>>> อยากทราบ การเกิด และวิวัฒนาการ ของ ดาวฤกษ์ <<< โพสต์เมื่อ:
16:02 วันที่ 10 พ.ค. 2548 ชมแล้ว:
29,724 ตอบแล้ว:
120
...........ดาวฤกษ์ เกิด จากกลุ่ม ก๊าซ รวมตัว แล้ว มี ปฎิกิริยา อย่าง ไร
...........จน ถึง
...........เปลี่ยน ไป เป็น ดาว ยักษ์ แดง - ดาว แคระ ขาว อย่าง ไร ครับ
...........ผม เคย เห็น บท ความ เขียน ไว้ แต่ หา ไม่ เจอ อ่ะ ครับ
..........เอา ภาพ ดวง อาทิตย์ มา ให้ ยล (ลงซ้ำ)
|
จำนวน 99 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| - 3- 4| 5| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 2 ธ.ค. 2548 (17:24) ขอบคุณทุกคนที่ให้ความรู้นะคะ จะเอาไปทำรายงานพอดีเลย poong_poong (IP:202.129.16.130,192.168.0.86,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 4 ธ.ค. 2548 (09:37)
ก็ขออนุญาตคุณ Tanu นะครับอธิบายเกี่ยวกับดาวฤกษ์ว่าจะมาแสดงความคิดเห็นนานแล้วก็ถือเป็นโอกาสวันนี้ก็แล้วกันครับก่อนจะถึงดวงดาวเมื่อเรามองท้องฟ้าในยามค่ำคืนท้องฟ้าปรอดโปร่ง ไม่มีเมฆ ไม่มีแสงจันทร์ ห่างไกลจากการรบกวนของแสงจากตัวเมือง เราจะเห็นดวงดาวต่างๆเต็มท้องฟ้าด้วยตาเปล่า เราสามารถจำแนกดวงดาวบนท้องฟ้าได้เป็น 2 ชนิด คือ
ดาวเคราะห์เป็นดวงดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์แล้วสะท้อนแสงนั้นให้เรามองเห็น ดาวประเภทนี้จะมีแสงนิ่ง ไม่กระพริบวอมแวม เหมือนดาวประเภทที่ 2 คือ
ดาวฤกษ์เป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง เช่นเดียวกับดวงอาทิตย์ และจะอยู่ห่างไกลจากโลกมาก แสงสว่างเหล่านี้จะผ่านบรรยากาศของโลกลงมายังผิวโลก เนื่องจากความหนาแน่นของบรรยากาศผันแปรตลอดเวลา จึงดูเหมือนว่าแสงจากดาวฤกษ์ไม่นิ่ง มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องเรียกกันว่า ดาวกระพริบ นั้นเอง
ดาวฤกษ์ ( STAS )และชีวิตของดวงดาว
ดาวฤกษ์ ( STAS )คือ กลุ่มก๊าซที่มีรูปร่างกลมขนาดใหญ่ สามารถส่องแสงสว่างออกมาได้ ขณะที่หมุนรอบตัวเองไปในอวกาศหรือดาวที่มีแสงสว่างและมีพลังงานในตัวเองในชีวิตของดวงดาวกำเนิดขึ้นจาก เนบิวลา ที่ยุบตัวกลายเป็น กระจุกดาว ดาวหลากสีหลายประเภทจะใช้ชีวิตใน ลำดับหลัก จนกระทั้งเชื้อเพลิงของดาวจะหมดลงช่วงสุดท้ายมันจะขยายใหญ่ขึ้นเป็น ดาวยักษ์แดงและในที่สุดจบลงด้วยการยุบตัวลงเป็น ดาวแคระขาว เนบิวลาดาวเคราะห์ หรือ ดาวนิวตรอน หรือ พัลซาร์ ดาวฤกษ์ที่มีมวลมากจะจบชีวิตในการระเบิดที่ยิ่งใหญ่ตระการตาเรียกว่า ซูเปอร์โนวา และจะจบชีวิตโดยกลายเป็นหลุมดำ
ชีวิตของดาวฤกษ์
จุดเริ่มต้นของดวงดาวเรียกช่วงนี้ว่า "ดาวฤกษ์ก่อนกำเนิด"(โปรโตสตาร์ Protostar : ดาวทารก ) ดาวฤกษ์ก่อตัวขึ้นจากกลุ่มก๊าซ และฝุ่นละอองที่กว้างใหญ่ไพศาลดาวฤกษ์สารมารถส่องแสงสว่างอยู่ได้หลายๆ ล้านปี เมื่อดาวฤกษ์ดังกล่าวมีอายุมากขึ้น มันก็เผาไหม้ก๊าซจนเกือบหมดคือไอโดรเจนที่แกนกลางอันเป็นแหล่งพลังงานหลักหมดลง จากนั้นดาวฤกษ์จะขยายตัวโตมหึมากลายเป็น เจ้ายักษ์แดง พร้อมกับผิวนอกจะค่อยๆ สลายตัวไปในอวกาศ เริ่มเข้าสู่วัยชราและการสิ้นอายุขัยได้หลายทาง ดาวที่มีมวลน้อยชีวิตลงอย่างเงียบๆ ด้วยการกลายเป็น ดาวแคระขาว เต็มไปด้วยธาตุคาร์บอนและมีเนบิวลาดาวเคราะห์ ดาวมวลปานกลาง จะจบชีวิตกลายเป็น ดาวแคระขาว ที่เป็นธาตุออกซิเจน แต่สำหรับดาวฤกษ์ที่มีมวลมากที่ใช้ชีวิตอย่างสุกสว่างโดดเด่นตลอดมา การสิ้นอายุขัยคือ เกิดการระเบิดเป็น ซูเปอร์โนวา ซึ่งจะปลดปล่อยพลังงานอย่างมากมายมหาศาล แสงสว่างจากการระเบิดจะสามารถเห็นได้จาก ดาราจักรอื่นๆ ที่ห่างไกลออกไปหลายล้านปีแสง และ ในช่วงสุดท้ายชีวิตหลังความตายของดาว คือ ดาวนิวตรอน หลุมดำ หรือการฟื้นคืนชีพของดาวบางดวง การเกิดใหม่ของดาวบางดวง สามารถเพิ่มเติมจากการศึกษาจากหนังสือดาราศาสตร์ เอกภพ ซึ่งมีจำหน่ายอยู่ทั่วไป
จุดเริ่มต้นของดวงดาว : เนบิวลา (Nebula)
เนบิวลา คือกลุ่มก๊าซหรือฝุ่นที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเองรวมกันอยู่หนาแน่นมากเป็นปริมาณมหาศาล จะปรากฏเป็นฝ้ามัวๆ บริเวณที่กลุ่มฝุ่นและก๊าซรวมกันและยึดอย่างเหนียวแน่นด้วยแรงโน้มถ่วงของเนบิวลา จะทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นแหล่งกำเนิดดาวฤกษ์ต่างๆจำนวนมาก ซึ่งเนบิวลาบางส่วนอาจเกิดจากการระเบิดของดาวฤกษ์กลายเป็นซากก๊าซและฝุ่นกระจายออกจากกันและอาจกระจายไปรวมกับก๊าซและฝุ่นแห่งอื่นๆกลายเป็นดาวฤกษ์ดวงใหม่ก็ได้กลุ่มก๊าซและฝุ่นเมื่อได้รับแสงจากดาวฤกษ์ก็จะสามารถสะท้อนแสงและเรืองแสงออกมา กลายเป็นวัตถุท้องฟ้าที่เรียกว่าเนบิวลา หรือ กลุ่มหมอกเพลิง หรือ ฝุ่นอวกาศ ในภาษา ลาติน แปลว่า เมฆ องค์ประกอบเกือบทั้งหมดของเนบิวลา คือ ก๊าซไฮโดรเจนซึ่งเป็นธาตุที่เบาที่สุดและมีมากที่สุดในจักรวาลนอกนั้นมีก๊าซฮีเลียม และธาตุหนักอื่นๆ
กำเนิดดาวฤกษ์
จากการที่นักดาราศาสตร์ทำการศึกษาปรากฏการณ์ในท้องฟ้าด้วยกล้องดาราศาสตร์ ทั้งที่ตั้งอยู่บนโลก ทั้งกล้องแสง กล้องคลื่นวิทยุ กล้องดาราศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนยานอวกาศ เช่น กล้องอวกาศฮับเบิล กล้องอวกาศจันทรา รวมทั้งหลักฐานอื่นๆทางดาราศาสตร์ สามารถสรุปได้ว่า ดาวฤกษ์เกิดจากการควบแน่นของก๊าซและฝุ่นจักรวาล เมื่อเย็นตัวลงและหนาแน่นพอจะอยู่ในรูปของโมเลกุลมากกว่าอะตอมและไอออน ก๊าซจักรวาลเช่น ไฮโดรเจน(H2),คาร์บอนโมน็อกไซด์(CO)และแอมโมเนีย(NH3)เมื่อควบแน่นเป็นดาวฤกษ์แล้ว พบว่าจะกำเนิดขึ้นจาก กลุ่มเมฆโมเลกุลขนาดยักษ์(giant molecular clouds)
กลุ่มเมฆโมเลกุลขนาดยักษ์(giant molecular clouds) / เนบิวลา(Nebula)
โมเลกุลอวกาศมีขนาดและมวลต่างกัน ดาวฤกษ์จะกำเนิดขึ้นในกลุ่มเมฆขนาดยักษ์ ซึ่งอาจมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 พาร์เซคหรือ 32.6 ปีแสง(Parsec=pc=ระยะทางที่มองเห็นดาวฤกษ์เกิดจากการเปลี่ยนตำแหน่ง 1" = 3.0857 x 1016 เมตร = 206,265 หน่วยดาราศาสตร์) ในกาแล็กซี่ของเรามีกลุ่มเมฆโมเลกุล/เนบิวลาขนาดยักษ์นับพันกลุ่มและที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุดคือ โอไรออนเนบิวลา(Orion nebula)มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 450 พาร์เซค ซึ่งเปล่งพลังงานแสงที่ตามองเห็นได้ มีคลื่นวิทยุแผ่ออกมาจากโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งแผ่รังสีอินฟาเรดด้วย เนบิวลาหนึ่งๆจะประกอบด้วย กระจุกกำเนิดดาวหลายกระจุก แต่ละกระจุกเรียกว่าแกนเมฆกำเนิดดาวอาจมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงไม่กี่พาร์เซค
แกนเมฆกำเนิดดาวและการกำเนิดดาวฤกษ์
มีหลักฐาน 2 ประการยืนยันว่าแกนเมฆกำเนิดดาวเป็นสถานที่เกิดของดาวฤกษ์ประการแรก พบว่าแกนเมฆกำเนิดดาวเป็นแหล่งกำเนิดรังสีอินฟาเรดเข้มข้น แกนเมฆแบบนี้เรียกว่า ดาวระหว่างกำเนิด,ดาวทารก (protostar) ประการที่ 2 พบดาวกำเนิดใหม่ เรียกว่า เยาวดารา(young stars)อยู่ใกล้แกนเมฆกำเนิดดาว ส่วนมากมวลเท่ากับดวงอาทิตย์หรือน้อยกว่า
ดาวระหว่างกำเนิด,ดาวทารก (protostar)
เมื่อเกิดการยุบตัวลงอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดผล 3 ประการคือ(1)โปรโตสตาร์มีขนาดเล็กลง (2)แกนกลางที่ร้อนและเรืองแสงสว่างมากขึ้น (3)โปรโตสตาร์เริ่มหมุนรอบตัวเอง
เนื่องจากแรงดึงดูดบริเวณศูนย์กลางของแกนเมฆกำเนิดดาวมากกว่าบริเวณขอบ มีผลทำให้ฝุ่นละอองและก๊าซรวมตัวกันบริเวณศูนย์กลาง ความหนาแน่นของศูนย์กลางกลุ่มเมฆกำเนิดดาวจึงมากขึ้น มวลของก๊าซ ณ ศูนย์กลางจึงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีสภาพเป็นดาวระหว่างกำเนิดในที่สุด
วิวัฒนาการดาวระหว่างกำเนิด,ดาวทารก (protostar)
การรวมตัวของก๊าซและฝุ่น ณ ศูนย์กลางของกลุ่มเมฆกำเนิดดาว ทำให้ศูนย์กลางมีแรงดึงดูดมากขึ้น มวลสารก็ยิ่งถูกดูดมารวมกันที่ศูนย์กลางมากขึ้น และเร็วขึ้น ก่อให้เกิดแรงเสียดสีมากขึ้น การเสียดสีทำให้เกิดความร้อน ขณะที่ดาวระหว่างกำเนิดยังมีความหนาแน่นไม่มาก มวลสารยังโปร่งใส พลังงานที่แผ่รังสีออกมาในรูปของรังสีอินฟาเรดขณะที่ศูนย์กลางยังคงเย็นอยู่ เมื่อกระบวนการดังกล่าวดำเนินต่อไป ดาวระหว่างกำเนิดจะมีความหนาทึบมากขึ้น จนในที่สุดพลังงานอินฟาเรดไม่สามารถแผ่ออกมาได้ ขณะเดียวกันอุณหภูมิและความกดบริเวณศูนย์กลางเพิ่มขึ้น จนในที่สุดความกดที่ศูนย์กลางมากพอที่จะรักษาสมดุลย์น้ำหนักของดาวระหว่างกำเนิด มีมวลสารหนาแน่นขึ้นมากกว่าเป็นกลุ่มเมฆกำเนิดดาวอีกต่อไป ณ จุดนี้ถือว่าดาวได้กำเนิดขึ้นแล้ว
การเติบโตของดาวระหว่างกำเนิด,ดาวทารก (protostar)
เมื่อดาวระหว่างกำเนิดจุติขึ้นใหม่ ๆมวลของดาวมีน้อย อาจมีเพียงร้อยละ 1 ของมวลดวงอาทิตย์ แต่มวลสารของดาวจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะก๊าซและฝุ่นละอองจะตกลงสู่แกนของดวงดาวระหว่างกำเนิดตลอดเวลา ในที่สุดมวลสารทั้งหมดในกลุ่มเมฆกำเนิดจะรวมตัวเป็นดาวระหว่างกำเนิดและถือว่าดาวได้กำเนิดโดยสมบูรณ์ ดาวกำเนิดใหม่อาจมองไม่เห็น จนกว่าการตกของสสารสู่ดวงดาวจะยุติลง ซึ่งหมายความว่า ดาวมวลสารและพลังงานมากพอที่จะทำให้เห็นได้ การหดตัวลงอย่างช้าๆของดาวกำเนิดใหม่
เมื่อดาวกำเนิดเรียบร้อยแล้วโครงสร้างภายในของดวงดาวจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เนื่องจากยังขาดพลังงานกัมมันตภาพรังสี ดวงดาวจะมีกระบวนการก่อกำเนิดพลังงานภายในดวงดาวเพื่อชดเชยพลังงานที่แผ่รังสีออกไป แรงดึงดูดทำให้มวลสารเคลื่อนชิดกัน การเสียดสีของมวลสารก่อให้เกิดพลังงานความร้อนพร้อมกับขนาดของดวงดาวหดตัวลง การหดตัวลงจะใช้เวลานานเพียงใดขึ้นอยู่กับมวลของสารหรือการจุดระเบิดนิวเคลียร์ที่แกนกลางคือจุดเริ่มต้นของชีวิตของดวงดาวที่แท้จริง
การหมุนรอบตัวเองและจานดาราหรือจานรวมมวล(Accretion Disk)
ในขณะเดียวกันถ้าดาวกำเนิดจุติขึ้น มวลเมฆกำเนิดดาวจะหมุนช้าๆกว่าจะครบหนึ่งรอบอาจจะกินเวลาสองถึงสามล้านปีเมื่อมวลของดาวค่อยๆหดตัว เมื่อยุบตัวลง การหมุนรอบตัวเองเร็วขึ้นด้วย ทำให้รูปร่างมีลักษณะกลมหรือไม่มีรูปร่างชัดเจน แบบลงมารวมกันเป็นแผ่นในระบบ เรียกว่า จานรวมมวล(Accretion Disk) ให้นึกถึง จานแผ่นซีดี ความเร็วในการหมุนจะเร็วขึ้น เนื่องจากขนาดเล็กลงโมเมนตัมของการเคลื่อนที่ เชิงมุมจึงเพิ่มขึ้น เมื่อหมุนรอบตัวเองของดาวเร็วมากขึ้น มีผลทำให้มวลก๊าซและฝุ่นจากเมฆกำเนิด ดาวตกลงมากระจายเป็นจานเนบิวลาหมุนรอบดาวกำเนิดใหม่ แต่มวลสารที่ตกลง ณ ขั้วทั้งสองของดาวจะไม่ได้รับผลกระทบจากการหมุนนี้
สรุป
ดาวฤกษ์เกิดจากการควบแน่นของกลุ่มเมฆจักรวาล/เนบิวลา ซึ่งล่องลอยในส่วนของอวกาศที่เย็นจัด เมื่อสสารในกลุ่มเมฆจักรวาลซึ่งประกอบไปด้วยฝุ่นและก๊าซควบแน่นเป็นกลุ่มก่อให้เกิดแรงดึงดูดมหาศาล ณ จุดศูนย์กลางกลุ่มเมฆจักรวาล การตกของมวลสารตามแรงดึงดูดก่อให้เกิดการเสียดสี และการที่สสารรวมเป็นกระจุก ณ ศูนย์กลางการขัดสีกันมากขึ้น อุณหภูมิของดาวจึงเพิ่มขึ้นและเปล่งประกายเป็นดาวฤกษ์ในที่สุด
แหล่งอ้างอิง
1.หนังสือเอกภพเพื่อความเข้าใจในธรรมชาติของจักรวาล วิภู รุโจปการ เขียน
2.หนังสือดาราศาสตร์พื้นฐาน รุจิราพรรณ รุ่งรอด เขียน
3.หนังสือเรียน โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ สสวท และทระทรวงศึกษาธิการ
4.ปฐมบทแห่งภูมิดารา น้อม งามนิสัย เขียน
5.มิติสัมพันธ์ ระหว่าง ดวงอาทิตย์ โลกและดวงจันทร์ น้อม งามนิสัย เขียน
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 14 ธ.ค. 2548 (20:41) จะหาการใช้ประโยชน์จากตำแหน่งของกล่มดาวฤกษ์น่าจะมีบ้างนะนักเรียนต้องใช้เรียนหนังสือ เพราะมันสำคัญมาก ๆ เพราะถ้าไม่ได้ส่งต้องโดนอาจารย์หักคะแนน นาตาลี (IP:202.5.85.210,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 15 ธ.ค. 2548 (11:42)
..........ไม่ เข้า ใจ คห. 48...ครับ .....อ่าน เป็น 10 รอบ แล้ว
..........
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 27 ธ.ค. 2548 (15:26) ดี noo_nut-za@hotmail.com (IP:58.8.101.32,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 3 ม.ค. 2549 (17:46) อยากรู้ว่าทำไมดวงดาวถึงลอยอยู่บนท้องฟ้าได้ค่ะ............ใครรู้ช่วยบอกทีคะ โดเรมอนจัง.. (IP:203.188.50.182,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 4 ม.ค. 2549 (10:22)
...........โอ ว์....ความ เห็น ที่ 51
...........ทำ ไม ดวง ดาว ....ถึง ลอย อยู่ บน ท้อง ฟ้า ได้ ......
...........จริง ๆ แล้ว .....ดวง ดาว ต่าง ๆ ....ดวง อาทิตย์ ดวง จันทร์ .....
...........และ โลก ของ เรา ........ต่าง ก้ ล่อง ลอย .....อยู่ ใน อวกาศ ครับ ...
...........เรา มอง เห็น ดวง ดาว ลอย อยู่ บน ท้อง ฟ้า ก้ เพระ ว่า .....
...........เรา อาศัย อยู่ บน พื้อน ผิว โลก ....ที่ มี บรรยากาศ โลก ห่อ หุ้ม อยู่ ..(ซึ่ง เรา เรียก ว่า ท้อง ฟ้า )
...........กลาง วัน .....โลก หัน ด้าน ...หนึ่ง ไป ยัง ดวง อาทิตย์ ......( เป็น ดาวฤกษ์...ที่ อยู่ ใกล้ โลก เรา มาก ที่ สุด )
...........แสงจาก ดวง อาทิตย์ บด บัง แสง จาก ดาว ดวง อื่น ๆ.......
...........ทำ ให้ เรา มอง ไม่ เห็น ดาว ดวง อื่น ๆ ใน เวลา กลาง วัน ..... จริงๆ แล้ว ...ดาว เหล่า นั้น อยู่ ที่ เดิม ไม่ ได้ ไป ไหน ...
...........แค่ เรา ไม่ เห็น เท่า นั้น ........
...........กลาง คืน .....โลก หัน ด้าน...ที่เรา อยู่ ไป ...ด้าน ที่ ไม่ โดน ...แสง สว่าง จาก ดวง อาทิตย์ ....
...........แสง จาก ดวง ดาว ..จึง ไม่ ถูก บด บัง ....ทำ ให้ เรา มอง เห็น ดวง ดาว อวด แสง แข่ง ขัน กัน ยาม ค่ำ คืน ......
...........ตำ นาน ...ว่า เหล่า เทวดา ...จะ นำ ดาว มา แขวน ไว้ ....ทุก ค่ำ คืน .
...........และ จะ มา เก็บ ไป ก่อน สว่าง .......
...........ดาว บน ท้อง ฟ้า มี 2....ประ เภท
............1.....ดาว ที่ มี แสง สว่าง ใน ตัว เอง เรียก ว่า ดาว ฤกษ์.....(STAR)....ส่วน ใหญ่ ที่ เรา มอง เห็น ...บน ท้ง ฟ้า จะ เป็น ดาว ประ เภท นี่
...........2....ดาว ที่ ไม่ มี แสง สว่าง ใน ตัว เอง (Planet)...หรือ ดาว เคราะห์...มี ดาวพุธ...ดาว ศุกร์ โลก ...ดาวอังคาร...ดาวพฤหัส....ดาวเสาร์..ดาวยูเรนัส...ดาวเนปจูน...และ ดาวพลูโต....( ดวง ที่10...เชดน่า...ยังไม่..ตกลง ว่า จะ เป็น ..ดาว ใน ระบบ สุริยะ เรา ดว้ย หรือ ไม่...อย่าไป สน มัน เลย )
.............ดาว เคราะห์ .3 ดวง หลัง..ตั้ง แต่ ดาว ยูเรนัส ...เรา จะ ไม่ สามารถ เห็น ได้ ด้วย ตา เปล่า .....
...........วัตถุอีก อย่าง นึง ที่เรา จะ เห็น บน ท้ง ฟ้า นั่น คือ ดวง จันทร์ ..( MONN / LUNAR )....
............ราย ละ เอียด ......หา อ่าน เอา ใน เว็บ นี้ แล้ว กัน นะ
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 17 ม.ค. 2549 (18:25) อยากทราบว่า...พลังงานดวงอาทิตย์มาจากไหนค่ะ
ใครรู้ช่วยบอกทีค่ะ
จะขอบคุณมากค่ะ ...NICK...ค่ะ (IP:203.114.112.44,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 17 ม.ค. 2549 (18:27) ดวงดาวบนโลกนี้ มีทั้งหมดกี่ดวง
รู้แล้วช่วยบอกหน่อยนะค่ะ...... ...NICK...ค่ะ (IP:203.114.112.44,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 17 ม.ค. 2549 (18:28) ขอบคุณสำหรับคำตอบนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 52 โดเรมอนจัง (IP:203.114.112.44,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 18 ม.ค. 2549 (10:42) ..................ยิน ดี ครับ .................
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 18 ม.ค. 2549 (15:55) ความเห็น 54 เอกภพเท่าทราบตอนนี้มีดาราจักร ประมาณล้าน ล้าน ดาราจักร 1 ดาราจักร มีดาวเป็น แสนล้านดวง ลองคุณดูครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 24 ม.ค. 2549 (12:50) ความเห็น 54 แต่เท่าที่ทราบ ดวงดาวบนโลก ยังไม่มีการค้นพบครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 9 ก.พ. 2549 (11:25) ในเอกภพนี้จะมีที่สิ้นสุดหรือปล่าวหรือจะมีหลายๆจักรวาล คนช่างสังเกต (IP:61.19.158.3,192.168.1.130,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 9 ก.พ. 2549 (15:54) คำถามนี้ผมว่าคนทั้งโลกกำลังหาคำตอบอยู่ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 16 ก.พ. 2549 (09:09) ทำไมไม่มี ข้อความที่เกี่ยวกับ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะ ดาวบริวาร จำไว้นะ
ถ้ามันยังไม่มี ผมจะถล่มโปรแกรมนี่ให้ สัต loso205@hotmail.com (IP:202.142.208.12,192.168.3.36,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 17 ก.พ. 2549 (18:51) ดาวเคราะห์ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 18 ก.พ. 2549 (11:39)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 2 มี.ค. 2549 (23:36) บางทีอวกาศที่น่าพิศวงนี้ อาจจะอยู่ในลูกแก้วของเด็กคนนึงก็เปนได้ ทุกอย่างดูจะน่าเหลือเชื่อจนเกินไป แต่ก็ต้องทำใจยอมรับว่ามันเปนความจริง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 8 มี.ค. 2549 (08:12) .............เป็น เพียง ..ภาพ ใน มิว สิค วิดี โอ ครับ
|
ขอบคุณผู้สนับสนุน
Hot Links
|