|
แกงโฮ๊ะ ;-)
โพสต์เมื่อ:
10:09 วันที่ 22 มี.ค. 2548 ชมแล้ว:
8,291
ตอบแล้ว:
84
แกงโฮ๊ะ เป็นอาหารที่รวมอาหารเหลือ ของเก่า หลายอย่าง เข้าเป็นอาหารจานหนึ่ง ใช้ต่อชีวิตไปอีกมื้อหนึ่ง ฉะนั้น แกงโฮ๊ะ หลากหลาย ไม่มีส่วนประกอบแน่นอน ไม่มีวิธีการทำแน่นอน และไม่มีสีสัน รูปร่าง ลักษณะจำเพาะแน่นอน การทำแกงโฮ๊ะ ให้มีรสชาด ถูกใจ จึงเป็น ความสามารถทางนวัตกรรม แสดงความรู้ ความคิดสร้างสรร และ การตัดสินใจ ลงมือทำ ในเวลาสั้นๆ.
การทำ แกงโฮ๊ะ เป็นความสามารถ ที่เห็นได้จากที่อื่นๆนอกจากในครัว เช่น การดัดแปลง สร้างเครื่องมือ เครื่องใช้ จาก วัสดุ เก่า เหลือใช้ การสร้างทฏษฎี จาก ข้อมูลเก่า เหลือใช้จากการวิจัย(ใหม่) และ การสังเคราะห์ ใช้ ความรู้และประสบการณ์ของคน. ความรู้เรื่อง แกงโฮ๊ะ เป็นแนวความรู้หลากหลาย (complexity approach) การทำ แกงโฮ๊ะ เป็นการผสมผสาน (blending) เพื่อ สนองความต้องการเฉพาะหน้า อย่างหนึ่ง (specific contingency). ในสภาพภาวะของเวลานี้ เราอาจต้องทำ แกงโฮ๊ะ บ่อยขึ้น. เชิญลอง แกงโฮ๊ะ เชิญติชม ช่วยปรุง เชิญใส่ ของเก่า ของหลือ ส่วนเกิน ใน แกงโฮ๊ะ อีกหม้อหนึ่ง... ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 2 ต.ค. 2548 (12:48) วันนี้ เอาของเก่า มาเสนอใหม่ ให้คิด ตามแนวทางเปรียบเทียบ CEO vs Cooperation #130 (Current separation of Arts from Sciences in high school courses is limiting advances in complexity and other studies. A more flexible "product mix" courses could offer flexible social and technological development for the future. It is high time. It is urgent time to "connect the two halves of our brains!" ) รอยแตกในวิชาการ - เส้นชีวิตของนักเรียน http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=28282 ตารางเปรียบเทียบสมบัติของ อำนาจ (ดัดแปลงจากของ John Glaser) อำนาจเฉพาะตัว (Personal power)- อำนาจแต่งตั้ง (Vested power) โดยความสัมพันธ์ - โดยกฏเกณฑที่ใช์ครอบคลุม ศรัทธา - ตำแหน่ง ความเชื่อถือ ไว้วางใจ - ฐานกำหนด ความเป็นมิตร เข้าถึงได้ - เอกภาพเหนือก่วา ความกล้ารับผิดขอบ - ความปัดผิด ความถ่อมตัว - ความโดดเด่น จากความมานะพยาม - จากอำนาจควบคุม แก้ปัญหา - อำนาจตามตำแหน่ง ไม่แยกแบ่งขั้น - แบ่งชั้น สูงลงต่ำ แบ่งงาน หน้าที่ - คุมงานทุกอย่าง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 3 ต.ค. 2548 (13:33) ขอบคุณค่ะคุณ สร น่าสนใจมาก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 5 ต.ค. 2548 (07:39) 14:45 น. : หมอสุชัยยอมงอถอนย้ายซี 10 ออกจากครม "ผมคิดว่ารัฐมนตรีทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ได้แสดงความเป็นผู้นำผู้กล้าที่จะตัดสินใจในวิกฤตการณ์ ดังนั้น จากนี้ไปทุกอย่างต้องจบแล้ว ต่อไปข้าราชการในกระทรวงต้องให้ความร่วมมือทำงานที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีและนโยบายต่าง ๆ จะต้องทำอย่างเต็มที่ คราวนี้ถ้าใครยังต่อต้านรัฐมนตรีว่าการอีก คนนั้นก็เป็นผู้ร้ายแล้ว" นายอนุทิน กล่าว http://www.thairath.co.th/thairath1/2548/breaking.news/bknews.php?id=21133 This reminds me of George W Bush\'s kind of cooperation "...if you are not with us then you are against us". It seems that we need to clearly define "equal, respectful and accountable cooperation" as "ideal" and "hierarchical, authoriatative and positional cooperation" as "practical", does it not? It also seems that ideal cooperation is reaching a solution by agreement (thus everyone involves knows what is expected and what to do), and practical cooperation is giving a solution by authority (thus everyone involves knows not what to expect but will be told what to do). A course on cooperation is apparently needed, very urgently. There is a need to make clear the differences between emergency responses (fire fighting or quick fixes) and managerial commitment (farming or raising kids), then to find a balance among weighted interests. Cooperation is a tool!SR (IP:144.138.31.29,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 20 ต.ค. 2548 (08:32) เมื่อไม่นานนี้ ข่าว สื่อถูกครอบงำ กระตุ้นคน จนเปลียนเกมไปได้ ข่าวข้างล่าง ผุดแล้วก็จางหายไป- เพราะเราไม่เชื่อ สถิติ? ไม่เคยคิดว่า สถิติคื่อ รายงานของผลงาน? ผูกขาดสถิติ? คอลัมน์ เดินหน้าชน โดย นฤตย์ เสกธีระ max@matichon.net http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act05181048&day=2005/10/18 เจตนาของกฎหมายฉบับนี้ต้องการจะให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ นอกจากจะเป็น "เครื่องมือ" ของราชการแล้ว ต้องเป็น "เครื่องมือ" ของรัฐบาลด้วย การเปลี่ยนกฎหมายฉบับนี้ เหมือนให้ อำนาจการแสดงและรายงาน ผลงานของรัฐบาล โดยรัฐบาล? เราจะให้ เด็กนักเรียน เขียนสมุดรายงาน(ผลการเรียนของค้ว)เอง ได้ไหมหนอ? สื่อไทย คงมองผ่าน ความสับสนของสถิติ ถ้า หลักการสถิติ เชื่อถือได้ ใช่ไหม? ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 29 ต.ค. 2548 (04:26) ลองอ่าน บทความข้างล่าง ฝรั่งมองไทย ไมเคิล ไรท ประวัติย่นย่อของทุนนิยม A Very Brief History of Capitalism http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=0421281048&srcday=2005/10/28&search=no โลกของการใช้ประโยชน์ ของระบบเศรษฐกิจ (เพึ่ออำนาจส่วนตัว) คึอโลกของเราในเวลานี้ การเปลี่ยนแปร ทางเทคโนโลยี่ ช่วยให้ "ทำได้ ง่ายขึ้น เร็วขึ้น" การใช้ กลอุบาย ทางการตลาด (marketing) เสริมเติมพลัง ... การต่อสาน เชึ่อมความหลากหลาย เป็นสิ่งช่วยให้ เห็นโลกชัดเจนขึ้น เข้าใจ จุดมุ่งหมาย ของผู้ใช้โลกต่างๆ ได้มากขึ้น สร (IP:144.134.69.170,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 7 พ.ย. 2548 (04:16) การจัดการน้ำ อาจจะมีเป้าหมาย เพียงการสร้าง ที่เก็บน้ำ ทางส่งหรือระบายน้ำ และการกั้นจำกัดบริเวณน้ำท่วม นั่นคือ การรักษาส่งเสริมประโยชน์ หรือการลดบรรเทาอุทกภัย ต่อประชาชน โดยตรง ความเร่งด่วนของงาน อาจจะทำให้เรา ไม่คำนึงถึง ผลทางนิเวศน์วิทยาของสัตว์น้ำต่าง ซึ่งเป็นฐานของความเป็นอยู่เลี้ยงชีวิตหรืออาชีพของประชาชน ไม่คำนึงถึง ผลทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพื้นที่ ซึ่งเป็นฐานของสังคม ไม่คำนึงถึงผลต่อเนื่องรอบบริเวณ ผลในอนาคต ฯลฯ งานนี้ เป็นโอกาสที่จะสร้างสภาพ (structures) และสภาวะ (conditions) ที่ให้ผลประโยชน์ยาวนานหลายแบบหลายทาง เช่นอาชีพ นิเวศแวดล้อม การศึกษา พัฒนาความรู้ทั้งประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เป็นโอกาสสร้างส่งเสริมนักวิจัยไทย สร้างงานในชนบท สร้างฐานอาชีพ แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ เราจะช่วยกัน เรียกร้อง ขอเสนอให้ ![]() 1) ไม่ใช้ บริษัทที่ปรึกษา แต่ให้มีการประกวด แผนผังการพัฒนาแต่ละท้องที่ เพื่อเลือกแผนที่ให้ผลหลายฝ่ายหลายด้าน (ถึงแม้ว่า จะใช้เวลา เลือกหาแผน นานขึ้นอีก) 2) ให้ใช้ ประชาพิจารณา และรายงานวิจัยเป็น หลักการ เลือกแผนงาน เลือกวิถีและวิธี งานก่อสร้าง 3) ให้รวม คณะผู้เชี่ยวชาญ ในการชี้จำแนก รักษา สภาพและวัตถุโบราณที่มีคุณค่า ตลอดเวลางาน ดีใหม? โปรดแสดงความคิดเห็น ใน สื่อต่างๆ ในที่ต่างๆ หลายๆครั้ง (เราจะหวังให้หน่วยงานราชการทำงานให้ถูกต้อง ตรงที่ควร ได้อย่างไร ถ้าเราไม่ ร้องบอกให้ ราชการรู้ ?) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 13 พ.ย. 2548 (14:32) อยากให้คุณสรนำข่าวเกี่ยวกับคุณครูย้ายกระทรวงมาลง อ่านข่างแล้วไม่ค่ยเข้าใจเลย ได้หมคะ ขอบคุณค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 14 พ.ย. 2548 (09:14) ผมอยากรู้เหมือนกัน ค้นหาเรื่องราวใน http://www.moe.go.th/ เจอแต่รูปคนเข้าประชุม ไม่รู้ว่าประชุมเรื่องอะไร? ประชุมทำไม? ใครจ่ายค่าจัดการประชุม? เท่าที่ นสพ ลงข่าว ก็มี ๓ ฝ่ายเกี่ยวข้อง ศธ, อปท, รร และครู (นักเรียนและพ่อแม่ ไม่มีเอี่ยว?) รมว ของ ศธ บ่นประจำว่า การศึกษา นร ไม่มีคุณภาพ, ไม่มีการร่วมมือ ร่วมใช้ ทรรพยากร, ต้องปฏิรูป ในเวลาที่ต้องการ ความเกี่ยวโยงและความพร้อมเพรียง เช่นเวลาการเปลี่ยนปฏิรูป 1) การแยกกระจาย ชิ้นส่วน (รร ครู งบประมาณ ฯลฯ ไป อปท หลายร้อยแห่ง) สร้างสภาพฃุลมุล ครูไม่รู้ว่า ใครเป็นใคร ระเบียบการ สวัสดิการ โอกาศเลื่อนขั้น เพิ่มเงินเดือน ฯลฯ เปลี่ยนหรือไม่ 2) การขาดแคลนการ ใช้ให้ ข้อมูลที่ชัดเจน การขาดแคลนการสอบถามปรึกษาหาคำตอบรวม และการขาดแคลน พิธีการและองค์การแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน 3) การขาดแคลน การวิจัย สาเหตุและหลักฐาน ที่ชักนำให้ ต้อง ย้าย รร และครู ไป อปท แล้วแต่ สมัครใจ? เปลี่ยนใจได้ไหม? สภาวะเช่นนี้ ชวนให้ ประฃาฃน ชักใยความเข้าใจ เบื้องหลังของการย้าย ต่างๆนาๆ เช่น การปัดโยน ปัญหา เช่น คุณภาพการศึกษา, งปประมาณ, การจัดการ ไปให้ อปท (ทั้งที่คาดได้ว่า อปท ส่วนมาก ไม่มีความรู้ ประสบการณ์ และ เวลา ที่จะรับ งานเพิ่ม) ในเวลาที่ ต้องเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างหลายๆที่ (เช่น ยกคุณภาพหลักสูตร จ่ายเงินเดือนให้ตรงเวลา จัดการระบบ สื่อสาร และรับส่งข้อมูล ให้ ถูกต้อง รวดเร็ว และ ถึงตัว) ความเร็วของการเปลี่ยนแปลง ที่ทำได้ จะไม่เท่ากัน ระบบ และโครงสร้าง(เก่าๆ) อาจจะใช้เวลายาวนาน ก่วา หลักสูตร วิธีการ หรือ ความคิดเห็นของ ครู นร และ พ่อแม่ (ประชาชน และนักการเมือง) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 14 พ.ย. 2548 (15:19) ขอบคุณค่ะ อุตส่าห์หามา แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีแหละคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 17 พ.ย. 2548 (14:08) โพลชี้"ทักษิณ2""ปกปิดข้อมูล-เสรีภาพสื่อน้อยก (the title is copied and pasted )http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0115171148&day=2005/11/17 ...ประชาชนร้อยละ 60.5 เห็นว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันยังไม่ได้มีการบอกกล่าวข้อมูลข่าวสารในเรื่องสำคัญๆ... ...สำหรับความเชื่อถือในข้อมูลข่าวสารที่รัฐบาลแถลงต่อประชาชนที่ผ่านมานั้น ส่วนใหญ่คือ ร้อยละ 52.0 ระบุว่าเชื่อเป็นส่วนน้อย... สาเหตุของความสับสน คือการขาดข้อมูล ที่เชื่อถือได้ (โปรด คิดถึง กาลามสูคร - คิด ก่อน เชื่อ) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 13 มี.ค. 2549 (04:26) โครงการเมกะโปรเจ็กต์ ที่ควรพิจารณาเปลี่ยนแปลง http://www.matichon.co.th/prachachart/prachachart_detail.php?s_tag=02edi03130349&day=2006/03/13 โดยหลักการแล้ว ทุกโครงการดี แต่จะมีปัญหาเรื่องการจัดลำดับให้ความสำคัญและวิธีการดำเนินการ จะขอยกเพียงบางตัวอย่างที่เห็นชัดว่าควรพิจารณาแก้ไข โครงการแจกคอมพิวเตอร์ 250,000 เครื่อง ให้โรงเรียน ... ถ้าทำได้ไม่ดี ไม่ครบถ้วน ในเวลาไม่นาน เครื่องคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นแค่เครื่องประดับหรู วางไว้สวยๆ ดูเท่ๆ ใน ห้องเรียนเท่านั้น และอาจจะกลายเป็นภาระของทางโรงเรียนในการดูแลรักษาด้วย... โครงการ "ซื้อ" รถเมล์ปรับอากาศอย่างน้อย 2,000 คัน ถ้ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะสร้าง knowledge based economy จริง จะต้องกล้าพอที่จะเริ่มคิดออกแบบและ "ทำเอง" ประเทศไทยมีนักวิทยา ศาสตร์ วิศวกร และอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีขีดความสามารถสูงที่จะทำให้สำเร็จได้แน่นอน ... เราเสียเงินหลายแสนล้านบาทส่งเสียให้คนเรียนจบตรี โท เอก มาหลายสิบปี ถ้าไม่เอาความรู้จากคนเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นรายได้เข้าประเทศแล้ว จะให้เขาไปเรียนเทคโนโลยีสูงๆ ไปทำไม ... เพราะไม่มีรายได้จาก knowledge based มาช่วยลดรายจ่ายและเสริมรายได้จากภาคเกษตรกรรม... โครงการทางด้านน้ำ โครงการน้ำเป็นโครงการใหญ่และซับซ้อน ส่วนใหญ่จะเป็นเทคโนโลยีที่นักวิชาการของไทยรู้ดีอยู่แล้ว และมีข้อมูลอยู่มากกว่าต่างชาติ ... ควรพิจารณาทำเองโดยทีมงานของคนไทยหรือบริษัทคนไทย หากจำเป็นจะต้องอาศัยประสบการณ์หรือเทคโนโลยีบางอย่างจากต่างประเทศก็สามารถจะไปดูงานของเขาหรือจ้างเขามาเป็นที่ปรึกษาได้ การที่จะเอาโครงการน้ำไปยกให้ต่างประเทศเป็นเจ้าของงาน เป็นหัวหน้าดำเนินการ โดยคนไทยเป็นเพียงลูกมือเป็นแรงงานนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง We really NEED confidence in ourselves NOT money in corrupt pollies' pocket. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 13 มี.ค. 2549 (04:38) เมกะโปรเจ็กต์ กับดักของการพัฒนาประเทศ http://www.matichon.co.th/prachachart/prachachart_detail.php?s_tag=02edi02130349&day=2006/03/13 คอลัมน์ ระดมสมอง โดย ดร.ธวัช วิรัตติพงศ์ ผู้จัดการโครงการองค์การนาซ่า-เจพีเอล หากมองรอบตัวจะพบว่าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ล้วนแต่นำเข้าจากต่างประเทศ หรือผลิตโดยบริษัทข้ามชาติทั้งสิ้น และยิ่งหากมองให้ลึกกว่านั้น จะยิ่งน่าตกใจเป็นอย่างยิ่งเพราะธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น ธุรกิจด้านการเงิน พลังงาน โรงแรม ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า การขนส่ง อาหาร ยา เคมีภัณฑ์ และล่าสุดคือด้านสื่อสารโทรคมนาคม กลับตกอยู่ภายใต้การควบคุมของต่างชาติเป็นส่วนมาก ประเทศไทยเสียกรุงให้แก่พม่า 2 ครั้ง คือในปี พ.ศ. 2112 และอีกเกือบ 200 ปีต่อมาในปี พ.ศ. 2310 ปัจจุบันนี้ซึ่งจะครบอีก 200 ปี เช่นกัน ประเทศไทยของเรากำลังถูกรุมทึ้ง กัดกิน จากต่างชาติมากมายหลายประเทศ จนอาจจะพูดได้ว่าประเทศไทยกำลังจะเสียอธิปไตยของประเทศ หรือเสียกรุงครั้งที่ 3 ทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมการบริโภค ที่ผ่านมารายได้หลักของประเทศไทยเรามาจากการส่งออกผลิตผลทางการเกษตร ปศุสัตว์ แรงงานในโรงงาน และการท่องเที่ยว ประเทศสิงคโปร์เกือบไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย แต่ประเทศเล็กๆ แห่งนี้มีกิจการครอบคลุมเกือบทั่วโลก มีทุนสำรองสูงกว่าประเทศไทย ทั้งๆ ที่คนไทยมีความรู้ ความสามารถสูง และมีจำนวนคนมากกว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ประเทศสิงคโปร์ เกาหลี ไต้หวัน ฯลฯ ได้มีการใช้ความรู้เพื่อพัฒนาชาติอย่างจริงจังและต่อเนื่องมานานแล้ว และทิ้งห่างประเทศไทยหลายช่วงตัวจนมองไม่เห็นฝุ่น ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาประเทศอย่างเร่งด่วน โดยพยายามระดมทุนมหาศาลในรูปของโครงการเมกะโปรเจ็กต์ โดยหวังว่าจะนำประเทศไปสู่ knowledge based economy เหมือนอย่างประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ดูจากแนวคิดและขั้นตอนของการดำเนินการแล้ว ยังมองไม่เห็นว่าจะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้นได้ และหากยังเป็นเช่นนี้อยู่คาดได้ว่าในที่สุดเมกะโปรเจ็กต์เหล่านี้จะกลายเป็นกับดักถ่วงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติในอนาคต ชุดโครงการใหญ่ขนาด 1.7 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นการลงทุนที่จะก่อให้เกิดหนี้ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างมหาศาล รัฐบาลต้องรอบคอบ ไม่ควรรีบร้อนตัดสินใจและด่วนเซ็นสัญญา ทราบมาว่าหลายกระทรวงใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนจริงๆ เพื่อร่างและเสนอโครงการหลายหมื่นล้านบาท การนำเสนอของบริษัทลงทุนต่างชาติ และการพิจารณาตัดสินใจของรัฐบาลดูเหมือนจะพยายามทำให้เสร็จภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี ซึ่งสั้นมาก และผิดวิสัยของการทำงานที่ดีของโครงการขนาดใหญ่ระดับนี้... Most megaprojects are playgrounds for corrupt politicians and officials to steal from the people. They play with the people's money. And the people are left to pay the debts. Megaprojects can be INVESTMENT for BETTER living and working conditions. DEMAND that megaprojects are to SERVE us the people - NOT corrupt pollies and a--- lickers. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 11 เม.ย. 2549 (03:45) "มะหมี่"กลัวเสียชื่อปท.เลิก"โกอินเตอร์" http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01ent01110449 ถอดใจ-เจอ"ฝรั่ง"ให้เหมาแสดงแต่บท"โสเภณี" *เจอแต่ฝรั่งให้เป็นโสเภณี มะหมี่ถอดใจไม่โก อินเตอร์ ว่าถ้าแลกชื่อเสียงตัวกับประเทศชาติ เลือกอย่างหลังดีกว่า... This actress ought to be congratulated. She chooses to be a proud and independent Thai. Many corporates, public servants and politicians have been 'acting' like 'whores' long enough to create Thai whore images overseas, and they don't care. They keep on 'acting' like 'whores' in the name of economy, GDP and trades. May I wish you every success on your stand - I am proud to be your fan. SR (IP:144.138.31.165,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 11 เม.ย. 2549 (11:28) สวัสดีครับคุณสร ครั้งแรก เข้าใจว่าเป็นกระทู้ที่พูดถึงแกงโฮะ อาหารเหนือที่แปรรูปจากของเก่าค้างคืน แต่คุณสรทำลิงค์ให้แล้ว ก็ไม่เป็นไรครับ มาว่าถึงแกงโฮะข่าวสาร 1. ข่าว(พี่)มะหมี่ ในความเห็นที่ 35 เข้าใจว่า พี่มะหมี่คงคิดถึงภาพลักษณ์ที่ออกมา เพราะทุกวันนี้ ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาต่างชาติ(บางชาติ) ไม่ใช่เรื่องที่ไทยจะเป็นฮับเป็นเฮิปอะไร เห็นมีแต่เรื่อง หญิงงามเมือง,ช้างไทย,กะเทยที่สวยที่สุดในโลก(สองอันหลังนี่เป็นความภูมิใจของเรา?),วัดไทย แต่เรื่องอื่นไม่ค่อยนึกถึง นอกจากภาพลักษณ์ของชาติแล้ว จะเห็นว่าพี่มะหมี่คำนึงความคิดที่ว่า The show must go on(ยกเว้นเรื่องที่เห็นว่าไม่เหมาะสม) ไม่ใช่ว่านักแสดงต้องยอมไปเสียทุกอย่าง ขอปรบมือให้ครับ ![]() ตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าจะมีคนคิดได้อย่างเธอหรือเปล่า เห็นแต่ โกอินตงอินเตอร์จนจะอินแตกอยู่แล้ว (มีต่อครับ) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 11 เม.ย. 2549 (11:43) จากเรื่องพี่มะหมี่ ข่าวนี้ แสดงให้เห็นว่า สื่อต่างชาติ มีอิทธิพลมากเพียงใด เพราะเรื่องต่างประเทศ ชาวต่างชาติจะทราบได้จากสำนักข่าวเหล่านั้น ถ้าใครเคยดูรายการจับกระแสโลกเมื่อนานมาแล้ว จะมีอยู่ตอนหนึ่งที่พูดกันว่า สื่อฝรั่งเศสมักจะนำเสนอข่าวว่า ไทยเป็นเมืองโสเภณี ทั้ง ๆ ที่ประเทศของตน มีโสเภณีถูกกฎหมาย แต่กลับไม่พูดถึง เราจะแก้ภาพลักษณ์ หรือจะปล่อยให้นิ่งดูดาย ว่าแล้วก็เอาลิงค์มาฝาก http://www.bbc.co.uk/thai/ ยังนึกเสียดายไม่หายครับ ไม่น่าปิดไปก่อนเลย br />
เรื่องที่ผู้บริหารอ้างว่า ปิดบีบีซีภาคภาษาไทย เพราะคนดูน้อย และสื่อในไทยมีความเสรีมากขึ้น ![]() ที่ว่าคนดูน้อย อ้างมาจากจดหมายติชม และจดหมายชิงรางวัล โดยไม่ได้คำนึงถึงวัฒนธรรมการฟังของแต่ละชาติ (ท่านผู้บริหารบีบีซีภาคบริการโลก กรุณาอ่านความเห็นที่ 30 ด้วยครับ) นี่คือวิทยุบีบีซีภาคบริการโลก 33 ภาษาครับ http://www.bbc.co.uk/worldservice/languages/ (วันนี้ ก็เลยได้แค่ข้อเดียวครับ ขออภัยด้วยครับ) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 14 เม.ย. 2549 (13:20) ความเห็นที่ 36-37 ผมอาจว่าแรงไป ขอแก้ไขว่า ภาพที่ชาวต่างชาติได้เห็น จะทราบได้จากการประชาสัมพันธ์ของ ททท. หรือบริษัทท่องเที่ยวต่าง ๆ จากสื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อบันเทิง ปากต่อปาก และ การประสบต่อตนเอง ภาพโสเภณี อาจจะเป็นสิ่งที่ชาวต่างชาติพบเห็นบ่อย ๆ เวลาเขานึกถึงเมืองไทย ก็เลยนึกถึงเรื่องนี้ด้วย ทั้ง ๆ ที่บางชาติ มีโสเภณีถูกกฎหมาย แต่บ้านเรา ผิดกฎหมายมาตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษฎิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 18 เม.ย. 2549 (16:06) ม่วนอกม่วนใจ๋ปี๋ใหม่เมืองเน้อคุณสรเน้อ เมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมา เฮาได้มีโอกาสไป ตาน มาค่ะ แกงโฮ้ะ เป็นอาหารอีกอย่างที่นิยมทานวันสงกรานต์ค่ะ โดยเฉพาะวันสังขารล่องและวันเน่าค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 20 เม.ย. 2549 (12:38) ถ้าเป็นวันพญาวัน(ถูกหรือเปล่าช่วยยืนยันด้วยครับ) ก็ต้องทานแกงมะหนุนครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 26 เม.ย. 2549 (12:20) เจ้า แต่พี่เกลียดมันมากเลย ปกติใม่ทานผลไม้ทุกชนิดอยู่แล้ว ยิ่งเขาบังคับให้กินยิ่งแย่ใหญ่ กินเสร็จแล้วพี่ก็ไปแอบคายทิ้งอยู่ที่เลี้ยงไก่ ก็คนมันไม่ชอบนี่ แกงมะหนุนบ้านพี่ต้องใส่ถั่วเน่าเยอะๆ บ้านศรีปิงเวียงใส่หรือเปล่าจ๊ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 27 เม.ย. 2549 (06:42) Thanks and Hi everyone. This forum has taken a long time to shape up and focus the idea that 'diversity'+'creativity' may give 'solutions' in 'contingencies' (or 'crises'). I think we have been and are still ill-prepared for 'crises'. Our home has been safe havens for refugees we let in and treated fairly. Now they have taken over and plundered our home (their home) for their greed. Many more like them are spreading their greed and their selfish ways. We are not 'ready for this' - it is in our culture to be contented and forgiving. But we have lost our lands, our waters, our forests, our farms, our fish, ... our life support systems! Is it not the time we say 'enough' and get 'ready' to 'restore' our home? We will remake 'our home' in whichever ways we can from what and when we can. We will not accept any more refugees - back to their motherland or in 'body and soul'. It is in this sense that แกงโฮ้ะ is a mix of what remain 'good' - but nothing 'bad' goes in. SR (IP:144.134.69.82,,) หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |