|
หมอแมะ
โพสต์เมื่อ:
21:30 วันที่ 19 เม.ย. 2548 ชมแล้ว:
4,042
ตอบแล้ว:
37
ทำไมหมอแมะแค่จับชีพจรแล้วรู้ว่าเป็นโรคอะไรอ่ะครับ - -a สงสัยมานานล่ะครับ ??
จำนวน 27 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 8 พ.ค. 2549 (23:00) โห ยังมีคนไปขุดกระทู้มาอีกหรอเนี่ย >_< แล้วหมอแมะในสมัยก่อนละครับ เค้าทราบได้ไงว่าเป็นโรคไหนอ่า ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 9 พ.ค. 2549 (18:45) เห็นว่าหมอแมะเนี้ยสามารถจับชีพจรแล้วรู้ได้ว่าเด็กในครรภ์เป็นลูกผู้หญิงหรือชาย ประมาณว่ากระตุกทางซ้ายทางขวาเนี้ยแหละค่ะ พอดีมีปู่เป็นหมอแมะอ่ะ am_sci@hotmail.com (IP:61.90.235.32,,) อืม การตรวจหัวใจเนี่ยนะครับเกี่ยวกับการดูการเต้น อัตราการเต้น ความแข็งแรงของสุขภาพ อาจไปถึงระบบประสาท ตลอดจน ลิ้นหัวใจ ความผิดปกติของเอ็น 5555+ Pulse diagnosis is mentioned in ancient texts, such as the Huangdi Neijing and the Huangdi Neijing of the Han Dynasty period, but with only sporadic mention of various pulse forms and their meaning. In the Huangdi Neijing, pulse is depicted primarily as a means of prognosis for impending death. As an example, in the section of the book on yin and yang it is said that (2): A yin pulse that shows no stomach qi is called the pulse of zhenzang [decaying pulse] and the prognosis is usually death. Why? Because a yin pulse reflects absence of yang and thus absence of life activity. If you can distinguish the presence or absence of the stomach pulse, you can know where the disease is located and give the prognosis for life or death, and even know when death might occur....When yang pulses are absent in a patient, the yin or the decaying pulse of the liver is like a thin thread on the verge of breaking, or like a tightly wound wire about to snap. The patient will die within eighteen days. If the decaying pulse of the heart is like a thin fragile thread, the patient will surely die within nine days. If this pulse is found in the lung pulse, the patient will not survive longer than twelve days. If it is found in the kidney pulse, the patient will die in seven days. If it is found in the spleen pulse, the patient will die in four days. นำมาจาก http://www.itmonline.org/arts/pulse.htm THE SIGNIFICANCE OF TRADITIONAL PULSE DIAGNOSIS IN THE MODERN PRACTICE OF CHINESE MEDICINE essay by Subhuti Dharmananda, Ph.D., Director, Institute for Traditional Medicine, Portland, Oregon ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2,,) ใน web ที่ผมค้นมาให้ มีคำอธิบายเรื่อง แมะ มากพอควร และค่อนข้างเป็นวิทยาศาสตร์ เชิญอ่านกันตามสบายนะครับ ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 21 ก.ค. 2549 (23:25) คุณฟลิ้นท์ อืมมะเก่งภาษาอังกฤษอ่ะค่ะ แล้วแดจังกึมอ่าเปงหมอแมะอ่ะป่าว???? สถานพยาบาลเกษมเวชกรรม หมอแมะ (หมอแมะเมืองนนท์) รับปรึกษาปัญหา โรคความดัน โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ เครียด นอนไม่หลับ ปัสสาวะบ่อย ปวดหลัง ปวดเอว มีบุตรยาก บำรุงเลือด บำรุงร่างกาย พร้อมรักษาโรคอื่นๆ อีกหลายชนิด รักษาโดยแพทย์แผนจีน ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี ตรวจแมะฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น มีทั้งแบบยาน้ำและยาแค็ปซูล ในส่วนยาน้ำทางร้านได้ทำการต้มและบรรจุขวดพร้อมดื่มให้ลูกค้าสามารถซื้อไปแล้วดื่มได้ทันที สะดวก สะอาด ในส่วนยาแค็ปซูลก็ได้รับการรับรองจาก องค์การอาหารและยา (อย) เรียบร้อยแล้ว สามารถโทรมาปรึกษาได้ก่อนที่ โทรศัพท์ 02-527 1289, 02-968 0642 Website: www.kasemwetchakram.com email: info@kasemwetchakram.com เกษมเวชกรรม (IP:204.114.196.11,,) คุณแปะก๊วยครับ ตามประวัติของเกาหลี (ตามที่ภาพยนตร์อ้าง)แดจังกึมเป็นหมอแมะ การเต้นของชีพจรแบบ ลา-แมะ เป็นการเต้นที่ตรวจยากที่สุด ยุคนั้นมีแต่จังกึมเท่านั้นที่ตรวจได้ ทำให้ผมข้องใจว่าจริงแท้คืออะไร จนได้ไปค้นตาม web ที่เขียนไว้ใน#20 เขาเขียนถึง ลา-แมะ ว่า เป็นชีพจรที่แผ่วเบา และตรวจยาก ฟลิ้นท์ (IP:202.29.77.2,,) แล้วหมอโฮจุนล่ะคะ ? กะหมอแมะใครเก่งกว่ากัน กระดูก (IP:202.12.97.111,10.55.62.135,) ที่เคยดูในหนังจีนน่ะครับ หมอหลวงที่เป็นหมอแมะในสมัยก่อนเวลาเค้าตรวจให้ฮ่องเต้ หรือว่า ฮองเฮา เค้าไม่ได้ใช้มือตรวจ เค้าจะใช้เส้นด้ายแดงผูกที่ข้อมือของฮ่องเต้หรือว่า ฮองเฮา เนี่ยแหละครับ -*- ก็แปลกดีน่ะครับ เค้าตรวจผ่านด้าย ได้ยังไง ถ้าเกิดมีจริงแบบหนัง หมอเค้าต้องเก่งมั๊กแน่ แต่ผมว่าน่าจะมีจริงน่ะ ที่ตรวจแบบนี้ ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน การจับชีพจรจะตรวจว่าอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติหรือไม่ เนื่องจากการบีบและคลายตัวของหัวใจในแต่ละครั้งจะทำให้เกิดการบีบและขยายตัวของเส้นเลือดเพื่อที่จะส่งเลือดไปสู่อวัยวะต่างๆของร่างกาย และนำเลือดที่ดำกลับเข้าสู่หัวใจ จากการที่เส้นเลือดบีบและขยายตัวนั้นจึงทำให้เกิดชีพจรเกิดขึ้น โดยที่การจับชีพจรนั้นจะเทียบว่าภายในเวลา1นาทีจะมีอัตราการเต้นของหัวใจเท่าไหร่ ถ้าน้อยกว่าประมาณ60หรือเกิน80ก็อาจจะมีความผิดปกติของหัวใจ ส่วนการแมะ แมะนั้นก็คือการตรวจโดยการจับชีพจร แต่จุดมุ่งหมายและวิธีการตรวจนั้นต่างกัน ในศาสตร์แพทย์แผนจีนกล่าวว่าภายในเส้นเลือดนั้นนอกจากจะมีเลือดอยู่ภายในแล้วยังมีชี่ หรือที่เรียกให้เข้าใจง่ายๆว่า ลมปราณ อยู่ด้วย ลมปราณจะเป็นตัวที่ขับดันเลือดให้ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกาย(ที่ทำให้เกิดชีพจร) โดยที่ลมปราณที่ไปยังอวัยวะต่างๆนั้น จะสามารถดูถึงความผิดปกติได้ในตำแหน่งที่ต่างกันในขณะจับชีพจร และความช้า เร็ว ของชีพจรก็จะเป็นตัวบอกถึงสภาพของแต่ละคนได้(ในภาวะที่ร่างกายอยู่ในสภาพปกติ ไม่เหนื่อยหรือหลังทานอาหารใหม่ๆ เป็นต้น) เช่น เช่น เร็ว-โรคของอวัยวะกลวง โรคร้อน ช้า-โรคของอวัยวะตัน โรคเย็น ลอย-โรคจาคภายนอก จม-โรคจากภายใน แรง-ภาวะแกร่ง อ่อนแอ-ภาวะพร่อง เนิบช้า-ความชื้น แน่น- ความเย็น และมือซ้าย สามารถดูได้ถึงอวัยวะ เช่น หัวใจ ตับ ไต ,มือขวา-ปอด กระเพาะอาหาร ไต เป็นต้น ซึ่งถ้าหมอจีนที่มีประสบการณ์สูงๆ ก็สามารถดูได้ว่ามีอะไรผิดปกติบ้าง แต่ถ้าเพิ่งเริ่มเรียนก็สามารถดูได้คร่าวๆก่อน เช่น หัวใจ ตับ ไต กระเพาอาหาร เป็นต้น ถ้าสงสัยก็ถามได้อีกนะคะ ถ้ารู้ก็จะตอบให้ค่ะ แพทย์จีน หัวเฉียว (IP:222.123.1.227,,) ตอนนี้ที่ประเทศไทยก็มีการสอนแพทย์แผนจีนแล้วค่ะ โดยมีเปิดที่ ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และ ม.ราชภัฏจันทเกษม ค่ะ แพทย์จีนหัวเฉียว (IP:222.123.1.227,,) เรื่อง ชีพจรของหญิงตั้งครรภ์ค่ะ หญิงที่ตั้งครรภ์ จะมีชีพจรที่ตำแหน่ง ฉื่อ ซึ่งหมายถึงไต หรือ เซี่ยเจียว แรง เร็ว ลื่น มากกว่า ตำแหน่ง ชุ่น เพราะเลือดไปเลี้ยงมดลูกมากขึ้น และไตมีหน้าที่เกี่ยวกับ การตั้งครรภ์ ทำนายเพศชาย-หญิง ตั้งครรภ์4เดือนขึ้นไป อาจทำนายเพศได้โดยชีพจร มีหลายทัศนะ เช่น เร็วที่ข้อมือซ้าย เป็นชาย ขวาเป็นหญิง เนื่องจาก ซ้ายเป็นหยาใง ขวามเป็น ยิน ชีพจรลอยเป็นชาย ชีพจรจมเป็นหญิง ตำแหน่งชุ่นเป็นชาย ตำแหน่งฉื่อเป็นหญิง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ค่ะ แพทย์จีนหัวเฉียว (IP:222.123.1.227,,) อืม..เพิ่งรู้จัก ที่เท้ามีจุดๆๆเลือดๆๆ นานมากแล้ว ไม่ทราบเป็นอันตรายอะไรหรือเปล่าค่ะ เกี่ยวกับเลือดลมไม่ดีหรือเปล่าค่ะไม่เจ็บอะไรค่ะเวลาไปโดน ขอบคุณค่ะ noknice@gmail.com (IP:58.136.52.154,192.168.0.9,) น่าจะมีสอนแพทย์แผนจีนเด็กอายุ13-14บ้างอึดอัดเหลือเกินเวลางงอะไรต้องเปิดหนังสือหาเองหนังสือซื้อมาเต็มบ้านแต่ก็ยังไม่แจ่มแจ้งซะทีถ้ามีสอนแล้วมะแพงมากก็จะดีมากกกก..... ผมรู้นิดหน่อยเองแค่กดจุด ครอบกระปุก เผาสมุนไพร งูๆปลาๆเอง(เคยลองทำแล้วไฟมะไหม้) T_T ผมอยากเปงหมอแผนโบราณ (IP:124.121.124.39) คุณพ่อของดิฉันเป็นหมอแมะที่เรียนมาจากจีนและอินเดียและมาอยู่ที่เมืองไทย 30กว่าปีแล้ว และไม่มี ใบประกอบวิชาชีพของไทย และอ่านภาษาไทยไม่ได้แต่พูดไทยได้ อยากทราบคุณพ่อจะสอบใบประกอบวิชาชีพที่เป็นของไทยได้ไหม และถ้าสอบได้จะสอบเป็นปากเปล่า หรืออาจเป็นการสอบด้วยภาษาต่างชาติ เช่น ภาษาอาหรับ ได้หรือไม่ ผู้ที่ทราบเรื่องของการสอบนี้ ช่วยเมลล์มาตาม E_mail ที่ให้ไว้ข้างบนนี้ด้วยนะค่ะ จะขอบพระคุณมากค่ะ (อยากทราบจริงๆ ค่ะ) Kamon_ann@yahoo.ac.th (IP:58.9.43.44) ตรวจสุขภาพ แผนจีน ฟรี! (หมอแมะ) ที่คลีนิคแมนดาริน สมัครสมาชิกได้ที่ http://www.Asmart.Biz/?id=A43153 hellonanja@hotmail.com (IP:125.25.200.175) หมอแมะ ท่านสามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพได้ฟรี ได้ที่ โรงแรมเมนดาริน ชั้นเอ็ม แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพ 10500 ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ตรวจสุขภาพฟรีโดยหมอคนจีน(นายแพทย์ที่จบจากมหาวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่ง)ท่านสามารถโทรจองที่นั่งได้ที่ 087-3043675 คุณนิกร Korn14761476@hotmail.com korn14761476@hotmail.com (IP:222.123.69.192) หมอแมะ มีอยู่หลายคน แต่ที่ เก่งๆ ก็มีไม่กี่คน ถ้าสนใจ ลองไปแมะกับหมอที่ สวนกวางตุ้งคลีนิค สิ ที่นี่รักษาโดยแพทย์แผนจีนผู้มีความชำนาญการทางด้าน การฝังเข็ม กดจุด นวดทุยนา แมะ วินิจฉัยโรค ลองเข้าไปที่ www.thaichilly.com ที่นี่ รักษาได้หลายอย่างเช่น เลิกบุหรี่ เพิ่มความสูง ปลูกผม มีลูกยาก ไปปรึกษาได้ เป็นแพทย์จีนแท้ๆ ไม่ได้เป็นแพทย์ที่เพิ่งเรียนในเมืองไทย แล้วมาเปิดร้าน ถ้าไม่แน่ใจก็ไปนั่งคุยกับหมอก่อนก็ได้ คนไข้ (IP:192.19.197.203) หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |