คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ยาระงับความเจ็บปวด จาก หอยทากทรงกรวย
โพสต์เมื่อ: 17:09 วันที่ 20 มิ.ย. 2548         ชมแล้ว: 196,447 ตอบแล้ว: 14

12543
ยาระงับความเจ็บปวดที่นำมาจากทะเล

พิษชนิดหนึ่งในหอยทากทรงกรวย ถูกพบโดยนักวิจัยที่ Melbourne ผู้พิสูจน์แล้ว ว่ามีประสิทธิภาพในการลดความเจ็บปวด และอาจจะใช้ในการพัฒนาการรักษาความเจ็บปวดจากพยาธิสภาพในระบบประสาทที่เกิดจากโรคเบาหวาน
บริษัท Metabolic Pharmaceuticals Limited ใน Melbourne ได้ประกาศเมื่อเร็วๆนี้ว่า ประสบผลสำเร็จในการหาสารที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ จากพิษดังกล่าว บริษัทจะเริ่มใช้ในการรักษามนุษย์ภายในเดือนนี้ (มิถุนายน) เป็นการทดสอบความปลอดภัยครั้งแรก ที่นำมาใช้กับคนผู้ชายปกติ และหลังจากการแสดงประสิทธิภาพของมัน ในการรักษาความเจ็บปวดจากพยาธิสภาพในระบบประสาท จากโรคเบาหวาน
จากภาควิชาชีวเคมี และ อณูชีววิทยา มหาวิทยาลัยแห่ง Melbourne รองศาสตราจารย์ Bruce Livett กล่าวว่า พิษ ที่มีชื่อว่า ACV1 ก็มีความสามารถในการรักษาสภาวะความเจ็บปวดอื่นๆ เช่นโรค multiple sclerosis, shingles และ sciatica
“ACV1 ได้แสดงประสิทธิภาพในการรักษาความเจ็บปวดในหลายการทดลอง ที่ใช้สัตว์เป็นแม่แบบของความเจ็บปวดและกลุ่มอาการต่างๆในมนุษย์ รวมถึงความเจ็บปวดหลังการผ่าตัด และความเจ็บปวดจากพยาธิสภาพในระบบประสาทด้วย” รองศาสตราจารย์ Bruce Livett กล่าว
“นอกจากนี้ มันยังมีคุณสมบัติพิเศษ ที่แสดงว่ามันส่งเสริมการฟื้นฟูความเสียหายของเส้นประสาท”
“พวกเราตื่นเต้นมาที่ได้พบความสามารถทางการรักษาในการทดสอบ ACV1 ครั้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในมนุษย์ที่มีอาการทางพยาธิสภาพในระบบประสาทจากโรคเบาหวาน และเราคาดหวังว่า ACV1 จะแสดงประสิทธิภาพในการรักษาความเจ็บปวดอื่นๆอีกเร็วๆนี้”
ACV1 ได้แสดงศักยภาพในการรักษา ความเจ็บปวดจากพยาธิสภาพในระบบประสาท หรือ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย (เกิดจากระบบประสาท) ซึ่งตรงข้ามกับความเจ็บปวดในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งมาจากภายนอก เช่นการปวดแสบปวดร้อน
รองศาสตราจารย์ Livett กล่าวว่า ความเจ็บปวดจากพยาธิสภาพในระบบประสาท เป็นรูปแบบที่ยากที่สุดในการรักษา และมีการตอบสนองอย่างจำเพาะ ที่แย่ต่อยาระงับความเจ็บปวดอื่นๆ เช่น มอร์ฟีน หรือ แอสไพริน การรักษาอื่นๆก็พบว่าไม่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก
ประสิทธิภาพที่ยิ่งใหญ่ของ ACV1 ในการกำจัดความเจ็บปวดจากพยาธิสภาพในระบบประสาท เป็นสิ่งที่มันทำงานได้ดีที่สุด

เบื้องหลัง
รองศาสตราจารย์ Livett และผู้ร่วมงานของเขา ค้นพบ ACV1 ในปี 2003 ระหว่างการศึกษาสารพิษที่ผลิตจากพิษของหอย Conus victoriae ซึ่งเป็นหอยทากน้ำเค็มรูปทรงกรวย ที่พบในทะเลนอกชายฝั่งของ Australia
หอยทุกตัวจะผลิตพิษขึ้นมาเพื่อทำให้เหยื่อเป็นอัมพาต ก่อนที่จะฆ่าและกิน พิษของหอยทากบางชนิดเป็นกับมนุษย์ มีรายงานว่า ประชาชนมากกว่า 30 คน เสียชีวิตเพราะได้รับพิษเหล่านี้
หอยทากที่เป็นอันตรายกับมนุษย์เหล่านี้ กินปลาเป็นอาหาร โดยแทงเหยื่อด้วยแท่งคล้ายฉมวก (ซึ่งดัดแปลงมาจากฟันของมัน หรือเรียกว่า radula ) แล้วฉีดพิษเข้าไป

รองศาสตราจารย์ Livett กล่าวว่า มีสารประกอบมากกว่า 200 ชนิด ในพิษแต่ละชนิด และหอยทากนั้นมีมากกว่า 500 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์จะมีส่วนผสมของพิษที่แตกต่างกัน โชคดีที่หอยทากหลายชนิด ล่าแต่หนอนทะเล และสัตว์ประเภทหอยอื่นๆ โดยไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์
มันอาจดูแปลก ที่พิษจะสามารถเป็นแหล่งทรัพยากรที่ผลิตยาที่ระงับความเป็บปวดให้กับมนุษย์
รองศาสตราจารย์ Livett อธิบายว่า “มันแสดงให้เห็นว่า หอยทาก ได้ปรับวิถีทางทั่วไป ของการสร้างสารที่ระงับความเจ็บปวด ท่ามกลางสารพิษที่รุนแรงถึงชีวิตอื่นๆที่มีมากกว่าในน้ำพิษของมัน
“นั่นคือ มันทำให้เหยื่อของมันสงบลงก่อน ที่จะทำให้มันหยุดการเคลื่อนไหวและตายในที่สุด พยานในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากการได้รับพิษของหอยทาก บอกว่าผู้เสียชีวิตนั้นไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด”
นั่นเป็นสารระงับความเจ็บปวดชนิดพิเศษที่กลุ่มผู้วิจัยนั้นให้ความสนใจ
ในกลุ่มของ Melbourne ที่ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ Bruce Livett, Ken Gayler และ Dr John Down จาก ภาควิชาชีวเคมี และ อณูชีววิทยา, รองศาสตราจารย์ Zeinab Khalil จากมหาวิทยาลัยของ National Ageing Research Institute และ นักศึกษาวิจัย Mr David Sandall, Mr David Keays และ Ms Narmatha Satkunanathan เป็นกลุ่มแรกที่สกัดแยก และพบคุณสมบัติของ ACV1
มันเป็นการร่วมงานที่เสี่ยงที่จะเริ่มในการค้นหายีน โดย รองศาสตราจารย์ Gayler, Mr Sandall และ Mr Keays ซึ่งได้คำแนะนำทาง เคมี และ เภสัชวิทยา จาก รองศาสตราจารย์ Livett และ Dr Down คำแนะนำทาง สรีระวิทยา และการประเมินความเจ็บปวด ได้รับจาก รองศาสตราจารย์ Khalil
ACV1 ไม่ได้เป็นสารที่สามารถใช้รักษาได้เพียงตัวเดียว ที่ได้จากหอยทากพิษ ที่จริงแล้ว พิษจากหอยทากเป็นสารผสมทางชีวภาพที่ประกอบไปด้วยสารเคมีนับพันชนิด แต่มีเพียงไม่กี่ร้องชนิดที่มีการระบุคุณลักษณะแล้ว
รองศาสตราจารย์ Gayler ได้กล่าวในทำนองว่า การใช้ยีนเป็นจุดเริ่มต้น สามารถทำให้จำนวนในการคัดเลือกสายพันธุ์ของหอยโข่งที่จะนำมาพัฒนาเครื่องมือใหม่ๆในการรักษา มีน้อยที่สุด และการรักษาสำหรับงานวิจัยทางการแพทย์ และลดผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมในการทำการวิจัยให้น้อยที่สุดอีกด้วย “ด้วยหอยโข่งเพียงตัวเดียว เราสามารถสร้างและเก็บสะสมข้อมูลทางพันธุกรรมจำนวนมาก ของ cocotoxin gene”
ได้มีการใช้เทคนิก การทำเหมืองพันธุกรรม (Genetic mining) ที่ ACV1 ถูกค้นพบ คือ การทำนายลำดับสาย peptide ที่จะถูกสร้างขึ้นจากลำดับสาย DNA จากนั้น peptide จะถูกสังเคราะห์ขึ้นทางเคมีในปริมาณมาก เหมาะกับการทำการทดสอบทางชีววิทยา ซึ่งเหล่านี้ก็กำลังถูกใช้โดย Metabolic Pharmaceuticals เพื่อที่จะสังเคราะห์ ACV1 ในปริมาณที่มากพอ สำหรับแผนในการรักษาผู้ป่วยเบาหวานจากความเจ็บปวดในระบบประสาท
การเพิ่มขึ้นของอายุเฉลี่ยของประชากรในสังคมของเรา ความต้องการยาระงับความเจ็บปวดที่มากขึ้น เป็นสิ่งที่คำนึงถึงเป็นอันดับแรก ACV1 อาจเติมเต็มความต้องการอันไม่มีวันหมดนี้ได้ รองศาสตราจารย์ Bruce Livett กล่าว


http://www.sciencedaily.com/releases/2005/06/050612111523.htm

Nattawut เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 169 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 21 มิ.ย. 2548 (17:57)
Cone shell มีชื่อสามัญภาษาไทยว่าหอยเต้าปูนค่ะ มีนักเขียนไทยท่านหนึ่งเขียนเรื่องเกี่ยวกับหอยเต้าปูนชื่อเรื่องพิษหอยมรณะด้วยค่ะ
koraon@hotmail.com (IP:161.200.255.161,161.200.123.61,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 มิ.ย. 2548 (09:28)
แล้วมันเป็นสารเสพติดป่าวอ่าครับ
parky0550@hotmail.com (IP:202.129.16.130,192.168.0.27,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 27 มิ.ย. 2548 (11:53)
เราก้ออ่านพ้ษหอยมรณะเหมือนกัน
nam (IP:203.172.181.228,192.168.1.123,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 28 มิ.ย. 2548 (00:15)
http://update.se-ed.com/206/coneshell.htm
http://www.talaythai.com/issue/dangerous/danger00.html
ojo (IP:161.246.1.34,161.246.50.66,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 28 มิ.ย. 2548 (17:32)
...หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า "หอย" บางชนิดมันมีพิษสง...อย่างร้าย กาจเหมือนกัน...หลายชีวิต ขอพามารู้จักกับ "หอยเต้าปูน" (Cone Shell) หอยฝาเดียวที่น่าสะพรึงกลัว...

สัตว์ทะเล ที่ชื่อ ...หอยเต้าปูน...มีชื่อสามัญ Textile cone ชื่อวิทยาศาสตร์ Cone aulicus มีอยู่หลาก หลายสายพันธุ์ ลักษณะเป็นหอยฝาเดียวรูปร่างคล้ายกรวย ส่วนมากมีสีสันและลวดลายหลากหลาย เช่นสีขาว แดง เหลือง น้ำตาลลายดำ ฯลฯ

มีงวงยื่นออกมาเพื่อคอยดักจับเหยื่อเป็นอาหาร...ความยาวตั้งแต่ 2 เซนติเมตร ชอบอาศัยอยู่ตามซอกโพรงหินในแนวปะการัง หรือขุดรูอยู่ในพื้นทรายตามชายฝั่งทะเล

ฟันของหอยเต้าปูน จะมีวิวัฒนาการคล้าย ปลายหอกหรือหัวลูกศร ใช้จับปลาเป็นอาหาร ออกล่าเหยื่อในตอนกลางคืน เมื่อเจอปลานอนหลับตามพื้นทราย จะใช้หอกทิ่มแล้วปล่อยพิษเข้าไป เมื่อปลาตายจะกลืนปลาเข้าไปทั้งตัว ปลาที่ชื่นชอบของหอยชนิดนี้ คือปลาบู่จิ๋ว

ความเป็นพิษของหอยเต้าปูน อยู่ที่ถุงน้ำพิษ ซึ่งมีท่อน้ำพิษออกจากส่วนปาก ความรุนแรงของพิษ ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของตัวหอย โดยการใช้วิธีการยิงเข็มพิษ (Tooth) ที่มีน้ำพิษ (venom) อาบอยู่ออกมาทางปลายงวง ซึ่งมีพิษทำให้เกิดความเจ็บปวดจนถึงขั้นเสียชีวิตได้...!!

ผู้ถูกเข็มพิษของหอยเต้าปูนจะมีอาการปวดมากกว่าถูกเข็มธรรมดาแทง รอบแผลซีด บวมและเขียวช้ำในเวลาต่อมา รู้สึกชารอบๆบาดแผล ปากสั่นชา ไม่มีความรู้สึก ไม่สามารถขยับปากพูดออกมาได้

จากนั้นจะมีอาการ นัยน์ตาพร่ามัว อาจจะมีการคลื่นเหียนอาเจียน บางรายอาจจะมีอาการคัน ซึ่งอาการนี้จะเป็นตั้งแต่ 2-3 ชั่วโมงไปจนกระทั่งถึงหลายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับปริมาณของพิษหอย...

บางรายที่โดนเข็มพิษ เข้าไปเต็มๆ... อาจทำให้การทำงาน ของหัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา...

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้ดูดพิษออกจากบาดแผล แต่ห้ามใช้มีดกรีดบาดแผลโดยเด็ดขาด เพราะบาดแผลอาจจะติดเชื้อได้...

เนื่องจาก ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่มียาสำหรับแก้พิษหอยเต้าปูน... ควรรีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์โดยเร็ว.

จาก www.thairath.co.th
ชอ... (IP:61.19.121.42,192.168.1.13,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 28 มิ.ย. 2548 (17:35)
เห็นไม๊ น่ากลัวมาก
เป็นไปได้ด้วยเหรอที่จะนำมาสกัด ยาระงับความเจ็บปวด ได้
ชอ... (IP:61.19.121.42,192.168.1.13,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 28 มิ.ย. 2548 (17:39)
(มีเรื่องต่อ) สารพิษConotoxin

เกิดจาก

- หอยทากทะเล (marine snail) ชนิดหนึ่งชื่อ cone shell (Conus species) พบบริเวณแนวหินโสโครก (reef environment)

- ทำให้เกิดอาการไม่รู้สึกตัว (unconscious) ปวดในบริเวณที่ได้รับสารพิษ ตาพร่า กล้ามเนื้ออ่อนแรง กลืนลำบาก ตาพร่า การหายใจล้มเหลว

การรักษา

- ให้เครื่องช่วยหายใจ

การป้องกัน

-สารชีวพิษมาจากสิ่งมีชีวิต ได้แแก่ Toxin ของเชื้อโรค จากพืช และ สัตว์ เช่น BotulinumToxin จากเชื้อ Clostridium Botulinum, Ricin จาก ระหุ่ง, Tetrodotoxin จากปลาปักเป้า, Trichothecine จากเชื้อรา Fusarium
ชอ... (IP:61.19.121.42,192.168.1.13,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 17 ส.ค. 2548 (21:57)
ง่ะ เรามะเคยรุอาไรเกี่ยวกะหอยโคนไรนี่เลยอ้ะ แต่ก้อขอบคุนมากที่แสดงความคิดเห็นมาช่วยให้เรามีความรู้มากขึ้นเลย ขอบคุนค๊าบป๋ม
kungkeng_link@hotmail.com (IP:203.156.76.35,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 29 ส.ค. 2548 (20:51)
มันมีพิษอาจถึงตายได้นะ
นักวิจัย (IP:202.5.80.236,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 3 ม.ค. 2549 (20:07)
เต้าปูน.....หอยทะเลมีพิษ


สัตว์ที่มีพิษร้ายแรงชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในท้องทะเล ภายใต้เปลือกที่แข็งแรงและสวยงาม ความสวยงามของเปลือกที่อาจอำพรางเข็มพิษที่อาบด้วยน้ำพิษอานุภาพร้ายแรง พอที่จะปลิดชีวิตสัตว์ขนาดใหญ่อย่างไดโนเสาร์ได้โดยง่าย และพร้อมจะยิงผู้บุกรุกได้ทุกเมื่อ และนั่นเป็นที่มาของคำขนานนามว่า “ หอยมรณะ ” ทั้งที่ชื่อจริงๆ ของหอยชนิดนี้ก็คือ “ หอยเต้าปูน ” (Cone Shell)

หอยเต้าปูนเป็นสัตว์ในไฟลัม mollusca วงศ์ Conidae เป็นหอยฝาเดียวมีเปลือกเป็นรูปกรวย ( Cone ) หนาและหนัก ขนาดเปลือกมีตั้งแต่ 2-3 เซนติเมตร ไปจนถึงใหญ่ขนาด 20 เซนติเมตร ลวดลายบนเปลือกแตกต่างกันไปตามชนิดของหอย ทางด้านหน้าของลำตัว (ปลายเรียวเล็กของกรวย) มีท่อน้ำยื่นยาวออกมา เรียกว่า ไซฟอน (Siphon) อยู่ที่ส่วนบนสุดทางด้านหน้า สำหรับทางน้ำออก ช่วยขับให้ตัวหอยเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้แบบเจ็ต ( jet ) ใต้ไซฟอนเป็นหนวด (Tentacles) สองเส้นใช้เป็นประสาทสัมผัส กับงวง ( Proboscis ) หนึ่งอันเป็น ท่อกลมยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร ภายในงวงมีฟัน ( Radula ) ซึ่งมีวิวัฒนาการเปลี่ยนรูปไปคล้ายฉมวกหรือลูกธนู ตามแต่จินตนาการของคนมอง ภายในฟันรูปฉมวกนั้นกลวง มีท่อน้ำพิษซึ่งต่อมาถึงถุงใส่พิษที่ติดอยู่กับคอหอย (Pharynx) ในตัวหอย ถุงน้ำพิษใช้เก็บเข็มพิษและน้ำพิษซึ่งสร้างจากท่อน้ำพิษ โดยมีเซลล์ภายในมากมายทำหน้าที่ผลิตน้ำพิษ ( Conotoxin ) จากการสำรวจพบว่าหอยเต้าปูนทั่วโลกมีมากกว่า 500 ชนิด พบมากในเขตอินโดแปซิฟิก รวมทั้งน่านน้ำ ไทยซึ่งพบกว่า 300 ชนิด โดยจะอยู่ตามพื้นทะเลใกล้แนวปะการังที่ชายฝั่งความลึกประมาณ 1-2 ฟุต หรืออาจอยู่ลึกเป็น 10 ฟุต ในขณะที่บางชนิดอาจอยู่ได้ที่ก้นทะเลความลึกนับ 100 ฟุตเลยทีเดียว

หอยเต้าปูนที่มีพิษร้ายแรงที่สุด ก็คือ หอยเต้าปูนลายแผนที่ ( Geography cone หรือ Conus geographus ) พิษของเจ้าหอยชนิดนี้ ทำให้คนเสียชีวิตไปแล้วกว่า 36 ราย ส่วนอีกชนิดที่ควรจับตามองเช่นกันคือหอยเต้าปูนลายผ้า ( Textile cone ) ซึ่งมีพิษร้ายแรงใกล้เคียงกับชนิดแรก นอกจากนี้ยังมีหอยเต้าปูนลายหินอ่อน ( Conus marmoreus ) และหอยเต้าปูนจักรพรรดิ ( Conus imperialis ) ที่มีพิษเช่นกัน ทั้งสี่ชนิดพบได้ในประเทศไทย

แต่อย่างไรก็ตาม หอยเต้าปูนไม่ได้มีแต่พิษภัยอย่างที่หลายๆ คนคิด ในทางตรงกันข้ามพิษของหอยเต้าปูนยังมีประโยชน์ทางการแพทย์อย่างมหาศาล และเจ้าหอยชนิดนี้ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ด้วยความสวยงามของเปลือกและประโยชน์มากมาย ทำให้หอยเต้าปูนกลายเป็นทรัพยากรมีชีวิตที่มีค่า รอให้ผู้คนลงไปศึกษาและชื่นชมความงามอยู่ใต้ท้องทะเล...

ที่มา Update Magazine ฉบับที่ 206 พฤศจิกายน 2547
choupoo (IP:203.113.80.144,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 15 ส.ค. 2550 (09:44)
ความรู้แน่นปึ๊กมากค่ะ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะค่ะ

ถ้ามีโอกาสลองอ่านหนังสือของ คุณปองพล อดิเรกสารดูนะคะ

สนุกมากเลย ชื่อเรื่องว่า "The king kong effect" เกี่ยวกับหอยเต้าปูนนี่แหละค่ะ
cake (IP:124.121.58.107)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.