วิชาการดอทคอม ptt logo

ช่วยหน่อยนะครับ แบบจำลองอะตอม

โพสต์เมื่อ: 14:25 วันที่ 21 พ.ค. 2548         ชมแล้ว: 23,571 ตอบแล้ว: 76
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ช่วยสอนเรื่องแบบจำลองอะตอมของ โบร์ ให้หน่อยได้มะครับพี่ๆทั้งหลาย ผมเพิ่งเรียน ม.4 อ่ะครับ ขอแบบ อ่านแล้วเข้าใจง่ายๆหน่อยนะครับ เพราะอ่านเองยังไงมันก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง ขอความกรุณาจากพี่ทั้งหลายช่วยเด็กน้อยตาดำๆคนนี้ด้วยเถอะนะครับ "ได้โปรด"


เด็กใหม่สายวิทย์
ร่วมแบ่งปัน22 ครั้ง - ดาว 152 ดวง





จำนวน 58 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 21 พ.ค. 2548 (14:48)
เฮ้อ ไม่มีใครยอมช่วยเลยเหรอนี่ สงสัยหมดหวังซะละเรา
เด็กใหม่สายวิทย์
ร่วมแบ่งปัน22 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 22 พ.ค. 2548 (07:31)
อ่านๆไปเถอะอิอิ





ถ้าเจอะลงลายละเอียดมันมากกว่าที่เรียน ลองไปถามห้องฟิสิกส์ดูสิ
นิว
ร่วมแบ่งปัน160 ครั้ง - ดาว 161 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 26 พ.ค. 2548 (09:59)
สอนได้นะ แต่จาสอนยางงายอ่า

ขนาดอ่านยังไม่รู้เรื่องแล้วพิมพ์จารู้เรื่องเหรอ
imzert@hotmail.com (IP:203.144.250.203,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 28 พ.ค. 2548 (13:34)
ลองเข้าไปที่เว็บ vcs.ac.th ของรร.วารีเชียงใหม่ แล้วไปที่แหล่งเรียนรู้ของม.สยาม จะมีลิงค์ไปที่เว็บเกี่ยวกับวิชาเคมีเพียบเลยแหละ เราก้หาข้อมูลเรี่องเดียวกันกับนายที่นี่แหละ
เด็กวิทย์รร.วารีเชียงใหม่ (IP:203.156.98.227,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 3 มิ.ย. 2548 (18:00)
เราเรียนอยู่ม.4เหมือนเทอเรายังงงเลย
กาญ (IP:203.151.140.112,203.113.41.133,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 9 มิ.ย. 2548 (18:08)
อยากได้รูปภาพแบบจำลองอะตอมครับ
Samlamdanh_@hotmail.com (IP:61.90.108.224,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 10 มิ.ย. 2548 (19:56)
อ่าว ในหนังสือแบบเรียนไม่มีหรอ (เด็กม.2) คือผมก็เพิ่งจะเริ่มเรียกเหมือนกันครับ คือว่า เข้าใจบ้างนิดหน่อย แต่ยังไงก็ต้องซื้อหนังสือมาอ่านเองอยู่ดีแหล่ะครับ
kalo
ร่วมแบ่งปัน64 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 13 มิ.ย. 2548 (19:30)
ยังงงอยู่เหมือนกันนะ ใครมีเว็บดีดีช่วยตอบด่วนนะ
เด็กใหม่สายวิทย์เช่นกัน (IP:203.151.140.119,203.113.40.10,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 17 มิ.ย. 2548 (16:49)
dalton บอกอะตอมเป็นสิ่งที่เล็กมาแบ่งแยกไม่ได้ thomson ในอะตอมมีโปรตอนและอิเล็กตรอนในจำนวนเท่าๆกัน rutherford บอกว่าในอะตอมมีนิวเคลียสเป็นที่อยู่ของโปรตอนและนิวตรอน โดยอิเล็กตรอนจะโคจรรอบๆ โบร์ใช้ความรู้เรื่องสเปกตรัมที่อธิบายการเปล่งแสงสีของสารว่าสีต่างกัน มีพลังงานต่างกัน ทำให้ทราบว่าอิเล็กตรอนที่โคจรรอบนิวเคลียสนั้น จะโคจรเป็นชั้นๆตามระดับพลัง แต่ละชั้นต่อมาสามารถบอกได้ว่ามีอิเล็กตรอนกี่อิเล็กตรอน สรุปโบร์บอกว่าอิเล็กตรอนอยู่กันเป็นชั้นๆ(shell) ดูในนี้ครับ http://www.astrocosmo.cl/anexos/m-ato_bohr.htm
teached (IP:203.113.89.28,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 24 มิ.ย. 2548 (20:53)
ต่อจาของข้างบนน่ะจะเป็นแบบกลุ่มหมอกโดยช่วยกันคิดค้น(ไม่ระบุคนคิดค้น) โดยจะพบอิเลคตรอนมาบริเวณที่มีหมอกทึบเพราะความเป็นจริงอิเลคตรอนจะไม่อยู่เป็นชั้นๆ
- (IP:203.155.183.224,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 7 ก.ค. 2548 (17:48)
จะสามารถหากลุ่มหมอกได้ที่ไหนละครับ

คงจะหามาจากโบร์หรือนักจากใครก็ได้ที่มีความรู้ทางด้านนี้
ruchcung@hotmail.com (IP:202.143.140.20,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 7 ก.ค. 2548 (17:48)
จะสามารถหากลุ่มหมอกได้ที่ไหนละครับ

คงจะหามาจากโบร์หรือนักจากใครก็ได้ที่มีความรู้ทางด้านนี้
ruchcung@hotmail.com (IP:202.143.140.20,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 9 ก.ค. 2548 (18:52)
ผมก็ไม่รู้เรื่องน่ะครับเพราะเราเองก็เรียนอยู่ ม.4 เหมือนกัน

แต่รู้อยู่อย่างหนึ่งคือ

-ที่เราเรียนตาราง ลักษณะทางเคมีของพวก บอ(ชื่อนักวิทยาศาสตร์)เพราะว่ามันไกล้เคียงกับตารางธาตุของไทยในปัจจุบัน

-และที่ไม่เรียนแบบรัศมี อิเล็คตรอน แบบกลุ่มหมอกก็เพราะ

มันมีความซับซ้อนมากกว่า

-->>แต่ถ้าจะเทียความไกล้เคียงความเป็นจริงของอะตอมแล้ว

กลุ่มหมอกมีความจริงมากกว่า
neargodผู้งงเคมี (IP:202.5.95.205,127.0.0.1, 202.5.87.220,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 9 ก.ค. 2548 (22:13)
นีล โบร์ เป็นผู้คิดทฤษฎีนี้ว่าอะตอมจะวิ่งอยู่รอบๆนิวเคลียสเป็นชั้นๆ หรือเป็นระดับพลังงานมีค่า

พลังงานเฉพาะคล้ายๆกับ วงโคจรของดาวเคราะห์ แบบจำลองนี้จะใช้ได้ดีกับ อะตอมขนาดเล็ก ที่มีอิเล็กตรอนเดียว คือ ไฮโดรเจนเท่านั้น
เด็ก พ.ป.ค. (IP:203.113.76.11,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 11 ก.ค. 2548 (15:06)
อะตอมในยุคเล่นแร่แปรธาตุคือปีใดและมีสาระสำคัญอย่างไรมีผุ้ใดเกี่ยวข้องบ้างคับ
hoeda@thaimail.com (IP:203.113.80.141,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 11 ก.ค. 2548 (15:11)
อะตอมในยุคก่อนประวัติศาสตร์สรุปได้ว่าอย่างไร
แพ็คหนองรีมงคล (IP:203.113.80.141,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 11 ก.ค. 2548 (15:16)
การศึกษาเกี่ยวกับอะตอมและโมเลกุลเกี่ยวข้องกับตัวเราและสังคมอย่างไร
แพ็คหนองรีมงคล (IP:203.113.80.141,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 11 ก.ค. 2548 (15:18)
ในอนาคตอะตอมมีความสำคัญและมีบทบาทอย่างไรต่อการดำรงชีวิตมนุษย์
แพ็คหนองรีมงคล (IP:203.113.80.141,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 12 ก.ค. 2548 (19:13)
โบร์ ได้ปรับปรุงแบบจำลองมาจากรัทเทอร์ฟอร์ด เป็นวงคล้ายวง

โคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์

สรุป

1.อิเล็กตรอนจะอยู่กันเป็นชั้นๆแต่ละชั้นเรียกว่า"ระดับพลังงาน"

2.แต่ละระดับพลังงานจะมีอิเล็กตรอนบรรจุ 2nกำลัง2

3.อิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับพลังงานวงนอก เรียกว่า "เวเลนซ์อิเล็กตรอน"

4.อิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับพลังงานวงใน อยู่ใกล้นิวเคลียสจะ

เสถียรมากเพราะประจุบวกนิวเคลียสดึงดูดไว้ อิเล็กตรอนที่อยู่วงนอกจะไม่เสถียรเพราะนิวเคลียสส่งแรงดึงดูดได้น้อย และจะหลุดออกได้ง่าย

5.ระดับพลังงานวงในจะอยู่ห่างกันมากส่วนวงนอกจอยูชิดกัน



เราอธิบายได้แค่นี้นะเพราะเราก็อยู่ ม.4 เหมือนกัน มีปัญหาก็

monthonlove5000@thaimail.com ได้นะ
ดิว (IP:202.129.13.120,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 30 ต.ค. 2548 (14:28)
ทำรายงานอะตอมเหนื่อย
ดา (IP:203.188.13.221,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 7 พ.ย. 2548 (15:50)
ทำรายงานเรื่องอะตอมเหนื่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เมย์วิกา (IP:202.143.162.98,192.168.1.234,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 25 พ.ย. 2548 (17:26)
ข้าพเจ้าก็อยากเก่งเหมือนกันและพยายามอ่านหนังสือและพอไปเรียนก็เข้าใจนะ คือ ว่าอ่านก่อนล่วงหน้า สมมุว่าคุณครูสอนบทที่ 1 เราก็ อ่านบทที่ 1 ก่อนและรีบล่วงหน้าไปก่อนนะจ๊ะแต่ต้องทำความเข้าใจกับตัวหนังสือแต่ละตัวที่เราอ่านให้ถ่องแท้ก่อนนะและตั้งคำถามไว้ด้วยในบทที่เราอ่านและค่อยไปถามคุณครูทีละคำถามหรือไม่ก็สืบค้นทางเน็ตไปด้วยนะ
haoyoasagooraa1@yahoo.com (IP:203.114.115.67,192.168.1.190,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 25 พ.ย. 2548 (17:31)
แบบจำลองอะตอมของโบร์ จะแบ่งระดับพลังงาน ถ้าอยากรู้ แอดมาที่ Doakrak@hotmail.com
doakrak (IP:203.113.16.241,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 3 ธ.ค. 2548 (19:27)
ลองอ่านหนังสือ เคมี ม4 เล่ม1 ของสำนักพิมพัฒนาศึกษาดูสิ พยายามทำความเข้าใจ น่าจะเข้าใจมากขึ้นนะ
เด็กม4/1 pccIX (IP:203.188.46.158,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 24 ก.พ. 2549 (15:10)
อยากได้ข้อมูลแบบจำลองอะตอมของดอลตัน
วรนุช (IP:125.24.92.180,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 25 ก.พ. 2549 (21:57)


22687 แบบจำลองอะตอมของโบว์

นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามศึกษาเรื่องเกี่ยวกับอะตอม โดยได้เสนอแบบจำลองอะตอมจากการทดลองที่เกิดขึ้น ซึ่งแบบจำลองของรัทเธอร์ฟอร์ดได้รับการยอมรับแต่ก็ยังไม่สมบูรณ์ จึงมีผู้พยายามหาคำอธิบายเพิ่มเติม โดยในปี 1913 นีล โบร์ (Niels Bohr) ได้นำทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัมมาประยุกต์ใช้ในการทดลอง เพื่อพัฒนาแบบจำลองอะตอมของรัทเธอร์ฟอร์ด แต่ในการทดลองของเขาสามารถอธิบายได้เฉพาะอะตอมของไฮโดรเจนที่มีอิเล็กตรอนเพียงตัวเดียว โดยได้เสนอแบบจำลองอะตอมของไฮโดรเจนว่า



1. อิเล็กตรอนจะวิ่งวนเป็นวงกลมรอบนิวเคลียส โดยมีวงโคจรบางวงที่มีอิเล็กตรอนไม่แผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาในวงโคจรดังกล่าว



2. อิเล็กตรอนจะรับหรือปล่อยพลังงานออกมา เมื่อมีการเปลี่ยนวงโคจรที่กล่าวในข้อที่ 1 พลังงานที่อิเล็กตรอนรับหรือปล่อยออกมาจะอยู่ในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

ซึ่งสมมติฐานของโบร์ สามารถอธิบายปัญหาปรากฏการณ์ของอะตอมไฮโดรเจนได้ คือ



1. เหตุผลที่อิเล็กตรอนโคจรรอบนิวเคลียสของไฮโดรเจนได้โดยไม่แผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพราะอิเล็กตรอนโคจรในระดับพลังงานของอะตอมบางวง ซึ่งวงในสุดจะเสถียร



2. สเปกตรัมของไฮโดรเจนเกิดจากการเปลี่ยนระดับพลังงานของอิเล็กตรอน จากสถานะกระตุ้นมายังสถานะต่ำกว่า หรือสถานะพื้น จะแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา อาจเห็นเป็นเส้นสว่างที่ไม่ต่อเนื่อง และอาจมีความถี่อื่นๆ อีกที่ตามองไม่เห็น

ninjanoiz
ร่วมแบ่งปัน175 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 24 เม.ย. 2549 (15:52)
นักวิทยาศาสตร์ของกลุ่มหมอก มี 3 คนป่ะ มีครายรู้บ้างอ่ะ เราทำเรื่องนี้อยู่
เอิน (IP:124.120.74.126,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 10 พ.ค. 2549 (18:58)
เก่งมากครับ... ผมยังไม่รู้เรื่องเลย
เด็กโยน้ำสุดหล่อ ก.ส.4/7 (IP:203.113.41.132,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 31 พ.ค. 2549 (18:26)
ผมอธิบายไว้ละเอียดแล้วนะครับในกระทู้นี้
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=103&Pid=30745



เข้าไปดูได้เลยครับตั้งแต่ความคิดเห็นที่ 24 เป็นต้นมาซึ่งอยู่ในหน้าแรกนะครับ
ผาง-ผาง
ร่วมแบ่งปัน377 ครั้ง - ดาว 162 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 4 มิ.ย. 2549 (16:09)
เราอยากรู้ว่าสารเคมีใดที่ทำใสของเปลวไฟมีสีขาวอ่ะ
เด็กสายวิทย์เหมือนกัน (IP:203.113.67.168,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 4 มิ.ย. 2549 (16:11)
เราอยากรู้ว่าสารเคมีใดที่ทำใสของเปลวไฟมีสีขาวอ่ะ
เด็กสายวิทย์เหมือนกัน (IP:203.113.67.168,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 10 ก.ค. 2549 (17:18)
ขอบคุณสำหรับความคิดที่ 32 ละกัน เรากำลังทำแบบจำลองอะตอมแรงนี้อยู่พอดี ขอบคุณนะ
bes_ex@hotmail.com (IP:124.157.229.76,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 19 ส.ค. 2549 (11:03)
จะหาประวัติและชื่อนักวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร
000000000000000000000000000000 (IP:203.188.26.38,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 19 ส.ค. 2549 (22:05)
ดูได้จากกระทู้นี้ครับ มีหน้า 1 , 2 , 3
ผาง-ผาง
ร่วมแบ่งปัน377 ครั้ง - ดาว 162 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 7 พ.ย. 2549 (10:19)
สวัสดีค่ะ คืออยากทราบเรื่องงที่เกี่ยวกับ

แบบจำลองอะตอมไฮโดเจนตามทฤษฎีอะตอมของโบว์

ช่วยตอบด่วนด้วยนะค่ะกำลังทำเรื่องนี้อยู่ ขอบคุณค่ะ
sinkun@thaimail.com (IP:124.157.230.143,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 5 มี.ค. 2550 (18:38)
ตามความเห็นของผมนะ(หลังจากที่เรียนมานาน) แบบจำจองอะตอม หรือทฤษฎีต่างๆ ที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อนๆคิดขึ้นมานี่ ใช่ว่าจะถูกต้อง100% เป็นเพียงการสมมุติเพื่อใช้อธิบายธรรมชาติโดยใช้อะตอมเป็นหน่วยย่อยที่สุดในการอธิบาย เรื่องๆเดียวอาจจะต้องใช้หลายทฤษฎีในการอธิบายธรรมชาติของสิ่งที่เราสนใจ เพราะงั้นไม่แน่ว่าอนาคตเราจะพบแบบจำลองอะตอมแบบอื่นๆหรือทฤษฎีใหม่ๆก็เป็นได้ ^^

แบบจำลองอะตอมของโบร์(สะกดไทยแล้วแต่คุ้นเคยอ่ะนะ) นี่ใช้ค่อนข้างเยอะ รูปแบบก็ตามตอบบนๆน่ะแหละ ที่อิเล็กตรอนอยู่เป็นชั้นๆโคจรรอบนิวเคลียส

ส่วนแบบจำลองกลุ่มหมอกอิเล็กตรอน ไม่บอกตำแหน่งที่จะพบอิเล็กตรอน เนื่องจากเราไม่สามารถหาตำแหน่งที่แน่นอนของอิเล็กตรอนได้ จึงบอกถึงบริเวณที่มีโอกาสจะพบอิเล็กตรอนตัวที่เราสนใจแทนตำแน่งที่มันอยู่ ยิ่งหมอกหนาโอกาสที่จะพบก็ยิ่งมาก
ตามความเห็นแล้ว (IP:125.26.238.85)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 5 มี.ค. 2550 (21:57)
คือผมอยู่ ม.2 เองอะครับรู้แต่ว่า อะตอมตัวประกอบสำคัญของมันมี3อย่าง ได้แก่

1.โปรตอน

2.อิเล็กตอน

3.นิวตอน

แค่นี้อะครับอิอิ
babybadxxx@hotmail.com (IP:125.27.118.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 21 เม.ย. 2550 (13:40)
ใครก็ได้ตอบที่นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องเซลล์มีใครบ้าง

เรียนชวมึนมากๆ
เด็กเบญจมินทร์ (IP:124.120.77.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 21 เม.ย. 2550 (19:23)
ทำความเข้าใจเป็นภาพจะเข้าใจมากขึ้นครับ

ภาพนี้แสดงอะตอมทองคำ แสดงอิเล็กตรอน เข้าไปอยู่ในระดับพลังงานต่างๆ ได้แบบ

2 8 18 32 18 1



อิเล็กตรอนที่อยู่ในชั้นนอกสุดเราเรียกว่า วาเลนซ์อิเล็กตรอน

ในกรณีของทองคำนี้ มีวาเลนต์อิเล็กตรอนแค่ตัวเดียวครับ

วาเลนต์อิเล็กตรอน มีความสำคัญ กำหนดคุณสมบัติของธาตุ ทองคำเป็นโลหะ จะแชร์อิเล็กตรอนกันทั่ว เป็นทะเลอิเล็กตรอน ครับ โดยความเข้าใจเรื่องแบบจำลองอะตอมของโบร์จะนำไปสู่ความเข้าใจ แบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอกด้วย
7411

%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 21 เม.ย. 2550 (19:41)
ต่อไปเป็นการเน้นทำความเข้าใจเรื่องของระดับพลังงานอย่างเดียว


ยิ่งอิเล็กตรอนที่อยู่ในสมดุล แต่อยู่ห่างจากนิวเคลียสมาก ตัวมันจะมีพลังงานมากขึ้นด้วย เมื่อได้รับพลังงานอีกเล็กน้อย มันสามารถจะหลุดออกจากอะตอมได้เลย





ในขณะที่ตัวที่อยู่ใกล้นิวเคลียส จะหลุดออกจากอะตอมยากกว่า เนื่องจากมีพลังงานในตัวอิเล็กตรอนเองต่ำ ต้องการพลังงานจากภายนอกมากกว่าจึงจะสามารถหลุดออกจากอะตอมได้





ในภาพยังแสดงว่าอิเล็กตรอนเมื่อได้รับพลังงานจากภายนอก มันไม่ใช่แค่จะเกิดการหลุดไปจากอะตอมเท่านั้น แต่มันยังสามารถย้ายระดับพลังงานกันไปมาได้ด้วย โดยจะกระโดดจากระดับพลังงานเดิม ขึ้นไปชั้นที่มีระดับพลังงานสูงกว่า





แต่ในกรณีที่อิเล็กตรอนมีการลดระดับพลังงานของตัวเอง มันจำเป็นจะต้องปล่อยโฟตอนออกจากตัวเอง โดยโฟตอนที่ออกมามีความยาวคลื่นที่แน่นอน ขึ้นกับว่า เกิดจากการเปลี่ยนระดับพลังงานใดนั่นเองครับ





จากการคำนวณทางฟิสิกส์จะพบว่า ระดับพลังงานสูงๆจะมีค่าของพลังงานแตกต่างกัน น้อยกว่า


ระดับพลังงานล่างๆ ทำให้เขียนเป็น ชั้นที่วงนอกๆ ยิ่งนอกยิ่งชิดกันนั่นเองครับ





ชั้นของพลังงานต่างๆ (K L M N)ถูกตั้งชื่อกลุ่มตามนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบว่ามีระดับพลังงานนั้นอยู่จริงในอะตอม โดยยึดพื้นฐานมาจากทฤษฎีของโบร์ครับ
7413

%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 21 เม.ย. 2550 (19:46)
เรามาดูแบบจำลองของรัทเทอร์ฟอร์ด กันด้วย
7414

%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 21 เม.ย. 2550 (19:56)
ที่แบบจำลองนี้ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจาก

ความจริงที่ทราบกันว่าประจุบวก ดึงดูดกับลบ ดังนั้นเมื่อลบโคจรรอบบวกไปเรื่อยๆ

ภาษาฟิสิกส์ จะบอกว่าเป็นประจุเคลื่อนที่ในสนามไฟฟ้า ประจุจะต้องปลดปล่อยพลังงานตลอดเวลาที่เคลื่อนที่ ดังนั้นอะตอมต้องยุบตัวลงและคงอยู่ไม่ได้ เรื่องนี่ เป็นยุคตกต่ำของฟิสิกส์ดั้งเดิมด้วย เพราะคำอธิบายที่ถูกต้องต้องอาศัยความเข้าใจว่าพลังงานนั้นเป็นควอนตัมจึงจะทำให้อะตอมอยู่ได้ ทำให้มีระยะทางที่แน่นอนระหว่างอิเล็กตรอนตัวแรกกับนิวเคลียสขึ้นครับผม
7417

%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 21 เม.ย. 2550 (20:04)
7418
เมื่อรู้ถึงการมีอยู่ของระดับพลังงานเรียบร้อยแล้ว จึงทราบว่าอะตอมหนึ่งชนิดก็จะสามารถดูดกลืนพลังงานบางค่าเท่านั้น และในทำนองเดียวกันก็จะปลดปล่อยพลังงานบางค่าเช่นกัน


เนื่องจากมีเรื่องระดับพลังงานของอิเล็กตรอนแต่ละตัวเป็นตัวกำหนด ความจริงเรื่องนี้จึงทำให้สามารถอธิบายเรื่องสเปกตรัมที่ไม่ต่อเนื่องของไฮโดรเจนได้ด้วย จึงเป็นการยืนยันความถูกต้องของแบบจำลองอะตอมของโบร์ครับ และยังเป็นการยืนยันเรื่องควอนตัมของแสงที่แพลงค์เสนอ
%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 21 เม.ย. 2550 (22:39)
เรื่อง ทวิภาคของคลื่นและอนุภาค นำมาอธิบายการคงอยู่ของอะตอมโดยไม่เกิดการยุบถล่ม
7439

%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 22 เม.ย. 2550 (19:17)
อยกาถามถึงที่มา ของsubshell อ่าครับ ว่าศึกษายังไง อธิบายด้วยแถบสเปกตรัมได้รึป่าว
Mupmip
ร่วมแบ่งปัน389 ครั้ง - ดาว 210 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 23 เม.ย. 2550 (12:36)
อิเล็กตรอนในอะตอม จะอยู่กันใน shell ดูเหมือนเปลือกทรงกลม โดยเมื่ออิเล็กตรอนมีพลังงานมากก็จะอยู่กันในเปลือกทรงกลมชั้นนอกถัดออกมาเรื่อยๆ

โดยที่มาของ shell ของอิเล็กตรอนนั้น มาจากการทดลองศึกษาการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ของ ชาร์เลส บาร์กล้า และ เฮนรี มอสลี เมื่อพวกเขาค้นพบถึงการมีอยู่ของเชลล์เหล่านี้ บาร์กล้าเป็นคน ใช้สัญลักษณ์ K L M N แทนแต่ละระดับของเชลล์



โดย อิเล็กตรอนเชลล์ นั้นเรารู้กันดีว่า เป็นเหมือนระดับพลังงานหลัก

โดยในเชลล์นึง จะเป็นกลุ่มของอะตอมมิก ออร์บิทัล

ที่มี principal quantum number n. เท่ากัน

โดยอิเล็กตรอนเชลล์ เกิดจากหนึ่ง หรือ หลายอิเล็กตรอนซับเชลล์

ทำให้ในหนึ่งเชลล์อาจมี สองออร์บิทัล หรือมากกว่านั้น โดยแต่ละออร์บิทัล มี angular momentum quantum number l เหมือนกัน





อิเล็กตรอนเชลล์นั้น ทำให้เกิด electron configuration ของอะตอมตามนี้



เป็นลำดับที่อิเล็กตรอนจะเข้าไปเติม ในซับเชลล์ บางครั้งเราเรียกลำดับนี้ว่า อัพบาวฟิลลิ่งออร์เดอร์ (Aufbau filling order)



1s 2s 2p 3s 3p 4s 3d 4p 5s 4d 5p 6s 4f 5d 6p 7s 5f 6d 7p



จะเห็นว่าการแจกแจงว่าระดับพลังงาน จากต่ำไป สูงจะได้รับการแจกแจงละเอียดมากขึ้น

โดยอิเล็กตรอน จะต้องเข้าไปอยู่ให้เต็มในแต่ละ ซับเชลล์ให้เรียบร้อยเสียก่อน ก่อนที่จะขึ้นไปอยู่ในซับเชลล์ที่สูงขึ้น







โดยอิเล็กตรอน จะเข้าไปอยู่ในซับเชลล์ s ได้เต็มที่นั้น 2 อิเล็กตรอน

p 6 อิเล็กตรอน

d 10 อิเล็กตรอน

f 14 อิเล็กตรอน



เมื่อเป็นตามนี้เชลล์ที่ 1 จึงมีอิเล็กตรอนได้ 2 ตัว จากการที่อิเล็กตรอนสองตัวนี้อยู่ในซับเชลล์ s

ถัดออกมาเชลล์ที่ 2 มีอิเล็กตรอน 8 ตัว จากการที่อิเล็กตรอนสองตัวอยู่อยู่ในซับเชลล์ s

อิเล็กตรอนอีกหกตัวอยู่ในซับเชลล์ p



โดยแต่ละเชลล์จะสามารถมีอิเล็กตรอนอยู่ได้มากสุดเท่าไรนั้นให้ใช้สูตร 2n^2



คือนำลำดับของเชลล์มายกกำลังสอง แล้วนำมาคูณสอง



---
7529

%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 23 เม.ย. 2550 (12:41)
อิเล็กตรอน คอนฟิกูเรชั่น เมื่อนำมาเขียนในลักษณะที่ใช้แทนการจดจำ Aufbau filling order
7530

%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 23 เม.ย. 2550 (12:53)
เมื่ออิเล็กตรอนมีการเติมลงในซับเชลล์ของอะตอม


จะเห็นว่าคู่ของอิเล็กตรอนในซับเชลล์เดียวกันนั้น จะมีสปินตรงข้ามกัน


ตัวนึงเป็น spin up อีกตัวนึงเป็น spin down


และจะสังเกตุว่า การเติมอิเล็กตรอนลงไปในซับเชลล์ p นั้น อิเล็กตรอนจะไม่ได้อยู่กันเป็นคู่สปินทันทีในออร์บิทัลเดียวกัน


แต่จะแยกกันอยู่คนละออร์บิทัลก่อน จนเมื่ออิเล็กตรอนตัวที่สี่ในซับเชลล์ p จึงจะเริ่มเกิดคู่สปิน ขึ้นมาหนึ่งออร์บิทัล


หลักการแบบนี้เป็นไปตามกฎของฮุนด์
7531

%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 23 เม.ย. 2550 (13:32)
เชลล์นั้นแทนด้วยตัวอักษร K L M N

ในขณะที่ ซับเชลล์นั้นแทนด้วย s p d f g h i ...



โดยซับเชลล์นั้น มีความเกี่ยวเนื่องกับ อาซีมูทาล ควอนตัม นัมเบอร์ (ค่า แอล l)



โดยค่าแอล นั้นคือ orbital angular momentum quantum number เป็นเลขควอนตัมที่บอกโมเมนตัมเชิงมุมของออร์บิทัลในซับเชลล์ มีค่า 0 1 2 3 4 ...



โดยในแต่ละซับเชลล์จะมีอิเล็กตรอนมาอยู่ได้กี่ตัวนั้นมีที่มาจากค่าแอลนี่เองโดยเป็นไปตามสูตร 2(2l + 1)



เมื่อ ซับเชลล์ s มีอิเล็กตรอนได้ 2 ตัวแสดงว่ามีค่า แอล เท่ากับ 0

ซับเชลล์ p มีอิเล็กตรอนได้ 6 ตัวแสดงว่ามีค่า แอล เท่ากับ 1

ซับเชลล์ d มีอิเล็กตรอนได้ 10 ตัวแสดงว่ามีค่า แอล เท่ากับ 2

ซับเชลล์ f มีอิเล็กตรอนได้ 14 ตัวแสดงว่ามีค่า แอล เท่ากับ 3



ที่มาของ s p d f นั้น นั้นมาจาก

s มาจาก sharp

p มาจาก principal

d มาจาก diffuse

f มาจาก fundamental



ซึ่งมีต้นกำเนิดจาก now-discredited system of categorizing spectral lines

ซึ่งเป็นระบบการจัดกลุ่ม เส้นสเปกตรัม ซึ่งไม่ได้ใช้กันในปัจจุบันนี้แล้ว



โดย s p d f นั้น มีความสัมพันธ์กับลักษณะของเส้นสเปกตรัม ซึ่งเกี่ยวข้องกับ fine structure ที่สังเกตุได้ของมันเองด้วย ต่อมาถ้ามีการค้นพบ สเปกตรัมไลน์แบบอื่น ไม่ได้มีแค่ s p d f จึงมี g h i ... ต่อไปเรื่อยแทน
7533

%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 23 เม.ย. 2550 (14:17)
ในแต่ละsubshell ที่มีอิเลกตรอน 2 อิเลกตรอน นั้นเกิดจากการสังเกตของ Goudsmit และUhlenbeck นักศึกษา ป โท ชาวNertherland ที่เห็น spectrum แต่ละเส้นสามารถแยกได้อีก2 แบบ เมื่อถูกกระทำด้วยสนามแม่เหล็กภายนอก เขาจึงเชื่อว่าในแต่ละ orbital จะต้องมีอิเลกตรอนอยู่ 2 แบบ ซึ่งอยู่ด้วยกัน

และมีการพิสูจน์แนวคิดนี้ด้วยการทดลองของ Stern Gerlach อีกครั้ง
xx
ร่วมแบ่งปัน663 ครั้ง - ดาว 165 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 23 เม.ย. 2550 (14:40)
จะเห็นว่าเชลล์ K L M N จะมีความสัมพันธ์กับ ค่า pricipal quantum number คือค่า N

เชลล์ K จะมี N=1

เชลล์ L จะมี N=2

เชลล์ Mจะมี N=3 อย่างนี้ไปเรื่อยๆ



เนื่องจากในเชลล์ประกอบด้วยหลายซับเชลล์

และแต่ละซับเชลล์มีออร์บิทัล

ซึ่งเกี่ยวข้องกับค่า orbital angular momentum quantum number คือค่า l



จะสังเกตุเห็นว่า เมื่อ N = 1 l มีได้ค่าเดียวคือ 0

เมื่อ N=2 l จะมีสองค่าคือ 0 กับ 1

เมื่อ N=3 l จะมีสามค่าคือ 0 1 และ 2

เมื่อ N=4 l จะมีสี่ค่าคือ 0 1 2 และ 3



ทำไมจึงเป็นเช่นนี้?

เป็นเพราะจำนวนค่าของ l นั้นไว้ใช้บอกได้ว่าอะตอมนั้นๆ มีกี่ออร์บิทัล ซึ่งเท่ากับ 2l+1 นั่นเอง

แต่การจะกล่าวถึงออร์บิทัลใด ออร์บิทัลหนึ่งได้จำเป็นต้องทราบค่าอีกค่าหนึ่งด้วย

ซึ่งเราเรียกว่า magnetic quantum number หรือค่า m

โดยค่า m จะมีค่า +l 0 และ -l

เช่นเมื่อ l เป็น 0 m มีได้ค่าเดียวคือ 0

เมื่อ l เป็น 1 m มีได้สามค่าคือ -1 0 และ1

เมื่อ l เป็น 2 m มีได้ 5 ค่าคือ -2 -1 0 1และ2

เมื่อ l เป็น 3 m มีได้ 7 ค่าคือ -3 -2 -1 0 1 2และ3



หลังจากนี้เวลาเราจะกล่าวถึงออร์บิทัลจึงต้องแทนด้วย ชุดตัวเลขสามตัว

เช่น 2p orbital แทนด้วย n=2, l=1, และ m=0



ซึ่งเกี่ยวข้องกับรูปร่างหน้าตา และทิศทางที่สามารถวางตัวได้ของออร์บิทัล

ค่า n l m นั้นแตกต่างจากเลขควอนตัมอื่นๆ เนื่องจากเป็นผลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพ และไม่ได้เกิดจากทฤษฎีควอนตัม



ต่อไปเป็นค่าชนิดสุดท้าย คือ spin quantum number หรือ s

มีเพียงสองค่าเท่านั้นคือ +1/2 กับ -1/2
%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 23 เม.ย. 2550 (14:54)
ที่จริงแล้ว แบบจำลองอะตอมสมัยใหม่ บอกแต่เพียงโอกาสหรือความน่าจะเป็นในการที่จะพบอิเลกตรอนที่คุณสมบัติหนึ่งๆ ในที่ว่างรอบๆ นิวเคลียส โดยใช้สมการทางคณิตศาสตร์รูปแบบหนึ่งที่เสนอโดยโชดิงเงอร์



"ส่วนรูปร่างและทิศทางที่สามารถวางตัวได้ของออร์บิทัล

ค่า n l m นั้นแตกต่างจากเลขควอนตัมอื่นๆ เนื่องจากเป็นผลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพ และไม่ได้เกิดจากทฤษฎีควอนตัม"



อันนี้ขอคำอธิบายที่ชัดเจนหน่อยครับคุณ %- คือผมไม่ค่อยแน่ใจหรือผมอาจมีความเข้าใจที่คลาดคลื่นไป
xx
ร่วมแบ่งปัน663 ครั้ง - ดาว 165 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 23 เม.ย. 2550 (15:22)
ขอแก้ประโยคนี้จาก



"ค่า n l m นั้นแตกต่างจากเลขควอนตัมอื่นๆ เนื่องจากเป็นผลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพ และไม่ได้เกิดจากทฤษฎีควอนตัม"



เป็น



เมื่ออิเล็กตรอนสองตัวมีค่า n l m เหมือนกันไปแล้ว มันจะต้องมีเลขควอนตัมตัวอื่นที่มีค่าแตกต่างกันแทน(ซึ่งเป็นผลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพ ไม่ใช่ทฤษฎีควอนตัม)





จากที่มา

Every electron in an atom must, according to the wave model, have a set of n, l, and m values. Moreover, only two electrons can have the same values of n, l, and m. To make matters more complicated, two electrons that have the same values of n, l, and m, must differ in their value of another quantum number (a result of relativity theory, not quantum theory),



จาก http://wulfenite.fandm.edu/Intro_to_Chem/electronic_structure.htm
%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 23 เม.ย. 2550 (17:07)
อันนี้ใช่ Pauli Exclusion Principle หรือเปล่าครับ
xx
ร่วมแบ่งปัน663 ครั้ง - ดาว 165 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 23 เม.ย. 2550 (18:39)
ใช่แล้วครับ ผมพิมพ์ไม่ทันคนอ่านเลยแย่จัง
%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 23 เม.ย. 2550 (19:43)
คุณ %- ครับ ลองดูใน url นี้ครับ http://hyperphysics.phy-astr.gsu.edu/hbase/pauli.html
xx
ร่วมแบ่งปัน663 ครั้ง - ดาว 165 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 23 เม.ย. 2550 (20:40)
ในปี 1925 โวฟกัง เพาลี ได้สร้างหลักการกีดกันนี้ขึ้น เพื่ออธิบาย การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม



โดยทฤษฎีของเขากล่าว ถึงว่า จะมีอิเล็กตรอนเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่เป็นไปตามสถานะควอนตัมตามเลขควอนตัมสี่ตัว โดยมี principle quantum number บ่งบอกระดับพลังงาน

magnetic quantum number ใช้บอกทิศทางของ orbital angular momentum

และ spin quantum number คอยบ่งบอกถึงทิศทางของการสปิน

ถ้าไม่มีการกีดกันของเพาลี จะทำให้อิเล็กตรอนคนละตัวก็จะสามารถมีสถานะควอนตัมเดียวกันได้ สามารถอยู่ที่เดียวกันได้ในเวลาเดียวกัน และมีทิศทางการวางตัวเหมือนกัน

ผลก็คืออิเล็กตรอนก็จะไปกระจุกกันอยู่ในชั้นเชลล์ K กันหมดเนื่องจากเป็นระดับที่มีพลังงานต่ำที่สุด

หลักการกีดกันของเพาลี ไม่ได้ใช้ได้กับอิเล็กตรอนเท่านั้น แต่ยังใช้ได้กับ เฟอร์มิออนตัวอื่นๆ ที่มีเลขสปินลงครึ่งเหมือนกับอิเล็กตรอน ได้แก่ โปรตอน นิวตรอน มิวออน และอนุภาคอื่นๆอีก





ในขณะที่ โบซอนซึ่งเป็นอนุภาคที่มีสปินเป็นจำนวนเต็มจะไม่มีสมบัติแบบนี้

โบซอนแก็ส จึงสามารถเกิดเป็น โบส-ไอน์สไตน์คอนเดนเซตได้ ที่อุณหภูมิต่ำใกล้ศูนย์องศาสัมบูรณ์ (อยู่ในระดับนาโนเคลวิน)และโบซอนทุกตัวจะมีสถานะทางควอนตัมเดียวกัน รวมกันเป็นหนึ่งเดียว



ในขณะที่เฟอร์มิออนที่อุณหภูมิเดียวกันนั้นจะไม่ได้กระจุกตัวอยู่ด้วยกันขนาดนี้เนื่องจากกฏการกีดกันของเพาลี
7566

%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 23 เม.ย. 2550 (22:20)
Wave Functions, Probability Density ของอะตอมไฮโดรเจนเป็นที่มาของรูปที่เราคุ้นเคย


%-)
ร่วมแบ่งปัน116 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม