หลุมดำมหันตภัย

หลุมดำไม่มีรูปร่างแต่มีมวลเป็นอนันต์จริงหรือ


ความคิดเห็นที่ 422

ninjapet
4 ธ.ค. 2551 19:27
  1. ตอบไอนี้ให้หน่อย




ความคิดเห็นที่ 375

neverheal
16 เม.ย. 2549 20:46
  1. แหะๆ โทดทีีับเผอิญอ่านแต่เรื่อง micro black hole เลยลืมนึกถึง หลุมดำอีกชนิดนึง

    อ่า ส่วนเรื่องของที่มานั้นผมลืมจริงๆ คับ เดี๋ยวคราวหน้า จะนำเสนอให้อีกทีนะครับ

    แล้วก็ เรื่องของคุณ Palmz คับ โอกาสที่หลุมดำจะเข้าใกล้โลกเนี่ย ผมว่ายากนะ

    เพราะถ้ามันเข้ามาเนี่ย เราต้องรับรู้ถึงอิทธิพลของแรงดึงดูดก่อนอยู่แล้ว แต่โอกาสก็มีนะคับ แค่น้อยเท่านั้นเอง

    หุหุ

    เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาเรื่อง Schwarzschild Radius มาให้ละกันนะครับ

    ฝันดีคับ



ความคิดเห็นที่ 230

คนรักจักรวาล
30 พ.ย. 2548 16:42
  1. ตกลงมันสร้างได้จิงรึเปล่าครับ เห็นมีตอนนี้ในวงเล็บ เลยสับสน



ความคิดเห็นที่ 377

คนรักจักรวาล
17 เม.ย. 2549 10:17
  1. ขอบคุณมากครับ ครูชิต อ่านแล้วก็ยังอ่านได้อีกเรื่อย ๆ จริง ๆ แม้บางเรื่องจะอ่านมาแล้วหลายครั้งก็ตาม

    //ปล. สวัสดีปีใหม่แบบไทย ๆ ด้วยนะครับ ช่วงสงกรานต์ไปกับครอบครัว เลยไม่ได้เข้ามาอวยพรเลย



ความคิดเห็นที่ 424

sittideacho6_pow@hotmail.com (Guest)
10 ม.ค. 2554 19:36
  1. สุดยาด!! รูเรื่องกาแล็กซี ไปเยอะขอบคุณ



ความคิดเห็นที่ 168

เด็กรักฟิสิกส์ จากP.R.C.
15 พ.ย. 2548 13:48
  1. ไม่มีอะไรจะถามงะ คิดไม่ออกเลยครับ เพราะช่วงนี้ไม่ว่างเลยครับ ต้องเตรียมตัวสอบครับ แฮะๆ



ความคิดเห็นที่ 109

Dark of Angel (Guest)
26 ต.ค. 2548 14:36
  1. ผมว่าดวงอาทิตย์ไม่มีวันที่จะเป็นหลุดดำได้หลอกครับเพราะมีความร้อนสูงมากครับผม



ความคิดเห็นที่ 108

Dark of Angel (Guest)
26 ต.ค. 2548 14:21
  1. ผมว่าหลุดดำเป็นสิ่งที่หน้ากลัวนะครับ



ความคิดเห็นที่ 110

เด็กรักฟิสิกส์ จากP.R.C.
26 ต.ค. 2548 14:43
  1. ผมอยากถามครูชิดว่า ตามความเข้าใจของผม ผมคิดว่า ถ้าความโค้งของ กาล-อวกาศ เกิดจาก มวล และทำให้วัตถุรวมทั้งแสง มีการเดินทางเป็นเส้นโค้ง ผมว่าถ้าเป็นเช่นนั้น แสงรวมทั้ง

    วัตถุจะมีค่าความเร็วเปลี่ยนไปเป็น จะช้าหรือเร็วก็จะขึ้นอยู่กับ

    ความโค้งของ กาล-อวกาศ ในแต่ละสถานที่ที่มีมวลแตกต่าง

    กัน ดังนั้นผมเชื่อว่าเวลาและความเร็วของแสงและวัตถุจะมีค่าเปลี่ยนแปลงไป ตามความโค้งของ กาล-อวกาศ ในแต่ละสถานที่ที่มีความจุของมวลไม่เท่ากันครับ และผมคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ความเร็วของวัตถุและความเร็วของแสงจะไม่มีค่าแน่นอนตายตัวครับ ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ

    อยากให้ครู...ชิตช่วยชี้แนะหน่อยครับว่าเป็นอย่างไรครับ

    ขอบคุณล่วงหน้าเป็นอย่างสูงด้วยครับ



ความคิดเห็นที่ 145

เด็กรักฟิสิกส์ จากP.R.C.
2 พ.ย. 2548 14:54
  1. ขอบคุณมากครับ ครู...ชิต ที่กรุณามาตอบคำถามให้ผมครับ



ความคิดเห็นที่ 146

Dark of Angel vcharkarn vmaster
2 พ.ย. 2548 14:58
  1. ครูชิตครับขอบคุรที่ตอบคำถามนะครับหลุมดำเกิดที่ดาวอะไรบ้างครับแล้วเคยเกิดที่ดาวพลูโตไหมครับคำถามอาจไม่เข้าท่านะครับผม



ความคิดเห็นที่ 171

Dark of Angel vcharkarn vmaster
16 พ.ย. 2548 14:47
  1. ครูชิตครับหลุมดำที่มีขนาดเล็กที่ผมถามในความคิดเห็น169มันมีในตัวเรามันเกิดจะการระเบิดของตัวอะไรครับผมแล้วทำไหมเราไม่เห็นเป็นอะไรละครับหรือไม่มีในตัวหรือไม่มีวันเกิดในตัวเราเลยละครับแล้วหลุมดำไม่สามารถดูดแสงได้จริงหรือครับแล้วหลุมดำที่มีขนาดเล็กจะอยู่ที่ในวัตถุที่มีขนาดเล็กเก็บขึ้นได้ยังไงครับแล้วถ้ามีในร่างเราจริงเราจะมีอะไรในตัวเราไหมครับแล้วหลุมดำเป็นหลุมเดียวกับแบล็กโฮแวถ้าไม่เป็นหลุมเดียวกันอันไหนมีอนุภาพมากกว่ากันครับช่วยตอบด้วยนะครับผมผมอาจจะพิมพ์ผิดบางคำนะครับอย่าถือโกรธนะครับ



ความคิดเห็นที่ 172

เด็กรักฟิสิกส์ จากP.R.C.
16 พ.ย. 2548 14:50
  1. ครับขอบคุณครับครู...ชิต จากเรื่องสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาร์ผมคิดว่า มันคือสนามแม่เหล็ก ตามที่ทุกคนคิดกันใช่ไหมครับ ผมว่า

    ตามทฤษฎีทั่วไปแล้ว เมื่อเปรียบเสมือนพระอาทิตย์แล้วจุดศูนย์กลางจะมีความร้อนสูงกว่าจุดอื่น จึงแสดงว่าจุดศูนย์กลางของสสารทุกชนิดจะมีความหนาแน่นสูงกว่าจุดอื่นเมื่อเปรียบ กับ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาร์แล้วมันจึงเป็นเหตผลให้ทุกคนเข้าใจว่า

    จุดศนย์กลางของโลกที่มีสนามแม่แหล็กที่เข้มข้นที่สุด คงเป็น

    สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาร์ แต่ผมคิดว่า ทุกอย่างคงจมเหมือนเรือที่อับปางเมื่อมีสนามแม่เหล็กเข้มข้นขนาดนั้น แต่สิ่งที่ผมสังเกตุที่ว่า ทำไมเครื่องบินที่บินผ่านถึงไม่พุ่งดิ่งจมสูก้นทะเลทันทีเพราะแรงดึงดูดแต่กลับเป็นหลงทางและน้ำมันหมดแทน ผมคิดว่าตามเ

    หตุนี้แล้วผมจึงคิดว่า ทฤษฎีที่ว่าด้วยจุดศูนย์ที่มีความหนาแน่นสูงกว่าจุดอื่นแล้ว คงใช้ได้กับ่าของพลังงานที่เกิดจากสสารเท่านั้น

    แต่จะใช้ไม่ได้กับ สนามแม่เหล็ก และ แรงโน้มถ่วง ครับ เพราะ

    ว่าผมคิดว่าตามเหตุที่เรือจมคงเป็นเพราะสาเหตุอื่นมากกว่าที่จะเป็นเพราะแรงแม่เหล็กดูดให้จม เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบินที่ตกเพราะน้ำมันหมดไม่ใช่เพราะแรงดึงดูด ผมจึงสรุปได้ว่า

    จุดศูนย์กลางของสนามแม่เหล็กนั้นคงไร้ค่าคือไม่มีค่ามากกว่าจุดอื่น และมีผลกระทบทาง ขั้วของที่สนามแม่เหล็กคือ ตามแรงแม่เหล็กทั่วไป ขั้วของมันจะอยู่ต่างคนละที่แต่แรงจะส่งผ่านซึ้งกันและกันไปมา และเมื่อเป็นไปตามที่ผมคิดคือจุดศูนย์กลางของมันไม่มีค่ามาก เพราะมันจะผลักซึ้งกันและกันเป็นวงกลม

    ซ้อนอยู่ข้างใน ทำไมถึงไม่มีค่าเพราะเมื่อคิดจากเส้นรัศมีของวงกลมที่อยูที่ขอบมันจะส่งแรงมายังจุดศูนย์กลาง เช่นเดียวกับ

    จุดอื่นๆรอบๆจุดศูนย์กลาง เมื่อแรงทั้งหมดมาเจอกันมันจึงผลักกันเพราะชนกัน เมื่อแต่ละจุดชนกันพร้อมกันมันก็จะผลักกันไม่ใช่รวมกัน เมื่อคิดดามหลักของนิวตันที่ว่าเมื่อแรงเท่ากันสองข้างมาเจอกันมันจะผลักกันในระยะทางที่เท่ากัน และก็จะกลายเป็นวงกลมซ้อนอยู่ข้างในของวงกลมใหญ่ คือจุดศูนย์กลางที่ไม่มีค่า

    เพราะแรงถูกผลักออกไปหมด จึงอธิบายได้ว่าสาเหตุที่เครื่องบินหลงทางกับเรือคงเป็นเพราะ แรงของแม่เหล็กของรัศมีแต่ละเส้นมาชนกันและผลักกันออกไป เข็มทิศจึงถูกดึงกลับไปที่เก่าที่มันมาคือสมมุติว่าหันไปทางเหนือก็จะหันไปทางทิศใต้ ใช่ไหมครับ

    มันจึงหมุนติ้วอยู่อย่างนั้นเพราะแรงดึงของเส้นต่างๆ ขอให้ครูชิตช่วยดูและสรุปให้หน่อยนะครับและว่าที่ผมคิดมีส่วนเป็นไปได้ไหมครับ ขอบคุณครับ



ความคิดเห็นที่ 227

เด็กรักฟิสิกส์ จากP.R.C.
30 พ.ย. 2548 14:27
  1. สวัสดีครับ




ความคิดเห็นที่ 228

Dark of Angel vcharkarn vmaster
30 พ.ย. 2548 14:32
  1. "หลุมดำ คือ หลุมในอวกาศที่สามารถดูดทุกสิ่งที่หลงเข้าไปใกล้รัศมีของมันได้ ไม่เว้นแม้แต่แสง”

    จากคำกล่าวนี้เองที่ทำให้คนทั่วไปยากที่จะเชื่อว่ามันมีอยู่จริง แต่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเชื่อว่าหลุมดำมีอยู่จริง ยิ่งไปกว่านั้นมันยังอยู่ใกล้ตัวเรามากด้วย โดยคำทำนายจากทฤษฎีฟิสิกส์ขั้นสูงที่ว่า หลุมดำไม่ได้เป็นเพียงแค่ดาวยักษ์สีดำที่คอยจ้องจะกลืนกินทุกสิ่งที่เข้าใกล้เท่านั้น แต่ยังมีีหลุมดำขนาดจิ๋วที่เล็กจนสามารถซ่อนในวัตถุต่างๆในโลกของเรา หรือแม้แต่ในตัวของคุณเอง!



    ตามทฤษฎีฟิสิกส์ หลุมดำ เกิดจากการที่ดาวฤกษ์ซึ่งใช้ปฏิกริยานิวเคลียร์ในการก่อให้เกิดแสงสว่างและพยุงไม่ให้ดาวทั้งดวงเกิดการยุบตัว ได้ทำการเผาไหม้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์จนหมดไปเป็นเหตุให้เกิดการระเบิดตัวอย่างรุนแรง ที่เรียกว่า Supernova ผิวนอกของดาวจะระเบิดตัวกระจายอยู่รอบๆ ส่วนแกนกลางจะยุบตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการยุบตัวนี้ได้ทำให้เกิด ดาวแคระขาว และดาวนิวตรอนหรือหลุมดำ โดยดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยกว่า 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์จะเกิดเป็น ดาวแคระขาว แต่หากดาวฤกษ์มีมวลมากกว่า 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์ ก็จะก่อให้เกิดวัตถุชนิดใหม่คือ ดาวนิวตรอน



    จากทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (General Relativity) ของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สามารถอธิบายถึงแรงโน้มถ่วงของอวกาศ โดยสมมติให้อวกาศเป็นเสมือนแผ่นผ้าใบขึงตึงทั้งสี่ด้านถ้ากลิ้งลูกหินลงไปบนผืนผ้าใบ มันจะวิ่งเป็นทางตรงเนื่องจากผ้าใบเรียบ แต่ถ้าวางตุ้มน้ำหนักน้ำหนักของตุ้มจะทำให้ผ้าใบบุ๋ม และเมื่อกลิ้งลูกหิน ทิศทางการเคลื่อนที่ของลูกหินย่อมได้รับผลกระทบจากความโค้งของผืนผ้าใบ ซึ่งหมายความว่า แรงโน้มถ่วงจากดาวต่างๆ คือ ความโค้งของอวกาศรอบๆ ดวงดาวเหล่านั้น เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันกับที่ลูกตุ้มกระทำต่อผืนผ้าใบยิ่งมวลของดาวมีค่ามาก ความโค้งของอวกาศก็ยิ่งมีค่ามาก ทำให้แรงโน้มถ่วงที่เกิดจากดาวนั้นมีค่ามากตามไปด้วย



    ไอน์สไตน์ได้เขียนคำอธิบายถึงแรงโน้มถ่วงของอวกาศนี้ออกมาเป็นสูตรที่เรียกกันว่า Einstein’s

    Field Equation โดยผู้ที่สามารถหาคำตอบแรกของสมการนี้ได้ คือ คาร์ล ชวาชชิลล์(Karl Schwarzschild) ซึ่งเขาได้พิจารณาถึงความโค้งของอวกาศรอบๆ ดาวที่มีรูปทรงกลมสมบูรณ์และไม่หมุนรอบตัวเอง และพบว่า ระยะห่างค่าหนึ่งจากใจกลางของดวงดาว ซึ่งเรียกว่ารัศมีของSchwarzschild ความโค้งของอวกาศจะมีค่ามากจน แม้แต่แสงยังถูกกักขังเอาไว้ได้



    ดาวฤกษ์ที่ระเบิดและยุบตัวจนมีขนาดเล็กกว่ารัศมีของ Schwarzschild ดาวจะแปรสภาพเป็นหลุมดำ โดยจะสร้างผิวทรงกลมที่เรียกว่า Event Horizon ขึ้น ซึ่งจะมีขนาดเท่ากับ รัศมีีของ Schwarzschild หากมีวัตถุเคลื่อนที่เข้าใกล้หลุมดำเกินกว่า Event Horizon ก็จะถูกแรงดึงดูดอันมหาศาลของมันดูดเอาไว้ และไม่สามารถหนีออกมาได้อีก แม้ว่าวัตถุนั้นจะมีความเร็วเท่ากับแสงก็ตาม ซึ่งสิ่งนี้เองคือ

    (ครูครับนี้คือสิ่งที่ผมหามาได้นะครับมันอาจจะน้อยไปนิดหนึ่งนะครับแลวถ้าผมหาอะไรได้อีกผมจะเอามาฝากนะครับ)



ความคิดเห็นที่ 225

Dark of Angel vcharkarn vmaster
30 พ.ย. 2548 13:20
  1. หลุมดำไม่ได้ดูดสสารเข้าไปอย่างเดียวครับ แต่มันระเหยเอามวลสารและพลังงานออกมาด้วย ผ่านกระบวนการ Hawking radiation นานๆเข้าหลุมดำก็จะระเหยหายไปผ่านกระบวนการนี้



    แต่ต้องนานจริงๆ เพราะถ้าพิจารณาหลุมดำขนาดใหญ่ๆ หรือที่เรียกว่า Astrophysical blackhole อาจจะต้องใช้เวลาถึง 1067 ปีเลยทีเดียว กว่าที่จะสลายตัวหมด ซึ่งยาวนานกว่าอายุของเอกภพเสียอีก (เอกภพมีอายุประมาณ 1 หมื่นห้าพันล้านปี)



    อย่างในรูปเป็นรูปวาดแสดงภาพหลุมดำซึ่งอยู่ในระบบดาวคู่ (คือดาวฤกษ์ที่โคจรรอบกันและกัน) ถ้าดาวฤกษ์ดวงหนึ่งเกิดดับลงแล้วกลายเป็นหลุมดำ มันก็อาจจะดูดมวลสารของดาวฤกษ์ดวงที่อยู่ใกล้ๆ ให้ตกลงไปในหลุมดำ แรงดึงดูดมหาศาลของหลุมดำก็จะทำให้สสารเหล่านั้นอัดแน่นและปล่อยพลังงานออกมาในรูปของรังสีเอ็กซ์ ซึ่งนักดาราศาสตร์สามารถตรวจวัดได้ครับ

    (จริงหรือครับครูชิตช่วยตอบด้วยนะครับ)



ความคิดเห็นที่ 226

Dark of Angel vcharkarn vmaster
30 พ.ย. 2548 13:22
  1. แต่หลุมดำก็ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่เสอมไปนะครับ นักฟิสิกส์เชื่อว่ามีหลุมดำขนาดเล็ก ซึ่งอาจจะเรียกว่า Microscopic Blackhole ซึ่งมีขนาดได้ตั้งแต่เล็กกว่าโปรตรอน อย่างในรูป ไปจนถึงขนาดประมาณอุกกาบาตลูกเล็กๆ ได้เลยทีเดียว หลุมดำจิ๋วพวกนี้ไม่ได้เกิดจากการแตกดับของดาวฤกษ์ แต่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงที่เอกภพมีอายุน้อยๆหลังจากกำเนิดขึ้นมาจากบิกแบง หรือ อาจจะเกิดขึ้นจากการชนกันของอนุภาคพลังงานสูงก็ได้ครับ นักฟิสิกส์ที่ห้องปฎิบัติการนิวเคลียร์ของยุโรป หรือที่เรียกว่า CERN เริ่มพูดกันถึงการทดลองที่จะตรวจหาหลุมดำจิ๋วเหล่านี้แล้ว ซึ่งหลุมดำพวกนี้ไม่ได้น่ากลัวอะไร เพราะนอกจากมันจะมีขนาดเล็กแล้ว มันยังสลายตัวเร็วด้วย อย่างในรูปนี้ตามทฤษฎีจะสลายตัวในเวลา 10-26 วินาที เรียกว่าน้อยกว่าเสี้ยววินาทีอีก

    (หลุมดำไม่มีลักษณะไม่ใช่หรือครับแล้วทำไหมเข้าพิมพ์ว่า"หลุมดำไม่มีแค่ขนาดใหญ่ละครับผมงงมากๆๆๆๆ)



ความคิดเห็นที่ 229

Dark of Angel vcharkarn vmaster
30 พ.ย. 2548 14:35
  1. หลุมดำมีอยู่จริงแถวกลุ่มดาวหงษ์ (cygnus x-1) มันเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่มหรรษจรรณ์มาก แต่ที่แน่กว่าก็คือมนุษย์เพราะเราสามารถสร้างหลุมดำขึ้นมาเองได้แต่เป็นขนาดจิ๋ว(หลุมดำมี 3 ชนิด) แต่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลขนาดจ่ายไฟฟ้าให้กรุงเทพฯทั้งเมืองเลย เพื่อทำปฏิกริยา นิวเคลียร์ฟิวส์ชั่น ของอนุภาค ของอะตอม ใช้งบประมาณ 86000 ล้านบาทแน่ะ

    ไปดูหนังเรื่อง Event Horizon ซิจะเค้าใจแต่ต้องมีพื้นฐานความเข้าใจเรื่อง ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวส์ชั่น จำพวก โปรตรอน อิเล็คตรอน นิวตรอน อิออน โฟตรอน กลูออน ตริโนตอน หรือ คล๊าก

    (จริงเหรอครับที่คนเราสามารถสร้างหลุมดำขึ้นมาได้งะครับผม)



ความคิดเห็นที่ 261

Dark of Angel vcharkarn vmaster
7 ธ.ค. 2548 13:34
  1. สวัสดีครับครูชิตผมกลับมาแล้วครับส่วนเด็กรักฟิสิกส์เขาไม่วางนะครับเขาเลยไม่ได้มานาน



ความคิดเห็นที่ 262

Dark of Angel vcharkarn vmaster
7 ธ.ค. 2548 14:04
  1. การเกิดหลุมดำในเอกภพโดยทั่วไปก็คือการเกิดการยุบตัวด้วยแรงโน้มถ่วง (gravitational collapse) ของดวงดาว (ดาวฤกษ์) เพราะว่าดวงดาวที่มีอยู่ในเอกภพจะอยู่ในสภาพที่มีสมดุลระหว่างแรง 2 ชนิดที่มีอยู่ในตัวมันเองก็คือ แรงผลักออกจากการที่มีปฏิกิริยานิวเคลียร์ (nuclear reaction) ที่อยู่ในใจกลางของดวงดาว และแรงดึงดูดเข้าสู่ศูนย์กลางที่เกิดจากขนาดของมวล (gravitatational pull) ซึ่งเมื่อดวงดาวได้เผาผลาญพลังงานนิวเคลียร์ภายในของมันจนหมด แรงผลักออกก็ไม่สามารถที่จะต้านแรงดึงเข้าสู่จุดศูนย์กลางได้ ก็จึงทำให้เกิดการยุบตัวด้วยแรงโน้มถ่วงนั่นเอง ดวงอาทิตย์ของเราในระบบสุริยะก็สามารถยุบตัวเป็นหลุมดำได้ แต่ยังเป็นเวลาอีกนานมากเพราะมัรจะต้องผ่านการวิวัฒนาการอีกหลายขั้นตอน โดยปกติการยุบตัวของดวงดาวจะมีความสมมาตรเชิงทรงกลม (spherical symmetry) เพราะเป็นการยุบเข้าสู่ใจกลางโดยตรง ซึ่งก็จะเกิดเป็นหลุมดำชนิดที่ง่ายที่สุดที่เรียกว่า หลุมดำชว๊าซชิลด์ (Schwarzschild black holes) ถ้าการยุบตัวของหลุมดำมีประจุติดไปด้วยและยังมีความสมมาตรเชิงทรงกลม เราจะได้หลุมดำที่เรียกว่า หลุมดำไรส์เนอร์-นอร์ดสเตริม (Reissner-Nordström black holes) และถ้าในระหว่างการยุบตัวมีการหมุนเข้ามาเกี่ยวข้อง ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นหลุมดำเคอร์ (Kerr black hole) และถ้าการยุบตัวแบบนี้มีประจุรวมอยู่ด้วยเราจะเรียกมันว่าหลุมดำเคอร์-นิวแมน (Kerr-Newman black hole) สำหรับการยุบตัวที่ไม่มีสมมาตรเชิงทรงกลม (non-spherical symmetry) จะเกิดการแผ่คลื่นแรงโน้มถ่วง (gravitational waves) ซึ่งยังเป็นสิ่งที่นักฟิสิืกส์กำลังเสาะหาอยู่และ ถือว่าเป็นการพิสูจน์ผลการทำนายของทฤษฎีสัมพัทธภาพด้วย หลังจากที่ได้มีการทดสอบแล้วในหลาย ๆ กรณีอย่างเช่น การเบี่ยงเบนของแสงเมื่อตกอยู่ในอิทธิพลของแรงโน้มถ่วง การยืดหดของเวลา ฯลฯ

    (ผมเอามาให้ครูอ่านเล่นๆนะครับไม่รู้ว่าครุเอามาใส่เหรอยังนะครับถ้าซ้ผมต้องข้อโทษด้วยนะครับ)

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น