คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ฝัน ของไทย นอนกันเถิด
โพสต์เมื่อ: 03:45 วันที่ 17 มิ.ย. 2548         ชมแล้ว: 7,917 ตอบแล้ว: 40
(ยกมาจาก http://www.sudipan.net/phpBB2/viewtopic.php?p=8703 )

อายุเฉลี่ย ของคนไทยสมัยนี้ ประมาณ 72 ปี เป็นเวลานอน วันละ 6-8 ชม. หรือ ประมาณ 23 ปี (1/3 ของเวลาชีวิต)

การนอน เป็นส่วนสำคัญและจำเป็นของ วงจรชีวิตประจำวัน
เวลานอน เป็น ช่วงโอกาศ ในการซ่อมแซมดูแลรักษาร่างกาย (body maintenance)
คนที่นอนไม่เพียงพอ จะมีประสิทธิภาพ และความคล่องตัว น้อยลง (คุณหมอ ทั้งหลาย ช่วยต่อหน่อย ...)

ทุกวันนี้ ทำไม บางคน(กว่า 60%) นอนไม่หลับ นอนไม่สบาย ... ตื่นขึ้นมา ปวดหัว ปวดไหล่ ปวดคอ ... อารมณ์เสีย ...???
เราควรจะนอนอย่างไร? ให้สุขภาพดี ให้แจ่มใส ให้ร่างกายมีประสิทธิภาพสูง สร้างเสริมโอกาศให้ชีวิต...

การนอน ควรเป็น วิชาการ วิชาการนอน (นิทราเวทศึกษา?)

วิชาการนอน และเครื่องอุปกรณ์ช่วย ให้นอนหลับดี และสบาย เป็นที่ ต้องการ ของคนทั้งโลก ทุกคืน และต่อไปอีกนาน.

วิชาการนอน จึงควรเป็น วิชาสำคัญ ที่ทุกคนควร ลงทุน เรียนรู้ และ พัฒนา
เครื่องอุปกรณ์ เช่น หมอน ผ้าห่ม ฟูก มุ้ง พัดลม ห้องสงบ ปลอดภัย และ สิ่งศักสิทธิ์คุ้มกันจิคใจ ...

พิธีก่อนนอน เช่น อาบน้ำ สวดมนต์ เข้าสมาธิ ... พิธีหลังนอน ... (แต่ละคนจะมี พิธีการ ก่อนและหลังนอน)

ใครนอนกับเรา? (นอกจาก คนในครอบครัว และ ...) เรายังมี เศษผง ฝุ่น ยุง เรือด ไร มด แมลงขนาดจิ๊ว(micro insects) เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส ... (นักชีววิทยา-แมลง ช่วยหน่อย...)

ท่านอน ที่ทำให้ มีการกด ขัด ฝืน ทางธรรมชาติ ของกระดูกสันหลัง และคอ (หมอนไม่พอดี ฟูกอ่อนหรือแข็งเกินไป) จะทำให้ ขัดหยอก ปวดชา ระหว่างนอน หลังนอน และอาจจะส่งผล ในเวลาอายุสูง ... (หมอ

กายภาพบำบัด ช่วยต่อหน่อย)

บรรยากาศ กลิ่น สี แสง เสียง อุณหภูมิ คลื่นสั่นสะเทือน ความปลอดภัย ... ของบริเวณที่นอน ล้วนมีส่วนในการนอน ให้สบาย ... (ไม่รู้จะเรียกใครช่วยต่อดี ใครรู้ ช่วยหน่อย)

จะสรุปได้ว่า วิชาการนอน ที่มีผลสูงต่อชีวิต ส่งเสริม ประสิทธิภาพ และสุขภาพ ไม่มีความนิยม ไม่มีการเรียนรู้ สร้างความเข้าใจ และนำมาใช้กับชีวิต เพียงพอ

ในวันพรุ่ง การนอน จะเป็นเรื่องสำคัญ และเป็น ฐานเศรษฐกิจ ของประเทศ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การสร้างบรรยากาศ และวิชาการ ที่ส่งออกนอกได้ทั่วโลก


สร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 25 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 26 ก.พ. 2549 (15:32)
นอนอย่างไรให้หลับสนิท
http://www.thairath.co.th/thairath1/2549/techno/feb/25/tec1.php


การได้นอนหลับสนิทถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด หลังจากใช้ชีวิตหัวหกก้นขวิดมาทั้งวัน ในขณะที่บางคนเหนื่อยก็จริงแต่นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายพลิกตัวไปมาฝืนให้หลับอยู่นั่นแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ขอบอกไว้ก่อนว่าอย่าไปบังคับตัวเอง ให้ต้องนอนเลย มาเริ่มจัดชีวิตปรับเปลี่ยนนิสัยกันเสียใหม่ จะเข้าทีกว่า

มูลนิธิเกี่ยวกับการนอนในสหรัฐอเมริกา ให้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่ช่วยให้นอนหลับสบายเอาไว้หลายข้อค่ะ ลองดูตามข้างล่างนี้เลย

ควรเข้านอนให้ตรงเวลาเดียวกันทุกคืน และตื่นขึ้นตามเวลาเดียวกันทุกเช้าจนเป็นนิสัย ไม่เว้นแม้ในวันหยุดสุดสัปดาห์

ก่อนเข้านอนควรทำตัวให้ผ่อนคลาย อาบน้ำ/นอนแช่น้ำอุ่น อ่านหนังสือ หรือฟังเพลงเบาๆ

ภายในห้องควรจะสร้างบรรยากาศในการนอนให้เงียบสงบ เย็นสบาย และไม่มีแสงรบกวน สำหรับที่นอนก็ต้องเลือกที่รองรับตัวได้อยู่ในสภาพดี อันไหนเก่าไป ใช้มา 10 ปีแล้วก็ต้องคัดทิ้ง

ควรออกกำลังกายเป็นประจำ และทิ้งช่วงก่อนเข้านอนสัก 3 ชั่วโมง

จำไว้เลยว่าต้องหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงเย็นและหัวค่ำ หากเป็นคนนอนหลับยาก เครื่องดื่มคาเฟอีนนอกจากกาแฟแล้วยังมี ชา โคลา ช็อกโกแลตอีกด้วย

ข้อนี้ก็สำคัญสำหรับคอยาสูบทั้งหลาย เขาบอกว่านิโคตินในยาสูบจัดเป็นสารกระตุ้น ดังนั้นไม่ควรสูบบุหรี่ก่อนเข้านอน เพราะจะทำให้การนอนหลับไม่มีคุณภาพ ใครมีปัญหานอนหลับยากแนะนำว่าให้ลองเลิกสูบบุหรี่ดู

และสุดท้าย ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน เพราะมันจะเข้าไปขัดขวางการนอนหลับ ทำ ให้ลุกตื่นขึ้นมากลางดึกและนั่นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นอนหลับไม่เพียงพอ

ดูแล้วไม่น่าจะยาก ถ้าอยากนอนหลับให้สนิทลองเริ่มปรับเปลี่ยนนิสัยกันตั้งแต่ วันนี้เลย.
สร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 1 มี.ค. 2549 (15:50)
Copied from Dailynews
http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=81572&NewsType=1&Template=2

=นอนก่อนแล้วมาคุยกันใหม่=
"ขอแนะนำให้ทั้ง 2 ฝ่าย กลับไปนอนหลับพักผ่อนแล้วค่อยกับมาคุยกันใหม่ ตอนนี้จิตแพทย์มีบทบาทให้คำแนะนำ ไม่ได้หมายความว่า นายกฯ ต้องเข้าโรงพยาบาลจิตเวช แต่ท่านควรหาจิตแพทย์ที่มีความรู้ให้คำแนะนำบ้าง ว่าทำอย่างไรให้ได้พักผ่อน อารมณ์แจ่มใส หรืออาจใช้หลักทางพระพุทธศาสนาทำให้จิตสงบ ปล่อยใจให้ว่าง หากจิตใจว่างจะมีอารมณ์แจ่มใส สามารถ รับฟังคนอื่น ทำให้มีอีคิว หรือทักษะทางอารมณ์ โดยอีคิว จะไม่ออกมาในขณะที่มีจิตใจเครียด แต่จะออกมาเมื่ออารมณ์อยู่ในภาวะปกติ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย จะได้อยู่ในอารมณ์ที่ชาญฉลาดในการแก้ไขปัญหาได้ หากมัวแต่เล่นเกมแล้วแพ้ทั้ง 2 ฝ่ายจะเล่นไปทำไม บ้านเมืองเสียหาย ดังนั้นทำอย่างไรจึงเปลี่ยนปัญหาตรงนี้ให้เป็นโอกาส" รศ. ดร.นัยพินิจ กล่าวและว่าในช่วง 5 วันต่อจากนี้แต่ละฝ่ายควรไปพักและคิดทบทวนว่า จะทำอย่างไร หาทางออกไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย หรือเรียกว่า วิน วิน เกมทั้ง 2 ฝ่าย ต้องการการพักผ่อนให้จิตใจสงบ มีจิตใจสมบูรณ์ แล้วเดินหน้าต่อไป
Sleeper (IP:144.138.31.47,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 3 มี.ค. 2549 (07:57)
ผมชอบกระทู้นี้จริงๆนะครับ คุณสร

ง่วงนอนแล้ว เหอๆๆๆ (-_-)
เด็กแรพ (IP:84.141.199.104,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 5 มี.ค. 2549 (22:22)
การนอนกลางวันก็ดีนะครับ ผมชอบ ฮ่าๆ
ต้นกล้าเป็นspy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 191 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 15 มี.ค. 2549 (12:57)
เห็นคุณของการสวดมนต์ภาวนา ระบายความเครียดทำให้ใจสงบ
http://www.thairath.co.th/thairath1/2549/techno/mar/15/tec1.php

...ดร.ซาเมอร์ ภาริกห์ นักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียงของอินเดีย ให้ความเห็นว่า “การสวดมนต์เป็นของมีคุณประโยชน์ มันไหลเลื่อนอย่างเป็นจังหวะ เป็นเครื่องช่วยผ่อนลมหายใจ ช่วยให้จิตใจสงบจากเรื่องฟุ้งซ่าน และยังได้บุญทางจิตวิญญาณด้วย” และเสริมว่า “มันเป็นสมบัติส่วนตัว นึกจะใช้เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องเสียเงินทองแต่อย่างใด ไม่ต้องใช้หยูกยาและไม่มีพิษมีภัยอันใดด้วย”.

Another ancient practice, once again proven by a 'modern' scientist to be another best practice.

Why do we have to sleep? And why do we sleep at night?
สร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 6 พ.ค. 2549 (03:25)
Dailynews ran a 3-day serial and listed intersting suggestions on 'How ro Sleep'.
Some suggestions are opposing and 'none' are with 'source of info'.
So, please treat these as 'folk ideas' and use your judgement!

http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?ColumnId=20919&NewsType=2&Template=1
เคล็ด(ไม่)ลับ...นอนหลับฝันดี(1)


หลายๆคนที่เหนื่อยล้าจากการทำงานมา ก็คงอยากจะพักผ่อนด้วยการนอนหลับอย่างเต็มที่ ให้สมกับที่ทำงานมาเหนื่อยล้าทั้งวัน

แล้วคุณเคยไหมคะ ที่บางวันเหมือนเกิดอาการนอนไม่หลับ ทั้งที่อยากหลับใจจะขาดเพื่อจะพักผ่อนให้เต็มที่ ตื่นขึ้นมารับวันใหม่ เพื่อไปทำงาน...

สำหรับบางคนที่กลุ้มใจอยู่ ลองนำเคล็ดลับ 33 สูตร หลับฝันดีไปใช้ดู...

1. อย่าเข้านอนเพราะว่า "ถึงเวลานอนแล้ว" : แต่จงเชื่อนาฬิกาในตัวคุณเอง โดยสังเกตุจากร่างกายจะสื่อให้ทราบเมื่อถึงเวลา อย่างเช่น การหาวนอน อาการแสบตา ความรู้สึกประเภท "ลานหมด" หัวจะทิ่มลงท่าเดียว หนังตาเริ่มหย่อน ความรู้สึกว่าจะหลับแล้ว แต่ถ้าคุณพลาดสัญญาณต่างๆเหล่านี้ไปแล้ว คุณจะต้องไปอีกอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง กว่าที่จะให้ร่างกายง่วงขึ้นอีกครั้ง เพราะคนเราต่างมีความรู้สึกง่วงนอนต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าง่วงนอนแล้วก็ควรนอนเลย... เพื่อจะได้ไม่เกิดอาการนอนไม่หลับ

2. อย่านอนผิดเวลาทุกวัน : อย่างถ้าคุณรับประทานอาหารเวลาเดิม ก็แนะนำว่าควรเข้านอนเวลาเดิมเป็นประจำ อย่างเช่น ปกตินอน4ทุ่ม ก็ขอให้นอน 4 ทุ่มทุกวัน มิฉะนั้นจะเกิดความเสี่ยงที่จะง่วงนอนผิดเวลา

3. ทดลองหลับแว่บเดียว : อย่างเช่น คุณนั่งบนเก้าอี้โซฟา มือหนึ่งถือช้อนกาแฟ ตรงปลายเท้าของคุณวางจานโลหะไว้ 1 ใบ เมื่อเผลอหลับ มือนั้นก็จะปล่อยช้อนหล่นลงมาบนจานโลหะ ส่งเสียงดัง มันเป็นการปลุกให้คุณตื่น คำอธิบายเมื่อหลับตา คุณจะสามารถตัดข้อมูล ไม่ให้เข้าสู่สมองได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งควรฝึกวันละหลายๆครั้ง

4. พักกลางคัน : เป็นการพักเพื่อลดความเหนื่อยล้า ง่ายๆด้วยการ นั่งสบายๆอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณ หนุนศรีษะบนแขนที่ไขว้กัน หรือ นอนท่าเหยียดยาว หลับตาและปล่อยตัวตามสบาย สัก 5 นาที

5. สะสมการนอน "ช่วงสั้น" ในวันทำงาน : ถ้าจะให้นั่งหลับเวลาทำงานก็คงดูไม่เหมาะสม คุณก็เปลี่ยนเป็นเก็บสะสมความอยากนอนของคุณไว้ เพื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณจะได้นอนพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม ใช้หนี้ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งสัปดาห์

6. งดออกกำลังกายในตอนเย็นหลังเลิกงาน : ความเข้าใจผิดๆ จากการเล่นกีฬาหลังเลิกงาน จะทำให้เหนื่อยจนคุณอยากจะนอน คุณเข้าใจผิด เพราะการออกกำลังกายช่วงหัวค่ำจะทำให้ร่างกายสดชื่นตื่นตัวตากหาก

7. ฝึกชี่กง (ลมปราณ) : ชี่กงเหมาะมากสำหรับสงบความคิดจิตใจ และขจัด ความอ่อนเพลีย ในไม่ช้าคุณจะเรียนรู้ที่จะทำท่าที่ชวนให้ง่องนอนเป็น

8. รับประทานอาหารค่ำแต่หัวค่ำ : แต่ควรหลีกเลี่ยงการเข้านอน "ขณะยังย่อยอาหารอยู่" ควรรอให้ผ่านไปสัก 2-3 ชั่วโมงหลังอาหารมื้อนี้ แล้วจึงค่อยนอน

9. เดินย่อยอาหารมื้อค่ำ : เป็นการรอเวลาจากข้อ 8 ในการรอเข้านอน...

10. เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ กาแฟ น้ำชา : เป็นตัวทำลายความง่วง... และบางครั้งระบบเผาผลาญ บางคนต้อง ใช้เวลาสิบสอง ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเพื่อกำจัดกาแฟเพียงถ้วยเดียว

11. การหาว : จะช่วยผ่อนคลายได้ และทำให้อยากนอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า ได้ยืดแขนยืดขาด้วย

เพื่อความไม่เมื่อยล้าทางสายตาของคุณผู้อ่าน วันนี้ขอแนะนำ 11 ข้อ ก่อนแล้วกัน


http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?ColumnId=20920&NewsType=2&Template=1
เคล็ด(ไม่)ลับ...นอนหลับฝันดี(ภาค 2)


จากเมื่อวานที่บอกไปแล้ว 11 ข้อ วันนี้ มาต่ออีก 11 ข้อกันเลย เพื่อความรวดเร็ว

12.ดื่มเครื่องดื่มชาสมุนไพร : ที่มีคุณสมบัติในการกล่อมประสาทอย่าง ชาคาโมมายล์ ลาเวนเดอร์….จะช่วยให้นอนหลับได้

13.ลดปริมาณอาหาร และ กลูไซด์ (อินทรียสารในคาร์โบไฮเดรต) : มื้อค่ำ หลีกเลี่ยงน้ำตาล ของหวานที่หวานจัด น้ำผึ้ง น้ำอัดลม… เพราะเสี่ยงที่จะเสริมให้โลหิตมีปริมาณกลูโคสต่ำกว่าปกติในตอนกลางคืน

14.รับประทานแอปเปิ้ล ผักกาดหอม และผลิตภัณฑ์จากนม : อาหารเหล่า นี้เป็นเพื่อนกับความง่วง เพราะประกอบด้วยสารหลักใน ตัวยาที่ออกฤทธิ์ วิตามินและเอ็นไซม์ที่เป็นสื่อกลางช่วยให้ง่วงเหงาหาวนอน ควรเลือกผลิตภัณฑ ์จากนมที่ย่อยได้ง่ายที่สุด อย่างโยเกิร์ต (นมเปรี้ยว) นมข้น และเนยแข็งสีขาว ดีกว่าพวกเนยแข็งที่ไขมันสูงและผ่านการหมักเชื้อ สำหรับอาหารค่ำ ควรเลือกอาหารจำพวกปลานึ่ง ผักนึ่ง และผลไม้ที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหาร ที่มีไขมัน ผลิตภัณฑ์จากหมูเนื้อ เครื่องเทศและเครื่องปรุงรส

15. ก่อนนอนอย่าดื่มน้ำมากเกินไป : ตั้งแต่เวลา 18 นาฬิกาเป็นต้นไปจงลดการบริโภคของเหลว แต่ละหว่างวันควรดื่มน้ำมากๆค่ะ

16. เสียงรบกวน : เสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ลดทอนการนอนหลับ ลองหาสำลีอุดหูหรือติดกระจกซ้อนสองชั้น ปูพรมตลอดห้อง ใช้เพดานเก็บเสียง...

17.หัวเราะวันละหลาย ๆ ครั้ง : หัวเราะเป็นการรักษาสมดุลของระบบประสาท สำหรับบางคน "หัวเราะนาทีเดียวมีค่าเท่ากับการ ผ่อนคลายร่างกายสี่สิบห้านาทีเต็ม"

18. ที่นอนเป็นเรื่องสำคัญ : เลือกฟูก ขนาดที่นอน ขนาด 160 คูณ 200 ซ.ม. กว้างกว่าฟูกมาตรฐานขนาด 140 คูณ 190 ซ.ม. หรือไม่ก็ไปหาฟูกแบบอเมริกัน เลือกตามชอบใจว่าจะเป็น คิงไซส์ ขนาด 190 คูณ 200 ซ.ม. หรือแคลิฟอร์เนียนคิงไซส์ ขนาด 180 คูณ 210 ซ.ม.

19. ตรวจสอบทิศทาง สำหรับการวาง เตียงนอน : คือให้ศีรษะหันไปทางทิศเหนือ เท้าไปทางทิศใต้ตามทิศทาง ของคลื่นแม่เหล็กโลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่าให้ศีรษะหันไปทางทิศ ตะวันออก

20. สีผนังห้องนอน : การใช้สีฟ้ากลาง ๆ เป็นสีสำหรับ การนอนที่ดีที่สุด

21. แสงสว่าง : ลดไฟฟ้าในห้องนอนของคุณ หรือปิดตาสักครู่ก่อนดับไฟ จะช่วยให้ร่างกายปรับความสมดุลง่ายขึ้น โดยช่วงเวลาเปลี่ยนแปลงคือ 2-3 นาที และปฏิบัติกลับกันในตอนเช้า

22.ไม่ควรนำต้นไม้ใบเขียวไว้ในห้องนอน : เพราะต้นไม้ที่อยู่ภายในห้องนอนจะมาแย่งออกซิเจนเรา ถ้าอยากได้ต้นไม้มาตั้งในห้องนอนจริงๆ ก็ควรเป็นต้นไม้ปลอมดีกว่า...


http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?ColumnId=20921&NewsType=2&Template=1

เคล็ด(ไม่)ลับ...หลับฝันดี(จบแล้ว)


ต่อจากเมื่อวาน กับ 11 ข้อสุดท้ายกันแล้ว...

23. วารีบำบัด : สปาบางแห่งเสนอวิธีบำบัดที่ช่วย สำหรับการนอนหลับ ประกอบด้วยการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ โดยการแช่น้ำในอ่างที่ผสมหัวน้ำมันดอกลาเวนเดอร ์จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

24. อุณภูมิภายในห้องนอน : ควรให้อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 20 ถึง 25 องศาเซลเซียส

25.ควบคุมการหายใจ : ร่างกายเพิ่มการหายใจในระดับทรวงอกเอง หายใจเข้าช้า ๆ และลึก ๆ โดยใช้ท้องแบบสบายๆไม่ต้องฝืน และ ต่อเนื่องกัน จากนั้นหายใจออกแล้วหยุดไว้สองวินาที ก่อนหายใจใหม่อีกครั้ง การหยุดช่วงสั้น ๆ ทำให้ระบบประสาทสงบลง ให้ปฏิบัติการหายใจในท่านอนเหยียดยาวก่อนนอน

26. น้ำมันหอม : ระเหยผสมลงไปในน้ำมันฐาน หรือครีมที่เป็นกลาง ถ้าชอบจะเพิ่มน้ำมันหอมระเหย (ดอกลาเวนเดอร์ ดอกมาร์จอแลน ดอกบาซิลิก หรือเนโรลี) โดยหยดผสมไปกับน้ำมันฐาน (น้ำมันหอม ระเหยมากที่สุด 5 เปอร์เซ็นต์ น้ำมันฐานถ้าเป็นไปได้ ใช้ชนิดบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ตามธรรมชาติ) โดยใช้นวดตัว และเน้นที่เท้า กลุ่มเส้นประสาท เส้นโลหิต หรือต่อมน้ำเหลือง เทคนิคอื่นในการคลายเครียดได้แก่ การใช้ฝ่ามือทั้งสองนวด โดยกางนิ้วออก นวดศีรษะเบา ๆ ไล่จากคางขึ้นไปถึงหน้าผาก แล้วย้อนกลับลงมาที่ท้ายทอย คุณนวดที่หางตาได้ด้วยเช่นกัน

27. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ : วิธีนี้ช่วยลดภาวะตึงเครียด สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ การนอนง่ายคือบังคับควบคุมความรู้สึกของสายตาและไม่คิดอะไร ขณะนอนหลับ ระบบสัมผัสทั้ง 5 ของเราจะได้พักผ่อนเต็มที่ เริ่มต้น จากการมอง การรับกลิ่น การรับรส การสัมผัส และสุดท้ายการได้ยิน

28.อาบน้ำร้อน : การทำเช่นนี้มี ปฏิกริยากล่อมประสาทให้ง่วงนอน (สำหรับแปดในสิบหน) วิธีการคือ เพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นจาก 35 ถึง 39 องศาเซลเซียส และคุณสามรถเติมสมุนไพร สกัดลงในอ่างน้ำร้อนได้ แต่เพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น เพราะมีเพียงความร้อนเท่านั้นที่ทำปฏิกริยา คุณเพียงแต่แช่ เท้าในน้ำร้อนก็ได้ ซึ่งจะต่อเนื่องถึงอุณหภูมิของร่างกาย และมีผลผ่อนคลายกลุ่มร่างแหเส้นประสาท เส้นโลหิต หรือหลอดน้ำเหลือง ให้ปฏิบัติก่อนเข้านอน

29. วางมือทั้งสองข้างบนหน้าท้อง : ความร้อนจากมือช่วยผ่อนคลาย อวัยวะภายในช่องท้องที่ขวางการไหลเวียนพลังงาน

30. อย่าคาดหมายล่วงหน้า : พยายามอย่านึกคิดล่วงหน้าถึงการนัดหมาย เพราะว่าความกังวล จะทำให้คุณนอนไม่หลับ

31. ผ่อนคลายตัวเองด้วยการหลับตา : จินตนาการถึงการอาบน้ำ ฝักบัวเย็นฉ่ำที่ราดรดลงมาจาก ศีรษะแล้วไหลไปตามลำคอ นำพาความเครียดทั้งวัน ที่ผ่านมาให้ไหลไปตามทางน้ำ หรือใช้วิธีหายใจลึกๆ ผสานกับการคิดแต่ในแง่ดี ("ฉันยอมหลับอย่างวางใจ" "ฉันรู้สึกผ่อนคลาย เต็มที่")

32. บอกเลิกกิจกรรมทุกอย่าง : สามชั่วโมงก่อนนอน ที่คร่ำเคร่งและใช้สติปัญญา หยุดอ่านหนังสือถ้ามันจุดจินตนาการของคุณให้ทำงาน ผลักดันให้ฝันหรือใช้ความคิดใคร่ครวญ

33. สังเกตสิ่งทำแล้วหลับได้ดี : เพื่อจะได้นำมาใช้ใหม่ ในค่ำคืน ที่นอนไม่หลับสักที

เคล็ดลับง่ายๆ แค่นี้ คุณก็สามารถนอนหลับฝันดีกันได้แล้ว...

ยังไงก็ขอให้นอนหลับฝันดีกันทุกคนนะ...
สร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 7 พ.ค. 2549 (01:56)
จะว่าไป มันก็ดึกแล้วนะ ไปนอนดีกว่า
drink (IP:203.113.16.241,203.113.45.205,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 22 พ.ค. 2549 (19:09)
การกระทำเยี่องนี้ไม่น่าเอาเป็นแบบอย่างที่ดีและขอสาปแช่งให้ไอ่พวกที่กระทำพฤติกรรมอย่างนี้เลิกเสียก่อนที่จะถูกฟ้าดินลงโทษ
nook_a123@hotmail.com (IP:61.19.33.142,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 30 พ.ค. 2549 (16:53)
ผมเห็นว่า นอนมากก็ไม่ดี นอนน้อยก็ไม่ดี
ทางที่ดีต้องนอนให้พอเหมาะพอควร แต่เกิดปัญหาอีกว่า นอนเท่าไหร่จึงจะพอครับ
ศรีปิงเวียง (IP:125.24.82.190,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 2 มิ.ย. 2549 (16:44)
นอนหลับเต็มอิ่มช่วยรักษารูปร่าง สาวนอนน้อยกลับกินอาหารมาก
http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=7948
นักวิจัยมหาวิทยาลัยเคส เวสเทิร์น รีเสิร์ฟ ของสหรัฐอเมริกาติดตามศึกษาสตรีจำนวนเกือบ 70,000 คนเป็นเวลานาน 16 ปีพบว่า การนอนหลับให้เต็มอิ่มไม่แต่เพียงทำให้ร่างกายสดชื่นเท่านั้น หากยังช่วยให้รูปร่างสะโอดสะองได้

พวกเขาพบว่าผู้หญิงที่นอนคืนละไม่เกิน 5 ชั่วโมง ระหว่างช่วงระยะเวลาเหล่านั้น มากถึงเกือบ 1 ใน 3 พากันอ้วนท้วนขึ้น น้ำหนักเพิ่มอย่างต่ำกันถึงคนละ 15 กิโลกรัม การศึกษานับเป็นการศึกษาอิทธิพลของการนอนกับการเพิ่มน้ำหนักตัว ในช่วงระยะเวลายาวครั้งแรก ยังได้พบว่า ผู้หญิงผู้ที่นอนน้อย 15% มีโอกาสจะอ้วนกว่าเพื่อนคนที่นอนนานมากกว่ากัน

หัวหน้าคณะนักวิจัย ดร.สัญชัย ปาเตล กล่าวว่า “แม้ว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอาจจะดูไม่มาก เนื่องจากเป็นน้ำหนักเฉลี่ย แต่น้ำหนักที่ผิดกันเพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้บางคนมีความเสี่ยงต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น อย่างเช่น อาจจะเสี่ยงกับการเป็นโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง” เคยมีการศึกษาพบว่า ผู้ที่อดนอนแค่เพียงไม่กี่วัน ฮอร์โมนควบคุมความหิวจะทำให้ผู้นั้นรู้สึกหิวมากขึ้น ดังนั้น เราคิดว่าผู้หญิงที่นอนน้อยอาจจะกินจุขึ้น.

Isn't this wonderful, girls?
You can save money, get thin and look beatiful by just sleeping more.
It is then true as they say, 'have a beauty sleep'.

{The research for 'happy life' is supported overseas. I wish ...}
สร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 4 พ.ย. 2549 (23:43)
มีประโยชน์มาก คุ้มค่าที่ได้แวะมา
อารยา (IP:203.107.200.126,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 18 พ.ย. 2549 (02:59)
นอนหลับสนิทดีทำให้เกิดปัญญาดี นร.สอบคะแนนดีล้วนแต่นอนหัวค่ำ [18 พ.ย. 49 - 00:45]
http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=26979

คณะนักจิตวิทยามหาวิทยาลัยโรม ได้ร่วมกันทบทวนรายงานผลการศึกษา คุณประโยชน์ของการนอนที่มีต่อสติปัญญารวมกันไม่ต่ำกว่า 100 เรื่อง ได้พบว่าการอดนอนมากเกินไปเป็นผลเสียแก่ความจำและการเรียนรู้ข้อมูลใหม่ๆ อย่างเช่น นักเรียนที่นอนไม่หลับจะสอบได้คะแนนไม่ดี ... การศึกษาซึ่งทำกับนักเรียนมัธยม 3,000 คน อีกเรื่องหนึ่ง แสดงว่านักเรียนที่สอบได้คะแนนดี จะใช้เวลานอนมากกว่า เข้านอนแต่หัวค่ำและนอนกระ-สับกระส่ายน้อยกว่า เพื่อนนักเรียนที่ได้คะแนนต่ำกว่า.

One more tick for 'good sleep'. All 'nocturnal' people should consider.
SR (IP:144.134.69.212,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 3 มี.ค. 2550 (04:30)
[Another reason for people to have 'good sleeps' -- I mean as a 'national' agenda,
in the same level as 'housing', 'clean water, air and land', health and education, ...
Sleep is 'essential' and a factor of people's performance.
Let us have good sleeps ]

คิดอะไรไม่ออกให้นอนก่อน 1 คืน ฟื้นตื่นขึ้นมาจะ จัดการเรื่องได้ [2 มี.ค. 50 - 00:07] http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=38673


อาจารย์บ๊อบ สติกโกล์ด ศาสตราจารย์ วิชาจิตวิทยา โรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ กล่าวแจ้งว่า การนอนทำให้จำได้ และเปิดโอกาสให้สมองได้จัดการกับข้อมูลมากมาย ที่เราได้รับในแต่ละวันด้วย พร้อมกับอธิบายว่า “การนอนไม่ เพียงแต่ทำให้เราจำได้ เท่านั้น หากสมองยังใช้เวลาสกัดเก็บความหมายออกมาด้วย สมองจะคั้นเอาแต่สิ่งที่เป็น หัวๆ จากประสบการณ์ ของเรา คล้ายกับที่เรารู้ว่าหมากับแมวต่างกันอย่างไร มันค่อนข้างจะอธิบายยากสักหน่อย”

นิตยสารวิทยาศาสตร์ “นิวไซเอนติสท์” รายงานผลของการศึกษาว่า ดร.บ๊อบนักวิจัยชั้นนำกับคณะได้ศึกษาเปรียบเทียบผลการทดสอบความจำ ระหว่างนักศึกษา 2 ชุด โดยให้ชุดหนึ่งมีโอกาสนอนพักก่อนทดสอบ ปรากฏผลว่าชุดที่ได้นอน สามารถจำได้ดีกว่า

ศาสตราจารย์จอห์น โกรเกอร์ ของศูนย์วิจัยการนอนมหาวิทยาลัยเซอเรย์ ที่อังกฤษให้ความเห็นว่า “คนทั่วไป รู้สึกฉงนกับคุณประโยชน์ของการนอนกันมานานแล้ว เรารู้แต่เพียงบางแง่ทางด้านเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน แต่บัดนี้เรารู้ว่า เราได้เก็บสั่งสมประสบการณ์จำนวนมหาศาลอยู่ในหัวเราทุกวัน และการนอนดูเหมือนก็เพื่อให้สมองของเราได้จัดการกับเรื่องทั้งหมด”.
สร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 8 มี.ค. 2550 (21:42)
ขอบคุณครับ อ่านแล้วอยากไปนอนเลย Goodnigt ครับ

ปล.ช่วงนี้ยังchatอังกฤษอยู่รึเปล่าครับ ผมชอบไปอ่านเล่นๆ แต่ไม่รู้จะโต้ตอบอะไรกับเขา
เพราะแต่งประโยคตอบโต้ไม่เป็น เหอๆ
Tanname เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 748 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 162 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 7 เม.ย. 2550 (18:35)
เวลานอนเราจะสวดมนต์ในใจอ่ะ แล้วมันจะหลับเร็วมาก อย่างเช่นบางครั้งเราแผ่เมตตาอยู่ในใจ พอถึงตอน "อัพยาปัชฌาโหนตุ ........." มันก็จะเริ่มง่วง ๆ แล้วมันก็หลับไปเฉย ๆ เลย ปกติเราเป็นคนนอนยากพอลองสวดมนต์ดูมันหลับง่ายก็เลยคิดว่ามันน่าสนใจดีนะ
noppatoy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 8 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 21 เม.ย. 2550 (10:19)
หาทางลดอาการนอนกรนกันดีกว่า [21 เม.ย. 50 - 00:15]
http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=44317

อาการนอนกรนนั้น เกิดขึ้นขณะหลับแล้วมีสิ่งที่มาอุดกั้นทางเดินลมหายใจ ทำให้หายใจไม่สะดวก ตัวอย่างเช่น เมื่อเราหลับสนิทแล้วลิ้นตกไปด้านหลัง ทำให้ทางเดินลมถูกปิดกั้นเหลือช่องทางที่แคบลง ผลก็คือเกิดแรงสั่นสะเทือนเป็นเสียงกรนสนั่นหวั่นไหว สะเทือนใจ สะเทือนแก้วหูคนข้างเคียงจนนอนไม่หลับไปด้วย

การนอนกรน นอกจากจะถือได้ว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้คนข้างเคียงแล้ว มันยังมี ผลกระทบอย่างสำคัญต่ออารมณ์และสุขภาพร่างกายของตัวคนนั้นเอง โดยเฉพาะถ้าหากเป็นผู้ที่นอนกรนเรื้อรัง ลองทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ ของมูลนิธิการนอนหลับ (National Sleep Foundation) ในสหรัฐอเมริกา

• ขั้นแรกลองลดน้ำหนักตัวลงซักหน่อย เพราะการลดไขมันออกไปจากตัวก็หมายถึง ว่าปริมาณไขมันบริเวณลำคอที่ไปอุดกั้นทางเดินหายใจอันเป็นเหตุให้เกิดเสียงกรน ก็จะได้ลดลงตามไป

• อาจจะลองนอนตะแคง แทนที่จะนอนหงายตามความเคยชินเดิม

• ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน และหยุดสูบบุหรี่ เพราะทั้งสองอย่างนั้นมีผลต่อการนอนกรน อย่างมิต้องสงสัย

• ถ้าลองหลายวิธีแล้วยังไม่หายส่งเสียงกรน ก็คงต้องปรึกษาแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ทั่วไป หรือทันตแพทย์ที่อาจจะมีเครื่องมือช่วยลดการนอนกรนได้.

[SPlease note that there is a "National Sleep Foundation" in the USA and also many other EU countries. Sleep is important for everyone of us. Sleep is a big part in our life. Sleep, please sleep well. ]
SR (IP:144.134.69.141)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 21 เม.ย. 2550 (14:23)
นอนน้อยก็ไม่ดี นอนมากก็โดนด่าครับ....เหอะๆ
MaSaTo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 22 เม.ย. 2550 (07:55)
[Dear MaSaTo,
There are people who believe that waking and working are the only way to live. To them sleep is necessary "EVIL" - more sleep = more evil. Those people live to make money and die leaving money behind. I am saying we live awake and asleep, we work, we play, we eat, we dispose of wastes, we make friends, we make love, ...
All these things are parts of our real life (not movies), we would do well to "balance" them. . Anyway I am leaving you with an article - below.]

ข้อห้ามเมื่อเข้านอน
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=38533&NewsType=2&Template=1

การนอนคือการพักผ่อน หลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน แล้วนอนอย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ วันนี้เกร็ดความรู้มีข้อห้ามทำก่อนนอนมาบอกกัน เพื่อสุขภาพที่ดี...

- อย่าใส่นาฬิกาข้อมือนอน เพราะขณะที่นาฬิกาทำงานไปเรื่อย ๆ นั้น ล้วนปล่อยพลังงาน ถ้าใส่นาฬิกาข้อมือนอน จะมีผลต่อสุขภาพระยะยาว

- ไม่ควรนอนหลับไปพร้อม ๆ กับโทรศัพท์ หรือวางโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้ ๆ ใครที่ชอบใช้มือถือเป็นนาฬิกาปลุกยามเช้า กรุณาเก็บมือถือไว้ห่าง ๆ เพราะหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า โทรศัพท์มือถือ จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาขณะเปิดเครื่องไว้ และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้ มีผลกับระบบประสาท เพราะฉะนั้น ตอนนอนก็ควรปิดโทรศัพท์มือถือซะดีกว่า

- อย่าหลับไปพร้อมกับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเหนื่อยอ่อนเมื่อยล้ายังไง ต้องล้างเครื่องสำอางออกให้หมด เพราะการหลับทั้ง ๆ ที่เครื่องสำอางยังคาอยู่ที่ผิวหน้า จะทำให้เกิดปัญหาด้านผิวพรรณระยะยาว

- (สำหรับสาว ๆ เท่านั้น) อย่าใส่ยกทรงนอน เพราะนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน พบว่าการใส่ยกทรงนานเกิน 12 ชั่วโมง จะเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทรวงอกได้ ฉะนั้น ก็อย่าใส่ยกทรงนอนเลย

รู้ข้อห้ามแล้ว ก็ลองปฏิบัติกันดู เพื่อการนอนที่ดี.
SR (IP:144.138.31.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 28 เม.ย. 2550 (10:42)
นอนท่าไหน? ปลอดภัยหลับสนิท [28 เม.ย. 50 - 00:07]
http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=45135

การนอนหลับถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด แต่จะทราบกันหรือไม่ว่า ท่านอนแบบไหนที่จะทำให้ร่างกายได้นอนพักผ่อน และหลับสนิทตลอดคืนมากที่สุด

คำตอบคือ “นอนตะแคงขวา” จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่นี่ไม่ใช่คำตอบที่สุ่มสี่สุ่มห้าตอบเอง คอลัมน์ “สุขกาย” ของจดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข ของ สสส. เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บอกรายละเอียดของท่านอนหลับสบายไว้ว่า

ท่านอนตะแคงขวาเป็นท่าที่ถูกหลักอนามัยที่สุด เนื่องจากร่างกายจะไม่กดทับหัวใจ ช่วยให้ หัวใจเต้นสะดวก ไม่ทำงานหนักจนเกินไป อาหารจากกระเพาะถูกบีบลงลำไส้เล็กได้ดี ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ด้วย

แต่ว่าคนกลับนิยมท่า นอนหงาย กันมากที่สุด อาจเป็นเพราะสะดวกดี และเหมาะกับร่างกาย ถ้าเลือกนอนท่านี้ควรใช้หมอนต่ำเพื่อให้ต้นคออยู่แนวระนาบเดียวกับลำตัว จะได้ไม่ปวดคอ อย่างไรก็ตาม ท่านี้ไม่ เหมาะกับผู้ป่วยโรคปอดและโรคหัวใจ เพราะกล้ามเนื้อกะบังลมจะกดทับปอด ทำให้หายใจไม่สะดวก คนปวดหลังก็ไม่เหมาะ เพราะจะทำให้อาการรุนแรงขึ้น

สำหรับท่า ตะแคงซ้าย ช่วยลดอาการปวดหลังได้ แต่ควรกอดหมอนข้างและพาดขาไว้ เพื่อป้องกันอาการชา ส่วนอีกท่าหนึ่งคือ นอนคว่ำ เป็นท่าที่ทำให้หายใจติดขัด ปวดต้นคอ เพราะต้องเงยหน้า มาทางด้านหลัง หรือบิดหมุนไปข้างใดข้างหนึ่งเป็นเวลานาน ดังนั้น ถ้าจำเป็นต้องนอนท่านี้ควรใช้หมอนรองใต้ทรวงอก เพื่อป้องกันอาการปวดเมื่อยต้นคอ

สรุปว่าได้รู้ข้อดีข้อด้อยของท่านอนแต่ละท่าแล้ว ก่อนนอนคืนนี้ลองนึกดูก่อนว่าจะเลือกท่านอนแบบไหนดี จึงจะหลับสนิทปลอดภัย จะได้ ตื่นเช้าไปทำงานด้วยความสดชื่น.
SR (IP:144.138.31.140)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 10 พ.ค. 2550 (13:55)
ดิฉันชอบการนอนมากๆ ยิ่งเวลานอนหลับแล้วฝันถึงคนที่รัก ทำให้เป็นสุขบางครั้งไม่อยากตื่น
แต่บางคร้งก็โชคดี เมื่อหลับต่ออีกนิดยังฝันเป็นเรื่องเดิม
ta (IP:125.26.106.38)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.