ลูกเกด ป้องกันฟันผุ โพสต์เมื่อ:
17:00 วันที่ 20 มิ.ย. 2548 ชมแล้ว:
182,466 ตอบแล้ว:
29
ลูกเกด เป็นอาหารเสริมที่ช่วยให้มีสุขภาพปากที่ดี
สารประกอบที่พบในลูกเกด (ผลองุ่นแห้ง) ช่วยต่อต้านแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคเหงือกและโรคฟันผุ จากงานวิจัยของ วิทยาลัย ทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย Illinois แห่ง Chicago, USA.
จากการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการของเราพบว่า พฤกษเคมี (Phytochemical) ที่พบในขนมขบเคี้ยวยอดนิยมนี้ สามารถใช้ป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากบางสายพันธุ์ ที่ก่อให้เกิดโรคในช่องปากได้ ศาสตราจารย์ Christine D. Wu ผู้ช่วยคณะบดี ฝ่ายวิจัย ของ วิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์ UIC (University of Illinois at Chicago) ผู้นำของทีมวิจัยได้กล่าวไว้
รายงานฉบับนี้ได้นำเสนอในงานประชุมประจำปีของสมาคมจุลชีววิทยาแห่งอเมริกา (American Society for Microbiology) ซึ่งจัดในวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมานี้
การวิเคราะห์สารเคมีจากลูกเกดไร้เมล็ด Thompson ได้พบสาร 5 ชนิด คือ oleanolic acid, oleanolic aldehyde, betulin, betulinic acid, และ 5-(hydroxymethyl)-2-furfural ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นที่รู้จักแล้วว่าเป็นพฤกษเคมีซึ่งมีสมบัติเป็น antioxidants ในพืช
กรด oleanoic สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ แบคทีเรีย ในช่องปาก 2 ชนิด คือ Streptococcus mutans ซึ่งก่อให้เกิดโรคฟันผุ และ แบคทีเรีย Porphyromonas gingivalis ซึ่งก่อให้เกิดโรคปริทันต์
สารเคมีดังกล่าวจะให้ผลต่อต้าน แบคทีเรีย ที่ความเข้มข้น ระหว่าง 4 to 1,000 µg/ml และที่ความเข้มข้น 31 µg/ml อีกทั้งกรด oleanoic ยังช่วยป้องการการยึดติดของ แบคทีเรีย Streptococcus mutans กับผิวฟันอีกด้วย การยึดติดบนผิวฟันเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิด Plaque (พลัค) หรือ เยื่อชีวะ เหนียวๆ ที่ประกอบด้วยแบคทีเรียและสารที่มันสะสมอยู่บนฟัน หลังมื้ออาหารที่มีความหวาน แบคทีเรียเหล่านี้จะปล่อยกรดซึ่งจะกัดกร่อนเคลือบฟัน
Wu กล่าวว่า ข้อมูลนี้ ตรงข้ามกับความเข้าใจของผู้คนที่มีมายาวนาน ว่า ลูกเกดนั้นเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคฟันผุ
ลูกเกดนั้นมีความหวาน และ เหนียว อาหารที่มีความหวานและมีน้ำตาลจะถูกคิดว่าเป็นอาหารที่จะก่อให้เกิดโรคฟันผุ แต่งานของเราเป็นไปในทางตรงกันข้าม พฤกษเคมี ที่พบในลูกเกดนั้นเป็นประโยชน์กับสุขภาพในช่องปาก โดยต่อต้าน แบคทีเรีย ที่ก่อให้เกิดโรคเหงือก และ โรคฟันผุ Wu กล่าว
ในการศึกษาช่วงแรกที่ยังไม่ได้เผยแพร่ข้อมูล Dr. Shahrbanoo Fadavi ผู้ร่วมงานของ Wu (ทันตแพทย์เด็ก ของวิทยาลัย ทันตแพทย์ศาสตร์ UIC) พบว่า การเติมลูกเกดลงในอาหารธัญพืช (cereal) ไม่ก่อให้เกิด ความเป็นกรดของพลัคบนฟัน แต่อย่างไรก็ตาม อาหารธัญพืช ที่มีการเติมน้ำตาลนั้น ก่อให้เกิดกรดมากกว่าอาหารธัญพืชที่ไม่มีการเติมน้ำตาลลงไป
อาหารเหนียวๆ ไม่จำเป็นจะก่อให้เกิดโรคฟันผุเสมอไป แต่สาเหตุหลักเกิดจากน้ำตาลที่เติมลง ที่เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น Wu กล่าว
การศึกษาในปัจจุบันนี้ ได้รับทุนจาก คณะกรรมการ การตลาดของลูกเกด รัฐ California
ผู้ร่วมงานจากภายนอกได้แก่ Dr. A. Douglas Kinghorn ศาสตราจารย์จากวิทยาลัย เภสัชศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์อื่นๆที่ร่วมด้วย ได้แก่ Dr. Jose F. Rivero-Cruz and Dr. Min Zhu (ทั้งคู่มาจาก วิทยาลัย ทันตแพทยศาสตร์ UIC) และ Dr. Baoning Su (วิทยาลัย เภสัชศาสตร์ UIC)
อ้างอิง http://www.sciencedaily.com/releases/2005/06/050613062724.htm http://www.tildas.com/images/golden%20raisins.jpg
|
จำนวน 22 ความเห็น, หน้า่ | 1| - 2- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 24 มิ.ย. 2548 (11:36) ก็ไปกินลูกบาสซิ นุ (IP:202.29.64.60,10.0.0.140,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 24 มิ.ย. 2548 (11:41) อยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้
ไม่ทราบว่ามีหรือเปล่าครับ นุ (IP:202.29.64.60,10.0.0.140,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 25 มิ.ย. 2548 (14:45) เราก็ชอบกินลูกเกดเหมือนกันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าลูกเกดก็ป้องกันฟันผุได้ด้วยอ่ะ O_yue@hotmail.com (IP:203.188.39.219,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 30 มิ.ย. 2548 (15:11) เป็นไปได้มากเลยน่ะ พอดีเราเคยได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกัน
แต่ลูกเกดก็ทำมาจากองุ่น
องุ่นก็ไม่ได้ทำให้ฟันผุ ชอ... (IP:61.19.121.42,192.168.1.23,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 1 ก.ค. 2548 (14:07) น่าสนใจดีนะ แต่ลูุกเกดเดี๋ยวนี้มั นแพงง่ะ barbiedew@hotmail.com (IP:61.19.194.2,unknown,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 1 ก.ค. 2548 (14:30) ข่าวนี้ดีจริงๆๆสงสัยต้องไปกินลูกเกดแล้ว^___^ aoei_199@hotmail.com (IP:61.19.194.2,unknown,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 7 ก.ค. 2548 (13:18) ข่าวนี้ดีครับ มีอะไรดีดีก็บอกกันบอกครับ unlimted11_3@hotmail.com (IP:202.28.180.201,10.24.1.19,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 7 ก.ค. 2548 (13:25) ของโปรดอยู่แล้ว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 13 ก.ค. 2548 (09:51) ข่าวดีมาก....จะกินทุกวันเลย nutvdee@chaiyo.com (IP:61.19.155.186,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 14 ก.ค. 2548 (21:00) ดีจัง แต่จะทำให้อ้วนด้วยรึเป่าเนี่ยะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 17 ส.ค. 2548 (22:08) หึหึ เราไม่เคยกินเลยอ้ะ เคยกินแต่ไนขนมปังอ้ะ kungkeng_link@hotmail.com (IP:203.156.76.35,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 28 ส.ค. 2548 (22:07) แล้วลูกเกตเมืองไทยจะมาตรฐานเหมือนกับที่เมืองนอกใช่ในการทำวิจัยหรือเปล่วคะ kung_kan@hotmail.com (IP:158.108.127.229,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 23 ธ.ค. 2548 (09:38) กรด oleanoic สกัดยังไงคะ ส่งข้อมูลมาให้หน่อยคะ p_acedia@hotmail.com (IP:61.19.33.142,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 27 ม.ค. 2549 (16:17) ลูกเกดทำจากอะไร V4 (IP:203.172.98.46,192.168.1.168,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 27 ธ.ค. 2549 (10:20) ดีจัง เดี๋ยวกลับบ้านไปกินลูกเกดดีก่า
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 14 มี.ค. 2550 (19:39) สารเคมีในลูกเกดถ้ารับประทานมากๆจะเป็นอันตรายรึเปล่าวคะ fanfon_tha5@hotmail.com (IP:203.113.45.137)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 29 พ.ค. 2550 (18:31) ลูกเกดอย่อยดีอ่ะ อิอิอิอิ  ......................... ติงต๊องจัง (IP:222.123.28.186)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 9 ต.ค. 2550 (22:12) ลูกเกดทำมาจากองุ่นแห้ง แล้วกินลูกเกดไม่ผิดกฏหมายหรอ(ลูกเกด เมทนี) บาบ้าจัง (IP:202.133.159.30)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 11 ต.ค. 2550 (20:15) ใครที่ชอบอมท๊อฟฟี่ เปลี่ยนมาทานของกินเล่นประเภท กีวีแห้ง ลูกพรุน ลูกเกด ก็ดีค่ะ แต่แหม.... คิดถึงลูกเกดคนสวย มากกว่าเนอะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 20 ต.ค. 2550 (13:48) เคยกินแล้วปวดฟัน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหวานหรือเปล่า
เรากินของหวานมากๆ เย็นมากๆ ก็ปวดฟันแล้ว
ปกติชอบกันขนมปังลูกเกดอยู่แล้ว (กินแล้วไม่เป็นไร)
แต่เวลากินเปล่าๆ รสหวานจัด ปวดถึงรากฟันเลย สงสัย (IP:124.120.198.32)
|