ฟอสซิลของไดโนเสาร์นักล่าบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างกับเรา โพสต์เมื่อ:
22:01 วันที่ 11 มิ.ย. 2548 ชมแล้ว:
205,005 ตอบแล้ว:
3
 การแข่งขันกันหาอาหารในป่านั้นสามารถทำให้คอเกิดการบาดเจ็บได้ดังนั้นไดโนเสาร์ที่มีชื่อว่า Brachytrachelopan mesai จึงวิวัฒนาการให้คอมีขนาดสั้นลง
ปัจจุบันได้พบฟอสซิลของไดโนเสาร์ชนิดคอสั้นที่อาศัยอยู่ในพาตาโกเนีย (Patagonia) ประเทศอาเจนตินา เมื่อประมาณ 150 ล้านปีที่ผ่านมา ในช่วงตอนปลายของยุคจูลาสสิค มันไดโนเสาร์ในกลุ่มเซอโรพอด (Sauropod) ซึ่งรวมถึงไดโนเสาร์ดิพโพรโดคัส (Dioplodocus) ซึ่งตัวใหญ่และยาว 30 เมตร
ไดโนเสาร์ในกลุ่มเซอโรพอดนี้ปกติมักมีคอที่ยาว ซึ่งทำให้มันสามารถเอื้อมถึงต้นไม้สูงๆ เพื่อเป็นอาหารได้อย่างดี แต่ว่าซากฟอสซิลของ B. mesai มีขนาดยาวเพียง 10 เมตร แม้ว่าอยู่ในวัยที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วก็ตาม
Oliver Rauhut นักสัตว์และพืชดึกดำบรรพ์ และนักธรณีวิทยา ของ Bavarian State Collection ในเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันนี กล่าววว่า คอที่ยาวไม่มีความจำเป็นและสูญเสียพลังงานโดยใช่เหตุสำหรับสิ่งที่ชีวิตที่อาหารของมันหาได้ง่ายอยู่ในระดับพื้นอยู่แล้ว และนี่จึงสามารถอธิบายถึงการมีชีวิตอยู่ของ B. mesai เขาอธิบายว่า ธรรมชาติมีแนวโน้มที่จะกำจัดโครงสร้างที่ไม่จำเป็นทิ้งไป เขาและเพื่อนร่วมงานของเขาได้รายงานผลการค้นพบของเขาในวารสาร Nature (ref.1) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
Rauhut กล่าวเสริมว่า ตัวอย่างที่เขาพบเป็นตัวอย่างที่ได้รับการเก็บรักษาไว้ย่างดีมาก ถึงแม้ว่าเราจะพบมันช้าไป 2-3 พันปี หลังจากมันได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะ
Paul Barrett นักสัตว์และพืชดึกดำบรรพ์ จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ ในกรุงลอนดอน ชี้ว่า ไดโนเสาร์ชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า ออนิโธพอด (Ornithopods) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินหญ้าในยุคจูลาสสิคในทวีปอื่น นั่นหมายความว่า B. mesai อาจกับเผชิญกับการแข่งขันในเรื่องแหล่งอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ทีมงานกล่าวว่า นอกจากนั้น ฟอสซิลนี้ยังให้ร่องรอยที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับการวิวัฒนาการของไดโนเสาร์เซอโรพอด ไดโนเสาร์ที่มีคอสั้นมีความเกี่ยวพันมากที่สุดที่จะมาจากแอฟริกา B. mesai มีความคล้ายคลึงกันน้อย กับเซอโรพอดที่มีการวิวัฒนาการไปเมื่อเร็วๆ นี้ในอเมริกาใต้ และมีความคล้ายคลึงกันที่น้อยพอๆ กันกับไดโนเสาร์ที่อยู่ในทวีปทางเหนือ
จากข้อเปรียบเทียบทั้งหมดนี้ พบว่ามันมีการวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วในช่วงจูลาสสิคยุคกลาง หลังจากที่มีการแยกกันของทวีปทางครึ่งโลกเหนือและครึ่งโลกใต้ แต่ก่อนที่แอฟริกาและอเมริกาใต้จะแยกจากกันอย่างสมบูรณ์ Barrett กล่าวว่า มันเหมือนกับว่าไดโนเสาร์พวกนี้พยายามที่จะสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และฟอสซิลเหล่านี้ยังบอกเราได้อีกมากเกี่ยวกับว่าระบบนิเวศวิทยามีการวิวัฒนาการเป็นอย่างไร
ที่มา http://www.nature.com/news/2005/050531/full/050531-5.html
References
1. Rauhut O. W. M., et al. Nature, 435. 670 - 672 (2005).
|
จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 11 มิ.ย. 2548 (22:11)
 a, Diplodocid Diplodocus carnegii (Upper Jurassic Morrison Formation, USA)
b, dicraeosaurid Dicraeosaurus hansemanni (Upper Jurassic Tendaguru Beds, Tanzania)
c, dicraeosaurid Brachytrachelopan mesai (Upper Jurassic Cañadón Cálcareo Formation, Argentina).
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 27 ส.ค. 2550 (18:16) ดี
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 11 พ.ย. 2550 (19:11) ชอบเรื่องราวของไดโนเสาร์มากค่ะ
|