วิชาการดอทคอม ptt logo

กงจือ - ศาสดา หรือ นักเรียน?

โพสต์เมื่อ: 07:03 วันที่ 6 เม.ย. 2548         ชมแล้ว: 6,842 ตอบแล้ว: 27
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
เราคงรู้จัก ครูแซ่กง (551-479BC - Confucius) ผู้มีชีวิตในสมัยเดียวกับ พระพุทธเจ้า(Gotama c. 623-543BC - Buddhism), ไพธากอรัส(Pythagoras c.580-507BC -Pythagoreanism) และ โซโรสเตอร์(Zoroaster c.628-551 - Parsi) หลังจาก สมัย อืสไซอา ที่๒(Deutero Isaiah c.742-701BC - Judaism) แค่ชั่วคน. ชีวิต และคำสอน ของ กงจือ น่าสนใจ โดยเฉพาะ เมื่อเปรียบเทียบกับ ชีวิตและคำสอน ของศาสดาร่วมสมัย.

ตามตำนานลันยิ้ว(หนังสือรวบร่วมประวัติและคำสอน) กงจือ เชื่อว่า ความจริง เป็น สิ่งง่ายๆ ที่สัมพัทธ์ได้, คนเรา สอนได้ ดีขึ้นได้ และสมบูรณวิเศษได้, คนทุกคน ไม่อาจจะแยกตัว อยู่นอกสังคม, วัฒนธรรม ประเพณี และพิธี (rituals) เป็น เครื่องเชื่อมต่อ คนในสังคม, (ฉะนั้น ความสุข ที่แท้จริง คือ การสร้าง ความสุข ของสังคม).

กงจือ ไม่ได้อ้างตัวเป็น ผู้รู้ แต่เป็น ผู้รักการเรียนรู้ตลอดเวลา กงจือ แสดงแบบ วิถี การเรียนรู้ เพิ่อช่วยตัวเอง และเพื่อช่วยสังคม เกือบ ๔๐ ปี,
กงจือ แสดง วิถี การสอน คือ การกระจาย ความรู้ ให้ทุกคนในสังคม (ไม่ว่า จน รวย เด็ก เฒ่า หญิง ชาย ฯลฯ),
กงจือ ตั้ง อาชีพครูอิสระ (แลกเปลี่ยน ความรู้ กับ เครื่องยังชีพ - ทุกศาสดา ดูเหมือนมีอาชีพ เช่นนี้) ในจีนโบราณ,
กงจือ เน้นว่า การสอน เป็น การปรับปรุงตัวเอง และ ปรับปรุงสังคม, ความถูกต้อง ในสังคม คือ ความเหมาะสม สร้างความสุข ในสังคม.

กงจือ บอกว่า - ฉันไม่ช่วย คนไม่อยากเรียน และไม่ช่วยใคร ที่ไม่อยาก เขียน แสดงความคิด ของตัวเอง -.

ใครอยาก ตามดู กงจือ ต่อไป หรือ แสดงความคิดเห็น รีบต่อแถว เร็ว...


สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง





จำนวน 27 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 6 เม.ย. 2548 (15:52)
เคยได้ยินแต่ลัทธิขงจื้อ ชื่อเดียวกันหรือเปล่าครับ
son (IP:203.156.116.188,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 เม.ย. 2548 (16:04)
เห็นหัวข้อถามว่า กงจือ ศาสดา หรือ นักเรียน



นามข้างต้น สำเนียงจีนกลาง ว่า "ขงจื่อ"

สำเนียงจีนแต้จิ๋ว ว่า "ข็องจื้อ"



คนจีนโบราณเมื่อเริ่มเรียนหนังสือจะทำพิธีไหว้ครู คือ ไหว้ ขงจื่อ



คำสอนของ ขงจื่อ จะเน้นเรื่องคุณธรรม เช่น ความกตัญญู ฯลฯ กฏระเบียบการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข

คุณธรรม และหลักการปกครองบ้านเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข
ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4131 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 6 เม.ย. 2548 (17:30)



คำเรียก "ขงจื่อ" เขียนเป็นภาษาจีนดังข้างล่าง

อ่านจากซ้ายไปขวา

คำแรกอ่านว่า "ขง" เป็นแซ่

อีกสองตัวอ่านว่า "ฟู จื่อ" ไม่ใช่ชื่อ แต่เป็นคำเรียกท่านผู้ใหญ่ซึ่งเป็นที่เคารพ

รวมแล้ว "ขง ฟู จื่อ" หมายถึง "ท่านขง" ค่ะ

ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4131 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 7 เม.ย. 2548 (11:08)
ขอบคุณครับ ครูไฝ่ ที่ช่วยชี้ ข้อผิดพลาดของผม



ขออภัย ท่านทั้งหลายที่ อาจจะขุ่นเคือง เพราะความผิดพลาด ของผม จากใจจริง



การเรียนรู้ และการหัดเขียน ของผม เป็นการกระทำ ตามคำสอน ของ ขงจื่อ และเจตนาก็เพื่อสังคม



ขออภัยอีกครั้ง
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 10 เม.ย. 2548 (12:27)


22085
อ่านจากซ้ายไปขวา: ข่ง ฟู จื่อ

ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4131 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 10 เม.ย. 2548 (16:46)
ตามตำนานลันยิ้ว ขงจือ ใช้วิถีการสนทนา เป็นการเรียนและกระจาย ความรู้ เช่นเดียวกับ พระพุทธเจ้า และ โซเครทีส(socrates)



ขงจือพูดว่า --เมื่ออายุ ๑๕ ฉันปลงใจจะเรียน, พออายุ ๓๐ ฉันแน่ใจว่าฉันไปทางไหน, พอ ๔๐ ฉันเห็นภาพชัดเจน, พอ ๕๐ ฉันรู้คำสั่งของสวรรค์ (ความหมายของชีวิต), พอ ๖๐ ฉันได้ยิน (ได้รู้) โลกอย่างชัดเจน ถึงอายุ ๗๐ ฉันทำอะไรที่อยากทำได้ โดยไม่มีการข้ามเส้นถูกผิด (หมายความ ฝึกตัว จนสามารถทำอะไร ทุกอย่าง ด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามศีลธรรม)--
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 10 เม.ย. 2548 (17:34)
ตามตำนานลันยิ้ว ขงจือพูดว่า -- สิ่งที่ทำให้ ฉันเป็นทุกข์คือ



-- สิ่งที่ทำให้เป็น คนดี ไม่ได้,

-- สิ่งที่ทำให้ เข้าถึงแกนของการเรียนรู้ ไม่ได้,

-- สิ่งที่ทำให้ กระทำตามคำสอนที่ถูกต้อง ไม่ได้, และ

-- สิ่งที่ ทำให้ ปรังปรุงตัวเอง ไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่า ขาดตก บกพร่อง



เปรียบเทียบกับ การเทศนาครั้งแรกของพระพุทธเจ้า เรื่อง ทุกข์

-- อะไร คือ ทุกข์

-- เหตุของ ทุกข์

-- มีทางดับ ทุกข์

-- วิถีทางดับทุกข์ (ทางสายกลาง --ส่วนตัว ในสังคม)



ความคล้ายคลึงของ หัวข้อ และ จุดหมาย ?

ความแตกต่าง ของรายละเอียด ที่พระพุทธเจ้า แจกแจง ?
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 18 เม.ย. 2548 (16:37)
ขงจือ แสดงความมั่นใจในตัวสูง เพราะท่านตั้งหน้าที่ในชีวิตไว้แน่วแน่, ขงจือบอกกล่าวตลอดว่า -- ท่านไม่ใช่ผู้วิเศษ ฉลาดล้ำ แต่เป็นเพียงผู้รักการเรียนรู้ --.



ท่านไม่ได้เกิดมาในตระกูลที่จะปรับเปลี่ยนสังคมได้ โดยไม่ต้องใช้ความรู้ ท่านต้องเปิดหู และพยายามทำตามสิ่งดีที่ได้ยิน ท่านต้องเปิดตา และเลือกจำสิ่งที่เห็น ท่านเรียนรู้ ความรู้ระดับต่ำธรรมดาเหมือนคนส่วนใหญ่



ท่านไม่ได้เป็น คนเห็นอนาคต ท่านไม่ได้เป็นตัวแทน หรือนายหน้าให้เทพเจ้า หรือ นักปราชญ์ หรือผู้เห็นความจริงแล้ว



ท่านเป็นเพียง คนเดินทางในโลก ที่พร้อมจะช่วยเหลือเพื่อนร่วมทาง ให้เห็นคุญค่าของตัวเขาเอง



หน้าที่ของท่านในโลกนี้ คือ ทำให้ผู้เฒ่าสบาย สร้างความเชื่อถือได้ระหว่างเพื่อน และช่วยเกือหนุนผู้เยาว์.



ขงจือไม่สนใจ ทฤษฎีสร้างสังคมในสวรรค์ แต่ชงจือเชื่อว่า การสร้างสังคมที่เหมาะสม จากการเรียนรู้ ความเป็นไปของชีวิตที่แท้จริง ที่เป็นอยู่ เป็นรากฐาน สร้างความเชื่อถือ ในอำนาจของสังคม -- ในสังคม



การเรียนรู้ และ ความสร้างเชื่อถือ คือ วืถีทางของมหาบุรุษที่แท้จริง.
สร (IP:144.134.69.164,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 20 เม.ย. 2548 (10:38)
ขงจือ แสดงความคิดว่า ผู้ปกครอง ควรเริ่มต้นที่ การปรับปรุงตัวเอง การเรียนรู้ แสดงแบบอย่าง และการสอนผู้อื่น (ไม่ใช่การข่มบังคับ) การปกครอง ไม่เพียงแต่ ให้คน มีกิน มีที่อยู่ปลอดภับ ยังต้องให้คน มีความรู้



-- กฏหมาย และการลงโทษ เป็นเพียงการตั้ง มาตรฐานขั้นต่ำ มาตรฐานที่สูงกว่านั้น มาจากวัฒนกรรม ที่ ร่วมสร้างความเข้าใจของกันและกันในสังคม



มีเรื่องเล่ากันว่า เจ้าเมืองคนหนึ่ง ถามขงจือว่า อะไร คือ งานสำคัญของเจ้าเมือง ขงจือ บอกว่า

๑.การสร้าง(ที่อยู่)ที่ปลอดภัย ๒. การดูแล (ให้ชาวเมืองมี)อาหาร เพียงพอ ๓. การรักษา ความศรัทธา (หรือคุณค่า) ในสังคม

เมื่อเจ้าเมืองถามว่า ถ้าทำทั้ง ๓ อย่างพร้อมกันไม่ได้ ควรจะเลือกทำอะไร ขงจือตอบว่า คนพอจะทนทุกข์ ต่อสู้ ภัยอันตรายได้ เมื่อเจ้าเมืองถามต่ออีกว่า ถ้าทำอีก ๒ ข้อที่เหลือพร้อมกันไม่ได้ ควรเลือกทำอะไร ชงจือตอบว่า คนอดอยากยังพอประทังตัวต่อไป ถ้ายังมีความหวัง ยังมีศรัทธาในสังคม หากเจ้าเมืองไม่สามารถรักษาศรัทธา สังคมก็แตกสลาย เจ้าเมืองก็ไม่มีเมือง



ค่าในสังคม ที่ขงจือ ตั้งเป็น ขั้นแรกของการสร้างคุณธรรม คือ ความเคารพผู้บังเกิด การปรับตัวให้เข้ากับครอบครัวก่อน (จากจุดที่สมัยนี้ เรียกว่า ความเป็นโดดเดียว อิสระของตัวเอง private ego มาเป็น ส่วนหนึ่งของ ครอบครัว และสังคม open ego)



ขงจือ ไม่ได้เห็นว่า ความเคารพผู้บังเกิด คือการทำตามคำสั่งพ่อแม่ แต่เป็น สิ่งเชื่อมสร้างครอบครัว ซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งกำเหนิดชืวิต -- คน เป็น คน ได้ เมื่อเกิดมาจากคน



-- จากความเข้าใจ วิถีการปฏิบัติในครอบครัว นำให้เข้าใจ วิถีการปฏิบัติในสังคม.
สร (IP:144.138.31.185,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 20 เม.ย. 2548 (11:39)
ขงจือ มักจะแสดงให้ เห็นว่า ครอบครัว ในบ้านหนึ่ง ก็ขยายออกไป เป็บครอบครัวในหมู่บ้าน ในสังคม ในประเทศ ในโลก ในจักรวาล ขงจือบักจะเรียก ผู้ปกครอง ว่า พ่อเมือง และผู้พิพากษาว่า ตัวแทนของพ่อแม่



การเมืองเป็นเพียง การบ้านที่กว้างขึ้นเท่านั้นเอง การเมืองไม่แยกคนออกจาก การปรับตัวให้ ดี (ตามความหมายในสังคม) ขงจือ บอกว่า คนดี คิอ คนที่ชนะตัวเอง และกลับมาร่วมงานวัฒนกรรมในสังคม

ชัยชนะ คือ ๑. พ้นจากยึดถือแต่ความคิดหนึ่งเดียว ๒. พ้นจากการยึดระเบียบการโดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์ ๓. พ้นจากการดื้ดรั้นทุรัง และ ๔. พ้นจากการเห็นแต่ตัว



การร่วมงานวัฒนกรรม คือการแสดงตัวให้ผู้อื่นยอมรับ และแสดงตัวว่ายอมรับผู้อื่นในสังคม



ขงจือ เห็นว่า คนดี แสดงออก ไม่เพียงแต่ สนใจใส่ใจ ตัวเอง หรือครอบครัวของตัวเอง แต่ ให้ความสนใจใส่ใจ ครอบครัวของครอบครัว (สังคม)



ความเป็น คน ไม่เพียงแต่ เป็นคนแต่ตัวเอง ควรช่วยผู้อื่นให้เป็นคนด้วย เราต้องปรับปรุงตัวเอง และช่วยผู้อื่นปรับปรุง



ความสามารถ มองเห็น เข้าใจ สิ่งใกล้ตัว แล้วเอาไปใช้กับสิ่งอื่นๆ(ในวงกว้างขึ้น) คือ ความสามารถ สร้างความเป็นคน (ลันยิ้ว 6:30)



ขงจือให้ กฏทอง ว่า อย่าทำอะไร ต่อใคร ที่ไม่อยากให้เขาทำ เช่นนั้น ต่อตัวเอง (ลันยิ้ว 15:23)



ขงจือ นักเรียน ผู้เรียนรู้ และเข้าใจ ชีวิตและสังคม ที่เราควร ทำความเข้าใจด้วย



ขงจือ เสียชีวิตไป กว่า ๒๕๐๐ ปีแล้ว คำพูดของ ขงจือ ยังแจ่มชัด ช่วยเพื่อนร่วมทาง ให้เดินตามทางสู่ความสุข ความธรรมดา แท้จริง ทุกวันนี้



ขอกราบไหว้ มหาบุรุษขงจือ



(หมายเหตุ เลือก เอามาเล่าจาก ตำนานลันยิ้ว ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ รู้จักกันในชื่อ The Analects.

เหตุการเล่าเรื่องนี้ เพราะมีผู้ถาม อย่างเยาะหยามว่า ทำไม คนยังบูชา หุ่นดินรูปปั้น ในศาลเจ้า - Why do you people worship clay statues?

ผู้ถามไม่เห็น ความลึกซึ้งซ่อนเร้น หลังรูปปั้น ไม่เห็น มหาบุรุษ ที่รูปปั้นแสดงเป็นเครื่องเตือนใจ - ผู้ถาม ขอโทษ แล้ว

- เราเห็นหรือไม่ ว่า เราบูชารูปปั้น หรือ บูชามหาบุรุษ?)
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 20 เม.ย. 2548 (20:40)
คุณสร บรรยายได้ดีมากค่ะ
ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4131 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 5 พ.ค. 2548 (08:33)
ขอบคุณมาก ครูไผ่ ที่ให้กำลังใจ



พระพุทธเจ้า (623-543BC) ไพธากอรัส(Pythagoras c.580-507BC) ขงจื้อ(551-479BC) และ โซคราตีส (Socrates c. 479-399BC) ล้วนมองเห็น สังคม เป็นพื้นฐานของชืวิต ทุกคน เสนอ คติหรือ ข้อแม้ (ศีลธรรม) ของการอยู่ร่วมกันในสังคม ทำให้ เกิด พลังในการพัฒนาสังคมต่อไป



โดยหลักการแล้ว ข้อแม้ในการอยู่ในสังคม คือ เส้นทาง ของการปฏิบัติ ที่คิดถึง ความสัมพันธ์ ในสังคม



เส้นทางนี้ มีเส้นขอบ ๒ เส้น เส้นหนึ่ง จะบอกว่า อยู่ข้างไหน (ดี-ชั่ว) อีกเส้นหนึ่งจะบอกว่า ทำให้ห่างจาก เส้นแรก ได้ตลอดไป ได้อย่างไร



หากเราเดินตาม เส้นที่ ๒ สังคม ก็เกิดพลัง และพัฒนาสู่สังคมที่แข็งแรงและยั่งยื่น



หากเราเพียงตามเส้นที่ ๑ ก้าวข้าม กลับไปกลับมา (คนจำนวนมาก เดินตามเส้นนี้) เราเพียงคิด กำไร-ขาดทุน แพ้-ชนะ ดี-ชั่ว อีกนานเท่าไร เราจึงจะพบเส้นที่ ๒?



ทั้งที่ เรารู้ ว่า เส้นนี้ อยู่ที่ไหน.
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 21 พ.ค. 2548 (12:35)
ขงจือ แสดงความมั่นใจในตัวสูง ท่านตั้ง หน้าที่ ในชีวิตไว้แน่วแน่, ขงจือบอกกล่าวตลอดว่า -- ท่านไม่ใช่ผู้วิเศษ (super being) ฉลาดล้ำ (genius) แต่เป็นเพียง ผู้รักการเรียนรู้ (a lifelong learner, not a PhD) --.



ขงจือบอกว่า ท่าน ไม่ ได้ เป็น คนเห็นอนาคต (prophet or seer) ท่านไม่ได้เป็นตัวแทน (messiah) หรือนายหน้าให้เทพเจ้า (messenger) หรือ นักปราชญ์ (sage) หรือ ผู้เห็นความจริงแล้ว (knower).



ท่านเป็นเพียง คนเดินทางในโลก ที่พร้อมจะช่วยเหลือเพื่อนร่วมทาง ให้เห็นคุญค่าของตัวเขาเอง



หน้าที่ของท่านในโลกนี้ คือ

- ทำให้ผู้เฒ่าสบาย

- สร้างความเชื่อถือได้ระหว่างเพื่อน และ

- ช่วยเกือหนุนผู้เยาว์.



ขงจือไม่สนใจ ทฤษฎีสร้างสังคมในสวรรค์ (utopia, western society) แต่ชงจือเชื่อว่า การสร้างสังคมที่เหมาะสม (for "all" to live) จากการเรียนรู้ ความเป็นไปของชีวิตที่แท้จริง (real life) ที่เป็นอยู่ (real living) เป็นรากฐาน สร้างความเชื่อถือ (trust) ในอำนาจของสังคม (the power of society) -- ในสังคม (within or by the society)



การเรียนรู้ (Learning) และ ความสร้างเชื่อถือ (developing trust)คือ วืถีทางของมหาบุรุษที่แท้จริง (the way of a really great person).
Confused (IP:144.138.31.211,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 5 ก.ค. 2548 (05:07)
#10 (เหตุการเล่าเรื่องนี้ เพราะมีผู้ถาม อย่างเยาะหยามว่า ทำไม คนยังบูชา หุ่นดินรูปปั้น ในศาลเจ้า

- Why do you people worship clay statues?

ผู้ถามไม่เห็น ความลึกซึ้งซ่อนเร้น หลังรูปปั้น ไม่เห็น มหาบุรุษ ที่รูปปั้นแสดงเป็นเครื่องเตือนใจ

- ผู้ถาม ขอโทษ แล้ว)



- เราเห็นหรือไม่ ว่า เราบูชารูปปั้น หรือ บูชามหาบุรุษ?



เราบูชา "วัตถุวิชาการ" หรือ บูชา การ"เรียน"รู้?



เพื่ออะไร?
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 21 ส.ค. 2548 (20:08)
ดิฉันอยากทราบข้อมูลเกียวกับศาสนาขงจือและเต๋าใครทราบแหล่งข้อมูลช่วยส่ง email มาให้ ที่ Gingkamon.p หน่อยนะคะ

จะขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง



ไก่ / 27 ปี

บอกอายุไว้ซะเลยจะได้รู้ว่าแก่แล้ว 555
Gingkamon.p@chaiyo.com (IP:203.151.140.115,203.113.41.135,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 22 ส.ค. 2548 (03:07)
ผมเริ่มค้นหาข้อมูล ด้วย กูเกิ้ล "Taoism", "Confucius"

แล้วเสริมด้วย Encyclopaedia Britainica; "The Analect"

จับสมัยเวลามาค้นต่อ ได้เคล้าโคลง ความคิดทางการสอน ของสมัยนั้นๆ (โปรดสังเกตุ ศาสนา เริ่มที่ การสอน หรือ วิชาการ)

เวบไทยก็มีข้อมูล ไว้ใช้วาง เคล้าโครงของเรื่อง (Theme) ได้เพียงพอ



ที่ยังขาดแคลนมากๆ คือ หลักฐาน ทางวัตถุ (physical evidence - artifacts) โดยครง (เชื่อได้ว่า คงหาความสนับสนุน ได้ไม่ยากนัก ถ้าจะทำ งานวิจัยเกี่ยวพันชิวิตและเวลา ของขงจื่อ)

ทุกศาสนาขาดเหมือนกัน การครวจ DNA ของศาสดาต่างๆ จึงเป็น ฝัน (Holy Grail) ของนักโบราณคดี




สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 22 ส.ค. 2548 (11:42)
ความเชื่อเป็นสิ่งที่ดีได้ก็ต่อเมื่อ

เป็นความเชื่อที่มาจากปัญญา



ดังนั้นความเชื่อที่ดี ก็คือปัญญานั่นเอง



ปัญญามีอยู่ 2 ระดับ

คือปัญญาในการจัดการกับตัวเราเอง

กับปัญญาในการจัดการกับสังคม





ถ้าเราใช้เพียงคำว่า ความเชื่อ

ก็ดูจะเสียเวลา



แต่การที่คนๆหนึ่งเสนอแนวทางในการดำรงชีวิต

เราก็มักจะใช้คำว่า ความเชื่อ



ผมไม่แนใจว่า เราจะข้ามพ้นคำว่า ความเชื่อได้อย่างไร



ทำไมความเชื่อของคนๆนี้ จึงน่าสนใจ จึงน่าเชื่อ



และเราจะเชื่อได้อย่างไร







ผมไม่อยากให้แนวนโยบายต่างๆในบ้านเรา

เป็นเรื่องของความเชื่อ



ซึ่งเมื่อใครได้โอกาสอยูในตำแหน่งที่ใช้อำนาจได้

ก็จะใช้ความเชื่อของเขา



และบังคับให้คนทำตาม







ผมเสนอว่า เราน่าจะมองไปที่ เรื่องของการประพฤติ ปฏิบัติ



และผมเข้าใจว่า ขงจื้อ เน้นเรื่องของการประพฤติตนเป็นหลัก



แต่แน่นอน บางอย่าง ต้องมีพิธีการ มีกุศโลบายเข้ามาช่วย





ซึ่งผู้มีปัญญาก็จะแยกแยะได้ และผมเข้าใจว่าผู้ศึกษาแนวทางของขงจื้อ ต้องระมัดระวังในประเด็นนี้ด้วย



การเปรียบเทียบแนวคิดของขงจื้อ กับแนวคิดของพุทศาสนา

ทำได้



แต่ต้องถามตัวเราว่า เราทำไปด้วยวัตถุประสงค์อะไร

... เพื่ออะไร
MathGuy (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 14 ก.ย. 2548 (11:37)
ความคิดของ ขงจื้อ ยังชัดเจน ในวันนี้

ลองอ่าน



คิดใหม่ เรื่องการแก้ปัญหาความอับจน(ความยากจน)

คอลัมน์ ดุลยภาพ ดุลยพินิจ

โดย ผาสุก พงษ์ไพจิตร

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act03140948&day=2005/09/14
SR (IP:144.134.69.173,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 16 ก.ย. 2548 (12:54)
ครับ ผมเพียงอยากให้ เราเข้าใจหลักคิด

โดยไม่ต้องมีเจ้าของ ไม่มีสำนัก



หลักคิดที่ถูกต้อง ไม่ควรมีเจ้าของ และไม่ควรมีชื่อตามชื่อของคนด้วย



หลักคิดนั้น น่าจะมีอยู่แล้ว เพียงแต่ใครจะเข้าถึงได้มากน้อยต่างกัน



และในระดับหนึ่ง ก็เป็นเรื่องเฉพาะตนด้วย



พระพุทธองค์ก็ไม่ได้คิดอะไรขึ้นมาใหม่

แต่เป็นเพียงการเข้าถึง การค้นพบ



ทีนี้การอธิบาย การเข้าถึง หรือการค้นพบ



ไม่น่าจะทำได้ด้วย การคิดอย่างที่เราเป็นอยู่นี้
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 5 ต.ค. 2548 (13:23)
กินเจให้อร่อยนะ
ploy (IP:203.151.140.120,203.113.55.202,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 3 พ.ย. 2548 (10:55)
ขอให้มีความสุข
ด.ญ.รุ่งกานต์ รูปงาม (IP:58.11.10.94,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 1 มี.ค. 2549 (07:56)
อึม ยังมีคนสอบตก วิชาสังคม 2600 ปีอีก (สงสัยจะมั่วกับ Boston Model มากไป)



มีเรื่องเล่ากันว่า เจ้าเมืองคนหนึ่ง ถามขงจื้อว่า อะไร คือ งานสำคัญของเจ้าเมือง

ขงจื้อ บอกว่า

๑. การสร้าง(ที่อยู่)ที่ปลอดภัย

๒. การดูแล (ให้ชาวเมืองมี)อาหาร เพียงพอ

๓. การรักษา ความศรัทธา (หรือคุณค่า) ในสังคม



เมื่อเจ้าเมืองถามว่า ถ้าทำทั้ง ๓ อย่างพร้อมกันไม่ได้ ควรจะเลือกทำอะไร

ขงจื้อตอบว่า คนพอจะทนทุกข์ ต่อสู้ ภัยอันตรายได้

เมื่อเจ้าเมืองถามต่ออีกว่า ถ้าทำอีก ๒ ข้อที่เหลือพร้อมกันไม่ได้ ควรเลือกทำอะไร

ขงจื้อตอบว่า คนอดอยากยังพอประทังตัวต่อไป ถ้ายังมีความหวัง ยังมีศรัทธาในสังคม

หากเจ้าเมืองไม่สามารถรักษาศรัทธา สังคมก็แตกสลาย เจ้าเมืองก็ไม่มีเมือง
SR (IP:144.134.69.96,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 1 มี.ค. 2549 (10:58)
update กระทู้ ด้วยเกร็ดแนวคิด ที่ร่วมสมัยและมีพลัง น่าสนใจมากครับ
MG (IP:202.12.97.118,10.177.64.81,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 6 เม.ย. 2549 (21:01)
ผมเป็นคนไทยเชื้อสายจีน สนใจสิ่งที่เกี่ยวเนื่อง กับ รากของคนจีนมาก ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ความรู้

ผมมี cd ที่เป็นความรู้ และ คำสอน เรื่อง โอวาทสี่ท่านเหลี่ยวฝาน (เป็น cd ที่ไม่สงวนลิขสิทธิ์ )

ท่านผู้ใดต้องการ ส่งจดหมาย พร้อมแสตมป์ 5บาท ที่

ทรงศักดิ์ อูดมสิน

17-19 ถ.เทศบาลซอย1

ต. หน้าเมือง อ.เมือง

จ.ปราจีนบุรี 25000 (โทร 037-211673 )

อย่าลืมที่อยู่ของท่าน
songsak udomsin (IP:203.188.17.29,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 7 เม.ย. 2549 (18:41)
Thank you Khun Songsak Udomsin for the offer of good Dhamma.



I am quite sure that this offer can change some people's lives and their families.

Please accept my gratitude on behalf of myself and others.



For those who cannot wait, try http://www.se-ed.net/twc/article/liofan/
SR (IP:144.138.31.54,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 28 มิ.ย. 2549 (20:44)
ท่านเป็นคนดีนะ ใฝ่รู้ ใฝเรียน เสียสละ
ed (IP:58.8.152.93,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 29 ต.ค. 2549 (19:02)
เมื่อไหร่ 'สร' จะเลิกแสดงความรู้ทางศาสนาแบบผิดๆเสียที
สอน (IP:124.121.113.122,,)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม