ปรากฏการณ์น้ำแข็งขั้วโลกละลายเมื่อโลกหมุนเร็ว !!

Source: http://www.nextstep.co.th



เมื่อโลกหมุนรอบตัวเองในแต่ละรอบ สิ่งมีชีวิตล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย และถ้าโลกหมุนรอบ

ตัวเองช้าลงหรือเร็วขึ้นก็ย่อมส่งผลต่อโลกทั้งใบ



ในอดีตเมื่อกว่า 4,000 ล้านปีก่อน นักธรณีวิทยามีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าโลกเต็มไปด้วยน้ำทะเล

และหินชั้น(Sedimentary Rock) ที่ถือกำเนิดอยู่ภายใต้น้ำตั้งแต่ยุคนั้น ซึ่งหลักฐานนี้ได้ขัดแย้ง

กับความเชื่อของนักดาราศาสตร์ที่กล่าวไว้ว่าดวงอาทิตย์ในโลกดึกดำบรรพ์มีความสว่างเพียง 70

เปอร์เซ็นต์ของดวงอาทิตย์ในปัจจุบันเท่านั้น แต่มันกลับมีขนาดที่ใหญ่กว่า สาเหตุที่ทำให้เป็นเช่น

นั้นก็เพราะว่าแรงดึงดูดในตัวมันทำให้ขนาดของมันค่อยๆลดลงในขณะที่อุณหภูมิก็สูงขึ้นอย่าง

ช้าๆโลกจึงปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งไม่ใช่น้ำทะเล



จากข้อถกเถียงนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์พากันหาคำตอบถึงความเป็นจริง โดยการตั้งสมมติฐานว่า

ภูเขาไฟที่มีอยู่มากมายในอดีตได้ระเบิดพ่นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมายังอากาศ ซึ่งก๊าซเหล่า

นั้นมีปริมาณมากกว่าปัจจุบันกว่า 1,000 เท่า โลกจึงเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจกและมีอากาศ

อบอ้าว อากาศที่อบอุ่นขึ้นนี้ทำให้น้ำแข็งค่อยๆละลาย และกลายเป็นน้ำดังที่นักธรณีวิทยากล่าวไว้



ถึงแม้ว่าสมมติฐานนี้จะค่อนข้างลงรอยกันได้ระหว่างนักดาราศาสตร์ และนักธรณีวิทยา แต่ว่าใน

ส่วน ความเข้มข้นของปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นอาจจะมากเกินไป ดังนั้น G. Jenkins

แห่ง National Center for Atmospheric Research รัฐโคโลลาโด ผู้ที่เสนอว่าปริมาณ

ของก๊าซดังกล่าวน่าจะมากเกินจริง เขาจึงเสนอทฤษฎีใหม่ ว่า อุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นมาจากโลก

ในอดีตหมุนเร็วกว่าโลกในปัจจุบันและเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำแข็งละลาย



ตามแบบจำลองของ G. Jenkins โลกในอดีตหมุนรอบตัวเองประมาณ 14 ชั่วโมงต่อ 1 วัน

แต่ปัจจุบันโลกใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิม คือ 24 ชั่วโมง โดยการหมุนรอบตัวเองของโลกนั้น

เกิดจากแรงดึงดูดระหว่างดวงจันทร์และน้ำในมหาสมุทร จึงเกิดแรงต้านการหมุนของโลก



เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงการหมุนรอบตัวเอง ผลกระทบต่อสภาวะอากาศจึงตามมา ถ้าหากว่าโลก

เมื่ออดีต ปกคลุมไปด้วยน้ำทะเลและไม่มีแผ่นดินเลย อีกทั้งน้ำที่มีอยู่ยังสามารถสะท้อนแสงจาก

ดวงอาทิตย์ได้น้อยกว่าแผ่นดิน การดูดกลืนจึงทำได้ดีกว่า ส่งผลให้มันเก็บพลังงานแสงอาทิตย์

์สะสมไว้มาก อุณหภูมิของโลกจึงอยู่ในระดับอบอุ่น เพราะพลังงานที่ตัวมันสะสมมีมาก มันก็ย่อม

จะแผ่รังสีออกไปยังชั้นบรรยากาศมากเช่นกัน



ดังนั้นโลกในยุค 4,000 ล้านปีก่อนตามทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์อย่าง G. Jenkins จึงไม่ได้มี

น้ำแข็งปกคลุม ด้วยเหตุที่ว่าโลกหมุนรอบตัวเองเร็วมาก และการหมุนตัวอย่างเร็วนี้ทําให้นํ้าทะเล

มีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำทะเลในปัจจุบันถึง 10 องศาเซลเซียส เมื่ออากาศบริเวณด้านบนสูงก็ย่อมไม่

สามารถทำให้น้ำแข็งตัวได้
13 ก.ค. 2548 21:35
28 ความเห็น
19250 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 เด็กม1เหมือนกัน (Guest)

แต่โลกจะหมุนเร็วยังไง1น้ำแข็งขั้วโลกก็ละลายเพราะโลกจะต้องเปลี่ยนแกนอยู่แล้ว เมื่อก่อน(ไม่รู้กี่ล้านปีมาแล้ว)แถวแอฟริกา ฮาวาย ก็อยู่แถวขั้วโลกเหมือนกัน

2เมื่อดวงอาทิตย์ไกล้จะดับมันต้องขยายตัวก่อนจะเป็นซุปเปอร์โนว่า ตอนนั้นดวงอาทิตย์คงกลืนดวงทุกดวงแถบนี้หมดแล้วล่ะ

แค่นี้ก่อนนะเราต้องสอนการบ้านน้องก่อน บาย
12 มี.ค. 2549 18:59


ความคิดเห็นที่ 2 โดย ครู...ชิต

โลกของเราเคยเป็นดาวเคราะห์แห่งธารน้ำแข็งมาก่อน เคยผ่านยุคน้ำแข็งมาก็หลายยุค ครั้งสุดท้ายเมื่อ 20,000 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิโลกเพียง 6 องศาเซลเซียส น้ำแข็งปกคลุมแม้กระทั้งบริเวณเส้นศูนย์สูตร
12 มี.ค. 2549 21:25


ความคิดเห็นที่ 3 โดย ครู...ชิต


โลกเปลี่ยนทิศของแกนการหมุนรอบตัวเอง ซึ่งจะเห็นชัดในรอบ 12,000 ปี และกลับมาเหมือนเดิมในรอบ 21,000 ปี จะทำให้ฤดูกาลสลับกับปัจจุบัน ช่วงที่ซีกโลกเหนือเคยเป็นฤดูร้อนจะเปลี่ยนเป็นฤดูหนาว และช่วงที่เคยเป็นฤดูหนาวจะเปลี่ยนเป็นฤดูร้อนเป็นต้น
12 มี.ค. 2549 22:35


ความคิดเห็นที่ 4 โดย ครู...ชิต

วงโคจรของโลกจะยืดออกมีความรีมากขึ้น และกลับมารีน้อยลงในทุกๆ รอบระยะเวลา 95,000 ปี ช่วงที่วงโคจรของโลกรีมากขึ้นอุณหภูมิของโลกค่อยๆ ลดลงจนก่อให้เกิดปรากฏการณ์ธารน้ำแข็งขยายตัว

หมายเหตุ ความเร็วในการโคจรและการหมุนรอบตัวเองของโลกจะผันแปรเป็นปฏิภาคผกผันกับระยะทางระว่างโลกกับดวงอาทิตย์ เมื่อโลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ความเร็วในการโคจรและหมุนรอบตัวเองจะเร็วขึ้น และจะช้าลงเมื่อโลกอยู่ไกลดวงอาทิตย์ในส่วนของนิวตันอธิบายการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ ตามกฎของเคปเลอร์นิวตันพบว่า “ขนาดของแรง จะแปรผกผันกับ ค่ากำลังสองของระยะห่างระหว่างวัตถุ” หรือกฎการแปรผกผันยกกำลังสอง” (Inverse square law)
12 มี.ค. 2549 22:47


ความคิดเห็นที่ 5 โดย ครู...ชิต


อาการเอียงของแกนการหมุนรอบตัวเองของโลก ซึ่งปัจจุบันทำให้แสงอาทิตย์ส่องตั้งฉากระหว่างละติจูด 23 องศา 30 ลิปดาใต้ ถึง 23 องศา 30 ลิปดาเหนือ แต่ในความเป็นจริงอาการเอียงของแกนโลกจะผันแปรอยู่ระหว่าง 21 องศา 30 ลิปดา ถึง 24 องศา 30 ลิปดา จะเห็นได้ชัดเจนในรอบ 42,000 ปี แกนโลกเอียงมากขึ้นฤดูร้อนจะร้อนมากขึ้นฤดูหนาวก็จะหนาวมากขึ้น แกนโลกเอียงน้อยลงฤดูร้อนจะร้อนน้อยลงฤดูหนาวจะหนาวน้อยลง

ดังนั้น เมื่อโลกหมุนเร็วขึ้นน้ำแข็งที่ขั้วโลกจะลาย เพราะโลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ความเร็วในการโคจรและหมุนรอบตัวเองจะเร็วขึ้น และจะช้าลงเมื่อโลกอยู่ไกลดวงอาทิตย์

ภาพอนุเคราะห์โดย : อ.น้อม งามนิสัย มศว
12 มี.ค. 2549 22:55


ความคิดเห็นที่ 6 โดย ThaiHack

ถ้าอย่านั้น ก็แปลว่า นำแข็งจะต้องละลายมากขึ้นซิครับ

เพราะ ว่าบรรยากาศที่ปกคลุมโลก ถูก มลพิษ ทำลาย

ความร้อนก็ร้อนมากขึ้น นำแข็งก็ละลายมากขึ้น

เหตุการณ์ที่จะเข้าสู่ยุคนำแข็งก็เกิดเร็วขึ้นตามไปด้วยหรือเปล่า



ต้อนเด็กผมคิดว่า ขั้วโลกมีการคลื่นที่ได้ แต่สิ่งที่ผมเคยคิดเป็นความจริง แต่เหตุการณ์ ต่างๆๆจากที่เคยสังเกตุมา

ต้อนนี้อากาศก็เริ่มกว่า ปกติ สมัยผมเด็กๆ อากาศไม่ได้แบบนี้

ต้อนนั้น หนาว จนต้องใส่สือกันหนาว สมัยนี้ความหนาว

เหมือนแค่อยู่ในห้องแอร์ บ้างที่หนาว มีฝนตกเฉย อีกวันก็ร้อน

อีกวันก็หนาว แปลว่าคงใกล้เข้ามาแล้ว ผมคิดว่าคงอีกไม่น่านแน่นอน
15 มี.ค. 2549 15:52


ความคิดเห็นที่ 7 โดย คนรักจักรวาล

ละลายมากขึ้นทุกวันแน่ ๆ ครับ แต่เมื่อไหร่จะน้ำท่วมโลก ไม่ทราบเหมือนกันครับ ถึงตอนนั้น ผมคงสบายไปแล้วละครับ
16 มี.ค. 2549 11:07


ความคิดเห็นที่ 8 โดย ไม้ขีด

ถ้าน้ำท่วมโลก วัฏจักรของการเกิดสิ่งมีชีวิต และวิวัฒนาการจะเริ่มขึ้นอีกครั้งหรือเปล่า
19 มี.ค. 2549 19:19


ความคิดเห็นที่ 27 hbk1818@gmail.com (Guest)

ช่วยๆกันหน่อยคับ เราจะด้ายอยู่นานๆ
นี่ก้อเปนความรู้ แต่ว่าก้อต้องช่วยกันปลุกต้นไม้เยอะๆคับ
ถ้าขี้เกียดปลุกต้นไม้ **เราก้อจะได้ไปจากโลกนี้อย่างเร็วมากคับ**
30 พ.ค. 2553 09:56


ความคิดเห็นที่ 28 hbk1818@gmail.com (Guest)

ปลูกต้นไม่คับ ลดโลกร้อน
ถ้าพวกเราไม่ช่วยกัน
ไม่แน่คับ*เราอาจจะซิมองเท่ง*ก่อนโลกแตกอีกคับ
30 พ.ค. 2553 10:01

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น