"เนื้อหาในส่วนนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปอ้างอิง"
"กรุณาลงข่าวประชาสัมพันธ์ของท่านใน vService"
ความลับในอวกาศ "หลุมดำ" โพสต์เมื่อ:
21:32 วันที่ 13 ก.ค. 2548 ชมแล้ว:
70,094 ตอบแล้ว:
199
Source: http://www.nextstep.co.th/
แหล่ง: http://www.nextstep.co.th/
อ่านๆก้อหนุกดีคับ เลยเอามาเผยแพร่ให้ทุกคนได้ดู
ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ ยังมีสิ่งลึกลับมากมายที่รอให้มนุษย์ได้ค้นหาคำตอบ หนึ่งในนั้นคือ วัตถุุลึกลับที่รู้จักกันในนาม หลุมดำ (Black Hole) ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ต่างพากันศึกษาเพื่อหาคำตอบถึงการมีอยู่จริงของเจ้าวัตถุลึกลับที่ว่านี้
หลุมดำ คือ หลุมในอวกาศที่สามารถดูดทุกสิ่งที่หลงเข้าไปใกล้รัศมีของมันได้ ไม่เว้นแม้แต่แสง
จากคำกล่าวนี้เองที่ทำให้คนทั่วไปยากที่จะเชื่อว่ามันมีอยู่จริง แต่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเชื่อว่าหลุมดำมีอยู่จริง ยิ่งไปกว่านั้นมันยังอยู่ใกล้ตัวเรามากด้วย โดยคำทำนายจากทฤษฎีฟิสิกส์ขั้นสูงที่ว่า หลุมดำไม่ได้เป็นเพียงแค่ดาวยักษ์สีดำที่คอยจ้องจะกลืนกินทุกสิ่งที่เข้าใกล้เท่านั้น แต่ยังมีีหลุมดำขนาดจิ๋วที่เล็กจนสามารถซ่อนในวัตถุต่างๆในโลกของเรา หรือแม้แต่ในตัวของคุณเอง!
ตามทฤษฎีฟิสิกส์ หลุมดำ เกิดจากการที่ดาวฤกษ์ซึ่งใช้ปฏิกริยานิวเคลียร์ในการก่อให้เกิดแสงสว่างและพยุงไม่ให้ดาวทั้งดวงเกิดการยุบตัว ได้ทำการเผาไหม้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์จนหมดไปเป็นเหตุให้เกิดการระเบิดตัวอย่างรุนแรง ที่เรียกว่า Supernova ผิวนอกของดาวจะระเบิดตัวกระจายอยู่รอบๆ ส่วนแกนกลางจะยุบตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการยุบตัวนี้ได้ทำให้เกิด ดาวแคระขาว และดาวนิวตรอนหรือหลุมดำ โดยดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยกว่า 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์จะเกิดเป็น ดาวแคระขาว แต่หากดาวฤกษ์มีมวลมากกว่า 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์ ก็จะก่อให้เกิดวัตถุชนิดใหม่คือ ดาวนิวตรอน
จากทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (General Relativity) ของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สามารถอธิบายถึงแรงโน้มถ่วงของอวกาศ โดยสมมติให้อวกาศเป็นเสมือนแผ่นผ้าใบขึงตึงทั้งสี่ด้านถ้ากลิ้งลูกหินลงไปบนผืนผ้าใบ มันจะวิ่งเป็นทางตรงเนื่องจากผ้าใบเรียบ แต่ถ้าวางตุ้มน้ำหนักน้ำหนักของตุ้มจะทำให้ผ้าใบบุ๋ม และเมื่อกลิ้งลูกหิน ทิศทางการเคลื่อนที่ของลูกหินย่อมได้รับผลกระทบจากความโค้งของผืนผ้าใบ ซึ่งหมายความว่า แรงโน้มถ่วงจากดาวต่างๆ คือ ความโค้งของอวกาศรอบๆ ดวงดาวเหล่านั้น เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันกับที่ลูกตุ้มกระทำต่อผืนผ้าใบยิ่งมวลของดาวมีค่ามาก ความโค้งของอวกาศก็ยิ่งมีค่ามาก ทำให้แรงโน้มถ่วงที่เกิดจากดาวนั้นมีค่ามากตามไปด้วย
ไอน์สไตน์ได้เขียนคำอธิบายถึงแรงโน้มถ่วงของอวกาศนี้ออกมาเป็นสูตรที่เรียกกันว่า Einsteins
Field Equation โดยผู้ที่สามารถหาคำตอบแรกของสมการนี้ได้ คือ คาร์ล ชวาชชิลล์(Karl Schwarzschild) ซึ่งเขาได้พิจารณาถึงความโค้งของอวกาศรอบๆ ดาวที่มีรูปทรงกลมสมบูรณ์และไม่หมุนรอบตัวเอง และพบว่า ระยะห่างค่าหนึ่งจากใจกลางของดวงดาว ซึ่งเรียกว่ารัศมีของSchwarzschild ความโค้งของอวกาศจะมีค่ามากจน แม้แต่แสงยังถูกกักขังเอาไว้ได้
ดาวฤกษ์ที่ระเบิดและยุบตัวจนมีขนาดเล็กกว่ารัศมีของ Schwarzschild ดาวจะแปรสภาพเป็นหลุมดำ โดยจะสร้างผิวทรงกลมที่เรียกว่า Event Horizon ขึ้น ซึ่งจะมีขนาดเท่ากับ รัศมีีของ Schwarzschild หากมีวัตถุเคลื่อนที่เข้าใกล้หลุมดำเกินกว่า Event Horizon ก็จะถูกแรงดึงดูดอันมหาศาลของมันดูดเอาไว้ และไม่สามารถหนีออกมาได้อีก แม้ว่าวัตถุนั้นจะมีความเร็วเท่ากับแสงก็ตาม ซึ่งสิ่งนี้เองคือต้นกำเนิดของหลุมดำ
|
    
จำนวน 154 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| - 8- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 172 1 ต.ค. 2550 (15:47) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171
เราคงไม่ใช่แค่ขาด 2 ท่อน...
เราคงจะถูกดูดเข้าไปแล้วอาจจะถูกกับวัถถุที่มันดูดเข้าไปแหลกไปเลยก็ได้...
สมมุติครับ... - -
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 173 2 ต.ค. 2550 (20:44) ขอเชิญท่านผู้มีปัญญาทั้งหลายค้นหาตัวเองจากหนังสือ
"ฉันคืออะไร? "
www.whatami123.com/web-w/hatami/for/for6.html
จากเวป "ฉันคืออะไร?"
www.whatami123.com kaw_47@hotmail.com (IP:203.113.80.12)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 174 4 ต.ค. 2550 (19:55) หน้ากล้วจังคับ  คุณชายราตรี (IP:117.47.2.125)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 175 6 ต.ค. 2550 (21:48) เมื่อก่อนเราก็เคยคิดว่าหลุมดำที่มีแรงโน้มถ่วงมหาศาลจะดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างซะอีก แต่ที่จริงแล้วหลุมดำก็มีพฤติกรรมเช่นเดียวกันกับดาวมวลมากดวงหนึ่งเหมือนกัน หากวัตถุใดที่อยู่ในระยะที่เหมาะสม ก็จะโคจรรอบหลุมดำได้เช่นเดียวกับดาวเคราะห์โคจรรอบดาวทั่วไปเลย
และส่วนดาวนิวตรอนนั้น ว่ากันว่าหากมนุษย์ไปยืนบนดาวนิวตรอน แรงโน้มถ่วงจะดึงให้ร่างกายแหลกเหลวลงเป็นแผ่นบางในชั่วพริบตาและหากเราโยนวัตถุหนักเท่ากับขวดน้ำอัดลมลงบนดาวนิวตรอน พลังงานที่เกิดขึ้นจากการปะทะจะเทียบได้กับระเบิดนิวเคลียร์ขนาดย่อมเลยทีเดียว และดาวนิวตรอนก็มีขีดจำกัดมวลสูงสุดเช่นเดียวกับดาวแคระขาว ซึ่งเรียกว่า ลิมิตดาวนิวตรอน หากดาวนิวตรอนมีมวลมากกว่า3เท่าของดวงอาทิตย์ แรงโน้มถ่วงของดาวนิวตรอนจะสูงเกินกว่าแรงดันดีเจนเนอเรซีของดาวนิวตรอนจะต้านทานได้ ซึ่งจะทำให้ดาวนิวตรอนยุบตัวลงเป็นหลุมดำ
** แรงดันดีเจนเนอเรซี เป็นยังไง เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ผู้รู้ท่านใดผ่านมากรุณาชี้แนะด้วย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 176 7 ต.ค. 2550 (16:18) ถ้าควายอยู่ในดวงอาทิตย์จะเป็นอย่างไรหนอ bowball007@hotmail.com (IP:203.113.71.4)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 178 15 ต.ค. 2550 (21:39) เขาว่าถ้าหลุมดำเเค่หนึ่งช้อนชาหนัก 2 ล้านตันเลยเหรอ kaw_47@hotmail.com (IP:125.25.85.205)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 179 15 ต.ค. 2550 (21:41) หลุมดำไม่เท่าไหร bowball007@hotmail.com (IP:125.25.85.205)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 180 15 ต.ค. 2550 (23:24) ความคิดเห็นที่ 177 กับ 178 และ 176 กับ 179 ใช้อีเมลล์เดียวกัน แต่ไอพีของหนึ่ง 178 กลับมาตรงกับของ 179 ส่วน 176 ไอพีตรงกับของ 177 ไม่ทราบว่าต้องการที่จะปกปิดอะไรมิทราบครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 181 12 พ.ย. 2550 (14:11) ยินดีต้อนรับเพื่อนๆ สมาชิกที่สนใจเกี่ยวกับดาราศาสตร์ wichean.w@southpeace.go.th (IP:202.129.17.110)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 183 20 พ.ย. 2550 (15:37) หลุมดำในโลกเราก็มี wichean.w@southpeace.go.th (IP:125.25.70.26)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 185 6 ธ.ค. 2550 (08:01) จงเลือกผู้นำที่มีคุณธรรมจริยธรรมมากกว่าเท่านั้นจะช่วยเราให้รอดจากวิกฤตินี้ เพื่อนๆ ลองเปรียบเทียบดูอย่าให้ชาติแตกแยกในยุคของเราลูกหลานจะไม่สาปแช่งว่ามัวแต่ทะเลาะกันจนประเทศชาติถูกเขาแย่งแผ่นดินแล้วความภูมิใจในความเป็นไทจะไม่เหลือ wichean.w@southpeace.go.th (IP:202.129.17.121)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 186 8 ธ.ค. 2550 (15:40) หลุมดำเหมือนถังขยะที่คนเราโยนไปโยนมาอ่าแหละครับ รู้ไว้ซะด้วยไอพวกทิ้งขยะไม่ตรงที่ คนหัวดี (IP:58.8.109.149)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 187 15 ธ.ค. 2550 (16:21) ความพอมีพอกินบนพื้นฐานของความพอเพียงจะช่วยให้ชาติเราอยู่รอด อย่าไปเชื่อว่าเขาจะเอาเงินมากองเอาทองมาให้ตัวของเราพึ่งตัวเราเองดีที่สุด อย่าไปฝันลมๆ แล้งๆ เหมือนในอดีตที่ผ่านมามันคือภาพลวงตาจงมองไปข้างหน้าบนพื้นฐานของความจริง wichean_man_u@hotmail.com (IP:202.129.17.243)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 188 6 ต.ค. 2551 (21:58) หลุมดำอาจจะเป็นเวลาก็ได้ เพราะตอนนี้เหลือนเราโดนดูดอยู่เลยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 189 16 ต.ค. 2551 (19:55) หลุมดำถ้าเกิดเราหลุดเข้าไปในนั้นก็คงจะมีแสงอยู่บ้างเพราะเเสงก็ถูกดูดเข้าไปด้วย---55
แต่ถ้าเกิดถูกดูดไปจริงสสารภายในร่างกายคงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งDNA โมเลกุล มวล
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 192 26 ก.พ. 2552 (18:32) แล้วถ้าเกิดเราคิดค้น จรวดมิสซายที่ยิงหลุมดำขึ้นมาล่ะ แต่จรวดที่จะใช้ยิงต้องมีพลังทำลายล้างมากพอที่จะยิงดวงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่ได้ และ ที่สำคัญจรวดต้องมีพลังในการหลุดพ้นแรงโน่มถ่วง แรงดึงดูดต่างๆได้ ทฤษฐีโดย Mr.Chatchai Peunkich เรื่องการท่องอวกาศอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลุมดำอีกต่อไป
ปล.ไม่รู้น่ะมีใครคิดทฤษฐีแบบนี้ยัง
|