วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
+++ไฟฟ้า ในรถนั้นมาจากไหน? ใครรู้บ้าง+++
โพสต์เมื่อ: 01:22 วันที่ 7 ก.ค. 2548         ชมแล้ว: 35,145 ตอบแล้ว: 85


ใคร รู้บ้างว่า ไฟฟ้าที่ใช้ในการ เปิดไฟ ในรถทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือจักรยรนยนต์ นั้น สิ้นเปลืองพลังงานหรือ ไม่ อย่างไร

ท่านผู้รู้ของความเห็นด้วยครับ






โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 70 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| 3| 4|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 7 ก.ค. 2548 (03:40)
สงสัยว่าคุณโก๋แก่จะถามทดสอบความรู้มากกว่านะครับ

ในรถยนต์เราได้ไฟมาใช้จาก "ไดชาร์จ" ใช่มั้ยครับ รู้สึกว่าภาษาช่างจะเรียกแบบนี้ รถวิ่งไปก็ปั่นไฟไปด้วย แล้วก็เอาไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ เอาไว้ใช้สำหรับไฟใหญ่ ไฟเล็ก ไฟเลี้ยว แล้วก็เวลาสตาร์ทรถ นอกจากนี้รถสมัยใหม่ยังต้องใช้ไฟไปเลี้ยงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อีก

ถามว่าเปลืองพลังงานหรือเปล่า จะว่าเปลืองก็ใช่ เพราะไดชาร์จก็ต้องใช้พลังงานในการหมุน ถ้าเอาไดชาร์จออกรถก็จะกินน้ำมันน้อยลง แต่เวลาสตาร์ทก็ต้องทำแบบเรือหางยาว หรือแบบในหนังสมัยก่อนที่มีก้านหมุนอยู่หน้ารถ ก็คงได้กล้ามแขนกันอีกเยอะ
ตาหลิว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 260 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 163 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 7 ก.ค. 2548 (08:12)

สรุปคือเปลืองใช่ไหม? ถ้าต้องใช้พลังงาน
พลังงานนั้นมาจากไหน? และมากน้อยเพียงใด เอ่ย? คิดได้อย่างไร



โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 7 ก.ค. 2548 (09:22)
ลิตรละ 25 บาทแล้วครับพี่โก๋แก่
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12986 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 7 ก.ค. 2548 (22:26)
ส่วนที่เอามาเปิดไฟ เปิดวิทยุ เปิดแอร์ คงจะเรียกว่าเปลืองได้เพราะไม่ได้ทำให้รถวิ่ง
แต่ที่เอามาสตาร์ทรถ จุดหัวเทียน ควบคุมหัวฉีด ไม่น่าจะเรียกว่าเปลืองนะครับ

พลังงานก็มาจากเครื่องยนต์หมุนไดชาร์จ ถ้าอยากรู้ว่าทำให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้นแค่ไหนก็ถอดสายพานที่หมุนไดชาร์จออก
ทีนี้ก็วัดอัตราการกินน้ำมัน ซึ่งถ้าจะให้เดา ผมว่าไดชาร์จใช้น้ำมันเพิ่มไม่กี่ %
ถ้าเป็นเครื่องดีเซลเก่าๆ ที่ไม่ต้องใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ น่าจะวิ่งไปได้เรื่อยๆ แต่พอไฟในแบตหมดก็สตาร์ทไม่ได้
แต่เครื่องเบนซินต้องใช้หัวเทียน ยิ่งรถใหม่ๆ ต้องใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมหัวฉีดด้วย ก็จะวิ่งได้แค่เท่าที่ไฟในแบตจะอำนวย
ตาหลิว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 260 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 163 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 19 ก.ค. 2548 (13:45)
23435


หากรถคันหนึ่ง เปิดไฟ ที่กินไฟ 100 วัตต์ อยากทราบพลังงาน 100 วัตต์นี้ มาจากไหน และเปิด 10 ชม เท่ากับ 1Kw.hr หากมาจากเชื้อเพลิงสิ้เปลืองเชื้อเพลิงเท่าไร ใครหาตัวเลขให้ไดับ้าง
วิดวะ เครื่องกล ช่วยตอบหน่อย

ขอบคุณ ครับ



โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 24 ก.ค. 2548 (17:53)
ช่วยแนะนำวิธีประหยัดไฟฟ้าที่ดีๆๆๆๆหน่อยสิคะ :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-)
พร (IP:203.188.41.87,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 25 ก.ค. 2548 (02:17)


ขอแนะนำดังนี้ ใช้ สวิทย์ไฟที่ควบคุมการปิดเปิดด้วย คลื่นความร้อนจากร่างกายของ สิ่งมีชีวิต ซึ่งจะทำหน้าที่เปิดไฟให้เมื่อมีบุคคล หรือสิ่งที่มี พลังงานความร้อน น้อยๆ เคลื่อนไหว อยู่ บริเวณนั้น
และจะทำการปิดไฟเมื่อ คน หรือ สิ่งที่มีความร้อน หยุดเคลื่อนไหวในเวลา ที่ต้องการ (ตั้งได้ เช่น 1-10นาที)แต่หากมีการเคลื่อนไหวอยู่ก็ยังคง เปิด ไฟไว้ให้อยู่


อุปกรณ์ดังกล่าวทำงานด้วย Sensor พิเศษที่เรียกว่า PIR Sensor (Passive Infra Red or Pyroelectric Infra Red)

หากสนใจอย่างไรลอง ติดต่อมา นะ

http://www.glolab.com/focusdevices/focus.shtml
http://www.smarthome.com/images/7124_patterns.gif
42295

โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 21 ก.ย. 2548 (19:57)
ขอแนะนำว่า จอดไว้ที่บ้านถ้ากลัวเปลือง
enso (IP:203.151.140.121,203.113.51.164,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 ต.ค. 2548 (00:39)
23436


โก๋ฯ สงสัยจังเลย หากผู้ใช้รถจักรยานยนต์ต้องเสียเงินเพิ่มโดย
โดยเฉลีย 0.15 บาท (15 สตางค์) ต่อวันต่อคัน
มันก็นิดหน่อยเองใช่ไหม ?

แล้วคิดไหมว่า 1 ปี รวมกันเสียเงินรวมกันเท่าไร ช่วยคิดหน่อย
จะลองหาวิธีประหยัดเงินของชาติ กว่า 1000 ล้านบาทต่อปี ให้

งงละซี ฮิฮิ ลองช่วยตอบคำถามที่ตั้งกระทู้ หน่อย ซี






โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 4 ต.ค. 2548 (07:45)
งงจริงนั่นแหละ

1000ล้านบาท/ปี = 2.7 ล้านบาท/วัน
15 สต./คัน แสดงว่ามีจักรยานยนต์ 18 ล้านคัน
ประเทศไทยมี 60 ล้านคน
เป็นเด็ก, คนชรา, คนใช้รถเมล์, คนนั่งรถเก๋ง มากแค่ไหน
แสดงว่าส่วนที่เหลือมีจักรยานยนต์คนละคัน และขี่กัน 7 วันต่อสัปดาห์
???
คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 4 ต.ค. 2548 (23:31)
23437


ก็ลองตรวจดูที่สถิติ ขนส่งทางบกแล้วกัน

จำนวนรถแยกตามประเภทที่จดทะเบียน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2546

รย.12 รถจักรยานยนต์ Motorcycle 18,210,454

http://www.dlt.go.th/statistics_web/st1/whole03.xls

ยัง งง สถิติ ปี 47 กลับน้อยกว่า 46 ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น





โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 5 ต.ค. 2548 (07:00)
ใช้น้ำมันผลิตไฟฟ้าได้มากน้อยแค่ไหน มีคนแสดงวิธีคิดไว้
เขาว่า 10.5 kwh/gallon ฉะนั้น 1kwh ก็ประมาณ 1/3 ลิตร
http://auto.howstuffworks.com/question424.htm
ตัวเลขนี้ก็ฟังดูน่าเชื่อถือดี แต่เรื่องเปลืองเงิน 600 ล้านดอลลาร์ น่าจะผิดไปไกลแบบคนไม่เข้าใจเรื่องระบบไฟฟ้าในรถยนต์ อันนี้ก็แล้วแต่จะเชื่อ ไม่ทดลองก็ไม่เห็น
คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 5 ต.ค. 2548 (09:50)
23438


ขอบคุณๆ "คนแถวนี้" เป็นอบ่างมากที่หาข้อมูลให้ ผมพยายามหาคนมี รถจักรยานยบต์
ที่จะช่วยหาข้อมูลให้ก็ไม่มีใครสน สักคน ฝากข้อมูลไปหลายแห่งแล้ว

ผมเชื่อว่า คุณ"คนแถวนี้"อย่างน้อยๆก็คงเป็นคนในระดับวิศวกร แน่นอน
เลยขอฝากโจทย์ให้ช่วยคิด สักข้อคงไม่ขัดข้อง
อาจช่วยกันทำอะไรให้ ประเทศชาติ แม้จะเป็นทางอ้อมบ้างก็ตาม สมมุติฐานคือ

หากเปิดไฟจากรถที่ใช้น้ำมัน จำนวน 45 วัตต์ เป็นเวลา 1 ชมต่อวัน
จะสิ้นเปลืองน้ำมันเท่าไร และ 365 วัน สิ้นเปลืองเท่าไร
จำนวน 18,000,000 คัน สิ้นเปลืองน้ำมันเท่าไร
หากน้ำมัน ในไทย 26 บาทต่อลิตร เป็นเงินเท่าไร

จะคอยคำตอบ ขอบคุณนะครับ ผมลองคิดแล้วมัน มึน และ งง งง นะ




โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 6 ต.ค. 2548 (07:53)
จะว่าไปก็เหมือนเรื่องในลิ้งค์ข้างบน
รถใช้น้ำมันผลิตไฟฟ้า งั้นไม่เปิดไฟซะจะได้ไม่ต้องใช้น้ำมัน พอไปทดลองจริงแล้วมันไม่เป็นตามนั้น
แต่อันนี้ก็รับรองไม่ได้ เพราะไม่ได้ไปทดลองเอง ได้แต่ชี้แจงอย่างนี้ ว่า...

จะเปิดไฟหรือไม่เปิด รถก็ผลิตไฟฟ้าจาก alternator ตลอดเวลา แม้แต่ตอนติดไฟแดง หลายคนคงไม่รู้ว่า alternator ในรถทั่วไป ผลิตไฟได้ถึง 60 A ลองคูณกับ 12 V จะได้เป็น W
รถต้องผลิตไฟถึงขนาดเป็นโรงไฟฟ้าย่อมๆ แบบนี้ก็เพราะต้องใช้ไฟฟ้าในวงจรต่างๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือจ่ายให้หัวเทียน แล้วก็ชาร์จแบต แล้วก็เลี้ยงส่วนต่างๆ วิทยุ นาฬิกา แผงไฟหน้ารถ วงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับหัวฉีด วงจรกันขโมย
ไฟส่วนเกินก็เสียไปเฉยๆ พวกที่น้ำกลั่นในแบตแห้งบ่อยๆ นั่นแหละ แสดงว่า ไฟเหลือ

ถามว่ามีวิธีประหยัดมั้ย ก็มี ... ถ้าลดขนาด alternator ลง แต่จะเกิดอะไรขึ้น วันดีคืนดีรถสตาร์ทไม่ติดทั้งที่แบตเพิ่งซื้อ ต้องหิ้วแบตไปชาร์จที่ร้าน
หรือถามว่าทำไมไม่ทำระบบยก alternator ออกจากสายพานหลังจากแบตเต็ม ประหยัดได้ร้อยล้านพันล้าน ก็ต้องดูว่าราคาเครื่องเท่าไหร่ ประหยัดน้ำมันปีละร้อยบาทต่อคัน กี่ปีถึงจะคุ้มทุน แล้วคนขี่มอเตอร์ไซด์ไปตลาดอาทิตย์ละครั้งเขาจะว่ายังไง

เรื่องแบบนี้บางทีพูดไปก็เหมือนเรื่องรถ hybrid ถ้าใครบอกว่าไม่ดีก็จะโดนมองหน้าเอา
คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 7 ต.ค. 2548 (11:22)
23439


คงไม่ได้อยากให้ลดขนาดของอุปกรณ์ใดๆลง

เพียงส่งสัยว่า การ ขี่รถจักรยานยนต์ แล้วเปิดไฟ นี่นะมันสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไปเผาทิ้งเท่าไร
และไม่มีวิถีทางอื่นใดที่จะมาทดแทนการ สูญเสียดังกล่าว
โดย"ยังได้ผล"เช่นเดียวกัน เลยหรือ หรือคิดกันง่าย โดยแค่เปิดไฟเท่านั้น
เผาพลาญ สูณเสียสักเท่าไร ก็ไม่ใช่เงิน ของ......

แง แง แง




โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 7 ต.ค. 2548 (13:20)
ประหยัดแต่ไม่ปลอดภัยจะคิดไปทำไมครับ
ไม่งั้นให้เขาเปิดไฟถนนดวงเว้นดวงไม่ประหยัดกว่าอีกหรือ
ให้ตำรวจมาคอยไล่รถที่ชอบจอดแช่บนถนนจน รถติดไปทั่วน่าจะประหยัดพลังงานได้มากกว่า
bug (IP:203.146.16.50,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 8 ต.ค. 2548 (06:45)
ชอบแบบไหนเชื่อตามนั้น บังคับกันไม่ได้
แต่ความจริงเป็นยังไงก็อีกเรื่อง บังคับตามใจเราไม่ได้เหมือนกัน

แต่ถ้าจะให้เดา ... จะบอกว่าเปิดไฟไม่ได้ใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ถ้าจะบอกว่าเปลืองก็เปลืองมาตั้งแต่ผลิตรถคันแรกออกมาแล้ว
แต่เมื่อต้องใช้ก็คือต้องเปลือง
เปิดไฟอาจจะช่วยประหยัดค่าน้ำกลั่นที่ต้องวิ่งไปซื้อมาคอยเติมแบตด้วยซ้ำ
คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 8 ต.ค. 2548 (21:05)
ผมกลับเห็นว่าน่าจะบังคับรถยนต์เปิดไฟด้วยซ้ำครับ
เพื่อชีวิตและความปลอดภัย เปลืองขึ้นอีกนิดหน่อยแต่เซฟชีวิตได้ น่าจะคุ้มครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12986 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 851 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 25 ต.ค. 2548 (16:01)
23440


ขอถามเพิ่มเติมหน่อยครับ
- สรุปว่าไฟฟ้า ที่ใช้เปิดขณะขับรถ ต้องการพลังงานจากที่ใด หรือไม่ ?
- ความปลอดภัยที่ได้จากการนี้ ได้มาจากอะไร
- มีกี่ประเทศในโลก ที่มีกฏเช่นนี้ ประเทศที่ไม่มีเขาไม่กลัวตายหรือ ?
- สถิติอุบัติเหตุ ที่ลดลงจากมาตรการนี้ จะหาขอมูลได้จากที่ใดบ้าง
- ความคุ้มค่าอยู่ที่ไหน
- มีวิธีอ่นๆอีกไหม ที่จะได้มาซึ่งความปลอดภัยในข้อแรก โดยไม่ใช้พลังงาน เท่านี้
- มีเวปใดที่ แสดงภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดง ปริมาณ กาซ CO และ CO2 ที่ไปทำให้โลกร้อนขึ้น (เคยเห็นแต่จำเวปไม่ได้)

ลองแวะไปดูที่นี่บ้างแล้วขอความเห็นด้วย
http://thaieng.com/webboard/question.asp?QID=11205




โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 27 ต.ค. 2548 (07:58)
ถ้าไม่อ่านที่ตอบไว้ข้างบน ก็จะเปรียบเทียบให้ดูดังนี้
เปิดพัดลมเย็นสบายแต่เปลืองไฟ เพราะฉะนั้นอยากประหยัดไฟก็ทนร้อนเอา ถูกหรือไม่? ... ถูกครึ่งหนึ่ง
1. ปิดพัดลม ประหยัดไฟแน่นอน
2. หันพัดลมเข้าข้างฝา เปิดแรงเท่าเดิม ถามว่าทำไมอุตส่าห์ทนร้อนแล้วค่าไฟไม่ยอมลดลง

เรื่องความจริงทางเดียว บางทีก็เข้าใจยาก
A -> B (ถ้าเปิดไฟ แล้วเปลืองน้ำมัน)
~A (งั้นปิดไฟซะ)
บางคนก็สรุปว่า ~B (ประหยัดน้ำมัน)

วิทยาศาสตร์ คือ ธรรมชาติ คือ ความจริง
ความหวังดีหรือฉันทาคติก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้
คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.