แสงแรกจากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ โพสต์เมื่อ:
16:31 วันที่ 27 มี.ค. 2548 ชมแล้ว:
44,735 ตอบแล้ว:
37
 ภาพแสดงให้เห็นว่า เมื่อดาวเคราะห์กำลังจะโคจรลับหลังดาวแม่ ถ่ายในรังสีอินฟราเรด ซึ่งเป็นช่วงคลื่นแสงที่แผ่ออกมามากที่สุดโดยดาวเคราะห์ ทำให้ไม่ถูกกลบไปอย่างคลื่นในช่วงที่ตาเรามองเห็นได้ ภาพโดย NASA/JPL/Caltech
ทีมนักดาราศาสตร์สองทีม อาศัยกล้องบนยานสปิซเซ่อร์ วัดการแผ่รังสีอินฟราเรดโดยตรง จากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะสองดวงเป็นครั้งแรก เป็นการเปิดหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์การสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ที่เราสามารถตรวจวัดคลื่นที่แผ่ออกมาจากตัวดาวเคราะห์โดยตรง ซึ่งยังผลให้การศึกษาทำความเข้าใจระบบการเกิดดาวเคราะห์ ก้าวหน้าขึ้นได้อย่างมากมายมหาศาล และคงจะเป็นก้าวแรกของการไปสู่ความพยายามที่จะถ่ายภาพของดาวเคราะห์เหล่านี้ได้โดยตรงในอนาคต
ทั้ง ๒ ทีมได้สังเกตการณ์ดาวเคราะห์สองดวงในกาแล้กซี่ของเรา หรือ ทางช้างเผือก ดวงหนึ่งมีหมายเลขในแค็ตตาล็อกดาวว่า HD 209458b โคจรรอบดาวฤกษ์ในกลุ่มดาวเพกาซุส หรือม้ามีปีก ดาวฤกษ์ดวงนี้ อยู่ห่างจากโลกไป ๑๕๓ ปีแสง ดาวเคราะห์ดวงที่สองชื่อ TrES-1 อยู่ไกลออกไปอีกถึง ๔๘๙ ปีแสง ในกลุ่มดาวพิณ หรือไลรา
ได้มีการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบมาแล้วกว่า ๑๓๐ ดวง ด้วยการสังเกตการณ์ ส่าย(wobble) ของดาวฤกษ์แม่ หรือจากการบันทึกความแตกต่างในความเข้มของแสงเมื่อดาวเคราะห์โคจรตัดหน้าดาวฤกษ์แม่ ที่เรียกว่า transit ทั้งดาว HD 209458b และ ดาว TrES-1 ก็ถูกค้นพบมาก่อนด้วยวิธีสังเกตการณ์ทางอ้อมแบบนี้ แต่การสังเกตการณ์โดยกล้องสปิซเซ่อร์นี้ เป็นครั้งแรกที่นับได้ว่า มาจากการวัดคลื่นแสงที่ตัวดาวเคราะห์นอกระบบที่รู้จักกันมาก่อนนั้น แผ่ออกมาเองโดยตรง
ทีมแรกนำโดย Drake Deming แห่งศูนย์นาซาก็อดดาร์ด ได้วัดรังสีอินฟราเรดที่แผ่ออกมาโดย ดาว HD 209458b แล้วก็เกือบจะในเวลาพร้อมๆกัน ทีมที่สองซึ่งนำทีมโดย David Charbonneau แห่งสถาบันดาราศาสตร์ฟิสิกส์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียน ก็ได้วัดรังสีอินฟราเรดจากดาว TrES-1 ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะทั้งสองดวงนี้ เป็นดาวเคราะห์ที่ประกอบด้วยก๊าซขนาดยักษ์ คล้ายๆกับดาวพฤหัส แต่นักดาราศาสตร์เรียกดาวเคราะห์ลักษณะเช่นนี้ว่า พวกดาวพฤหัสร้อน หรือ Hot Jupiters เพราะัว่ามันโคจรใกล้ดาวฤกษ์แม่มาก จึงดูดซับความร้อนจนมีอุณหภูมิสูง ทำให้การแผ่รังสีอินฟราเรดออกมาได้อย่างเข้มข้น พอที่เราจะสังเกตการณ์ได้ในระยะไกลขนาดนี้ ทั้งสองทีมได้อาศัยอุปกรณ์บนยานสปิซเซ่อร์ซึ่งออกปฏิบัตการในอวกาศมาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๐๓ ทีมของ Deming ใช้อุปกรณ์ Multiband Imaging Photometer ในขณะที่ ทีมของ Charbonneau ใช้อุปกรณ์ Infrared Array Camera บนยานสปิซเซ่อร์มาเก็บข้อมูล
แล้วทั้งสองทีมที่ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลมาร่วมสองปี ก็ประกาศผลพร้อมๆกัน ในวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๐๐๕ ที่ผ่านมา ในที่ประชุมแถลงข่าวของนาซ่า ที่กรุงวอชิงตันดีซี และกลุ่มของ Deming ส่งผลงานไปยังวารสาร Nature ซึ่งได้ออกอากาศออนไลน์ และจะตีพิมพ์ในฉบับประจำวันที่ ๗ เมษายนนี้ ส่วนทีมของ Charbonneau ได้ส่งผลงานไปลงในวารสาร Astrophysical Journal ซึ่งจะลงตีพิมพ์ในเดือนมิถุนายน แต่ก๊อปปี้ออนไลน์ก็มีให้ดาวน์โหลดมาให้อ่านได้แล้วที่เว็บไซต์ของ asViv server
ทั้งสองทีม ใช้วิธีคล้ายๆกันคือ สังเกตความเปลี่ยนแปลงในความเข้มข้นของคลื่นแสงอินฟราเรด เมื่อดาวเคราะห์โคจรเข้าหลังดาว แล้วเอาผลรวมของคลื่นแสงที่วัดก่อนหน้า ลบด้วยค่าของความเข้มข้นที่วัดตอนที่ดาวเคราะห์หลบไปอยู่หลังดาว ก็จะได้ค่าความเข้มข้นของคลื่นแสงอินฟราเรด ที่ดาวเคราะห์แผ่ออกมาโดยตรง
แม้แต่ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกที่สุด ก็ยังนับว่าไกลเกินกว่าที่เราจะเห็นได้ชัดๆ เรามองเห็นได้แค่จุดของแสงนิดเดียวเท่านั้น จึงทำให้การสังเกตการณ์ทำได้ยากมาก จนกระทั่งเมื่อมียานสปิซเซ่อร์ ที่มีความไวต่อคลื่นอินฟราเรด การตรวจวัดวิธีนี้ จึงเป็นไปได้ขึ้นมา นักดาราศาสตร์สามารถสกัดผลออกมาได้เป็นจำนวนมาก จากการศึกษาความแตกต่างของคลื่นแสง และข้อสังเกตในสเปคตรัมของคลื่นพวกนี้ จึงทำให้เราทราบไ้ด้ว่า ดาวเคราะห์ HD 209458b โคจรรอบดาวฤกษ์แม่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับดวงอาทิตย์ของเรามาก ด้วยระยะห่างเีพียงเจ็ดล้านกิโลเมตร ในขณะที่ดาวฤกษ์แม่ของ ดาวเคราะห์ TrES-1 มีขนาดเล็กกว่า และอุณหภูมิต่ำกว่าดวงอาทิตย์ของเรา โดยดาว TrES-1 อยู่ห่างจากดาวแม่หกล้านกิโลเมตร
ดาวเคราะห์ขนาดยักษ์ทั้งสอง อยู่ใกล้ดาวฤกษ์แม่มากกว่าระยะห่างระหว่างดาวพุธกับดวงอาทิตย์เสียอีก และดาวเคราะห์ทั้งสอง โคจรรอบดาวแม่ในเวลาเพียงประมาณสามวันเท่านั้น ความที่อยู่ใกล้ แรงดึงดูดจากดาวแม่มีมากจนสามารถล็อคให้ดาวบริวารทั้งสอง มีอัตราหมุนรอบตัวเองด้วยระยะคาบเวลาเท่ากับที่ใช้ในการโคจรรอบดาวแม่ จึงหันหน้าเดียวเข้าหาดาวแม่อยู่ตลอดเวลา ในลักษณะเดียวกันกับที่ดวงจันทร์หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วเท่ากันกับที่โคจรรอบโลกด้วย จึงหันหน้าเดียวเข้าสู่โลกตลอดเวลา แต่หากเทียบกันแล้ว ก็มีธรรมชาติที่ต่างกันมาก เพราะโลกของเรา โคจรรอบดวงอาทิตย์ในเวลา ๓๖๕ วัน และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ถึง ๑๔๙ ล้านกิโลเมตร
จากรังสีอินฟราเรดของดาว HD 209458b ทีมของเดมมิ่ง คำนวณหาอุณหภูมิพื้นผิวของดาวได้ 1,130 +/- 150 องศาเคลวิน( 857 องศาเซลเซียส หรือ 1,574 องศาฟาเร็นไฮต์) ซึ่งร้อนกว่าเตาอบพิซซ่าถึงสองเท่าทีเดียว ทีมของชาบอนโน ประเมินอุณหภูมิพื้นผิวของดาว TrES-1 ได้ที่ 1,060 +/- 50 องศาK(787 องศาC, 1,448 องศา F) ด้วยความร้อนขนาดนี้ คงจะเป็นไปได้ยากมากที่จะมีสิ่งมีชีวิตอะไรพัฒนาขึ้นมาได้ แต่นี่ก็เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น ในอนาคต ก็คงเป็นไปได้ว่า เทคโนโลยีของเราจะพัฒนาไปมากจนกระทั่งสามารถสังเกตการณ์ดาวเคราะห์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโลกมากกว่านี้ ซึ่งก็ทำให้ความหวังที่จะเสาะหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกใกล้ความเป็นไปได้เข้าไปอีกหน่อยหนึ่ง
ดร. Alan Boss แห่งสถาบันคาร์เนกีในวอชิงตันกล่าวว่า ปี ค.ศ. ๑๙๙๕ เป็นปีแรกเริ่มต้นที่เราค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรก และปี ค.ศ. ๒๐๐๕ ก็จะได้รับการบันทึกว่า เป็นปีแรกที่เราตรวจวัดการแผ่รังสีของดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์ของเราได้เป็นครั้งแรก เป็นเรื่องที่แทบจะไม่น่าเชื่อเลยว่า ชั่้วเวลาเพียง ๑๐ ปี เราจะพัฒนามาได้รวดเร็วอย่างนี้
ดาวเคราะห์ก๊าซขนาดยักษ์อย่างดาวพฤหัส จะร้อนมากตอนที่มันเพิ่งเริ่มก่อตัวขึ้นมา เนื่องจากแรงกดดันจากแรงโน้มถ่วง ดาวพฤหัสนั้น เย็นลงไปตามกาลเวลา ในปัจจุบัน ดาวพฤหัสมีอุณหภูมิพื้นผิวเพียง 123 องศาเคลวิน หรือ - 150 องศาเซลเซียส แต่ดาวเคราะห์ที่อยู่ใน พวกดาวพฤหัสร้อน ได้รับความร้อนจากดาวฤกษ์แม่ จึงยังมีอุณหภูมิสูงอยู่ และความที่มันร้อนมากนี่เอง ที่ทำให้การสังเกตการณ์แผ่รังสีอินฟราเรดเป็นวิธีที่เหมาะที่สุดในการเสาะหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะพวกนี้
สิ่งสำคัญที่ทีมของ เดมมิ่ง ค้นพบอีกประการหนึ่งก็คือ เมื่อดาว HD 209458b จะโคจรเข้าลับหลังดาวฤกษ์แม่นั้น เกิดขึ้นในตำแหน่งครึ่งหนึ่งพอดีกับเมื่อกำลังจะโคจรตัดผ่านหน้าดาวแม่ ซึ่งก็หมายความว่า วงโคจรของมันจะใกล้เคียงกับทรงกลมมากกว่าวงรี นอกเสียจากว่า หากเป็นวงรี แกนยาวของวงรีจะต้องชี้มาทางโลกตรงพอดีเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็เป็นความบังเอิญที่แทบจะไม่น่าเชื่อ ข้อมูลตรงนี้ ก็เป็นการหักล้างสมมติฐานว่า การที่วงโคจรเป็นวงรีนั้นก็ิเนื่องมาจากมีดาวเคราะห์อีกดวงในระบบดาวฤกษ์นี้ และหากมีดาวเคราะห์ฺอีกดวงจริงๆก็จะมีส่วนเพิ่มอุณหภูมิของดาวเคราะห์ดวงนี้ ด้วยแรงโน้มถ่วงที่ส่งผลให้เกิดความร้อนจากการเสียดทานของมวลภายในที่ถูกดึงไปดึงมา จากตำแหน่งที่ต่างกันอยู่ตลอดเวลา แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า มันจะหักล้างความเป็นไปได้ที่จะมีดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งอย่างสิ้่นเชิง เพียงแต่พิสูจน์ว่ามีไม่ได้ในบางตำแหน่งเท่านั้น เพราะข้อมูลเท่าทีมีเพียงแต่บอกได้ว่า วงโคจรจะค่อนข้างเป็นวงกลม หรือไม่ก็เป็นวงรีที่แกนยาวชี้ตรงมายังทิศทางของโลกเท่านั้น
ยานสังเกตการณ์สปิซเซ่อร์ เหมาะมากที่จะสังเกตการณ์การแผ่รังสีอินฟราเรด โดยดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่โคจรตัดหน้า(หรือ transit) ดาวฤกษ์แม่ที่พอๆกับดวงอาทิตย์ ซึ่งอยู่ห่างจากโลกไม่เกิน ๕๐๐ ปีแสง ในบรรดาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ค้นพบว่าโคจรตัดหน้าดาวแม่เมื่อมองจากโลก ๗ ดวง มีสองดวงนี้เท่านั้นที่อยู่ใกล้พอที่กล้องบนยานสปิซเซ่อร์จะสามารถสังเกตการณ์ได้ ในอนาคต นาซ่ามีโครงการ Terrestrial Planet Finder coronagraph ซึ่งจะสามารถสังเกตการณ์ดาวเคราะห์นอกระบบที่เล็กพอๆกับโลกได้
ชมวีดีโอการสังเกตการณ์ดาวเคราะห์โคจรลับหลังดาวฤกษ์แม่ได้ ที่นี่ ค่ะ
อ้างอิง
1. Deming D., Seager S., Richardson L. J. & Harrington J. Infrared radiation from an extrasolar planet Nature, advance online publication, doi:10.1038/nature03507 (2005).
2. Charbonneau D. et al. Astrophys. J., in press (2005). Detection of Thermal Emission from an Extrasolar Planet. to appear in the Astrophysical Journal, 20 June 2005
3. NASA's Spitzer Marks Beginning of New Age of Planetary Science แถลงข่าวโดยโครงการยานสปิซเซ่อร์
4. For first time, light is detected from two confirmed planets orbiting stars outside our solar system แถลงข่าวโดย มหาวิทยาลัย คอร์เนล
5. Peplow, M., Light from alien planets confirmed News@nature.com Published online: 23 March 2005; | doi:10.1038/news050321-9
6. พวงร้อย, กล้องฮับเบิล ตรวจพบบรรยากาศของดาวเคราะห์ นอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรก ข่าววิชาการ 21 ก.ค. 2545
|
จำนวน 26 ความเห็น, หน้า่ | - 1- 2| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 มี.ค. 2548 (16:48)
 ภาพวาดแสดงให้เห็นว่า แสงที่เรามองเห็นได้ที่ดาวเคราะห์แผ่ออกมานั้นจะมีน้อยและถูกกลบไปหมดโดยดาวฤกษ์แม่ รังสีโดยตรงจากดาวเคราะห์ที่มีมากพอให้เราวัดได้นั้น มีอยู่ในช่วงอินฟราเรด และความที่เมื่อดาวเคราะห์โคจรลับหลังดาวแม่ เราก็จะไม่เห็นการแผ่รังสี โดยทีม STARE
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 27 มี.ค. 2548 (16:57)
 ภาพเปรียบเทียบให้เห็นว่า การใช้กล้องดูดาวในแสงที่เราเห็นได้ จะไม่สามารถเห็นดาวเคราะห์ เพราะดาวฤกษ์ที่คล้ายกับดวงอาทิตย์จะแผ่รังสีส่วนมากที่สุด ออกมาในช่วงคลื่นแสงที่เรามองเห็นได้ จนกลบแสงช่วงคลื่นเดียวกันที่ดาวเคราะห์บริวารแผ่ออกมาเพราะมันแรงกว่าถึง ๑๐,๐๐๐ เท่า ในภาพขวา เป็นภาพที่วัดโดยอุปกรณ์อินฟราเรด ซึ่งทำให้ตรวจวัดดาวเคราะห์บริวารได้ เพราะในคลื่นอินฟราเรด ดาวฤกษ์แผ่รังสีนี้ออกมมากกว่าดาวเคราะห์บริวารเพียง ๔๐๐ เท่า ภาพจากโครงการสปิซเซ่อร์ แห่งสถาบันเทคโนโลยี แคลิฟอร์เนีย Caltech
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 27 มี.ค. 2548 (21:33) ขอบคุณที่ท่านได้นำภาพและความรู้มาให้ศึกษา คงต้องขออนุญาตคัดลอกไปให้นักเรียนได้อ่าน ต่อไป
ดอน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 1 เม.ย. 2548 (11:41) รายละเอียดอ่านดูได้จาก "อ้างอิง" นะคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 1 เม.ย. 2548 (16:44) เรียนคุณพวงร้อย และทีมงานวิชาการ ดอท คอม
ผมได้ติดตามอ่านและเคยนำข้อมูลจากเว็บไซต์วิชาการไปประกอบบทความที่เขียนในหนังสือพิมพ์ข่าวสดมาบ้างแล้ว ในหน้าหลากหลาย-วิทยาการ ซึ่งตีพิมพ์ทุกวันอังคาร เนื่องจากบทความในเว็บวิชาการนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้อ่าน
หลัีงจากวันที่ 18 เมษาฯ 48 เป็นต้นไป ข่าวสด จะมีหน้าวิทยาการเป็นประจำทุกวัน (วันละครึ่งหน้า) จึงใคร่ขอเรียนถามว่า ทางวิชาการ ดอท คอม มีความประสงค์นำบทความ (ขนาดสั้น) มาตีพิมพ์ในข่าวสดหรือไม่ โดยทางผมจะจัดทำหัวคอลัมน์ให้ตามต้องการและประชาสัมพันธ์ฺเว็บไซต์วิชาการผ่านทางคอลัมน์นี้
ขอความกรุณารบกวนเวลาคุณพวงร้อย หรือ ทีมงานวิชาการ ดอท คอม ที่อ่านกระทู้นี้ช่วยติดต่อผมผ่านทางอีเมล โทรศัพท์ หรือ มือถือก็ได้ครับจะเป็นพระคุณอย่างสูง
ขอแสดงความนับถือ
นายวันเสาร์ แสงมณี
ฝ่ายข่าวต่างประเทศ วิทยาการ นสพ.ข่าวสด
โทร 02-954-4999 ต่อ 1333,1339
มือถือ 07-0895---
อีเมล wansa---@yahoo.com
***หมายเหตุ --- หมายเลขโทรศัพท์มือถือและอีเมล์ ถูกซ่อนไว้โดยทีมงาน วิชาการ.คอมวันเสาร์ แสงมณี (IP:203.150.202.226,172.16.23.160,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 2 เม.ย. 2548 (00:42) เรียนคุณวันเสาร์ แสงมณี
ดิฉันมีความยินดีอย่างยิ่งที่ นสพ. ข่าวสด กรุณานำข่าวสารจาก วิชาการ.คอม ไปเผยแพร่สู่ประชาชนซึ่งอาจจะไม่มีโอกาสได้ใช้อินเตอร์เน็ต ดิฉันจะแจ้งให้ทางทีมวิชาการทำการติดต่อไปนะคะ
ด้วยความเคารพ
พวงร้อย คำเรียง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 10 เม.ย. 2548 (11:10) น่าดีใจแทนเยาวชนไทยอีกหลายๆคนนะครับที่จะมีโอกาสได้รู้นอกห้องเรียนมากขึ้น
ต้องขอขอบคุณคุณพวงร้อย และคุณวันเสาร์ด้วยนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 21 มิ.ย. 2548 (06:39) ดี ครับ บิว มหาชัย (IP:203.155.186.141,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 23 พ.ย. 2548 (14:28) ได้ความรู้ทันโลกมากค่ะ ฝ้าย (IP:203.172.218.93,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 25 ธ.ค. 2548 (10:45) เป็นอะไรที่ดีมากค่ะ  kat (IP:58.147.124.219,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 16 ม.ค. 2549 (15:22) คนไทยไม่ค่อยนิยมชมชอบผิวสี โค้กหรือสีเป็ปซี่ มองแลดูมักบอกว่า ตรากตรำ งานแดดแรง อื่นๆ เป็นต้น แต่อาจมอง ภายในรูปลักษณะ อาจขาวได้นา ผิว อะไรนะ สีน้ำผึ้งหรือ สี อื่นๆ แล้วแต่ ว่าจะมองเช่นไร ? ส่วนเรื่อง ไทกริสยูเฟรติสต์ ค่าต่างสี ของ มนุษย์ ไทยเทศ อาจแตกต่างกันไปได้ แล่วแต่ ? สาระอื่นๆ (IP:203.113.81.171,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 16 ม.ค. 2549 (15:24) รูปตาที่เรียวแหลมโต คือ ลักษณะไม่ใช้ว่า หนังตาสองชั้น คือมนุษย์ที่ดู ใช่แล้วนา ให้มองใกล้ๆ คือแตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปนา ให้มองให้ชัดเจนนา ? ค่าแตกต่าง ? (IP:203.113.81.171,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 16 ม.ค. 2549 (15:27) นัยต์ตาแสนเศร้า มองแลดูแล้ว ทำให้ดูหล่อเท่ห์ไปอีกแบบลักษณะการเรียน ค่าแตกต่าง ยากยิ่งนัก แต่หากแต่ ? อารมณ์กลับพอมีเหลือ คือ ยากจริงบอกจะต้องปรับกันอีกละ พวกนี้คือ ทำให้อารมณ์ เสียแล้วเศร้าไปอีก บอกว่าพอแล้ว หล่อพอใช่แล้ว ? เรียนแต่หากแต่เซ้นส์เกินอารมณ์ (IP:203.113.81.171,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 19 ม.ค. 2549 (13:27) ชอบมากเลยค่ะ ข่าวอวกาศ วิไลพร (IP:203.172.163.194,192.168.5.224,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 22 ม.ค. 2549 (11:00) เรื่องเกี่ยวกับดาราศาสตร์เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเลยค่ะ
โดยเฉพาะเรื่องดาวเคราะห์ ที่น่าสนใจมากเลยค่ะ
แพร น้องแพร (IP:203.113.71.68,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 30 ม.ค. 2549 (21:59) เอาไปทำวิชาวิทยาศาสตร์ได้เลยค่ะดีจริงๆขอบคุณมากๆเลยนะคะ H m,,? (IP:58.8.184.196,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 1 ก.พ. 2549 (17:54) เราโก๋พ.พก.ท.มยังอาย ko_ko_45@hotmail (IP:202.5.87.16,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 1 ก.พ. 2549 (18:07) ไม่ได้ตังใจเกิดมาเป็นปืนวงรีที่ค่อยมองเเต่สิวเธอ ปืนวงรี (IP:202.5.87.16,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 1 ก.พ. 2549 (18:11) เรมีสิวทำไงครับบอกหน่อยนะเราขอร้อง  มองหน้าไหมอุยสิวขึ้นโอย...เจ็บ (IP:202.5.87.16,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 6 ก.พ. 2549 (18:23) ข้อความละเอียดมาก kai_saeykuankeaw@hotmail.com (IP:61.91.84.224,,)
|
ขอบคุณผู้สนับสนุน
Hot Links
|