>>> อยากทราบ การเกิด และวิวัฒนาการ ของ ดาวฤกษ์ <<<

...........ดาวฤกษ์ เกิด จากกลุ่ม ก๊าซ รวมตัว แล้ว มี ปฎิกิริยา อย่าง ไร

...........จน ถึง

...........เปลี่ยน ไป เป็น ดาว ยักษ์ แดง - ดาว แคระ ขาว อย่าง ไร ครับ

...........ผม เคย เห็น บท ความ เขียน ไว้ แต่ หา ไม่ เจอ อ่ะ ครับ

..........เอา ภาพ ดวง อาทิตย์ มา ให้ ยล (ลงซ้ำ)


ความคิดเห็นที่ 1

เนยสด vcharkarn veditor
10 พ.ค. 2548 17:17
  1. อ่านบทความของคุณพวงร้อยหรือยังครับ?

    ถ้าสงสัยอะไรเพิ่มเติม ก็มาโพสตถามละกัน


    http://www.vcharkarn.com/vastronomy/?secid=55



ความคิดเห็นที่ 2

.....Tanu
10 พ.ค. 2548 17:29
  1. ................หว๋า......ภาพ หาย ไป เร้ว อ่ะ



    ...............



    ................ขอบ คุณ คุณ เนย สด มาก ครับ



ความคิดเห็นที่ 3

.....Tanu
10 พ.ค. 2548 17:54

  1. ...............งั้น หลุม ดำ ก้ มี อีก ชื่อ ว่า


    ...............ดาว แคระ ดำ สิ ครับ


    ...............ทฤษฎี ผม ว่า ดาว ยุบ ตัว ลง อย่าง เร็ว


    ...............จน แสง ทั้ง หมด มอด ดับ


    ...............แรง ดูด มหาศาล จึง เกิด ขึ้น


    ...............เรา สามารถ เห็น หลุม ดำ ได้ จาก


    ...............ความ ร้อน ที่ ยัง เหลือ อยู่ จาก การ ระ เบิด มั๊ย ครับ

    ...............แหล่ง ความ รู้ อีก ที่ นึง บอก ไว้ว่า


    ...............ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยกว่า 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์ (โดยประมาณ) เมื่อเผาไหม้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์จนหมดแล้วจะเกิดการยุบตัวลง เป็นวัตถุท้องฟ้าที่เรียกว่า ดาวแคระขาว (white dwarf)


    ...............


    ...............ถ้าดาวมีมวลมากกว่า 3 เท่า ของดวงอาทิตย์แล้วก็จะไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งการยุบตัวของดาวได้ แม้แต่แรงต้านจากนิวตรอน ดวงดาวจะยุบตัวลงเรื่อยๆ จนกระทั้งกลายเป็นวัตถุประหลาด ที่มีแรงดึงดูดมากมายมหาศาล ขนาดที่ไม่มีสิ่งใดจะหลุดรอดออกมาได้หากพลัดหลงเข้าไปเจ้าวัตถุที่ว่านั้นก็คือ "หลุมดำ"

    ...............



ความคิดเห็นที่ 4

ผมลูกไอน์สไตน์คับ.. (Guest)
11 พ.ค. 2548 11:06
  1. เราสามารถมองเห็นหลุมดำได้จากรังสี X ที่หมุดดำปล่อยออกมาครับ ซึ่งรังสี X-ray นี้ จะมีเข้มข้นที่สุดเมื่อหมุดดำกำลังดูด มวลของดาว หรือเทหวัตถุที่โชคร้ายเข้าไป



ความคิดเห็นที่ 5

ผมลูกไอน์สไตน์คับ.. (Guest)
11 พ.ค. 2548 11:47
  1. เขียนผิดอีกแย้วขอโทษครับ



ความคิดเห็นที่ 6

ผมลูกไอน์สไตน์คับ.. (Guest)
11 พ.ค. 2548 12:37
  1. คือดาวฤกษ์เกิดจากการที่เศษฝุ่นและกลุ่มก๊าซภายในเนบิวลายุบตัวลุงเนื่องจากแรงโน้มถ่วงในบริเวณที่มีกลุ่มฝุ่นจำนวนมากกว่าบริเวณอื่นๆในเนบิวลา ทำให้แรงโน้มถ่วงบริเวณนั้นมีมากด้วยจึงดูดเอากลุ่มฝุ่นที่อยู่ในเนบิวลามารวมกันเกิดเป็นแกนของดวงดาวขึ้นมา พลังงานศักย์โน้มถ่วงของกลุ่มฝุ่นจึงทำให้เกิดความร้อนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อความร้อนนั้นมีอุณหภูมิอยู่ในระดับ ล้านเคลวิน แกนของดวงดาวจะเริ่มหมุดตัวซึ่งเป็นไปตามกฎอนุรักษ์เชิงโมเมนตัมทำให้เกิดจานรวมมวลขึ้นมา เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นอีกในระดับหนึ่ง ก็จะก่อให้เกิดพลาสมา พลาสมาในช่วงนี้จะก่อตัวเป็นรูปลำท่อ ชี้ออกทางขั้วเหนือ และขั้วใต้ของจานรวมมวล จึงทำให้เกิดแสงสว่างขึ้น เราเรียกช่วงนี้ของดาวว่าช่วง โปรโตสตาร์ หรือดาวทารก เมื่ออุณหภูมิในแกนกลางของโปรโตสตาร์ สูงขึ้นในระดับ 10 ล้านเคลวิน ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นจะจุดตัวเองขึ้น สร้างพลังงานมหาศาลส่งออกไปทั่วทั้งดวงดาวและนี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตดวงดาวที่แท้จริง.................................นี่แหละครับคือกระบวนการที่ทำให้เกิดดวงดาวขึ้น ส่วนการสิ้นชีวิตของดวงดาวนั้นขึ้นอยู่กับขนาดและมวลของดวงดาวครับคือ มวลมากก็อายุสั้น ส่วนมวลน้อยจะมีอายุยาวนานกว่าดาวมวลมาก...........เรื่องของดวงดาวต้อนที่กำลังจะสิ้นอายุไขก็ยังมีอีกมากมาย เพราะต้องแบ่งเป็นดาวมวลมาก ปานกลาง และดาวมวลน้อย ผมคงพิมพ์ไม่ไหวหลอกครับ ...........................



ความคิดเห็นที่ 7

.....Tanu
11 พ.ค. 2548 14:15
  1. .......อู้





    ..........ท่า ทาง เรื่อง จะ ยาว





    ..........เดี๋ยว ผม Search เอา จา เว็บ ต่าง ประ เทศ ก้ ได้





    ..........แต่ ผม ขอ key word - ไว้ ได้ มั๊ย ครับ





    ...........ผม อยู่ นอก วงการ เด็ก วิทย์ จริง ๆไม่ รู้ เรื่อง นี้ เลย



    ...........แต่ สน ใจ มาก ๆ........



ความคิดเห็นที่ 8

.....Tanu
11 พ.ค. 2548 16:41

  1. ...............คุณลูกชาย ไอน์สไตน์คับ


    ...............ภาพ ข้าง บน นี้ เหรอ คับ ที่ ว่า โปรโตสตาร์


    ...............ช่วย อธิ บาย ที มัน เป็ฯ ยัง ไง


    ...............ยาว ไม่ เป็น ไร ผม มี เวลา


    ................แหะ ....คุณ มี เวลา ป่าว หง่ะ


    ................จะ รอ นะ



ความคิดเห็นที่ 9

เนยสด vcharkarn veditor
11 พ.ค. 2548 21:03
  1. protostar ตือ สภาพก่อนดาวฤกษ์ครับ

    ส่วนพุ่งออกมาเป็นลำเรียกเจ็ต (jet)

    บริเวณใจกลางดาว มีอุณหภูมิสูงหลายแสนเคลวิน

    และจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นสิบล้านเคลวิน



    ถ้าอยากดูปฏิกริยานิวเคลียฟิวชัน ที่นี่ละเอียดดีครับ

    http://nobelprize.org/physics/educational/energy/fusion_2.html



ความคิดเห็นที่ 10

เนยสด vcharkarn veditor
11 พ.ค. 2548 21:09
  1. อ๋อ ขอแสดงความเห็นเรื่องหลุมดำหน่อยนะครับ

    คือผมคิดว่า หลุมดำเนี่ย น่าจะคล้ายกับดาวฤกษ์ทั่วไป

    เวลาที่มันตายแล้วเนี่ย มันไม่น่าจะหยุดส่องแสงทันที

    อย่างดาวแคระขาว ซากดาวฤกษ์ขนาดเล็ก ก็ยังส่องแสงได้อยู่

    จนมันไม่สามารถเกิดปฏิกริยาภายในได้แล้ว มันก็จะมอดดับลง



    ส่วนในกรณีดาวยักษ์ ที่กลายเป็นหลุมดำนั้น

    ส่วนที่จะกลายเป็นหลุมดำ น่าจะส่องแสงได้อยู่

    แต่ด้วยความหนาแน่น และมวลที่เยอะมากของมัน

    ทำให้อวกาศบิดงอ จนแสงหนีออกมาไม่ได้ครับ



ความคิดเห็นที่ 11

ผมลูกไอน์สไตน์คับ.. (Guest)
12 พ.ค. 2548 09:31
  1. คุณ Tanu. คุณรู้ไหมว่าระบบดาวคู่เกิดขึ้นได้อย่างไร?....



    มันก็มีผลสืบเนื่องมาจาก โปรโตสตาร์ นี้แหละครับ คือช่วงที่แกนดาวเริ่มหมุน ก็จะทำให้เกิดจานรวมมวลขึ่น ถ้าโปรโตสตาร์ดวงไหนมีมวลในจานรวมมวลค่อนข้างมาก โปรโตสตาร์จะไม่ค่อยมีเสถียรภาพในตัวเอง มวลส่วนหนึ่งจึงถูกเหวี่ยงออกจากจานรวมมวลไปก่อตัวเป็นดาวฤกษ์ดวงใหม่ที่อยู่ใกล้เคียงกัน..........นี้แหละครับคือ จุดกำเนิดของระบบดาวคู่..................



ความคิดเห็นที่ 12

.....Tanu
12 พ.ค. 2548 10:45
  1. ............กราบขอบคุณ ที่ให้ความรู้ครับ


    ............มี ความรู้ ไหน ๆ เรื่อง ดาว ผม ฝาก รบ กวน แทรก ไว้ ใน กระ ทู้ ให้ ผม นะ ครับ

    .............สน ใจ จริง ๆ เพิ่ง จะมา รู้ ตัว ว่า ชอบ เรื่องราว เกี่ยว กับ ดาว

    .............Protostar หลุมดำ ระบบดาวคู่ ปฏิกริยานิวเคลียฟิวชัน


    .............ผม เข้า ใจ ถูก มั๊ย อ่า

    .............จริงๆ แล้ว หลุม ดำ มี แสง (แต่น้อย)

    .............แสง น่อย น่อย .....สู้ กับ แรงดึงดูด มหาศาลไม่ไหว

    .............แสงทั้งหลาย ก้ ออก มา ให้ เรา เห็น ไม่ ได้

    ..............เรา จึง เห็น เป็น เงา ดำ ....เพระ ไม่ มี แสง ใดๆ ออก มา แม้ แต่ แสง สะ ท้อน

    ...............เอ๋...แล้ว รังสี X เล็ด ลอด ออก มา ได้ ไง อ่ะ คับ


    ................อย่า ว่า ผม ถาม โง่ ๆนะ ไม่รู้ จริง ๆ



ความคิดเห็นที่ 13

ผมลูกไอน์สไตน์คับ.. (Guest)
12 พ.ค. 2548 12:38
  1. คือเรามีความรู้อะไรเราก็แบ่งกันไปครับ......ดีกว่าเก็บไว้คนเดียว........มันจะศูนย์เปล่าไปเฉยๆ



ความคิดเห็นที่ 14

คนเดิมครับ (Guest)
12 พ.ค. 2548 13:24
  1. คือในขณะที่หลุมดำกำลังดูดมวลจากเทหวัถุที่โชคร้าย มวลนั้นจะหมุนวนรอบหลุมดำก่อนที่จะตกลงไปในหลุมดำเป็นรูปวงกลมก้นหอย ในขณะนั้นมวลจะเกิดการเสียดสีกันจนทำให้เกิดความร้อนขึ้นอย่างมหาศาลจึงปลดปล่อยรังสี X ออกมา ก่อนที่จะตกลงสู่หลุมดำและถูกดึงดูดไว้.......

    ส่วนในกรณีที่หลุมดำยังไม่ได้ดูดอะไรมันจะปล่อยคลื่นวิทยุและรังสี X (คลื่นวิทยุจะปล่อยในปริมาณมากส่วนรังสี X พบว่าปล่อยออกมาค่อนข้างน้อย ) ส่วนด้วยสาเหตุอะไรนั้นผมยังไม่ทราบแน่ชัด เพราะในหนังสือที่ผมเคยอ่านมาเขาบอกว่าหลุมดำที่ใจกลางของแกแล็คซี่ทางช้างเผือกของเรา(Sgr A*)เป็นแหล่งของคลื่นวิทยุความเข้มข้นสูง แต่ปลดปล่อยรังสี X ออกมาในจำนวนน้อย แต่ไม่ได้บอกว่าเพราะสาเหตุหรือกลไกรอะไร



ความคิดเห็นที่ 15

ก็คนเดิมอีกแหละ (Guest)
12 พ.ค. 2548 13:37
  1. คุน Tanu. ลองเข้าไปอ่านข้อความใน www.darasart.com ดูซิครับ ที่เขียนว่า "หลุมดังที่ใจกลางแกแล็คซี่ทางท้างเผือก" นั้นแหละ



ความคิดเห็นที่ 17

ทามมายว้า... กุเกลียดคนขี้โม้ (Guest)
22 พ.ค. 2548 10:00
  1. เอาแบบละเอียดยิบเลยปาวคะ



ความคิดเห็นที่ 18

ทามมายว้า... กุเกลียดคนขี้โม้ (Guest)
22 พ.ค. 2548 10:14
  1. ลอกในหนังสือให้เลยนะคะ



ความคิดเห็นที่ 19

ทามมายว้า... กุเกลียดคนขี้โม้ (Guest)
22 พ.ค. 2548 10:39
  1. เพราะว่าหลุมดำไม่ดำจริงสิคะ ถ้าไม่มีอะไรออกมาได้จริง แล้วรังสีจะออกมาได้อย่างไร แล้วแสงจะออกมาได้อย่างไร อ๊ะ อย่าเถียงนะ แสงไม่ออกมาแล้วเราจะเห็นเส้นขอบฟ้าของหลุมดำได้ไงล่ะ



ความคิดเห็นที่ 20

ทามมายว้า... กุเกลียดคนขี้โม้ (Guest)
22 พ.ค. 2548 11:43
  1. อืม...ดาวฤกษ์เกิดจากกลุ่มก๊าซขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นไฮโดรเจน

    ยุบตัวลงเพราะแรงโน้มถ่วงของตัวเอง

    ขณะที่ยุบตัว อะตอมของก๊าซจะพุงชนกันถี่ขึ้นด้วยความเร็วสูงข้นเรื่อยๆ

    ก๊าซจะมีความร้อนสูงอย่างต่อเนื่อง

    ในสุดความร้อนก็จะสูงจนถึงระดับที่อะตอมของไฮโดรเจนเมื่อพุ่งชนกันแล้วไม่สะท้อนกลับออก แต่เกาะตัวกันกลายเป็นฮีเลี่ยมปฏิกิริยาเช่นนี้จะปล่อยความร้อนออกมาเหมือนกับการระเบิดของไฮโดรเจน

    ความร้อนที่เพิ่มเข้ามาอีกนี้จะไปเพิ่มแรงดันให้กับก๊าซ จนมากพอ่จะต้านแรงดึงดูดให้อยู่ในภาวะสมดุลและหยุดยุบตัวเหมือนกับลักษณะของลูกโป่งที่มีความสมดุลระหว่างแรงดันอากาศภายใน่พยายาที่จะขยายลูกโป่งออกกับแรงดึงของยางที่จะหดลูกโป่งให้เล็กลง

    ดาวฤกษ์จะมีสเถียรภาพเช่นนี้ยาวนาน ด้วยความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่ต้านทางแรงโน้มถ่วง แต่ในท่สุดไฮโดรเจนและก๊าซที่เป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์จะหมดลง



    ยิ่งดาวที่มีไฮโดรเจนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมดเร็วมากขึ้นเท่านั้น

    เพราะ ดาวที่มีมวลมากยิ่งต้องใช้ความร้อนสูงในการต้านทานแรงดึงดูด และยิ่งใช้ความร้อนสูง เชื้อเพลิงที่มีอยู่จะเผาผลาญไปอย่างรวดเร็ว ดวงอาทิตย์ของเรานี่ น่าจะมีเชื้อเพลิงใช้อีกสัก5000ล้านปีอ่านะศึ่งน้อยกว่าอายุของเอกภพมาก

    เมื่อดาวฤกษ์มีขนาดเล็กลงอานุภาคสสารจะมีตำแหน่งอยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น



    ซึ่ง



    ในสภาวะเช่นนั้น อานุภาคจะมีความเร็วต่างกัน และจะเคลื่อนตัวออกจากกัน และมีแนวโน้มที่จะทำให้ดาวขยายตัวออก

    ดังนั้นดางจะอยู่ในลักษณะสมดุลระหว่างแรงดึงดูดกับแรงผลักอย่างไรก็ตาม



    แรงผลักดังกล่าวมีขอบเขตจำกัดถ้าหากดาวมีความหนาแน่นสูงถึงระดับหนึ่ง แรงผลักที่เกิดจากหลักการจำกัดขอบเขตที่มีกำลังน้อยกว่าแรงโน้มถ่วง



ความคิดเห็นที่ 21

ทามมายว้า... กุเกลียดคนขี้โม้ (Guest)
22 พ.ค. 2548 12:17
  1. ดาวฤกษ์ที่เย็นลง้ามีมวลมากกว่า1.5เท่าของดวงอาทิตย์ จะไม่สามารถต้านทานแรงโน้ม่วงของตัวเองได้



    ถ้าหากมวลของดาวมีค่าน้อยกว่า1.5เท่ามันจะหยุดยุบตัวเป้นดาวแคระขาวที่มีรัศมีไม่กี่พันไมล์

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น