|
พุทธองค์อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้?
โพสต์เมื่อ:
07:00 วันที่ 8 มี.ค. 2548 ชมแล้ว:
13,427
ตอบแล้ว:
132
พุทธศาสตร์ คือวิชาความรู้ (knowledge, epistemology) เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า คำสอนของพุทธศาสนา ได้รับ การร่วมรวมจดบันทึกในภาษาบาลี (จากสังคายน ครั้งที่ ๓ ในสมัยพระอโศก) ประมาณ ๒๔๐ ปี หลังพุทธกาล.
ทำไม พุทธองค์ไม่เขียน ไม่จดบันทึกคำสอน เป็นหลักฐาน เป็นตำราให้มั่นคง ทั้งที่ ตัวอักขระ(อินดู) มีใช้มาก่อนแล้ว หลายร้อยปี? บทความนี้ เสนอข้อชวนคิด แสดงและชักชวน ให้ใช้ การเรียนรู้ แบบปฏิสัมพันธ์ (interactive learning). ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 7 พ.ค. 2549 (03:40) Below are about 'the first printed version of the "canon" and a view of Buddhism - today http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?ColumnId=21029&NewsType=2&Template=1 http://www.norsorpor.com/go2.php?u=http%3A%2F%2Fwww.dailynews.co.th%2Fdailynews%2Fpages%2Ffront_th%2Fpopup_news%2FDefault.aspx%3FNewsid%3D86881%26amp%3BNewsType%3D1%26amp%3BTemplate%3D1 ...นายณัชพล ภิญโญชนม์ ตัวแทนเยาวชนจากประเทศไทยที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุม มองว่า พระสงฆ์ไทยควรที่จะปรับเปลี่ยนวิธีจากเดิมที่นั่งเทศน์นาน ๆ มาเป็นการสอนหลักธรรมโดยการเล่าเป็นนิทาน ประสบการณ์ชีวิต เทศน์เป็นเพลงธรรมะ หรือเทศน์โดยใช้ภาษาที่ฟังง่าย และอาจจะเทศน์แนวติดตลกก็ได้ ซึ่งจะน่าสนใจกว่าและจะทำให้เด็กอยากเข้าวัดศึกษาหลักธรรมกันมากกว่านี้ ส่วน น.ส.โค ชุง จา ตัวแทนเยาวชนจากเกาหลีใต้ บอกว่า การนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาสอนต้องดูความสนใจของเด็กด้วย ไม่ใช่เป็นการยัดเยียด รวมทั้งวัดต้องสร้างบรรยากาศจูงใจให้คนอยากเข้าวัด ไม่ใช่เป็นสถานที่ที่เงียบเหงาน่ากลัว ทุกวันนี้พระสงฆ์หลายประเทศกำลังปรับตัวให้รู้เท่าทันสังคม ทันผู้คนไม่ได้ยึดตามรูปแบบเดิม ๆ ในการสร้างสรรค์หลักธรรมของพระพุทธเจ้าให้แก่มวลมนุษยชาติ ทางคณะสงฆ์ไทยเองก็น่าจะไปศึกษาแนวทางการดึงคนเข้าวัดที่ทันสมัยจากโลกภายนอกกันบ้าง เผื่อจะได้กลับมาสร้างสรรค์วิธีการเผยแผ่ธรรมะที่แปลกใหม่และจะได้เห็นว่าเพื่อนบ้านเขามีวิธีการเผยแผ่หลักธรรมพัฒนาไปกว่าประเทศไทยมาก ถ้าขืนปล่อยไปตามอัตภาพมีหวังศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของโลก อาจจะต้องย้ายที่ทำการก็ได้ใครจะไปรู้... ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 2 มิ.ย. 2549 (04:19) สำนัก(ข่าว)พระพยอม http://watta.co.th/prapayomtoday/prapayomnews.html ... ตอนสมัยที่อาตมาอยากจะทำหนังสือแนวพุทธประวัติ สักเล่มหนึ่งจึงเข้าไปปรึกษาท่าน (พุทธทาส) ถามท่านว่า อยากทำพุทธประวัติจะทำแนวไหนดีขอรับ ท่านก็ให้ข้อคิดมาว่า อย่าไปทำแนวที่เขาเคยทำกันมา คือเรื่องการลำดับญาติของ พระพุทธเจ้า พ่อพระพุทธเจ้า ปู่ของพระพุทธเจ้า ปู่ของปู่ของปู่ของปู่พระพุทธเจ้า ซึ่งมันไม่ค่อยจะมีประโยชน์ในการดับทุกข์ ส่วนตรงนี้เหมือนฉีกทิ้งไปเลยก็ได้ ปู่ของพระพุทธเจ้าไม่ต้องรู้เลยก็ได้ แต่ต้องรู้ว่า พระพุทธเจ้า สอนอะไร มีเนื้อหาอะไร แล้วใครได้ประโยชน์ ใครได้ดับทุกข์ พระองค์ทรงแสดงธรรม กับใครที่ไหน ให้ทำเป็นธรรมะประวัติจะดีกว่า ... SR (IP:144.138.31.105,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 3 มิ.ย. 2549 (12:25) มีท่านใด พอทราบไหมว่า ยุคยุทธหัตถึแบบลังกาวงศ์ มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไรบ้างคะ ต้องการทราบด่วน ขอความกรุณาด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ มดดำ (IP:203.118.105.25,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 3 มิ.ย. 2549 (20:29) ถ้าต้องมานั่งอ่านตำราตอนทำสมาธิคงลำบากนะ จำไปเลยดีกว่า ใช้ได้ทันที ขวัญ (IP:202.44.14.194,10.7.1.27,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 8 มิ.ย. 2549 (21:00) ปู่ย่าของพระพุทธเจ้า ชื่อรายหรอคับ(ช่วยส่งบอกหน่อยนะ ขอบคุณมาก) Juk (juk_hun@hotmail.com) (IP:203.113.71.135,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 9 มิ.ย. 2549 (10:35) Dear มดดำ I do not know what ยุคยุทธหัตถึแบบลังกาวงศ์ means. My guess is along ancient 'Srilankan martial arts' (9-12 century AD) called 'malayalam' or 'Kalaripayattu' - try google. I hope this is what you are after. Dear Juk I do not know the names of the Buddha's grandparents. I looked up a few websites and found only his parents: Shuddhodana (a king of Kapilavastu - a district in Nepal) and Mayadevi. http://ias.berkeley.edu/orias/visuals/buddha/life.html could be your starting point. You may find Mahayana texts more helpful than Theravada (Nikaya) texts in this aspect. As Theravada focuses on the 'teachings' (Pali Canon) and 'Inner Self'. The Buddha was a teacher. He 'taught' - not talked about himself. The Buddha lived and taught among people -equally- rich/poor, young/old, female/male, ... How about that for 'social equality' nearly 2600 years ago - we can't do the same today! SR (IP:144.134.69.79,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 9 มิ.ย. 2549 (10:46) Dear ขวัญ "ถ้าต้องมานั่งอ่านตำราตอนทำสมาธิคงลำบากนะ จำไปเลยดีกว่า ใช้ได้ทันที" Your point is well appreciated. My point is about how can we learn some 84,000 verses of teachings in Pali by hearts? We only know a few words in Pali - mostly from 'chanting' but not knowing what mantras mean! SR (IP:144.134.69.79,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 19 มิ.ย. 2549 (02:53) ตอบ ประเด็นแรกเรื่องการเขียนหนังสือนะครับ 1. พระพุทธองค์ เป็นพระปฏิบัติ และนำสิ่งที่ปฏิบัติ และค้นพบมาเผยแพร่ ไม่ใช่คนแต่งหนังสือ หรือเขียนหนังสือ เพราะธรรมะเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก ไม่สามารถนำเอาศัพท์มาเขียนให้ชัดเจนได้ ถ้าเจ้าของกระทู้เป็นนักอ่านเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ คุณจะพบว่า คุณต้องอ่านหนังสือมากกว่า 1 เล่มขึ้นไป เพื่อทำความเข้าใจเรื่องบางเรื่อง ดังนั้นการที่จะสอนไวนยสัตว์ ต้องมีการโต้ตอบทันที และเป็นข้อคิดเฉพาะเหตุการณ์ เฉพาะบุคคล 2. สมัยก่อนอุปกรณ์เครื่องเขียนเนี่ย มันทำยากนะครับ ไม่ใช่เป็นอุตสาหกรรมแบบปัจจุบัน ที่มีการทำกิจการ ถ้าพระพุทธองค์เอาเวลามาแต่งหนังสือ ก็คงไม่ต้องหลับต้องนอนพอดีละครับ เพราะแค่สอนปฏิบัติ พระพุทธองค์ทรงพักผ่อนวันละ 3 ชม.เท่านั้น ลองหาอ่านประวัติได้ครับ kearm@hotmail.com (IP:124.120.18.196,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 19 มิ.ย. 2549 (02:57) ประเด็นสองอ่านไม่ออก อืม ในความคิดข้าพเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นพหูสูตร ดังนั้นเรื่องอ่านไม่ออกคงเป้นไปไม่ได้นะครับ เพราะขนาดสาวกที่เป็นอริยสาวก [พระอรหันต์] 500 รูปตอนสังคายนาพระไตรปิฏกครั้งแรก ยังสามารถเรียบเรียงถ้อยคำได้ และนำคำสั่งสอนใส่ในตระกร้า 3 ใบ ดังนั้นเรื่องอ่านไม่ออก คงเป็นข้อความที่รุนแรงไปนะครับ kearm@hotmail.com (IP:124.120.18.196,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 19 มิ.ย. 2549 (03:14) สาม เรื่องภาษาสันสกฤต การศึกษาศาสนาฯ ควรจะใช้ภาษาของศาสนานั้นๆ เป็นตัวศึกษานะครับ เช่น คุณเรียนเลขคณิต แต่คุณใช้ภาษาฟิสิกส์ คุณจะเรียนรู้เรื่องป่าวครับ แน่นอนอาจทดแทนได้ แต่ไม่ทั้งหมด เรื่องภาษาไม่ใช่ปัญหา ปัญหาว่าคุณมีเวลาศึกษาหรือป่าว พอศึกษาทฤษฏี แล้วคุณก้อต้องศึกษาภาคปฏิบัติ แต่ส่วนใหญ่ที่มันไม่ได้ผลเพราะ ศึกษาแต่ตำรา ปฏิบัติล้มเหลว ปัญหานี้ไม่ใช่เป็นปัญหาเรื่องศาสนาอย่างเดียว เป็นปัญหาสากลเลยละครับ kearm@hotmail.com (IP:124.120.18.196,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 19 มิ.ย. 2549 (03:28) >คำเตือนใจ >ความหมายของพระรัตนตรัย - >พุทธัง สระนัง คฉามิ ขอจำใส่ใจ จะอยู่ใน ความรู้ >ธัมมัง สระนัง คฉามิ ขอจำใส่ใจ จะอยู่ใน ความจริง >สังฆัง สระนัง คฉามิ ขอจำใส่ใจ จะอยู่ใน สังคม >นั่นคือ ขอจำใส่ใจ จะอยู่ใน สังคมที่ตั้งอยู่บนความรู้ แท้จริง. เรื่องนี้ขอค้านนะครับ พุทธ -> หมายถึง ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาก ไม่ใช่ความรู้นะครับเพราะความรู้ยังไม่ใช่ปัญญา พุทธัง -> โบราณเขาหมายถึง พระพุทธองค์ โดยต้นตอมาจากรากศัพท์ว่าพุทธ แต่เมื่อเอามาสมานกับ สะระนัง ต้องเปลี่ยนเป็นพหูพจน์ จึงกลายเป็นพุทธัง ครับ ธัมมัง -> มาจากธรรมะ ครับ ไม่ใช่ความจริงนะครับ ถ้าเป็นความจริง ศาสนาพุทธใช้คำว่า สัจจะ แต่หมายถึง สิ่งทั้งหลายที่เกิดขึ้นมา [ไม่ใช่ธรรมชาติป่าไม้นะครับ] ในโลก ทุกอย่างแม้แต่สิ่งที่มองเห้น หรือมองไม่เห็นก็ตาม สังฆัง -> มาจากไหนคงไม่อธิบายแล้วนะครับ คุณสร อาจหวังดีนะครับ แต่หากเราแปลความตามรากศัพท์ที่มาตามหลักของภาษา เราจะเห็นว่ามันไม่ใช่นะครับ ต้องรู้รากศัพท์ที่มาก่อนนะครับ kearm@hotmail.com (IP:124.120.18.196,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 19 มิ.ย. 2549 (03:32) สะระนัง -> การนอบน้อมการน้อมเข้าเป็นที่ตั้ง หรือประทับ เราไม่เขียนว่า สระนัง เพราะคำพระ ถ้าไม่ใช่คำเดียวกัน ต้องเขียนว่า สะระนัง [อย่าเพิ่งเชื่อนะครับ ดูต้นฉบับบาลี] คัจฉามิ -> กระผมจำไม่ได้นะครับ kearm@hotmail.com (IP:124.120.18.196,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 19 มิ.ย. 2549 (03:42) คุณ SR จำเท่าที่คุณนำไปใช้ได้ก็พอ ส่วนที่ไม่ได้ใช้ก้ไม่ต้องไปจำ เพราะพระพุทธองค์ไม่ได้สอนสาวกทีเดียว 84,000 พรธรรมขันต์ เคยฟังเรื่องเล่าไหมครับว่า ทำไมคนรู้ธรรมน้อย ถึงปฏิบัติได้ดีกว่า คนรู้ธรรมะเยอะ เพราะเขาจำในสิ่งที่เขาต้องทำ แต่เขาก็ทำอย่างเดียวตลอดเวลา อ่านประวัติพระสาวก[จำชื่อไม่ได้ครับ] ที่พระพุทธองค์ประทานผ้าขาวให้มาลูบ เพื่อพิจารณา ก่อนที่จะไปฆ่าตัวตายเพราะ พระผู้ที่เป็นพี่ชายด่าทอว่า เป็นผู้ยากต่อการสอน หรืออบรม kearm@hotmail.com (IP:124.120.18.196,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 19 มิ.ย. 2549 (05:50) Dear Khun kearm (เกียม? เขียม? เคียม? ...) Your thoughts and postings are constructive (as #54). You have thought about Buddhism. You have taken steps to listen, to read and to learn - the teachings - passed down to us; in languages that the Buddha never spoke nor wrote, but by many interpreters and views. Many of us claim to be Buddhists, while living in contrary to the Buddha's teaching. We kill, we lie, we force sexual desire, we steal and profiteer, we drink, smoke, take drugs... Have we ever asked if we have got the Buddha's teaching so wrong? Or why? When we say 'I accept the Five Sila' - most of us lie. Most of us pay no attention to the Sila! Is it because 'we do not understand the "messages" in Pali'? Why do our Buddhist monks (or Dhamma agents) fail to explain the Buddha's messages? Why as Buddhists, most of us never try to study the teaching nor the Canons'? I am learning and asking. I thank you for your efforts and comments. I think, your comments remind us - of being a Buddhist not in lie but in truth. I think we need to unshackle from lies and guilts, so we can be "honest, proud and free". I wish you all the joy of Dhamma and Enlightenment. SR (IP:144.134.69.114,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 26 มิ.ย. 2549 (05:19) พบพระไตรปิฎก ร.5 พิมพ์อักษรสยามโรมันชุดแรกของโลก http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000082059 นักวิชาการจุฬาฯ พบ พระไตรปิฎกฉบับจุลจอมเกล้าบรมธรรมิกมหาราช พ.ศ.2436 (รศ.112) รัชกาลที่ 5 พิมพ์ภาษาบาลี อักษรสยาม เทียบเสียงเป็นอักษรโรมัน พิมพ์ชุดแรกของโลก พระราชทานแก่สถาบันสำคัญในต่างประเทศกว่า 260 แห่งทั่วโลก ถือเป็นชุดหายาก มีคุณค่าสูง จัดพิมพ์เผยแพร่ความรู้ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี รศ.ดร.สุภาพรรณ ณ บางช้าง (อ.แม่ชีวิมุตติยา) ประธานหอพระไตรปิฎกนานาชาติ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยพบพระไตรปิฎกฉบับนี้ ว่า ก่อนหน้านี้ หอพระไตรปิฎกฯ ได้ทำการรวบรวมพระไตรปิฎกฉบับต่างๆ ทั้งที่เก่าหายาก เช่น พระไตรปิฎกสุวรรณภูมิ ไทเขิน ล้านนา เชียงตุง และของใหม่ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ถึงรัชกาลที่ 5 ได้มาจากผู้มีจิตศรัทธานำมามอบให้ และค้นคว้าหอสมุดแห่งชาติเพิ่มเติม ที่หอสมุดได้พบพระไตรปิฎกฉบับจุลจอมเกล้าบรมธรรมิกมหาราช พ.ศ.2436 (รศ.112) รัชกาลที่ 5 จึงขออนุญาตทางหอสมุดถ่ายสำเนานำมาจัดพิมพ์ไว้ในหอพระไตรปิฎกฯ ดร.สุภาพรรณ กล่าวอีกว่า เมื่อทำการศึกษาพบว่าเป็นพระไตรปิฎกชุดหายากมีคุณค่าสูง พิมพ์ชุดแรกของโลก พิมพ์เป็นภาษาบาลี อักษรสยาม นำไปเทียบเสียงเป็นอักษรโรมัน ให้อัญเชิญพระราชนิพนธ์คาถาสรรเสริญพระรัตนตรัยในรัชกาลที่ 4 แสดงในอักษรโรมันด้วย เพื่อเป็นตัวอย่างการเทียบพยัญชนะและการออกเสียงอักษรไทย-บาลี กับอักษรโรมัน-บาลี เช่น พุท์โธ เป็น Buddho วัน์ทามิ เป็น Vandámî พระราชทานแก่สถาบันสำคัญในต่างประเทศกว่า 260 แห่งทั่วโลก เช่น อเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ สวีเดน ออสเตรเลีย ฯลฯ ในเอเชีย ญี่ปุ่น ศรีลังกา อินเดีย และพระราชทานไปยังวัดต่างๆ 500 วัดทั่วประเทศ เพื่อเฉลิมฉลองครองราชย์ครบรอบ 25 ปีของพระองค์ ดร.สุภาพรรณ กล่าวต่อว่า สาเหตุรัชกาลที่ 5 พิมพ์พระไตรปิฎกฉบับนี้ ทรงเห็นว่า รอบบ้านเราเวลานั้นกำลังตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตกไปหมดแล้ว พระองค์ทรงเห็นบ้านเราคงจะไม่ปลอดภัย จึงได้เชิญพระเถระผู้ใหญ่ เสนาบดี ข้าราชการทุกฝ่ายมาประชุม ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ทำอย่างไรจึงจะช่วยกันปกปักรักษาเอกราชของชาติไว้ให้ได้ พระไตรปิฎกฉบับนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาอธิปไตยของชาติ ได้ประกาศให้นานาชาติรู้ว่าประเทศสยามนับถือพระพุทธศาสนา หอพระไตรปิฎกฯ ร่วมกับศูนย์หนังสือจุฬาฯ จัดทำหนังสือชื่อ นโม ไตรสรณคมน์ โครงการแปลและศึกษาพระไตรปิฎก ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ได้สำเนาอักษรสยาม-โรมัน มาใส่ไว้ และมีพระไตรปิฎกฉบับต่างๆ รวมอยู่ในหนังสือ นำมาเผยแพร่ให้แก่สถาบันการศึกษาและผู้สนใจทั่วไป SR (IP:144.138.31.161,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 26 มิ.ย. 2549 (14:20) ผมว่าสมัยนั้นไม่น่าจะมีตัวอักษรในความหมายของอักษรที่ใช้สื่อสารกันจริง ๆ ใช้นะ ... เพราะถ้ามี ... ระดับเจ้าชายสิทธัตถะหรือจะไม่ได้ร่ำเรียน /// เพราะแม้แต่การสังคยานาพระธรรมวินัยครั้งแรกภายหลังปรินิพพาน ... ก็ยังคงอาศัยการท่องจำกันต่อ ๆ มา ... นายกฎมรรค (IP:61.19.51.104,127.0.0.1,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 27 มิ.ย. 2549 (20:08) ขอบอก ใครว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้เรียนหนังสือท่านเรียนตอนเป้นเด็กกับสำนักพระครูวิศวามิต และเรียนัมภีไตรเภท จบ 18 ศาสตร์ ที่ตักศิลา 18 ปริญญามาแล้ว และยังทรงศึกษากับอุทกดาบทและอาฬารดาบท จนจบ สมาบัติ 8 พูดง่ายก็คือจบปริญา18 ใบจ้า นวโกวาท นักธรรมชั้ตรีเขาเรียนกันเด็กๆๆก็รู้ที่เรียนและศาสตร์ทุกแขนงก็ศึกษามาหมดแล้ว อยู่ที่ว่าจะสอนเพื่อไร เพราะวิชาเหล่านั้นไม่ได้เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์ แต่กลับมามีแต่ทุกวาชาที่ท่านเรียนในปัจจุบัณท่านว่าเรียนเพื่อนไร ก็เรียนเพื่อแก้งแย้งชิงดี หาผลประโยชน์ เอาเปรียบผู้อื่นกันทั้งนั้นๆๆ ในมหาวิทยาลัยก็สอนแต่การแข่งขันใช่ไหม่คิดดูว่า พุทธเจ้าสอนมนุษย์ออกจากปัญหา แตเราเรียนเพื่อสร้างปัญหา โลภ โกรธ หลง ไงจ้า thanaphan_b@hotmail.com (IP:125.25.57.176,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 28 มิ.ย. 2549 (05:35) Dear thanaphan_b@hotmail.com, May I repeat your insightful posting: ... เพราะวิชาเหล่านั้นไม่ได้เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์ แต่กลับมามีแต่ทุกวาชาที่ท่านเรียนในปัจจุบัณท่านว่าเรียนเพื่อนไร ก็เรียนเพื่อแก้งแย้งชิงดี หาผลประโยชน์ เอาเปรียบผู้อื่นกันทั้งนั้นๆๆ ในมหาวิทยาลัยก็สอนแต่การแข่งขันใช่ไหม่ คิดดูว่า พุทธเจ้าสอนมนุษย์ออกจากปัญหา แตเราเรียนเพื่อสร้างปัญหา โลภ โกรธ หลง ... How true! One "rationality" of today's technologies is this: "to pay least, to gain most, for oneself (Atta)" - unending Dukkha. In contrast the Buddha taught: "the right ways, the balanced ways, for none-self (Anatta)" - Nippana. Wishing you joy and enlightenment, SR (IP:144.138.31.122,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 28 มิ.ย. 2549 (10:42) ขอบอกอย่างหนึ่งนะครับว่า "อย่าเอาความคิดของสมัยนี้ซึ่งมีพื้นฐานทางความคิดของตะวันตก ไปผูกกับความคิดของคนตะวันออกเมื่อ 2630 ปีที่แล้ว" และพระศาสดาของทุก ๆ ศาสนาในโลกไม่มีใครบันทึกหลักธรรมของตนเองเลย ^^ แต่ก็ดีแล้วนะที่ได้คิด ตั้งคำถาม เพราะนี่แหละคือพุทธ ไม่ใช่พระเครื่องกับศาลพระภูมิ -อย่าเชื่อเพราเล่าต่อกันมา -อย่าเชื่อเพราะเห็นว่าเป็นอาจารย์ของเรา -อย่าเชื่อเพราะเขียนไว้ในตำรา สู้ ๆ สู้ตาย กาน (IP:202.41.167.246,,) เป็นไปได้มั้ยว่า การอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ อาจจะทำให้บรรลุธรรมได้ง่ายกว่า สมัยที่เรามีวิชา วิทยาการซับซ้อนต่างๆ ในปัจจุบันนี้ MG (IP:202.12.97.118,10.177.64.18,) หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |