คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ชาววิทย์ มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับวรรณกรรมทางศาสนาเหล่านี้ครับ
โพสต์เมื่อ: 20:48 วันที่ 29 พ.ค. 2548         ชมแล้ว: 3,489 ตอบแล้ว: 21
12520 วิทยาศาสตร์ อยู่บนพื้นฐานของการศึกษา ค้นคว้า พิสูจน์ ทดลอง ฯลฯ และยิ่งในปัจจุบัน องค์ความรู้ได้รุดหน้าไปมาก รู้ถึงห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่...

และเรื่องของจักรวาล เหล่านี้ เคยเพาะบ่มกันมากับวรรณกรรมทางศาสนา ที่รจนาว่าไว้มาหลายร้อยปี

ไม่ว่าจะเป็น

ไตรภูมิพระร่วง หรือ ไตรภูมิกถา
จักรวาฬทีปนี
อรุณวดีสูตร
ฯลฯ

และในมุมมองของชาววิทย์ ที่ศึกษาเล่าเรียนกันมาในระบอบของกระบวนการทางวิทยาศาสต์ คิดเห็นอย่างไรต่อวรรณกรรมพวกนี้ครับผม


ศศิศ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 301 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 155 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 20 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 30 พ.ค. 2548 (18:23)
วรรณกรรมพวกนี้ถ้าอ่านแล้วแปลตรงๆก็จะได้ความหมายนึง เช่น สวรรค์ มี 6 ชั้น รูปพรหม 16 ชั้น อรูปพรหม 4 ชั้น นั้นมีจริงๆทางกายภาพอยู่บนฟ้า อยู่เหนือกันเป็นชั้นๆ
หรือ แปลว่าเป็นสภาวะจิตของคนคนนั้น เช่นจิตสงบไม่รู้ถึงความทุกข์ร้อนในมนุษย์ทั่วไปในพรหม และ ความทุกข์ร้อนของสัตว์นรกเนื่องจากทำบาป อาจมีขึ้นมีลงได้
หรือ แปลว่าสถานะทางสังคมของคน เป็นกษัตริย์ ก็อยู่บนสวรรค์ เป็นพระ นักบวชก็เป็นพรหม ประพฤติพรหมจรรย์

จักรวาลทางจิตเปลี่ยนตามคน สวรรค์จะมีนางฟ้าเทวดาแต่งตัวแบบโขนหรือเด็กแนวก็แล้วประสบการณ์ของคน ส่วนจักรวาลทางกายภาพเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลที่มีและพิสูจน์ได้ทางกายภาพ
Thysanos (IP:161.200.255.161,161.200.121.104,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 31 พ.ค. 2548 (17:56)
ผมว่าไม่ควรนำมาพูดนะ
สังขยา (IP:58.9.132.86,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 2 มิ.ย. 2548 (23:18)
พูดเพื่อจรรโลงความคิด ไม่น่าจะเป็นอะไรนะครับ
เท่าที่เคยอ่านตำราทางโหราศาสตร์ของอ.พลูหลวงมา
ท่านเขียนไว้ประมาณว่า คนในสมัยโบราณสังเกตดวงดาวต่างๆโดยใช้โลกเป็นจุดศูนย์กลาง แล้วนำมาบันทึกเป็นสถิติจนเป็นตำราโหราศาสตร์ เมื่อเทียบก็บแนวคิดทางจักรวาลวิทยาแล้ว โลกนี้คือเขาพระสุเมรุ และมีดวงดาวต่างๆเคลื่อนที่รอบ (ลองไปหาดูนะครับ เขาพระสุเมรุที่เขียนอยู่ในไตรภูมิพระร่วงจะมีลักษณะกว้างยาวสูงเท่ากันเป็นทรงกลม) อย่าไปคิดมากถึงขนาดว่าโลกเป็นทรงกลมแป้นเลยนะครับ
นทีสีทันดร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 178 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 3 มิ.ย. 2548 (16:23)
สวัสดีครับคุณศศิศ
คือ ผมอ่านแล้วรู้สึกสนุกดีอะครับ เหมือนนิยายแฟนซีเรื่องนึง
แล้วก็ทึ่งในภูมิปัญญาของคนโบราณด้วยครับ
เนยสด เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1970 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 0 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 3 มิ.ย. 2548 (20:50)
แต่อันนี้ผมว่า น่าทึ่งมาก

"ผิรูปอันจะเกิดเป็นชายก็ดีเป็นหญิงก็ดีเกิดมีอาทิต่เกิดเป็นกัลลละนั้น โดยใหญ่แต่วันละวันแลน้อย

ครั้งเถิง ๗ วันตั้งแต่น้ำล้างเนื้อนั้นเรียกว่าอัมพุทธ ๆ นั้นโดยใหญ่ไปทุกวารไส้

ครั้นได้เถิง ๗ วารข้นเป็นดังตะกั่วอันเชื่อมอยู่ในหม้อตยกชื่อว่าเป็นเปสิ ๆ นั้นค่อยใหญ่ไปทุกวัน

ครั้งเถิง ๗ วันแข็งเป็นก้อนดังไข่ไก่เรียกว่า ฆณะ ๆ นั้นค่อยใหญ่ไปทุกวัน

ครั้นเถิง ๗ วันเป็นต่มออกได้ ๕ แห่งดังหูดนั้นเรียกว่าเบญจสาขาหูด ๆ นั้นเป็นมือ ๒ อันเป็นตีน ๒ อัน หูดเป็นหัวนั้นอันหนึ่ง แลแต่นั้นค่อยไปเบื้องหน้าทุกวัน

ครั้ง ๗ วันเป็นฝ่ามือเป็นนิ้วมือ

แต่ไป ๓๒ จึงเป็นขนเป็นเล็บตีนเล็บมือเป็นเครื่องสำหรับเป็นมนุษย์ถ้วนทุกอันแลฯ แต่รูปอันมีกลางตนไส้ ๕๐ แต่รูปอันมีหัวได้ ๘๔ แต่รูปอันมีเบื้องต่ำได้ ๕๐ ผสมรูปทั้งหลายอันเกิดเป็นสัตว์อันอยู่ในท้องแม่ได้ ๑๘๔ "

ศศิศ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 301 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 155 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 4 มิ.ย. 2548 (13:26)
ข้อความที่คุณศศิศ เขียนไว้ข้างบนนี่ก็มีในพระสูตรที่ชื่อว่า "อินทกสูตร" ครับ พระพุทธเจ้าตรัสถึงลำดับการเจริญเติบโตของมนุษย์ในครรภ์ เริ่มต้นว่า ปฐมํ กกลํ โหนฺติ ... เริ่มต้นเกิดเป็นกลละ (Zygote)
นทีสีทันดร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 178 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 4 มิ.ย. 2548 (13:29)
พิมพ์ผิดอีกแล้ว
ปฐมํ กลลํ โหนฺติ ... เริ่มต้นเกิดเป็นกลละ (Zygote...ผู้เขียน)
นทีสีทันดร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 178 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 4 มิ.ย. 2548 (17:04)
น่าจะอยู่ที่ดุลยพินิจด้วยมั้งคะ เป็นการเปิดโลกกว้างทางความคิดอย่างหนึ่ง
โนวา (IP:202.129.1.132,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 มิ.ย. 2548 (21:45)
“ปฐมํ กลลํ โหติ กลลา โหติ อพฺพุทํ
อพฺพุทา ชายเต เปสิ เปสิ นิพฺพตฺตี ฆโน
ฆนา ปสาขา ชายนฺติ เกสา โลมา นขาปิจ
ยญฺจส ภุญฺชติ มาตา อนุนํ ปานญฺจ โภชนํ
เตน โส ตตฺถ ยาเปติ มาตุกุจฺฉิโต นโร”
สํ.ส.๑๕/๘๐๓/๓๐๑
เบื้องแรกเกิดมี “กลละ” ก่อน จากนั้นเป็น “อัพพุทะ”
จากนั้นเป็น “เปสิ” จากนั้นเป็น “ฆนะ”
จากนั้นเป็น “ปุ่มห้าปุ่ม” จากนั้นเป็น ผม ขน เล็บ
มารดากิน ดื่มอะไร
สัตว์ในครรภ์ยังชีพด้วยสิ่งนั้น
นทีสีทันดร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 178 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 17 ก.ค. 2548 (13:31)
ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525
อัพพุท คือ ชื่อสังขยาจำนวนหนึ่ง คือ ร้อยแสนพินทุ(ชื่อสังขยาจำนวนสูงเท่ากับ โกฏิกำลัง ๗ หรือเลขหนึ่งมีศูนย์ตามหลัง ๔๙ ตัว) เป็น ๑ อัพพุท, หรือ โกฏิกำลัง ๘

“อัพพุทะ” นี่เทียบได้กับ embryo รึเปล่าคะ เพราะ zygote จะเปลี่ยนแปลงเป็น embryo ต่อใน ๑ สัปดาห์
ดารากร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 97 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 19 ส.ค. 2548 (20:55)
ไตรภูมิพระร่วง
เขียนโดยพญาลิไท
ดำเนินแนวคิดตามอย่าง
คัมภีร์วิสุทธิมรรค...อันรจนาโดยพระพุทธโฆษาจารย์
ภิกษุชาวลังกา
ซึ่งคาดว่ามีอายุอยู่เมื่อ หลังการพุทธปรินิพพานประมาณ 300 ปี

ภิกษุรูปนี้
เดิมเป็นพราหมณ์ก่อนมาบวช
หลังเขียนตำราวิสุทธิมรรคเสร็จ
สั่งให้เผาตำราเก่าๆทิ้งทั้งหมด
สวรรค์-นรก-บุญ-บาป ตามคติหนังสือเล่มนี้
ดูๆจะเข้าเค้ากับ...แนวคิด...อาตมัน-ปรมาตมัน
ของพราหมณ์มาก
สดายุ (IP:202.183.169.81,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 20 ส.ค. 2548 (15:06)
มันเป็นความคิดส่วนบุคคลค่ะ ไม่น่านำมาโพสต์ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนภายในจิตใจค่ะ
จากเด็กวิทย์คอมฯ
samongi เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 986 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 199 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 16 ก.ย. 2548 (22:28)
อยากให้ลองพิจารณาโดยใช้หลักกาลามสูตรครับ คุณสดายุ ด้วยความปราถนาดีครับ :)
:) (IP:138.232.69.28,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 17 ส.ค. 2549 (14:05)
ขอให้มีความสุข
jokerzer@hotmail.com (IP:202.143.142.3,192.168.1.87,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 17 ส.ค. 2549 (14:10)
เรารักในหลวง และพระราชินี
jokerzaa (IP:202.143.142.3,192.168.1.87,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 27 ส.ค. 2549 (11:48)
สวัสดีครับ
ผมคิดว่า คติเรื่องจักรวาลใน จักรวาฬทีปนี นั้น เป็นคติพราหมณ์ครับ
คติพุทธไม่ค่อยกล่าวมากนัก
ศรีปิงเวียง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1095 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 28 มี.ค. 2550 (20:49)
โลกและจักรวาล เป็นปัญหาที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงพยากรณ์ ครับ เพราะเนื่องด้วยคนเรามีภูมิปัญญาต่างกัน เข้าใจแตกต่างกันตามทิฐิเดิมของตนและเหตุผลหลักที่ไม่ทรงพยากรณ์หรือทรงตอบเพราะไม่เอื้อเฝื้อหรือเป็นประโยชน์ต่อการพ้นทุกข์ หากจะกล่าวว่า เตภูมิกถานั้นได้รับอิทธิพลมาจากวิสุทธิมรรคของพระพุทธโฆษาจารย์ ก็คงไม่ผิดแต่ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะนั่นอาจเป็นการมองเพียงด้านเดียวโดยไม่เข้าใจถึงประวัติศาสตร์และพัฒนาการของพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท และอาจเป็นการหมื่นพระบรมเดชานุภาพของสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท ได้ครับ ที่กล่าวอย่างนี้เพราะว่าช่วง พ.ศ.300 อรรถกถาของฝ่ายเถรวาทในแผ่นดินอินเดียนั้นไม่มีเหลืออยู่เลย คณะสงฆ์์จึงมอบหมายให้ท่านพระพุทธโฆษาจารเดินทางไปปริวรรตหรือแปลอรรถกถาเหล่านั้นกลับเป็นภาษามคธหรือภาษาบาลี และนำกลับมาสู่อินเดีย เมื่อพระพุทธโฆษาจารเดินทางมาถึงยังมหาวิหารแห่งลังกาก็ได้แจ้งเหตุนั้นแก่พระเถรานุเถระแห่งมหาวิหาร และเพื่อเป็นการทดสอบความสามารถว่าพระพุทธโฆษาจารมีความรู้เพียงพอที่จะทำการแปลได้หรือไม่นั้นให้แต่คัมภีร์ขึ้นมาหนึ่งเล่ม ได้แก่คัมภีร์วิสุทธิมรรค อีกอย่างถึงแม้พระพุทธโฆษาจาร จะเป็นพราหมณ์มาก่อนแต่ก็เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาผ่านกระบวนการศึกษาเรียนรู้มาอย่างเถรวาทที่เคร่งครัด งานเขียนของท่านมีรูปแบบวิธีการเขียนที่ชัดเจน ครับ เอกสารทางคัมภีร์ของเถรวาทที่เป็นการนำสืบกันมาตั้งแต่ครั้งปฐมสังคายนา ซึ่งเป็นเอกสารปฐมภูมิ ท่านรักษาไว้อย่างเคร่งครัด แต่เอกสารชั้นรอง อย่างอรรถกถาท่านก็มีการอ้างอิงที่มาที่ไปกับเอกสารปฐมภูมิที่ชัดเจน การแผ่ขยายอิทธิพลของพราหมณ์เข้ามาในหลักการทางพุทธนั้นเป็นไปได้ยากมากครับ ย้อนกลับมาที่ เตภูมิกถา พระมหาธรรมราชาลิไท ทรงเป็นปราชญ์ที่มีความรู้ทั้งทางคดีโลกและคดีธรรม ทรงมีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนอย่างแจ่มแจ้ง จึงทรงรจนาคัมภีร์นี้ขึ้นมาเพื่อถวายธรรมแก่พระราชมารดา และเป็นธรรมทานเพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางแห่งการดำเนิน้ชีวิตของชาวสุโขทัยในขณะนั้น เพราะฉะนั้นการเรียนรู้ของคนไทยมีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนา การเรียนรู้ของคณะสงฆ์ได้รับรูปแบบมาจากลังกา ครับ สงฆ์ลังกาเรียนมาอย่างไร สงฆ์ไทยก็เรียนมาเหมือนกัน ส่วนเรื่องของโลกและจักรวาลเป็นวิทยาการความเจริญก้าวหน้าของคนสมัยนั้น เป็นสิ่งที่ร่ำเรียนกันทั่วไป อย่างกว้างขวาง การที่จะอธิบายภูมิต่างๆ หรือปรากฏการ์ต่างๆ นั้น จึงต้องใช้พื้นฐานความรู้ของคนสมัยนั้นและเป็นสิ่งที่พระพุทธศาสนายอมรับถึงสภาพและความเป็นจริงด้วย เป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะครับ การที่จะตัดสินหรือวิจารณ์สิ่งใดต้องอยู่บนฐานความรู้ที่สามารถอ้างอิงและมีเหตุผลสนับสนุนที่เพียงพอ ตลอดจนความรู้ในมิติทางสังคมและสหสัมพันธ์์ของบริบทแวดล้อม ในเรื่องและประเด็นนั้นๆ ....เรียนคุณสดายุ ทราบตามนี้
พรชัย : pornchai_punsawai@hotmail.com (IP:124.120.13.102)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 29 มี.ค. 2550 (00:08)
โลกและจักรวาลมีการกล่าวถึงบ้าง ในพระสุตตันตปิฏก แต่กระจัดกระจายครับ ที่ทรงกล่าวถึงก็มีโลกธาตุขนาดเล็ก โลกธาตุขนาดกลาง โลกธาตุขนาดใหญ่ ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่านี้ครับ เพิ่มเติมนิดหนึ่งเกี่ยวกับดาราศาสตร์นะครับดาราศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยสถิติคือการเก็บข้อมูลของคนในยุคโบราณในปรากกการณ์ของเทหวัตถุในท้องฟ้าแล้วนำมาจัดระบบของปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์พิกัดตำแหน่งของดวงดาวครับ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณวัน-เวลา ฤดูกาลตลอดจนใช้ในการเดินเรือ พระไตรปิฏกเป็นแหล่งความรู้ของสรรพวิทยาการหากมีการทำความเข้าใจและตีความอย่างเป็นระบบ โดยไม่มีอคติว่าเป็นของเก่าคร่ำครึ ในทางตรงกันข้าม หากว่าเป็นเอกสารโบราณที่มีความเที่ยงตรงแม่นยำที่สุดของโลก เพราะทรงจำไว้ด้วยพระอรหันตเถรานุเถระผ่านกาลเวลาจนได้มาจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกที่ลังกา เพราะฉะนั้นการปนเปื้อนหรือปลอมปนคำสอนของต่างลัทธิ แทบจะเป็นไปไม่ได้ ครับเพราะอรหันต์ ตามทัศนะของเถรวาทคือผู้ที่หมดสิ้นจาก ความโลภ (ชื่อเสียง ลาภ ยศ สรรเสริญ) โกรธ (การที่จะไปปะทะโต้เถียงความเห็นที่ขัดแย้งกับคนต่างลัทธิที่มีความเห็นคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงตามสภาพที่มันปรากฏ) หลง (ความไม่รู้ สิ่งทั้งหลาย ตามความเป็นจริงของโลก ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไป) พุทธศาสนาจึงเป็นองค์ความรู้ทางด้าน ประวัติศาสตร์ สังคม ปรัชญา ศีลธรรม จริยธรรม และบุรณาการเข้าได้กับสาตร์สมัยใหม่อย่างวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน...... ลองกลับไปย้อนพิจารณาอย่างไม่ดูแคลนภูมิปัญยาของบรรพบุรุษที่สั่งสมผ่านกาลเวลาที่เนิ่นนาน จะพบถึงความอัศจรรย์ ในสิลปวิทยาการที่ก้าวหน้าเกิน วิทยาศาสตร์ปัจจุบันที่ชื่นชมกันอยู่นะครับ วิทยาศาสตร์ปัจจุบันก้าวหน้าสูงสุดแค่ความรู้เรื่องรูป วัตถุที่ละเอีียดที่สุดที่รู้จักกัน คือ คลื่น แสง สี เสียง และพลังงาน แต่พุทธศาสนารู้จักนามคือสภาวะทีเป็นอยู่ มิติ ความเคลื่อนใหวของจิตและ การบริหารจัดกาารเพื่อยกคุณภาพของจิต ....

เพิ่มเติมเรื่อง ศัพท์บาลี นะครับ ศัพท์บาลีในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ไม่สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการตีความหรือแปลเอกสารทางพุทธศาสนาได้ ครับ เพราะเป็นการให้คำจำกัดความที่คับแคบ บางครั้งมีความหมายที่คลาดเคลื่อนไปจากศัพท์เดิม เพราจะกำหนดโดยกรอบของภาษาไทยและข้อจำกัดทางภาษาไทยเนื่องด้วย เรายืมคำมาใช้ หากจะใช้ตีความเพื่อคความรู้ทางวิชาการต้องใช้พจนานุกรม ฉบับประมวลศัพท์ ของ พระพรหมคุณาภรณ์ ป.อ. ปยุตโต จะตรงประเด็นมากกว่านะครับ เพราะหนึ่งศัพท์บาลีมีความหมายที่หลากหลาย ดังที่นิสิตบาลีไวยกรณ์มักจะกล่าวอยู่เสมอว่า "บาลี หนึ่งศัพท์มีอรรถเป็นร้อย คนรู้น้อยใช้ได้เพียงหนึ่ง"
พรชัย : pornchai_punsawai@hotmail.com (IP:124.120.1.208)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 29 มี.ค. 2550 (20:52)
ยังไม่เคยอ่านเลยคะ หาซื้อได้ที่ไหนคะ
c_cin เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 488 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 158 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 2 เม.ย. 2550 (23:10)
หาซื้อได้ตามศูนย์หนังสือทั่วไปครับ หรือถ้าไม่มีก็ลองสอบถามที่ร้านศึกษาภัณฑ์ ดูนะครับเพราะองค์การค้าคุรุสภาจัดพิมพ์ครับ ชื่อหนังสือ ไตรภูมิกถาหรือไตรภูมิพระร่วง ราคา 160 บาท ครับ
พรชัย : pornchai_punsawai@hotmail.com (IP:124.121.247.94)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.