|
+++ไฟฟ้า ในรถนั้นมาจากไหน? ใครรู้บ้าง+++
โพสต์เมื่อ:
01:22 วันที่ 7 ก.ค. 2548 ชมแล้ว:
35,145
ตอบแล้ว:
85
ใคร รู้บ้างว่า ไฟฟ้าที่ใช้ในการ เปิดไฟ ในรถทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือจักรยรนยนต์ นั้น สิ้นเปลืองพลังงานหรือ ไม่ อย่างไร ท่านผู้รู้ของความเห็นด้วยครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 7 ก.ค. 2548 (03:40) สงสัยว่าคุณโก๋แก่จะถามทดสอบความรู้มากกว่านะครับ ในรถยนต์เราได้ไฟมาใช้จาก "ไดชาร์จ" ใช่มั้ยครับ รู้สึกว่าภาษาช่างจะเรียกแบบนี้ รถวิ่งไปก็ปั่นไฟไปด้วย แล้วก็เอาไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ เอาไว้ใช้สำหรับไฟใหญ่ ไฟเล็ก ไฟเลี้ยว แล้วก็เวลาสตาร์ทรถ นอกจากนี้รถสมัยใหม่ยังต้องใช้ไฟไปเลี้ยงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อีก ถามว่าเปลืองพลังงานหรือเปล่า จะว่าเปลืองก็ใช่ เพราะไดชาร์จก็ต้องใช้พลังงานในการหมุน ถ้าเอาไดชาร์จออกรถก็จะกินน้ำมันน้อยลง แต่เวลาสตาร์ทก็ต้องทำแบบเรือหางยาว หรือแบบในหนังสมัยก่อนที่มีก้านหมุนอยู่หน้ารถ ก็คงได้กล้ามแขนกันอีกเยอะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 7 ก.ค. 2548 (08:12) สรุปคือเปลืองใช่ไหม? ถ้าต้องใช้พลังงาน พลังงานนั้นมาจากไหน? และมากน้อยเพียงใด เอ่ย? คิดได้อย่างไร ลิตรละ 25 บาทแล้วครับพี่โก๋แก่ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 7 ก.ค. 2548 (22:26) ส่วนที่เอามาเปิดไฟ เปิดวิทยุ เปิดแอร์ คงจะเรียกว่าเปลืองได้เพราะไม่ได้ทำให้รถวิ่ง แต่ที่เอามาสตาร์ทรถ จุดหัวเทียน ควบคุมหัวฉีด ไม่น่าจะเรียกว่าเปลืองนะครับ พลังงานก็มาจากเครื่องยนต์หมุนไดชาร์จ ถ้าอยากรู้ว่าทำให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้นแค่ไหนก็ถอดสายพานที่หมุนไดชาร์จออก ทีนี้ก็วัดอัตราการกินน้ำมัน ซึ่งถ้าจะให้เดา ผมว่าไดชาร์จใช้น้ำมันเพิ่มไม่กี่ % ถ้าเป็นเครื่องดีเซลเก่าๆ ที่ไม่ต้องใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ น่าจะวิ่งไปได้เรื่อยๆ แต่พอไฟในแบตหมดก็สตาร์ทไม่ได้ แต่เครื่องเบนซินต้องใช้หัวเทียน ยิ่งรถใหม่ๆ ต้องใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมหัวฉีดด้วย ก็จะวิ่งได้แค่เท่าที่ไฟในแบตจะอำนวย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 19 ก.ค. 2548 (13:45)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 24 ก.ค. 2548 (17:53) ช่วยแนะนำวิธีประหยัดไฟฟ้าที่ดีๆๆๆๆหน่อยสิคะ :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) :-) พร (IP:203.188.41.87,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 25 ก.ค. 2548 (02:17)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 21 ก.ย. 2548 (19:57) ขอแนะนำว่า จอดไว้ที่บ้านถ้ากลัวเปลือง enso (IP:203.151.140.121,203.113.51.164,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 ต.ค. 2548 (00:39)
งงจริงนั่นแหละ 1000ล้านบาท/ปี = 2.7 ล้านบาท/วัน 15 สต./คัน แสดงว่ามีจักรยานยนต์ 18 ล้านคัน ประเทศไทยมี 60 ล้านคน เป็นเด็ก, คนชรา, คนใช้รถเมล์, คนนั่งรถเก๋ง มากแค่ไหน แสดงว่าส่วนที่เหลือมีจักรยานยนต์คนละคัน และขี่กัน 7 วันต่อสัปดาห์ ??? คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 4 ต.ค. 2548 (23:31)
ใช้น้ำมันผลิตไฟฟ้าได้มากน้อยแค่ไหน มีคนแสดงวิธีคิดไว้ เขาว่า 10.5 kwh/gallon ฉะนั้น 1kwh ก็ประมาณ 1/3 ลิตร http://auto.howstuffworks.com/question424.htm ตัวเลขนี้ก็ฟังดูน่าเชื่อถือดี แต่เรื่องเปลืองเงิน 600 ล้านดอลลาร์ น่าจะผิดไปไกลแบบคนไม่เข้าใจเรื่องระบบไฟฟ้าในรถยนต์ อันนี้ก็แล้วแต่จะเชื่อ ไม่ทดลองก็ไม่เห็น คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 5 ต.ค. 2548 (09:50)
จะว่าไปก็เหมือนเรื่องในลิ้งค์ข้างบน รถใช้น้ำมันผลิตไฟฟ้า งั้นไม่เปิดไฟซะจะได้ไม่ต้องใช้น้ำมัน พอไปทดลองจริงแล้วมันไม่เป็นตามนั้น แต่อันนี้ก็รับรองไม่ได้ เพราะไม่ได้ไปทดลองเอง ได้แต่ชี้แจงอย่างนี้ ว่า... จะเปิดไฟหรือไม่เปิด รถก็ผลิตไฟฟ้าจาก alternator ตลอดเวลา แม้แต่ตอนติดไฟแดง หลายคนคงไม่รู้ว่า alternator ในรถทั่วไป ผลิตไฟได้ถึง 60 A ลองคูณกับ 12 V จะได้เป็น W รถต้องผลิตไฟถึงขนาดเป็นโรงไฟฟ้าย่อมๆ แบบนี้ก็เพราะต้องใช้ไฟฟ้าในวงจรต่างๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือจ่ายให้หัวเทียน แล้วก็ชาร์จแบต แล้วก็เลี้ยงส่วนต่างๆ วิทยุ นาฬิกา แผงไฟหน้ารถ วงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับหัวฉีด วงจรกันขโมย ไฟส่วนเกินก็เสียไปเฉยๆ พวกที่น้ำกลั่นในแบตแห้งบ่อยๆ นั่นแหละ แสดงว่า ไฟเหลือ ถามว่ามีวิธีประหยัดมั้ย ก็มี ... ถ้าลดขนาด alternator ลง แต่จะเกิดอะไรขึ้น วันดีคืนดีรถสตาร์ทไม่ติดทั้งที่แบตเพิ่งซื้อ ต้องหิ้วแบตไปชาร์จที่ร้าน หรือถามว่าทำไมไม่ทำระบบยก alternator ออกจากสายพานหลังจากแบตเต็ม ประหยัดได้ร้อยล้านพันล้าน ก็ต้องดูว่าราคาเครื่องเท่าไหร่ ประหยัดน้ำมันปีละร้อยบาทต่อคัน กี่ปีถึงจะคุ้มทุน แล้วคนขี่มอเตอร์ไซด์ไปตลาดอาทิตย์ละครั้งเขาจะว่ายังไง เรื่องแบบนี้บางทีพูดไปก็เหมือนเรื่องรถ hybrid ถ้าใครบอกว่าไม่ดีก็จะโดนมองหน้าเอา คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 7 ต.ค. 2548 (11:22)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 7 ต.ค. 2548 (13:20) ประหยัดแต่ไม่ปลอดภัยจะคิดไปทำไมครับ ไม่งั้นให้เขาเปิดไฟถนนดวงเว้นดวงไม่ประหยัดกว่าอีกหรือ ให้ตำรวจมาคอยไล่รถที่ชอบจอดแช่บนถนนจน รถติดไปทั่วน่าจะประหยัดพลังงานได้มากกว่า bug (IP:203.146.16.50,,) ชอบแบบไหนเชื่อตามนั้น บังคับกันไม่ได้ แต่ความจริงเป็นยังไงก็อีกเรื่อง บังคับตามใจเราไม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าจะให้เดา ... จะบอกว่าเปิดไฟไม่ได้ใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ถ้าจะบอกว่าเปลืองก็เปลืองมาตั้งแต่ผลิตรถคันแรกออกมาแล้ว แต่เมื่อต้องใช้ก็คือต้องเปลือง เปิดไฟอาจจะช่วยประหยัดค่าน้ำกลั่นที่ต้องวิ่งไปซื้อมาคอยเติมแบตด้วยซ้ำ คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,) ผมกลับเห็นว่าน่าจะบังคับรถยนต์เปิดไฟด้วยซ้ำครับ เพื่อชีวิตและความปลอดภัย เปลืองขึ้นอีกนิดหน่อยแต่เซฟชีวิตได้ น่าจะคุ้มครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 25 ต.ค. 2548 (16:01)
ถ้าไม่อ่านที่ตอบไว้ข้างบน ก็จะเปรียบเทียบให้ดูดังนี้ เปิดพัดลมเย็นสบายแต่เปลืองไฟ เพราะฉะนั้นอยากประหยัดไฟก็ทนร้อนเอา ถูกหรือไม่? ... ถูกครึ่งหนึ่ง 1. ปิดพัดลม ประหยัดไฟแน่นอน 2. หันพัดลมเข้าข้างฝา เปิดแรงเท่าเดิม ถามว่าทำไมอุตส่าห์ทนร้อนแล้วค่าไฟไม่ยอมลดลง เรื่องความจริงทางเดียว บางทีก็เข้าใจยาก A -> B (ถ้าเปิดไฟ แล้วเปลืองน้ำมัน) ~A (งั้นปิดไฟซะ) บางคนก็สรุปว่า ~B (ประหยัดน้ำมัน) วิทยาศาสตร์ คือ ธรรมชาติ คือ ความจริง ความหวังดีหรือฉันทาคติก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้ คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,) |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |