|
+++ไฟฟ้า ในรถนั้นมาจากไหน? ใครรู้บ้าง+++
โพสต์เมื่อ:
01:22 วันที่ 7 ก.ค. 2548 ชมแล้ว:
35,144
ตอบแล้ว:
85
ใคร รู้บ้างว่า ไฟฟ้าที่ใช้ในการ เปิดไฟ ในรถทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือจักรยรนยนต์ นั้น สิ้นเปลืองพลังงานหรือ ไม่ อย่างไร ท่านผู้รู้ของความเห็นด้วยครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 4 ต.ค. 2548 (23:31)
ใช้น้ำมันผลิตไฟฟ้าได้มากน้อยแค่ไหน มีคนแสดงวิธีคิดไว้ เขาว่า 10.5 kwh/gallon ฉะนั้น 1kwh ก็ประมาณ 1/3 ลิตร http://auto.howstuffworks.com/question424.htm ตัวเลขนี้ก็ฟังดูน่าเชื่อถือดี แต่เรื่องเปลืองเงิน 600 ล้านดอลลาร์ น่าจะผิดไปไกลแบบคนไม่เข้าใจเรื่องระบบไฟฟ้าในรถยนต์ อันนี้ก็แล้วแต่จะเชื่อ ไม่ทดลองก็ไม่เห็น คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 5 ต.ค. 2548 (09:50)
จะว่าไปก็เหมือนเรื่องในลิ้งค์ข้างบน รถใช้น้ำมันผลิตไฟฟ้า งั้นไม่เปิดไฟซะจะได้ไม่ต้องใช้น้ำมัน พอไปทดลองจริงแล้วมันไม่เป็นตามนั้น แต่อันนี้ก็รับรองไม่ได้ เพราะไม่ได้ไปทดลองเอง ได้แต่ชี้แจงอย่างนี้ ว่า... จะเปิดไฟหรือไม่เปิด รถก็ผลิตไฟฟ้าจาก alternator ตลอดเวลา แม้แต่ตอนติดไฟแดง หลายคนคงไม่รู้ว่า alternator ในรถทั่วไป ผลิตไฟได้ถึง 60 A ลองคูณกับ 12 V จะได้เป็น W รถต้องผลิตไฟถึงขนาดเป็นโรงไฟฟ้าย่อมๆ แบบนี้ก็เพราะต้องใช้ไฟฟ้าในวงจรต่างๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือจ่ายให้หัวเทียน แล้วก็ชาร์จแบต แล้วก็เลี้ยงส่วนต่างๆ วิทยุ นาฬิกา แผงไฟหน้ารถ วงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับหัวฉีด วงจรกันขโมย ไฟส่วนเกินก็เสียไปเฉยๆ พวกที่น้ำกลั่นในแบตแห้งบ่อยๆ นั่นแหละ แสดงว่า ไฟเหลือ ถามว่ามีวิธีประหยัดมั้ย ก็มี ... ถ้าลดขนาด alternator ลง แต่จะเกิดอะไรขึ้น วันดีคืนดีรถสตาร์ทไม่ติดทั้งที่แบตเพิ่งซื้อ ต้องหิ้วแบตไปชาร์จที่ร้าน หรือถามว่าทำไมไม่ทำระบบยก alternator ออกจากสายพานหลังจากแบตเต็ม ประหยัดได้ร้อยล้านพันล้าน ก็ต้องดูว่าราคาเครื่องเท่าไหร่ ประหยัดน้ำมันปีละร้อยบาทต่อคัน กี่ปีถึงจะคุ้มทุน แล้วคนขี่มอเตอร์ไซด์ไปตลาดอาทิตย์ละครั้งเขาจะว่ายังไง เรื่องแบบนี้บางทีพูดไปก็เหมือนเรื่องรถ hybrid ถ้าใครบอกว่าไม่ดีก็จะโดนมองหน้าเอา คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 7 ต.ค. 2548 (11:22)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 7 ต.ค. 2548 (13:20) ประหยัดแต่ไม่ปลอดภัยจะคิดไปทำไมครับ ไม่งั้นให้เขาเปิดไฟถนนดวงเว้นดวงไม่ประหยัดกว่าอีกหรือ ให้ตำรวจมาคอยไล่รถที่ชอบจอดแช่บนถนนจน รถติดไปทั่วน่าจะประหยัดพลังงานได้มากกว่า bug (IP:203.146.16.50,,) ชอบแบบไหนเชื่อตามนั้น บังคับกันไม่ได้ แต่ความจริงเป็นยังไงก็อีกเรื่อง บังคับตามใจเราไม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าจะให้เดา ... จะบอกว่าเปิดไฟไม่ได้ใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ถ้าจะบอกว่าเปลืองก็เปลืองมาตั้งแต่ผลิตรถคันแรกออกมาแล้ว แต่เมื่อต้องใช้ก็คือต้องเปลือง เปิดไฟอาจจะช่วยประหยัดค่าน้ำกลั่นที่ต้องวิ่งไปซื้อมาคอยเติมแบตด้วยซ้ำ คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,) ผมกลับเห็นว่าน่าจะบังคับรถยนต์เปิดไฟด้วยซ้ำครับ เพื่อชีวิตและความปลอดภัย เปลืองขึ้นอีกนิดหน่อยแต่เซฟชีวิตได้ น่าจะคุ้มครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 25 ต.ค. 2548 (16:01)
ถ้าไม่อ่านที่ตอบไว้ข้างบน ก็จะเปรียบเทียบให้ดูดังนี้ เปิดพัดลมเย็นสบายแต่เปลืองไฟ เพราะฉะนั้นอยากประหยัดไฟก็ทนร้อนเอา ถูกหรือไม่? ... ถูกครึ่งหนึ่ง 1. ปิดพัดลม ประหยัดไฟแน่นอน 2. หันพัดลมเข้าข้างฝา เปิดแรงเท่าเดิม ถามว่าทำไมอุตส่าห์ทนร้อนแล้วค่าไฟไม่ยอมลดลง เรื่องความจริงทางเดียว บางทีก็เข้าใจยาก A -> B (ถ้าเปิดไฟ แล้วเปลืองน้ำมัน) ~A (งั้นปิดไฟซะ) บางคนก็สรุปว่า ~B (ประหยัดน้ำมัน) วิทยาศาสตร์ คือ ธรรมชาติ คือ ความจริง ความหวังดีหรือฉันทาคติก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้ คนแถวนี้ (IP:66.188.89.4,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 27 ต.ค. 2548 (19:47) - ไม่ค่อยเข้าใจว่า จะสนับสนุน หาวิธีอื่น ที่ให้ได้มาซึ่งผลรับเช่นเดียวกัน หรือ คัดค้าน แน่ - ลองดูรูป ปริมาณ CO (คาร์บอนมอนน็อกไซด์)ที่สร้างจากฝีมือเราๆ ท่านๆ ที่อยู่เมืองไทยกัน - ไปดูอีกหลายๆรูปที่ เวปสุดิพันธ์ (ลงได้มากกว่าที่นี่) http://www.sudipan.net/phpBB2/viewtopic.php?p=13622#top - ไม่ทราบว่า จะสำเหนียก และได้ สำนึก อะไรกันขึ้นมาบ้างหรือไม่ - ไม่เข้าใจว่าความหวังดี โดยนำเอาวิทยาศาสตร์ และ ความจริงมาช่วยแก้ปัญหา ทำไมจึงเห็นความจริงไม่ได้ รูปเป็น PNG ไปเปลี่ยน ก่อนแล้วเอามาลง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 27 ต.ค. 2548 (23:19)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 30 ต.ค. 2548 (15:23) ก็ดีน่ะ ดรงนี้ (IP:221.128.100.210,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 30 ต.ค. 2548 (15:50) เบี้องต้นผมคิดว่าพลังงานน้ำมันเป็นส่วนใหญ่ครับเพราะถ้าขาดเขาไปเราจะรู้สึก พูดง่ายถ้ารถไม่มีน้ำมัน หลายอย่างดูขัดและไม่พร้อมเอาเสียเลย สรุปสั้นๆว่าน้ำมันเป็นพลังงานปฐมภูมิครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 21 ม.ค. 2549 (21:34)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 22 ก.พ. 2549 (00:21) เท่าที่เคยฟังมาตอนเรียน (คุ้นๆไม่ยืนยันข้อมูลทั้งสิ้น) โรงงานไฟฟ้าปันไฟได้ประสิทธิภาพประมาน40% เครื่องปันไฟทั่วไป(รวมถึงรถยนต์ด้วย จะได้ที่ประมาณ20%) ดังนั้นตองบอกว่า ถ้าเพื่อโลกแล้ว ไฟฟ้าควรจะซื้อครับ โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ สามารถเอาความร้อนที่ทิ้งมาผลิตไฟฟ้าได้อีก แม้ไม่มากนัก แต่ก็คุ้มค่ากว่าทิ้งไปเฉย ๆ โรงไฟฟ้าหรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเล็ก ๆ ทำไม่ได้ ทำเป็นระบบใหญ่คุ้มค่ากว่า แต่ถ้าอยู่ห่างไกลความเจริญ สายส่งกำลังไปไม่ถึงก็คงจำเป็นต้องปั่นไฟฟ้าใช้เองบ้างในบางกรณี ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 23 ก.พ. 2549 (15:21)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 24 ก.พ. 2549 (14:17) เรื่องเปิดไฟ ใส่หมวก คิดว่าก็ดีนะสำหรับความปลอดภัย อะไรที่ Save ชีวิตคนได้เป็นดี เคยเห็นจักรยานสมัยก่อนไหม เวลาปั่นแล้วไฟติด(ไฟฟ้านะ..ไม่ใช่ ไฟไหม้) มีเครื่องทำไฟฟ้าตัวเล็ก ๆ ด้วยพลังงานกลติดอยู่ รถมอเตอร์ไซค์น่าจะทำอย่างนั้นบ้างนะ เศรษฐ์ (IP:125.25.3.51,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 24 ก.พ. 2549 (20:47) น้ำมันเป็นพลังงานปฐมภูมิครับ แต่ผมว่าแบตเตอรี่ก็มีส่วน ![]() เมอร์ลิน พอตเตอร์ (IP:61.19.150.150,,) |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |