ขอคำแนะนำ เรื่อง .. วิธีสอนแปลกๆ..

โพสต์เมื่อ: 10:08 วันที่ 19 พ.ค. 2548         ชมแล้ว: 24,478 ตอบแล้ว: 241
วิชาการ >> คาเฟ่ >> ทั่วไป
ครั้งหนึ่งเคยประหลาดใจ และตกใจ เมื่อเด็กหลายคน (ต่างเวลา) บอกว่า อาจารย์สอนแปลกๆ ไม่เหมือนอาจารย์
คนอื่น ทำให้กลุ้มใจมาก... และรีบทบทวนวิธีสอนของตนก็พบว่ามีลักษณะเฉพาะคือชอบสอนให้คิดแย้ง ไม่ให้เชื่อตามโดยไม่มีเหตุผล

เช่น สอนภาษาไทย ม.4 เรื่องธรรมาธรรมะสงคราม ได้ตั้งโจทย์ว่า ถ้าเทอมสุดท้ายต้องเรียนจบ แต่วิชานึงยากมาก คะแนนเก็บเฉียดฉิว อีกนิดเดียวก็ตก บังเอิญอาจารย์เผลอวางเฉลยข้อสอบ เด็กมีโอกาสเห็น ถ้าแอบจำเฉลย ก็จะไม่ตก เด็กๆจะดูไหม

แล้วให้ยกมือโหวตและแสดงความคิดเห็นกันสุดชีวิต เด็กๆโต้เถียงกันเป็นสามารถ ในที่สุดก็มีพวกตกลงใจว่า ดู มากกว่าไม่ดู
จึงสรุปเรื่องธรรมาธรรมะสงครามให้ฟัง แล้วบอกเด็กว่า นี่แหละคือตัวอย่างของ

สัญญามีตรามั่นก็จะเรียกกระดาษชิ้น
ละทิ้งธรรมมะสิ้น เพราะอ้างคำว่าจำเป็น

เด็กบอกว่าสอนอะไรก็ไม่รู้ ทำไมไม่สอนแบบในหนังสือ พวกเขาต้องใช้สอบเอนท์

ได้อธิบายว่า ตัวความรู้ภาษาไทยนั้นได้สอนตามหนังสือแล้ว ให้เอกสารประกอบและตัวอย่างข้อสอบแล้ว แต่ความคิดหรือวิธีคิด ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ครูก็มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยฝึกวิธีคิดด้วย เพื่อนๆก็จะได้แลกเปลี่ยนและมองเห็นวิธีคิดของกันและกัน สิ่งนี้ไม่มีปรากฏสำเร็จรูปในกระดาษ ต้องฝึกด้วยตัวเป็นๆของมนุษย์

เด็กตอบว่าอาจารย์มีหน้าที่สอนหนังสือ ให้ความรู้ ไม่ใช่ให้มาเถียงกันเรื่องสมมุติไร้สาระ ควรสอนให้เด็กสอบเอนท์ติดเยอะๆ โรงเรียนจะได้มีชื่อเสียง เรื่องนี้ไม่มีใครเอาไปออกในข้อสอบเอนท์แน่ๆ

ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจขอโอนไปสอนอุดมศึกษา เพราะรู้สึกตัวว่าจะทำให้เด็กๆเป็นทุกข์ หากสอนในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เขา
ขณะเดียวกันก็เริ่มกังวลใจว่าหากเราสอนแบบนี้ จะส่งผลอย่างไรกับเด็กระดับอุดมศึกษา

ขอคำแนะนำจากผู้รู้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ


ดอกไม้ทะเล(203.156.116.100,,)





จำนวน 214 ความเห็น, หน้าที่ | 1| 2| -3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 115 27 ม.ค. 2549 (11:44)
ผมก็ไม่เคยเรียนวิชาครูจากสถาบันการศึกษาเหมือนอาจารย์"ชื่นใจ"

มากินเงินเดือนครูก็เพราะเพื่อนชวนว่ามาเป็นครูไหม

ไม่คิดมาก เอาก็เอา ดีกว่าว่างงาน

เป็นโรงเรียนใหญ่พิเศษ ครูหลายท่านอยากเข้ามาสอน

ชั้นเดียวกันมีหลายสิบห้อง ครูมือใหม่จะได้สอนห้องบ๊วยของชั้น

ผมสอนวิชาฟิสิกส์หลักสูตร สสวท. ปีแรกของหลักสูตรใหม่

จำได้ว่า เทอมแรก ทั้งชั้นมีนักเรียนสอบตกเสีย 120 คน กระจายกันไปในนักเรียน 1500 คน

แต่ครึ่งหนึ่ง 60 คน เป็นลูกศิษย์ผมจากนักเรียนทั้งหมด 150 คน

ผมสอน 1/10 ของนักเรียนทั้งชั้น แต่เด็กของผม ตกครึ่งหนึ่งของเด็กที่ตกทั้งหมด

ผมแปลกใจที่ว่า ทำไม เขาไม่เอาครูที่เชี่ยวชาญ มาสอนเด็กมีปัญหา

แต่กลับเป็นเอาครูที่ขาดประสบการอย่างสิ้นเชิงอย่างผม(ตอนนี้ผ่านมา 30 ปีพอดี ผมเข้าใจอะไรมากขึ้นแยะ)

โชคดีที่มีพ่อและแม่เป็นครูมืออาชีพ

สงสัยอะไร ก็ได้พ่อแม่ช่วยแนะนำ แล้วก็ยังเพื่อนครูด้วยกันนี่แหละ

เวลาเราทำอะไรไม่เข้าท่า เพื่อน(อาวุโส)ก็จะเรียกมาตักเตือนและแนะนำ

ที่อยากรู้แต่ไม่มีคนแนะ ก็ไปซื้อหนังสือมาอ่านเองบ้าง สมัครเข้ารับการอบรมสั้น ๆ บ้าง

ผมจบมาก็เกรดไม่ค่อยสวยเท่าไร 2 กว่า ๆ เรียกว่า จบได้ก็บุญ เพราะต้องหาเงินเรียนเองตลอด 4 ปี

แต่ก็ภาคภูมิใจที่มีพ่อแม่เป็นคนซื่อสัตย์ ไม่ต้องมีเงินล้านหรือหลายหมื่นล้าน เราก็มีความสุขได้

ปัญหาที่ต้องแก้เองก็คือ

ผม กับศิษย์รุ่นแรก ๆ อายุห่างกันไม่กี่ปี(บางคนมากระซิบว่า ไอ้...มันแก่กว่าอาจารย์อีก)

ทำให้ศิษย์ไม่ค่อยเกรงใจผมสักเท่าไร

อยากรู้อะไรที่ครูไม่สอน เขาก็ถามกันกลางกระดาน

ผมก็พยายามตอบ ตอบไม่ถูกใจก็เถียงกันเลย

ที่จริงก็คือ ผมตอบไม่ค่อยได้เป็นส่วนใหญ่

ความรู้ที่เรียนมาระดับปริญญาตรีนี่ ไม่พอตอบนักเรียนมัธยมด้วยหรือ

มั่วตอบจนต้องถอยหลังติดฝา นักเรียนก็ไม่ยอมง่าย ๆ

จนในที่สุด ก็ไม่ตอบ ขอผลัดนักเรียน ไว้ตอบวันหลัง

เฮ้อ

ก็วิชาที่ผมสอนนี ตอนนั้น เรียนสอนกันสัปดาห์ละ 6 คาบนะครับ

เจอกันทุกวัน

ทวงคำตอบทุกวัน

เฮ้อ

ค้นยังไงก็ไม่เจอ

เจอแต่หน้าพวกช่างซัก

...

นี่ เธอ ครูว่า เย็นนี้ เลิกเรียนแล้วมาช่วยกันคิดดีกว่า

ตกลงครับ

พอตกเย็น ผมก็รอเด็กช่างซัก แห่กันมาเป็นฝูง

ผมก็มองไปรอบ ๆ ห้อง ดูว่าวัตถุอะไร รูปร่างคล้ายโจทย์ที่เด็กถามบ้าง

ไปขนมา

แล้วก็ ลองผลักลองดัน ลองขยับ ลองหมุน

แล้วก็ จ้อง ๆ ๆ

แล้วก็ ตอบ ๆ ๆ

แล้วก็ เถียง ๆ ๆ

ลองไป ตอบไป เถียงไป

ไม่รู้ว่ากี่รอบ

เออ

ในที่สุดก็เลิกเถียง

ในที่สุดก็พอใจในคำตอบที่ได้ถกเถียงกันมาหลายวัน

สรุป

พรุ่งนี้ ครูจะเอาเรื่องที่เราเถียงกันวันนี้ไปสอนในห้อง

พวกเธอว่าไง



OK



ไม่มีใครเถียง



จบ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน22126 ครั้ง - ดาว 892 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 116 27 ม.ค. 2549 (16:17)
ทุกวันนี้ ผมสอน ต้องเอามันส์ ด้วยครับ

ถ้าผู้สอนไม่มันส์ ผู้เรียนก็คงไม่มันส์



เราจะปล่อยให้ หนังสือ ตำรา เป็นตัวบงการชีวิต

บงการความรู้สึกเรา คงไม่ดีแน่



ทุกวันนี้ ผมจึงพยายาม อยู่เหนือตำรา

แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ



ต้องอาศัย ความกล้า ความเชื่อมั่นในตัวเองค่อนข้างมาก

ที่สำคัญ ความซื่อสัตย์ต่อต่อเอง



ต้องกล้ารับว่า เรารู้อะไร ไม่รู้อะไร ตรงไหนเรายังไม่ลึกซึ้ง รู้จริง




การสอน แบบให้สูตร ไปใช้เลย จึงเป็นศัตรูตัวสำคัญของผมเลยทีเดียว



ยังงัย ก็ต้องให้รู้ที่มาของสูตรให้ได้ และต้องรู้มากกว่าที่จะเอาไปใช้แก้โจทย์ในหนังสือ



ทักษะการคิดแบบโครงงาน ช่วยผมได้มาก



เดี๋ยวนี้ผมมองปัญหาได้แทบทุกระดับ ตั้งแต่ง่ายๆ จนถึงขั้นงานวิจัยขั้นสูง และทั้งหมด มาจากโครงเดียวกัน



ไม่ใช่การมองตัดขาด แบบที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้

สิ่งที่สอนใน ป.ตรี ป.โท กับงานวิจัยขั้นสูง เหมือนจะมีช่องว่าง



ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควรจะเป็น



แต่เรามุ่งเจาะลึก มุ่งเป็นผู้ชำนาญการ

ก็เลยทำให้ขาดการเชื่อมโยง



งานวิจัย ก็เลยกลายเป็นเรื่องของโอกาส ความก้าวหน้าทางวิชาการ เฉพาะคน เฉพาะกลุ่มไป
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2226 ครั้ง - ดาว 382 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 117 27 ม.ค. 2549 (16:26)
โจทย์ ปัญหาตัวอย่างที่ใช้

ผมมักจะตั้งขึ้นเอง เลือกที่ง่ายๆก่อน เพื่อให้เข้าใจแนวคิด วิธีการ



แล้วค่อยปรับเปลี่ยนให้น่าสนใจ



( โจทย์ที่ซับซ้อน ไม่น่าสนใจ ไม่ควรใช้สอน หรือใช้สอบ! )





ผมยังฝึกทักษะในการตั้งโจทย์ด้วย

ตั้งโจทย์อย่างไร จะได้คำตอบสวยๆ

ตั้งโจทย์อย่างไร จะเป็นตัวอย่างที่ดี



บางที ก็ให้นักเรียนช่วยกันตั้งโจทย์ ซึ่งเราก็จะทราบคำตอบคร่าวๆ

แล้วเราก็ลองใช้วิธีการที่กำลังเรียนแก้ปัญหาดู



มักจะบอกนักเรียนเสมอว่า ในชีวิตจริง เราต้องแก้โจทย์ของเราเอง





ดังนั้น ทักษะการตั้งโจทย์สำคัญมาก
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2226 ครั้ง - ดาว 382 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 118 28 ม.ค. 2549 (11:06)
พบวิธีสอนที่ดีที่สุด ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีที่สุดและได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุด

แต่....เป็นแต่เพียง คาดว่า.....ยังไม่ได้ทำการวิจงวิจัย และที่สำคัญก็คือ ยังไม่ได้ทดลองใช้

คิดได้เดียวนี้(ในขณะที่ท่องเว็บบอร์ดนี้)

ขอเวลาท่องเว็บไปเรื่อยๆก่อน แล้วจะเรียบเรียงและคีย์มาให้อ่าน



คุณ MathGuy

คุณ Sea Anymone

คุณ ครู ไผ่

และท่านที่สันทัด ในด้านจิตวิทยาการเรียนรู้

อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันหรือเปล่า

(โปรดเตรียมตัวถล่ม)
np (IP:210.246.75.236,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 119 28 ม.ค. 2549 (12:20)
เรารู้ว่า การสอนโดยวิธีที่ครูสอนเอง ดีที่สุด ครูสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างบุคคลได้ ควบคุมดูแลการปฎิบัติขอวผู้เรียนได้ แต่..

ครูทำอย่างนี้ได้ไหมล่ะ

พานักเรียนออกไปนอกโลกแล้วมองกลับมายังโลกจนเห็นเป็นก้อนทรงกลมเล็กๆ แล้วดึงโลกเข้ามาใกล้ๆ พลิกโลกไปมาเพื่อดูส่วนต่างๆแล้วก็ดึงเข้ามาใกล้อีกจนเห็นประเทศต่างๆ จังหวัดต่างๆ อำเภอต่างๆ ตำบลต่างๆ หมู่บ้านต่างๆ จนกระทั่งเห็นหลังคาบ้านของตัวเอง

อาจจะใช้ลูกโลกหรือแผนที่ก็ได้ แต่มันก็จะมีขนาดเท่าเดิมและไม่สะดวกที่ให้เด็กทั้งชั้นดูลูกโลกอันเดียวกัน



แต่การเรียนโดยใช้คอมพิวเตอร์ สามารถทำได้ และทำในสิ่งที่ยากๆกว่านี้ก็ยังได้

คอมพิวเตอร์ สามารถจำลองสถานการณ์ที่ลึกลับซับซ้อนและมองไม่เห็นตัว ให้ผู้เรียนเข้าใจได้

เรื่องอย่างนี้ คอมพิวเตอร์กินขาดครับ ครูไม่มีทางสู้ได้หรอกครับ



แต่....



การที่ผู้เรียน จะเกิดการเรียนรู้ได้ จะต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เข้าสู้โปรแกรมที่ต้องการศึกษาหาความรู้

มิฉะนั้นแล้ว ต่อให้ต่อให้โปรแกรม เก่งขนาดไหน ก็ไม่ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้

คอมพิวเตอร์ไม่สามารถบังคับเคี่ยวเข็นผู้เรียนได้



เท่าที่สังเกต ในปัจจุบัน ทั้งสองอย่างนี้มักจะไม่กินเส้นกัน คือ ครู ก็สอนแบบ ชอล์คแอนทอล์ค

หรือถ้าให้คอมสอนก็ปล่อยให้คอมสอนไปคนเดียว ครูเองก็ไปเปียแชร์ เสียนี่

หรือไม่ก็อาจจะเขียนแผนการสอนหรือรายงานประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะอยู่หน้าห้องนั่นแหละ

คอยดูผลว่าเด็กแต่ละคนทำคะแนนได้มากน้อยเท่าไร ผ่านกี่จุดประสงค์ ไม่ได้ดูว่า เด็กคิดเอง ทำเอง ตอบเอง หรือไม่



ถ้าเรานำสองอย่างนี้มารวมกัน "แบบร่วมด้วย ช่วยกัน" คือ ส่วนที่เป็นความรู้ ครูก็อธิบายไป

ส่วนที่ลึกลับซับซ้อน ก็ให้ผู้เรียนดู Simulation ไป แล้วตอบคำถามหรือทำแบบฝึกหัดในคอม

ให้ผลการเรียนแต่ละจุดประสงค์ของทุกคนมาปรากฏที่เครื่องของครู แล้วครูก็ควบคุมดูแล เร่งรัด ช่วยเหลือ คนที่เรียนช้า

ให้คนที่เรียนจบก่อน ไปคนที่เรียนช้า(กำชับด้วยว่าให้ช่วยทำความเข้าใจ ไม่ใช่ช่วยบอกคำตอบ)





ปัญหา

โรงเรียนต่าง ๆ ไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงพอกับจำนวนนักเรียน



วิธีแก้

รัฐบาลกำลังจะแจกอยู่แล้ว และเครื่องคอมที่โรงเรียนมีอยู่ ก็ไม่ได้ใช้เต็มที่ทุกคาบ ก็รีบไปจองเสีย ก่อนคนอื่น

และคนที่จะทำสื่อ หรือมีเสื่อเพื่อสอนโดยวิธีนี้ก็ยังมีไม่มากหรอกครับ

กว่าหลายคนจะทำได้ โรงเรียนก็จะมีเครื่องเพิ่มขึ้นมากกว่านี้เช่นกัน



ความจริงก็ไม่ใช่วิธีใหม่หรอกครับ มีครูบางท่านก็ทำอย่างนี้อยู่แล้ว



บทเรียนที่สร้างไว้ดีแล้ว ครูก็เหนื่อยน้อยหน่อย เพียงแต่ควบคุมดูแลให้ผู้เรียนทำตามขั้นตอนเท่านั้น

ถ้าครูมีเวลาน้อยในการสร้างบทเรียน ครูก้ต้องอธิบายเองในส่วนที่ให้ความรู้

และให้ดูภาพเคลื่อนไหวหรือ Simulation และตอบคำถามหรือแบบทดสอบจากโปรแกรม



ผิดถูกอย่างไร ยินดีน้อมรับคำวิจารณ์



ครับ-ผม
np (IP:210.246.75.236,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 121 29 ม.ค. 2549 (12:01)


22675 ครับอ่าน คหพ# ของคุณ np

เห็นมีรายชื่อผมอยู่ใน List ด้วย



เห็นทีว่าควรต้องช่วยกันคิดวิเคราะห์



ผมขออนุญาตคัดลอกส่วนที่ผมสนใจจะพิจารณาร่วมด้วยนะครับ



"การสอนโดยวิธีที่ครูสอนเอง ดีที่สุด"



ผมเสริม หรือขอเพิ่มเติมอย่างนี้



1. จริงๆ สุดท้ายเราต้องการให้ผู้เรียน มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นอย่างพอเพียง เช่น อ่านเป็น ค้นเป็น เขียน พูด สื่อสารรู้เรื่อง มีเหตุผล และในที่สุด สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ



2. ก่อนที่จะไปถึงข้อ 1. ได้ สิ่งที่จะขาดไม่ได้ก็คือ "ครู" และผมว่า ครูที่เป็นบุคคล ก็คงจะตัดทิ้งไม่ได้ ไม่ว่าเราจะมีสื่อ มีเทคโนโลยีดีแค่ไหนก็ตาม ทักษะการปฏิบัติ ความรับผิดชอบจริยธรรม ต้องอาศัยมิติของสังคม การเรียนรู้ร่วมกัน



โดยเฉพาะครูที่มีวิญญาณ ครูที่ตั้งใจ อุทิศตนเพื่อนักเรียน

มีคุณค่ากว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นพันๆ หมื่นๆ เครื่อง




คือ คุณค่าที่จับต้องได้ กับที่จับต้องไม่ได้ เราจะเปรียบเทียบกันไม่ได้ ทั้งสองส่วนสำคัญ และต้องมีทั้งสองส่วน เติมเต็มกันและกัน ถ้าขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง ก็จะพร่อง หรือด้อยไปทันที



ขอเกริ่นๆ ก่อนแค่นี้นะครับ



ท้ายนี้มีของฝาก จากการฝังบรรยายของอาจารย์แม่

ศ.ยุพิน ที่งานวทร.16

อ.ยุพิน กล่าวชัดเจน ว่าการเรียนการสอน คิดง่ายๆมี 3 แบบ



1. ผู้เรียนเป็นสำคัญ



2. ผู้เรียนและครู ร่วมมือกัน



3. ครูเป็นสำคัญ



โดยให้ดูที่เนื้อหาเป็นหลัก แล้วดูว่าจะใช้กิจกรรมอะไรได้บ้าง

ให้พยายามเข้าช่องแบบที่ 1 ให้ได้ก่อน ถ้าไม่ได้ให้เป็นแบบที่ 2 และถ้ามันเป็นนามธรรม ค่อนข้างยาก ถึงให้ใช้แบบที่ 3





ถ้าให้ผมสรุปก็คือ จัดการเรียนแบบ S + T = 100

แบ่งการมีส่วนร่วมกันระหว่าง นักเรียน และ ครู



เช่น อาจจะเป็นสูตร 50 : 50



คือ ลงมือกันคนละครึ่ง ซึ่งทั้งนี้อยู่ที่เนื้อหา และรูปแบบกิจกรรมที่จะนำมาใช้ได้ ตามวัตถุประสงค์





ก่อนจบในยกนี้ ผมเห็นด้วยว่า "ครู" สำคัญมาก

ผู้ที่จะทำให้เกิดคุณภาพคือ ครู ไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์

แต่คือ ครูที่รู้จักที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นำเข้ามาปรับปรุงการสอน


MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2226 ครั้ง - ดาว 382 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 122 29 ม.ค. 2549 (12:54)
ยังไม่เบื่อที่จะกล่าวย้ำว่า



ไม่ว่าจะใช้วิธีสอนแบบใด ใช้ "คน" หรือ "สิ่งของ" หรือ "สถานการณ์" เป็นผู้สอน ก็ตาม

ล้วนแล้วแต่ต้องระลึกไว้ตลอดเวลาว่า "ผู้เรียนสำคัญที่สุด" ทั้งสิ้น



เพราะผลที่เกิดจากการสอนโดยวิธีใดก็แล้วแต่ โดย "คน" หรือ "สิ่งของ" หรือ "สถานการณ์" เป็นผู้สอนก็แล้วแต่ ล้วนมีเป้าหมายอยู่ที่การบรรลุผลที่ "ผู้เรียน" เป็นเป้าหมายสำคัญ
ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3385 ครั้ง - ดาว 281 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 123 29 ม.ค. 2549 (16:00)
ครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นคนละประเด็น



คำว่า "สำคัญ" ของผม หมายถึงบทบาทในการเรียนการสอน

ว่า S กับ T มีบทบาทกันสัดส่วนเท่าไหร่



ผู้เรียนได้ลงมือทำเองเท่าไหร่ และครูต้องช่วยแนะหรือทำให้ดูเท่าไหร่





ส่วนประเด็น "เป้าหมาย" คือ สำคัญที่เป้าหมาย ที่จะให้เกิดขึ้นที่ตัวเด็ก อันนี้ชัดเจนครับ



สงสัยว่า ที่ผมเคยเปิดกระทู้เกี่ยวกับ child - centered

ผมจะตีความไปที่ "บทบาท"



คือ ทั้ง นักเรียน และ ครูมีบทบาทต่างกัน



และก็ต่างสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันครับ
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2226 ครั้ง - ดาว 382 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 124 29 ม.ค. 2549 (17:33)
อ ดอกไม้ ทะเล ครับ



พบ วิธีสอน ที่ แปลก ... ตัวจริง เสียงจริง .... ได้ ที่ รร มหาวชิราวุธสงขลา และ รร สตรี ประจำจังหวัด สงขลา ...4 กพ 49 ... รร หาดใหญ่วิทยาลัย ..และ รร มัธยม ขนาด ใหญ่ ของ อ หาดใหญ่ อีก รร (จำชื่อ ไม่ได้ ครับ ).... . 5 กพ 49 ... ทั้ง สองวัน โปรแกรม เช้า / บ่าย ... ฉาย หนัง ม้วน เดียว 4 รอบ ใน Hall ขนาดใหญ่ ... จำนวน ผู้เรียน รวมแล้ว ราว ๆ 2000-3000 คน



... ผมสอน วิชา ฟิสิกส์ ... . ... ปกติแล้วจะ สอน ไป เรื่อย เปื่อย ไม่ มี script เอา มันส์ เข้าว่า ... เน้น คุณภาพ ผลการสอน และ ความพึงพอใจ ของ ลูกค้า เป็นสิ่งสำคัญที่สุด .... แต่ รอบ นี้ เป็น วิ่ง ผลัด สอง คูณ สี่ร้อย ... ผม เป็น เดี่ยวไม้ หนึ่ง ... อ ทนง ศักดิ์ เป็น เดี่ยว ไม้สอง ... เลย ต้องอยู่กะร่องกะรอย นิด นึง ... คน ที่รับช่วง จะได้ ไป กัน ต่อ ได้ ง่าย หน่อย ... ..



สังเกตไม่ยาก ครับ ... คาแรคเตอร์ หลัก ๆ... .. กางเกงยีน Levi's supper black . ... เชิ้ตแขนยาวสีเข้ม ... คาด wrist pact สีดำ ... สวม Steel toe Heavy Duty Boot สีดำ ...
.. (IP:61.91.92.208,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 125 29 ม.ค. 2549 (20:13)
เข้ามารายงานตัวค่ะอาจารย์ np



ประเด็นเรื่อง "ครู กับ คอมฯ เราจะยอมให้ใครนำ"

ดิฉันขออนุญาตตอบแบบเกือบๆตรงคำถามดังต่อไปนี้...



เป้าหมายของการทำงานของดิฉันที่ตั้งใจรอทั้งชีวิต คือ อยากเห็นคนดี ชื่นใจทุกครั้งที่ได้เห็นคนดี

โชคดีที่ได้เป็นครู(ธรรมดาหนึ่งคน) เลยมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างคนดี



วิชาที่ดิฉันอยากสอน คือ “วิชาคนดี”

(ขอรับรองว่าดิฉันยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนบริบูรณ์ดีทุกประการในขณะที่โพสต์ข้อความนี้)



วิธีการสอนที่ดิฉันอยากทำได้ คือ การเพียรพยายามสอนคน ให้เป็นคน

และฝึกคน ให้กล้าพัฒนาตน ให้เป็นมนุษย์ที่ดี



กระบวนการสอนที่ดิฉันเลือกใช้

คือเอาคนตัวเป็นๆ มาฝึกคนตัวเป็นๆ ให้มองเห็นความเป็นมนุษย์ธรรมดา (จับต้องได้)

และชี้ให้เห็นความเป็นมนุษย์ที่ดี (อุดมคติ)

แล้วก็กำชับเด็กๆทุกครั้งที่สอน ว่า

“อย่าเชื่อครู ...อย่าเชื่อครูเป็นอันขาด...”



แปลว่า ดิฉันต้องขอให้เด็กๆไตร่ตรองอย่างละเอียดรอบคอบ ด้วยตนเอง

ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป

และรับผิดชอบการตัดสินใจทำ (หรือไม่ทำ) ของตัวเขาเองด้วย



เครื่องมือที่ดิฉันเลือกใช้ ได้แก่ โต๊ะ เก้าอี้ ชอล์ก กระดานดำ ในห้อง

กระดาษ ปากกา เอกสาร หนังสือ ผีเสื้อที่บินเข้ามา แมวที่เดินผ่านไป ฯลฯ

และสถานการณ์ทุกประเภทที่จะดึงมาใช้ได้ในขณะนั้น



ผลลัพธ์ตรงๆที่เกิดขึ้นจากการสอน

คือเด็กบ่นว่า “....สอนอะไรก็ไม่รู้...” เหมือนกันทุกรุ่น

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการสอน

คือจวบจนสิบปีผ่านไป .. เด็กๆ(เพียง) บางคน จากเด็กนับพัน

เขียนจดหมายมาถามทุกข์สุขบ้าง ถามว่าแต่งงานหรือยังบ้าง

(เพราะดิฉันชอบขู่พวกเขาว่า “ใครลอกการบ้าน ขอให้ไม่ได้แต่งงาน” )



ส่วนตัวดิฉันเวลานี้ อยู่ปกติดี ไม่มีปัญหาอะไรกับคอมพิวเตอร์เป็นการส่วนตัว

และไม่เคยหนักใจว่าคอมพิวเตอร์จะมาแทนที่ตัวเป็นๆของเรา



สรุปว่า ดิฉันคิดว่า

ครู กับ คอมฯ ย่อมช่วย อวยเรียนรู้

คอมฯ มี ครู สรรค์สร้าง วางทิศให้

ครู มี คอมฯ เป็นเครื่องมือ ถือคู่ใจ

จำลองให้ ศิษย์ได้เห็น เหมือนเป็นจริง



คอมฯ จำลอง ที่ว่าแน่ ได้แค่เห็น

แต่ครูชี้ สิ่งที่เป็น ทุกๆสิ่ง

ว่าที่เห็น ..และเป็นไป.. อาจไม่เป็นจริง

"ครู"ฝึกให้ ศิษย์ใจนิ่ง เห็นจริงแท้



คอมฯมาช่วย ให้รู้ ให้ดู ให้เห็น

แต่คอมฯ "ทำให้เป็น" ไม่ได้แน่ๆ

หน้าที่ครู สร้างคนดี มิผันแปร

หน้าที่คอมฯ เสริมซอฟต์แวร์ ช่วยคุณครู ..



สรุปอีกทีว่า อันว่าวิชาการทั้งหลายทั้งปวงในโลกนี้ดิฉันเห็นด้วยกับทุกท่าน

ที่ได้เพียรพยายามหาวิธีที่ดีทีสุด มาสอนให้ลูกศิษย์ได้รับความรู้ไปครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

และนำความรู้นั้นไปใช้ได้อย่างดีที่สุด



แต่เพราะเหตุว่า....

ฝูงชนกำเนิดคล้าย คลึงกัน



ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ แผกบ้าง



ความรู้อาจเรียนทัน กันหมด



เว้นแต่ชั่วดีกระด้าง ห่อนแก้ฤาไหว



ทำให้คุณครูทุกท่านที่ภูมิใจเสนอ สอนความเป็นมนุษย์ที่ดี ก็ยังคงสบายใจได้ว่า

"เมื่อจะสอนความเป็นมนุษย์ที่ดี ก็ยังต้องใช้ความเป็นมนุษย์ที่ดีสอน"

และคงเอา คอมผิ่วเถ่อร์ ที่ดี มาแทนที่ตัวเป็นๆของเราไม่ได้อ่ะค่ะ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.199,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 126 29 ม.ค. 2549 (20:41)
โอเสียดายจังเลยค่ะอาจารย์ ..

ดิฉันเพิ่งไปนิเทศนักศึกษาที่หาดใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง

และสัปดาห์นี้เด็กๆจะกลับมารายงานตัวทั้ง 88 คน เพื่อรายงานผลการฝึกงาน เสียดายจริงๆค่ะ..



ดิฉันว่าอาจารย์ลงมาแท็คทีมสอนรอบนี้เด็กๆคงสนุกน่าดู

เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับมหาวิทยาลัยรึปล่าวคะ ขอให้อาจารย์สอน(แปลกๆ)อย่างมีความสุขนะคะ



ไม่แน่ใจว่าเสร็จภารกิจแล้ว อาจารย์มีโอกาสจะแวะผ่านมาทางนครศรีฯบ้างหรือเปล่า ดิฉันสอนอยู่ราชภัฎนครฯค่ะ

ถ้าอาจารย์สะดวกแวะก็จะยินดียิ่ง คุณแมวของดิฉัน nitednsru@yahoo.com ค่ะ

ถ้ามีโอกาส จะเรียนเชิญไปรับประทานอาหารอร่อยๆของเมืองนครค่ะ



และเรียนเชิญอาจารย์ทุกท่านที่มีโอกาสแวะมาไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ..
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.199,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 127 30 ม.ค. 2549 (04:35)
อื้อหือ...ความเห็นที่ 125 ของอาจารย์ดอกไม้ทะเลกินใจจังค่ะ

อิฉันคิดอย่างนั้น แต่กลั่นเป็นถ้อยคำอย่างนั้นไม่ได้นะนี่

ถึงได้นั่งอ่านเงียบๆ มาหลายวัน ไม่กล้าให้สุ้มให้เสียง



คุณ np คะ เห็นด้วยว่าคอมพิวเตอร์ช่วยสอนได้

โดยเฉพาะในเรื่องที่ครูเป็นๆ แสดงให้เห็นกันจะๆ ไม่ได้

แต่ว่า...ขอให้เจ้าคอมพิวเตอร์มีหน้าที่เป็นแค่ผู้ช่วยก็พอนะคะ
ชื่นใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 128 30 ม.ค. 2549 (10:31)
ก็บอกแล้วไงครับว่า ......ถ้าเรานำสองอย่างนี้มารวมกัน "แบบร่วมด้วย ช่วยกัน".....



มีบางท่านพูดถึง Child center คงจะห่วงว่า ถ้าให้เรียนจากคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแล้ว ก็จะขาด Child center ไป

ขอเรียนให้ทราบว่า CAI นั้นเป็นแบบ Child center ก็มี นะครับ

คือเป็น CAI แบบที่ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสคิดเอง สังเกตเองพิจารณาไตร่ตรองเอง ปฏิบัติเอง

แบบนี้ ก็ไม่น่าจะห่วงเรื่อง Child center





มี CAI บางเรื่อง บอกความรู้ให้ผู้เรียนเป็นฉากๆ แล้วก็ถามเป็นข้อๆ ผู้เรียนไม่ได้คิดเอง ถ้าผู้เรียนจำได้(เพราะอ่านไปหยกๆ)ก็สามารถตอบคำถามได้ และก็จะได้รับคำชมเชยว่าเรียนจบแล้ว
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 129 30 ม.ค. 2549 (10:53)
เมื่อได้คำตอบแล้วควรจะนำไปตอบคำถามเพื่อที่จะมีความรุ้เพื่อมมากขึ้นกว่าเดิม
kotchakorn5 (IP:202.143.168.18,192.168.1.107,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 130 30 ม.ค. 2549 (12:23)
ในเรื่อง creative thinking



จะมีลักษณะของการสร้างกิจกรรมที่เป็นสื่อ ตัวกลาง มาตรฐาน



ที่จะให้ผู้เรียนได้ทดลอง เรียนรู้ แก้ปัญหาด้วยตัวเอง



การสร้างสื่อตัวนี้ ต้องอาศัยการทดลองใช้ และปรับปรุง



จนแน่ใจว่า เป็นตัวอย่างสื่อ ที่ดี ที่นำไปใช้ได้จริง และให้ผลออกมาที่หลากหลาย



ในบางครั้ง สามารถใช้ได้กับผู้เรียนหลายระดับ



CAI เองก็เป็นสื่ออันหนึ่ง



การสร้าง CAI ที่ดี จึงเป็นสิ่งที่ทำได้



แต่ในขณะเดียวกัน CAI ที่ยังไม่ได้มีการทดลองใช้อย่างพอเพียง ยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสม ก็อาจจะพบได้ทั่วไป



ดังนั้นคำว่า CAI สื่อ หรือ คอมพิวเตอร์



จึงเป็นเพียงคำ กลางๆ เท่านั้น



การนำเครื่องคอมฯไปให้โรงเรียน เป็นสิ่งที่ดี

คือ เป็นการให้เครื่องมือ



แต่การใช้ให้เกิดประโยชน์ มากน้อย นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องช่วยกัน



เช่นเคยครับ ยังมีของฝากจากงาน วทร.16

ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วม workshop ของ อ.สุรัชน์ และ อ.สมเกียรติ

เรื่อง Learning Objects



Lerning Object จะเป็น CAI หรือ โปรแกรม ที่มีจุดประสงค์การสอน เป็น concept เล็กๆ เป็นชิ้นๆ



ออกแบบให้เรียนรู้เอง ทดลองเอง



ซึ่งคุณภาพ แน่นอนอยู่ที่การออกแบบ การทดลองใช้ และปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย



ผมได้มีโอกาสทดลองเล่นอยู่หลายอัน และก็ได้เสนอแนวคิดการปรับปรุงเท่าที่จะสังเกตเห็นได้ในระยะเวลาสั้นๆ



มีบางตัวออกแบบได้ดีน่าสนใจมาก จนเหมือนกับเป็นครูที่ดีคนหนึ่งทีเดียว



ถ้าครูนำไปใช้ ก็จะเป็นผู้ช่วยครูชั้นเยี่ยม



สิ่งที่น่าให้ความสนใจคือ



1. CAI ไม่ควรสรุป สิ่งที่ผู้เรียนควรจะต้องได้ทดลอง ฝึกคิดเองก่อน



2. CAI ต้องมีตัวช่วยที่หลากหลาย ต้องไม่เป็นเชิงบังคับให้คิด มีทางเลือก สำหรับผู้ใช้ที่แตกต่างกัน



พูดง่ายๆ CAI ก็ต้องมองเห็นความแตกต่างของผู้เรียน และตอบโต้ ให้เหมาะสมแตกต่างกันไป



ดังนั้น ผู้ออกแบบ เนื้อหาสาระ โปรแกรมเมอร์ ต้องวางแผน ทำงานกัน ให้สอดคล้องกับ แนวคิดของการเรียนการสอนที่ดี
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2226 ครั้ง - ดาว 382 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 131 30 ม.ค. 2549 (12:34)
เวลาที่จะสอนมีน้อยลง นี่ก็จะใกล้สอบปลายภาค

ช่วงนี้ ผมจำต้องเลือกการสอนแบบ "ครูมีบทบาทสำคัญ"



กลั่นออกมาจาก Top of my head

ว่าเรื่องนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร

ให้มุมมองที่ตรง เข้าถึงหัวใจของเรื่องให้เร็วที่สุด



สอนแบบสอนผู้ใหญ่ เพราะไม่ได้มีเวลาให้ลงมือทำเองในห้องส่วนการบ้านก็ยังคงให้ไปทำเอง แต่เลือกที่ง่ายและเป็นต้นแบบ ตรงวัตถุประสงค์มากที่สุด
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2226 ครั้ง - ดาว 382 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 132 30 ม.ค. 2549 (14:48)
อยากทำ อีเลิร์นนิ่ง ได้จังค่ะอาจารย์ np

ดิฉันคงสอนสนุกขึ้นอีกเยอะ

การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน การทำ simulation คงขึ้นอยู่กับธรรมชาติวิชาด้วย

สำหรับทางสายวิทย์ ดิฉันคิดว่าจำเป็นมาก..

ส่วนสายนิเทศศาสตร์ที่ดิฉันสอน คงต้องอาศัยให้เปิดรับสาร โดยการอ่านหนังสือพิมพ์

ฟังวิทยุ ดูทีวี ดูหนังฟังเพลง ท่องอินเตอร์เน็ตและผลิตสื่อต่างๆ อะไรทำนองเนี้ยค่ะ

คอมพิวเตอร์ก็กลายเป็นเครื่องมือการผลิตไป...





การใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลางในการเรียนการสอน

เคยเห็นว่าอเมริกามีโปรแกรมสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน

ชื่อโปรแกรม Blackboard ใช้งานได้สารพัดตั้งแต่ทำระบบอีเลิร์นนิ่ง เว็บบอร์ด

ไปจนถึงสอนแบบ Interactive

เป็นมหาวิทยาลัยออนไลน์ไปเลย บางมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียก็ซื้อมาใช้อยู่

อันนี้ก็อาศัยคอมพิวเตอร์เป็นสื่อ และใช้ได้ผล เพราะคนเรียนอยู่ที่ไหนก็ได้

เรียนเมื่อไหร่ก็ได้ เหมือนที่เราทราบกัน น่าสนุกไปอีกแบบค่ะ



ส่วนการอบรมบ่มนิสัย ที่แทรกไประหว่างการสอนความรู้นั้น

ยังคงเป็นหน้าที่ของครู ที่จะต้องเหน็ดเหนื่อยเมื่อยกราม

บ่นๆดุๆกันต่อไปด้วยความรักลูกศิษย์เป็นอันขาด

From the bottom of my heart

I salute คุณครู ค่ะ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.199,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 133 30 ม.ค. 2549 (15:20)
เนื้อหา หรือ กิจกรรม ต่าง ๆ ในสื่อสร้างทุกชนิด คนเป็นผู้สร้างขึ้นค่ะ



ส่วนสื่อธรรมชาติ และสื่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ใช้ ว่าจะมองเห็นและสามารถนำมันมาเป็นสื่อในการสอนตัวเองหรือสอนผู้อื่นในเรื่องใดได้บ้าง



นอกจากนี้ ผู้สอนหรือผู้เรียนบางคนยังสามารถสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเป็นสื่อในการสอนผู้อื่น หรือสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อทดสอบสมมติฐานของตัวเองได้ด้วย
ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3385 ครั้ง - ดาว 281 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 134 30 ม.ค. 2549 (15:25)
อ ดอกไม้ทะเล .. ครับ



ชาว นคร ตามพรลิงค์ ... อืมมม .. ผมเคยสอนอยู่ที่ .. วทนศ .. 2 ปี หลังจาก จบ ตรี มาหมาด ๆ ... 28 ปี ที่แล้ว ... ไม่ นานเลย ครับ ชีวิตคน ... ขนมจีน น้ำ ปน ตลาดท่าวัง ... โรตีไส่ใข่ตลาดแขก ... ข้าวยำ แกงพุงปลา ตลาด ท่าม้า ... สนามชนวัว ตลาด หัวอิฐ ... เที่ยวน้ำตก พรมคีรี ที่ ลานสกา .. ลุยทุ่งนา ที่ หัวไทร .. พักผ่อน หย่อนใจ ที่ สิชล ... สาละวน กับ ชาวเล ที่ ปากพนัง .. . ผมได้ เที่ยวไป ทั่ว ... ลูกศิษย์ มี ทั่วเมือง คอน ... ตั้งแต่ สิชล ท่าแพ ท่าศาลา ปาก พูน ... ยันทุ่งสง .. ตลอดไป จนถึง ห้วยยอด จังหวัด ตรัง ....



personality ที่สำคัญ ของครู ต้องเข้ากับคนได้ เรียนรู้ที่จะปรับตัว .... ประสบการณ์ หลากหลาย จะ หล่อ หลอม ให้เราเกิด วิธีคิด และวิธีทำงาน ... ที่ได้ ข้อสรุปเป็นแนวทาง ของเราเอง
.. (IP:202.44.14.194,10.15.7.3,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 135 30 ม.ค. 2549 (16:00)
โอ้โห.. อาจารย์ .. ไปมาหมดแล้วนะคะเนี่ย

"ยิ่งเดินทางมาก ก็ยิ่งเข้าใจโลกมาก" ใช่ไหมคะ ดีจัง..

ดิฉันเดินทางไม่เก่งค่ะ แต่งานบังคับให้ต้องเดินทาง

ขณะเดินทางเลยกลายเป็นไปทำงาน ไม่ใช่ไปเที่ยว



เห็นอาจารย์นิรันดร์ถ่ายภาพสวยๆมาฝากแล้วชอบใจมากๆๆ

แต่ทำแบบอาจารย์ไม่เป็น คือนึกภาพไม่ออกว่าจะต้องถ่ายตรงไหน

มองภาพจริง ไม่เห็นเป็นภาพนิ่ง จับความสวยนั้นไม่ได้

มองตรงไหนก็เห็นเป็นพื้นที่ธรรมชาติ แต่ไม่รู้จะเจาะจับตรงไหน

เอามาให้เพื่อนช่วยกันชื่นชมความสวย

น้องชายบ่นว่าดิฉันสอนนิเทศศาสตร์ซะปล่าวแต่ไม่รู้จักเก็บภาพ



(สงสัยต้องให้ครูไผ่ช่วยอธิบายแคแร็คเตอร์ให้ค่ะ อธิบายตัวเองไม่ถูก)



ดิฉันกลับไปเห็นความงามของลูกน้อยที่วิ่งโผเข้าหาแม่ คุณตาที่ยกจักรยานให้หลาน

น้องที่ช่วยหยิบของที่หล่นให้พี่ ครอบครัวที่ล้อมวงกินข้าวหน้าบ้านขณะที่รถเราแล่นผ่านไป..

คือสวยในใจ ไม่ต้องเป็นภาพก็ได้ รู้สึกสวยในใจ

พยายามจะอธิบายเพื่อน.. เพื่อนก็บอกว่านี่แหละคนแก่

ว้าย!.. พูดจาไม่สุภาพอ่ะค่ะ !!
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.199,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 136 30 ม.ค. 2549 (16:00)
เคยเห็นข้าวยำโรยหน้าด้วยดอกไม้ไทย ๆ น่าจะเป็นดอกดาวเรือง ที่อำเภอใดอำเภอหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช หอมเขียวดีค่ะ



เพื่อนบอกว่าที่นครฯ มีมังคุดดิบที่เขาเสียบไม้ขายด้วย ท่าทางจะกรอบน่ากินนะ แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ชิมค่ะ
ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3385 ครั้ง - ดาว 281 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 137 30 ม.ค. 2549 (16:27)
คุณดอกไม้ทะเลมีบุคลิกแบบนักจิตวิทยาสังคม นักมานุษยวิทยาค่ะ
ครูไผ่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3385 ครั้ง - ดาว 281 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 138 30 ม.ค. 2549 (16:28)
ครูไผ่แวะมานครฯ เมื่อไหร่ ต้องเชิญไปรับประทาน มังคุดคัด ค่ะ

หวาน กรอบ อร่อยทีเดียว

แล้วก็มี ดอกไม้ต่างๆ ชุบแป้งทอดด้วย โอ้.. กรอบอร่อยอย่าบอกใคร

มีพี่ที่สอนราชภัฏ บอกว่ารู้จักครูไผ่ด้วยค่ะ พี่ท่านนี้เป็นสุภาพสตรีจบปริญญาเอกจากครุศาสตร์จุฬาฯค่ะ





ฝากไปถึงคุณอ๊อฟนิดนึงด้วยนะคะ ดิฉันเชื่อว่ามีอีกหลายแรงมด

ที่ตั้งใจจะร่วมด้วยช่วยกัน สร้างสรรค์วิชาการด็อตคอมต่อไป

โปรดให้ข้อมูลยืนยันช่องทางที่เราจะช่วยสนับสนุนสักนิดด้วยนะคะ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.199,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 139 14 ก.พ. 2549 (20:30)
คืนนี้เข้าเวรอยู่ที่ รร. เลยเขามาหาอะไรอ่านเล่น ๆ ปรากฏได้เรื่องไม่ใช่เล่น ตอนนี้เหนื่อยมาก พรุ่งนี้มีคุมสอบ nt nอยากรู้จัง การสอบมีการเก็บค่าสอบจากเด็กด้วยหรือ ตั้ง 27 / หัว นักเรียนเป็นหมื่น ที่ จังหวัด ส.ทางใต้
น้องคอพเตอร์ (IP:58.147.29.208,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 140 14 ก.พ. 2549 (21:42)
รู้สึกมีอาการตาร้อนครูไผ่จัง
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน22126 ครั้ง - ดาว 892 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 141 15 ก.พ. 2549 (18:38)
ดิฉันเรียนเชิญทุกท่านที่สะดวก

และมีโอกาสแวะมาเยือน

ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งค่ะอาจารย์นิรันดร์



ช่วงนี้ดิฉันกำลังเพียรพยายามฝึกภาษาอังกฤษ

เพื่อให้สามารถศึกษาหาความรู้ได้กว้างขึ้น

แล้วนึกขึ้นได้ว่าเคยเขียนบทความเรื่องแนวๆภาษาอังกฤษนี้

ในสารประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัย

เลยถือโอกาสนำมาฝากค่ะ



คุณครูภาษาไทยโปรดอย่าดุดิฉัน

เรื่องการใช้ภาษาไม่ถูกต้องนะคะ

ดิฉันเขียนให้ท่านอ่านเล่นเพลินๆค่ะ ...
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 142 15 ก.พ. 2549 (18:45)
Changing Concept



วันหนึ่งนั่งกินข้าวกันอยู่(ดีๆแท้ๆ)ในโรงอาหาร

รุ่นพี่แกเกิดปิ้งเอ๊ยปิ๊งไอเดียเรื่องภาษาอังกฤษ

เมื่อได้ยินคอนเส็ปต์ “ CHANGE” ของมหาวิทยาลัยเรา

ที่จริงแกก็พูดเข้าท่าว่าเราเรียนภาษาอังกฤษเท่าไหร่

ก็พูดไม่คล่องซักที โดยเฉพาะเมื่อพยายามจะหัดพูดที่นี่

เพราะเราไม่รู้คำศัพท์ในพื้นที่ที่เราอยู่

แล้วก็เสนอคูลไอเดียมาเป็นชุด

ตอนพูดที่โรงอาหารไม่มีใครยอมฟัง

เพราะพี่แกชอบพูดยาว..ว..วว กว่าจะเข้าเรื่อง เลยต้องเขียน

ลงสารประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยให้ช่วยๆกันอ่านหน่อย

พี่แกอุตส่าห์ภูมิใจเสนอทั้งที



หนึ่ง เปลี่ยนป้ายชื่อห้อง หน่วยงาน และตำแหน่งต่างๆ

เป็นภาษาไทยคู่กับภาษาอังกฤษ รุ่นพี่ชูตะเกียบบอกว่า

เวิร์กมากน้อง เพราะเงยปุ๊บ เห็นคำแปลปั๊บ ที่นี้แหละจำแหงๆ

ดูอย่างป้ายคณะที่ทำคำคู่ไทยอังกฤษซี

เราเห็นทุกวันมีรึจะจำไม่ได้

เนี่ยแหละเขาเรียกอินเทลเล็กช่วลโซไซตี๋

ที่ประชุมปรบมือเกรียวเห็นด้วยทุกประตู



สอง เปลี่ยนให้มีวงเล็บชื่อภาษาอังกฤษ

ของชื่อดังกล่าวข้างต้น

เมื่อลงประชาสัมพันธ์ใดๆในสารประชาสัมพันธ์อื่นๆทุกครั้ง

ให้ผ่านตา ผ่านตา ..และผ่านตา



รุ่นพี่เคาะชามก๋วยเตี๋ยว ทำหน้าตาน่าเชื่อถือ....

บอกว่าเงยก็เห็น ก้มก็เห็น ทีนี้ไม่จำก็ให้รู้ไป



สาม เปลี่ยนเป็นสักวันหนึ่ง ในเหว็บไส่ต์ของเรา

ก็น่าจะมีข่าวสั้นภาษาไทยคู่กับภาษาอังกฤษสักอาทิตย์ละ

ข่าวสองข่าว โดยเฉพาะข่าวสำคัญๆ หรือคำประกาศนโยบาย

บางอย่างที่สำคัญ เผื่ออาจารย์ชาวต่างชาติจะมีโอกาส

ได้รับรู้ข้อมูลด้วย และช่วยฝึกการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

ของเราไปในตัว



รุ่นพี่อ้อมแอ้มบอกด้วยความเกรงใจเพราะเข้าใจดีว่า

ลำพังสอนเด็กทุกคนก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว

แต่ถ้าใครพอมีเวลาว่างเจียดมาช่วยๆกันได้ก็จะดีใจน่าดู

เพราะการผลิตซ้ำคำที่เราเข้าใจความหมายภาษาไทยอยู่แล้ว

จะทำให้เราจำคำฝรั่งได้เร็วขึ้นอีกเป็นสองเท่า



สี่ ไหนๆก็เปลี่ยนแล้ว อาจเพิ่มคอลัมน์,ใส่บทสนทนา,

หรือทำอินเด็กส์ศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตมหาลัย



วิธีนี้ดูโฮมๆ เชียว แต่รุ่นพี่บอกว่าเนี่ยแหละเวิร์กสุด

จะลงเว็บก็ได้ จะลงสารประชาสัมพันธ์คณะไหนก็ได้

เวลาเจอฝรั่งจะได้พูดกับเขาได้มั่ง

เพราะรูปประโยคน่ะเรียนกันมาจนพรุนแล้ว

เหลือแต่ศัพท์และสำนวนเฉพาะพื้นที่เนี่ยแหละที่เราไม่รู้ว่า

คนฝรั่งเขาเรียกอะไร



เช่นคำว่านักศึกษาภาคปกติ ภาคพิเศษ บันทึกข้อความ

ประชุมคณะ ตะเกียบ เป็นต้น พอจะชวนเขาคุยเลยเงอะๆงะๆ

ถ้ามีตัวอย่างไดอาหล็อกประมาณว่า

“..ทูเดย์ไอแอมบีซี่บีคอสไอมีประชุมมหาลัย

แอ่นด์อ๊าฟเต้อร์แด็ทไอต้องสอนชดเชย

ยูไปนั่งเว็ทฟอร์มีที่ศูนย์วัฒนธรรมเลยก็แล้วกัน”

ดังนี้เป็นต้น อย่างน้อยหลังจากฝึกท่องไดอาหล็อก

ก็พอจะบอกเขาได้ว่า เดอะศูนย์วัฒน์คัลเจอร่อลเซ็นเต้อร์

อยู่เนียร์เดอะโรงอาหารแคนทีน

เดอะสำนักงานอธิการบดีเพรสสิเด๊นท์ออฟฟิศก็ตรงตึกกระจก

แบล็กๆอินฟรอนต์ออฟเดอะหอพระแอ๋นด์เดอะสระน้ำนั่นไง

แอ่นด์เดอะสองแถวหน้ามหาลัยเดโกทูในเมือง

ยูจะเลือกขึ้นเดอะประตูไหนก็ได้



....รับรองว่าครบสามเดือนเห็นผล เราจะเอแอ่นด์เด่อะ

กันคล่องแคล่วทั้งโรงเรียน



ห้า เปลี่ยนเอ๊ยเปิดห้องดูทีวี ดูยูบีซี ห้องอิงลิช ออลเดย์

หรือห้องอะไรก็ตามที่มีแต่ภาษาอังกฤษล้วนๆ



รุ่นพี่บอกว่าแว่วๆว่าเขาจะจัดให้แล้วด้วย

คือเราอยากรีเควสต์ที่แบบว่าให้หลงเข้าไปปุ๊บแล้วนึกว่า

อยู่แถวๆหนิวโหยร์กหรือซิดนีย์

ให้อบๆอวลๆด้วยภาษาอังกฤษอยู่อย่างนั้น

ถ้ามีอาจารย์ฝรั่งกรุณาอยู่ร่วมสนทนาเป็นขวัญกำลังใจ

เป็นระยะๆด้วยยิ่งดี

แล้วก็ต้องตั้งกฎให้เข้ม เช่นเข้าไปแล้วห้ามพูดไทย

ต้องอยู่ให้ครบชั่วโมง อีกทั้งมีกาแฟแลขนมต่างๆบริการ

ให้เคลิบเคลิ้ม คือเก็บตังค์ด้วยยิ่งเจ๋งจะได้เกรงใจ

เข้าไปจะได้พยายามเพิ่มอีกหน่อย

ใครเผลอพูดภาษาไทยในแอเรียนี้

ก็จะโดนเก็บตังค์สองเท่าเป็นต้น

จะอุทาน จะตกใจ ก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียว

ตามคอนเส็ปต์



รุ่นพี่กำชับว่าเสียงเข้มว่าไหนๆจะตื่นเต้นตกใจทั้งที

ก็ต้องให้ดูดีมีระดับ

เมื่อจิ้งจกหรือเก็กโค่ตกใส่มือ ก็ต้องร้อง อู๊วว..ว! เท่านั้น

แอ่นด์เด็นพี่ก็ทำท่าจะฝอยต่ออีกยาว..ว

ทันใดนั้นก็มีฝรั่งตัวโตๆสองคนเดินตรงรี่เข้ามาในแคนทีน



....พี่แกตกใจทิ้งตะเกียบเผ่นแน่บสี่ประตูต่อศูนย์

น้องๆทั้งวงทิ้งถ้วยทิ้งจานโกยอ้าวตามลูกพี่...



คอนเส็ปต์กระเจิงโดยทั่วกัน !...
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 143 17 ก.พ. 2549 (16:35)
ผมเรียนภาษาอังกฤษมาบ้าง พอๆกับเพื่อนผมนั่นแหละ

ตอนที่เรียนมัธยม ในวิชาเรียงความ ผมท่องไว้ 3-4 เรื่อง

ผลปรากฏว่าข้อสอบออกตรงกับเรื่องที่ผมท่องไว้พอดี

ตอนนี้ผมพูดและเขียนเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้เลย

แต่เพื่อนผม เก่งมาก พูดภาษาอังกฤกษได้เก่ง ขนาดหัวเราะและอุทานเป็นภาษาอังกฤษได้หน่ะครับ



มีคนแนะว่า ถ้าจะเรียนพูดภาษาอังกฤษต้องลงปากท่องจำเป็นประโยคๆกันเลย



ผมก็เคยทำบ้าง แต่ไม่สม่ำเสมอ และไม่ติดต่อกัน

พอถึงเวลาจะใช้ มันไม่มีในตัวอย่างที่ท่องไว้น่ะครับ



จึงมีความคิดว่า...ในยุคไฮเทคที่เครื่องบันทึกเสียงไม่ต้องใช้แถบแม่เหล็ก เราสามารถพกพาติดตัวและบันทึกเสียงสนทนาของเรากับใครๆต่อใคร แล้วถอดออกมาและให้คนเก่งภาษาอังกฤษ แปลเป็นภาษาอังกฤษให้ แล้วเราก็ท่องประโยค วลีหรือสำนวนเหล่านั้น (รวมทั้งคำพูดของคนอื่นที่โต้ตอบกับเราด้วย เพื่อให้ได้รูปแบบหรือสำนวนที่หลากหลาย)



คุณ ซีแอนีโมน เอ๊ย ซีฟลาวเวอร์ คิดว่าอย่างไรครับ
np (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 144 17 ก.พ. 2549 (23:18)
อาจารย์ np ตั้งชื่อใหม่ภาษาฝรั่งให้ดิฉันอีกแล้ว

ซี แอนนีโมนี ฟังดูเป็นวิทยาศาสตร์ดี

ซี ฟลาวเวอร์ ฟังดูเป็นอักษรศาสตร์กว่า

ดิฉันก็เลยนึกถึงชื่อแปลไทยเป็นไทยว่า ....บุปผาสมุทร..!!...

ดูยังกับเป็นญาติใกล้เคียงกับนางในวรรณคดีไทยตนหนึ่ง

...นึกแล้วยิ้มขำอยู่คนเดียวค่ะ..
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 145 18 ก.พ. 2549 (03:58)
สนใจ "อรรณพผกา" ไหมคะ

เป็นบุปผาสมุทรเหมือนกัน แต่ไม่มีคู่เป็นผีเสื้อ


ชื่นใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 146 18 ก.พ. 2549 (06:58)
อรรณพผกา VS บุปผาสมุทร !...



สงสัยต้องให้ช่วยกันโหวตค่ะอาจารย์ชื่นใจ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 147 18 ก.พ. 2549 (08:18)
อาจารย์ np คะ

ดิฉันชอบวิธีที่อาจารย์บอกว่าให้มีคนช่วยแปลบทสนทนาเป็นภาษาอังกฤษ แต่หาคนช่วยแปลยากจังค่ะ



ดิฉันนึกทบทวนถึงวิธีที่ตัวเองได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษ

นอกเหนือจากการเรียนในชั้นเรียนแล้ว ก็พบว่าเพลงฝรั่งและหนังฝรั่ง มีส่วนช่วยให้เรียนรู้ภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้นมาก

หากเต็มใจและมีความสุขที่จะดูและฟัง

(แล้วก็แกะเนื้อเพลง แล้วก็ถอดสคริปต์บทหนัง เอามานั่งพูดนั่งท่องสนุกสนานอยู่คนเดียว)

คล้ายๆจะเป็น ทักษะสัมพันธ์ คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน สัมพันธ์กันเป็นกระบวนการ

ช่วงนั้นรู้สึกการฟัง-พูดภาษาอังกฤษจะอาการดีขึ้นค่ะ

แต่ไวยากรณ์นี่ยังคงทรงกับทรุดมาโดยตลอด



ดิฉันคิดว่าเรื่องไวยากรณ์นี่สงสัยต้องใช้วิธีฝืนและบังคับตัวเอง

เพราะเราไม่ได้อยู่ในสังคมที่ใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน เรียนรู้แบบซึมซับไม่ได้ ก็ต้องบังคับกันบ้าง

บังคับอะไรก็ไม่ยากเท่าบังคับตัวเองค่ะ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 148 18 ก.พ. 2549 (12:36)
ตอนที่ผมสอบ TOEFL ที่ผมพอจะทำได้กลายเป็น part แกรมม่า



สงสัยว่า จะได้ทักษะทางคณิตศาสตร์ ทางตรรกศาสตร์เข้ามาช่วย



โดยเฉพาะที่เป็น part ของการจับผิด



โจทย์จะให้ประโยคมา แล้วก็ขีดตัวเลือกไว้ ให้เราพิจารณาว่า ตรงไหนที่ผิดหลักไวยากรณ์



จะมีกฎโดยรวมอยู่ประมาณ 20 กว่าข้อ ในการพิจารณา



ที่สำคัญ วิธีการที่ผมใช้นั้น เราไม่จำเป็นต้องแปล หรือทราบความหมายของคำบางคำ ไม่จำเป็นต้องทราบทั้งประโยค ให้รู้ว่า คำนี้ กลุ่มคำนี้ อยู่ตรงไหน ทำหน้าที่อะไร และต้องสอดคล้องกันอย่างไร



ผมได้คะแนนเกิน 550 หน่อยๆ อาศัย part แกรมม่านี่เอง



แต่เรื่องพูด เรื่องฟัง คงต้องฝึกฝนอีกมาก เรื่องพูดนี่ คนเงียบๆอย่างผมมีปัญหามากเลยครับ



ส่วนการอ่าน การเก็บคำศัพท์ อันนี้อยู่ที่ใครจะมีความขยัน มีการฝึกฝน มีการใช้อยู่บ่อยแค่ไหน
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2226 ครั้ง - ดาว 382 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 149 18 ก.พ. 2549 (17:48)
มีอีกวิธีค่ะอาจารย์ MathGuy ที่ดิฉันเคยใช้เวลาคุยเล่นกับเพื่อน และช่วยให้เลิกกลัวการพูดกับฝรั่งไปได้บ้าง

คือการพูดประโยคภาษาฝรั่ง และใช้คำไทยแทนศัพท์ฝรั่งบางคำที่เราไม่รู้ (แล้วค่อยไปเปิดพจนานุกรมทีหลัง)



อีกวิธีที่ชอบคุยเล่นกับเพื่อนตอนเล็กๆ คือพูดคำไทยคู่คำฝรั่งจะได้จำศัพท์ได้ เช่น



"ช่วยโอเพ่นเดอะดอร์ประตู แล้วลุคดูซิฮูใครมา"



พวกผู้ใหญ่ได้ยินเราคุยกันทีไรพากันขำกลิ้งทุกที

(ตอนนั้นดิฉันไม่รู้จริงๆว่าเขาขำอะไร)



ส่วนแกรมม่าไวยากรณ์นั้น คงสัมพันธ์กับทักษะทางคณิตศาสตร์อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ

ดิฉันจึงเรียนแบบตกๆหล่นๆเสมอต้นเสมอปลาย

ตอนนี้ก็กลับตัวกลับใจหันมาศึกษาไปพร้อมๆกับนักศึกษา



เพื่อยืนยันให้พวกเขามั่นใจว่า ใครๆก็เรียนภาษาอังกฤษได้ ถ้าตั้งใจจริง

(แต่เบื้องหลังการถ่ายทำเหนื่อยชะมัดเลยค่ะ)
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 150 19 ก.พ. 2549 (00:05)
โอ !

ผมลืมบทพากย์หนัง สนิท เลยครับ คุณดอกไม้ทะเลเลยได้คะแนนข้อนี้ไป



มีช่วงหนึ่งของชีวิต ผมบ้าภาษาอังกฤษ เพราะชอบเพื่อนหญิงที่ชอบภาษาอังกฤษ



มีคนเขียนบทพากย์หนังออกมาเป็นภาษาอังกฤษลงในวารสารส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษ ผมเห็นแล้วชอบมาก ผมจดมาท่องเลยครับ (ยุคนั้นเครื่องถ่ายเอกสารหายาก)



นอกจากนั้น ในหนังสือเรียน เช่น Prisoner of senda และ Pair of spectacle (สะกดไม่ค่อยจะถูกเสียแล้ว) ผมก็คัดลอก คำพูดออกมาท่อง



ต่อมา ผมกับเพิ่อนหญิงคนนั้นมมีอันต้องพลัดพรากจากกันไปเรียนคนละสาขา ผมก็เลยทิ้งสมมุดเล่มนั้นไป
np (IP:210.246.70.233,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 151 19 ก.พ. 2549 (10:53)
แรงบันดาลใจในการเรียนภาษา บางครั้งก็มีที่มาอันแสนจะโรแมนติกค่ะอาจารย์ np...



สมัยเล็กๆ พ่อกับแม่บอกว่าดิฉันจะนิ่งฟังอย่างตั้งใจ ไม่วิ่งซน

ทุกครั้งได้ยินเสียงเพลงจากภาพยนตร์เรื่อง The Sound of Music ที่บ้านเลยเปิดแผ่นเสียงวนไปวนมาทิ้งไว้ทั้งวัน



ครั้นโตขึ้นมาหน่อย ตามประสาวัยรุ่น ดิฉันก็ขอสารภาพอย่างอายๆโดยเปิดเผย ว่าสเป็คของดิฉัน คือ MacGyver

จากซีรี่ย์ดังของ ABC คนสร้างตัวละครนี้เข้าใจคิด ที่สร้างชีวิตให้คุณแม็คไกเวอร์ของดิฉันเป็นผู้ชายสามัญที่จิตใจดี

ชาญฉลาด (สงสัยว่าจะเก่งวิชาวิทยาศาสตร์ด้วย) แก้ปัญหาด้วยปัญญาเสมอ ข้าวของเครื่องใช้และเศษวัสดุใกล้ๆตัว

แม็คไกเวอร์จะหยิบฉวยมาประยุกต์ใช้ช่วยชีวิตคนได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องมีอาวุธยุทโธปกรณ์รวยๆอะไรเลย

ติดอยู่หน่อยหนึ่งคือในทีวี คุณเขาพูดภาษาไทยชัดแจ๋ว



แต่สมัยนั้นโชคดีมากที่ช่อง 3 มีซาวด์แทร็คเปิดให้ฟังทางวิทยุ

ด้วยความมุ่งมั่น.. ดิฉันจึงเสียบหูฟังวิทยุ แล้วยื่นหน้าเข้าไปจ้องจนชิดจอ(ทีวี) แล้วพยายามอ่านปากว่าเขาพูดอะไร

แล้วก็จดๆๆๆๆๆๆๆๆออกมาเป็นสคริปต์ผิดๆถูกๆ แต่ภูมิใจเสนอเช่นเคย



ยี่สิบปีผ่านไป ตอนนี้สคริปต์เล่มนั้นหายไปไหนเสียแล้วก็ไม่รู้

แต่คุณแม็คไกเวอร์ยังคงอยู่ในใจดิฉันเสมอมา
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 152 19 ก.พ. 2549 (12:39)
พูดถึง MacGyver ขวัญใจของผมด้วย เลยขอเข้ามาแจมหน่อย

ผมเคยเอา Macgyver ตอน Love and laern มาเปิดให้นักเรียนที่ผมสอนเกี่ยวกับเรื่องของเครื่องกล(คาน - ที่ผู้หญิงหลายคนรังเกียจไม่อยากขึ้น ฮิฮิ) ในเรื่อง MacGyver ไปเป็นวิทยากรสอนวิชาฟิสิกส์ บนกระดานวาดรูปอาร์คีมิดีสกำลังงัดโลก และตอนเปิดเรื่อง MacGyver จัดการห้องเรียน(ที่นักเรียนส่วนใหญ่ที่กวนอวัยวะเบื้องต่ำ)โดยจัดการกับหัวโจกคนที่รูปร่างใหญ่โต โดยMacGyver สามารถงัดและทุ่มนักเรียนคนดังกล่าวทั้ง ๆ ที่ตัวเล็กกว่ามาก (ผมคิดว่า)เป็นตัวอย่างว่าการจะจัดการห้องเรียนที่มีนักเรียนที่ไม่ค่อยสนใจ สามารถทำได้โดยจัดการกับหัวโจก ถ้าจัดการได้ก็จะสามารถควบคุมห้องเรียนได้ครับ



จริง ๆ แล้วตอนนี้ผมว่าเหมาะสำหรับนักเรียน(นักศึกษาหรือนิสิตนั่นแหละครับ)ที่จะออกไปเป็นครู หรือแม้คนที่ไม่ได้เรียนครูแตจะไปสอนคนอื่น เช่นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เรียนเฉพาะสาขามา ไม่ได้เรียนวิชาครูหรือวิชาการศึกษา ก็น่าจะได้ดูก่อนที่จะไปสอนนะครับ



ปล.ผมเคยบันทึกวีดิทัศน์ที่ช่อง 3 เคยเอาทาฉายไว้ ตอนนี้มันชำรุดไปหมดแล้ว ท่านผู้ใดมี VCD ชุดMacGyver จะเผื่อแผ่ให้ก็จะขอบคุณมาก เคยลองไปดูใน gooเle movies พบว่ามี VCD ชุด MacGyver ขาย แต่ไม่สามารถสั่งซื้อได้ พอคลิกเข้าไป ได้รีบคำตอบว่าประเทศของเราไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ระบบนี้ครับ
พิทยา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน255 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 153 19 ก.พ. 2549 (22:52)
ดีใจจังค่ะ ที่คุณพิทยาก็ชอบเรื่อง MacGyver ดิฉันว่ารุ่นเราๆสมัยโน้นหลายคนคงติดใจคุณ Richard Dean Anderson

ไปหลายคน มี series อีกหลายเรื่องที่ดีๆน่าติดตาม อย่าง Twilight zone, Beauty and the beast,

หรือ drama อย่าง Torn Birdเป็นต้น ถ้าสะกดผิด ขออภัยนะคะ



นี่ยังไม่นับรวมกระบี่ไร้เทียมทาน ที่ใครๆก็ชอบฮุ้นปวยเอี้ยง แต่ดิฉันกลับไปชอบ โป่วเง็กจือ

ส่วนคุณแม่ดิฉันเรียกนางเอกเรื่องนี้ว่า โป่วกุนเชียง !! หรือไม่ก็โป่วอย่างอื่น ไม่เคยเรียกถูกกะเขาเลย

แล้วก็เลยนึกถึงฤทธิ์มีดสั้น เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ศึกสองนางพญา ฯลฯ ช่วงที่หนังจีนทีวีกำลังเฟื่องฟู

ดิฉันก็ซื้อเทปมาหัดร้องเพลงจีนอย่างมุ่งมั่น แกะเนื้อเพลงเป็นวันๆ ทั้งที่แปลไม่ออกซักกะตัว

ถ้าตอนเรียนหนังสือดิฉันมุ่งมั่นได้ขนาดนี้ ป่านนี้คงได้ดิบได้ดีไปแล้ว..



นานๆคนแก่ได้รำลึกความหลังที ชื่นใจดีเหมือนกัน..



ปล.ขออภัยคุณพิทยาค่ะ โดนดิฉันนับเหมารวมรุ่นไปเสียแล้ว
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 20 ก.พ. 2549 (21:05)
ไม่เป็นไรครับ นับเป็นรุ่นเดียวกันก็ได้ครับ ผมเพิ่งเลย 50 มา ไม่กี่ปีเอง ครับ



กำลังพูดถึง Macgyver ว่าอยากได้ VCD ชุดนี้ ตอนนี้บังเอิญ(หมายถึงเข้าไปที่เวบนี้ได้อย่างไรก็ไม่รู้ ยัง งง ๆ อยู่เลย) เข้าไปใน www.mono2u.com เห็นเขาขาย VCD Macgyver มี 15 แผ่น ราคา 750 บาท พรุ่งนี้เช้าจะไปจ่ายเงินครับ

ปิดเทอมแล้วจะเอามาดูให้หนำใจ และเผื่อเตรียมเลือกเรื่งที่เหมาะสม(หมายถึง)เข้ากัยเนื้อหาไปสอนนักเรียนปีการศึกษาหน้าครับ ตอนนี้ที่โรงเรียนกำลังจะสอบปลายภาคเรียน จากนั้นก็จะส่ง(ถ้าพวกเขาสอบเข้าไปเรียนได้ นะครับ ฮิฮิ)ไปให้ท่านทั้งหลายที่สอนในระดับอุดมศึกษาครับ
พิทยา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน255 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 155 20 ก.พ. 2549 (22:21)
คุณพิทยาคะ ขอบคุณนะคะที่บอกเว็บไซต์ไว้ ดิฉันเลยตามไปดูที่เว็บไซต์นี้ด้วย แล้วเลยโทร.จองทางโทรศัพท์

เพราะทางผู้รับสายบอกว่าต้องสั่งจอง ของจะมาเดือนหน้าน่ะค่ะ(ดิฉันอยู่ต่างจังหวัดต้องโอนเงินทางธนาคารค่ะ)



ตอนนี้ดิฉันก็กำลังเตรียมออกและเฉลยข้อสอบอัตนัย ตามที่อาจารย์ np และอาจารย์ .. แนะนำไว้อย่างสนุกสนาน

ส่วนเด็กๆจะทำข้อสอบอย่างสนุกสนานด้วยหรือไม่นั้น

..โปรดติดตามตอนต่อไป..นะคะ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 156 21 ก.พ. 2549 (03:53)
ขอรุ่นน้องรุ่นใกล้คุยด้วยคนสิคะ

ต้องออกตัวว่าเป็นแฟนหนังจีน ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดหนังฝาหรั่ง

เลยสนิทกับกระบี่ไร้เทียมทาน, เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้,

ศึกสองนางพญา,เทพบุตรชาวดิน, คมเฉือนคม,

ชอลิ้วเฮียง ฯลฯ มากกว่า Macgyver หนะค่ะ

Macgyver หนะ พอจะพยักหน้าหงึกๆ ตามได้เท่านั้นเอง

แต่ให้คุยอย่างรู้ลึกนี่ ไม่ไหวแน่ๆ



อืม...จริงสินะคะ ตอนนี้เมืองไทยกำลังจะสอบกัน

แล้วก็จะได้ปิดเทอมซะที สู้ๆ ค่ะ เพื่อนักเรียนที่น่ารัก



ไม่ต้องสงสัยนะคะว่าอิฉันแน่ใจได้อย่างไรว่าจะเป็นรุ่นน้องรุ่นใกล้

ยุคนี้ อินเตอร์เน็ต น่ะเหมือนผู้วิเศษ รอบรู้สารพัดนะคะอาจารย์ดอกไม้ทะเล

ส่วนคุณพิทยา อิฉันขอถือวิสาสะเหมารวมไปก็แล้วกันว่าคุณรุ่นเดียวกับอาจารย์ดอกไม้ทะเล
ชื่นใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 157 21 ก.พ. 2549 (06:02)
อืมมม .... ถ้า เป็นรุ่น ผม ละก็ เก่า (แก่) เข้าไป อีก

ขุด สุภาพบุรุษมือปราบ ... หมวด Colulmbo ที่ท่าง เซ่อ ๆ ติงต้อง แต่ ฉลาด เป็นกรด ... จ่า Collombo ผู้มีอารมณ์ขันเป็น นิจ ที่ ควบม้า กลาง เมืองหลวง จ่า Mc Millan กะ Sally ภรรยายาวสวย ( นำแสดง โดย Rock Hudsuon สุดหล่อ ผู้ ล่วงลับ ) ... Hawiii V O ... Quincy .. The Bever .. ฯลฯ .. ยุค 70's รอบดีก ช่อง 3 จะมี ภ ชุ ด สืบสวน สอบสวน ให้ดูทุกวัน ... ... ยุคนี้ รายการทีวี มีแต่ เกมส์ โชว์ ทอล์ค โชว์ ... music vdo ... กรอก กัน เข้าไป เด็ก ๆ (ผู้ใหญ่ด้วย) เลย เป็นอย่าง ทุก วัน ที่ได้ เห็น ๆกันอยู่ ... อืมมม 30 (กว่า) ปีก่อน .. ไม่นานเลย ชีวิตคน ... อัปมาเทนะ สัมปาเทถะ ...
.. (IP:203.113.16.241,203.113.39.6,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 158 23 ก.พ. 2549 (21:55)
คุณดอกไม้ทะเล ครับ

ผมได้รับเมล์ตอบมาว่าจะส่งของให้ภายในวันที่ 23 นี้ ซึ่งจะถึงมือผมในวันเสาร์ครับ
พิทยา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน255 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 160 24 ก.พ. 2549 (16:13)
ขอบพระคุณที่กรุณาส่งข่าวค่ะ อาจารย์พิทยา

คาดว่าช่วงที่ดิฉันสั่งไป ของอาจหมดพอดี เลยรอนานหน่อย

ถ้าอย่างไรดิฉันจะส่งข่าวกลับไปนะคะ ขอให้อาจารย์ชม MacGyver อย่างมีความสุขค่ะ



ดิฉันกำลังรอดู Lord of The Flies (ไม่แนใจว่าสะกดถูกรึปล่าว นะคะ ) วรรณกรรมรางวัลโนเบล

ของท่านSir William Gerald Golding ที่ครู(บังคับ)อ่านสมัยเรียนปริญญาตรี ดิฉันอ่านเล่มที่แปลเป็นภาษาไทย

อ่านแล้วนั่งซึมไปเป็นวัน ได้คำตอบของชีวิตในหลายๆเรื่องชัดขึ้นอีกเยอะ

(ดิฉันมักสงสัยเรื่องการเบียดเบียนกันระหว่างเพื่อนมนุษย์ ที่น่าจะเป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งสิ้น

และมักจะได้คำอธิบายและคำตอบเบื้องต้นจากวรรณกรรม ที่ทำให้ชัดเจนและเชื่อมกับภาวะชีวิตจริงได้ง่ายขึ้น



วรรณกรรมก็มีส่วนช่วยให้เราเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต และช่วยให้เรารู้เท่าทันการสื่อสารมากขึ้นด้วย

....ไปๆมาๆก็ทำท่าจะวกเข้าเรื่องนี้อีกแล้วอ่ะค่ะ..
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 161 24 ก.พ. 2549 (16:44)
อาจารย์ชื่นใจขา ตอนนี้ออกข้อสอบกันเวียนศีรษะไปหมดเลยค่ะ

ดีใจจังที่อาจารย์ชื่นใจชอบหนังจีนทีวี แถมจำเรื่องเด็ดๆที่ดิฉันนึกชื่อไม่ออกได้ด้วย แสดงว่าต้องเป็นรุ่นน้องอ่ะค่ะ

อยู่ไกลบ้านอย่างนี้ อาจารย์มีโอกาสดูรายการทีวีของเขาบ้างไหมคะ งานอาจารย์ก็คงยุ่งไม่น้อย

หากมีอะไรทางโน้นหน้าตาน่าคบ ถ้าพอมีเวลา อย่าลืมแวะมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

...และขอให้อาจารย์เรียนอย่างมีความสุขนะคะ...
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 162 24 ก.พ. 2549 (17:05)
อาจารย์ .. คะ

สงสัยอีกแล้วค่ะ อยากทราบว่าทำไมอาจารย์จึงเลือกใช้นามแฝงว่า .. คะ?

อย่างไรก็ตามนามแฝงอาจารย์เข้ากับชื่อกระทู้พอดีค่ะ



โอ้โห.. อาจารย์ทันควินซี่ โจนส์ด้วยนะคะ (ดิฉันก็ทันหวุดหวิด ภูมิใจชะมัด) หนูน้อยบีเวอร์ก็แสนจะน่ารัก

เห็นด้วยกับอาจารย์นะคะ เรื่องหนังสืบสวนสอบสวน อาจมีผลบ้างเรื่องการแฝงผ่านของวัฒนธรรมตะวันตก

แต่ก็ช่วยเอื้อให้ผู้ชมได้ใช้สมองคิด

ส่วนรายการเกมโชว์บางประเภทของบ้านเรา ก็ทำให้เราประหยัดค่าไฟ และช่วยชาติประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี

คือพอกดรีโมตเจอปุ๊บ เราก็กดเผ่นหนี พอกดเจอครบ 4 ช่อง เราเก๊าะกดปิดทีวีไปเลย..
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 24 ก.พ. 2549 (17:17)
อาจารย์ .. คะ ขอโทษด้วยค่ะ ขอแก้เป็น ควินซี่ เฉยๆ ค่ะ

ดิฉันจำนามสกุลเขาไม่ได้ พิมพ์เพลินไปหน่อยค่ะ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 164 25 ก.พ. 2549 (10:19)
MacGyver

อาจารย์พิทยา เป็นคอหนังเดียวกันเลยครับ



ส่วนหนังที่อาจารย์ .. ดู น่าจะดูตอนเป็นนักเรียน สมัยนั้น น่าจะยังเป็นหนังขาวดำอยู่เลย



ผมกะว่าอาจารย์ .. กับอาจารย์พิทยา น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน

คือรุ่นใกล้เกษียณ เหลืออีกคนละไม่ถึงสิบปีทั้งคู่



อย่างไรก็รบกวนอาจารย์ฟิสิกส์ทั้งสองท่าน ช่วยดูที่กระทู้นี้หน่อยนะครับ
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=102&Pid=44764
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน22126 ครั้ง - ดาว 892 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 165 25 ก.พ. 2549 (21:08)
ผมดู Macgyver ทางช่อง 3 ตอนที่มาทำงานแล้วครับ ไม่ถึง 20 ปีมานี้เองฮิฮิ

ตอนนั้นก็พยายามอัดวีดิทัศน์ไว้ใช้เป็นตัวอย่างให้นักเรียนเห็นความสำคัญของความรู้ทางฟิสิกส์ว่าไอ้ที่เราเรียนฟิสิกส์ น่ะมันไม่ใช่มีแต่สมการแต่มันอยู่ในชีวิตประจำวันของเรานั่นเอง ตอนนี้วีดิทัศน์เหล่าขึ้นราชำรุดไปหมดแล้วครับ



ข่าวล่าสุด ได้รับ vcd มาแล้วครับ ตอนนี้กำลังกวาดดูแผ่นแรก เป็นตอนที่เกิดการระเบิกในห้องแลบ มีกรดกำมะถันรั่วออกมา MAC ของเรากำลังเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในชั้นใต้ดิน ใช้วิธีการต่างทางวิทยาศาสตร์แก้ปัญหาสิ่งกืดขวาง เข่นการสะท้อนแสงสำหรับปัญหาแลงเซอร์ แรงดันของน้ำในสายฉีดน้ำดับเพลิงสำหรับยกคานขึ้น ใช้ชอกโกแลต(ไม่รู้ว่าเขียนถูกหรือเปล่า ฮิฮิ) อุดรอยรั่วของกรด ครบเครื่องทั้งฟิสิกส์และเคมีครับ

แล้วจะส่งข่าวมาอีกนะครับ
พิทยา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน255 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 166 25 ก.พ. 2549 (22:37)
โอยอยากดูจังเลยค่ะ.. คิดถึงหน้ายิ้มนิ่งๆและวิธีแก้ปัญหาโดยที่ไม่ต้องตีลังกาชกใครของคุณแม็คฯ

ตอนนี้กระทู้วิธีสอนแปลกๆ หันมาคุยกันเรื่องหนังแปลกๆดีๆที่ส่งเสริมการเรียนรู้ค่ะ

ถึงหนังจะเก่า แต่คนดูก็ยังไม่เก่า ไม่ได้แก้ตัวนะคะ แค่แก้ต่างให้เฉยๆค่ะอาจารย์พิทยา

(อาจารย์ชื่นใจขา อาจารย์นิรันดร์ไม่ได้นับดิฉันเข้ารวมในแถวของรุ่น ดิฉันว่าเราสองคนรอดตัวไปค่ะ



ดิฉันชอบคำว่า ฟิสิกส์ในชีวิตประจำวัน จังค่ะ สมัยเป็นเด็ก ดิฉันเรียนสายศิลป์ฝรั่งเศส และสนใจทฤษฎีสัมพัทธภาพ

ของคุณไอน์สไตน์อยู่ไม่น้อย แต่หมดหนทางจะรู้ได้จากในโรงเรียน เพราะเป็นเด็กศิลป์



ดิฉันมาเข้าใจเพิ่มขึ้นเพราะได้ดูหนังฝรั่งนี่เอง จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไรบ้าง

แต่คงมีหนังโรงอย่าง Back to the Future รวมอยู่ด้วยเรื่องนึงค่ะ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 167 26 ก.พ. 2549 (10:20)
คือบังเอิญว่าผมรู้จักตัวจริงของทั้งอาจารย์พิทยาและอาจารย์ .. ว่าท่านเป็นใคร อยู่ที่ไหน

ก็เลยละลาบละล้วงเทียบรุ่นให้ท่านทั้งสองไป

คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าผมจะทราบว่าอาจารย์ชื่นใจกับอาจารย์ดอกไม้ทะเล มีตัวตนจริงอยู่ที่ไหนน่ะครับ

เว้นแต่อาจารย์จะบอกเองก็ไม่ต้องพยายามมากนักครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน22126 ครั้ง - ดาว 892 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 168 26 ก.พ. 2549 (16:01)
อาจารย์นิรันดร์คะ

คาถาของพ่อมดอินเตอร์เน็ตวิเศษเหลือเกินค่ะ

อิฉันเชื่อว่าในชั่วไม่กี่นาที อาจารย์อาจจะทราบค่ะ



กราบขออภัยค่ะ หากดูเหมือนว่า

"เด็กๆ" อย่างอิฉันและอาจารย์ดอกไม้ทะเล

จะชวนให้อาจารย์ผู้ใหญ่ต้องออกแรงเดินหาเล็กน้อย

ถือว่าเป็นการออกกำลังกายแล้วกันนะคะ

(ยิ่งโพสต์เยอะ เจ้าจำนวน ก็เยอะตามไปด้วย

ต้องกำจัดปริมาณพลังงานจาก

ออกไปซะหน่อยหละค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดี)


ชื่นใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 169 26 ก.พ. 2549 (16:11)
อาจารย์ดอกไม้ทะเลคะ



อิฉันคาดว่าน่าเป็นความจริงอย่างที่สุดที่เราสองคน

จะเข้าแถว คนละแถว (คนละรุ่น) กับอาจารย์นิรันดร์

อาจารย์พิทยา และอาจารย์..



ที่จริงอิฉันก็ไม่รู้จักใครเป็นการส่วนตัวเลย

อาศัยนั่งปะติดปะต่อเอาหนะค่ะ



ตอนนี้นะคะ เรื่องราวแถวนี้ที่อิฉันเห็นว่าน่าคบ

ก็น่าจะเป็น Reflection หรือ Reflective thinking

กับ Adult learning

แต่คงต้องขอออกตัวว่า ยังไม่กล้านำมาเล่าออกอากาศค่ะ

เพราะกว่าที่อิฉันจะทำความรู้จักพวกเค้าให้ลึกซึ้งได้หนะ

ต้องใช้เวลาพอสมควร...ขอเวลาหน่อยนะคะ

แต่ที่อิฉันกล้ายืนยันอย่างมั่นใจ

อิฉันเจอคนที่มี Reflective thinking (หรือ Reflection เก่งๆ)

แถวนี้หลายคน ...อย่างเช่น

อาจารย์ MG หรือแม้แต่อาจารย์ดอกไม้ทะเลเอง
ชื่นใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 170 27 ก.พ. 2549 (00:20)
ขอบคุณอาจารย์ชื่นใจมากนะคะที่จัดดิฉันรวมอยู่ในรุ่นเด็กด้วยคน (ดีใจน่าดูเลยค่ะอาจารย์นิรันดร์...)

ดังนั้น ถึงแม้พวกน้องๆที่ทำงานจะเรียกดิฉันว่า ป้า ดิฉันก็จะไม่ติดใจเอาความใดๆ

(แค่ฝากไว้ก่อนเท่านั้น..)



เรื่อง Reflective thinking นี่ดิฉันขออ้างอิง ครูไผ่ เลยค่ะ เพราะท่านกรุณาแนะนำให้ดิฉันรู้จัก constuctivism

จากนั้นดิฉันก็ได้ไปค้นหาหนังสือมาอ่านอย่างมีความสุข หายสับสนในตนเองเป็นปลิดทิ้ง

หลังๆนี่ คาดว่าจะทำให้เด็กๆเวียนศีรษะน้อยลงเยอะด้วยค่ะ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171 27 ก.พ. 2549 (01:45)
ผมว่าอาจารย์"ดอกไม้ทะเล"ไปอยู่ผิดแล้วกระมังครับ

ถ้าการคำนวณของผมไม่ผิดพลาด อาจารย์น่าจะเกิดปีมะเมีย

และอยู่ประมาณตรงกลางระหว่างผมกับอาจารย์"ชื่นใจ"

อ."ชื่นใจ"รับปริญญาโทปีเดียวกับที่ลูกสาวผมรับปริญญาตรีพอดี

แต่อ.ชื่นใจท่านเรียนกระโดดข้ามชั้นไปบ้างทำให้เรียนเร็วไป 1-2 ปี

นี่คือเวทย์มนต์ของแฮรี่พอตเตอร์
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน22126 ครั้ง - ดาว 892 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 172 27 ก.พ. 2549 (06:36)
อาจารย์นิรันดร์คำนวณไม่พลาดค่ะ

คือว่าดิฉันคงต้องย้ายที่ไปยืนอยู่หัวแถวของรุ่นเด็กเสียแล้ว..
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.117.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 173 27 ก.พ. 2549 (09:13)
ผมว่าอาจารย์มายืนหางแถวผมดีกว่านะครับ

ที่จริง อาจารย์"ดอกไม้ทะเล"อยู่ค่อนไปทางอาจารย์"ชื่นใจ"มากกว่าทางผม

ทีแรกผมเข้าใจว่าอ.ชื่นใจ จะเรียน ส.ว.2รุ่นใกล้ ๆ กับตอนที่ผมสอบบรรจุ

แต่อาจารย์เข้าไปหลังจากนั้นอีก 10 กว่าปี
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน22126 ครั้ง - ดาว 892 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 174 27 ก.พ. 2549 (15:33)
อาจารย์นิรันดร์ทำแบบฝึกหัดไวมากเลยค่ะ

ตอบถูกทุกข้อด้วย

ส่วนเรื่อง ส.ว.๒ ถึงจะเข้าช้าไป...

แต่ได้พบบุคคลประวัติศาสตร์ของอาจารย์นิรันดร์ค่ะ

ที่เท้าความถึงท่าน ...อิฉันไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินเลย

รู้สึกเคารพท่านอย่างมากด้วยซ้ำ

เพียงแค่อยากสื่อสารกับอาจารย์นิรันดร์ว่า ท่านก็เป็นของท่านอย่างนั้นเอง

และในความเป็นท่าน (อย่างที่ท่านเป็น) ก็มีส่วนช่วยให้นักเรียนคนหนึ่งมีความภูมิใจที่ได้เรียนที่นั่น

นี่เป็นมุมมองแคบๆ จากนักเรียนคนหนึ่งเท่านั้นนะคะ

ซึ่งย่อมจะไม่เหมือนกับการมองจากมุมอื่นๆ

ก็แหม...วงกลมยังมีตั้ง ๓๖๐ องศาเลยค่ะ



อาจรย์ดอกไม้ทะเลคะ เราอยู่ใกล้ๆ กันดีแล้วค่ะ เผื่อบางเวลานึกออยากจะซน

จะได้อยู่ไกลจากสายตาและไม้เรียวของผู้ใหญ่หน่อยน่ะค่ะ

(ความลับ...อิฉันก้เริ่มจะมีคนเรียกป้าแล้วค่ะ ใจหายแว้บเลย

เพิ่งจะเริ่มชินกับความเป็นน้า ...ก็มีผู้หวังดีเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้เร็วจริงๆ)
ชื่นใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 175 27 ก.พ. 2549 (15:46)
ป.ล. ๑

เรียนอาจารย์นิรันดร์อีกครั้งค่ะ

จาก คหพ ๑๗๑ เห็นสรรพนามที่อาจารย์กรุณาใช้กับอิฉันแล้วเขินค่ะ

รู้สึกไม่ค่อยชิน

อาจารย์กรุณารับคำขอร้องของอิฉันเถิดนะคะ ว่า

อย่าใช้สรรพนามเรียกอิฉันถึงขนาดนั้นอีกเลย

ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ



ป.ล. ๒

คหพ ๑๗๔ พิมพ์แล้วขี้เกียจพรีวิว

พอกดส่งข้อความ ถึงได้เห็นว่ามีที่พิมพ์ผิดให้พอจับสังเกตได้

ขออภัยนะคะ ถ้าอาจจะทำให้ผู้อ่านรำคาญตา
ชื่นใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 176 27 ก.พ. 2549 (19:19)
คุณชื่นใจครับ

พูดถึง ส.ว.2 ผมมี้พื่อนรุ่นเดียวกันชื่อ ชูเกียรติ นามสกุล แกล้ว.... ไปสอนที่นั่น (ตอนหลัง ๆ นี่ดูแลและสอนคอมพิวเตอร์ คอนนี้ลาออกจากราชการไปแล้ว เดี๋ยวนี้ท่านบวชเป็นพระภิกษุอยู่ครับ) ที่จะอ้างอิง ครับ

ไม่ทราบว่าคุณชื่นใจพอจะทันไหมครับ
พิทยา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน255 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 177 27 ก.พ. 2549 (19:34)
ขอพูดถึงหนังหรือภาพยนต์อีกครั้ง ไม่นานมานี้ผมได้ดูเรื่อง Monalisa smile (ไม่รู้ว่าเขียนถูกหรือเปล่า เพราะสอบภาษาประกิตทีรได้รับการจัดเข้าอยู่ในจำพวกเกือบตกไปทุกที เป็นฐานให้เพื่อน ๆ เขาคว้า A กันมาแล้วมากมาย ของเราอย่างเก่ง ก็แค่ C ฮิฮิ) นำแสดงโดย จูเลีย โรเบิร์ต เป็นเรื่องที่(ผมคิดว่า)ครู(โดยเฉพาะคนที่เป็นมือใหม่และสอนในระดับอุดมศึกษา)ควรจะได้ดูก่อนจะไปสู่สมรภูมิ(สอนนั่นแหละครับไม่ใช่ไปรบกับศัตรูที่ไหนหรอก) เริ่มเรื่อง นางเอกที่เพิ่งจบปริญญา(เอก)มางศิลปะ ได้รับคัดเลือกให้ไปสอนที่วิทยาลัยสตรีแห่งหนึ่ง เธอเตรียมสไลด์ ที่เป็นภาพของศิลปินที่มีชื่อเสียงไว้มากมาย คงกะจะเอาไปสร้างความตะลึงงันให้กับนักเรียน แต่เธอหน้าแตกครับ

ใครอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ลองไปหามาดูครับ
พิทยา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน255 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 178 27 ก.พ. 2549 (20:09)
อาจารย์พิทยาครับ ดู MacGuyver ได้กี่ตอนแล้วครับ น่าอิจฉาจัง

ได้แก๊กไปสอนปีการศึกษาหน้าบ้างไหมครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน22126 ครั้ง - ดาว 892 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 179 27 ก.พ. 2549 (20:11)
ผมก็เป็นครูฟิสิกส์แก่ ๆ คนหนึ่ง

อีกหน่อยอาจารย์ชื่นใจก็จะมี ดร.นำหน้า(หรือมีไปแล้ว!)

ซ้อม ๆ เรียกไว้ก่อนครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน22126 ครั้ง - ดาว 892 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 180 28 ก.พ. 2549 (00:04)
อาจารย์พิทยาคะ

ทันยิ่งกว่าทันค่ะ ตอนนั้นอาจารย์ท่านยังไม่ได้เปลี่ยนไปสอนคอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ

เพราะมันยังไม่มีให้ฮิตเลย พอเริ่มมี ก็ยังเป็น DOS อยู่

เห็นแล้วชวนขวัญผวากว่าเดี๋ยวนี้เยอะเลยค่ะ



ขอบคุณนะคะที่ช่วยให้อิฉันทราบข่าวของอาจารย์ชูเกียรติ

ขออนุโมทนากับอาจารย์ท่านจากใจจริงค่ะ
ชื่นใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 181 28 ก.พ. 2549 (00:12)
อาจารย์นิรันดร์คะ

ซ้อมแค่ครั้งเดียวก็พอนะคะ

อิฉันหวั่นๆ ว่าคุณเหาจะมาเยี่ยมหัว ทั้งๆ ที่ดูแลรักษาความสะอาดของเส้นผมและหนังศรีษะอย่างดี

นึกซะว่าสงสารลูกศิษย์หรือลูกหลาน (ไม่ใช่ก็ขอตู่เอาหละค่ะ) แล้วกันค่ะ



ขอบพระคุณอีกหลายๆทีเลยค่ะ
ชื่นใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 182 28 ก.พ. 2549 (15:00)
.... คนจะงามงามน้ำใจใช่ใบหน้า

คนจะสวยสวยกิริยาใช่ตาหวาน

คนจะแก่แก่ความรู้ใช่อยู่นาน

คนจะรวยรวยศีลทานใช่บ้านโต


นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน22126 ครั้ง - ดาว 892 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 183 28 ก.พ. 2549 (20:14)
ผมขออนุญาตเอาเรื่องส่วนตัวมาป่าประกาศหน่อยนะครับ

คุณชื่นใจ ครับ พระ(ในปัจจุบัน)ชูเกียรติ สมัยที่เรียนด้วยกันท่านเป็นเพื่อนที่ดูแลและเมตตาต่อผมอย่างมากเลยจนอาจกล่าวได้ว่าถ้าไม่ได้ท่านช่วยผมอาจจะไสมารถเรียนจนจบได้ครับ ท่านสังเกตเห็นว่าผมไม่ได้กินข้าวกลางวันเลยจึงทำอุบายชวนผมไปบ้าน(ที่)พี่ชายของท่าน(เฝ้าอยู่)ตอนกลางวันแล้วถือโอกาส(ฮั่นแน่คิดอะไรอยู่รู้นะ) กินข้าวกลางวันที่นั่นทั้ง 2 คน ท่านเอาเรื่องที่ผมสายตาสั้น(แต่ตัวเองซื่อบื้อไปบอกอาจารย์ที่ปรึกษาในที่สุดอาจารย์ที่ปรึกษา(ดร.วิชัย วงศ์ใหญ่ -ขออนุญาตออกนาม ด้วยความเคารพ)ก็พาผมไปตัดแว่นและจ่ายเงินค่าแว่นให้ด้วย ช่วงปี 2531 เมื่อผมมีโอกาสทำตัวเป็นบ้านนอกเข้ากรุงก็ได้ไปกินนอนที่บ้านของท่านอยู่เสมอ ๆ ครับ

ถึง อ.นิรันดร์

ตอนนี้ผมยังไม่ได้ดูอย่างที่ควรจะเป็นครับ ได้แค่กวาดไปมาเท่านั้นเพราะยังมีงานรัดตัวมาก คงต้องรอถึงกลางเดือนเมษายนโน่นแหละครับ แต่ว่าเท่าที่ดูดูก็เห็นว่ามีหลายตอนที่เอาไปสร้างความสนใจ ความตระหนักให้นักเรียนได้ครับ
พิทยา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน255 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 184 2 มี.ค. 2549 (23:14)
อื มมมม ... ชาว ส ว 2 ...

ตอนที่ ผมเริ่มเป็นวัย สะรุ่น ... ถนน ลาดพร้าว ยังไม่มีเสาไฟฟ้า ข้างทาง เค้าใช้ สายลวดสลิง โยงข้ามฟาก ถนน ยึด กะ หลอด นีออน เป็นราว สาย ละ สิบหลอด เห็นจะได้ ให้ความสว่าง เป็นระยะ ๆ แสงไฟริบหรี่ ๆ .... รพ สยาม เพิ่ง สร้างใหม่ ๆ เข้าในซอย โชคชัย 4 มี สวน กะ ป่า หญ้าคา ... ตก เย็น หน่อย โบก แทก ซี่ ไม่มี ใคร กล้า เข้า ไป กลัว โดน ปล้น .... ส ว 2 ... ยังเป็น ท้อง นา ...



ชื่อ (..) กด ง่าย ดี ครับ ... เพราะ ถ้าเป็นผม (ตัวจริง)แล้ว ... จะเปลี่ยน ไปใช้ ชื่อ อะไร ... อีก กี่ ร้อย ชื่อ ใคร ๆ เขา ก็ รู้ ว่า มาจาก ผม อยู่ดี ... จะใช้ อะไร เป็น ชื่อ ก้อ ค่า เท่ากัน .. อ่า ดิ ครับบบ
.. (IP:203.113.39.7,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 185 3 มี.ค. 2549 (06:28)
ใช่ครับ คุณสองจุด

ริมถนนลาดพร้าวด้านทิศใต้ เป็นคลองยาวขนานไปกับถนนราดยาง มีสะพานทอดเข้าบ้านคนเป็นระยะๆ ฝั่งถนนตรงข้าม เป็นทุ่งนาเวิ้งว้าง



ผมเคยเก็บผักบุ้งที่ทุ่งนาในซอยโชคชัยสี่ มาแล้ว



แสดงว่าคุณสองจุดก็คงจะมีวัยใกล้เคียงกับผม
... (IP:61.91.77.91,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 186 3 มี.ค. 2549 (06:31)
นี่ก็เป็นวิธีสอนแบบแปลกๆอีกแบบหนึ่งนะครับ คุณดอกไม้ทะเล
... (IP:61.91.77.91,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 187 3 มี.ค. 2549 (14:21)
ผมก็กำลังหาวิธีการสอนใหม่ ๆ เหมือนกัน วิชาวิทยาศาสตร์แต่ไม่มีอุปกรณ์ทดลอง ใครมีวิธีที่น่าสนใจช่วยแนะนำด้วยครับ
wingzero15@thaimail.com (IP:203.113.57.39,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 188 3 มี.ค. 2549 (15:02)
ชอบใจวิธีการสอนแบบนี้จัง แต่เด็กคงยังรับไม่ได้ในตอนแรก เพราะเขายังยึดติดกับการเรียนเพื่อสอบ แต่คุณครูทำผิดประเพณีนิยมไงล่ะคะ นักเรียนเขาเรียนเพื่อสอบ ไม่ใช่เรียนเพื่อรู้และนำไปปรับใช้กับชีวิต แต่ถ้าคุณครูพยายามทำต่อไปน่าจะดีนะ คุณครูไม่น่าหนีไปซะก่อน แหม.....เสียดายจัง
ครูยาดอทเน็ต (IP:61.19.25.43,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 189 5 มี.ค. 2549 (23:48)
สวัสดีค่ะอาจารย์และทุกท่านที่แวะมาร่วมสนทนาในกระทู้นี้



ดิฉันหายหน้าไปหนึ่งสัปดาห์ เพราะที่บ้านมีงานแต่งงานของน้องชายค่ะ นอกจากนี้ยังมีงานคะแนนปลายภาค

และอีกสองสัปดาห์จะมีงานซ้อมรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยอีกด้วย เดือนนี้ชีวิตเร้าใจน่าดูเลยค่ะ



ได้มาฟังเรื่องรำลึกความหลังของอาจารย์ชื่นใจ อาจารย์พิทยา อาจารย์นิรันดร์ อาจารย์ .. และอาจารย์ ...

แล้วมีความสุขดีนะคะ (แถมด้วยการพิมพ์ชื่ออาจารย์ .. ไป ยิ้มไปอีกต่างหาก)



อาจารย์พิทยา เล่าเรื่อง Monalisa Smile ทำให้ดิฉันอยากดูขึ้นมาทันทีเลยค่ะ เปิดเทอมหน้าต้องเตรียมหาหนังดีๆ

มาให้เด็กๆได้ร่วมชมร่วมวิพากษ์ เผื่อว่าเขาจะได้แง่คิดในการดำรงชีวิตหลากชุดติดตัวไปในวันหน้า

ทุกครั้งที่ดูหนัง ถ้าครูและเด็กๆ ได้ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนมุมมองและวิธีคิดกัน หนังเรื่องนั้นๆน่าจะมีคุณค่าขึ้นอีกมาก
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.118.126,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 190 6 มี.ค. 2549 (00:20)
ไม่ทราบว่าอาจารย์ ... (สามจุด) สอนเด็กโตๆด้วยหรือไม่คะ ถ้าอาจารย์แวะมาเยี่ยมครั้งหน้า

อยากเรียนเชิญอาจารย์เล่าเรื่องวิธีการสอนของอาจารย์ให้ฟังบ้าง



เรียนเชิญ อาจารย์ wingzero15 ด้วยนะคะ การลองสอนวิทย์โดยไม่ใช้อุปกรณ์ เป็นเรื่องน่าสนุกมาก

(น่าจะใช้ได้กับประเด็นทางวิทยาศาสตร์หลายๆประเด็นนะคะ)
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.118.126,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 191 6 มี.ค. 2549 (00:51)
ขอบคุณ คุณครูยาดอทเน็ต ที่ให้กำลังใจนะคะ ดิฉันโชคดีมากที่ได้สอนเด็กๆมัธยม พวกเด็กๆน่ารัก สดใส

การอยู่กับเขาก็ทำให้เราสดชื่นดี ส่วนการมาสอนอุดมศึกษา

ได้สร้างและถ่ายทอดความรู้ วิธีคิด ฯลฯ ในแบบที่เรา เห็น รู้ และตระหนักรู้ (อย่างน้อยเราก็รู้สึกเชื่อว่าเรารู้)

ทำให้รู้สึกเป็นอิสระ แต่ก็ทำให้เราต้องศึกษาค้นคว้าหนักขึ้นกว่าเก่ามาก ซึ่งก็ทำให้เพลิดเพลินไปอีกแบบค่ะ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.118.126,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 192 6 มี.ค. 2549 (09:33)
ขออภัย กำลังอยู่ในระยะหน้าสิ่วหน้าขวาน

ขอเรื่องนี้ก่อน

-----------------------

ถ้ารอถึงวันที่ 2 เมษา เพื่อเล่นตามกติกาประชาธิปไตยที่แท้จริง แล้ว



ก็มองเห็นโทนโท่อยู่แล้วว่า ทักษิณต้องได้รับเสียงสนับสนุนมากว่าเสียงที่ต่อต้าน+เสียงที่เฉยๆ



แล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน



รุกฆาต ตัดตอน ให้จบสิ้นก่อนวันที่ 2 เมย. เสียเลยดีกว่า
ly[lo (IP:202.57.149.51,192.168.5.2,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 193 6 มี.ค. 2549 (15:23)
อยากทราบวิธีสอนที่ทำให้เด็กนักเรียนทำงานเป็นทีม และสามัคคี ไม่โกรธกันง่ายๆ

คุณครูจะมีวิธีการอย่างไรแนะนำบ้าง
aeiou31 (IP:202.183.194.219,192.168.5.22,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 194 6 มี.ค. 2549 (15:26)
ขอวิธีพูดที่ทำให้เด็กมีจิตสำนึก และยกตัวอย่าง

ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
aeiou31 (IP:202.183.194.219,192.168.5.22,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 195 18 พ.ค. 2549 (16:06)
คอมพิวเตอร์ที่บ้านดิฉันยังป่วยไม่เลิก เลยไม่ได้เข้ามาเยี่ยมกระทู้เสียนาน

ดิฉันแวะเข้ามาสวัสดีทุกท่าน ด้วยความระลึกถึง

และเข้ามารายงานอาจารย์ np เรื่องขอย้ายคณะ ผลปรากฏว่าดิฉันไม่ได้รับอนุมัติให้ย้ายคณะค่ะ

ดิฉันจ๋อยๆไปนิดหน่อยแต่ก็ทำใจได้ และตั้งใจว่าจะมุ่งมั่นสอนและฝึกเด็กๆให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ

ขอบพระคุณอาจารย์อีกครั้งนะคะ





สำหรับคำถามข้างบนของคุณ aeiou31 ถามไว้นานแล้ว ดิฉันขอตอบเป็นเบื้องต้น ดังนี้นะคะ



1. วิธีสอนที่ทำให้เด็กนักเรียนทำงานเป็นทีม และสามัคคี ไม่โกรธกันง่ายๆ



ขออนุญาตใช้คำว่า วิธีฝึก นะคะ เพราะการทำงานเป็นทีม ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันทำงาน

การร่วมมือร่วมใจกันทำ คือความสามัคคี และเมื่อมีความสามัคคี ก็น่าจะไม่โกรธกันง่ายๆ



ทั้งหมดนี้ต้องเริ่มต้นด้วยการ ลงมือทำ (อะไรเข้าสักอย่างหนึ่งที่เป็นประโยชน์)



ดิฉันเริ่มด้วยงานง่ายๆ คือให้นักศึกษาทั้งห้องจัดเก้าอี้ในห้องเรียน อย่าง"เร็วและเงียบ"

ให้เป็นวงกลมบ้าง เป็นแบบห้องสอบบ้าง เป็นแบบครึ่งวงกลมบ้าง โดยมีเงื่อนไขว่า "ต้องดูดีมีระดับ"

และ"ห้ามมีเสียงดังรบกวน" (เพือความศักด์สิทธิ์ ดิฉันคิดเป็นคะแนน "ประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีม"

ครั้งละ 5 คะแนน และเขียนวิเคราะห์การให้คะแนนแต่ละครั้งอย่างละเอียด (ว่าทำไมถึงได้ 1.5 หรือ 2.4 หรือ 4.9)

ทุกคนจะได้คะแนนเท่ากัน เพราะเป็นงานทีม



และในการจัดแต่ละครั้ง ต้องมีหัวหน้า มีลูกน้องเสมอ

และให้ผลัดกันเป็นหัวหน้า เพื่อเฉลี่ยความรับผิดชอบโดยทั่วกัน



การฝึกให้เด็กๆจัดโต๊ะเก้าอี้บ่อยๆ ดูจังหวะและพูดแทรกอะไรบางอย่างให้เขาได้คิด

เขาจะค่อยๆมองเห็นว่าในการทำงานเป็นทีมนั้น ความขัดแย้ง เป็นเรื่องปกติ

การถกเถียงอภิปรายเพื่อหาทางออก เป็นเรื่องปกติ

การเกิดผู้นำและผู้ตามโดยธรรมชาติในเรื่องต่างๆ เป็นเรื่องปกติ



ฝึกจนเขาความเป็นปกติธรรมดาของการทำงานเป็นทีม ว่าทั้งหมดข้างต้นเป็นเรื่องปกติ

เมื่อเรียนรู้จากกัน และปรับตัวเข้าหากัน งานก็มักจะดำเนินไปได้ด้วยดี



การเริ่มฝึกจากงานเล็กๆ เป็นการฝึกนิสัย ทำให้เด็กๆเห็นนิสัยใจคอของกันและกัน

ข้อดีคือครูจะมองเห็นลักษณะผู้นำในตัวเด็กบางคน ส่วนเด็กก็จะเข้าใจนิสัยใจคอของเพื่อนในเบื้องต้น

โดยดูจากงานเล็กๆที่แทบไม่ให้คุณให้โทษอะไรมากนัก และเมื่อต้องทำงานใหญ่ที่ให้คุณให้โทษมากขึ้น

มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น เขาก็จะได้วางท่าทีและความสัมพันธ์ได้อย่างเหมาะสม



การวางท่าทีในการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม จะทำให้เด็กไม่โกรธกันง่ายๆ



ดิฉันใช้วิธีฝึกนิสัยพื้นฐานแบบนี้ค่ะ ข้อดีคือเราได้เห็นปฏิสัมพันธ์ของเด็ก เข้าใจเด็กมากขึ้น

ข้อจำกัดคือ ถ้าสื่อสารไม่ดี ไม่กระจ่าง (ดิฉันเคยเป็นมาแล้ว)

เด็กๆก็อาจตั้งคำถามว่า ทำไมต้องเสียเวลามานั่งจัดเก้าอี้ ไม่รู้จะให้จัดไปทำไม

ดิฉันเลยต้องอธิบายทฤษฎีการสื่อสารในองค์การเทียบกับปรากฏการณ์การจัดโต๊ะเก้าอี้ให้พวกเด็กๆนั่งฟังจนตาปรือไปตามๆกัน

ตั้งแต่นั้นเธอก็ไม่บ่นอีกต่อไปค่ะ
ดอกไม้ทะเล (IP:202.183.194.219,192.168.7.13,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 196 19 พ.ค. 2549 (04:58)
แวะมาซึมซับวิธีสอนและวิธีคิดค่ะ

(รอตั้งนานกว่ากระทู้นี้จะถูกดึงขึ้นมาอีก... )
ชื่นใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 197 19 พ.ค. 2549 (16:39)
ด้วยความระลึกถึงอย่างสูงเช่นกันค่ะ อาจารย์ชื่นใจ

ถือโอกาสรายงานความคืบหน้าตาม #195 ด้วยนะคะ



คุณ aeiou31แวะมาเยี่ยม ที่คณะ แต่ไม่เจอดิฉัน แล้วก็โพสต์คำถามไว้ให้ดูต่างหน้า (คุ้นๆ IP อยู่เหมือนกันค่ะ)

ขอบคุณที่แวะมานะคะ วันนี้ดิฉันแวะเข้าคณะก็เลยได้โอกาสโพสต์คำตอบอีกครั้งค่ะ

คุณ aeiou31 ถามเกี่ยวกับวิธีพูดที่ทำให้เด็กมีจิตสำนึก

คำถามของคุณตรงกับความมุ่งหวังของดิฉันเลยค่ะ

ดิฉันหวังมาโดยตลอดว่าเด็กๆจะเข้าใจและตระหนักในสิ่งที่ครูพร่ำสอน แต่กลับถูกลดทอนเหลือแค่คำว่า

อาจารย์บ่น หรืออาจารย์ตำหนิ โดยมีดิฉันยืนงุนงงอยู่หน้าชั้นเพราะคิดว่าที่เรา"สอน" (หรือพูด)ไปนั่นดีที่สุดแล้ว

แต่เด็กเขาไม่คิดอย่างนั้น พูดอย่างไรเขาก็ยังรู้สึกว่าตำหนิอยู่ดี



ดิฉันเลยเปลี่ยนมุข เลิกเทศน์เอ๊ยเลิกบ่น แต่บังคับตัวเองให้พูดสั้นๆ คัดมาแต่ใจความสำคัญ ที่เหลือฝึกให้ทำโลด

เด็กๆที่หลงผ่านเข้ามาไม่ว่าในรายวิชาอะไรก็ตาม จะต้องลงมือทำ ไม่อะไรก็อะไรสักอย่าง

ทำแบบใดบ้าง ...ทำแบบนี้ค่ะ



แบบที่ 1 ทำโดยหน้าที่

ดิฉันจัดทีมปฏิบัติงานประจำสัปดาห์ ทุกสัปดาห์ไม่มีเว้น ถึงจะอยู่มหาวิทยาลัย ก็ไม่อนุญาตให้มีนักศึกษาไฮโซ

ก่อนถึงชั่วโมงเรียน ทีมต้องมาขนข้าวของบรรดามีไปที่ห้องเรียน อย่างไม่มีอะไร ดิฉันก็แปะโน้ตบอกไว้ว่า วันนี้ไม่มีอะไรจ้ะ ไม่ต้องขน พูดง่ายๆว่าจะไม่มีวันใดที่เธอจะไม่ต้องรับผิดชอบหน้าที่เป็นอันขาด

ผลที่เกิดขึ้น เด็กๆจำนวนหนึ่งบอกว่าวันไหนไม่ได้เดินเข้าคณะ เหมือนมันขาดๆอะไรไปอย่าง

hidden agenda ในที่นี้ คือการสร้างความรัก ความผูกพันค่ะ เห็นหน้ากันทุกวันก็ผูกพันกันไปเอง ดิฉันเคยทำและได้ผลบ้าง ....แต่ขออนุญาตไม่กล้ารับรองผล

เพราะความไม่เก่งกาจในการฝึกคน ของดิฉันเองหนึ่ง

และเป็นไปตามทฤษฎีที่ว่า ทั้งๆที่เป็นคนเหมือนกัน แต่"คน"ก็ไม่เหมือนกันนะคะ



แบบที่ 2 ทำโดยสถานการณ์

อันนี้เป็นแบบบังเอิญ (แล้วเธอหลบไม่ทัน)เช่นเห็นครูเดินถือถุงพุงป่องน่องทู่(ขอโทษค่ะกลอนพาไป) ถ้าเธอเห็นตำตาแล้วยังเดินเฉย และดิฉันศึกษาเธอจนแน่ใจแล้วว่าเธอมีนิสัยเช่นนั้นจริงๆ ดิฉันก็จะพูดว่า

"อาจันฮ้า หนูช่วยถือมั้ยฮ้า...!"

ถ้าเธอหัวเราะอายๆแล้วเดินมาช่วยถือ ดิฉันก็จะบอกว่า "ไม่เป็นไรจ้า ครูถือได้"

ถ้าเธอปล่อยมือ ดิฉันก็จะพูดต่อว่า "อาจันฮ้า ..ให้หนูช่วยเถอะฮ่า..!" ..และถ้าเธอทำท่าจะช่วยต่อ

คราวนี้ดิฉันก็จะยอมให้เธอช่วยแต่โดยดี(เพราะที่จริงก็หนักชะมัด) และบอกเธอว่า "ถ้าจะช่วยครูถือ คุณก็ช่วยเลย

นิสัยครูชอบทำอะไรเอง ถ้าคุณเต็มใจจะช่วย ..ก็ขยับตัวให้ไวอีกนิดนึงนะ .....น่ารักมากลูก...."

แล้วดิฉันก็จะยิ้มให้เธอ 1 ที ด้วยความรัก



บางครั้ง สีหน้า สายตา ท่าทาง การสัมผัสด้วยความอ่อนโยน ด้วยความรัก ก็สื่อความหมายได้อย่างนุ่มนวล กระทบใจผู้รับสารมากกว่าการพูดปาวๆๆๆเสียอีก



(ปล.ที่ยกมาเป็นเพียงตัวอย่าง และในสถานการณ์จริงมีปริบทมากมายที่ดิฉันไม่สามารถเล่าได้หมด เลือกมาเฉพาะประเด็นสำคัญนะคะ)



ผลที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เด็กที่เห็นดิฉันถือของจำนวนหนึ่งก็จะวิ่งกรูเกรียวมาแต่ไกล ทั้งที่แต่เดิมเธอจะไม่กระตือรือร้นอะไร

ส่วนอีกจำนวนหนึ่ง (ซึ่งไม่อาจคะเนปริมาณได้) ก็ไม่ได้เดือดร้อนใจที่เห็นครูเดินถือของพะรุงพะรังแต่อย่างใด

ตามทฤษฎีที่ว่า ลางเนื้อชอบลางยา



แบบที่ 3 ครูทำ

ตามนั้นเลยค่ะ ครูต้องทำ ถ้าครูทำอะไรก็ตามอย่างมีจิตสำนึก วงเล็บ อย่างแท้จริง เด็กก็จะเห็นจริง แล้วก็อยากทำตาม เพราะศรัทธาในสิ่งที่ครูทำ



เช่นไม่อยากให้เด็กมาสาย ครูก็ต้องมาตรงเวลา (ดิฉันเคยมานั่งหาวหวอดๆรอสอนแต่เช้าเพราะไปลั่นวาจาไว้ว่า ครูจะไม่ผิดเวลา เทอมนั้นมีสอนเช้าเลยได้นั่งหาวหวอดๆทั้งเทอม)

ผลที่เกิดขึ้น เด็กจำนวนหนึ่งมานั่งรอก่อนไก่โห่ ดิฉันเลยมีเพื่อนร่วมนั่งหาวหวอดๆตลอดเทอม เวลาเช็คสาย ไม่มีใครอ้าปากหาวเอ๊ยอ้าปากเถียงแม้แต่คนเดียว



ถ้าต้องการฝึกเด็กให้มีมนุษย์สัมพันธ์ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ครูก็ต้องปฏิบัติตนให้มีมนุษย์สัมพันธ์ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ให้เด็กเห็นกับตาว่านี่คือสิ่งดี พึงทำ เป็นต้น



และ ปล.อีกครั้ง ขอเสริมว่า ไม่มีวิธีการสำเร็จรูปค่ะ แต่สิ่งสำคัญคือตัวตนของครู ที่จะต้องเป็นมนุษย์

ที่ยืนสอนหรือนั่งสอนเด็กอย่างมีจิตสำนึกตระหนักจริงๆ เด็กๆจะเห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้าเป็นความถี่ซ้ำๆ จนเกิดความมั่นใจ และจะเริ่มทำสิ่งใดๆอย่างมีจิตสำนึกตระหนักไปเอง



ทั้งหมดที่ตอบมา หวังว่าคงพอจะใกล้เคียงกับคำถามของคุณนะนะ ดิฉันว่าจะตอบสั้นๆ พอพิมพ์ตอบทีไร ก็อดไม่ได้ ต้องตอบยาวๆทู้กทีไปค่ะ
ดอกไม้ทะเล (IP:202.183.194.219,192.168.5.28,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 198 5 มิ.ย. 2549 (19:27)
อย่ากร้องไห้
กอบง (IP:203.172.255.146,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 199 28 ก.พ. 2550 (07:23)
ดิฉันดึงกระทู้นี้ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเข้ามาขอบพระคุณท่านอาจารย์และกัลยาณมิตรทุกท่าน ที่ให้โอกาสดิฉันได้คิดและถ่ายทอดสิ่งที่ทำอย่างมีความสุขยิ่ง ขออนุญาตยกคำขอบพระคุณมาจาก กระทู้ การรู้เท่าทันการสื่อสาร (Communication Literacy) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 มาส่งท้ายสำหรับกระทู้นี้



ด้วยความเคารพและระลึกถึงอย่างสูงค่ะ



สุขุมาล จันทวี
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.118.148)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 200 28 ก.พ. 2550 (07:24)
การรู้เท่าทันการสื่อสาร ( Communication Literacy) : ประกาศคุณูปการ



ดิฉันดีใจจริงๆที่เขียนเรื่อง การรู้เท่าทันการสื่อสาร ( Communication Literacy) เสร็จ.....

แม้ว่าจะยังไม่จบ เพราะเป็นเรื่องที่คงจบไม่ได้ง่ายๆอย่างที่คุณ thawankesmala บอกไว้จริงๆ



ดิฉันโพสต์เรื่อง การรู้เท่าทันการสื่อสาร ( Communication Literacy) ที่วิชาการ.คอมอย่างมีความสุขมาก และมีกำลังใจที่จะทำงานนี้ต่อไปจนกว่าจะถึงวันที่ฝันเป็นจริง เพราะที่นี่มีผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งการเป็นครูหลายท่าน กรุณาร่วมสนทนา และให้คำแนะนำที่มีค่าแก่ดิฉัน



“ครูไผ่”.... เป็นท่านแรกที่กรุณาแนะนำและชี้ทางสว่างให้ดิฉันเข้าใจในสิ่งที่ดิฉันกำลังทำ และเป็น”ผู้ รู้เท่าทันการสื่อสาร”ของดิฉันอย่างแท้จริง ทุกครั้งที่ดิฉันสงสัยติดข้อง ครูไผ่ก็จะเข้ามาสื่อสารทำให้ดิฉันตาสว่าง มองเห็นทางที่จะเดินต่อไปเสมอ



“คุณสร” ...ผู้รู้จากแดนไกลที่ให้โอกาสดิฉันได้สื่อสารอย่างเป็นตัวของตัวเอง แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คุณสรมีภูมิรู้กว้างขวางมาก และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการสื่อสาร ช่วงที่คุณสรหายไปจากกระทู้อยู่พักหนึ่งนั้น ดิฉันว่าใครๆก็ต้องคิดถึง



อาจารย์ “np” ....ได้จุดประกายคำถามสำคัญจำนวนมาก ทำให้ดิฉันได้เห็นว่า มุมมองที่หลากหลายจะช่วยเติมเต็มความรู้ ที่ดิฉันประทับใจมากคืออาจารย์ช่วยกรุณา”ขุดกระทู้”ให้อยู่หลายหน จนทำให้ดิฉันได้มีโอกาสสื่อสารกับอาจารย์อีกหลายท่านด้วย



อาจารย์ “..” ....(..ดิฉันพิมพ์ชื่อไปยิ้มไปอีกแล้วอ่ะค่ะ) ทำให้ดิฉันเชื่อว่าในความเป็นครูนั้น มีเป้าหมายอยู่ที่เดียวกัน คือการสอนให้ดี และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ดิฉันเริ่มหายกลัวเลขขึ้นมาอีกนิด เมื่ออาจารย์ย้ำว่า ความรู้อาจเรียนทันกันหมด



อาจารย์“นิรันดร์ “ ...ได้ให้กำลังใจดิฉันอย่างสำคัญในการร่วมสนทนา และเมื่ออาจารย์นิรันดร์ได้ยกข้อคิดในการสอนของท่านมาตั้งเป็นคำถาม ดิฉันก็ได้ข้อคิดสำคัญในการพยายามตอบคำถามของท่าน แล้วก็ทำให้ดิฉันมีความพยายามที่จะเข้าใจเด็กๆมากขึ้นด้วย



อาจารย์ “Mathguy” .... ให้ข้อคิดดีๆในการสอนด้วยหลักธรรมอยู่เสมอ ดิฉันประทับใจวิธีคิดที่ละเอียดอ่อน และการแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพแต่มีจุดยืน และได้เห็นในหลายๆครั้งว่าอาจารย์สื่อสารอย่างสุภาพและนุ่มนวลมาก ดิฉันคิดว่าอาจารย์เป็นครูสอนเลขที่ใจดีมาก



คุณหมอศานติ .....ดิฉันเคยอ่านที่ท่านตอบคำถามภาษาอังกฤษให้เด็กๆ ท่านมีเมตตามากและสละเวลาตอบคำถามอย่างละเอียด ดิฉันเคยตั้งคำถามว่า คำว่า การรู้เท่าทัน คำผรั่งใช้คำใด ท่านให้คำว่า Communication Cognizance ทำให้ดิฉันได้ตระหนักว่าจะคิดเรื่องนี้แบบพอผ่านๆไปไม่ได้ ต้องเอาจริง ต้องทำให้ตระหนักรู้จริงๆ....



อาจารย์ชื่นใจ ...ทำให้ดิฉันรู้สึกว่ามีน้องสาวอีกคน ที่แม้จะไม่เคยได้พบตัวจริง แต่การสื่อสารโดยการเขียน ก็ทำให้เราสัมผัสความรู้สึกที่ดีได้ ดิฉันกลัวการเรียนในระบบอยู่เสมอเพราะรู้ตัวว่าไม่ใช่คนเรียนเก่ง แต่อาจารย์ชื่นใจสื่อสารให้เรื่องที่ดิฉันกลัว กลายเป็นเรื่องดีๆ....ที่น่าลองพยายามดูได้



คุณ “เนยสด” และคุณ “ศรีปิงเวียง” ...ทั้งสองท่านมาจากเรือนไทยและแวะมาเยี่ยมกระทู้ ถือเป็นเรื่องน่ายินดี และการที่คุณศรีปิงเวียงบอกว่า เรื่องการรู้เท่าทัน นั้นเชื่อมโยงได้หมด ทำให้ดิฉันนึกสนุกมองเห็นอะไรๆเชื่อมกันไปเป็นที่สนุกสนาน



คุณ "thawankesmala" ...ได้กรุณาร่วมสนทนาทั้งเรื่อง การรู้เท่าทันการสื่อสาร (Communication Literacy) และการเรียนรู้ภาอังกฤษ โดยให้แง่คิดและมุมมองที่ดี รวมถึงได้ทำให้ดิฉันรู้สึกว่าชีวิตนี้ยังมีเรื่องสนุกให้ทำอีกยาวนาน เพราะเรื่อง การรู้เท่าทันการสื่อสาร คงจบไม่ได้ง่ายๆ...



และ คุณ “นายสติ” ...ซึ่งได้แวะเข้ามาเยี่ยมกระทู้ และยังได้ให้กำลังใจ ปิดท้ายเรื่องการรู้เท่าทันการสื่อสารอย่างอบอุ่น อีกด้วย



ดิฉันมิได้ลืมคุณภูมิ อาจารย์พิทยา อาจารย์ ... (สามจุด) คุณ hchasar คุณ Party คุณก้อนหิน คุณหลานเด็กน้อยสารภี น้องนัท ท่านผู้อ่านและลูกศิษย์ทุกคนที่แวะเข้ามาทักทายนะคะ ต้องขออภัยทุกท่านที่มิได้เอ่ยนามด้วย เพราะหลายท่านได้แวะมาสื่อสารด้วยในสามกระทู้ที่ได้โพสต์ไปเป็นเวลานานร่วมปี....ดิฉันเองก็ไม่ได้นึกว่าจะโพสต์ได้นานขนาดนี้....



และที่ลืมมิได้ คือทีมงานวิชาการด็อตคอม ที่เอื้อเฟื้อพื้นที่(ที่เปรียบเสมือนบ้าน)ให้นำเสนอ เรื่องการรู้เท่าทันการสื่อสาร และน้องๆทุกท่านที่คอยดูแล แก้ปัญหา ตกแต่ง ปัดกวาดทำความสะอาดบ้าน คอยอำนวยความสะดวกให้ทุกคนที่เข้ามาใช้บริการในเว็บไซต์นี้เสมอมา



ดิฉันขอบพระคุณ และขอบคุณทุกท่านที่เอ่ยนาม และมิได้เอ่ยนามข้างต้น เป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ดิฉันได้เห็นแล้วว่าในสังคมที่มีความเป็นกัลยาณมิตรนั้น จะเอื้ออำนวยให้ผู้ใดก็ตามที่มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัส เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดพลังใจที่จะสร้างและทำงาน ด้วยความเบิกบานใจและมีความสุขอย่างแท้จริง



ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกศิษย์ที่มีโอกาสได้อ่าน มีโอกาสเห็นความเปลี่ยนแปลงทีละเล็กทีละน้อย ตั้งแต่กระทู้แรก คือ” ขอคำแนะนำ...เรื่อง วิธีสอนแปลกๆ” จนถึง กระทู้ “การรู้เท่าทันการสื่อสาร” และ มาเป็นกระทู้ “การรู้เท่าทันการสื่อสาร (Communication Literacy)” นั้น



.......จะได้มีกำลังใจในการสร้างความรู้ อันเกิดจากการลงมือทำจริง และจะได้เข้าใจความจริงอย่างง่ายว่า ความรู้มิใช่สิ่งสำเร็จรูป แต่ต้องอาศัยการก่อร่างสร้างรูป



การสร้างความรู้ (แม้เป็นสิ่งที่เราไม่รู้มาก่อน) ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในวิสัยที่ทำได้ ขอเพียงแต่ให้มีความพยายาม มีความมุ่งมั่น และมีความตั้งใจจริง สิ่งที่ตั้งใจจะสร้างก็จะค่อยๆพัฒนาไปวันละเล็กวันละน้อย ประสบการณ์จะช่วยให้เราเกิดการพัฒนาต่อยอด ขณะเดียวกัน ก็จะได้ตระหนักถึงคุณค่าของกัลยาณมิตรซึ่งจะคอยเกื้อหนุนให้การพัฒนาความรู้ ดำเนินไปได้ด้วยดี



และอยากให้เด็กๆได้เข้าใจว่า เมื่อได้เห็นความจริงในการเรียนรู้เช่นนี้ ก็จะทำให้มีความสุขอย่างง่าย มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีความเบิกบานใจที่จะได้เรียนรู้ และเรียนรู้ที่จะให้ด้วยความรักอยู่เสมอ เพราะได้เห็นคุณค่าของการเรียนรู้อย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูลด้วยใจบริสุทธิ์มาแล้ว



ดิฉันขอขอบพระคุณกัลยาณมิตรทุกท่าน ในเว็บไซต์วิชาการด็อตคอมเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ อีกครั้งหนึ่งนะคะ และอยากเรียนว่าดิฉันยินดีเสมอ หากท่านมีข้อคิดเห็น ข้อวิจารณ์หรือข้อคิดที่จะกรุณาแนะนำเพิ่มเติม และหากเรื่องการรู้เท่าทันการสื่อสาร ( Communication Literacy ) ที่นำเสนอมาทั้งหมดนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านที่แวะเข้ามาอยู่บ้าง ดิฉันก็จะยินดีเป็นที่สุดค่ะ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.118.148)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 201 28 ก.พ. 2550 (08:43)
ผมมีโรคประจำตัวที่รักษาไม่หายสักที

พยายามรักษามานานแล้ว ไปหาหมอหลายหมอแล้ว

ใช้ยาหลายขนานแล้ว ก็ยังรักษาไม่หาย

โรคนั้นก็คือ













































































































อ่านข้อความยาวๆ ยาวมากจนต้องใช้แถบเลื่อน(ในแนวตั้ง) แล้วเวียนหัว แต่. . . .







ถ้าตัวเองพิมพ์ข้อความยาวๆให้อื่นอ่านบ้าง กลับ ไม่เวียนหัว







ถ้าแยกเป็นหลายๆความคิดเห็น(อย่างที่คุณดอกไม้ทะเลและคุณสุขุมาล ทำ ก็พอจะอ่านได้โดยไม่เวียนหัว)
np (IP:202.57.179.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 202 28 ก.พ. 2550 (09:17)
ดิฉันเข้ามาอีกครั้งก่อนไปทำงานต่อ

อาจารย์ np แวะเข้ามาพอดี ...ดีใจจังค่ะ

อาจารย์ยังคงมีอารมณ์ขันมาฝากเช่นเคย



กราบคารวะอาจารย์ด้วยความเคารพและระลึกถึงอย่างสูงนะคะ
ดอกไม้ทะเล (IP:203.156.118.148)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 203 4 มี.ค. 2550 (06:02)
มีหลานคนหนึ่ง ไปเรียนระดับ ป.โท ที่ ม.แห่งหนึ่ง ในเมืองไทย กลางกรุง กทม.นี่แหละ

ท่านมีวิธีสอนแปลกๆ(ที่อยากจะนำมาเล่าให้ฟัง) คือ



ขณะที่นักศึกษารออยู่ เมื่อท่านเข้ามา - มีการทักทาย(ตามธรรมเนียมไทย) - นั่ง แล้วท่านก็เริ่มบรรยายวิชาที่ท่านสอนให้นักศึกษาฟัง นักศึกษาก็จับใจความแล้วก็จดยิกๆ ใช้อักษรย่อบ้าง ใช้ภาษาอังกฤษบ้าง(เพราะสั้นแต่มีความหมายยาว) บางทีก็ใช้ภาษาถิ่นของตัวเอง ถึงกระนั้นก็ทันบ้าง ไม่ทันบ้าง พอหมดคาบ ก็นำมาแลกเปลี่ยนกัน ใครจดทันไม่ทัน ตรงไหน ก็จัดการเติมให้เต็ม ที่ห้องเรียน มีอุปกรณ์เทคโนโลยีพร้อมทุกอย่าง แต่ท่านไม่ใช้ (อาจจะเป็นเพราะท่านใช้ไม่เป็น หรือท่านมีเหตุผลของท่านก็ได้)เว็บไซต์ของท่านก็ไม่มี แผ่นสง แผ่นใส แผ่นดิสค์ แผ่นเดิ๊ส แฮนดี้ดอกแฮนดี้ไดรรท่านก็ไม่มี ท่านบรรยายสดๆ นานๆท่านจะลุกขึ้นมาเขียนไวท์บอร์ดสักครั้ง



นอกจากจะสอนที่ ม.ของรัฐแล้ว ท่านก็ไปสอนที่ ม.เอกชนอีกหลายแห่ง สันนิษฐานว่า ถ้าท่านทำสื่อคำบรรยายของท่านไว้ หรือถ้าท่านทำเว็บไซต์ไว้แล้ว คำบรรยายของท่านก็จะไม่มีความหมาย เป็นการตัดทางทำมาหากินของตัวเอง



นี่ก็เป็นวิธีการสอนแบบแปลกๆ สำหรับสมัยนี้ อีกวิธีหนึ่ง

คุณดอกไม้ทะเลคิดว่าแปลกไหม
np (IP:58.8.83.141)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 204 1 เม.ย. 2550 (16:45)
ถ้าย้ายไปสอน อุดมศึกษา น่าจะสอน พวก จิตวิทยา หรือวิชาปรัชญานะคับ น่าจะเหมาะกับคุณ เพราะจะได้ใช้ความสามารถที่คุณมีให้เต็มที่ และไม่มีใครว่าได้ด้วย ก็วิชานี้มันเกี่ยวกับการคิดๆๆๆ วิเคราะห์ ให้เหตุผล
num (IP:58.8.189.60)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 206 15 เม.ย. 2550 (14:22)
คุณ np เป็นผู้ที่ให้ความคิดด้านดี ๆ ทุกกระทู้ ฉันอ่านมานานแล้ว กระทู้นี้ดี แต่ฉันเป็นคนไม่มีความคิดอะไร มีแต่อ่านและเอาไปเล่าสู่กันฟัง ถ้าทำได้ก็เอาไปทำตาม (ไม่อยากให้กระทู้นี้หายไป)
หิ่งหอ้ย (IP:58.181.185.155)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 207 20 เม.ย. 2550 (15:22)
ดิฉันเห็นด้วยกับคุณหิ่งห้อย เรื่องความคิดที่ดีและคมคายของท่านอาจารย์ np ค่ะ

ดิฉันได้รับความรู้เกี่ยวกับการคิด และการสอนแบบต่างๆ ซึ่งทำให้ดิฉันสอนและประเมินผลอย่างมีความสุขขึ้นเยอะ



ขออภัยท่านอาจารย์ np เป็นอย่างสูงที่มิได้แวะเข้ามาอย่างสม่ำเสมอนะคะ แต่อยากเรียนว่าดิฉันไม่เคยลืมความกรุณาของอาจารย์เลย



วิธีสอนแปลกๆที่อาจารย์เล่ามา ได้อารมณ์ดีจังอะค่ะ ดิฉันก็สอนแบบไม่พึ่งเทคโนโลยีเท่าไรนัก จะใช้ตามความเหมาะสม (คือตอบแบบนี้ดูเป็น โพลิติค่อล แอ๊นเซ่อร์ ดี) ดิฉันเข้ามาทึ่งเทคโนโลยีใหม่ด้วยค่ะ อาทิเช่น แผ่นเดิ๊ส และแฮนดี้ด็อค

.....เขาใช้ยังไงกันน้อ ....



ปล.ดิฉันนั่งหัวเราะขำ นิว เทคโนโลยี อยู่พักนึงเลยค่ะอาจารย์... :)
หิรัญญิการ์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน49 ครั้ง - ดาว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 208 20 เม.ย. 2550 (22:31)
สงกรานต์ปีนี้ ทางการสั่งมาว่า ห้ามวัยรุ่นหรือผู้หญิงใส่สายเดี่ยวเข้าไปเล่นสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร



เราก็อยากรู้ว่า จะห้ามได้หรือไม่ อยากจะไปดูให้เห็นกับตา แต่คงจะเข้าไม่ถึง (เลยไม่ต้องไป)



แถวๆบ้านก็มีการเล่นสงกรานต์อย่างสนุกสุดเหวี่ยงของวัยรุ่นทั้งหญิงและชาย แม้แต่รุ่นเดอะ ก็สนุกด้วย



สังเกตว่า ไม่มีผู้หญิงคนใด แม้แต่คนเดียวที่ใส่สายเดี่ยว แต่ . . .มีเยอะ เยอะจริงๆที่ใส่เสื้อยืดโดยไม่มียกทรง บางคน เสื้อยืดนั้นสั้นจนเกือบจะถึงลิ้นปี่

กางเกงเอวต่ำขอบบนอยู่ใต้สะดือ ความยาวของกางเกงประมาณคืบหนึ่ง





พูดถึงสายเดี่ยว . . .คุณ(ผู้อ่าน) คงไม่เชื่อ พี่สาวผมเอง ก็เคยใส่มาแล้ว อย่าว่าแต่สายเดี่ยวเลย เกาะอก พี่เขาก็เคยใช้มาแล้ว ใส่ไปวัดนะครับ กลางวันนะครับ นำอาหารไปถวายเพล นะครับ

-------------------------------------



ประมาณปี 252x มีแฟชันสมัยใหม่ระบาดเข้ามาในกลุ่มวัยรุ่นชาย นั่นคือกางเกงที่มีจีบด้านหน้าซ้ายขวาข้างละ 3 จีบ ที่เขาเรียกกันว่า กางเกงทรงลุงนั่นแหละครับ ยุคนั้น ถ้าใครไม่ใส่อย่างนี้ ถือว่าเชย



ทุกๆเช้า ม้านั่งที่ระเบียงใกล้ๆกับโต๊ะวางสมุดลงเวลาทำงานก็จะมีวัยรุ่นคอยจ้องดูว่าใครใส่กางเกงทรงลุงสีอะไร หรือมีใครยังเชยๆอยู่บ้าง และแล้วกลุ่มวัยรุ่นเหล่านั้นก็ตื่นเต็นและแปลกใจที่เห็นอาจารย์ ABC ซึ่งมีอายุมาก จะเกษียณปีหน้านี้แล้ว ใส่กางเกงจีบรอบเอวไปตามแฟชันด้วย ต่างทักทายกันจ้าละหวั่น



"โธ่เอ๋ย ตูใส่ของตูอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว " อาจารย์ ABC บอก





สองเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า แฟชั่นต่างๆ มันย่อมจะหมุนมาซ้ำแบบเดิมๆได้

กระบวนการเรียนการสอน ไม่ทราบว่ามันจะหมุนมาซ้ำแบบเดิมๆหรือไม่
เอ็น (IP:58.8.94.208)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 209 21 เม.ย. 2550 (22:03)
สวัสดีค่ะ คุณเอ็น



ดิฉันขออนุญาตตอบตามความรู้สึก และประสบการณ์อันน้อยนิดนะคะ

ดิฉันคิดว่ากระบวนการเรียนการสอนมีหลายกระบวนการ แต่ทุกกระบวนการ มีจุดหมายร่วมกัน คือพัฒนาผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ สูงสุด ตามศักยภาพ



รูปแบบ ของกระบวนการเรียนการสอนมีหลากหลาย แต่ด้วยว่ามีเป้าหมายเดียวกัน จึงมีขั้นตอนที่ในที่สุดก็นำไปสู่จุดหมายเดียวกัน แต่แตกต่างกันในรายละเอียดวิธีสอน อันเป็นลักษณะเฉพาะ ที่ต่างไปตามผู้สอน และขนบ(วัฒนธรรม)การสอน



เช่นฝรั่งสอนให้ถามและหาคำตอบเอง แล้วมาเล่าให้เพื่อนฟัง ให้ช่วยกันหามุมต่างและคิดแย้งเพื่อหาความจริง ฝรั่งออกแบบวิธีตอบอันหลากหลายได้ ตอบไม่เหมือนครูก็แย้งด้วยเหตุผลได้



ของไทยสอนให้ตอบคำถาม ที่ครูกำหนดถูกผิดไว้แล้ว และอาจต้องตอบตามแบบที่ครูวางไว้ ถ้าตอบไม่เหมือน ครูก็อาจบอกว่าผิด เป็นต้น



และดิฉันคิดว่ากระบวนการเรียนการสอน ที่คิดขึ้นมาใหม่ได้เรื่อยๆนั้น อันที่จริง อาจเหมือนของเดิมที่เคยมี แต่มาตั้งชื่อใหม่ และใส่รายละเอียดที่ต่างออกไป เพิ่มขึ้นก็เป็นได้ มิใช่การเลียนแบบ แต่เกิดจากการเรียนรู้ต่อๆกันมา หรือคิดเอง แต่ไปเหลื่อมซ้ำกับที่มีอยู่แล้ว



ดังนั้น ดิฉันคิดว่า กระบวนการเรียนการสอน อาจจะหมุนมาซ้ำแบบเดิมได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้นำไปใช้ ว่าจะเลือกแบบใด และแบบที่เลือกใช้ อาจมีความต่างในรายละเอียดไปตามยุคสมัย



หากดิฉันตอบอะไรผิดพลาดไป ได้โปรดทักท้วงและชี้แนะ จะขอบพระคุณยิ่งค่ะ
หิรัญญิการ์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน49 ครั้ง - ดาว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 210 23 เม.ย. 2550 (16:30)
การสอนหรือวิธีสอนนั้นเป็นศิลปะ ที่ผู้สอนต้องนำมาใช้ให้บรรลุเป้าประสงค์

ไม่ว่าจะเป็นการสอนแบบใด ถ้ามันสนองเป้าประสงค์ได้ก็เป็นรูปแบบการสอนที่ดีได้

การจะประเมินวิธีสอนว่าแบบใดดี แบบใดไม่ดี โดยให้ผู้อื่น(ที่เป็นใครก็ไม่ทราบ) ผมว่าเป็นการประเมินที่ยังมีจุดอ่อนอยู่มาก และบางทีอาจไม่เที่ยงธรรมด้วยซ้ำ

วิธีง่ายๆที่จะบอกได้ว่าผู้สอนประสบความสำเร็จในการสอนหรือไม่ ท่านต้องไปประเมินผู้ถูกสอนคือนักเรียน ว่าเกิดสิ่งที่ท่านอยากให้เกิดหรือไม่ มีสิ่งที่ท่านอยากจะให้มีหรือไม่ โดยคำนึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆที่เข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

และที่สำคัญ ผู้สอนก็ต้องมีส่วนร่วมในการจัดการประเมินในครั้งนี้ด้วยเพราะเขามีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง

มีส่วนร่วมทั้งหลักการ วิธีการ เครื่องมือ และกระบวนการต่างๆที่ใช้ในการประเมินคือเขาต้องยอมรับได้ว่าการประเมินนั้นมีความเที่ยงความตรงจริงวัดได้จริง



ผมยังมีความเห็นว่า รูปแบบการสอนหรือวิธีสอนอาจไม่ใช้สิ่งที่สำคัญที่สุดเสมอไป สิ่งที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นผลที่เกิดกับผู้เรียนมากกว่า

ว่าเขาพัฒนาไปได้มากน้อยแค่ไหนต่างหาก หากเรามัวยึดรูปแบบการสอนแบบใดแบบหนึ่งโดยเชื่ออย่างสนิทใจว่ามันดีแน่นอน มันดีที่สุดแล้ว

เราก็ไม่สามารถพัฒนาการสอนรูปแบบใหม่ๆได้เลย แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าแบบใหม่ดีจริงหรือเปล่าแต่อย่างน้อยเราก็ได้คิดและพยายามแล้ว

มิฉนั้นนวตกรรมการสอนแบบใหม่ๆจะเกิดขึ้นได้อย่างไร และนวตกรรมการสอนแบบใหม่ๆควรเกิดจากผู้สอน มิใช่นักการศึกษาที่มิได้สอน

การสอนแบบแปลกๆ ก็คือการสอนที่ไม่เคยมีใครสอนแบบนี้มาก่อน อาจดี หรือไม่ดี ผลจากผู้เรียนเท่านั้นที่จะบอกได้

ไม่ว่าจะเป็นการสอนแบบไหน จะใช้กี่วิธีผสมกัน ถ้ามันจะทำให้ผู้เรียนพัฒนาได้เต็มที่ในทุกด้าน หรือด้านใดด้านหนึ่งก็ทำไปเถอะ อนาคตของเด็กอยู่ในกำมือของท่านผู้สอนทุกท่านแล้ว ทุกท่านเป็นครูได้ทุกคน

ขอให้กำลังใจครูทุกๆท่านทีกล้าจะนำำเสนอสิ่งใหม่ๆ มาให้พวกเราได้ชำแหละกัน
xx เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน663 ครั้ง - ดาว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 211 23 เม.ย. 2550 (16:51)
อาทิตย์ก่อนสงกรานต์ ผมให้งานนศ. 2 คนไปศึกษาด้วยตัวเอง

(ให้แผ่นโปรแกรม (Freeware) และคู่มือการใช้ (PDF)

เป็นการศึกษาการใช้โปรแกรม SciLab ซึ่งจะนำมาประยุกต์ใช้ทางตณิตศาสตร์ )



ผ่านไป 2 อาทิตย์



วันนี้ทั้งสองคนกลับมา (ไม่พร้อมกัน)

ด้วยคำตอบที่ว่า ทำไม่ได้ (พร้อมๆกับจะมีข้ออ้าง ข้อแก้ตัวนิดหน่อย)







"จิต" ของผมก็ทำงาน : รับรู้ได้ถึง การขาดความมุ่งมั่น ขาดความพยายามอย่างเพียงพอ





ผมนัดเจอเขาทั้งสองอีกภายใน 3 วัน



และสิ่งที่ผมต้องทำก็คือ การไปช่วยเขาเดินก้าวแรก ในลักษณะที่เรา ต้องทำให้เขาดู

ซึ่งจริงๆ แล้ว ตรงนี้ เราได้พิจารณาแล้วว่า เขาน่าจะเริ่มต้นได้เอง :(
MG (IP:202.12.97.111)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 212 23 เม.ย. 2550 (18:03)
เรียน อ MG

ผมว่าลองให้นักศึกษาเขาลอง วิเคราะห์ตนเองด้วย SWOT analysis แล้วเอาผลมาคุยว่า

"ตกลงพวกคุณจะทำอย่างไรกะชีวิตเพื่อให้มีโอกาสที่ดี และมีจุดเด่นที่ทำให้ตนเองภาคภูมิใจ"

"พวกคุณจะลดอุปสรรคของคุณแบบไหน?"

"พวกคุณจะเอาข้อเด่นและโอกาสมาลดข้อด้อยของตัวคุณอย่างไร?"



บางที่ให้เขาประนามตัวเขาเองบ้างเขาอาจจะอายและไม่กล้าทำอีก

หรือไม่ก็ ขว้างโอกาสงามๆผ่านหน้าเขา เขาอาจจะคิดได้และลุกขึ้นมาคว้ามันไป
xx เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน663 ครั้ง - ดาว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 213 23 เม.ย. 2550 (20:03)
การสอนโดยการให้ผู้เรียนไปศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ว่ากันว่าเป็นวิธีที่ดี

ถ้าคุณจะสอนประวัติศาสตร์ คุณไปศึกษาค้นคว้าแล้วสรุปมาให้เด็กฟัง คิดหรือว่าเด็กจะรับได้ทั้งหมด และส่วนที่คุณรู้อยู่คนเดียว ไม่ได้เอามาสอนเด็ก



แต่ถ้าให้ผู้เรียนไปศึกษาค้นคว้าเอง เขาจะได้ความรู้มากกว่าความรู้ที่คุณป้อนให้เสียอีก



และ ถ้าคุณสอนแบบป้อนให้ ผู้เรียนจะมีความรู้อย่างมากที่สุด(หายากเสียด้วย) ไม่เกินความรู้ที่คุณป้อนให้



แต่ ถ้าเป็นวิชาที่มีลักษณะเหมือนวิชาคอมพิวเตอร์นะครับ ผู้เรียนศึกษาเองเป็นเวลา 3 ปี สู้เรียนกับครูเพียงวันเดียวไม่ได้ หรอกครับ แต่ทั้งนี้ ครูต้องสอนเป็นด้วยนะครับ
np (IP:58.8.93.113)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 214 24 เม.ย. 2550 (22:40)
สวัสดีค่ะทุกท่าน



ขอขอบคุณที่ได้ให้แนวคิดดี ๆ เกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ ทำให้ได้ความรู้และประสบการณ์ที่จะเลือกนำไปปฏิบัติ เท่าที่ความสามารถมี จะพยายามเข้ามาอ่านเป็นประจำค่ะ
ครูคิม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน483 ครั้ง - ดาว 247 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 217 25 เม.ย. 2550 (16:20)
ค่อนข้างเห็นด้วยกับคุณ np ในประเด็นที่ว่า



"ถ้าเป็นวิชาที่มีลักษณะเหมือนวิชาคอมพิวเตอร์นะครับ ผู้เรียนศึกษาเองเป็นเวลา 3 ปี สู้เรียนกับครูเพียงวันเดียวไม่ได้ หรอกครับ แต่ทั้งนี้ ครูต้องสอนเป็นด้วยนะครับ "





ผมอาจจะคาดหวังไว้สูงเกินไป (?)

แต่ที่ผมสะดุดใจนิดหน่อย คือ "ร่องรอยของความพยายาม หรือสิ่งที่บ่งบอกว่าได้พยามยามเริ่มต้นด้วยตัวเองแล้วในระดับพอสมควร "



คนหนึ่งเคยเรียนภาษา C อีกคนหนึ่งพอรู้ MATLAB

ซึ่งว่าตามจริงแล้ว ใช้ Syntax ทางภาษาเกือบจะเหมือนกัน

และก็เป็นอันเดียวกันกับ เจ้า SciLab ที่ผมให้เขาไปศึกษา

(คือต้องไปดูจุดที่คำ keywords อาจจะต่าง หรือโครงสร้างคำสั่งที่อาจจะมีรายละเอียดต่างกัน)



โปรแกรมผมก็ให้ คู่มือผมก็ให้ไป



กลับมาบอกว่า ทำไม่ได้ ... ก็ให้หดหู่ใจนิดๆ

.....................................................................



ทางแก้ที่ผมคิดไว้ แต่ยังไม่ตัดสินใจ ก็มีอยู่ 2 ทาง



1) ผมคงต้องลงมือสอน ทำให้ดู (จริงๆ ยังไม่อยากใช้วิธีนี้)



2) ให้เวลา ให้โอกาสเขาอีกที ทีนี้ถ้าไม่ได้อะไรเลยอีก ก็คงต้องเปลี่ยนเรื่อง หรือเปลี่ยนอาจารย์กันไปเลย





ผมเรียนถามคุณ np ว่าชอบวิธีการไหนครับ ?
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2226 ครั้ง - ดาว 382 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 218 4 ส.ค. 2550 (01:59)
เรียนอาจารย์ MathGuy



สืบเนื่องจากประเด็นของอาจารย์นะคะ ... มันอาจจะช้าเกินไปมาก จากวันที่อาจารย์ตั้งคำถาม เหตุการณ์ก็คงผ่านไปแล้ว อาจารย์ก็คงทราบแล้วว่าอาจารย์เลือกใช้วิธีไหน



แต่ ขออนุญาตนำเสนอมุมมองนี้ จากประสบการณส่วนตัวสักเล็กน้อยนะคะ



ดิฉันเคยอึดอัด (อย่างมาก) กับนักศึกษาของดิฉันเอง (เหมือนอย่างที่อาจารย์ตั้งประเด็นของอาจารย์ไว้) อึดอัดซะจนกลายเป็นคนที่มีโทสะจริตเป็นเจ้าเรือน



วิธีวิเคราะห์ตัวเองอย่างที่คุณ xx แนะนำไว้ ใช้ได้ผลค่ะ ดิฉันเริ่มใช้กับตัวเองก่อนและได้เรียนรู้ว่า ตัวดิฉันเองมีความคิด ความเชื่ออย่างไรในการสอน คาดหวังอะไรจากนักศึกษา และมักจะแสดงปฏิกิริยาอะไรเอากับนักศึกษาบ้างเมื่อนักศึกษาไม่ตอบสนองอย่างที่ดิฉันหวัง



จากนั้นก็เริ่มเรียนรู้อีกว่านักศึกษาแต่ละคนก็มีลักษณะการเรียนรู้ต่างกันมาก บางคนจะเรียนรู้ได้ดีจากสื่อที่เป็นภาพ, บางคนเรียนรู้จากเสียง, บางคนเวลาอ่านหนังสือจะต้องใช้มือจดอะไรยุกยิกไปด้วย ไม่งั้นจะไม่เข้าใจ, บางคนต้องสร้างจินตนาการเองด้วยการเปลี่ยนตัวหนังสือที่เค้าอ่านให้กลายเป็นภาพในสมอง เค้าถึงจะเข้าใจ, บางคนต้องการโมเดลหรือแบบอย่าง ขอให้มีใครสาธิตให้ดูสักหน่อยเถอะ แล้วเค้าจะทำต่อได้เอง, ฯลฯ



ดิฉันจึงลองใช้วิธีแลกเปลี่ยนข้อมูลกันค่ะ ดิฉันบอกนักศึกษาไปว่าดิฉันเป็นอย่างไร คาดหวังอะไรจากเค้าบ้าง ... นักศึกษาเองก็ต้องบอกดิฉันเกี่ยวกับตัวเค้าด้วย ... จากการที่เคยขัดใจว่า ก็เลยค่อยๆ รู้ว่า บางทีมันก็อยู่ที่ลักษณะการถ่ายทอดของเรา กับลักษณะการสอนของเค้ามันยังไม่ลงรอยกันซักเท่าไหร่



... แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะคะ ก็ขึ้นอยู่กับตัวนักศึกษาด้วยว่าเค้าจะพยายามเพื่อตัวเองหรือไม่

ถ้าเค้าแสดงความพยายามให้เห็นเลย ... เราก็ร่วมงานกันลำบากค่ะ
ชื่นใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 219 4 ส.ค. 2550 (02:03)
แก้ไขคำผิดค่ะ



... จากการที่เคยขัดใจ ก็เลยค่อยๆ รู้ว่า บางทีมันก็อยู่ที่ลักษณะการถ่ายทอดของเรา กับลักษณะการเรียนของเค้ามันยังไม่ลงรอยกันซักเท่าไหร่
ชื่นใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม