วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
ครูและนักวิทยาศาสตร์ อาชีพดีที่ถูกเมิน
โพสต์เมื่อ: 08:48 วันที่ 13 ก.ค. 2548         ชมแล้ว: 5,852 ตอบแล้ว: 37
ครูและนักวิทยาศาสตร์ อาชีพดีที่ถูกเมิน

คอลัมน์ "คลื่นอนาคต"

พีรกิตติ์ คมสัน คณะวิทย์ จุฬาฯ peerakit@peerakit.info โฮมเพจ http://peerakit.info

สถานการณ์โลกกำลังเลวร้าย ความเดือดร้อนเกิดขึ้นทั่วไปในสังคมไทยโดยไม่ต้องเอ่ยถึงว่ามีอะไรบ้าง ดูให้ดีสิครับว่าเกิดจากการขาด "การสร้างคน" ที่มีคุณภาพ คือ การศึกษา ปัญหาเบื้องหลังก็คือการขาดแคลนครูและผู้ช่วยงานด้านการศึกษา แต่น่าแปลกที่มีคนจำนวนมาก "หางานทำ" ไม่ได้

อาชีพที่มีพระคุณกับผมอย่างยิ่งคือ เกษตรกรผู้ผลิตอาหารเลี้ยงประชาชน ซึ่งเป็นอาชีพพื้นฐานของคนไทยอยู่แล้ว และครูผู้ผลิตความรู้ในใจคน ซึ่งกำลังขาดแคลน และต้องรับภาระหนักที่สำคัญมาก แต่กลับถูกดูหมิ่นอย่างไร้เหตุผลด้วยค่านิยมสมัยใหม่ เช่นว่า "เพราะสอบเข้าที่ไหนไม่ได้แล้วถึงมาเรียนครู" เหตุใดอาชีพที่สำคัญยิ่งในการสร้างคนจึงถูกมองเช่นนี้

ท่านเชื่อไหมว่าเยาวชนส่วนใหญ่เลือกอาชีพที่ตนจะศึกษาต่อ จากการมองในมุมที่ว่า "เราจะได้อะไรจากสังคม" มากกว่าที่จะให้อะไรแก่สังคม เห็นได้จากการแนะแนวของผู้ใหญ่หลายแห่งสื่อออกมาในลักษณะที่ว่า ตัวเราเป็นได้แค่ส่วนน้อยในสังคม ไม่มีความหมายอะไรต่อความสุขของมนุษยชาติหรือชุมชนท้องถิ่น ดังนั้น เราควรคิดถึงแต่ว่าชีวิตเราจะเอาตัวรอด คือ โกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเองได้อย่างไรเท่านั้น

นอกจากเส้นทางอาชีพครูที่ไม่ราบรื่น ขอกล่าวถึงอาชีพอีกอย่างหนึ่งที่ถูกสังคมมองในลักษณะเดียวกัน และเป็นปัญหาคล้ายกัน คือ "อาชีพนักวิทยาศาสตร์"

เด็กคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า "ฉันไปเอาใบเกรด แล้วอาจารย์บอกว่า เกรดสูงขนาดนี้จะเรียนหมอหรือวิศวะล่ะ ฉันบอกอาจารย์ว่าฉันอยากเรียนวิทยาศาสตร์ อาจารย์ก็บอกฉันว่า มันไม่มีอะไรหรอก เรียนไปทำไม ไม่ได้อะไรหรอก อาจารย์บอกว่าฉันโง่ ให้ไปคิดใหม่ว่าจะเรียนอะไรกันแน่ ฉันข้องใจว่าทำไมอาจารย์ดูถูกคณะวิทย์กันหนักหนา ทั้งที่ฉันว่ามันดีออก"

ผู้กล่าวขณะนี้เป็นนักเรียนชั้น ม.5 ที่มีความสามารถสูงและชอบทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เป็นรุ่นน้องของผมในโครงการ "อัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์" ที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติสนับสนุนเป็นอย่างดี เพราะเป็นอาชีพที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ มีการพูดกันมากว่าประเทศเราขาดนักวิทยาศาสตร์ และเขียนยุทธศาสตร์ว่าจะสร้างกำลังคนทางวิทยาศาสตร์

ไม่ใช่น้องคนนี้คนเดียวที่เจอปัญหา แต่เป็นที่รู้โดยทั่วกันว่าเด็กที่มุ่งเรียนต่อในคณะวิทย์จะถูกกีดกันทางสังคมให้ไปเลือกเรียนคณะอื่น

แม้สังคมดูหมิ่นนักเรียนที่เรียนต่อในคณะวิทยาศาสตร์ว่าเป็นนักเรียนสายวิทย์ที่สอบเข้าคณะยอดนิยมเช่นแพทย์หรือวิศวะไม่ได้ แต่หลายคนเลือกเรียนเพราะรักงานด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยสร้างภูมิปัญญาของชาติ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าคณะวิทย์เต็มไปด้วยนักปราชญ์ที่ทำประโยชน์แก่สังคม สังคมไม่ค่อยได้รับรู้งานของนักวิทยาศาสตร์ที่มีคุณค่า รู้เพียงว่าคณะวิทยาศาสตร์มีคะแนน "เอ็นท์" เท่าไร บางคนที่เชื่อในความยุติธรรมของระบบเอ็นทรานซ์ว่าเป็นการคัดเลือกตามระดับคะแนนเพื่อแบ่งระดับสมองจึงอนุมานว่า การเรียนในคณะนี้ไม่ต้องใช้สมองมากนัก ไม่จำเป็นต้องได้คนเก่งมาเรียน ซึ่งเป็นผลกระทบจากความเชื่อของสังคม ความจริงแล้วคณะวิทยาศาสตร์เรียนยากและต้องการความเอาใจใส่ เพราะเป็นการศึกษาเนื้อหาลึกซึ้ง เป็นแหล่งความรู้พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับคณะอื่นๆ ในสายเทคโนโลยีทั้งหมด ซึ่งต้องมาเรียนวิชาพื้นฐานที่คณะวิทย์

ถ้าถามว่าทำไมประเทศที่พัฒนาแล้วถึงมีครู มีนักวิทยาศาสตร์ที่ดีจำนวนมาก ก็เพราะเขาให้เงินเดือนครูและนักวิทยาศาสตร์สูง แต่ในประเทศไทยทั้งสองเป็นอาชีพที่ทำงานหนักแต่รายได้น้อย และไม่เป็นที่นิยมในสังคมสมัยใหม่ วิธีแก้ปัญหาสำหรับประเทศไทยผมมองว่า ปัญหาที่สำคัญอยู่ที่ความคิดต่างหาก คนเราถ้ามีความคิดมีอุดมคติที่จะประกอบอาชีพที่ได้ทำประโยชน์แล้ว เรื่องอื่นมีผลน้อยมาก การแนะแนวอนาคตจึงน่าจะมองอาชีพในมุมที่ว่า "เราจะให้อะไร" มากกว่า "เราจะได้อะไร"

การจูงใจที่ดีสำหรับคนไทยควรจูงใจด้วยคุณธรรม น่าคิดต่อไปว่า ทำอย่างไรเราจะสร้างค่านิยมความอยากประกอบอาชีพที่ได้ทำประโยชน์ต่อสังคม

สุรัชน์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 701 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 37 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 7 ส.ค. 2548 (19:59)
เป้าหมายของเด็กตอนนี้ไม่เป็นอย่างที่ควรจะเป็น จุดหมายไม่ใช่"ให้ได้ทำในสิ่งที่รัก" แต่เป็น"ให้ได้รับการยอมรับ"จากสังคม และคณะวิทยาศาสตร์ไม่ใช่หนึ่งในนั้นอย่างที่ควรจะเป็น
โนวา (IP:202.129.1.132,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 8 ส.ค. 2548 (02:09)
เป็นครูวิทยาศาสตร์ ต้องไปเตรียม สารเคมี เตรียมสายไฟ เตรียมหลอดฉีดยา ถ่านไฟฉาย หลอดทดสอบ เติมอัลกอฮอล์ใส่ตะเกียง จัดตั้งกล้องจุลทรรศน์ จัดอุปกรณ์ให้ครบตามกลุ่มของนักเรียน
ในขณะที่ครูกลุ่มอื่นไม่ต้องเตรียมอะไรมากนัก
แต่เงินเดือนเท่ากัน

ดังนั้น ถ้ามีลูกก็ให้บอกลูก มีหลาน ก็ให้บอกหลาน ว่าอย่าเรียนมาเป็นครูวิทยาศาสตร์เลย
ไอน์จะไตล์ (IP:210.246.68.226,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 10 ส.ค. 2548 (15:23)
อ่านแล้วรู้สึกเลือดอุดมการณ์ที่เคยหลับใหลฝังลึกในดีเอ็นเอ มันเริ่มตื่นยังไงไม่รู้ แต่บางครั้งสังคมที่น่ากลัวมันก็เป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้แนวความคิดของคนเราเปลียนไป ถ้ารัฐเปลี่ยนวิธีทางแบบใหม่ ผลักดันให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับแรงกายแรงใจ มันจะไม่ทางที่อาชีพครูจะเป็นอาชีพหรือทางเลือกลำดับสุดท้ายอีกต่อไป
E.coli_pp@hotmail.com (IP:61.7.138.118,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 23 พ.ย. 2548 (20:03)
หนูก็เป็นคนหนึ่งที่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดีของโลกนะคะ
เป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะคะ
แม้ว่าสังคมจะหาว่าด้อย หรือต้อยต่ำ แต่เราไม่ได้ด้อยในด้านความรู้ ความคิด สร้างสรรค์ จรรโลงโลก ใบนี้แม้แต่นิด
จริงไหมคะ?????
zigo_boom@hotmail.com (IP:203.172.111.139,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 24 พ.ย. 2548 (06:19)
อ่านแล้วครับ ลงทะเบียน
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 263 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 24 พ.ย. 2548 (17:14)
ทำกรรมเช่นใดย่อมได้ผลเช่นนั้น

แต่ถ้ากรรมนั้นเป็นกรรมของสังคม

คงต้องมามองให้เข้าใจสภาพจริง

พิจารณาตัวเราเอง แล้วขยายออกไปดูคนอื่นๆ

กรรมของสังคมเป็นกระแสใหญ่

คนที่มีความสามารถ

อาจจะเลือกเข้าไปในกระแส ตามกระแส
และแน่นอน ได้เงิน ได้คำชื่นชม ตามกระแส

แต่บางคนอาจจะเลือกสร้างคุณค่าใหม่ที่สร้างสรรค์เป็นแบบอย่างที่แตกต่างออกไป


เราต้องการคุณค่าเช่นนี้ การรู้สึกเข้าใจสังคม

ทำอะไรเพื่อสังคม

รู้เท่าทันกระแส รู้เท่าทันระบบเงิน ระบบการบริโภคทางวัตถุ


ค้นหาชีวิตของเราให้เจอ

ก็จะตอบคำถามต่างๆ มองเห็นสภาพต่างๆ ได้แตกต่างออกไป

แล้วก็จะรู้ว่า เราอยากจะทำอะไร

ให้กับชีวิตของเรา

ทำอะไรให้กับคนอื่น


สองสามวันนี้ ผมอ่านหนังสือชีวิตของ ดร.อาจอง

ชีวิตท่านพิสดารน่าชื่นชมมาก

ท่านเก่งในทุกอย่าง เก่งในทุกเรื่อง

และสุดท้ายท่านก็เลือกที่จะเป็น "ผู้ให้"
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 26 พ.ย. 2549 (19:56)
หนูก็เป็นคนหนึ่งที่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยที่ดีของโลกนะคะ
แต่ต้องการความสนับสนุนทุกด้านน แม้จะเรียนไม่เก่งเท่าไรก็ตาเมถอะ นะ แต่ก็อยากจะเป็นนักวิจัย กับนักวิทยาศาสตร์ รักวิทยาศาสตร์อยู่ดีละ
Dr.science (IP:124.120.26.110)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 29 พ.ย. 2550 (13:41)
ใครสนใจจะร่วมคิด เรื่อง กิจกรรมแนะแนวคณะวิทยาศาสตร์ หรือ การทำหนังสือ "มองคณะวิทย์" หรืออะไรทำนองนี้ ช่วยติดต่อผมนะครับ อาจจะอีเมลมาหาที่ peerakitk@hotmail.com
พีรกิตติ์ คมสัน ประชาอุทิศ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 217 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 168 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 15 มี.ค. 2551 (16:47)

...ใช้ มีหลายคนที่มองอาชีพนักวิทยาศาสตร์แบบนี้


แต่ไม่เป็นทำไปกถอะถ้าใจรัก... ^_6


aaaaaaaaao เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 4 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 15 มี.ค. 2551 (22:17)

เป็นครูค่ะ แล้วก็ยังคงมีความสุขกับอาชีพนี้


สิ่งที่ทำให้สังคมหันกลับมามองอาชีพครูว่าเป็น


อาชีพที่มีเกียรติได้อีกครั้งตามความคิดก็คือ


เราต้องทำตัวเราเองให้มีเกียรติก่อนค่ะ


 


 


Oasis-Thai เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 14 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 89 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 16 มี.ค. 2551 (00:33)
เราเองเรียนจบ คณะวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง ตอนเรียนอาจารย์พูดเสมอว่า พวกเราต้องทำใจกันนะ ประเทศไทยไม่มีอาชีพนักวิทยาศาสตร์ ด้วยความที่ยังเรียนอยู่ก็ได้แค่รับฟัง ไม่ได้เก็บไปคิดอะไร เราเองจบแบบ Pure Sci ไม่ใช่สาขาประยุกต์ คือเราจบ ชีววิทยา แบบที่เป็นนักวิจัยภาคสนามเหมือนสารคดีในต่างประเทศนะคะ เราทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมสัตว์ มี Adviser เป็น Prof.ชาวอังกฤษ ท่านแนะนำให้ไปทำงานเมืองนอก อย่าอยู่เมืองไทย เพราะจะหางานลำบาก ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วทุกคำพูดของอาจารย์ หางานยากจริงๆค่ะ แต่ก็ภูมิใจนะคะเพราะอาชีพนักวิทยาศาสตร์เป็นอาชีพที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์อย่างที่ตั้งใจ แต่ก็นำวิทยาศาสตร์มาใช้ในการทำงานได้ค่ะ ตอนนี้ทำงานเป็นนักวิชาการ (Education Consultant) ของสถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งค่ะ น้องๆที่อยากเรียนวิทยาศาสตร์ก็สู้ๆนะคะ วิทยาศาสตร์จะช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเจริญค่ะ
viviana_air เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 17 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 17 เม.ย. 2551 (15:43)
<P>อ่านแล้วหดหู่ แต่ก็สู้ ทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อความเจริญ เพื่อเด็ก เพื่อประเทศไทยที่กำลังจะพัฒนา พัฒนา พัฒนา และก็กำลังพัฒนา อยู่อย่างนี้ เพราะได้แต่คิดว่า สังคมให้อะไรอยู่อย่างนั้นจึงเป็นเช่นนี้</P>
<P>ครูอีกคนหนึ่ง</P>
ครูคนหนึ่ง (IP:125.25.93.184)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 17 เม.ย. 2551 (18:37)

เป็นศิษย์ เก่า คณะวิทยาศาสตร์   สงสัยจะรุ่นป้า ท่าน เจ้าของกระทู้เลย


เรียน ภาควิชาเคมีเทคนิค  สาขาเทคโนโลยีทางอาหาร


จะส่งอีเมล์ ไปร่วมทำหนังสือ   แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง


เพราะที่น่าเศร้า ก็คือ ตอนนี้ตัวเอง ไม่ได้ทำงานในสายที่เรียนมาเสียอีกแน่ะ


แต่ก็ชื่นชม และ ยินดีให้ความร่วมมือในการส่งเสริม คนเรียนวิทยาศาสตร์นะ


เรียนแล้วจะทำให้เรามีมุมมอง อะไรที่ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ  ไม่ใช่เพราะเราเก่งหรืออะไรหรอก  แต่ในการเรียน  เราถูกฝึกให้เป็นแบบนั้น   ตอนที่เรียนในสองสามปีหลัง ทำแล็บ สัปดาห์ละ 4 วัน  แล้วก็ต้องทำรายงานทุกวัน ๆ ละ 1 เล่ม


มันได้ฝึกให้เราอดทนมากๆ  กับงานหนัก   มีการสังเกต  และ มีความพร้อมในการต่อสู้กับงานอื่นๆ  ที่หนัก   ยาก และท้าทาย 


 


หน้าใหม่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 237 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 17 เม.ย. 2551 (19:12)

สังเกตได้จาก ประเทศที่มีความเจริญแล้วนะคับ ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่มีนักวิทยาศาสตร์...


การที่ประเทศไทยเรามีการพัฒนาอย่างล่าช้า นั่นก้ออาจจะมาด้วยหลายๆๆปัจจัยนะคับ


ปัจจัยหนึ่งเลยก็คือ ประเทสขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพอยู่อ่ะคับ


เมื่อเราลองดูต่างประเทศที่เค้ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนะคับ เค้าจะมีสถาบันที่รองรับนักวิทยาศาสตร์ อาจจะกล่าวได้ว่า มีการเปิดกว้างทางวิทยาศาสตร์


morkheng เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 20 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 17 เม.ย. 2551 (19:43)

ป้ญหาประเทศเราสลับซับซ้อนมาก   เพราะว่าเราชอบที่จะไปวิ่งตามกระแส โดยมิได้มองตัวเองให้ชัดๆ  ว่าบ้านเรา น่ะ เหมาะที่จะทำอาชีพอะไรค่ะ   ทำเกษตรอยู่ดีๆ  ก็อยากเป็น NIC  ซึ่งมีคนแซวว่า NAROK IS COMING   ขออภัย หากเขียนแล้วไม่ค่อยสุภาพนัก   ประเทศที่เจริญทางวัตถุ   ก็จะส่งเสริมงานสายวิทยาศาสตร์  ทั้งแบบดั้งเดิม และแบบประยุกต์ทั้งนั้น   ซึ่งนั่นคือ สินค้าของเขานะคะ   การที่มีเทคโนโลยีสูง ๆ  ได้ขาย เทคนิคให้ประเทศที่ล้าหลังกว่าทางเทคโนโลยี   แต่ดิฉันจะไม่หมายถึงจิตใจนะ  ต้องแยกส่วนกันค่ะ


แล้วเขาก็ฉวยเอาความได้เปรียบทางเทคโนฯ  มาขายเรา  บังคับให้ประเทศที่ล้าหลังทางเทคโนฯ  กว่า  ทำตามกรอบ  บรรทัดฐานที่เขาต้องการ  เพื่อให้เสพ สิ่งที่เขาผลิตขึ้นมา


หากเมืองไทยยังคงวิ่งตามกระแสไปเรื่อยๆ  เพราะจะคิดใหม่ทำใหม่โดยไม่ดูตัวเองเสียก่อน ก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละค่ะ     พื้นเพเราเป็นกสิกรรม  หากจะพัฒนาก็ควรพัฒนาในสิ่งที่ตัวเองถนัด  เช่น นำเทคโนโลยีมาใช้งานในด้าน เพิ่มผลผลิต   ซึ่งเป็นการลดต้นทุนต่อหน่วยไปนั่นเอง     ใช้วิทยาศาสตร์ในการศึกษาค้นคว้า และทดลองพันธุ์พืชใหม่ๆ  ที่มีการต้านทานโรคมากขึ้น   ให้ผลผลิตเร็ว   ฯลฯ  ทำนองนี้    


และตอนนี้ข้าวแพงสุดๆ   ตามกระแสน้ำมันเชื้อเพลิง  เพราะว่า  พืชเกษตรที่เคยเป็นอาหารคนได้เปลี่ยนไปแล้ว  กลายเป็นคนนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิต  เชื้อเพลิงชีวภาพเสียนี่   สมัยก่อน เวลาพืชไร่อะไรที่ราคาตก   เขาก็บอกว่า ถ้าขายถูกแล้วจะปลูกไปทำไม  นำเข้าดีกว่า   จนตอนนี้เหลืออะไรที่ปลูกได้บ้างละคะ    เลยกลายเป็นจับอะไรไม่ได้เลย  เพราะมัวแต่จะวิ่งตามเขานั่นเอง  


มันซับซ้อนจริง นะ   เพราะยังมีอีกตั้งหลายอย่างที่ยังไม่ได้พาดพิงถึงเลยค่ะ


หน้าใหม่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 237 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 18 เม.ย. 2551 (10:30)
<P><FONT color=#009999>ผมคนนึงก็เป็นนักวิทยาศาสตร์กล่าวคือจบคณะวิทยาศาสตร์ เอกฟิสิกส์&nbsp; จบมาเป็นนักฟิสิกส์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงราย ต่อมาก็เป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ (งานรังสี) ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อุดรธานี แล้วตอนนี้เป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ ที่โรงเรียนเทศบาล2 จังหวัดกำแพงเพชร ผมได้วนเวียนกับวงการวิทยาศาสตร์ในระดับหนึ่ง สาเหตุที่เป็นไทยมีบุคลากรไม่พอก็เพราะไม่มีการสนับสนุนทางด้านตำแหนงและงบประมาณเราไม่มีสมาคมที่แข็งแกร่งพอที่จะสนับสนุนเรื่องวิชาชีพเช่นใบประกอบวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เบี้ยเลี้ยงค่าวิชาชีพอะไรประมาณนั้น เราน่าจะร่วมสนับสนุนการจัดตั้งสมาคมหรืออะไรต่างๆด้านวิทยาศาสตร์ กันดีไหม ผมเชื่อว่าเมื่อเรามีสมาคมแบบนี้คือจัดกองทุนหารายได้เข้าองค์กรดูแลบุคลากรด้านวิชาชีพทางด้านวิทยาศาสตร์ งานด้านวิทยาศาสตร์ จะเจริญและดูดีขึ้นในสังคมไทย ถ้าท่านใดมีสมาคมใดที่เกี่ยวข้องแล้วหรือกำลังจะก่อตั้งผมยินดีที่จะเข้าร่วมและส่งเสริมขอบคุณครับ....ครูน้อยหัวใจนักวิทยาศาสตร์</FONT></P>
anek_srisawat@hotmail.com (IP:118.172.201.87)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 18 เม.ย. 2551 (12:00)
86516

ขอชื่นชมผู้ตั้งกระทู้นี้ที่มีความตั้งใจมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศในเชิงพัฒนาคุณภาพประชาชน ตัวผมเองก็เป็นบุคคล 2 อาชีพดังกล่าวข้างต้น และมีความคิดเห็นและรู้สึกเช่นเดียวกับผู้ตั้งกระทู้ เมื่อมีความคิดใหม่ๆ หรือโครงการใหม่ๆ ก็ไม่สามารถจะดำเนินการได้สะดวก เพราะไม่มีใครสนใจคน 2 อาชีพนี้เท่าที่ควร ระยะหลังๆนี้ผมเลยต้องไปทำงานให้ต่างประเทศ


2-3 ปีที่ผ่ามมานี้ สิงคโปร์มีปัญหาว่าจำนวนเด็กนักเรียนที่เลือกเรียนฟิสิกส์ในมหาวิทยาลัยนั้นลดลงอย่างมาก (ปรากฏการณ์นี้เหมือนกันในหลายๆประเทศ) ผมได้รับเชิญให้ไปบรรยายในลักษณะ Talk show ที่ National University of Singapore เพื่อกระตุ้นเด็กนักเรียนมัธยมปลายจำนวน 800 คนให้อยากเรียนฟิสิกส์ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การบรรยายของผม

ที่ผมตกใจก็คือ หลังการบรรยายมีนักเรียนชาย 1 คน นักเรียนหญิง 1 คน เดินมาหาผมแล้วยกมือไหว้กล่าวคำว่า "สวัสดีค่ะ/ครับ" เด็กทั้งสองคนเป็นคนไทย เด็กหญิงมาจากอยุธยา เด็กชายมาจากสงขลา ทั้งคู่เล่าว่าสิงคโปร์เดินทางเข้าไปเสาะแสวงหาเด็กอัจฉริยะในชนบทของไทย แล้วให้ทุนส่งเสียจนถึงปริญญาเอก หางานให้ทำอย่างดี ใครก็ตามลองถามตัวเองอย่างไม่มีอคติว่าถ้าเราเป็นคนดีจริง เราจะสำนึกถึงบุญคุณไหม เราจะรักประเทศสิงคโปร์ไหม และท้ายที่สุด เรามีหน้ามีตา ความเป็นอยู่ดีขึ้น มีเงินใช้ เราอยากกลับมาอยู่เมืองไทยไหม



 


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2920 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 360 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 18 เม.ย. 2551 (12:09)
86518

เมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว ผมเคยทำงานให้หน่วยงานทางการศึกษาวิทยาศาสตร์แห่งหนึ่งแถวๆเอกมัย ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการ ได้เสนอให้มีโครงการการจัดอบรมพัฒนาคุณภาพครู โดยได้ตั้งงบประมาณด้านนี้ไว้ แต่ก็ได้มีการพิจารณาโดยคณะผู้บริหารระดับสูง ตัดงบส่วนนี้ออกไป เพราะเกรงว่าผมจะแอบเอาเงินไปใช้เที่ยวตามจังหวัดต่างๆ จึงตัดงบประมาณเหลือ 0 บาท


ต่อมาสำนักงบประมาณ (ซึ่งตามปกติจะชอบตัดงบที่ไม่จำเป็นออกไป) ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อประเทศมีการพัฒนาการทางบุคลากรการศึกษาอย่างมาก เหตุใดหน่วยงานนี้แทนที่จะเพื่อเงินพัฒนาครู จึงกลับตั้งงบประมาณพัฒนาครูน้อยลง เหตุผลก็คือที่ผมจะบอกข้างล่างนี้ครับ


บางคนอาจจะบอกว่า เราต้องสำนึกถึงบุญคุณแผ่นดินเกิดจึงจะเป็นมนุษย์ที่แท้จริง

ลองมาดูรูปที่อยู่ในธนบัตรใบละ 20 บาทด้านหลัง จะเห็นรูปของพระเจ้าตากสิน ที่อยู่ด้านซ้ายมือของพระองค์คือหทารเอกคู่ใจจากเมืองพิชัย พร้อมดาบคู่กายที่ทำจากเหล็กน้ำพี้ภูมิปัญญาไทย พระยาพิชัยดาบหัก สู้รบเก่งกล้าสามารถมาก ฝีดาบนั้นโดดเด่นหาตัวจับจาก

ลองมาดูสภาพความจริงที่หลวงวิจตรวาทการกล่าวกล่าวไว้ว่า
"จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน"

ไอ้คนที่อยู่ด้านหลังพระยาพิชัยดาบหัก เห็นดังนั้นก็รำพึงในใจว่า "มันจะเด่นเกินไปแล้ว อย่างนี้ต้องขัดขาหน่อย"

ให้ดูรูปตอนขัดขา พระยาพิชัยไม่เป็นอันสู้รบเพื่อชาติ หันกลับมามองดู คนไทยขัดขากันเอง

นี่แหละครับ ลักษณะประจำชาติไทยของเรา จึงปรากฏเห็นสัญญลักษณ์อยู่ในธนบัตรใบละ 20 บาท ตัวอย่างคงหาได้ไม่ยากจากข่าวต่างๆที่มีอยูเป็นประจำทุกวัน ยิ่งช่วงนี้ยิ่งเห็นชัด

ที่เขียนมานี่ อารมณ์ขัน น่ะครับ อย่าคิดจริงจัง


แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2920 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 360 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 18 เม.ย. 2551 (12:17)

สำหรับนักเรียนที่ชอบสนุกกับวิทยาศาสตร์ ลองเข้ามาในกระทู้ที่ผมเคยเขียนไว้สิครับ มีกิจกรรมสนุกๆเล่น เผื่อจะมีใครชอบและสนใจจะเป็น "ครูหรือนักวิทยาศาสตร์"บ้าง









แขชนะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2920 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 360 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 18 เม.ย. 2551 (13:33)

ตามความเห็นของดิฉัน   กับวิชาฟิสิกส์   ดิฉันว่าวิชานี้ค่อนข้างจะเป็นนามธรรม อยู่มาก  คือคนจะเรียนได้ต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติ ได้ดีระดับหนึ่ง (ต้องบอกว่ามาก)  เพราะเป็นสิ่งที่นำปรากฎการณ์ มาเทียบเคียงกับทฤษฎีที่จะเรียน  เรียนเรื่องอะไรแล้วต้องนึกภาพให้ออกว่ามันไปสัมพันธ์กับของจริงอันไหน  จึงจะเข้าใจได้


ลองสังเกตดูค่ะ  จะเห็นว่า นักวิทยาศาสตร์หลายคนที่เป็นนักฟิสิกส์ มักจะเข้าใจหลักในศาสนาพุทธ  ได้เป็นอย่างดี   นักวิทยาศาสตร์ไทยก็ ศ.ระวี  ภาวิไล  ท่านเป็นอาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์   ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย    


อันนั้นนำมาเล่าประกอบเฉยๆ    


ในกรณีที่ต่างชาติมาคัดช้างเผือกไทยเพื่อไปสนับสนุนให้เรียน แล้วก็ไปทำงานให้เขา  ไม่อยากจะบอกเลยว่า   ดิฉันมองเป็นการลงทุนชนิดหนึ่ง    พูดแบบนี้อาจดูเหมือนดูถูกและไม่ให้เกียรติ  เข้าข่ายหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (ตาม รธน. ที่อ้างกันประจำ)   แต่กับบางประเทศ  ดิฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ    ถามว่า  แล้วถ้าเป็นตัวเองจะรู้สึกสำนึกในบุญคุณเขาไหม    ตอบว่า  ไม่ค่ะ   ในเมื่อเขาอาจมองเป็นการลงทุน  ดิฉันก็คงมองเหมือนกัน  แต่เพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง   คล้ายเป็นสัญญาจ้างงาน   เมื่อทำงานให้เขาแล้วก็ตามสัญญา  หรือ จะเลิกสัญญาแล้วต้องชดใช้อะไรก็ตามแต่    ยังไงต้องกลับบ้านเกิดแน่ๆ   ไม่ว่าแผ่นดินนี้จะมีอะไรที่ขี้เหร่  มากไปกว่านี้อีกก็ตาม     เพราะเราเกิดที่นี่   สัญชาติไทย  เชื้อชาติไทย  ตรงนี้ที่เงินเท่าไหร่ก็คงซื้อไปไม่ได้    ถึงจะซื้อได้ตามสิ่งที่จะระบุในหนังสือเดินทาง หรือ บัตรประชาชน  แต่เนื้อในเรา  เลือดทุกหยด และ กระดูกทุกชิ้น ก็ยังมาจาก ดินบนแผ่นดินไทย


ได้ดีก็ต้องกลับมารับใช้และแทนคุณแผ่นดิน    แม้ว่าจะโดนขัดขา  หมั่นไส้  ค่อนขอด และ อะรก็ตาม   


อิฉันอ่านเรื่องหนึ่งในหนังสือเกี่ยวกับคนชายขอบ   ชนกลุ่มน้อยที่ไร้บ้าน ไร้ชาติ เขายังมีความคิดว่า   เมื่อเกิดบนแผ่นดินใด  หากไม่คิดทำคุณแทนแผ่นดินนั้น  มันน่าละอาย


เขียนเหมือนจริงจัง และ เลือดพล่าน   แต่ไม่ขนาดนั้นค่ะ  เพียงแต่อยากจะเล่าความรู้สึกเท่านั้นเอง     และต้องเรียนตามตรงว่า  ดิฉันเซ็งกับการเมืองทุกวันนี้มากๆ  ไม่เฉพาะแค่นิสัยคนไทยที่ถนัดนักกับการเล่นข้างหลัง  กับ ขี้อิจฉา ค่ะ 


หน้าใหม่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 237 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.