คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ลูกก็อฟ ทำไมผิวมันต้องเป็น รูบุ๋มๆ ด้วย
โพสต์เมื่อ: 00:32 วันที่ 21 มี.ค. 2548         ชมแล้ว: 4,644 ตอบแล้ว: 44


ลูกก็อฟ ทำไมผิวมันต้องเป็น รูบุ๋มๆ ด้วย
มันช่วยอะไรหรือเปล่า เอาไปใช้ในเรื่องอื่นๆ ได้หรือไม่

แล้วข้างในมันเป็นอะไร ทำอย่างไร ใครเคยแกะเล่นบ้าง





โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 31 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 22 มี.ค. 2548 (03:15)
โอ๊ ผมต้องหา ดิก มานั่งแปลแล้วครับ
ขอบคุณมากคับ
Manny (IP:61.91.255.111,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 22 มี.ค. 2548 (17:19)

ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ สละเวลาช่วยชี้แจง แถลงไขให้ทราบถึงเหตุผลคิดว่าพอเข้าใจเหตุผล และหลักการ ที่ใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ อธิบายได้

อยากให้น้องๆที่สนใจจะศึกษาทางสาย วิทยาศาสตร์ หรือ แม้สายอื่นๆอยากให้ใช้ความสังเกต อย่างสม่ำ เสมอ ในสิ่งที่เห็น รอบๆกาย หรือทุกสิ่งที่เห็นหรือจับต้อง แล้วใส่คำถามลงไป ว่ามันคืออะไร เขาทำไว้ทำไม ทำไมเขาต้องทำ ไม่ทำหรือทำอย่างอื่นได้ไหม เช่นอย่างแค่ จุดบุ๋มๆ บนไอ้ลูกคนมีสตางค์ตีนะ หากตอบแบบไม่ใช้ความคิดก็คงได้แค่ เขาทำให้ไม่เหมือนลูกปิงปองมัง เดี๋ยวหยิบผิด

แม้แต่ ดินสอหรือปากกาสักแท่งหากมา พิจารณา หาคำตอบ ใส่คำถามที่มีทำไม เข้าไป สักสอง สามตัว แล้วใช้วิทยาศาสตร์เข้าไป อธิบาย กว่าจะตอบได้หมด ก็คางเหลืองแล้ว

อ้าว แล้วปิงปองทำไม่ ไม่ทำผิวเป็นรูๆ บ้างละ
โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 22 มี.ค. 2548 (18:36)
ผมขอตั้งข้อสังเกตเรื่องลูกปิงปองดังนี้ครับ
1. ผลิตยาก
2. รูบุ๋มช่วยยกลูกกอล์ฟด้วยการ backspin แต่ในปิงปองไม่ได้มีแค่ backspin เพียงอย่างเดียว

ลองสังเกตดูกีฬาที่ต้องตีโต้กัน เช่นเทนนิส ปิงปอง ลูกจะเด้งได้ดี น้ำหนักเบา
ส่วนแบตมินตันนั้น จะมีหางคอยบังคับทิศทาง
บาสเก็ตบอล จะมีปุ่มๆ คาดว่าช่วยเรื่องการจับลูก ไม่ให้ลื่นหลุดมือ
ฟุตบอล ลูกจะนิ่มเบา เหมาะแก่การเตะ รับแรงกระแทกได้มาก
ตระก้อ เบาเหมาะแก่การใช้ทุกส่วนเล่น

การเล่นกีฬาให้ได้ดีนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์อย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับทักษะผู้เล่นด้วยครับ
เนยสด เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1970 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 0 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 22 มี.ค. 2548 (19:44)
ผมก็นึกว่าคุณโก๋แก่เขียนคำว่า ก็อฟ แค่คนเดียว แต่คุณจ้อก็เขียนด้วย
ไม่ใช่ว่าจะขอให้เปลี่ยนชื่อกระทู้นะครับ แต่ดูแล้ว ก็ทำให้นึกถึงหนังสือเก่าๆ เล่มนึง
ชื่อหนังสือ ถ้าจำไม่ผิด "ก็อฟกูเอง" ประมาณนี้ครับ ส่วนผู้แต่งจำไม่ได้แล้วครับ
เป็นหนังสือที่แต่งมาในยุคแรกๆ ที่มีการเล่นกีฬากอล์ฟในไทย
ใครเคยอ่านบ้างครับ?
เนยสด เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1970 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 0 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 22 มี.ค. 2548 (22:00)

เอาน่า มันไม่ใช่ลูกพ่อเราทำขึ้น มาถูกผิดบ้างก็ช่างมันเถอะ
ขอให้เขียนแล้ว เข้าใจเป็นลูกเดียวกัน ก็พออย่าให้มัน กรายเป็นลูกติดพ่อเป็นใช้ได้ น่า



โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 22 มี.ค. 2548 (23:08)
The name of the book is "Golf My Way" or "Golf Tu Eng" not "Golf Gu Eng" but the same meaning in Thai.
ML. Senee Pramoj wrote that book.
The name "Golf My Way" is used by many famous golfers and "Golf Tu Eng" is one of them.
Its me (IP:67.52.15.228,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 22 มี.ค. 2548 (23:21)
ขอบคุณครับ
เนยสด เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1970 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 0 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 25 มี.ค. 2548 (11:04)
เจ้าบุ๋ม ๆ ของลูกกอล์ฟ ที่ช่วยให้เคลื่อนที่ได้ไกลขึ้น ตามที่หลายท่านอธิบาย ผมขอเพิ่มสักนิด

1 เจ้าบุ๋ม ๆ ของลูกกอล์ฟ เพิ่มแรงเสียดทานเวลาไม้ตีกระทบลูก ทำให้ spin ได้ดีขึ้น ตัวอย่างประกอบคือไม้ตีปิงปองจะมีหน้ายาง ทำให้ลูกปิงปอง spin ดีขึ้น สมัยก่อนไม้ตีปิงปองเป็นไม้แบนไม่มียาง ตีกันตรงไปตรงมา เมื่อมีการเปลี่ยนกฎให้ใช้ไม้หน้ายาง คราวนี้หมุนติ้ว คนที่ถนัดคือจีนกับญี่ปุ่น

2 เจ้าบุ๋ม ๆ ของลูกกอล์ฟ จะกักอากาศเล็ก ๆ ไว้ เหมือนตัวหล่อลื่นปลาโลมา ที่คุณจ้อว่าไว้ ลดการเกิด turbulance หรือความปั่นป่วน vortices ของกระแสอากาศด้านหลัง ลูกกอล์ฟจะแหวกอากาศดีขึ้น

ความจริงด้วยเหตุผลแรก ลูกกอล์ฟมี back spin เพิ่มขึ้นมันก็วิ่งในอากาศได้ไกลขึ้นอยู่แล้ว แรงแบร์นูลีมีทิศยกขึ้น คนออกแบบเจ้าบุ๋ม ๆ คงหวังให้เพิ่มแรงเสียดทานเท่านั้น ข้อ 2 น่าจะเป็นผลพลอยได้
ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 5 ก.ค. 2548 (11:33)
love
aksorn.com (IP:203.113.67.37,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 26 ก.ย. 2548 (08:39)
ชอบดูกอล์ฟแต่เล่นไม่เป็นแต่อยากเล่นเหมือนไทเกอร์วูลจะได้ไปแข่งขันมั่ง
โมเมน่า (IP:203.113.80.144,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 27 ก.ย. 2548 (08:42)
ลูกกอล์ฟในค.# 1 และ # 3 เป็นแบบ 2 ชั้นคือมีเปลือกกับแกนใน ยังมีอีกแบบคือ 3 ชั้น เปลือก แกนรอง และแกนในสุด ที่ไม่เกาะแน่นกับแกนรอง เป็นแบบที่ผู้ผลิตอ้างว่า spin ได้มากกว่าปกติ

เรามาดูว่าเป็นไปได้ตามหลักฟิสิกส์ไหม นำไข่ไก่ (หรือไข่เป็ด) 2 ฟอง ฟองหนึ่งต้มสุก อีกฟองดิบ ใช้มือปั่นให้หมุนทั้ง 2 ฟอง เอามือแตะให้ไข่ทั้งสองหยุดชั่วขณะ เมื่อยกมือขึ้นไข่สุกจะหยุด แต่ไข่ดิบจะยังหมุนต่อ

อธิบายว่าผิวนอกหยุดแล้ว แต่เนื้อไข่เหลวข้างในยังหมุนอยู่ เมื่อปล่อยมือที่แตะ ไข่ดิบจึงหมุนต่อไปได้

ลูกกอล์ฟแบบ 3 ชั้นจะคล้ายกับไข่ดิบ ที่น่าจะมี spin ได้นานกว่าแบบธรรมดา
ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 28 พ.ค. 2549 (20:34)
เราว่ามีอีกอย่างนะ ที่เป็น หลุมๆเพราะเวลาลูกตกหลุมจาได้ หยิบขึ้นมาง่ายๆ ถ้ากลมๆ มันก็ลื่นอ่ะดิ
ริสา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 63 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 29 พ.ค. 2549 (18:30)
ถ้าดูจากเหตุผลที่คุณๆบอกมาทำไมเค้าไม่ทำอย่างอื่นให้มีรุปร่างคล้ายๆๆกันล่ะคับอย่างจรวดนำอะไรประมาณนี้
ไอสไตน์ (IP:203.188.27.32,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 13 มิ.ย. 2549 (15:11)
ทำไมลูกกอล์ฟถึงบุ๋ม?
เขาสร้างขึ้นมาเพื่อลดแรงต้านชองอากาศ
ถ้าทำมาเป็นแบบลูกกลมๆก็จะทำให้ควมคุมทิศทางลำบาก
doctor/jakky.com (IP:203.172.147.198,192.168.212.204,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 1 พ.ย. 2549 (17:10)
อยากยู้เรื่องกฎการเล่นตาก้อ19ข้อ...(ป๋มเรียนอยู่ม.1น๊า)..ใครมีช่วยส่งมาทางอีเเมวของป๋มหรือจาอารัยก้อได้..เอาให้มันได้ข้อมูลม่ะเกินวันที่...1 ธ.ค. 2549..ด่วนจำนวนมีจำกัด..เห้ยยย~~
kritsdakorn@hotmail.com (IP:203.107.198.50,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 14 ธ.ค. 2549 (16:38)
แล้วทำไมลูกบาสต้องมีรอยปูดๆเล็กๆด้วยค่ะ
bee_ultraman-bare@hotmail.com (IP:58.8.191.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 15 ธ.ค. 2549 (19:07)
จำไม่ได้อ่ะคับ

รู้แต่ว่ามันทำให้ลูกกอล์ฟพุ่งได้เร็วขึ้น
เดะน้อยมัดทะยม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 22 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 16 ธ.ค. 2549 (00:24)
372
ผมว่านะครับการใช้ boundary layer theorem อธิบายว่าทำไมลูกกอล์ฟถึงควรมีรูบุ๋มนั้นน่าจะดีฟังดูดีสุดแล้วครับ แต่ทฤษฎีที่ว่า "เขาทำให้ไม่เหมือนลูกปิงปองมัง เดี๋ยวหยิบผิด" ฟังๆดูก็ make sense ดีเหมือนกันนะครับ อิๆๆ ขอเพิ่มเติมนิดนึงครับเค้าว่ากันว่ารูปร่างของรูบุ๋มบนลูกกอล์ฟนั้นก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่มีผลต่อแรงต้านของอากาศเหมือนกันนะครับ (จาก CFD และจากการทดลอง)และรูปร่างที่ทำให้แรงต้านของอากาศน้อยสุดต่อลูกกอล์ฟน่าจะเป็นรูปหกเหลี่ยมครับ (คล้ายๆที่มีอยู่บนลูกบอลนั่นแล) ซึ่งลดได้มากกว่าวงกลมหรือรูปร่างอื่นๆ
นายเส้นขนาน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 27 มิ.ย. 2550 (17:38)
จำไม่ได้งะ งิงิ
libby007as@bby.com (IP:125.26.147.75)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 29 มิ.ย. 2550 (08:09)
ตอบ #28

ลูกบาสเกตบอล มีตุ่มเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มความฝืดระหว่างมือกับลูกบอล สำหรับแรงทาง aerodymamic มีผลต่อลูกบาสน้อยมาก เพราะว่าลูกบาสหนัก และเล่นระยะไม่ไกลมาก แนวการเคลื่อนที่จึงพอถือได้ว่าเป็น projectile ขณะที่ลูกฟุตบอล มี spin มาก และเบา จึงมีแรง aerodynamic มาก สามารถเตะไซด์โค้งได้ดังใจผู้เล่น

ตอบ #25

ลูกกลมจะแหวกอากาศอย่างอิสระได้ดีที่สุด ลูกปืนสมัยโบราณ กลมล้วน ๆ จนกระทั่งมีการคว้านเกลียวลำกล้อง ทำให้ลูกปืนรูปร่างทรงกระบอกมี rotation เกิด angular momentum ทำให้ส่วนหัววิ่งนำหน้าส่วนท้ายจนถึงเป้าหมาย รูปร่างลูกปืนจึงเปลี่ยนจากลูกกลมเป็นรูปทรงกระบอกหัวแหลม ทั้งปืนพก ปืนกล ปืนใหญ่

สำหรับปืนลูกซองที่ไม่มีเกลีบวลำกล้อง ลูกปืนยังเป็นลูกกลม ทั้งกลมเดี่ยว กลม 9 นัด จ้ะ
ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.