั้งใจเขียนได้ผลครับ เพราะปรกติผมไม่ค่อยจะโพสท์ตอบกระทู้ตามบอร์ดซักเท่าไหร่ แต่พออ่านแล้วแรงกระตุ้นมันเกิดครับ ดีครับเขียนอีกนะครับผมจะตามอ่าน เอ่อ..ภาษาที่ใช้ตั้งหัวข้อเนี่ย สมัยนิยมเลยล่ะครับ แนบเนียนคล้ายๆภาษาหนังสือพิมพ์เป๊ะเลย ดร (IP:24.43.188.220,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 24 มิ.ย. 2548 (09:16) Buddha :: Buddha4u :: พระพุทธศาสนา :: แก่นพุทธศาสนา :: ศาสนา ของผู้รู้ www.buddha4u.org พระพุทธศาสนา แก่นพุทธศาสนา ศาสนา ของผู้รู้ สิ่งที่ชาวพุทธควรจะรู้ ประโยชน์ พุทธศาสนา พุทธศึกษา การเผยแพร่พระพุทธศาสนา สื่อทางสนทนา ธรรม วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประวัติพระพุทธศาสนา ประวัติ พระพุทธเจ้า heartwood of the bodhi tree, soulessness , voidness , anatta voradaj (IP:61.91.79.172,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 1 ก.ค. 2548 (05:32) ช่วยด้วย... ช่วย ต่อเติม บทความนี้ ให้มี ทางกลับ นั่นคือ เมื่อเรา อ่านภาษาบาลี หรือสันสกฤต ไม่ออก เขียนไม่ได้ หรือเรา ไม่เข้าใจ ความหมาย ของ คำ ที่สอดคล้องกับ ภาพภาวะของ ความเป็นไป ของสังคม ในสมัยพุทธกาล เราจะ เรียนรู้ พุทธศาสนา ได้อย่างไร? ดูรูปภาพ อ่านคำบรรยาย? เรียนด้วยเอง? เชื่อคำที่ ครูอาจารย์ บอกเล่า พระสงฆ์ เทศนา? เรียนจาก ปุจฉา - วิสัชนา? ... (ไม่ควรเชื่อ ๑๐ อย่าง - กาลามสูตร) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 12 ก.ค. 2548 (07:21) ธรรมะคือ ธรรมชาติของความเป็นจิง พระองค์ชี้ทางว่า ต้องเข้าใจธรรมชาติ และท่านผู้อ่านคิดเองว่าธรรมชาติเป็นอย่างไร หากบางท่านไม่เข้าใจความหมายของธรรมชาติตามทัศนะคติพุทธศาสนาให้ดูตังเอง เด็กไทย (IP:203.151.140.120,203.113.34.9,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 24 ก.ค. 2548 (10:56) สนทนาธรรม,อ่านธรรมะ,ฟังธรรม [url]http://www.dhammajak.net [/url] ธรรมจักร (IP:61.90.71.134,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 10 ส.ค. 2548 (10:06) สุดยอด อืม (IP:58.10.28.166,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 10 ส.ค. 2548 (14:46) พุทธศาสนาเป็นเรื่องการฝึกจิต จึงต้องวางพันธนาการทั้งปวงให้ว่าง ปลีกจากบริขารทั้งปวง ปลีกจากตำราทั้งปวง มาถือในองค์ปัญญาของจิตอย่างเดียว เพราะสิ่งท่านละวางนั้นเป็นเรื่องของวาระจิตที่ต้องมีอามิตมาเทียบเคียงพูดกันง่ายๆคือจิตไม่เจริญปัญญา จึงต้องอ้างนั่น อ้างนี่ ต้องมีวัตถุตำรามาเปรียบเทียบ เท่ากับยังไม่ข้ามพ้นความลังเลสงสัย ไม่แน่ใจ เพราะเรื่องของจิตที่พระอารหันต์ทั้งหลายมีนั้นคือปัญญาที่ตัดกระแสทุกข์ทุกขณะจิต พ้นไปจากนี้คือเครื่องข้องแวะที่จิตจะต้อง ยำซำกับที่ เปรียบเหมือนการเดินทางที่อ้อม หรือหยุดพัก ทำให้เกิดการข้องแวะไป เกี่ยวพันไป ต่อเชื้อใหม่ไม่จบ เพราะถึงที่สุดแล้วต้องวางทั้งหมด แม้แต่พระพุทธเจ้าเอง ก็สละทุกอย่างเป็นเบื้องต้นคือตัดขาดจากเครื่องผูกก่อน ผู้ที่หลุดพ้นเป็นพระอารหันต์ไม่ใช่ว่ามีการศึกษาทางโลกสูง แต่มาจากการดำรงในมรรค เพื่อบันลุผล ธรรมที่พระองค์สอนส่วนใหญ่เป็นของปุถุชนเมื่อยังไม่ข้ามพ้นความลังเลสงสัยก็ต้องชี้ให้เห็นทุกเรื่องไป แต่ธรรมที่พระอริยมีนิดเดียวคือ พิจารณา กาย จิต ธรรม ธรรมของพระองค์จึงมีเพียงสอง คือ ให้สัตว์หลุดพ้นจากภพชาติทั้งปวง หรือ ให้สัตว์ข้องแวะผูกพันก่อ ภพ ชาติต่อไป วิชัย (IP:221.128.106.45,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 3 ต.ค. 2548 (15:54) พระพุทธศาสนา เกิดจากการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงนำหลักธรรมทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ มาสั่งสอนเวไนยสัตว์เพื่อให้ถึงซึ่งความหลุดพ้น เพราะฉะนั้นเราควรจะสิกขาธรรมทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ตามที่พระพุทธองค์ทรงฝากไว้ให้กับพุทธบริษัท ๔ ให้เป็นไปตามลำดับ ลาดชันลงตามลำดับ ฉะนั้นการที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ และได้โปรดเหล่าปัญจวัคคีย์เป็นชุดแรก ซึ่งพระอัญญาโกณฑัญญะเป็นผู้เห็นธรรมเป็นพระโสดาปัตติผล เป็นองค์แรก จากการเทศนาธรรมจากพระพุทธองค์คือพระธรรมจักรกัปปวัตนสูตร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราควรที่จะต้องสิกขา จดจำให้ได้มากที่สุดก็คือ พระธรรมของพระพุทธองค์เท่านั้น อย่างเดียวเท่านั้นที่จะพาเราไปสู่ความเป็นมนุษย์ เทวดา พรหม จนถึงโลกุตตร มัคค ผล นิพพาน ในที่สุด สิกขาอย่างไรนั้น ถ้าท่านใดสนใจก็เมลล์มาสนทนากันได้นะครับ สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทนามิ sipsong_sa@hotmail.com (IP:203.146.227.226,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 6 ต.ค. 2548 (16:24) ไม่รู้จะถือเป็นการป่วนกระทู้หรือเปล่า ถ้าเป็นก็ขออภัยไว้นะโอกาสนี้ด้วยครับ "พระพุทธองค์มิได้แต่งตำราใหม่เหมือนพวกวิชาการทางโลก" -- จากความเห็นที่ 8 นักวิชาการทางโลกหาได้ "แต่งตำราใหม่" ไม่ หรืออย่างน้อย ก็ไม่ใช้นักวิชาการทางวิทยาศาสตร์ สิ่งต่างๆ ที่เป็นความรู้ใหม่ที่นักวิชาการค้นพบ เป็นความรู้ในการเป็นไปของ "ธรรมชาติ" ซึ่งมีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น คนเราเคยมีความเชื่อว่าโลกแบน เพราะเรามีข้อมูลไม่เพียงพอ ความเชื่อที่ว่าโลกกลมเป็นความรู้ที่มาทีหลัง จึงดูเหมือนเป็นการ "แต่งตำราใหม่" แต่จริงๆ แล้ว โลกมันก็กลมอยู่อย่างนั้นเอง เพียงแค่เรายังไม่เคยรู้ เช่นเดียวกับหลักธรรม เป็นความเป็นไปของ "ธรรมชาติ" อีกแขนงหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว พระพุทธองค์ทรงเข้าถึง เข้าใจ และสามารถหลักการต่างๆ มาอธิบายความเป็นไปเหล่านั้นให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้น ที่มาเขียนเอาไว้ตรงนี้ เพียงเพื่ออยากจะให้เริ่มมองทุกสิ่งทุกอย่างด้วยใจเป็นกลาง และพิจารณาข้อดีข้อเสียของสิ่งนั้นๆ ด้วยเหตุผล เพื่อจะได้เข้าใจและรู้ถึงข้อดีข้อเสียของทุกสิ่ง ไม่ใช่พอเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็มอง "ศาสนา" เป็นเรื่องงมงาย หรือพอเป็นผู้ที่ศรัทราในศาสนา ก็มอง "วิทยาการ" เป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรเกี่ยวเนื่องกับความรู้ในศาสนา ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 7 ต.ค. 2548 (05:54) แม้แต่สิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น เช่น เครื่องใช้ต่าง ๆ ตั้งแต่ low tech ไปจนถึง high tech เมื่อวิเคราะห์ไปถึงแก่นหลักการของสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้น ก็ยังมีเหตุและผลเช่นเดียวกับหลักการในธรรมชาติ และหลักธรรมในศาสนาพุทธ เพราะมีสิ่งนั้น จึงมีสิ่งนี้ เพราะมีเหตุนั้น จึงมีผลนี้ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 7 ต.ค. 2548 (09:54) เอ แล้วนักวิทยาศาสตร์ รุ่นเก๋ากึ๊ก ได้จดสิทธิบัตรในเรื่องที่ตนเองค้นพบ ไว้ไหมครับ หรือเพียงแต่บอกหรือประกาศ สิ่งที่ตนค้นพบให้สาธารชนทราบ แล้วก็บอกต่อๆกันไป แล้วมีผู้จดบันทีกทีหลัง สงสัย np (IP:202.57.149.52,192.168.5.2,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 7 ต.ค. 2548 (18:08) ก็เพราะว่าพุทธองค์ทรงต้องการให้เราคิดเอง เพราะอาจไม่ถูกต้องไปซะหมดทุกอย่าง เช่นเมื่อก่อนที่ศาสนาพุทธไม่มีธรรมเนียมการจำพรรษาที่วัด พระสงฆ์เดินเหยียบต้นกล้าตายขณะออกบิณฑบาตร พระพุทธเจ้าเลยให้พระสงจำพรรษาในช่วงนั้นจะได้ไม่ไปเหยียบต้นกล้าข้าว k (IP:203.118.115.173,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 24 ต.ค. 2548 (16:59) อยากได้ซีดีมวยปลำมากTOT j (IP:210.246.75.161,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 25 ต.ค. 2548 (10:28) เรามักเข้าใจ กฏแห่งกรรม แบบเป็นก้อน (discrete)และทันที (instantaneous) เช่น มีเหตุ (จบสิ้น) แล้ว มีผล (ตามหลัง ทันที) (If ... Then ...) ถ้า เหตุ เริ่มแล้ว ดำเนินต่อ ยังไม่จบสิ้น แล้ว เมื่อไร จะมีผล? หรือว่า การแปรผัน (ที่เราสังเกตุได้)เริ่มแล้ว เรา (หรือผู้ที่เห็นการเปลี่ยน) ทำปฏิกริยา ตอบโต้ ซึ่งอาจจะ มีผลต่อ เหตุ ทำให้ เหตุแปร ทำให้ ผลแปร ทำให้ เหตุแปร ทำให้ ผลแปร ... (Interactions) ถ้า เราลองสมมติว่า มีเหตุ หลายๆเหตุ หลายๆที่ หลายๆเวลา เราจะบอกได้ไหมว่า เหตุ นี้ หรือ และ นั้น ... ทำให้ เกิดผล นี้นั้น ที่นี้นั้น เวลานี้นั้น ทำให้ เกิดปฏิกริยา นี้นั้น ที่นี้นั้น เวลานี้นั้น ทำให้ เกิดปฏิกริยา ... ในสภาพการณ์เช่นนี้ ทางสายกลาง (Law of Average) จะให้ผลดี "ตลอดทาง" (อีกแต้มหนึ่ง สำหรับ ศาสนา-วิทยาศาสตร์) #32 ผมไม่รู้ว่า มีการเปลี่ยน "ธรรมสาระ" หรือไม่(ยังอ่าน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ไม่หมด) ที่พอจะรับได้ มีการเปลี่ยน "กฏปกครอง ปริหาร เหล่าภิกขุ" หลายๆครั้ง (หมายความว่า ต้องมีการ คุมความประพฤติ์ของพระภิกขุ - สมัยนี้ ควรมีศ๊ลเพิ่มอีก?) สร (IP:144.134.69.159,,) สมัยผมเรียนป.ตรี ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบสะสม ชอบอ่านหนังสือธรรมะ จนผมจบป.ตรี เก็บรวมเข้ากล่อง หรือ ลัง ใบใหญ่ได้ ๒ ใบ ผมมีเพื่อนร่วมห้องพัก (รูมเมท) ที่ชอบธรรมมะเหมือนกัน แต่เพื่อนผมคนนี้ ไม่ชอบอ่าน แต่ชอบปฏิบัติ เขาจะมีกลดของเขาเอง วันดีคืนดี ผมก็จะไม่เห็นเขา เพราะเขาออกไปปักกลด นั่งสมาธิ ผมเรียนคณิตศาสตร์ คลุกคลีกับคณิตศาสตร์ ปัจจุบันก็เป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ เพราะฉะนั้นเรื่อง ตรรกศาสตร์ เรื่องปรัชญา เป็นเรื่องที่ผมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องเสมอมา นานๆ เจอกันที เราก็จะมีเรื่องได้พูดเชิงทะเละกันบ้าง ผมก็อ้างว่า ไม่อ่าน ไม่ศึกษา จะรู้ได้อย่างไรว่าที่ปฏิบัติถูกต้อง เพื่อนผมก็แย้งว่า ที่เขาเขียน กับที่เราจะได้จากการปฏิบัติมันเทียบเคียงกันไม่ได้ ผมก็เถียงของผมไม่ยอมแพ้ เพื่อนผมหัวเสีย เดินออกจากห้องไม่ยอมพูดกับผมไปพักใหญ่ทีเดียว จริงๆ ผมเองก็เริ่มได้รู้บ้างว่า ที่เราอ่าน ที่เราคิดตามไปด้วยความศรัทธา กับสิ่งที่เราได้จากการลงมือทำ เช่น การก้มลงกราบ ไหว้พระ ในขณะที่จิตใจเราสงบนั้น เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการคิด การอ่าน แต่โชคร้ายที่จริตผมไม่ค่อยตรงกับการนั่งสมาธิ ผมก็เลยยังปลุกป้ำอยู่กับการฝึกนั่งสมาธิจนถึงทุกวันนี้ ในขณะที่ถ้าผมได้หนังสือธรรมะดีๆ เช่น ที่เขียนโดยพระประยุทธ์ ผมจะมีสมาธิอ่านจนจบได้ภายในสองสามชั่วโมงเลยทีเดียว สงสัยว่าจริต จะชอบการคิด การอ่านมากกว่า ตอนหลังผมก็มีแนวคิดว่า จิตว่างของผม คงจะไม่มี หรือเกิดขึ้นได้ยากมาก แต่ถ้าจะเอาจิตไปทำงาน จดจ่อ พิจารณา ให้เกิดปัญญาในเรื่องนั้นๆ อันนี้น่าจะเข้ากับธรรมชาติของตัวเองมากกว่า ผมไม่ค่อยแน่ใจว่า กระทู้เป็นการยั่วยุเชิงตรรกศาสตร์ หรือต้องการนำเสนอเรื่องอื่น จริงๆ ผมเองเห็นกระทู้อยู่นาน และก็มองข้ามไป เพราะเข้าใจว่า คงจะเป็นอะไรที่เพี้ยนๆ ไป ได้มีโอกาสเข้ามาอ่านๆดูบ้าง ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ จริงๆ จะถ้าจะพูดไปแล้วอะไรที่เป็นประวัติศาสตร์ เราก็คงจะตั้งคำถามได้มากมาย ชีวิตผมเองก็ถือว่าน้อยนิดมาก แต่ละคน โดยทั่วไปก็คงไม่มีใครอยู่เกิน 100 ปี พอเราจะพูดถึงเรื่องที่เป็นพันๆ ปี มันก็คงเป็นปัญหาโดยธรรมชาติ โดยสภาพจริง ก็ขึ้นอยู่กับว่า เราอยากจะขุดค้น ขุดคุ้ยอย่างนักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี หรือไม่ หรือเราเพียงต้องการ ใช้ประสบการร์อันสั้นๆของเรา ลองสืบสวนดูเอง ตามภูมิตามความสามารถของแต่ละคน ถ้าเป็นเพียงการลองฝึกคิดคาดคะเน ก็คงจะหาข้อยุติลำบาก ก็คงต้องเป็นข้อเสนอของแต่ละท่าน และให้พิจารณาดูว่ามีความเป็นไปได้ มีความน่าเชื่อถือเพียงใด ผมอ่านงานของพระประยุทธ์ ผมไม่มีความสงสัย เคลือบแคลง ในประเด็นปลีกย่อย ที่จะทำให้ผิดเพี้ยน หรือไขว้เขว พระประยุทธ์ คือ หนึ่งในผลผลิตของ พระพุทธองค์ ท่านพุทธทาส และอีกหลายๆ ท่าน โดยเฉพาะพระนักปฏิบัติสายตะวันออกเฉียงเหนือ ล้วนเป็นตัวแทนที่ประจักษ์ชัด การสืบถอดต่อกันมา จะด้วยวิธีการใดก็ตาม ถ้าสืบทอดกันได้จริงๆ เป็นการส่งต่อธรรมมะ ที่ไม่ผิดเพี้ยน ประเด็นของปัญหาของกระทู้นี้ ก็น่าจะเป็นเพียงประเด็นของการฝึกคิด ฝึกคาดคะเน และก็ไม่น่าจะ ส่งผลอะไรกับตัวธรรมมะ ที่ได้สืบถอด รักษากันต่อมาอย่างดีแล้ว MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 26 ต.ค. 2548 (20:37) ทุกอย่างเกิดที่ จิต ดับที่จิต แก่นแท้มีเท่านี้ จิตตญาณ (IP:61.91.127.138,,) จิต คือ อะไรครับ ? เกิด และ ดับ ที่ว่า คือ อย่างไรครับ ? และที่ไม่ใช่ แก่นแท้ คือ อย่างไรครับ ? MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 27 ต.ค. 2548 (07:41) May I say my thoughts? I won"t say about Mind - too controversial! Coming and Going is somewhat like matter and antimatter, truth and antitruth. truth +antitruth -> empty. We can define แก่นแท้ as truth - a consistent convention of our (collective) "perception" of the reality. Buddhist axioms: 1) (existence) There exists a truth X. 2) (consistence) For each X there exists Y such that Y -> X. 3) (anti existence/completeness) For each X there exists ~X such that X.~X -> null. (empty set) 4) (construction) for each X there exists an operator (a change agent) f such that fY -> ~X. Who cares to put above in Thai or Thai mathematics so we can talk more on a common language? party (IP:220.240.216.131,127.0.0.1,) ไม่ทราบว่า เป็นความคิดของใคร ของคุณ Party เองหรือเปล่า น่ารักดีครับ แต่ผมคงไม่คิดว่า เราจะเอาจริงเอาจัง กับการฝึกคิดเล่นๆ นะครับ การมอง ถูก กับ ผิด ขาว กับ ดำ สิ่งหนึ่ง กับ ภาวะตรงข้าม หรือ นิเสธ เป็นการมองที่คับแคบ และห่างไกลความเป็นจริงมาก คณิตศาสตร์เองก็พยายามขยายแนวคิดนี้ ทำให้เกิดวิชา Fuzzy set theory เราจะไม่มองแค่ 0 กับ 1 แต่ให้มีค่าการเป็นสมาชิกได้ทุกค่าระหว่าง 0 ถึง 1 คนนี้ เป็นคนน่าเชื่อถือหรือไม่ เราอาจจะตอบว่า มีความน่าเชื่อถือเท่ากับ 0.8 เป็นต้น ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเราดึงผมของเราออกทีละเส้นๆ เราบอกได้หรือไม่ว่า ณ ขณะใดเราจึงจะเรียกว่า หัวล้าน คณิตศาสตร์ มีลักษณะเฉพาะ มีความเป็นสากล แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งอันน้อยๆ เมื่อจะเทียบกับหลักการ แนวคิดของพุทธศาสนา ไม่อยากให้นำมาเปรียบเทียบกัน เพราะจะทำให้ไขว้เขวได้ ถ้าหากเราไม่รู้จริงในทั้งสองอย่าง อย่างเพียงพอ แต่ถ้าจะฝึกคิดเล่นๆ เพื่อขยายความเข้าใจของแต่ละคน ก็น่าจะโอเค MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,) หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |