ดาวเคราะห์ดวงที่ 10 ในระบบสุริยะถูกต้องไหมครับ โพสต์เมื่อ:
00:51 วันที่ 1 ส.ค. 2548 ชมแล้ว:
40,034 ตอบแล้ว:
202
เมื่อไม่กี่มานี้มีการค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่ 10 ในระบบสุริยะของเรามีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโต 2 เท่าจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ ยืนยันเป็นหนักแน่นว่ามีจริง สงสัยเหมือนกันว่าองค์ประกอบหลักคืออะไร ทำไมถึงพึ่งมาค้นพบ จัดเป็นดาวก๊าซหรือดาวหินแข็ง และมนุษย์ได้อะไรจากการค้นพบครั้งนี้อีกทั้งจะมีดวงที่ 11 อีกไหม
จำนวน 192 ความเห็น, หน้า่ | - 1- 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 1 ส.ค. 2548 (07:21)
 ผมก็เพิ่งอ่านเจอเมื่อวานนี้เองครับ จากรูปนี่อยู่ห่างไกลจากพลูโตมากที่เดียว
เอพี/รอยเตอร์/บีบีซีนิวส์ นักดาราศาสตร์สหรัฐฯ ประกาศว่าพวกเขาได้ค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ใหญ่กว่าดาวพูลโตอยู่ในวงโคจรรอบๆ ดวงอาทิตย์ การค้นพบครั้งนี้อาจจะนำไปสู่กลับมาถกเถียงอีกครั้งถึงนิยามที่ชัดเจนของ ดาวเคราะห์ และสถานภาพของ พูลโต ที่จะยังควรเป็นดาวเคราะห์ต่อไปหรือไม่
วัตถุที่ยังไม่มีชื่อเสียงเรียงนามชิ้นที่พบนี้ นับเป็นวัตถุที่ไกลที่สุดในระบบสุริยะเท่าที่นักดาราศาสตร์สามารถค้นหาได้ โดยวัตถุชิ้นนี้ห่างจากโลกประมาณ 15,000 ล้านกิโลเมตร และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 97 เท่าของโลก อย่างไรก็ดีนักดาราศาสตร์ยังไม่รู้ขนาดที่แท้จริงของวัตถุชิ้นนี้ แต่ว่าแสงสว่างของมันแสดงให้เห็นว่าดาวเคราะห์ดังกล่าวน่าจะมีขนาด 1 เท่าครึ่งของดาวพลูโตที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2,302 กิโลเมตร
นี่เป็นวัตถุชิ้นแรกที่ได้รับการยืนยันว่าน่าจะใหญ่กว่าดาวพูลโตในระบบสุริยะชั้นนอก ไมเคิล บราวน์ (Michael Brown) นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย หรือ Caltech (California Institute of Technology) กล่าว ซึ่งบราวน์รีบร้อนให้สัมภาษณ์เนื่องจากเขาได้รับแจ้งว่ามีการแฮกเว็บไซต์ที่มีข้อมูลการค้นพบครั้งนี้ และแฮกเกอร์ก็ขู่ที่จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
บราวน์ได้ติดป้ายวัตถุชิ้นนี้ว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 10 แห่งระบบสุริยะไปแล้ว แต่ว่าเหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงโต้เถียงถึงการระบุประเภทของดาวพูลโต ซึ่งยังไม่มีการกำหนดเงื่อนไขระบุสถานะอย่างเป็นทางการและไม่มีการตั้งมาตรฐาน อย่างเช่น ขนาด หรือรูปแบบวงโคจร ที่จะทำให้การค้นพบวัตถุบนท้องฟ้าเข้าข่ายดาวเคราะห์หรือไม่
บราวน์และเพื่อนร่วมงานอย่างชาด ทรูจิลโล (Chad Trujillo) จากหอดูดาวเจมินี (Gemini Observatory) และเดวิด ราบิโนวิตซ์ (David Rabinowitz) จากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ได้ร่วมกันบันทึกภาพวัตถุชิ้นใหม่นี้เป็นครั้งแรกเมื่อปลายเดือน ต.ค.2546 โดยใช้กล้องโทรทรรศน์เส้นผ่านศูนย์กลาง 48 นิ้วของหอดูดาวพาโลมาร์ (Palomar Observatory) ใกล้เมืองซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย แต่เนื่องจากอยู่ไกลเกินกว่าจะตรวจพบการเคลื่อนที่ได้ จนกระทั่งมีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ใหม่อีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางทีมงานจึงได้มีโอกาสวิเคราะห์ข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้วงโคจรยังทำมุม 45 องศากับระบบสุริยะ ทำให้ไม่มีใครเคยสังเกตวงโคจรที่สูงขึ้นไปจากมุมที่เคยสังเกตการณ์ตามปกติ นักดาราศาสตร์ระบุว่าจะสามารถสังเกตเห็นดาวเคราะห์ดวงนี้ได้ตลอดช่วง 6 เดือนข้างหน้า ช่วงนี้กำลังโคจรอยู่เกือบเหนือศีรษะในช่วงเช้าตรู่ทางทิศตะวันออกในกลุ่มดาวเซตุส หรือกลุ่มดาวปลาวาฬ
บราวน์อธิบายว่า ดาวเคราะห์ดวงใหม่เต็มไปด้วยแนวหินและน้ำแข็งเหมือนกับดาวพูลโต และเป็นวัตถุที่สว่างมากเป็นอันดับ 3 ในแถบวงแหวนหรือเข็มขัดไคเปอร์ (Kuiper belt) ซึ่งเป็นแถบเศษน้ำแข็งอยู่บริเวณเหนือวงโคจรของดาวเนปจูน และดาวดวงใหม่นี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลานานในการค้นพบ เพราะดาวดวงนี้ใช้เวลาถึง 560 ปีโคจรครบรอบดวงอาทิตย์ และในอีก 280 ปีข้างหน้าดาวดวงนี้จะอยู่ใกล้เนปจูน
อลัน สเติร์น จากสถาบันวิจัยเซาท์เวสเทิร์น (Southwestern Research Institute) ในเมืองโบลเดอร์ โคโลราโด กล่าวว่าเขาไม่รู้สึกแปลกใจกับการค้นพบครุ้งนี้ ตั้งแต่มีการพบวัตถุต่างๆ ในแถบไคเปอร์ใกล้ดาวพูลโต ซึ่งคงจะต้องดูต่อไปว่าวัตถุที่พบล่าสุดมีขนาดใหญ่กว่าพูลโตและมีลักษณะเฉพาะอย่างไร
นอกจากนี้ ยังมีนักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มจากสเปนอ้างว่าพวกเขาค้นพบวัตถุสว่างเหนือดาวเนปจูน แต่ดูเหมือนว่าจะเล็กกว่าดาวพูลโต ซึ่งบราวน์ก็กล่าวเช่นกันว่าทีมของเขาก็พบวัตถุอีกชิ้นที่สว่างกว่าพลูโตแต่มีขนาดเล็กกว่า
อย่างไรก็ดี บราวน์ได้ส่งคำขอตั้งชื่อดาวเคราะห์ดวงใหม่ให้แก่ สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union : IAU) ได้พิจารณาแล้ว แต่เขาปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าดาวดวงใหม่นี้มีนามว่าอะไร แต่มีชื่อเรียกชั่วคราวว่า 2003-ยูบี 313 (2003UB313) ซึ่งโครงการวิจัยของบราวน์ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ หรือนาซา
คัดลอกมาจาก
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9480000102185
|
GFK
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2987 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 227 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 1 ส.ค. 2548 (11:05) ไม่ใช่นักพนันขันต่ออะไร แต่ผม 20/1 เลยก็ได้
ถ้าเราจะจัดให้ดาวดวงใหม่นี้เป็นดาวเคราะห์ เราคงต้องเพิ่มชื่อดาวเคราะห์อีกโขแน่ๆ
ความจริงแล้ว ดาวเคราะห์วงนอกถัดจากดาวอังคารไป จะมีลักษณะเป็นกลุ่มแก๊ส
แต่ดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์น้ำแข็ง เพราะเป็นอุบัติเหตุทางการค้นพบในสมัยนั้น
แล้วตอนนี้เราก็พบดาวเคราะห์น้ำแข็งมากมาย เลยเรียกมันว่า KBOs
พลูโตก็เกือบกลายเป็น KBO แล้ว แต่ยังเป็นดาวเคราะห์อยู่ เพราะเค้าให้เครดิตคนค้นพบ
ฟังหูไว้หูละกันนะครับ
เนยสด
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1970 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 1 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 5 ส.ค. 2548 (03:20)
ระบบสุริยะ ประกอบด้วยดวงอาทิตย์และบริวาร ซึ่งโคจรอยู่รอบดวงอาทิตย ์ได้แก่ ดาวเคราะห์ 9 ดวง บริวารของดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย และดาวหาง ดาวเคราะห์ 4 ดวงที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย ์เรียกว่า "ดาวเคราะห์ชั้นใน" ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็ก และมีพื้นผิวเป็นของแข็ง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลกและดาวอังคาร ดาวเคราะห์ 5 ดวงที่อยู่ถัดออกไปเรียกว่า "ดาวเคราะห์ชั้นนอก" ซึ่งมีขนาดใหญ่ และมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นก๊าซ ยกเว้นดาวเคราะห์ดวงนอกสุด คือ ดาวพลูโตที่มีขนาดเล็ก และมีพื้นผิวเป็นของแข็ง ระบบสุริยะเกิดจากกลุ่มก๊าซและฝุ่นในอวกาศ ยุบรวมกันภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง เมื่อ 4,600 ล้านปีที่ผ่านมา ที่ใจกลางของกลุ่มก๊าซเกิดเป็นดาวฤกษ์ คือ ดวงอาทิตย์ เศษฝุ่น และก๊าซที่เหลือจากการเกิดเป็นดาวฤกษ์ เคลื่อนที่อยู่ล้อมรอบ เกิดการชน และรวมตัวกัน ภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง ในช่วงเวลาหลายร้อยล้านปี จนในที่สุดก็กลายเป็นดาวเคราะห์บริวาร และวัตถุอื่นๆ ในระบบสุริยะ
ข้อมูลที่น่ารู้
- ระบบสุริยะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12,000 ล้านกิโลเมตร
- 99% ของเนื้อสารทั้งหมดของระบบสุริยะ รวมอยู่ที่ดวงอาทิตย์
ภาพและข้อมูลอนุเคราะห์โดยศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ http://www.lesaproject.com
ภาพเปรียบเทียบขนาดดาวเคราะห์ในระบบสริยะ
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 5 ส.ค. 2548 (14:34) ดิฉันเห็นเรื่องนี้มาหลายวันแล้วค่ะ ตอนค้นพบ ควาออร์ กับเซ็ดน่า ก็ร่ำๆจะมาเขียนเหมือนกัน แต่ตัดสินใจว่า จะรอให้ สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล(International Astronomical Union ที่มีชื่อย่อว่า IAU) ตัดสินออกมาก่อนว่าจะเอายังไงแน่
ขอย้ำว่า ไม่ว่าหนังสือพิมพ์หรือแหล่งข่าว หรือแม้แต่แถลงข่าวของนาซ่าเอง จะผลีผลามออกมาพาดหัวว่า เป็น "ดาวเคราะห์ดวงที่สิบ" ถ้าถืออย่างเป็นทางการแล้ว ยังไม่เป็นค่ะ แต่เดิมนั้น ทางสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล หรือ ไอเอยู ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาจะเอามาตรฐานอะไรมากำหนด ในการแต่งตั้ง เทหวัตถุในระบบสุริยะว่า จะเป็น ดาวเคราะห์ (Planet) นั้น และจะประกาศผลอีกปีกว่าข้างหน้า แต่มีข่าวออกมาว่า ตั้งแต่มีการค้นพบ ดาวจากแถบไคเป้อร์ ที่มีขนาดใหญ่ๆกันหลายๆดวง ก็เป็นการเพิ่มแรงกดดันให้ ไอเอยู รีบดำเนินการรวบรัดประกาศข้อกำหนดออกมาให้เร็วกว่านั้น เพราะวัยรุ่นใจร้อน เอ๊ย นักดาราศาสตร์ โดยเฉพาะ ดร บราวน์ (ส่วนเพื่อนร่วมทีมของท่าน ชื่อ แช้ด ทรูฮิโย่ ค่ะ เป็นชื่อมาจากภาษาสเปญ เค้าอ่านของเค้าอย่างนั้นน่ะค่ะ) ค้นพบดาวใหม่ๆกันโครมๆ จึงมีการคาดการณ์กันว่า ไอเอยูจะออกมาประกาศในอาทิตย์สองอาทิตย์นี่แหละค่ะ
ดิฉันมีความเห็นหลายๆอย่าง ที่สำคัญคือ ชาวบ้านงงกันไปหมดแล้ว ทั้งไทยและเทศ ในเมื่อยังไม่มีข้อกำหนดอะไรออกมา ดิฉันก็จะไม่เรียกดาวดวงนี้ว่า ดาวเคราะห์ แน่ๆค่ะ แม้ว่า แถลงข่าวของนาซ่าจะเรียกออกไปแล้วก็ตาม นาซ่าไม่ใช่ผู้กำหนดชื่อดาว หรือมีหน้าที่ที่จะแต่งตั้งดาวอะไรให้เป็นดาวเคราะห์ได้หรอกค่ะ แม้แต่คนที่ค้นพบเอง คือ ดร ไมเคิล บราวน์ ท่านจะเชื่อมั่นต้องการให้มันเป็นดาวเคราะห์ แล้วจะตั้งชื่อตามลูกสาวของท่านเอง(ชื่อไลลา) ก็ตามที ก็คงไม่เป็นที่ยอมรับของนักดาราศาสตร์สากลแน่ๆค่ะ
ดิฉันจะขอแสดงความเห็นเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ จะขอติดไว้คุยวันหลังค่ะ เพราะกำลังรอฟังว่าองค์การที่ทำหน้าที่รับผิดชอบจะเลิกเป่าสากเมื่อไหร่ ก็จะนำมาเสนอให้ทั่วด้านได้ดีกว่าน่ะค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 5 ส.ค. 2548 (15:33) ขอบคุณสำหรับการแสดงความคิดเห็นครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 6 ส.ค. 2548 (00:37)
ภาพแสดงระยะห่างระหว่างดาวในระบบสุริยะ
ภาพโดย : NASA
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 22 ส.ค. 2548 (09:47) ค้นเจอเเล้ว ดาวดวงที่ 10
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 23 ส.ค. 2548 (17:01)
 ภาพแสดงระยะห่างในระบบสุริยะต่อหน่วยดาราศาสตร์
ภาพ : NASA
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 24 ส.ค. 2548 (01:21)
 ภาพดาวเสาร์
ดาวเคราะห์ลำดับที่ 6 ในระบบสุริยะ
ภาพ : NASA
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 24 ส.ค. 2548 (01:40)
ครอบครัวในระบบสุริยะของเราประกอบด้วยดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์อยู่ตรงศูนย์กลางมีดาวเคราะห์เป็นบริวาร 9+1 ดวงเป็นบริวารล้อมรอบ ดาวงเคราะห์บางดวงมีดวงจันทร์เป็นบริวารดาวพลูโตอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 6 พันล้านกิโลเมตรแสงอาทิตย์ใช้เวลานาน 5 ชั่วโมงกว่าถึงดาวพลูโต
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 24 ส.ค. 2548 (01:55)
ภาพดวงจันทร์โฟบัสของดาวอังคารมีขนาด 27*21*18.8 กิโลเมตร โคจรรอบดาวอังคารรอบละ 7 ชั่วโมง 39 นาที ซึ่งขึ้นวันละ 3 ครั้ง หลุมที่มองเห็นกว้างถึง 8 กิโลเมตร ในอีก 50 ล้านปีข้างหน้าคาดว่าดวงจันทร์โฟบอสจะชนดาวอังคารด้วยแรงไทดัล
ภาพ : NASA/JPL/Cattech
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 24 ส.ค. 2548 (02:05)
ภาพภูมิประเทศหรือทัศนียภาพของดาวอังคารซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา
ภาพ : NASA/JPL/Caltech
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 24 ส.ค. 2548 (02:10)
ภาพดวงจันทร์ดีมอสบริวารของดาวอังคารมีขนาด 15*12.2*11 กิโลเมตร โคจรรอบดาวอังคารหนึ่งรอบในเวลา 1 วัน 6 ชั่วโมง 18 นาที
ภาพ : NASA / JPL /Caltech
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 24 ส.ค. 2548 (02:30)
สภาพพื้นผิวดวงจันทร์คัลลิสโตของดาวพฤหัสบดีอยู่ห่างจากดาวพฤหัสบดี 1 ล้านกิโลเมตร มีขนาด 4,800 กิโลเมตร
อุหภูมิเวลาเที่ยง -108 องศา C พื้นผิวประกอบด้วยน้ำแข็งและหิน
ภาพ : NASA/JPL
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 24 ส.ค. 2548 (02:45)
ภาพพื้นผิวของดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดี มีขนาด 3,138กิโลเมตร อุณภูมิที่ศูนย์สูตร - 145 C พื้นผิวเป็นแผ่นน้ำแข็งหนาประมาณ 1-10 กม.ปกคลุมมหาสมุทรลึก 60-100 กม.
และมีรอยแยกของแผ่นน้ำแข็งหลายรอยมีความยาวมากกว่า 3,000 กิโลเมตร
ภาพ : NASA /JPL
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 24 ส.ค. 2548 (02:50) แล้วดาวเคราะห์ดวงที่ 10 มีดวงจันทร์เป็นบริวารไหม ถ้ามีมีอุณหภูมิ ภูมิประเทศ เป็นอย่างไร ท่านใดมีข้อมูลหรือจะแสดงความคิดเห็นก็ขอขอบคุณมากครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 24 ส.ค. 2548 (03:22) ต้องขอขอบคุณ คุณ GFK คุณเนยสด คุณพวงร้อย ที่ให้ข้อมูลและร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งการมีข้อมูลนับว่าเป็นข้อได้เปรียบที่ผ่านมา ไปอบรม GPAXและ GPA ที่ จ.อุดรธานี จึงไม่ได้มาร่วมแสดงความคิดเห็นในเวลาดังกล่าวถ้ามีโอกาสจะนำมาเสนอให้นักเรียนหรือผู้ปกครองที่สนใจจะเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาอันนี้นอกประเด็นดาวเคราะห์ดวงที่ 10 นะครับขออภัยด้วย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 27 ส.ค. 2548 (13:56)
โลก (The Earth)
โลกของเรามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12,756 กิโลเมตร โลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 150 ล้านกิโลเมตร แสงอาทิตย์ต้องใช้เวลาเดินทางนาน 8 นาที กว่าจะถึงโลก
ระบบสุริยะ (Solar System)
ประกอบด้วยดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์อยู่ตรงศูนย์กลาง มีดาวเคราะห์ 9 ดวง เป็นบริวารโคจรล้อมรอบ ดาวเคราะห์แต่ละดวง อาจมีดวงจันทร์เป็นบริวารโคจรล้อมรอบอีกทีหนึ่ง ดาวพลูโตอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 6 พันล้านกิโลเมตร แสงอาทิตย์ต้องใช้เวลาเดินทางนานมากกว่า 5 ชั่วโมงกว่าจะถึงดาวพลูโต
ดาวฤกษ์เพื่อนบ้าน (Stars)
ดาวฤกษ์แต่ละดวงอาจมีระบบดาวเคราะห์เป็นบริวาร เช่นเดียวกับระบบสุริยะของเรา ดาวฤกษ์แต่ละดวงอยู่ห่างกัน เป็นระยะทางหลายล้านล้านกิโลเมตร ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ที่สุดของดวงอาทิตย์ชื่อ "ปร๊อกซิมา เซนทอรี" (Proxima Centauri) อยู่ห่างออกไป 40 ล้านล้านกิโลเมตร หรือ 4.2 ปีแสง ดาวฤกษ์ซึ่งมองเห็นเป็นดวงสว่างบนท้องฟ้า ส่วนมากจะอยู่ห่างไม่เกิน 2,000 ปีแสง
กาแล็กซี (Galaxy)
กาแล็กซีคืออาณาจักรของดวงดาว กาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา มีรูปร่างเหมือนกังหัน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 แสนปีแสง ประกอบด้วยดาวฤกษ์ประมาณ 1 พันล้านดวง ดวงอาทิตย์ของเราอยู่ห่างจากใจกลางของกาแล็กซีเป็นระยะทางประมาณ 3 หมื่นปีแสง หรือ 2 ใน 3 ของรัศมี
กระจุกกาแล็กซี (Cluster of galaxies) กาแล็กซีมิได้อยู่กระจายตัวด้วยระยะห่างเท่า ๆ กัน หากแต่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม (Group) หรือกระจุก (Cluster) "กลุ่มกาแล็กซีของเรา" (The Local Group) ประกอบด้วยกาแล็กซีมากกว่า 10 กาแล็กซี กาแล็กซีเพื่อนบ้านของเรา มีชื่อว่า "กาแลกซีแอนโดรมีดา" (Andromeda galaxy) อยู่ห่างออกไป 2.3 ล้านปีแสง กลุ่มกาแล็กซีท้องถิ่นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 ล้านปีแสง
ซูเปอร์คลัสเตอร์ (Supercluster)
ซูเปอร์คลัสเตอร์ ประกอบด้วยกระจุกกาแล็กซีหลายกระจุก "ซูเปอร์คลัสเตอร์ของเรา" (The local supercluster) มีกาแล็กซีประมาณ 2 พันกาแล็กซี ตรงใจกลางเป็นที่ตั้งของ "กระจุกเวอร์โก" (Virgo cluster) ซึ่งประกอบด้วยกาแล็กซีประมาณ 50 กาแล็กซี อยู่ห่างออกไป 65 ล้านปีแสง กลุ่มกาแล็กซีท้องถิ่นของเรา กำลังเคลื่อนที่ออกจากกระจุกเวอร์โก ด้วยความเร็ว 400 กิโลเมตร/วินาที
เอกภพ (Universe)
"เอกภพ" หรือ "จักรวาล" หมายถึง อาณาบริเวณโดยรวม ซึ่งบรรจุทุกสรรพสิ่งทั้งหมด นักดาราศาสตร์ยังไม่ทราบว่า ขอบของเอกภพสิ้นสุดที่ตรงไหน แต่พวกเขาพบว่ากระจุกกาแล็กซีกำลังเคลื่อนที่ออกจากกัน นั่นแสดงให้เห็นว่าเอกภพกำลังขยายตัว เมื่อคำนวณย้อนกลับนักดาราศาสตร์พบว่า เมื่อก่อนทุกสรรพสิ่งเป็นจุด ๆ เดียว เอกภพถือกำเนิดขึ้นด้วย "การระเบิดใหญ่" (Big Bang) เมื่อประมาณ 13,000 ล้านปีมาแล้ว
ภาพและข้อมูล : LESA
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 27 ส.ค. 2548 (14:10)
ดาวพุธ
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ซึ่งอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มากที่สุด เป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็ก และไม่มีดวงจันทร์บริวาร
โครงสร้างภายในของดาวพุธประกอบไปด้วย แกนเหล็กขนาดใหญ่มีรัศมีประมาณ 1,800 ถึง 1,900 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยชั้นที่เป็นซิลิเกท (ในทำนองเดียวกับที่แกนของโลกถูกห่อหุ้มด้วยแมนเทิลและเปลือก) ซึ่งหนาเพียง 500 ถึง 600 กิโลเมตร บางส่วนของแกนอาจจะยังหลอมละลายอยู่ ดาวพุธถูกเยี่ยมเยือนด้วยยานอวกาศเพียงลำเดียวคือ ยานมารีเนอร์ 10 ในปี พ.ศ. 2517 ซึ่งได้ทำการสำรวจ และทำแผนที่พื้นผิวดาวพุธเป็นครั้งแรก แต่เนื่องจากดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก จึงสามารถทำแผนที่ได้เพียงร้อยละ 45 ของพื้นที่ทั้งหมดพื้นผิวดาวพุธเต็มไปด้วยหลุมบ่อมากมาย คล้ายกับพื้นผิวดวงจันทร์ มีเทือกเขาสูงใหญ่ และแอ่งที่ราบขนาดใหญ่อยู่ทั่วไป แอ่งที่ราบแคลอริสเป็นแอ่งที่ราบขนาดใหญ่ ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1,300 กิโลเมตร นักดาราศาสตร์สันนิษฐานว่า แอ่งที่ราบขนาดใหญ่นี้เกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตในยุคเริ่มแรกของระบบสุริยะ ดาวพุธไม่มีชั้นบรรยากาศห่อหุ้ม และการที่ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก ทำให้อุณหภูมิที่พื้นผิวดาวพุธ ในเวลากลางวันและกลางคืน แตกต่างกันมากถึง 600 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิในเวลากลางวันสูงถึง 430 องศาเซลเซียส และลดลงเหลือ 180 องศาเซลเซียส ในเวลากลางคืน
ภาพและข้อมูล : LESA
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 27 ส.ค. 2548 (14:14)
 ดาวศุกร์
ดาวศุกร์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 2 เป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 และไม่มีดวงจันทร์บริวาร ดาวศุกร์มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับโลก จนได้ชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์ฝาแฝดกับโลกของเรา โครงสร้างภายในของดาวศุกร์ ประกอบด้วย แกนกลางที่เป็นเหล็กมีรัศมีประมาณ 3,000 กิโลเมตร ห่อหุ้มด้วยชั้นแมนเทิลที่มีความหนาประมาณ 3,000 กิโลเมตร และเปลือกแข็งที่ประกอบด้วยหินซิลิเกตยานอวกาศลำแรกที่เดินทางไปดาวศุกร์คือ มาริเนอร์ 2 ใน พ.ศ.2505 หลังจากนั้นก็มีอีกหลายลำ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2532 ยานอวกาศแมกเจลแลน ได้ใช้เรดาร์ในการสำรวจผ่านชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นของดาวศุกร์ เพื่อทำแผนที่พื้นผิวของดาว การสำรวจโดยใช้สัญญาณเรดาร์ ทำให้ทราบถึงความสูงต่ำของพื้นผิวดาวศุกร์ได้ และพบว่าพื้นผิวดาวศุกร์ปกคลุมไปด้วย ที่ราบที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ และภูเขาไฟขนาดใหญ่หลายแห่ง นอกจากนี้ยังพบว่า พื้นผิวดาวศุกร์ไม่มีหลุมอุกกาบาตขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไป เช่นเดียวกับดาวพุธ ทั้งนี้เป็นเพราะว่า อุกกาบาตจะถูกเผาไหม้ไปจนหมด ในระหว่างที่เดินทางเข้าสู่ชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นของดาวศุกร์ชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์นั้นมีความหนาแน่นมาก ความดันบรรยากาศที่พื้นผิวดาวศุกร์มีค่าประมาณ 90 เท่า ของความดันบรรยากาศที่พื้นผิวโลก หรือมีค่าเท่ากับความดันที่ใต้ทะเลลึก 1 กิโลเมตร บรรยากาศของดาวศุกร์ประกอบไปด้วย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนใหญ่ และมีชั้นเมฆอยู่หลายชั้นที่ประกอบไปด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (กรดกำมะถัน) ซึ่งมีความหนาหลายกิโลเมตร ทำให้เราไม่สามารถสังเกตเห็นพื้นผิวดาวศุกร์ได้ชั้นบรรยากาศที่หนาทึบนี้ทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจก กักเก็บความร้อนไว้ภายใต้ชั้นบรรยากาศ ทำให้อุณหภูมิพื้นผิวสูงถึง 600-900 องศาเซลเซียส จะเห็นว่าพื้นผิวดาวศุกร์ร้อนกว่าพื้นผิวดาวพุธมาก ทั้งๆ ที่อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์กว่าดาวพุธถึงสองเท่าก็ตาม
ภาพและข้อมูล : LESA
|
|