"เนื้อหาในส่วนนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปอ้างอิง"
"กรุณาลงข่าวประชาสัมพันธ์ของท่านใน vService"
>>> อยากทราบ การเกิด และวิวัฒนาการ ของ ดาวฤกษ์ <<<
โพสต์เมื่อ:
16:02 วันที่ 10 พ.ค. 2548 ชมแล้ว:
30,329
ตอบแล้ว:
120
ทำไมดวงอาทิตย์ถึงใหญ่กว่าดาวดวงอื่นๆครับอยากรู้มากๆกรุณาช่วยตอบด้วยนะครับ......ขอบคุณครับ toon76160@hotmail.com (IP:203.172.155.59) สวัสดีปีใหม่แด่ทุกท่าน---และ--อะไร--ที่ใหญ่-กว่า--ดวงอาทิตย์--ครับ ![]() มนตรา--ตรีเมฆ-หมู-นนทบุรี (IP:58.136.99.192) กาแล็กซี่--คือ--ทางช้างเผือก--ใช่---ไหม--ครับ----และสวัสดีปีใหม่แด่ทุกท่าน---ตลอดไป----สุขสดชื่นสมหวัง----- ![]() มนตรา--ตรีเมฆ--หมู-นนทบุรี (IP:58.136.99.192) สวัสดีปีใหม่----แด่ทุกท่าน------ความสุข--สมหวัง มนตรา--ตรีเมฆ--หมู-นนทบุรี (IP:58.136.99.192) เนื้อ หามาก มาก เลยครับ อvynatlmin@hotmail.com (IP:61.19.65.85) อยากทราบการกำเนิดจักรวาล inkrut555@hotmail.com (IP:124.157.178.225) ระบบสุริยะ ถ้าใครได้มาศึกษาอย่างจิงจังแล้วก้อจะรู้ว่าสนุกมากเลยค่ะ กล้วย (IP:222.123.17.56) อยากทราบถึงระบบดาวคู่แบบใกล้ชิดภายใต้แบบจำลองของโรชช์ และการเคลื่อนที่ภายใต้ปัญหาจำกัดสามวัตถุ ใครพอมีข้อมูลบ้างค่ะอยากทราบมาก ๆๆ - (IP:203.114.114.209) ไม่ยาก...ถ้าอยากไปดวงอาทิตย์...ลองจับไฟแล้วเอาใส่ขวดดูดิ...ถ้าเอามาได้การไปที่ดวงอาทิตย์ก็เป็นเรื่องง่าย................ คนหล่อ007 (IP:202.129.52.162) ดาวฤกษ์ เป็นก้อนแก๊สร้อนขนาดใหญ่ มีองค์ประกอบส่วนใหญ่ เป็นธาตุไฮโดรเจน ซึ่งเป็นดาวที่เรามองเห็นบนท้องฟ้านั้นเอง วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์ เกิดจาก การยุบตัวของเนบิวลา แต่จุดจบต่างกัน ขึ้นอยู่กับมวลสาร ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อย ใช้เชื้อเพลิงในอัตราที่น้อย ทำให้มีช่วงชีวิตที่ยาว และจบชีวิตลงโดยไม่มีการระเบิด แต่จะกลายเป็นดาวแคราะขาว แคราะดำ ในเวลาต่อมา ดาวฤกษ์ที่มีมวลมาก มีขนาดใหญ่ มีแสงสว่างมาก มีการใช้เชื้อเพลิงในอัตราที่สูงมาก ทำให้มีช่วงชีวิตสั้น และจบลงด้วยการระเบิดอย่างรุนอย่างรุนแรง เรียกว่า ซูเปอร์โนวา หลังจากนั้นแรงโน้มถ่วงจะทำให้ดาวยุบตัวลง ดาวที่มีมวลมากจะกลายเป็น ดาวนิวตรอน ส่วนดาวที่มีมวลสูงมากๆ จะกลายเป็น หลุมดำ สวย แพ (IP:61.7.190.203) ดาวฤกษ์ ( Stars หรือ Fixed stars ) เป็นดาวที่มีแสงสว่าง และพลังงานในตัวเอง เช่น ดวงอาทิตย์ จุดกำเนิดดาวฤกษ์ จากการศึกษาของนักดาราศาสตร์พบว่า การเกิดดาวฤกษ์อุบัติขึ้นในบริเวณที่ลึกเข้าไปในกลุ่มเมฆ ฝุ่นและก๊าซ ซึ่งเรียกว่า เนบิวล่า ( Nebular) โดยจะเกิดจากอะตอมของก๊าซที่รวมตัวกันเข้าเป็นเมฆมืดขนาดยักษ์ มีขนาดกว้างใหญ่หลายร้อยปีแสง แรงโน้มถ่วงจะดึงก๊าซและฝุ่นเข้ารวมกันเป็นก้อนก๊าซที่อัดแน่นหมุนรอบตัวเองจนใจกลางมีอุณหภูมิสูงมากพอ จะเกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ การศึกษาดาวฤกษ์ศึกษา ความสว่าง สีความสว่างและโชติมาตรของดาว โดยทั่วไปดาวจะปรากฏสว่างมากหรือน้อยไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสว่างจริงเพียงอย่างเดียวแต่ขึ้นอยู่กับระยะทางของดาว จึงนิยามความสว่างจริงของดาวเป็น โชติมาตรสัมบูรณ์สีของดาวฤกษ์ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของดาวแต่ละดวง ดาวฤกษ์เป็นก้อนก๊าซสว่างที่มีอุณหภูมิสูง พลังงานที่เกิดขึ้นภายในดวงจะส่งผ่านออกทางบรรยากาศที่เรามองเห็นได้ เรียกบรรยากาศชั้นนี้ว่า ชั้นโฟโตสเฟียร์พร้อมทั้งการแผ่รังสีอินฟราเรด รังสีอุลตราไวโอเลต เอกซเรย์ รวมทั้งคลื่นวิทยุ คลื่นแสงที่ตามองเห็น การพิจารณาอุณหภูมิของดาวฤกษ์กับสี พบว่า อุณหภูมิต่ำ จะปรากฏเป็นสีแดงและถ้าอุณหภูมิสูง จะปรากฏเป็นสีน้ำเงินและกลายเป็น สีขาว โดยมีการกำหนด ดาวสีน้ำเงิน อุณหภูมิสูงเป็นพวกดาว O ดาวสีแดงเป็นพวก M และเมื่อเรียงลำดับอุณหภูมิสูงลงไปหาต่ำ สเปคตรัมของดาวได้แก่ O - B - A - F - G - K - M ดวงอาทิตย์จัดเป็นพวก G ซึ่งมีอุณหภูมิปานกลาง 4.3 วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ดาวเกิดจากกลุ่มก๊าซและฝุ่นที่หดตัวลงเนื่องจากโน้มถ่วงของตัวเอง ขณะที่กลุ่มก๊าซและฝุ่นนี้หดตัว พลังงานศักย์โน้มถ่วงบางส่วนจะกลายเป็นพลังงานจลน์หรือพลังงานความร้อน และบางส่วนคายออกมาสู่ภายนอก จากการคำนวณพบว่า ใจกลางจะสะสมมวลและโตขึ้นจนกลายเป็นดาวในเวลาประมาณ 1 ล้านปี อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับที่ใจกลางของดาวเริ่มเกิดขึ้น และอนุภาคตรงใจกลางจะกลายเป็นไอ โมเลกุล (โดยเฉพาะไฮโดรเจน) จะแตกตัวเป็นอะตอม และในที่สุดจะแตกตัวเป็นอิออน ฝุ่นจากภายนอกใจกลางจะบดบังแสงจากใจกลางดาวจนมองไม่เห็น ต่อมาอนุภาคและฝุ่นจะดูดกลืนรังสีจากใจกลางและคายพลังงานกลับออกมาเป็นรังสีอินฟาเรด ทำให้กลุ่มก๊าซมีความทึบแสงจนในที่สุดกลุ่มก๊าซและฝุ่นจะตกลงในใจกลางจนหมดสิ้น ดังนั้นดาวที่เกิดใหม่จึงส่องรังสีอินฟาเรด ต่อมาเมื่อกลุ่มฝุ่นที่บดบังดาวเจือจางลง ดาวจะเริ่มส่องแสงออกมาให้เห็นโดยมีอุณหภูมิตั้งแต่ 4,000 7,000 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับมวลและการหดตัวจะดำเนินต่อไป จนอุณหภูมิที่ใจกลางสูงพอที่ไฮโดรเจนจะติดไฟได้ จึงเริ่มนับกลุ่มก๊าซและฝุ่นมีสภาพเป็นดาวอายุ 0 ปี เมื่อไฮโดรเจนติดไฟ หรือปฏิกิริยานิวเคลียร์เริ่มต้น ความดันภายในดวงดาวจะสูงขึ้นจนเกิดแรงสมดุลกับแรงโน้มถ่วง ดาวจะไม่ยืดและหดต่อไปช่วงนี้ดาวยังไม่เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ เราเรียก ดาว โปรตรอน ( Proton Stars) ดาวจะวิวัฒนาการต่อไปในขณะที่ไฮโดรเจนกำลังรวมตัวเป็นฮีเลี่ยม ในที่สุดไฮโดรเจนในใจกลางดาวเผาไหม้หมด จะมีการยุบตัวอย่างรวดเร็ว มวลใจกลางจะเพิ่มมากขึ้น จะเหลือไฮโดรเจนเผาไหม้อยู่ชั้นนอกๆ ผิวนอกจึงขยายตัวและอุณหภูมิลดลงในสภาพนี้ เรียกว่า ดาวยักษ์แดง การหดตัวของใจกลางดาวทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ในขณะนี้ไฮโดรเจนชั้นนอกๆจะดับผิวดาวจะร้อนและสว่างขึ้น ผิวดาวชั้นนอกอยู่ในลักษณะไม่เสถียรอาจมีการยืดหดตัวเป็นจังหวะ ทำให้ความสว่างเปลี่ยนไปเป็นจังหวะ กลายเป็นดาวแปรแสง สุพัฒน์ (IP:58.9.46.16) อูยู้ยากไปดาวศุกร์ booddvd@hotmsn (IP:222.123.150.218) สวัสดีครับ----ทุกท่าน----อยากไป---ให้ถึงดวงดาว---ทั้งการศึกษา----การ---งาน---และความรัก มนตรา-ตรีเมฆ-หมู-นนทบุรี (IP:203.170.144.1) คุณ Tanu คะช่วยส่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเรื่อง เอกภพ ให้บ้างได้ไหมคะ กำลังหาข้อมูลทำโปรเจ็กอยุ๋น่ะค่ะได้ไหมคะ ขอบคุณค่ะ nui_na_rak@hotmail.com nui (IP:203.113.45.228) ดูเพิ่มเติมได้ ที่นี่ เกี่ยวกับจักวาลวิทยา ระบบสุริยะ ดวงอาทิตย์ และวัตถุขนาดเล็ก ใน ระบบสุริยะ อีกแยะหลายเรื่อง เป็นเว้ปใหม่เอี่ยม มีรูปประกอบสวยงาม เข้าใจง่ายดี http://sunflowercosmos.page.tl/ เป็นเว็ปวิชาการที่ไม่มุ่งประโยชน์ด้านการค้า peter (IP:124.120.228.206) คุณ NUI...ผม ไม่ ได้ รู้ จริง หรอก ครับ ..... ....เอา เป็น ว่า ผม หา ให้ ได้ มั๊ย คัรบ... ...ส่ง ให้ ตาม เมลล์ เลย นะ ครับ วงโคจงค้างฟ้าคือไร งง (IP:203.113.80.138) .....ไม่มี ครับ .....วงโคจงค้างฟ้า....อิอิ ไม่ ได้ จับ ผิด นะ .... .....วงโคจรค้างฟ้า , วงโคจรสถิตนิ่ง ....ภาษาอังกฤษ เรียก geostationary orbit ....แปลว่า วงโคจรกลมของดาวเทียมหรือเทหวัตถุ รอบเส้นศูนย์สูตร เหนือพื้นโลกประมาณ 35,800 กิโลเมตร ที่มีการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเชิงมุม ด้วยคาบเวลาเท่ากับที่โลกหมุนรอบตัวเอง คือ 1 วันดาราคติ ซึ่งตำแหน่งของดาวเทียมหรือเทหวัตถุ จะตรงกับจุดสังเกตเดิมตลอดเวลา .....ผม ก้ ยัง งง ....แฮะ.... ......A geostationary orbit (GEO) is a geosynchronous orbit directly above the Earth's equator (0° latitude), with orbital eccentricity of zero. From the ground, a geostationary object appears motionless in the sky and is therefore the orbit of most interest to operators of artificial satellites (including communication and television satellites). Due to the constant 0° latitude, satellite locations may differ by longitude only. The idea of a geosynchronous satellite for communication purposes was first published in 1928 by Herman Potočnik. The geostationary orbit was first popularised by science fiction author Arthur C. Clarke in 1945 as a useful orbit for communications satellites. As a result this is sometimes referred to as the Clarke orbit. Similarly, the Clarke Belt is the part of space approximately 35,786 km above mean sea level in the plane of the equator where near-geostationary orbits may be achieved. Geostationary orbits are useful because they cause a satellite to appear stationary with respect to a fixed point on the rotating Earth. As a result, an antenna can point in a fixed direction and maintain a link with the satellite. The satellite orbits in the direction of the Earth's rotation, at an altitude of approximately 35,786 km (22,240 statute miles) above ground. This altitude is significant because it produces an orbital period equal to the Earth's period of rotation, known as the sidereal day. ......เค้า ว่า ไง มั่ง นะ เนี่ย....งง กว่ เดิม อีก .....สรุป คร่าวๆ แล้ว กัน นะ ...(จริงๆ แล้ว อ่าน แบบ ละเ อียด ไม่ออก แหละ) .....เค้า ว่า วง โคจร ที่ อยู่ เหนือ เส้น ศูนย์ สูตร พอ ดี .... .....แล้ว ก็ เอื๊อก.....แปล ไม่ ออก ... .....ระ ยะ สูง จาก พื้นดิน 35,786 กิโลเมตร.... .....ซึ่งอัตตราความเร็ว ของ วัตถุ....มีความเร็ว เท่ากับ การหมุนรอบ ตัว เองของโลก... .....และเป็นระยะที่ ....แรงดึงดูดของโลก เท่ากับแรง หนีศูนย์กลาง .... .....ทำ ให้ วัตถุ ไม่ หลุดไปนอก โลก หรือ หล่น เข้า สู่บรรยากาศ โลก.... ......รายละ เอียด จริง ๆ รอ ผู้ รู้ นะ ครับ ... ![]() .....แถม อีก นิด เราจะ มองเห็น วัตถุ นั้น อยู่ ที่เ ดิม บน ท้อง ฟ้า .....เมื่อ มอง จาก พื้น โลก .... หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |