|
มาคุยกันเรื่อง สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า กันดีกว่าครับ
โพสต์เมื่อ:
19:27 วันที่ 16 มี.ค. 2548 ชมแล้ว:
41,813
ตอบแล้ว:
327
อยากทราบข้อมูล ของมันมากเลยครับ เคยดู สารคดี แล้วรู้สึก รักมันมากเลย โตขึ้นอยากศึกษาเรื่องนี้ จัง
[tex]อยากไปพิสูจน์จริงๆ น่าจะลองยิงจรวดขีปนาวุธไปตรงบริเวณนั้นบ้างนะคะ เผื่อว่ามันจะช่วยอะไรได้บ้าง[/tex] ผมว่าอย่าดีกว่านะ ถ้าเปงแบบที่ไอ้นิรนามพูดนะโลกเราเละแน่ๆ ลองคิดดูในอนาคตจู่ๆก็มีขีปนาวุทลงมาใส่ คนจะงงขนาดไหน *_*a เพื่อนไอ้นิรนาม (IP:124.121.154.177) เป็นเรื่องที่ให้ความรู้ที่เกี่ยวกับเมอร์มิวด้าได้ดีมากๆๆ เลย jefjef2001@hotmail.com (IP:125.24.148.255) ถ้ามีพวกรูปภาพด้วยจะดีมากๆ เลยล่ะน่ะ แล้วถ้าเข้าไปแล้วรู้ว่าข้างในมีอะไรแล้วถ่ายภาพแล้วรอดมาได้ก็จะดีกว่านี้อีก จะได้มีคนสนใจมากกว่านี้อีกมาก ไม่อยากให้รุ้จักตัว (IP:125.24.148.255) อยากรู้ว่า ในนั้นมีอะไรกันแร่หว่า เพราะใครเข้าไปก็หายไปหมดเลย อยากรู้เจงๆ ......... (IP:125.24.136.90) เราลองไม่เอาเหล็กไปยังเช่นเรือไม้งะ แล้วก็ร่มไม้ของคนเชียงใหม่งะ เราคิดเล่นๆกับพื่อนงะ อย่าถือสาเลย *-* คนที่ผ่านมา (IP:203.172.245.226) ![]() เขาว่าเป็นเพราะก๊าซฮีเลียมที่ผุดจากใต้ผิวโลกขึ้นมาทำให้ความหนาแน่นของน้ำลดลง และทำให้เรือจม ส่วนเครื่องบินที่ได้ผมกระทบจากฮีเลียมที่เบากว่าอากาศก็จสูญเสียการควบคุมและตกในที่สุดใช่ไหมครับ ![]() ถ้าจะเป็น มนุษย์ต่างดาว ก็มีสิทธิ ที่จะเกิดได้ หรือการภาวะการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ของแม่เหล็กโลก ก็มีสิทธิเกิดได้เหมือนกัน ผมคิดว่าเหตุการประหลาดของบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นผลค้างเคียงของบริเวณที่มีอำนาจของสนามเเม่เหล็กโลกรุนเเรงบางครั้ง บางคราว จากหลักฐานที่พบว่าทุกครั้งที่เกิดเหตุการเช่นนี้ท้องฟ้าจะสดใสเหมาะเเก่การเดินทางเสมอ ดังมีหลักฐานในกองทัพสหรัฐ ที่เกี่ยวกับฝูงบินที่ 19 เเละมาตินมารีนเนอร์ ที่หายสาบสูญไปในปีประมาณ 1550 สตาร์เเอเรียร์ เเละอื่นๆอีกมาก สำหรับผมที่กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่เช่นกัน เเละสิ่งที่สังเกตุได้จากการหายสาบสูญทุกครั้ง คือ จะมีรายงานผู้พบเห็นจานบินก่อนหน้านั้น หรือหลังจากนั้นไม่นานเสมอ เเละเป็นเหตุบังเอิญหรือไม่ที่สามารถรวมเข้ากับคำให้การของกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่เดินทางไปพักผ่อนบริเวณสามหลี่ยมเบอร์มิวด้า เเล้วพบกับเหตุการประหลาดเมื่อเขา เเละเพื่อนอีก 3 คน ได้พบกับบรรยากาศที่สดใส เเปรเปลี่ยนเป็นหมอกควัน เเละพบมนุษย์ต่างดาว 2 คนรูปร่างคล้ายกับกบ เหมือนกำลังสื่อสารกันอยู่จากนั้นอีกประมาณ 10 นาทีต่อมาทุกอย่าก็กลับคืนเป็นอย่าปกติ พวกเขาทั้ง 4 กลับมาหยั่งชายหาดอีกครั้ง พบว่าเวลาของวันนั้นเปลี่ยนเเปลงไปยังอนาคตถึง 22 ชั่วโมง ทั้งที่เขา เเละเพื่อนๆพึ่งออกเดินทางเเค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น พอเกิดเหตุการที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าอีกครั้งพวกเขาจึงต้องยอมไปให้การกับกองทัพสหรัฐ เเละที่น่าเเปลกใจก็คือพวกเขาให้การกับเจ้าหน้าที่ เเละเครื่องจับเท็จที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในสมัยนั้น เครื่องจับเท็จพบว่าพวกเขาทั้ง 4 พูดความจริงทั้งหมด ไม่มีส่วนใดๆขัดเเย้งซึ่งกันเเละกันเลย จากคำให้การดังกล่าวนี้จึงอาจตั้งสมมุติฐานที่น่าเชื่อถือที่สุดได้ว่า บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเป็นบริเวณที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ ลักษณะทางเเรงโน้มถ่วง เเละพลังของสนามเเม่เหล็กไฟฟ้าที่เหมาะเเก่การดำรงชีวิตของมนุษย์จากโลกอื่นที่สุด โดยพวกเขาอาศัยช่องว่าทางมิติที่ 4 ที่เกิดจาการกระตุ้นของอำนาจเเม่เหล็กโลกในการเคลื่อนย้ายทางมิติสู่ดาวของพวกเขา ซึ่งอาจเป็นผลข้างเคียงที่ทำให้เครื่องบิน หรือเรือที่เข้ามาในรัศมีหายไปอย่างไร้ร่องรอย จะขอกล่าวสมมุติฐานของผมอีกข้อนะครับ จากการพูดของ ไอไสตน์ที่พูดว่า เราสามารถก้าวข้ามไปยังอนาคตได้ด้วยความเร็วที่มีความเร็วเกือบเท่าเเสง เช่น นักบินอวกาศบินรอบโลก 1 ชม ด้วยความเร็ว เศษ 2 ส่วน 3 ของเเสงปรากฏว่าเมื่อเสร็จภารกิจเวลาได้ผ่านไปเเล้วถึง 10 ปี เป็นต้น ผมคิดว่าถ้าทฤษฎีของไอไสตน์ถูกต้องเเล้วอาจเป็นเพียงเเค่ ทฤษฎีหนึ่งที่สามารถไปสู่อนาคตเท่านั้นอาจมีอีกหลายวิธีที่สามารถไปยังอนาคต หรืออดีตได้เช่นกัน เช่น การกระตุ้นพลังของสนามเเม่เหล็กโลกทำให้เราสามารถเปลี่ยนเเปลงทางมิติทีละน้อยได้ สุดท้ายนี้จะเชื่อหรือไม้เเล้วเเต่วิจารณยานของตนเองนะครับ ![]() ! ความเห็นเพิ่มเติมที่ 319 11 ก.พ. 2551 (23:06) กาลเวลา มิติที่4 สนามแม่เหล้ก มนุษย์ต่างดาว แอตแลนติส เรื่องลึกลับใต้ทะเล มานอะไรกานแน่ ง.งู2ตัว เอางี้ ใครอยากรู้จิงๆ ไปบินเล่นแถวสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเลย จะได้รู้ว่าเกิดอะไร ถึงจะตาย อย่างน้อนก็พบคำตอบ (ตายแล้วมาเข้าฝันผมนะว่าเป็นยังไง จะทำบุญเป็นขนม ตะวันไปให้) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 320 11 ก.พ. 2551 (23:09) แต่อาจจะมีคำตอบแล้วก็ได้เช่นพวกมะกัน รู้แล้วชอบอุบเงียบ เป็นแบบความลับทางทหาร เปิดเผยไม่ได้ ความลับระดับสุดยอด พวกนี้ปิดความลับต่างๆไว้มาก เช่น มีศพมนุษย์เก็บไว้ ระเบิดนิวตรอน ปืนเลเซอร์ และทุกๆอย่าง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 321 11 ก.พ. 2551 (23:10) ศพมนุษย์ต่างดาวอะ พิมพ์ไม่ครบ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 322 11 ก.พ. 2551 (23:42) พอดีแวะเข้ามาเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ตัวเองเคยบ้ามากๆสมัยอยู่ ม. ต้น...ขอแจมนิดนึงแล้วกันเพราะจำรายละเอียดไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ เมื่อก่อนเคยอ่านเรื่อง ปิรามิด เบอร์มิวด้าและแอตแลนติส...ตอนนั้นคนเขียน(หลายสำนักมากๆเลย) สรุปตรงกันว่า มันคือมนุษย์ต่างดาว น้าน..ไอ้เราก็เอ็กไซด์ตลุยหาใหญ่เลย สรุปว่า (สรุปเองอะนะ) ไอ้แอตแลนติสเนี่ยมันเคยเป็นทวีปมาก่อนแล้วเกิดรบราฆ่าฟันกันเพราะเจริญเกินไป แล้วทวีปก็หายต๋อมลงใต้ทะเลเพราะขีปนาวุธ..วันดีคืนดีก็มีคนเห็น นั่นเอากันเข้าไป...ส่วนไอ้เบอร์มิวด้า...บางคนก็บอกสนามแม่เหล็ก บางคนก็ประตูมิติ ส่วนบางคนว่าไปอีกเรื่องคือ ประมาณว่ามีทวีปหรือเมืองอยู่บริเวณนั้นเสร็จแล้วมันสร้างโดมแก้วครอบไว้..ใต้ทะเลนะจ๊ะที่พูดเนี่ย (เหมือนการ์ตูนเลยนิ) วันดีคืนดีก็ออกมาเอามนุษย์ไปศึกษาซะงั้นเพื่อ..อะไรนะเหรอ ...มันอยากรู้วิวัฒนาการของมนุษย์น่ะ คนเขียนนะ เขียนจนเราเชื้อเชื่อ..เหตุผลร้อยแปดที่ยกมาประกอบ อ้อลามปามไปถึงปิรามิด ที่เค้าอ้างว่า มนุษย์ต่างดาวอีกเหมือนกันที่สร้าง....บอกแม้กระทั่งว่าชนชั้นปกครองในอียิปต์สมัยนั้นเป็นมนุษย์ต่างดาว เขาเอาหลักฐานมาประกอบด้วยนาเป็นรูปแกะสลักหรือรูปวาดนี่แหละหน้าตามันก็เหมือนไม่ใช่คนจริงๆเสียด้วย เราก็เอียงตาม...อู้ยมีสารพัดแม้กระทั่งบรรลังค์ของฟาร์โรห์ที่เค้าบอกว่าให้ดูดีๆจิ มันเหมือนการนั่งยานอวกาศน่ะไม่เหมือนนั่งบรรลังหรอก (รูปที่เค้าให้ดูประมาณว่า นอนเอนๆน่ะ )เราพลิกหนังสือตามไปด้วยก็..เออ จริงวุ้ย สรุป ตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ เจ๊ก็ยังไม่เข้าจึ่ย ว่ามันคืออะไรกันแน่....อ้อ ขอไปค้นหนังสือเก่าๆเอามาให้น่ะ แล้วจะโพสใหม่ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 323 12 ก.พ. 2551 (12:42) ผมคิดว่าเกิดจากอิทธิพลสนามแม่เหล็กครับ ลองสังเกตดีๆว่า สิ่งที่ถูกดูดลงไปนั้น ล้วนมีส่วนประกอบของเหล็ก และในละแวกใกล้เคียงก็จะไม่สามารถใช้อุปกรณ์บางชนิดที่เกี่ยวกับคลื่นได้ เช่น เรดาร์ เพราะถูกอิทธิพลของสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงมากระทำ แต่การที่จะทะลุไปยังมิติของเวลา ยังไม่น่าใช่ครับ การเดินทางข้ามเวลาเป็นเพียงทฤษฎี และถ้าเป็นไปได้จริงสิ่งที่จะสามารถทำให้เดินทางข้ามเวลาได้ น่าจะเป็นรูหนอนในอวกาศมากกว่าครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 324 27 ก.พ. 2551 (21:59) ![]() แต่ผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่โบราณและยังทรงอำนาจอยู่โดยหลงเหลือ ความสำคัญ ความเสถียร และความสามารถที่ยังเหลืออยู่โดยจะเป็นการบอกว่า โลกยุคนี้ยังไม่มีสิทธิ์จะไปก้าวก่ายโลกยุคอื่นรึโลกในระบบอื่น ดังนั้นสามเหลี่ยมนี้ก็เปรียบได้เหมือนกับสิ่งที่คอยย้ำเตือนว่า มนุษย์นับถือสิ่งที่ผิดอยู่ และ สิ่งที่ถูกนั้นก็จะเริ่มการบั่นทองอำนาจของมนุษย์แล้ว คนอื่นอาจจะคิดว่าผมคิดเองไปมั่วไร้สาระ แต่สิ่งที่มนุษย์ไม่ยอมรับมนุษย์ก็จะหาข้อแก้ไข้ว่านั่นไม่จริง แต่ถ้าแก้ไม่ได้ มนุษย์ก็จะไม่เชื่อแต่คราวนี้จะไม่มีเหตุผลในการไม่เชื่อ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงไม่ไปศึกษาเลยถ้าศึกษาก็ส่วนน้อย เพราะถ้านั่นไม่สามารถอธิบายเป็นวิทยาศาสตร์ได ้นักวิทยาศาสตร์ก็จะไร้ความหมาย นี่จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์ไม่ยอมไปศึกษา เพราะจะไม่มีใครเชื่อถือ แล้วก็จะไม่มีชื่อเสียงอีกต่อไป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 325 4 มี.ค. 2551 (14:39) พระพุทธเจ้าได้เคยตรัสไว้ในคัมภีร์กลามสูตรว่า อย่าพึ่งเชื่อจนกว่าจะได้พิสูจน์ แม้กระทั่งคําพูดของพระองค์เอง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 326 18 เม.ย. 2551 (14:29) จากที่ทุกคนอาจพอจะทราบว่า การที่ส่งยานอวกาศไปนอกโลกนั้น ต้องทำการ วนรอบดลกด้วยความเร้วที่เหมาะสมก่อนในวีถีโคจรที่ถูกต้อง ถ้าเร่งความเร็วจะหลุดออกไปในมิติอื่นรึหาไม่พบอีกแสดงว่ามันเป็นไปได้ที่เราจะหายไปที่มิติอื่นด้วยความเร็วอย่างที่ทถษดีขอไอสไตตามหลักการเเล้วก้อาจเป็นได้ ที่เบอรืมิวด้านั้นอาจเป็นพื่นที่ ที่มีภูมิศาตาร์เหมาะสมทางด้านต่าง ๆ ตามความคิดผมผมคิด่ามนุษยต่างดาวนั้นมีจิงเเน่อน มนุษยเรายังเกิดขึ้นมาได้เเล้วดาวอื่นที่มีลักษณะสภาพเหมาะสมเช้าโลกก้อาจมีอยู่ไม่น้อย มันอาจเป็นทางที่เชื่อต่อกับกับโลกในอีกมิติจิง ๆ ก้เป็นได้ เรื่องที่เกิดขึ้นมาจะเป็นเรื่องบังเอิญคงไม่ใช่แน่นอน อาจเป้นได้ว่าเป็นทางเชื่อมต่อของโลกเรากับมิติอื่นก้เป็นได้เมื่อมี การเข้าออกอาจนำพาสิ่งของบนโลกเราไปด้วยแต่ก้น่าแปลกใจที่ว่าถ้ามีสิ่งที่มีชิวิตทำทางเข้าออกนี้ ก้น่าจะนึกได้ว่าคงเป้นเรื่องที่ไม่ทรรมดาเเน่นอน เป็นการทำที่อาจจะดูเปิดเผยไปหน่อย ผมว่า ความเห็นเพิ่มเติมที่ 327 9 ก.ค. 2551 (21:14) ![]() เครื่องบินที่หายไปเหนือพื้นทะเลแห่งนี้ส่วนมากก่อนที่จะหายการติดต่อกับฐานปฏิบัติการณ์ หรือสถานีปลายทาง เป็นไปอย่างปกติ และสภาพของบรรยากาศ และทัศนะวิสัย ก็สงบและ แจ่มใสดี ไม่มีวี่แววของพายุร้ายใด ๆ แต่แล้ว เมื่อถึงบทจะหายเครื่องบินเหล่านั้นก็จะหายไป อย่างฉับพลันโดยไม่มีร่องรอย ซึ่งนักบินก็ไม่มีโอกาสที่จะแจ้งข่าวทาง วิทยุให้หน่วยควบคุม การบินทราบได้ แต่ ก็มีเป็นจำนวนมากเหมือนกัน ก่อนที่เครื่องบินจะหายสาบสูญ นักบิน มีเวลา พอที่จะแจ้งข่าวผิดปกติ มายังฐานปฏิบัติการได้ ซึ่งทุกรายต่างก็แจ้งตรงกันทั้งหมดว่า ไม่สามารถควบคุมกลไกต่าง ๆ ให้ดำเนินไปตามปกติได้ เข็มทิศประจำเครื่องจะหมุน ปั่น จะไม่สามารถบอกทิศทางได้ ท้องฟ้าจะกลายเป็นสีเหลือง และมองดูคล้ายหมอกหนาทีบ ทั้ง ๆ ที่เป็นวันที่บรรยากาศแจ่มใส และแดดส่องจ้ามาก่อน และท้องทะเลซึ่งเงียบสงบ กลับปั่นป่วน ขึ้นมาโดยไม่อาจจะทราบสาเหตุได้ อุบัติการณ์ ลึกลับที่ไม่อาจให้คำอธิบายได้ เกี่ยวกับการสาบสูญของเรือเดินสมุทร และ เครื่องบินเป็นจำนวนมาก ในดินแดนแห่งสามเหลี่ยมเบอร์มิวดายังคงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้ขาด จนกระทั่งในปัจจุบัน ทุกครั้งที่ได้รับรายงานการ สูญหาย หน่วยยามฝั่งที่ เจ็ด ของกองทัพเรือสหรัฐ จะทำการค้นหาร่องรอยอย่างละเอียดละออ แต่ก็ประสบความ ล้มเหลว ที่จะพบพยานหลักฐาน ซึ่งจะนำไปสู่การไขปัญหาลึกลับนี้ได้ทุกครั้ง และในที่สุด กองทัพเรือสหรัฐ ก็ได้เก็บเรื่องเหล่านี ้ไว้เป็นความลับ ไม่ยอมเปิดเผยหรือให้คำวิจารณ์ใด ๆ แก่ประชาชน ที่อยากรู้อยากเห็นว่า อุบัติการณ์ ลึกลับเหล่านั้น เกี่ยวข้องกับความอาถรรพ์ของดินแดนแห่งสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาหรือไม่ แต่ทั้ง ๆ ที่กองทัพเรือสหรัฐพยายามจะปกปิด เรื่อราวเหล่านี้ไว้ ประชาชนทั่วไปก็เริ่มรู้ระแคะระคาย ต่าง ๆ และเชื่อว่า จะต้องมี แรงอาถรรพ์ หรือพลังอำนาจอันลึกลับ อย่างหนึ่งอย่างใด ภายในบริเวณ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาอย่างแน่นอน และยิ่งปรากฏว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีข่าวรายงานว่า มี นักบิน และนักเดินเรือบางคนได้รอดชีวิตมาจากปรากฏการณ์สยองขวัญ ในดินแดนของ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา จึงทำให้ เกิดการฮือ ฮากันใหญ่ในขณะนี้ แต่อย่างไรก็ดี จวบจน กระทั่งบัดนี้หาได้มีผู้ใด ที่สามารถให้คำอธิบายแจ่มชัด เกี่ยวแก่ความลึกลับและ ความอาถรรพ์ของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาได้ไม่ และการสาบสูญ ก็ยังคงปรากฏอยู่ต่อไป โดยไม่มีทางป้องกันหรือขัดขวางได้ มีผู้ให้ความคิดเห็นและคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป บ้างก ็ว่าเนื่องมา จากความปั่นป่วน ของท้องน้ำ ที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด จากแผ่นดินไหว ใต้มหาสมุทร หรือเกิดจากอุกาบาตเป็นจำนวนมากในบริเวณนั้น ได้พุงเข้าชนเครื่องบิน และทำให้เกิดระเบิดขึ้นมา รังควานเป็นครั้งเป็นคราว สำหรับนักวิทยาศาสตร์ ให้คำอธิบาย ที่อาจ เป็นไปได้ว่า เครื่องบินและเรือเหล่านั้น ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปยังอีกมิติหนึ่ง ด้วย การกระทำของสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาสูง เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง อีก ทฤษฏีหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์ได้ให้เหตุผลว่า เครื่องบินอาจพุ่งดิ่งลงสู่ทะเล เพราะแรงดึงดูด ของ สนามแม่เหล็ก ไฟฟ้าหรือแรงโน้มถ่วงของโลก ที่เกิดจากฝีมือการกระทำของสิ่งมีชีวิต ที่มีปัญญาสูง เมื่อเครืองบิน นั้นร่อนลงสู่พื้นน้ำนักบินและลูกเรือก็จะถูกจับตัวโดย มนุษย์จากจานบิน (UFO) ที่ถูกควบคุมโดยมนุษย์อีกพวกหนึ่ง ที่ไม่คุ้นเคยกับชาวโลก ซึ่งอาจจะเป็นมนุษย์ที่เหลือรอดมีชีวิต สืบต่อกันมาจากสงครามนิวเคลียร์มหาประลัย ที่เกิดขึ้น ในกาลก่อน หรือเป็นมนุษย์จากอวกาศนอกโลก หรือมนุษย์ในอนาคต ที่ต้องการ รวบรวมตัวอย่างการดำรงชีวิตของ ชาวโลก เพื่อการศึกษาค้นคว้า หรือป้องกันภัย ที่จะเกิด จากอาวุธนิวเคลียร์ ในอนาคตอย่างใดอย่างหนึ่ง มีอยู่หลายกรณีเกี่ยวกับการสืบสวนความลึกลับของเรื่องนี้ ที่เจ้าหน้าที่มุ่งตรงใน ประเด็นซึ่งเกี่ยวกับท้องทะเล โดยเฉพาะเพราะแม้ว่า เราจะอยู่ในสมัยที่กำลังก้าวเข้าสู่ อวกาศก็ตาม แต่ความลึกลับของท้องทะเล ยังคงเป็นสิ่งมืดมน สำหรับพวกชาวโลกอยู่ ก่อน อื่นเราจะต้องรับความจริงที่ว่า 3 ใน 5 ส่วนของพื้นใต้มหาสมุทร เรายังรู้จักกันน้อยกว่า ปล่องภูเขาไฟในดวงจันทร์ หรือพื้นราบบนดาวอังคารเสียอีก เรามีแต่แผนที่ทางทะเล ที่เขียนขึ้นอย่างหยาบ ๆ จากการ สำรวจโดยใช้เสียงสะท้อนของโซน่า ใช้เครื่องดำน้ำลึก หรือเรือดำน้ำที่มีเขตจำกัดสำรวจได้เฉพาะพื้นน้ำที่ไม่ลึกนัก เท่านั้น และความประสงค์ ส่วนใหญ่ จะมุ่งเฉพาะการค้นหาแหล่งน้ำมัน และทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้นเอง เรายัง ไม่อาจจะทราบได้ว่า ในส่วนก้นบึ้งที่ลึกที่สุด มีอะไรที่จะสร้างความประหลาดใจ อย่างใหญ่หลวงให้แก่พวกเราบ้าง พื้นทะเลลึกและหุบเหวใต้ท้องทะเล อาจจะเป็นที่อาศัย ของสิ่งมีชีวิตที่มีมันสมองและฉลาดเกินกว่าเราจะคาดคิด ก็เป็นได้ ความลึกลับมหัศจรรย์ ใต้ท้องทะเล หาได้หยุดยั้งเพียงเท่าที่กล่าวมาแล้วไม่ นิยายปรัมปรา เล่าลือสืบต่อเนื่องกันมา เกี่ยวกับพิภพ และสัตว์ประหลาดใต้ท้องทะเล โดย ไม่มีวันจบสิ้น และยิ่งการค้นพบหลักฐานซากเมืองโบราณ ใต้พื้นน้ำ ลึกเป็นพัน ๆ ฟุต ในหลายส่วนของพื้นมหาสมุทรทั่วโลก ยิ่งทำให้เรื่องพิลึกกึกกือได้รับความสนใจจาก ความอยากรู้ อยากเห็นของชาวโลกยิ่งขึ้น เราเคยทราบวัฒนธรรม และความรุ่งโรจน์ ของ ชาวเมืองแอตแลนติส โบราณจากบันทึกของ มหาปราชญ์เพลโตเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว ปัจจุบันนักโบราณคดีและนักภูมิศาสตร์ ต่างเชื่อมั่นว่าอาณาจักรแอตแลนติก อันเคยรุ่งเรือง ด้วยอารยธรรมมาก่อนนั้นมีจริง ขณะนี้เมืองทั้งเมืองได้จมหายอยู่ใต้พื้นมหาสมุทร แอตแลนติคที่ใดที่หนึ่ง อีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจให้แก่โคลัมบัสเมื่อห้าร้อยปีก่อน คือส่วนหนึ่งของ กระแสน้ำอุ่น กัลฟ์ตรีม ที่เรียกกันว่าสายน้ำขาว พื้นน้ำบริเวณนี้จะมองเห็นสุกใส ด้วย แสงเรืองเป็นทางยาว ระยะทางเป็นไมล์ ๆ ใกล้ ๆ กับ บาฮามัส ซึ่งในปัจจุบันแสงเรือง บนพื้นน้ำเหล่านี้ก็ยังคงปรากฏอยู่การตรวจสอบของนักวิทยาศาสตร์ ก็ยังไม่ทราบแน่ชัด ว่าเกิดการเรืองแสงของจุลินทรีย์ในน้ำที่ถูกฝูงปลารบกวนหรือเป็นแสงเรืองที่เกิดจาก กัมมันตภาพรังสี หรืออาจเป็น การเคลื่อนไหวของสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาใต้ท้องทะเลกันแน่ และยิ่งกว่านั้น มีเหตุผลพอจะทำให้เชื่อได้ว่า พื้นที่ใต้มหาสมุทรแถวนั้นอาจเป็นที่ตั้งฐาน ใต้น้ำ ของชาวนอกโลก ที่มาศึกษาชีวิตความเป็นไปในโลกของเราก็ได้ และแสงเรือง ที่เกิดขึ้น อาจเป็นสัญญาณให้ยานอวกาศของพวกเขาทราบตำแหน่งที่ตั้งและมองเห็นได้ ชัดเจน ก่อนที่ยานอวกาศจะเข้าสู่บรรยากาศโลก เหตุผลต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ท่านอย่าเพิ่ง เชื่อปักใจ ไปกับอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะตราบใดที่เรายังไม่อาจพิสูจน์ได้แน่ชัด ปรากฏการณ์ประหลากชองสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาก็ยังเป็นเรื่องลึกลับ ที่มืดมนสำหรับเราอยู่ หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |