คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ท่าน ประเวศ วะสี
โพสต์เมื่อ: 21:18 วันที่ 29 พ.ค. 2548         ชมแล้ว: 7,082 ตอบแล้ว: 20
หมอผู้มีความเป็นนักปราชญ์ แห่ง์นิตยสารหมอชาวบ้าน ท่านมีธรรมะในจิตใจ ซึ่งน่านับถือมากครับ

ต้นกล้าเป็นspy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 191 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 10 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 2 มิ.ย. 2548 (02:00)
http://www.geocities.com/siamintellect/intellects/praves/biography.htm

เกิด วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ณ ตำบลเกาะสำโรง บนฝั่งลำน้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุตรคนที่ 4 ของนายกลายและนางกิม วะสี

เรียน ศึกษาชั้นมูลที่โรงเรียนวัดเหนือ
ชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนประชาบาลตำบลเกาะสำโรง
ชั้นมัธยมที่โรงเรียนวิสุทธรังษีจนถึง พ.ศ. 2490 ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดม ในปี พ.ศ. 2492
สามารถสอบเข้าเรียนต่อชั้นเตรียมแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อคณะแพย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล จบการศึกษาได้รับปริญญาแพทยศาสตร์เกียรตินิยม และได้รับรางวัลเหรียญทองในฐานะที่ได้คะแนนเป็นที่หนึ่งตลอดหลักสูตร
ตำแหน่ง อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช พ.ศ. 2504 - 2519
ศาสตราจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่ พ.ศ. 2519
งาน
ด้านการวิจัย ได้รับทุนวิจัยจากกระทรวงสาธรณสุข และของ China Medical Board วิจัยธรรมชาติของเลือดเกี่ยวกับความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงเนื่องจากกรรมพันธุ์ ที่ก่อให้เกิดโรคโลหิตจาง และพบวิธีการป้องกันรักษา ผลงานวิจัยเป็นที่ยอมรับทั่วภายในและต่างประเทศ และได้รับเชิญไปบรรยาย ณ มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยหลายแห่งเกือบทุกทวีปทั่วโลก บทความทางวิชาการได้รับการตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศมากกว่า 150 เรื่อง นอกจากนั้นยังได้แต่งตำราวิชาโลหิตและคู่มือโลหิตวิทยา และยังได้รับทุนวิจัยของ National Institute of Health ประเทศสหรัฐอเมริกา

จากชีวิตจริงที่เคยยากจนในชนบท ศาสตราจารย์ ดรใประเวศ วะสี ได้พยายามอบรมสั่งสอนนักศึกษาแพทย์ ให้เห็นความสำคัญของชาวชนบทที่ห่างไกล ได้จัดวางหลักการอบรมสาธารณสุขมูลฐานแก่พระภิกษุ กระจายความรู้ด้านการแพทย์และสาธรณสุขพื้นฐาน ไปสู่ชนบท โดยเขียนลงในวารสาร หนังสือต่าง ๆ รวมทั้งยังเป็นเจ้าของและบรรณาธิการนิตยสารหมอชาวบ้าน เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางเวชกรรมและการสาธรณสุขแก่ประชาชน

ได้รับการแต่งให้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี ฝ่ายพัฒนาและวางแผน มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 เป็นกรรมการมูลนิธิเป็นที่ปรึกษาทางการแพทย์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกหลายแห่ง ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี นอกจากจะมีความเป็นเลิศทางวิชาการ การวิจัยและการพัฒนาสังคม ท่านยังเป็นผู้มีจิตใจเป็นนักพัฒนาสังคม เป็นผู้ที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม อุทิศตนเหนือส่วนรวม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย สุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง จนสามารถพิสูจน์ให้คนไทยและชาวโลก ได้เห็นถึงความจริงใจและจริงจัง ในการทำงานเพื่อสังคม จึงได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลดีเด่นของชาติ

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี เป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุคคลดีเด่นที่ได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการรัฐ ปี พ.ศ. 2524
และบุคคลดีเด่นของชาติสาขาการแพทย์ ประจำปี พ.ศ. 2528
เทาชมพู เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5218 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 3 มิ.ย. 2548 (22:43)
ขอบคุณมากครับ
ต้นกล้าเป็นspy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 191 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 5 พ.ย. 2548 (18:23)
หมอประเวศเตือนแข่งกันรวยระวังหายนะ
ปชช.ยอมทำตามผู้นำทุกวิถีทางโดยไม่สนใจศีลธรรม ยกตัวอย่างพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก สอนใจคนอยากแสวงโชคที่สุวรรณภูมิ”นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส บรรยายเรื่อง “พุทธศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ห้องประชุมใหญ่ องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก วันนี้ ว่า ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่มีผู้ควบคุมสื่อกระตุ้นปลุกระดมให้เกิดการบริโภค และเกิดความต้องการสะสมเงินทองไว้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติมีจำกัดและมีวันหมดไป โดยผู้นำประเทศในระบบทุนนิยมมักจะทำให้เกิดหายนะโดยตั้งคำถามว่า “ทำอย่างไรถึงจะรวย” ประชาชนที่คล้อยตามจึงยอมทำทุกวิถีทางทั้งทำลายป่า ค้าผู้หญิง ขายเด็ก ฉ้อโกง คอร์รัปชั่น โดยไม่สนใจศีลธรรม ทั้งที่การตั้งคำถามว่า “ทำความดีได้อย่างไร” อย่างที่มักถามกันในสมัยก่อนนั้น สามารถหาคำตอบได้ง่ายกว่า และไม่ทำให้เกิดความเดือดร้อน
ราษฎรอาวุโส กล่าวอีกว่า ระบบเศรษฐกิจพอเพียงเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับพุทธศาสนา คือ การดำเนินชีวิตพอเพียงอย่างผสมผสานบนทางสายกลาง เช่น การเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงหรือที่ตนเรียกว่า “พุทธเกษตรกรรม” จะใช้หลักทำทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก จะทำให้ผู้ปฏิบัติไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แม้ระบบเศรษฐกิจจะล่มสลายลงในอนาคต และไม่จำเป็นต้องเครียดจากเศรษฐกิจที่บีบรัด
"ตัวอย่างพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว \'ขอให้เราพออยู่พอกิน และมีไมตรีจิตต่อกัน\' รวมทั้งพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก ที่มีเรื่องราวของพ่อค้าที่พากันขึ้นเรือ หมายไปแสวงโชคที่เมืองสุวรรณภูมิ แต่เมื่อเรือล่มกลางคัน พระมหาชนก ยังช่วยเหลือตนเอง และว่ายน้ำเข้าฝั่งโดยไม่ย่อท้อ" นพ.ประเวศ กล่าว ราษฎรอาวุโส กล่าวด้วยว่า วันนี้นับว่าความสนใจธรรมะของคนไทยพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว มีอุปสงค์หรือความต้องการสอดแทรกสิ่งที่เกี่ยวกับธรรมะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสื่อในรูปแบบต่างๆ การท่องเที่ยวธรรมะ (ททธ.) เป็นต้น
สำหรับการบรรยายพิเศษนี้ จัดโดยองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ร่วมกับยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ (ย.พ.ส.) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 และจะจัดเป็นประจำทุกเดือน ด้วยความตั้งใจให้มีการนำพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ปีที่ 56 ฉบับที่ 17456 วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2548
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2380 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 5 มิ.ย. 2549 (18:28)
แต้งมั่กมายจ้า
เหอะๆ
jubilee (IP:203.113.80.9,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 1 ก.ย. 2549 (15:18)
เข้ามาชื่นชมอาจารย์หมอประเวศด้วยคนครับ :D
กลับมาแล้วคนดี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 49 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 28 ก.ย. 2549 (11:19)
รู้สึกชื่นชมในความสามารถของท่านศาสตราจารย์ อยากเก่งอย่างท่านบ้างจัง
อูฐ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 4 ม.ค. 2550 (10:50)
วิพากษ์ ประเวศ วะสี ซาตานหรือเทวดา
ความสุขปีใหม่ เข้าใจ "สังคมานุภาพ"
โดย ประเวศ วะสี
www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act04010150&day=2007/01/01

เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่พุทธศักราช 2550 อันเป็นกลางพุทธศตวรรษที่ 26 ผมขออวยพรให้เพื่อนคนไทยทุกคนประสบความสุขสวัสดี อะไรเป็นความดีงาม เป็นมงคล เป็นขวัญ เป็นศรี ขอให้สิ่งดีๆ เหล่านั้นจงอุบัติแก่ท่านทั้งหลายโดยทั่วกัน อวย แปลว่าให้ พร คือ วระหรือสิ่งที่ประเสริฐ อะไรที่เป็นสิ่งที่ประเสริฐท่านพึงให้แก่กันและกัน
---- คนแก่ก็อย่างนี้แหละ อะไรไม่ต้องขยายความอย่าง “อวยพร” ก็จะพล่ามให้ได้
---- เฮ่อ ชอบน้ำท่วมทุ่ง


การให้หรือการมีน้ำใจเพื่อเพื่อนมนุษย์จะทำให้ท่านมีความสุข มีความภูมิใจในตัวเอง มีความปีติ มีความรู้สึกว่ามีศักดิ์ศรี มีความกล้าหาญ เราถูกสอนมาว่าทำอะไรต้องเอาความรู้ เป็นตัวตั้งเสียจนเคยชิน ความรู้มีความสำคัญ แต่ถ้าเอาความรู้เป็นตัวตั้งเราจะมีความกลัว ไม่มั่นใจ กลัวเราจะไม่รู้จริง กลัวคนอื่นจะรู้ดีกว่า เราต้องเอาใจเป็นตัวตั้งจึงจะพบความสุข การมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์จะทำให้เกิดความกล้าหาญไม่กลัวอะไร การที่มีน้ำใจต่อคนอื่นทำให้รู้สึกมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีศักยภาพที่จะทำอะไรดีๆ
---- การเอาความรู้มาเป็นตัวตั้ง คนคงไม่คิดบัดสีอย่างคุณมั๊ง คุณประเวศ
---- คุณคิดแบบกรอบหมอ กรอบนักวิชาการ ที่เขาห้ำหั่นกันด้วยความรู้ อาจมก็อวดรู้กัน
---- การที่ท่านนายกฯ ทักษิณ เน้นให้ประชาชนมีความรู้
---- ก็ด้วยกุศลจิตให้ประชาชนเท่าทัน ไม่ให้ประชาชนถูกหลอก
---- ท่านทักษิณ เขาไม่ได้คิดบัดสี พิเรนทร์ อย่างคุณคิดหรอก อย่ามีวิตกจริตนัก


ความรู้สึกว่าตัวเองมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีคุณค่าแห่งความเป็นคน มีศักยภาพที่จะทำอะไรดีๆ จะทำให้มีสุขภาวะอย่างยิ่ง มีความปีติและความสุขซึมซ่านทั้งเนื้อทั้งตัว เป็นความสุขที่แท้จริง อันไม่เกี่ยวกับเงิน ตำแหน่ง หรือยศฐาบรรดาศักดิ์ใดๆ ทั้งสิ้น การมีเงิน มีตำแหน่ง มียศฐาบรรดาศักดิ์ ไม่อาจมีกับคนทุกคน และไม่แน่ว่าจะอวยให้เกิดความสุขที่แท้จริงได้ แต่ความรู้สึกมีศักดิ์ศรีและมีคุณค่าแห่งความเป็นคนสามารถเกิดขึ้นกับคนทุกคน และทำให้เกิดความสุขอันประณีตลุ่มลึก อันเป็นความสุขที่แท้จริง
---- การที่ชาวบ้านถูกคุณยกว่ามีศักดิ์ศรี แต่แท้จริงเขาไม่มีเพราะกำลังถูกคุณหลอกน่ะ
---- คุณใช้คำหวานหลอกให้ชาวบ้านหลงไหลได้ปลื้ม มันคือการที่คุณกำลังทำอาชญากรรมนะ


อันที่จริงมนุษย์มีศักยภาพมากที่จะเข้าถึงความจริง ความดี และความงาม ซึ่งจะทำให้มีความสุขและการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ แต่มนุษย์ก็ถูกจำกัดศักยภาพเป็นอย่างมาก ประดุจถูกจองจำไว้ในคุกที่มองไม่เห็น สิ่งที่มาจำกัดศักยภาพของมนุษย์คือจิตสำนึกและความสัมพันธ์ในสังคม จิตสำนึกที่เล็กและความสัมพันธ์ทางดิ่ง เป็นพันธนาการที่จองจำมนุษย์ไว้ไม่ให้มีศักยภาพ เราถูกกักขังอยู่ในจิตสำนึกและทรรศนะอันคับแคบ อะไรที่คับแคบก็จะบีบคั้น การบีบคั้นคือความทุกข์ การหลุดพ้นจากความบีบคั้นคืออิสรภาพ คือความสุข ความสุขคือความเป็นอิสระหลุดพ้นจากความบีบคั้น ความคับแคบคือความไม่จริง ความจริงนั้นกว้างใหญ่ไพศาล สรรพสิ่งทั้งหมดเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะจิตเล็กมนุษย์จึงไม่เข้าถึงความจริงที่ใหญ่ ทำให้เห็นและคิดแบบแยกส่วน ทำให้บีบคั้น ขัดแย้งและรุนแรง
---- คุณพูดดูคล้ายถูก แต่มาดูกันต่อไป (ฮา)


ถ้าต้องการความสุขต้องมีจิตใหญ่ หรือจิตสำนึกใหม่ (New Consciousness) ที่เข้าถึงความจริง เห็นความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งไปสู่ความเป็นทั้งหมด หรือความเป็นหนึ่งเดียวของทั้งหมด ถ้าเข้าถึงความจริงก็จะประสบความงาม และเกิดความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพธรรมชาติทั้งหมด อันเป็นไปเพื่อความสุขและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
---- คุณไม่บอกสักคำว่า แล้วทำยังไงจึงจะมีจิตใหญ่
---- เราจะมีได้ก็ต่อเมื่อมีการศึกษา ไม่ใช่อยู่เฉย ๆ มันจะใหญ่ขึ้นมาเองได้
---- จึงต้องมีความรู้ ใช้ปัญญา แล้วค่อย ๆ ดัดแปลงความคิดเก่า ๆ ของตนเอง
---- คุณพูดห้วน ๆ เอาดีใส่ตัว แต่ไม่ได้พูดให้กระจ่าง นี่คือเล่ห์ของคุณ


โครงสร้างทางสังคมกำหนดพฤติกรรมทางสังคม สัมพันธภาพทางดิ่งระหว่างผู้มีอำนาจที่อยู่ข้างบนกับผู้ไม่มีอำนาจที่อยู่ข้างล่าง เป็นโครงสร้างที่บีบคั้น ทำให้เกิดความทุกข์ มีการเรียนรู้น้อย และพฤติกรรมเบี่ยงเบนต่างๆ เช่น การเฉื่อยงาน การซ่อนข้อมูล การนินทาว่าร้าย การออกใบปลิว การลอบแทงข้างหลัง ในองค์กรทั้ง 5 ประเภท ล้วนมีสัมพันธภาพทางดิ่ง คือ การเมือง ราชการ การศึกษา ธุรกิจ และศาสนา คนทั้งหมดจึงตกอยู่ในสภาพถูกจองจำในโครงสร้างทางดิ่งขององค์กร
---- การที่ คมช. มาฉีกรัฐธรรมนูญ ปล้นประชาธิปไตยไปจากประชาชนด้วยปืน
---- ทั้งที่ที่ไต้หวัน เกาหลี ฝรั่งเศส เขามีจลาจลทั่วประเทศ ก็ยังไม่มีทหารกลุ่มไหนมายึดอำนาจ
---- การใช้อำนาจแนวดิ่งของ คมช. ก็คือ ตั้งพรรคพวกเป็นสภา เป็นองค์กรอิสระ เป็น กก.รสก.
---- พวกนี้มาฟันเงินเดือนกันเดือนละนับแสน ๆ แถมยังเบิกงบลับไปเลี้ยงดูกัน
---- พวกคนชั่ว ไล่ออกย้าย ขรก.เป็นว่าเล่น
---- มันทำให้ ปชช.ทนไม่ได้ ต้องคุยกันเบาๆ หมดอาลัยตายอยาก เกิดคลื่นใต้น้ำ เพราะพวกมันมีปืน
---- คุณเห็น คมช. ทำชั่ว หรือเห็นประชาชนที่ถูกบีบคั้นประพฤติชั่วกันแน่


สังคมใดที่มีสัมพันธภาพทางดิ่ง เศรษฐกิจจะไม่ดี การเมืองจะไม่ดี และศีลธรรมจะไม่ดี และจะไม่มีทางดี ตราบใดถ้ายังไม่ปรับเปลี่ยนสัมพันธภาพที่ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน และสามารถรวมตัวร่วมคิดร่วมทำอย่างกว้างขวาง ที่เรียกว่ามีความเป็นประชาสังคม (Civil Society)
---- เหมือนที่สนธิมีทะเบียนสมรสซ้อน ซึ่งตามระเบียบราชการต้องไล่ออกใช่ไหม
---- เหมือนสุรยุทธ์ บุกรุกที่ป่าสงวน (รับของโจร) ปลูกบ้านหลายสิบล้าน แต่เสียค่าเช่าที่ดินปีละ 200 บาท!


คนไทยจะมีความสุขและมีการอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ก็ต่อเมื่อเข้าใจและจัดความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจ 3 ประเภท ได้อย่างถูกต้อง อำนาจ 3 ประเภท คือ 1.อำนาจรัฐหรือพลานุภาพ อำนาจรัฐอันมีมาแต่เดิม เป็นอำนาจที่ติดอาวุธ คือมีกองทัพและตำรวจ จึงถือเป็นอำนาจที่ใช้พละกำลัง หรือพลานุภาพ 2.อำนาจเงินหรือธนานุภาพ ในระบบทุนนิยม เงินมีขนาดใหญ่และมีอำนาจมาก เรียกว่าเป็นธนานุภาพ ตามปกติธนานุภาพก็จะพยายามมาใช้อำนาจรัฐให้เป็นประโยชน์แก่ตน แต่บางครั้งก็จะใช้เงินเข้ามายึดอำนาจทางการเมืองเสียเลย เช่น รัฐบาลทักษิณ เมื่ออำนาจรัฐและอำนาจเงินเข้ามารวมกันจะทำให้อำนาจในสังคมเสียดุลอย่างรุนแรง อะไรที่เสียดุลยภาพอย่างรุนแรงก็จะวิกฤต
---- คุณกล่าวหาทักษิณแบบมีมูลหรือไม่
---- คุณอย่าชั่วนัก อย่าอาศัยบารมีส่วนตัว มาว่าคนอื่นเสีย ๆ หาย ๆ ให้สาวกพยักหน้าหงึก ๆ
---- ถ้าเขาทำผิด ต้องตัดสินด้วยกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะไปตราหน้าว่าเขาผิดทั้งที่ศาลไม่ตัดสินไม่ได้
---- คุณทำตัวเพียงสร้างข่าวลือ ช่วยคนชั่วให้มาทำรัฐประหาร คุณช่างชั่วช้านัก


ทั้งอำนาจรัฐและอำนาจเงินล้วนเป็นอำนาจทางดิ่ง (ดูรูป) อำนาจทางดิ่งอาจจะใช้แก้ปัญหาในครั้งโบราณได้ เช่น การเก็บภาษี การควบคุมคน และการต่อสู้กับการรุกรานจากภายนอก แต่ปัจจุบันสังคมมีความซับซ้อนและมีปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย เช่น ความยากจน ความอยุติธรรมในสังคม การรุกรานทางเศรษฐกิจจากภายนอก อำนาจทางดิ่งแก้ปัญหาที่ซับซ้อนไม่ได้ ดังที่รัฐบาลทักษิณมีอำนาจมาก แต่แก้ปัญหาหลักๆ ในสังคมไม่ได้เลย เป็นต้น
---- อำนาจรัฐเป็นแนวดิ่งเสียทีเดียวที่ไหน
---- เขามีอำนาจรัฐแบบ เทศบาล อบต. อบจ. ที่ประชาชนเลือกในทุกพื้นที่ ยังหาว่าแนวดิ่ง
---- รัฐบาลก็มาจากการเลือกตั้ง แต่คุณว่าแนวดิ่ง แต่ทหารยึดอำนาจประชาชนคุณกลับไม่ว่า
---- ทำไมคุณจึงแย่ได้ขนาดนี้ บาปที่คุณทำ จะเผาผลาญจิตใจคุณและส่งคุณลงนรก


3.อำนาจทางสังคม (สังคมานุภาพ) อำนาจทางสังคมเป็นอำนาจทางราบอันเกิดจากการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำด้วยความเสมอภาค มีการเรียนรู้หรืออำนาจทางปัญญา มีอำนาจของความถูกต้องหรือธัมมานุภาพ ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น การอนุรักษ์วัฒนธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคน ใช้สันติวิธีและแนวทางมัชฌิมาปฏิปทา สังคมานุภาพ มาจากคำว่า สังคม+อานุภาพ เพื่อให้ล้อกับพลานุภาพ หรืออำนาจของการใช้พละกำลัง และธนานุภาพหรืออำนาจของการใช้เงิน สังคมานุภาพคือประชาธิปไตยที่แท้จริง+ปัญญานุภาพ+ธัมมานุภาพ ด้วยประชาธิปไตยที่แท้จริงหรือสังคมานุภาพ (+ปัญญานุภาพ+ธัมมานุภาพ) เท่านั้น สังคมจึงจะมีพลังพอที่จะฝ่าฟันความซับซ้อนของสังคมปัจจุบันไปสู่ความร่มเย็นเป็นสุขได้
---- เล่นลิ้นจริง ๆ เลย คุณประเวศ ชอบใช้คำแปลก ๆ ยกหางตัวเองร่ำไป
---- มีสักกี่ชุมชนที่เป็นแบบอุดมคติอย่างคุณว่า
---- ถ้ามีก็เป็นแค่ข้อยกเว้นเล็ก ๆ ใช้กับทั่วไปไม่ได้ เช่นสันติอโศก
---- เล่ห์ของคุณคือเที่ยวใช้คำพุทธ + คำหวาน + คำมีความรู้ (นิดหน่อย) มาหลอกคน
---- ที่ผ่านมา รัฐบาลทักษิณก็พยายามส่งเสริมชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็น OTOP ทุนการศึกษา SML ฯลฯ
---- ไม่เคยมีรัฐบาลใดทำเพื่อชาวบ้านและให้ชาวบ้านเท่านี้ ให้จนอภิสิทธิ์ชนทนไม่ได้ต้องรัฐประหาร


สังคมานุภาพไม่ควรคิดทำลายอำนาจรัฐและอำนาจเงิน แต่ดึงเข้ามาทำงานร่วมกัน อำนาจรัฐและอำนาจเงินก็ควรส่งเสริมความเติบโตของอำนาจทางสังคม เพราะจะทำให้เกิดดุลยภาพของอำนาจทั้งสามในสังคมต่อเมื่อมีดุลยภาพของอำนาจในสังคม สังคมจึงจะมีความเป็นปกติและยั่งยืน
---- คุณชอบพูดจาให้ดูดี ผมขอกระชากหน้ากากชั่วของคุณสักหน่อยเถอะ
---- คุณพูดส่งเดช เอา 3 อย่างที่ไม่เกี่ยวกันนักมาพูด แล้วบอกต้องรวมกัน
---- คุณไม่มีปัญญาพูดเลยว่า HOW ทำอย่างไร ได้แต่พูดส่งเดช เจื้อยแจ้ว
---- พูดแบบว่า ถ้าเอาความดีของท่านพุทธทาส + ความหล่อของสมบัติ + เสียงของสุรพลมารวมกันได้ก็จะดี
---- การที่คุณพูดว่า How ไม่ได้ ก็เพราะคุณไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างไร ได้แต่เสนอ ๆ เพื่อให้ตัวเองดูดี
---- คุณพยายามทำอย่างนี้ มีจุดหมายเดียวคือยกหาง เพราะสิ่งที่คุณพูดมันไม่ realistic เอาเสียเลย


ปี 2550 คงจะมีความผันผวนทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมมาก ขอให้เพื่อนคนไทยตั้งสติให้ดี พยายามทำความเข้าใจเรื่องจิตสำนึกใหม่ และ "สังคมานุภาพ" พลังของจิตสำนึกใหม่ และพลังของ "สังคมานุภาพ" อันมหาศาลเท่านั้นที่จะพาเราออกจากวิกฤตการณ์แห่งยุคสมัย ขอให้เพื่อนคนไทยมีความสุขสวัสดี
---- แล้วคุณก็จบดื้อ ๆ แบบหนีปัญหา
---- ผมจะบอกให้ สังคมไทยไม่ได้สิ่งดีๆ จากคุณแม้แต่น้อย เพราะคุณมันพูดและเขียนในสิ่งที่เอาดีใส่ตัว
---- ผมว่าคุณเป็นซาตาน คุณไม่ใช่คนดีหรือคนมีความรู้แท้หรอก
fearae@yahoo.com (IP:202.90.118.214)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 5 ก.พ. 2550 (16:04)
อ่านความเห็นที่ 16 แล้วขำค่ะ
เพราะแสดงว่าท่านไม่เคยติดตามผลงานของหมอ ให้ต่อเนื่องและละเอียดสักหน่อย
จะเห็นว่าคุณหมอวิเคราะห์สังคมออกมาตามความเป็นจริง และได้พยายามเสนอทางออกที่ดี
ให้แก่รับบาลมาทุกยุคทุกสมัย แต่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยก็ไม่ใส่ใจฟัง หรือปฏิบัติตามเพราะ
ข้ออ้างที่ว่าทำไม่ได้ (หรือไม่ได้ทำ) เพราะฉะนั้นปัญหาที่คุณหมอเคยวิเคราะห์ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว มันก็มาเป็นจริงในวันนี้ และท่านผู้เก่งกาจทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองในปัจจุบัน ก็จะโก่งคอร้องเหมือนกันเป็นเสียงเดียวว่า สิ่งที่คุณหมอพูดนั้นทำไม่ได้
ซึ่งก็พอสรุปได้ว่า ไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพูด ไม่สนใจจริงจัง ปัญหาก็เลยหมักหมมจนเน่าเอย่างทุกวันนี้ การที่สังคมของเรากลายเป็นสังคมคนไอคิวต่ำกว่าชาวโลก (เทียบไม่ได้กับประเทศภูฏานที่คนของเขา low profile แต่คุณธรรมสูงและมีความสุข) เด็ก ๆ โง่งมเล่นแต่เกมส์ วัน ๆ นั่งแชตแต่อินเตอร์เนต ก็เพราะอะไร ความคิดที่ 16 คงมองไม่ออกใช่ไหมเอ่ย แค่ฟังความเห็นด้วยคำพูดที่หยาบคาย เสียดสี ไม่ใช้การอธิบายด้วยเหตุผลที่อารยชนเขากระทำกัน ก็พอรู้แล้ว คุณคือผลพวงของอะไร คงผูดเกิดจากยุคสมัยของรัฐบาลกี่สมัยที่บอกแต่ว่าความคิดของหมอประเวศ ความคิดเรื่องคุณธรรมนั้นทำไม่ได้ นั้นไง
ป้า (IP:202.44.7.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 6 ก.พ. 2550 (10:15)
คุณความเห็น 16 สามารถมองทะลุเข้าถึงเบื้องหลังหน้ากากมายาได้ทะลุปรุโปร่ง

เนื่องจากการสื่อสารที่ทันสมัยในปัจจุบัน พวกสวมหน้ากากหลอกชาวบ้านไม่สามารถ

ทำได้แนบเนียนอีกต่อไปแล้ว เหมือนพรรคการเมืองประชาธิปัตย์ประชาชนจะรู้ทันหมด

ไม่สามารถเอาความดีใส่ตัวความชั่วใส่คนอื่นได้อีกต่อไป
ผู้รักความจริง (IP:124.120.34.212)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 27 มี.ค. 2550 (12:05)
ชื่นชมคุณหมอตลอดเห็นความจริงใจของคุณหมอที่ต้องการเห็นความสุข สงบ ของมวลมนุษย์และสัตว์ร่วมโลก ความมีเมตตาของคุณหมอแผ่ความเย็นกายเย็นใจให้กับที่มีจิตอันเป็นกุศล ขอให้คุณหมอทำหน้าที่ราษฏรอาวุโสต่อไปนานๆนะคะ
ผู้รักความจริงยิ่งกว่า (IP:222.123.133.51)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.