|
>สมการ ที่ ไอนสไตน ลืม<
โพสต์เมื่อ:
13:30 วันที่ 10 เม.ย. 2548 ชมแล้ว:
11,219
ตอบแล้ว:
74
ทุกคนรู้จัก สมการ E=mc^2 ของไอสไตน์ - แต่
ไอสไตน์ ยังเขียนสมการ G=kT ที่คนไม่คอยรู้จัก หลังจากสร้างทฤษฎี General Relativity (GR c.1916) G ในสมการ คือ ความดึงดูด (Gravity หรือ Gravitational Field), T คือ เวลา (Time or TimeLike - ไม่ใช่ ตามเข็มนาฬิกา time Duration) และ k เป็นค่าคงที่ (ประมาณ 2 x 10^-43) สมการนี้ แสดงว่า ความดึงดูด มีความสัมพันธ์เกี่ยวพันกับ เวลา (หรือ เวลา หดยืดได้ตาม การหดยืด ของ ความดึงดูด). การทดลองของ Podklevnov ให้ผลแสดงว่า น้ำหนัก(mass.G) ของ semiconductor ชนิดหนึ่ง ลดลงได้ ภายใต้ lectromagnetic field (P - เขียน phi ลำบาก) ที่แรงสูงมาก (สร้างด้วย กระแสผ่าน superconductors) - ถ้าสมมติว่า มวล (mass) เป็นตัวคงที่ ก็มีการเปลี่ยน G มากเกินกว่าที่จะอธิบาย หรือคำนวณจากทฤษฎี นั่นระดับของ P สามารถดัดเปลี่ยน ระดับของ G ได้. การทดลองของ กลุ่ม Ning Li ให้ผลแสดงว่า สามารถสร้าง G จาก P ได้ โดยใช้เครื่องมือคล้ายกัน. (การทดลองทางด้าน Gravity field ยากมาก และไม่คอยเป็นที่ยอมรับ โดยทั่วไป) นาซ่า -NASA ได้พยายามเลียนแบบการทดลอง แต่ไม่ได้ผลรับ นาซ่าออกความเห็นว่า การทดลองของ Podkletnov มีข้อผิดพลาด, แต่กลุ่มวิจัยของ Ning Li ใช้เครื่องมือที่ต่างไป -ให้ผลสอดคล้องกับผลของ Podkletnov- ได้จัดตั้งบริษัทวิจัย เพื่อหาสมการ และเครื่องมือ แสดงว่า P สัมพันธ์ G อย่างไร (อย่าเพิ่ง คิดว่า เราค้นพบ AntiGravity field แล้ว เอาไปใช้ เดินทางไปดาวอื่นได้ - พลังงานที่ใช้ ลดน้ำหนัก มากกว่า น้ำหนักที่ลด หลายล้านเท่า). ฉะนั้น มีข้อชวนคิดว่า E เกี่ยวพันกับ M เกี่ยวพันกับ G และเกี่ยวพันกับ T (เวลา) อย่างลึกซึ้ง (ถ้าเราแยก Electromagnetic field P เป็น Electric field E กับ Magnetic field M) ถ้ามองให้ลึกลงไป ความรู้ใหม่นี้ แสดงว่า ความผูกพันของ geometry (สมบัติของโครงสร้างสัมพัทธ?) ของ Space-time อาจจะซับซ้อนกว่า 4 มิติ ที่เราเข้าใจ นักคณิตศาสตร์หลายๆคนกำลัง เปลี่ยนภาพแบบของ Space-time ที่แสดงทั่วไปว่า เป็นเวคเตอร์(vetor) ของ (T,X,Y,Z) ที่เราพอมองเห็นได้ ให้เป็น quaternion (T,E,M,G) ของ มิติ ที่เรามองไม่เห็น และต้องวัดค่า ด้วยเครื่องมือซับซ้อน. ปรากฏการณ์ต่างๆ ในสภาพแวดล้อม(T,E,M,G) ไม่อาจกำหนด ตำแหน่ง (position) ให้ชัดเจน เพราะ E,M,G ไม่ใช่ วัตถุ ที่มีตัวจับได้ ฉะนั้น แต่ละมิติ E,M,G ต้องแสดงในรูป (T,X,Y,Z) อีกชั้นหนึ่ง. สิ่งที่เรารู้แน่ชัด คือ งานวิจัย T, E, M, G ในทาง คณิตศาสตร์ และ ฟิสิกส์ ยังมีอีก มากพอให้เรา ทำ อีกนานแสนนาน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 10 เม.ย. 2548 (13:31) NB. Quaternion เป็นตัวเลขที่ต่อเติมจาก Complex number - (real i, imaginary j) : j^2 = -1 ซึ่งเป็นตัวเลข ที่สอดคล้องกับระบบตรีโกณมิติหรือระบบไพธากอเรียน Quaternion numbers (due to Sir Rowan Hamilton) are of the form a + bi + cj + dk in which a, b, c, d are real. The sum (a + bi + cj + dk) + (a\' + b\'i + c\'j + d\'k) is defined as (a + a\') + (b + b\')i + (c + c\')j + (d + d\')k. Multiplication is defined from the equations (generalizing i2 = -1); i2 = j2 = k2 = ijk = -1, ij = k = -ji, jk = i = -kj, ki = j = -ik. Certain laws of arithmetic are satisfied, and subtraction and division (except by zero) are possible. Furthermore, any polynomial equation with quaternion coefficients has a quaternion root. For many years quaternions were widely used in solving physical problems. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 17 มิ.ย. 2548 (11:21) น่าสนใจดีครับ และศึกษาด้วย sss (IP:202.28.27.4,10.30.3.119,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 22 มิ.ย. 2548 (20:19) สนุกมากกกกกกกกกกก ![]() mmmm. (IP:203.118.114.24,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 6 ก.ค. 2548 (20:32) มั่วสนุกจริงๆ ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 9 ก.ค. 2548 (00:49) ไปเอามาจากไหนคับ น่าสนใจดี มีอีกมั๊ยคับ ข้าน้อยไร้ความสามารถ (IP:203.172.110.158,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 14 ก.ค. 2548 (08:04) It seems you are still a bit behind. Wake up! The rage is on with \'octonion\' numbers (8-fold algebra) NOT with \'quaternion\' (4-fold algebra). There are \'links\' of octonions to most \'classical\' physics (e.g. Maxwell, Lorentz, Einstein\'s GR) and some \'quantum\' physics (e.g. non-locality, entanglements). party (IP:220.240.216.131,127.0.0.1,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 16 ส.ค. 2548 (22:36) เป็นวิชาที่เราควรใช้กันทุกวัน เป้ (IP:203.113.80.145,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 20 ก.ย. 2548 (18:44) อยากให้ผู้เขียนกรุณาสนใจความเห็นนี้หน่อยนะคะ หนูเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ต้องทำโครงงานเรื่อง สมการ แต่หนูอ่านความข้างต้นเเล้วหนูไม่เข้าใจเเม้แต่นิดเดียว (ไม่บอก) มีพวกเมลคนอื่นไปใช้ (IP:203.188.14.88,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 21 ก.ย. 2548 (13:02) น่าสนใจมากกกกกกกกก ![]() ................... (IP:58.147.40.238,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 23 ก.ย. 2548 (04:57) จุดมุ่งหมายของกระทู้นี้ คือ เรียกร้องให้ คิด ค้น วิจัย ในวิชาการ สมัยนี้ สำหรับใช้ ในอนาคต (ไม่ใช่ เรียนให้เข้าใจวิชาการ"เก่า" เท่านั้น ควรจะมองดู การทดลอง ค้นคิด สร้างวิชาการ"ใหม่" หรือ"การเปลี่ยนจุดยืนมอง"ด้วย). การเปลี่ยนการเขียน และขยายความ (ตามความคิด) ตามข้างล่าง จะช่วยไหม? โปรดอ่าน คิด และตรวจสอบ - อย่าเชื่อ โดยไม่คิด ไม่ตรวจสอบ (ดู กาลามสูตร). ฟิสิกค์ มีการมองหา คำอธิบาย ปรากฏการณ์ธรรมชาติ (physical reality) จากจุดยืน ๒ จุด. จุดยืน ที่กำหนดว่า สิ่งที่สนใจ (object of interest)คือ วัตถุ (particle เช่น ดวงดาว อะตอม อนุภาค) เป็น จุดเกิดของปรากฏการณ์. สิ่งนั้น กำหนดได้ ด้วย ตำแหน่ง (เปรียบเทียบกับจุดศูนย์ - x=0,y=0,z=0) ใน เวลา นั่นคือ ใน ๔ มิติ(x,y,z,t หรือ space-time) และสมบัติ เช่น มวล (mass) รูปร่าง (shape or geometry) ความเร็ว และทิศทาง ของสิ่งนั้น. การทดลอง สังเกตุ ความสัมพันธ์ ของสิ่งต่างๆ เช่น โลกหมุนรอบตัวเอง โคจรรอบดวงอาทิตย์ อยู่ได้ ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ จะอธิบายได้ ถ้า ความเร่งคงที่ (acceleration is constant หรือ (อัตรา)การเปลี่ยนของ(อัตรา)ความเร็วของการเคลื่อนตัวของโลก ไม่แปรผัน - ดูหนังสือฟิสิกค์เบื้องต้น) เป็นความรู้จากจุดยืนนี้ คนหลายคน (เช่น Corpernicus, Galileo, Kepler, Newton, Einstein) สร้างความรู้ฟิสิกค์ ที่เรียกกันว่า particle theories มาจากจุดยืนนี้ และเป็นความรู้ที่ใช้กัน ทั่วไปทุกวันนี้ อีกจุดยืนหนึ่ง กำหนดว่า สิ่งที่สนใจ คือ อำนาจ ในสภาพแวดล้อม(สนาม field)ทำให้เกิดปรากฏการณ์. อำนาจ มาจากแหล่งต่างๆ เช่น ไฟฟ้า แม่เหล็ก และมวล(gravitation). การทดลอง สังเกตุ ความสัมพันธ์ ของสิ่งต่างๆ และสมบัติของอำนาจเหล่านี้ต่อสิ่งที่อยู่ในสนาม เช่น การกวักมือในอ่างน้ำ ทำให้สิ่งลอยน้ำเคลื่อนไหวได้ (ซึ่งแสดงว่า ใช้คลื่นส่งพลังงานได้) หรือ การแก่วงของลุกตุ้ม(ในสนามแรงดึงดูด) เป็นความรู้จากจุดยืนนี้ คนหลายคน (เช่น Bernoulli, Lorentz, Maxwell, Planck, Schrodinger, Dirac) สร้างความรู้ฟิสิกค์ ที่เรียกกันว่า Wave (Field) theories มาจากจุดยืนนี้ ความรู้ฟิสิกค์จากจุดยืนทั้งคู่ ใช้ สมมติฐานเบื้องต้น (กฏแห่งความจริง) เดียวกัน เช่น มวลมีเท่าเดิม (conservation of mass) โมเมนตัมมีเท่าเดิม (conservation of momentum) ปริมาตรสนามมีเท่าเดิม (conservation of volume - มีข้อแม้อีกหลายข้อ) และพลังงานมีเท่าเดิม (conservation of energy) ให้ คำทำนาย (prediction)ถูกต้อง ทดสอบได้ เป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ทุกอย่าง. มีคนพยายามจะรวมทฤษฎีจาก ๒จุดยืน เข้าด้วยกัน (เป็น Unified theory)แต่ได้ผลสำเร็จเพียงเล็กน้อย. ข้อแตกต่าง ที่มาจากต่างจุดยืน เช่น 7 มิติ (position(x,y,z) +momentum(x,y,z) +Time) เพียงพอสำหรับ แสดงวิถีการเปลี่ยนแปลงของวัตถุ (particle evolution) แต่ไม่เพียงพอจะแสดงวิถีการเปลี่ยนแปลงของสนามอำนาจต่างๆ(infinite dimensions และไม่รู้ว่า มีกี่สนาม) และ คำทำนาย ปรากฏการณ์ของวัตถุ ขนาดโมเลกุลขึ้นไปจนถึง กาแลกซี่ และจักรวาล (universe )ด้วย particle (Newtonian) theories ให้ความแม่นยำสูง แต่ใช้กับ ปรากฏการณ์ของวัตถุ ขนาดโมเลกุล ลงมา (อะตอม, เค้วอค (quark), แสง (photon)) ไม่ได้ ต้องใช้ (quantum) wave theories ทำนายแทน. การค้นคว้า สร้างความรู้ หาคำตอบ สำหรับสภาพการณ์เช่นนี้ คือ เป้าการวิจัย อย่างหนึ่ง ในสมัยนี้. หมายเหตุ ๑) กฏแห่งความจริง เช่น มวลมีเท่าเดิม หมายความว่า (Newton)ไม่รู้ว่า มวลเกิดขึ้นได้อย่างไร มวล ทั้งหมดในอดีต ในอนาคต มีเท่ากับมวลที่มีอยู่ทุกวันนี้ Einstein บอกว่า มวลเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ (และพลังงานเปลี่ยนเป็นมวลได้) เมื่อมวลเคลื่อนตัวเร็วพอๆกับแสง ฉะนั้น กฏนี้ ควรจะรวมพลังงานเข้าด้วย? ความจริง ที่ว่า นอกจากคลื่นไฟฟ้า แม่เหล็ก และแสงแล้ว (เราไม่รู้ว่า ความดึงดูด เร็วเท่าไร) เราไม่รู้ว่า มีวัตถุอะไร ที่มีมวลมากพอ เคลื่อนที่ได้เร็วพอ ให้ต้องแก้กฏข้อนี้. ๒) ปรากฏการณ์ธรรมชาติของวัตถุขนาดเล็กๆ (น้อยกว่า นาโนเมตร) ในสนาม แม่เหล็ก ไฟฟ้า มวล ฯลฯ และ เวลา มีผลต่างอะไร มีผลรวมอะไร อย่างไร ยังไม่เป็นความรู้ทั่วไป (มีคนรู้ หลายอย่าง เช่น Laser synergetics และ plasma - แต่ยังเก็บไว้ทำประโยชน์การค้า). ๓) ข้อเกี่ยวโยงของ ตัวเลข quaternion (แสดงด้วยเลข ๔ ตัว) กับ space-time (x,y,z,t) และ octanion (แสดงด้วยเลข ๘ ตัว) กับ ๗ มิติ (เหลือสำรอง ๑ มิติ) เป็นการทดลอง ใช้ระบบตัวเลข ทางคณิตศาสตร์ มาแก้ปํญหา ที่มาจากการ แยก วัด ค่าตัวแปร (variables)ที่ละตัว (เพราะไม่สามารถ วัดทุกตัวพร้อมกันได้) ทำให้สังเกตุเห็นความสัมพันธ์กับตัวแปรได้ที่ละตัว นั่นคือ ผลจากการทดลอง สังเกตุ เป็น partial differential equations ซึ่งมี คำตอบ (สูคร)ได้หลายคำตอบมากมาย โดยเฉพาะการหาค่ารวม integral solutions ด้วยการประมาณค่า และปรับให้เข้ากับ ผลการทดลอง ซึ่งอาจจะทำให้ต้องแก้ปัญหา ผลรวมของการคำนวณผิดพลาดสะสม อีกทอดหนึ่ง (ดู numerical analysis). การเปลี่ยน ภาพแสดงปัญหา และคำตอบ จากการใช้ ตัวเลขจริง (real numbers) มาใช้ complex numbers (x +iy) มาใช้ quaternions (x +iy +jz +kt) มาใช้ octonions (ลองเขียนแสดงเอง) ช่วยให้เห็น ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ที่อาจจะเลือก ความแม่นยำ (precision) ได้ จากการลองกำหนด ให้ความสัมพันธ์เป็น อนุกรมชนิดหนึ่ง (a power series ซึ่ง แจกแจงให้ละเอียดมากขึ้นได้ เช่น ด้วยวิธี Taylor\'s Series Expansion). To find out more about complex, quaternion, octonion numbers their applications in Sciences, please search websites. (ดู www.valdostamuseum.org/hamsmith/SegalConf2.html www.ensmp.fr/aflb/AFLB-272/aflb272p241.pdf ) ๔) สมการ (Equation) แสดงว่า A=B, ความสัมพันธ์ (Relation) แสดงว่า A เกี่บวข้องกับ B อย่างใดอย่างหนึ่ง. ๕) ข้อเขียนข้างบน แสดง "ภาพถ่ายจากอวกาศ" ให้เห็น "ตำแหน่ง และ การเคลื่อนไหว" ของความรู้ฟิสิกค์ ไม่มีรายละเอียด เฉพาะหัวข้อ, ไม่ใช่ ทฤษฎี, เป็นเพียง ข้อสังเกตุอย่างกว้างๆ ของผู้เขียน เท่านั้น. SR (IP:144.134.69.211,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 29 ก.ย. 2548 (12:52) อยากให้ช่วยบอกสมการ T,t คาบเวลาสัญญาณ,คาบเวลาต่างเฟส ก่อนที่จะมาเป็น โอเมก้า ศูนย์=4ฟาย lovely_jihyun1234@hotmail.com (IP:61.91.81.126,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 23 ต.ค. 2548 (11:20) ให้ความรู้ได้ดีมากเลยค่ะ.......... ![]() BB..109 (IP:203.151.140.118,203.113.45.4,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 6 พ.ย. 2548 (15:51) อยากทราบกฏและทฤษฎีของปรากฏการณ์ ดาร์ลิ้ง (IP:58.147.59.105,,) แล้วสมการE=mc^2เนี่ยความจริงก็ไม่ได้เอาไปใช้นะครับที่ใช้จริงๆไม่ใช่อย่างนี้แล้วมีอีกสมการที่สำคัญมากๆของไอน์สไตน์น่ะครับแต่ผมจำไม่ได้ละครับวันก่อนเห็นที่ไหนซักที่ล่ะครับใครพอจะรู้ช่วยเอามาบอกทีนะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 20 พ.ย. 2548 (17:27) น่าสนใจดีครับแล้วทำไมระดับนาซ่าทำไม่ได้อะแต่ถ้าเราพบ-gจริงๆล่ะก็เราได้เดินทางข้ามกาล-อวกาศแน่ๆเลยคุณ สรถ้าเข้ามาแวะมาคุยทางวิชาการกันไหมครับ jabbar@chaiyo.comแลกเปลื่อนความรู้กันน่ะ งุงิ (IP:202.28.21.4,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 22 พ.ย. 2548 (18:56) น่าสนใจดี คีตาร์ (IP:203.113.81.5,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 7 ธ.ค. 2548 (07:32) ความคิดเดิมเริ่มต้น ที่ตั้งกระทู้นี้ คือ การตั้งป้ายชวนคนที่ไปดู"หนังเรื่องไอน์สไตน์" ให้คิดค้นแตกสาขาออกไป ไม่ใช่เพียง "เฮ" ผลรับ ทำให้เปลี่ยนความคิด เราอยากคิดค้นแตกสาขาออก แทบทุกคน แต่... ช่วงเวลาเปลี่ยนปี ลองอ่านเรื่องข้างล่าง จะดีกว่า "ดื่มเมา ตายบนถนน" ไหมครับ? I wish you all a safe and creative New Year วิธีคิด http://midnightuniv.thaiis.org/fineartcmu2001/newpage1.htm http://midnightuniv.thaiis.org/midnightuniv/newpage72.htm ฟูโกในสารานุกรมสุนทรียศาสตร์ http://midnightuniv.thaiis.org/miduuu/newpage5.htm อัตลักษณ์และความหมายของวิทยาศาสตร์ http://midnightuniv.thaiis.org/miduniv/newpage22.htm สอนวิทย์เน้นพัฒนาสมองสองซีก ฝึกวิเคราะห์-ความคิดสร้างสรรค์ http://www.onec.go.th/news46/pr/sala/s_470812b.htm Six Thinking Hats http://www.nationejobs.com/content/learn/quickcourse/template.asp?conno=4 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 8 ธ.ค. 2548 (15:21) ทำใมยากจังหนูทำไม่ได้ แต่ก็จะพยายาม เด็กสิงห์ (IP:203.188.37.20,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 19 ธ.ค. 2548 (20:01) น่าสนใจมากๆค่ะ อยากให้เพิ่มเติมมากกว่านี้ คนรักวิทย์ (IP:203.113.67.164,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 19 ธ.ค. 2548 (20:49) น่าสนใจมากๆครับ หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |