ดูเป็นคนอ่อนเยาว์ตลอด (Forever Young) โพสต์เมื่อ:
18:56 วันที่ 26 ก.ค. 2548 ชมแล้ว:
168,385 ตอบแล้ว:
6
ดูเป็นคนอ่อนเยาว์ตลอด (Forever Young)
...........มนุษย์จะทำอย่างไรจึงจะมีชีวิตที่ดีและยืนยาวขึ้น การออกกำลังกายจะยืดอายุและส่งเสริมสุขภาพได้หรือไม่ การงดอาหาร การควบคุมอาหาร เป็นเหตุผลหนึ่งจริงหรือ อะไรเป็นปัจจัยทำให้เราแก่ลง ............โดย แดน โอมสเตร็ด (DAN OLMSTED) ฮฮนไลน์ วารสารที่ www.sciencedaily.com
ข่าวย่อยส่วนที่ 1 ไร้สาระที่พยายามทำให้มนุษย์มีชีวิตที่ยืนยาว
( ใน http://www.sciencedaily.com/upi/index.php?feed=Science&article=UPI-1-20050714-20195500-bc-us-aging1.xml)
ที่ กรุงวอชิงตัน(WASHINGTON), 14 กรกฎาคม, ส่วนที่หนึ่งจากสอง จากคำกล่าวของ Rolling Stone อะไรจะแก่ได้ช้าอย่างนี้ และเป็นเวลากว่าหลายทศวรรษ ก่อนที่ Mick Jagger และ Keith Richards จะดูเป็นดาราร็อคมีอายุ แต่อย่างน้อย ประชากรในทุกวันนี้ก็ได้เข้าถึงวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดแล้ว นั่นคือได้รับคำแนะนำบนฐานที่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะมีชีวิตที่ดีและยืนยาว
สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ คนจำนวนมากนั้นหาน้ำพุจากต่างชาติมาบริโภค เพื่อคงความหนุ่มสาวโดยมองข้ามเรื่องง่ายๆบางอย่างไป บรูซ เอเมส (Bruce Ames) นักชีวเคมี และผู้นำการวิจัย อายุและสารอาหารโลก ได้กล่าวไว้
มันเป็นเรื่องไร้สาระที่จะพยายามทำให้มนุษย์มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ถ้าคนเหล่านั้นทำให้ชีวิตตัวเองสั้นลงโดยการสูบบุหรี่และกินแต่อาหารขยะ ซึ่งนั่นคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ เอเมส กล่าวกับ ยูไนเต็ด เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (United Press International)
ในปี 1998 เอเมส ได้รับเกียรติ์ให้รับเหรียญรางวัลวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Medal of Science) และในปี 2001 เขาได้รับรางวัลที่หนึ่ง จากมหาวิทยาลัย โอเรกอน สเตท (Oregon State University) เป็นเงิน 50,000 เหรียญสหรัฐ เป็นรางวัลงานวิจัยเพื่อสุขภาพ ของสถาบัน ลินัส พอลลิ่ง (Linus Pauling) เขายังเป็นนักวิจัยอาวุโสของ สถาบันวิจัย โรงพยาบาลเด็ก โอคแลนด์ (Childrens Hospital Oakland Research Institue) ในแคลิฟอร์เนีย และเป็นสมาชิกของกรรมการที่ปรึกษาของ Juvenon.com ซึ่งเป็นที่ทำการตลาดให้กับยาต่อต้านความแก่ที่เขาพัฒนาขึ้น
ปัจจุบันนี้เขาอายุ 77 ปีแล้ว และยังคงแข็งแรงขึ้น เขาย้ำอีกครั้งถึงการรวมเรื่องง่ายๆ 2 อย่าง คือการกินให้ถูกต้อง และรักษาร่างกายให้กระชับแข็งแรง โดยการมองให้ทะลุและเข้าใจถึงธรรมชาติของกระบวนการเกิดความชรา และรู้จักวิธีการหลีกเลี่ยงการส่งเสริมให้เกิดความชรา
Life expectancy (ความยืนยาวของช่วงชีวิตโดยปกติของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งๆ) ของมนุษย์เราเพิ่มขึ้นประมาณ 30 ปี จากปี1900 ถึง 2000 และ ผมคิดว่ามันจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 30 ปี จากปี 2000 ถึง 2100,วิทยาศาสตร์ พุ่งไปข้างหน้าราวกับจรวด
ในอดีต คุณจะรู้จักนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องความแก่เพียงแค่กว่าสิบคนเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้มีการจุดประกายของนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ๆให้เข้ามาทำการวิจัยในด้านนี้มากขึ้น ผมก็มองโลกในแง่ดี เรายังไม่รู้ว่าความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์สาขานี้จะมาจากที่ไหน แต่เรารู้ว่าจะต้องมีทางที่จะแทรกเข้าไปได้
ความสนใจของผมอยู่ที่เรื่องการกินเป็นหลัก มันชัดเจนมากว่ามีทางมากมายที่จะก่อให้เกิดความชราจากการกินสิ่งที่ไม่ดี
ไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) เป็นแหล่งผลิตพลังงานให้กับเซลล์ทุกเซลล์ สิ่งที่ทำให้เกิดความแก่ขึ้นก็คือการสลายตัวของ ไมโตคอนเดรีย โดยดูจากหนูแก่หรือคนแก่ ไมโตคอนเดรียจะมีประสิทธิภาพต่ำ และสร้างผลผลิตข้างเคียงที่ร่างกายไม่ต้องการออกมามาก ผลิตผลของการเผาผลาญพลังงานของไมโตคอนเดียคือ ออกซีแดนท์ (Oxidants) ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกับการเกิดสนิมของเหล็ก หรือการเหม็นหืนของไขมัน ตัวเรากำลังเกิดการหืนโดยอนุมูลของออกซิเจน (Oxygen radical) ซึ่งมาจากกิจกรรมทางเคมีต่างๆภายในเซลล์ (metabolism)
เหมือนกับเครื่องรถยนต์เก่าๆ ซึ่งจะปล่อยควันดำออกมามากและให้ประสิทธิภาพต่ำ ซึ่งเราสนใจว่า จะทำอย่างไรจึงจะเปลี่ยนให้มันกลับเป็นเหมือนเดิม หรือทำให้มันดีขึ้น
เราทำมันได้ แต่มีสิ่งที่มากมายที่คุณทำแล้วทำให้เกิดการสลายของไมโตคอนเดรียเร็วขึ้น และหนึ่งในนั้นคือการไม่กินวิตามินและแร่ธาตุให้เพียงพอ นั่นคือการกินอาหารไม่เพียงแค่เป็นการเติมพลังงานให้ร่างกาย โดย คาร์โบไฮเดรตและไขมัน แต่ต้องการสารอาหารอีกกว่า 40 ชนิดด้วย มีวิตามิน แร่ธาตุและกรดไขมันจำเป็นที่คุณต้องการ เพื่อให้กระบวนการทางชีวเคมีของคุณดำเนินต่อไปได้
ถ้าคุณไม่ได้รับธาตุเหล็กที่เพียง คุณกำลังจะมีปัญหาแน่ ถ้าคุณไม่ได้รับธาตุสังกะสีที่เพียงพอ คุณก็กำลังจะมีปัญหาเช่นกัน ถ้าคุณดูที่ประชากรส่วนมาก คุณจะเห็นการกินอาหารที่ขนาดพระเจ้ายังขยาด การดื่มน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลสูง กินน้ำตาลมากกว่า 10 ช้อนชา และไม่มีวิตามินหรือแร่ธาตุเลย มันควรจะเป็นอาหารที่มีแคลอรี่น้อยๆ อาหารที่เจือจางและดี และได้รับวิตามินและแร่ธาตุ แต่ทุกวันนี้ เรากินแต่โดนัท น้ำอัดลมหวานๆ หรือไวน์เป็นแก้วๆ ซึ่งไม่มีวิตามินหรือแร่ธาตุเลย แต่คุณก็ยังกินมันทุกวัน
เรากำลังหาความพร่องวิตามินและแร่ธาตุทุกชนิด ซึ่งทำให้ไมโตคอนเดรียของคุณแก่เร็วขึ้น ถ้าคุณได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นกว่าหนึ่งในสี่ของหญิงผู้กำลังมีประจำเดือน เราแสดงให้เห็นได้ว่าไมโตคอนเดรียของคุณกำลังเสื่อมลง มันสร้างอนุมูลออกซิเจนมากขึ้นในเซลล์ ถ้าคุณได้รับธาตุสังกะสีไม่เพียงพอ ก็จะเกิดสิ่งเดียวกัน ซึ่งเราก็กำลังแสดงให้เห็นอีกหลายๆอย่าง
พวกคนจนก็ยิ่งกินอาหารที่แย่กว่า และเรื่องโรคอ้วนก็ยิ่งแย่ การเป็นโรคอ้วนหมายความว่าคุณกินอาหารแย่ ตามคำจำกัดความ
คุณจึงต้องการการออกกำลังกายเพราะมันจะช่วยให้ไมโตคอนเดรียของคุณแข็งแรง และคุณต้องการกินอาหารที่ดี ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่แม่คุณบอกมาตลอด ถ้าคุณกินแต่แคลอรี่ คุณก็จะอ้วนขึ้น ผมคิดว่าที่คุณบ่อย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะร่างกายคุณกระหายแร่ธาตุส่วนประกอบที่ขาดไปเหล่านั้น
ผู้คนคิดเป็นห่วงแต่เรื่องสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงที่ตกค้าง ซึ่งมันไม่เกี่ยวข้องกันเลย สิ่งที่สำคัญจริงๆคือสิ่งที่คุณกินเข้าไปต่างหาก
การหาทางแก้ไขค่อนข้างจะซับซ้อน ยาเม็ดรวมวิตามินเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ
ยาเม็ดรวมวิตามินนั้น ไม่มีแมกนีเซียมและแคลเซียมที่เพียงพอ เพราะมันจะทำให้ยาเม็ดใหญ่เกินไป ดังนั้น คุณจึงควรรับประทานโยเกิร์ตทุกวัน ซึ่งมีไขมันต่ำ และมีแมกนีเซียมมาก
และคุณยังควรรับประทานปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ2ครั้ง เพราะปลามี DHA ซึ่งเป็นกรดไขมัน โอเมกา 3 สายยาว (long chain Omega-3 fatty acid) และ 30 เปอร์เซนต์ของสมองปลา ประกอบไปด้วย DHA ซึ่งคนจำนวนมากไม่รับประทานปลา
มันเป็นเรื่องไร้สาระที่จะพยายามทำให้มนุษย์มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ถ้าคนเหล่านั้นทำให้ชีวิตตัวเองสั้นลงโดยการสูบบุหรี่และกินแต่อาหารขยะ ซึ่งนั่นคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ
สิ่งหนึ่งที่เราได้ทำคือการเฝ้าดูหนูที่ได้รับอาหารที่ดี ดีกว่าที่คนได้รับมาก และพยายามดูว่า เราจะทำอะไรได้บ้างให้ไมโตคอนเดรียของหนูแก่ดูเหมือนกับหนูที่ยังหนุ่ม
ข่าวย่อยส่วนที่ 2 พรมแดนแห่งวิทยาศาสตร์
(ใน http://www.sciencedaily.com/upi/index.php?feed=Science&article=UPI-1-20050715-18524700-bc-us-aging2.xml)
ส่วนที่สอง ที่กรุงวอชิงตัน(WASHINGTON), 15 กรกฎาคม ดอกเตอร์ บรูซ เอเมส (Dr. Bruce Ames) นักชีวเคมีชั้นนำผู้เป็นนักวิทยาศาสตร์เฉพาะทางด้านความชราและสารอาหาร ในส่วนแรกของการสัมภาษณ์ ให้กับ ยูไนเต็ด เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (United Press International) เขาได้กล่าวถึงการรับประทานอาหารที่ดี ในการส่งเสริมการมีชีวิตยืนยาว และการรักษาไมโตคอนเดรีย (mitochondria) ซึ่งเป็นแหล่งผลิดพลังงานของเซลล์ทุกเซลล์และเป็นกุญแจที่จะนำไปสู่ความแข็งแรงและมีสุขภาพดี
เอเมส เป็นคนที่ทำงานหนักและทุ่มเท วัย 76 ปี เขาเป็นนักวิจัยอาวุโสของ สถาบันวิจัย โรงพยาบาลเด็ก โอคแลนด์ (Childrens Hospital Oakland Research Institue) ในแคลิฟอร์เนีย และเป็นสมาชิกของกรรมการที่ปรึกษาของ Juvenon.com ซึ่งเป็นที่ทำการตลาดให้กับยาต่อต้านความแก่ที่เขาพัฒนาขึ้น ในปี 1998 เอเมส ได้รับเกียรติ์ให้รับเหรียญรางวัลวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Medal of Science) และในปี 2001 เขาได้รับรางวัลที่หนึ่ง จากมหาวิทยาลัย โอเรกอน สเตท (Oregon State University) เป็นเงิน 50,000 เหรียญสหรัฐ เป็นรางวัลงานวิจัยเพื่อสุขภาพ ของสถาบัน ลินัส พอลลิ่ง (Linus Pauling)
ในบทความนี้ เอเมสได้กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของการวิจัย ที่จะยืดอายุและส่งเสริมสุขภาพ แต่นั่นต้องหลังจากที่ผู้คนได้ทำทุกๆสิ่งที่จะเรียกได้ว่าเป็นการดูแลตัวเองอย่างดีแล้ว
มันเป็นเรื่องไร้สาระที่จะพยายามทำให้มนุษย์มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ถ้าคนเหล่านั้นทำให้ชีวิตตัวเองสั้นลงโดยการสูบบุหรี่และกินแต่อาหารขยะ ซึ่งนั่นคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ เอเมส กล่าว
สิ่งหนึ่งที่เราได้ทำคือการเฝ้าดูหนูที่ได้รับอาหารที่ดี ดีกว่าที่คนได้รับมาก และพยายามดูว่า เราจะทำอะไรได้บ้างให้ไมโตคอนเดรียของหนูแก่ดูเหมือนกับหนูที่ยังหนุ่ม
จากงานของชาวอิตาเลี่ยนบางงาน และจากความก้าวหน้าของพวกเราเอง เราพบว่า หากให้อาหารเป็น เอซิล คาร์นิทีน (Acye carnitine) ซึ่งเป็นสารชีวเคมีชนิดหนึ่ง ที่ช่วยในการนำกรดไขมันซึ่งเป็นเชื้อเพลิงเข้าสู่ไมโตคอนเดรีย ในหนูแก่ ไมโตคอนเดรียของพวกมันจะดูเหมือนกับของหนูที่ยังหนุ่ม และการทำงานของหนูดีขึ้น
แต่สิ่งหนึ่งที่เคยหาคำตอบไม่ได้คือ หนูแก่ยังคงสร้างสารออกซิแดนท์ออกมามากกว่าหนูที่ยังหนุ่ม แล้วเราก็พบสารชีวเคมีที่ให้คำตอบเรื่องนี้ได้ คือสารที่ชื่อ กรดลิโปอิก (Lipoic acid) มันเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (antioxidant) ของไมโตคอนเดรีย ที่ทำหน้าที่ที่ดีบางอย่าง
สารทั้งสองอย่างนี้ ได้มีวางตลาดในร้านขายอาหารเสริมเพื่อสุขภาพมาเป็นปีแล้วเราพบว่าการรวมสารทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน หนูแก่จะมีพลังงานมากขึ้น และสมองก็ทำงานได้ดีกว่า ระบบภูมิคุ้มกันก็ดีขึ้น ซึ่งเราได้เผยแพร่ผลงานเหล่านั้นออกมาอย่างต่อเนื่องแล้ว
ที่มหาวิทยาลัย(แคลิฟอร์เนียร์) ได้จดสิทธิบัตรการรวมสารสองชนิดนี้เข้าด้วยกัน และเราก็ได้ก่อตั้งบริษัทที่ชื่อ จูเวนออน (Juvenon) เพื่อขายยานี้และใช้เงินในการศึกษาทางการแพทย์ต่อ สินค้าที่มีอยู่ในคลังทั้งหมดเป็นเป็นการทำกองทุนที่ปลอดผลกำไร ซึ่งผมไม่ได้รับเงินจากมันเลย และก็ไม่หวังจะได้ด้วย
เราทำงานในหนูมาก่อน และเราก็หวังจะนำมาใช้ในคน ผมไม่มีเงินมากพอที่จะจ่ายให้กับงานทดลองทางการแพทย์ แต่บริษัทนี้ทำได้
โรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมถอยหลายโรค ที่มากับความชรา พบว่ามาจากการสลายตัวของไมโตคอนเดรีย เช่นโรคพาร์คินสัน (Parkinsons) โรคประสามเสื่อมถอย โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง ซึ่งผมคิดว่า ถ้าคุณสามารถจัดการกับความชราได้ คุณก็จะสามารถจัดการกับโรคเสื่อมถอยทางประสาทเหล่านี้ซึ่งมากับมันได้เช่นกัน
ผมคิดว่า ถ้าคุณเป็นหนูแก่ คุณก็จะเป็นหนูที่กระตือรือร้น ถ้าคุณเป็นคนแก่ เรายังไม่รู้คำตอบทั้งหมด แต่ก็มีหลักฐานจำนวนมากที่บอกว่าสารชีวเคมีที่มีอยู่อย่างปกติเหล่านี้ค่อนข้างปลอดภัย พวกมันจะไม่ทำอันตรายคุณ เราได้รับจดหมายจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องในฐานข้อมูลของเรา เรามีจดหมายมากกว่า 5,000 ฉบับ แล้วเราก็ประเมินเสมอๆว่าคนประเภทไหนบอกว่าดี คนประเภทไหนบอกว่าไม่ดี
ในจำนวน 5,000 ฉบับ มีเพียง 25 ฉบับเท่านั้นที่กล่าวถึงผลข้างเคียง ซึ่งทั้งหมดนั้นด่วนสรุปเกินไป ซึ่งทั้งหมดนั้นก็ยังเป็นแค่ส่วนน้อย อีกทั้ง ยังมีบทวรรณกรรมก่อนหน้านี้ที่กล่าวเพิ่มเติมถึงการใช้ในแต่ละบุคคล ผมจึงค่อนข้างมั่นใจว่ามันจะไม่เป็นอันตรายกับคุณ
คนจำนวนมากบอกว่า พวกเข้าได้กินมันเข้าไปแล้วรู้สึกดีมาก ผมก็กินเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่รู้สึกถึงความแตกต่างอะไร แต่ผมก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นเล็กน้อย
ผมค่อนข้างมองโลกในแง่ดี เมื่อกล่าวถึงความคาดหมายของความยืนยาวของอายุ (life expectancy) ในช่วงต้นๆของปี 1930 เมื่อเริ่มมีการก่อตั้ง ผู้รักษาความปลอดภัยทางสังคม (Social security) ผู้คนปลดเกษียณเมื่ออายุ 60 ซึ่งพวกเขาคิดถึงแต่คนส่วนน้อยของประชากรที่จะมีอายุถึงแค่ 65
ผมไม่ต้องการจะเกษียณตัวเอง ตอนนี้ผมก็สนุกมาก มีการ์ตูนเรื่องใหม่ของชาวนิวยอร์ค ที่หมอบอกกับคนไข้ว่า ผมดูคุณเหมือนคนอายุ 57 ผมอยากจะลดมันลงมาอีกซักหน่อย
อ้างอิง http://www.sciencedaily.com/upi/index.php?feed=Science&article=UPI-1-20050714-20195500-bc-us-aging1.xml http://www.sciencedaily.com/upi/index.php?feed=Science&article=UPI-1-20050715-18524700-bc-us-aging2.xml
http://www.newfaces.com/images/teen-models.jpg
|
จำนวน 5 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 24 ส.ค. 2548 (13:56) สรุปแล้วการงดอาหารคือการกินอาหารที่ไม่จำเป็นเหรอค่ะหรือการงดอาหราก็คือการาลดนำหนักเหรอค่ะ nongpoo_005@hotmail.com (IP:61.19.203.145,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 13 ก.ย. 2548 (15:53) อยากรู้ว่าคุณธงไชย แมคอินไต ทำตัวอย่างไรจึงแก่ช้าทั้งที่วัยเขาเกือบ 50 แล้ว แต่ยังดูเหมือนเด็กหนุ่มที่กระชุ่มกระชวย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 13 ต.ค. 2548 (22:49) อืมนะ ดูแล้ว อาหารไทยๆ อ่ะครบถ้วนเนอะ ว่าป่าว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 5 พ.ย. 2548 (17:19) ไม่หรอกค่ะ อาหารประเทศไทยมันเกินพอแล้ว เพราะอาหารไทยมีส่วยผสมมากมากครบถ้วนอยู่แล้ว
แต่ว่าไอ้คนที่กินนี่สิ มันกินยังกะเผื่อพรุ่งนี้ โดยเฉพาะหนูนี่แหละ ตอนเย็นเป็นมื้อที่อร่อยที่สุด และก็กินๆๆๆๆๆๆๆ สวยค่ะ (IP:203.151.140.111,203.113.57.103,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 24 ก.ย. 2550 (14:40) กินอาหารอย่างเดียวก็ไม่ได้นะคะ ต้องดูแลรักษาผิวพรรณ ทาครีมก่อนออกจากบ้านและล้างหน้าให้สะอากก่อนนอน อ้อ อารมณ์ดีก็มีส่วนช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัยค่ะ
|