หลุมดำมหันตภัย

หลุมดำไม่มีรูปร่างแต่มีมวลเป็นอนันต์จริงหรือ


ความคิดเห็นที่ 1

เนยสด vcharkarn veditor
30 ก.ค. 2548 21:17
  1. รูปร่างของหลุมดำ หรือขอบฟ้าเหตุการณ์ครับ



    ความจริงแล้ว หลุมดำก็คือซากดาวที่มีมวลมาก

    เมื่อดาวฤกษ์ตายไป ก็จะเหลือแต่แกนกลมๆ

    ที่ยังพอส่องแสง/ส่งพลังงานต่างๆ ออกมาได้อีกระยะหนึ่ง



    แล้วหลุมดำหละ

    ตัวกลางมันก็น่าจะกลมๆ อัดด้วยสสารอย่างแน่นมากๆ

    หรืออาจจะรีๆ หน่อ ยถ้ามันหมุนรอบตัวเองเร็ว



    ส่วนขอบฟ้าเหตุการณ์ คือระยะไกลสุด

    ที่หลุมดำมีอำนาจในการดึงดูดวัตถุและแสงเข้าไป

    แล้ววัตถุหรือแสงนั้น หนีออกมาไมได้ครับ



ความคิดเห็นที่ 3

Mr.T
4 ส.ค. 2548 23:10
  1. อย่าให้มันมาโผล่แถวโลกเราล่ะ -*-



ความคิดเห็นที่ 4

ครู...ชิต vcharkarn veditor
12 ส.ค. 2548 01:25

  1. ผังแสดงวิวัฒนาการชีวิตของดาวฤกษ์ที่มีมวลสารต่างๆกัน



ความคิดเห็นที่ 5

ครู...ชิต vcharkarn veditor
12 ส.ค. 2548 02:46
  1. หลุมดำ

    การเกิดซูเปอร์โนวาของดาวมวลสูงมากจะระเบิดมวลส่วนใหญ่ของดาวออกไป แต่มวลส่วนหนึ่งจะตกกลับลงมายังดาวนิวตรอนที่เหลืออยู่ตรงกลาง(อิเล็กตรอนและโปรตรอนมารวมกันกลายเป็นดาวนิวตรอนลักษณะนิวตรอนอัดแน่น)ซึ่งเศษซากที่ตกลงมาทำให้มีมวลเพิ่มขึ้นซึ่งเกินกว่าที่นิมิตดาวนิวตรอน ความดันดีเจนเนอเรซีของนิวตรอน(แรงดันจากภายในดาวจะสู้กับแรงโน้มถ่วงของดาวในตัวมันเองคือมีแรงโน้มถ่วงสูงมากกว่าแรงผลักดันจากภายในตัวดาวนิวตรอนพูดง่ายๆสู้แรงบีบจากภายนอกไม่ไหวนั้นเอง)สูงขึ้นอยู่เรื่อยๆ ดาวนิวตรอนจึงยุบตัวลงอย่างไม่มีวันสิ้นสุด เพราะไม่มีแรงใด ในจักรวาลที่จะต้านการยุบตัวได้ ในที่สุดจะยุบตัวลงกลายเป็น หลุมดำ (Black hole) ซึ่งมีขนาดเป็นศูนย์(ไร้รูปร่าง)แต่มีมวลเป็นอนันต์ หลุมดำมีแรงโน้มถ่วงสูงมากจนแม้แต่แสง(ความเร็ว300,000กิโลเมตร ต่อ วินาที)ก็ไม่สามารถออกจากหลุมดำได้(วัดกันที่ความเร็วหลุดพ้นเช่นโลกของเราถ้ามีใครทำความเกิน 11.2 กิโลเมตรต่อวินาทีก็หลุดพ้นจากโลกได้เช่นกันแต่ถ้าทำระดับระยะความสูงและความเร็วให้พอหรือสมดุลกันการโคจรรอบโลกก็จะทำให้วัตถุไม่ตกสู่พื้นและไม่หลุดพ้นไปไหนแต่กลับจะโคจรรอบโลกแทนเสมอเหมือนบริวารของโลกเช่น ดาวเทียม สถานีอวกาศนานาชาติ)ในหลักการเดียวกันหลุมดำก็จะมีวัตถุหรือบริวารหมุนรอบหลุมดำหรือบางทีหลุมดำและวัตถุต่างโคจรหมุนรอบซึ่งกันและกันแต่ส่วนใหญ่ดาวมวลน้อยจะโคจรรอบดาวมวลมากการสังเกตหลุมดำค่อนข้างจะลำบากเพราะจะไม่สว่างในช่วงคลื่นใดๆ(ช่วงคลื่นที่สายตามองเห็นคือ สีจากรุ้งกินน้ำ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ส่วนช่วงคลื่นที่สายตาไม่สามารถมองเห็นได้โดยตรงต้องใช้กล้องในช่วงคลื่นต่าง)ที่ใจกลางของแกแล็กซีของเราก็น่าจะเป็นหลุมดำ(อยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องและกลุ่มดาวธนู)มหันตภัยจากหลุมดำ ไม่แน่สักวันระบบสุริยะอาจจะโคจรไปทับเส้นทางของหลุมดำพอดี วันนั้นละไม่อยากจะบรรยายแน่นอนจะต้องถูกดูด(แรงโน้มถ่วง)เข้าไปในหลุมดำตราบใดดวงดาวยังมีการโคจรแต่ใช่ว่าจะเป็นไปตามที่เขียนมาก็ไม่ควรคิดมากหรือตกใจจนไม่ทำอะไรเพราะไม่มีอะไรแน่นอนตราบใดที่โลกยังหมุนอยู่ชีวิตต้องสู้ต่อไป

    สรุป หลุมดำเป็นวัตถุที่ขนาดเป็นศูนย์แต่มีมวลเป็นอนันต์



ความคิดเห็นที่ 6

ครู...ชิต vcharkarn veditor
12 ส.ค. 2548 03:06

  1. ภาพเปรียบเทียบโครงสร้างระดับอนุภาคของซากดาวฤกษ์แบบต่างๆจากหนังสือ เอกภพ เพื่อความเข้าในธรรมชาติของจักรวาล
    ดาวแคาะขาว) อิเล็กตรอนจะเข้าไปอยู่ทุกที่ว่างจึงไม่เกิดการบีบอัด(อิเล็กตรอน โปรตรอนแยกกันอยู่)
    ดาวนิวตรอน) โปรตรอน และอิเล็กตรอนเข้ารวมกันเป็นอนุภาคนิวตรอนมีขนาดเล็กลงถูกอัดแน่น(เต็ม)
    หลุมดำ มวลจะยุบตัวลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กลายเป็นดาวที่มีขนาดเป็นศูนย์แต่มีมวลเป็นอนันต์
    ภาพและข้อความขอยกความดีให้กับ
    หนังสือ เอกภพ เพื่อความเข้าในธรรมชาติของจักรวาล



ความคิดเห็นที่ 7

ครู...ชิต vcharkarn veditor
12 ส.ค. 2548 03:12
  1. สรุป หลุมดำ

    1.ชนิดของดาว = หลุมดำ

    2.ขนาด = 0

    3.ความหนาแน่นที่ศูนย์กลาง = อนันต์

    4.แรงที่ดันออก. = ไม่มี



ความคิดเห็นที่ 8

.....Tanu
15 ส.ค. 2548 15:19

  1. .............แรง ดูด ของ หลุม ดำ....มี ความ เร็ว มาก กว่า ความ เร็ว แสง ......

    .............แปล ว่า ....เรา จะ ถูก ...บี้ ด้วย ความ เร็ว เหนือ แสง ....

    .............โอ้ ..ว......วิเศษ.....พระเจ้า จอร์จ....ทอด กล้วย

    .............อีก อย่าง นึง ที่ ผม สง สัย

    .............คือ .... ที่ ว่า เวลา " บิด เบี้ยว ใน หลุม ดำ " มัน คือ อะ ไร

    .............เวลา มัน จะ บิด เบี้ยว ยัง ไง อ่ะ ครับ .....



ความคิดเห็นที่ 9

hty.98[p89.ghiikgk0. (Guest)
25 ส.ค. 2548 13:04
  1. อยากเห็นดาวต่าง ๆ



ความคิดเห็นที่ 10

ครู...ชิต vcharkarn veditor
27 ส.ค. 2548 12:15

  1. ความคิดเห็นที่ 9 ผมจะนำเสนอภาพดาวต่างๆเท่าที่จะอำนวยตามสกุลภาพเช่น JPEG มักจะ UP ไม่ได้
    ในภาพคือกลุ่มดาวต่างๆจากโปรแกรมดาว



ความคิดเห็นที่ 11

ครู...ชิต vcharkarn veditor
27 ส.ค. 2548 12:20

  1. ภาพกลุ่มดาวตามจักราศี 12 ราศรีครับ



ความคิดเห็นที่ 12

ครู...ชิต vcharkarn veditor
27 ส.ค. 2548 12:24

  1. ภาพกลุ่มดาวนายพราน
    ภาพที่ 10 ,11 จาก LESA หรือ ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์



ความคิดเห็นที่ 13

ครู...ชิต vcharkarn veditor
27 ส.ค. 2548 12:28

  1. ภาพกลุ่มดาวค้างคาว
    ภาพ 12,13 โดย LESA



ความคิดเห็นที่ 14

ครู...ชิต vcharkarn veditor
27 ส.ค. 2548 12:50

  1. สภาพพื้นผิวของดาวอังคารครับ
    ภาพ NASA



ความคิดเห็นที่ 15

ครู...ชิต vcharkarn veditor
27 ส.ค. 2548 12:55

  1. ภาพดวงจันทร์ไดมอสของดาวอังคารครับ
    ภาพ NASA



ความคิดเห็นที่ 16

ครู...ชิต vcharkarn veditor
27 ส.ค. 2548 13:05

  1. ภาพชนิดของดาวต่างๆ เนบิวลา ดาวเคราะห์และอื่นๆ



ความคิดเห็นที่ 17

ครู...ชิต vcharkarn veditor
27 ส.ค. 2548 13:08
  1. ดาราจักรแบบก้นหอยหรือกังหันตรงกลางอาจมีหลุมดำขนาดใหญ่



ความคิดเห็นที่ 18

ครู...ชิต vcharkarn veditor
27 ส.ค. 2548 13:25

  1. ภาพดาวเหนือ
    ภาพ : LESA



ความคิดเห็นที่ 19

ครู...ชิต vcharkarn veditor
27 ส.ค. 2548 13:32

  1. ภาพทางทางเผือกของเราเมื่อมองจากอวกาศ
    กาแล็กซีของเรามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100,000 ปีแสง มีรัศมี 50,000 ปีแสง (1 ปีแสง = ระยะทางซึ่งแสงใช้เวลานาน 1 ปี หรือ 9.5 ล้านล้านกิโลเมตร) และหนาประมาณ 2,000 ปีแสง ดังนั้นดวงดาวบนท้องฟ้าที่เรามองเห็นเป็นกลุ่มดาว ล้วนอยู่ห่างออกไปเป็นระยะทางไม่เกิน 2,000 ปีแสงทั้งนั้น เมื่อเรามองไปตามแนวระนาบของทางช้างเผือก เราจะมองเห็นฝ้าขาวสว่างของดาวในทางช้างเผือก ซึ่งอยู่ห่างไกลนับหมื่นปีแสง และเมื่อมองไปในทิศระหว่าง กลุ่มดาวแมงป่องและกลุ่มดาวคนยิงธนู จะเห็นว่าทางช้างเผือกในบริเวณนั้น กว้างใหญ่และสว่างเป็นพิเศษ ทั้งนี้เป็นเพราะเรากำลังมองเข้าไปตรงศูนย์กลางของกาแล็กซี ทางช้างเผือกมิใช่มีแต่เพียงฝ้าสว่างสีขาว แต่ยังมีฝ้าทึบสีดำด้วย ในบางบริเวณของกาแล็กซีมีก๊าซและฝุ่นอยู่อย่างหนาทึบ ดังเช่น บนระนาบของกาแล็กซี สสารอุณหภูมิต่ำเหล่านี้ บดบังความสว่างของดาวที่อยู่เบื้องหลัง (ในทำนองเดียวกับเนบิวลามืด ซึ่งบังแสงของดาวสว่าง) เมื่อมองดูด้วยตาเปล่า เราจึงอาจเข้าใจผิดว่า คิดว่ามีช่วงว่างของอวกาศ แทรกอยู่ระหว่างทางช้างเผือก แต่เมื่อศึกษาด้วยภาพถ่ายแล้ว จะพบว่า สีดำที่เห็นเหล่านั้น ล้วนเป็นกลุ่มก๊าซอันหนาทึบ
    ภาพและข้อความ : LESA



ความคิดเห็นที่ 20

ครู...ชิต vcharkarn veditor
27 ส.ค. 2548 13:36

  1. ภาพแสดงศูนย์กลางของแกแล็กซีทางช่างเผือกในระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องและคนยิงธนูอาจมีหลุมดำขนาดใหญ่อยู่ตรงใจกลาง
    ภาพ : LESA



ความคิดเห็นที่ 21

ครู...ชิต vcharkarn veditor
27 ส.ค. 2548 13:45

  1. ภาพแสดงดาวสว่างสามเหลี่ยมในฤดูหนาว
    ภาพ : LESA

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น