|
ดาวเคราะห์ดวงที่ 10 ในระบบสุริยะถูกต้องไหมครับ
โพสต์เมื่อ:
00:51 วันที่ 1 ส.ค. 2548 ชมแล้ว:
47,496
ตอบแล้ว:
205
เมื่อไม่กี่มานี้มีการค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่ 10 ในระบบสุริยะของเรามีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโต 2 เท่าจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ ยืนยันเป็นหนักแน่นว่ามีจริง สงสัยเหมือนกันว่าองค์ประกอบหลักคืออะไร ทำไมถึงพึ่งมาค้นพบ จัดเป็นดาวก๊าซหรือดาวหินแข็ง และมนุษย์ได้อะไรจากการค้นพบครั้งนี้อีกทั้งจะมีดวงที่ 11 อีกไหม
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 1 ก.ย. 2548 (23:17) องค์ประกอบส่วนใหญ่ของดาวเคราะห์น้อยคือ คาร์บอน บะซอลต์ โลหะ และซิลิเกต ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 1 ก.ย. 2548 (23:22) ดาวเคราะห์น้อยชนโลก ดาวตกและผีพุ่งใต้ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า โลกอาจถูกดาวเคราะห์น้อยชน แต่โชคดีที่โลกเรามีบรรยากาศหนาห่อหุ้มอยู่ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 1 ก.ย. 2548 (23:28) มีการพยากรณ์โดยคำนวณว่า มีพดาวเคราะห์น้อยเกือบ 10 ดวง ที่มีโอกาสมากที่จะชนโลก ส่วนมีโอกาสชนแต่ไม่มากมีประมาณ 1,000 ดวงที่ใหญ่ท่สุดมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 20 ฏิโลเมตร แต่ส่วนมากจะมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 กโลเมตร สถติจากการสำรวจจะพบดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ที่มีโอกาสชนโลกเพิ่มขั้นปีละ 2-3 ดวง เสมอ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 1 ก.ย. 2548 (23:35) เนื่องจากดาวเคราะห์น้อยมีวงโคจรไม่แน่นอน จึงมีโอกาสที่จะหลุดลอยมาตามแรงดึงดูดของโลกได้ สาเหตุที่ดาวเคระห์น้อยมีวงโคจรไม่แน่นอนเนื่องจากถูกรบกวนด้วยแรงดึงดูดจากดาวเคราะห์หรือบริวารของดาวเคราะห์ ซึ่งเป็นเหตุให้ดาวเคราะห์น้อยบางดวงมีวงโคจรผันแปรไปจากปกติและไปตกลงที่พื้นผิวของดาสวเคราะห์หรือบริวารได้ ดังนั้นโอกาสท่ช่วงชีวิตของเราจะพบปรากฏการณ์ดาวเคราะห์น้อยชนโลกจึงยังมีอยู่ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 1 ก.ย. 2548 (23:49) ในช่วงนี้ก็เสนอข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกของระบบสุริยะให้ได้หลายมุมมอง หลายประเด็น เพราะดาวเคราะห์ดวงที่ 10 ข้อมูลมีน้อย ยังใหม่เกินไปกลัวแต่พวกมากลากไปไม่แน่นะครับอีก 100 ปีข้างทั้งดาวพลูโตและดาวเคราะห์ดวงที่ 10 อาจถุกจัดเป็นดาวเคราะห์น้อยก็ได้ครับไม่แน่ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 1 ก.ย. 2548 (23:57) รายชื่อดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่ในระบบสุริยะเคยได้ยินชื่อบ้างไม่ครับ เช่น ซีเรส พัลลาส วีสทา ไฮเกีย อินเตอร์แรมเฮีย เดวิดา ไซบิล ยูโรปา ซิลเวีย จูโน ไซดี ทาเทียนเตีย ยูโฟรไซน ยูโมเนีย หวังว่า คงอยู่ห่างๆโลกไว้เป็นดีที่สุดครับเพราะบางดวงใหญ่เป็น 1,000 กิโลเมตรครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 2 ก.ย. 2548 (00:01) ขนาดอุกาบาตที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 กิโลเมตรที่ตกบริเวณตอนกลางของมลรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เมื่อ 50,000 ปีมาแล้ว หลุมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ลึก 200 เมตร ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 2 ก.ย. 2548 (00:04) แก้ไขความคิดเห็นที่ 100 ครับ ลูกอุกาบาต มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 เมตรครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 2 ก.ย. 2548 (09:46) อยากรู้เรื่องดาวเคราะห์ดวงที่ 10 ครับว่ามีจริงหรือเปล่าช่วยตอบหน่อยยาวๆด้วย อยากรู้ดาวเคราะห์ดวงที่ 10 (IP:61.19.33.42,192.168.2.59,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 107 2 ก.ย. 2548 (16:01) มีหรือเปล่า ตอบหน่อยค่ะ Am (IP:203.172.152.118,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 108 2 ก.ย. 2548 (19:00) ดาวเคราะห์ดวงที่ 10 มีจริงหรือเปล่า/มีหรือเปล่า ตอบได้ 2 ประเด็นครับ มีกับไม่มี "ขึ้นอยู่กลับ" เหตุและผลหลายๆอย่างครับ เช่น ถ้าตอบว่า "มี" 1.สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล(International Astronomical Union ที่มีชื่อย่อว่า IAU) ให้การยอมรับครับ 2.NASA หรือ องค์การศึกษาดาราศาสตร์ทั้งหลายให้การยอมรับ 3.มีรูปภาพจากยานอวกาศหรือกล้องอวกาศฮับเปิลเป็นการยืนยันครับ 4.มีภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรน์จากภาพพื้นดิน 5.เราให้นิยามของคำว่า" ดาวเคราะห์ว่าอย่างไร" 6.มีกฎหรือทฤษฎีมารองรับครับ 7.หรือเหตุผลสนับสนุนอื่นครับ ถ้าตอบว่าไม่มี ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ไม่สอดคล้องกับว่ามี สำหรับดาวเคราะห์ดวงที่ 10 อาจมีรหัส หรือ ชื่อ เช่น 2003UB313 , เซตน่า ส่วนรายละเอียดอื่นพอสรุปได้ดังนี้2003 UB 313 มีขนาดประมาณ 2,600 กม.-3,200 กม. ห่างจากดวงอาทิตย์ 97 หน่วยดาราศาสตร์ โคจรรอบดวงอาทิตย์ 557 ปี ระนาบวงโคจรทำมุม 44 องศา กับระนาบวงโคจรของโลก (การค้นพบวัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวเคราะห์น้อยทั่วไปอย่างเซดนาและ 2003 ยูบี 313 ทำให้เกิดข้อสงสัยหลายอย่างทั้งในสถานภาพของวัตถุนี้ รวมถึงผลกระทบต่อสถานภาพของดาวพลูโต ที่เคยมีการถกเถียงกันมานานหลายปีแล้วว่า ดาวพลูโตควรถูกปลดออกจากการเป็นดาวเคราะห์หรือไม่ หน่วยงานที่สามารถชี้ขาดได้ คือ สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union -- IAU) ซึ่งทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานต่างๆ เช่น ระบบการเรียกชื่อวัตถุทั้งหลายในระบบสุริยะ รวมไปถึงหลุมอุกกาบาต ภูเขา ฯลฯ บนดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ ดาวหาง และดาวเคราะห์น้อย ปัญหาเกี่ยวกับสถานภาพของดาวพลูโตเกิดขึ้นเนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดนิยามของวัตถุในระบบสุริยะที่เรียกว่า "ดาวเคราะห์" หลายปีที่ผ่านมามีการเสนอความเห็นเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ที่แบ่งดาวเคราะห์ออกจากดาวเคราะห์น้อย ทั้งในแง่ของขนาด ความกลมของตัวดวง ระยะห่างจากดวงอาทิตย์ รูปร่างของวงโคจร เป็นต้น นับจากปี พ.ศ. 2540 หลังจากไคลด์ ทอมบอก์ นักดาราศาสตร์ผู้ค้นพบดาวพลูโตเสียชีวิตลง มีนักดาราศาสตร์จำนวนมากกระตุ้นให้สหพันธ์ฯ ปรับสถานภาพของพลูโตลงเป็นดาวเคราะห์น้อย หลังจากนั้นได้เกิดข่าวลือผ่านทางสื่อมวลชนแพร่สะพัดในปี 2542 ว่าสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลจะลดชั้นของพลูโตลง ทำให้ประชาชนแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวาง จนสหพันธ์ฯ ต้องออกมาประกาศว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวที่ไม่สมบูรณ์และก่อให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมย้ำในขณะนั้นว่าสหพันธ์ฯ ไม่คิดที่จะปรับเปลี่ยนสถานภาพของดาวพลูโต ในวงเล็บคัดลอกจากสมาคมดาราศาสตร์ไทย) หรือให้ไปดูภาพและข้อมูลในความคิดเห็นที่ 69,70,71,72,73,88 ที่ผมเคยนำเสนอมาครับ หรือจากความคิดเห็นของคุณ พวงร้อย ในความคิดเห็น ที่ 1 หรือ 2 ให้ไปอ่านในหน้าที่ผ่านมาครับ ในส่วนตัวผมเองขอมีความคิดเห็นเป็นกลางๆไปก่อนครับและจะพยายามหาข้อมูลมาอัพเดทให้มากๆเพราะผมก็สนใจอยู่เหมือน ขอไปศึกษาเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล รายงาน เรียบเรียงให้ถูกต้องตามหลักการที่ถูกต้องครับ รอหน่อยนะครับขอคุณมากสำหรับคำถามในกระทู้นี้ ผมว่าเราช่วยกันหาและเก็บข้อมูลเรื่องนี้และนำเสนอให้ท่านอื่นๆที่สนใจทราบดีไหมครับมาแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลกัน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 109 3 ก.ย. 2548 (05:45)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 110 3 ก.ย. 2548 (06:25) ในช่วงต่อไปผมข้อเสนอบทความหรือข่าวเกี่ยวกับการค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่ 10 ว่ามีจริงหรือไม่ดังต่อไปนี้ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 111 3 ก.ย. 2548 (06:29)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 112 3 ก.ย. 2548 (06:31) ข้อมูลจากแหล่งที่ 2 ครับ วิทยาศาสตร์น่ารู้ นักดาราศาสตร์พบ ดาวเคราะห์ดวงที่ 10 เอพี/รอยเตอร์/บีบีซีนิวส์ นักดาราศาสตร์สหรัฐฯ ประกาศว่าพวกเขาได้ค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ใหญ่กว่าดาวพูลโตอยู่ในวงโคจรรอบๆ ดวงอาทิตย์ การค้นพบครั้งนี้อาจจะนำไปสู่กลับมาถกเถียงอีกครั้งถึงนิยามที่ชัดเจนของ ดาวเคราะห์ และสถานภาพของ พูลโต ที่จะยังควรเป็นดาวเคราะห์ต่อไปหรือไม่วัตถุที่ยังไม่มีชื่อเสียงเรียงนามชิ้นที่พบนี้ นับเป็นวัตถุที่ไกลที่สุดในระบบสุริยะเท่าที่นักดาราศาสตร์สามารถค้นหาได้ โดยวัตถุชิ้นนี้ห่างจากโลกประมาณ 15,000 ล้านกิโลเมตร และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 97 เท่าของโลก อย่างไรก็ดีนักดาราศาสตร์ยังไม่รู้ขนาดที่แท้จริงของวัตถุชิ้นนี้ แต่ว่าแสงสว่างของมันแสดงให้เห็นว่าดาวเคราะห์ดังกล่าวน่าจะมีขนาด 1 เท่าครึ่งของดาวพลูโตที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2,302 กิโลเมตร นี่เป็นวัตถุชิ้นแรกที่ได้รับการยืนยันว่าน่าจะใหญ่กว่าดาวพูลโตในระบบสุริยะชั้นนอก ไมเคิล บราวน์ (Michael Brown) นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย หรือ Caltech (California Institute of Technology) กล่าว ซึ่งบราวน์รีบร้อนให้สัมภาษณ์เนื่องจากเขาได้รับแจ้งว่ามีการแฮกเว็บไซต์ที่มีข้อมูลการค้นพบครั้งนี้ และแฮกเกอร์ก็ขู่ที่จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว บราวน์ได้ติดป้ายวัตถุชิ้นนี้ว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 10 แห่งระบบสุริยะไปแล้ว แต่ว่าเหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงโต้เถียงถึงการระบุประเภทของดาวพูลโต ซึ่งยังไม่มีการกำหนดเงื่อนไขระบุสถานะอย่างเป็นทางการและไม่มีการตั้งมาตรฐาน อย่างเช่น ขนาด หรือรูปแบบวงโคจร ที่จะทำให้การค้นพบวัตถุบนท้องฟ้าเข้าข่ายดาวเคราะห์หรือไม่ บราวน์และเพื่อนร่วมงานอย่างชาด ทรูจิลโล (Chad Trujillo) จากหอดูดาวเจมินี (Gemini Observatory) และเดวิด ราบิโนวิตซ์ (David Rabinowitz) จากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ได้ร่วมกันบันทึกภาพวัตถุชิ้นใหม่นี้เป็นครั้งแรกเมื่อปลายเดือน ต.ค.2546 โดยใช้กล้องโทรทรรศน์เส้นผ่านศูนย์กลาง 48 นิ้วของหอดูดาวพาโลมาร์ (Palomar Observatory) ใกล้เมืองซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย แต่เนื่องจากอยู่ไกลเกินกว่าจะตรวจพบการเคลื่อนที่ได้ จนกระทั่งมีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ใหม่อีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางทีมงานจึงได้มีโอกาสวิเคราะห์ข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้วงโคจรยังทำมุม 45 องศากับระบบสุริยะ ทำให้ไม่มีใครเคยสังเกตวงโคจรที่สูงขึ้นไปจากมุมที่เคยสังเกตการณ์ตามปกติ นักดาราศาสตร์ระบุว่าจะสามารถสังเกตเห็นดาวเคราะห์ดวงนี้ได้ตลอดช่วง 6 เดือนข้างหน้า ช่วงนี้กำลังโคจรอยู่เกือบเหนือศีรษะในช่วงเช้าตรู่ทางทิศตะวันออกในกลุ่มดาวเซตุส หรือกลุ่มดาวปลาวาฬ บราวน์อธิบายว่า ดาวเคราะห์ดวงใหม่เต็มไปด้วยแนวหินและน้ำแข็งเหมือนกับดาวพูลโต และเป็นวัตถุที่สว่างมากเป็นอันดับ 3 ในแถบวงแหวนหรือเข็มขัดไคเปอร์ (Kuiper belt) ซึ่งเป็นแถบเศษน้ำแข็งอยู่บริเวณเหนือวงโคจรของดาวเนปจูน และดาวดวงใหม่นี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลานานในการค้นพบ เพราะดาวดวงนี้ใช้เวลาถึง 560 ปีโคจรครบรอบดวงอาทิตย์ และในอีก 280 ปีข้างหน้าดาวดวงนี้จะอยู่ใกล้เนปจูน อลัน สเติร์น จากสถาบันวิจัยเซาท์เวสเทิร์น (Southwestern Research Institute) ในเมืองโบลเดอร์ โคโลราโด กล่าวว่าเขาไม่รู้สึกแปลกใจกับการค้นพบครุ้งนี้ ตั้งแต่มีการพบวัตถุต่างๆ ในแถบไคเปอร์ใกล้ดาวพูลโต ซึ่งคงจะต้องดูต่อไปว่าวัตถุที่พบล่าสุดมีขนาดใหญ่กว่าพูลโตและมีลักษณะเฉพาะอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีนักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มจากสเปนอ้างว่าพวกเขาค้นพบวัตถุสว่างเหนือดาวเนปจูน แต่ดูเหมือนว่าจะเล็กกว่าดาวพูลโต ซึ่งบราวน์ก็กล่าวเช่นกันว่าทีมของเขาก็พบวัตถุอีกชิ้นที่สว่างกว่าพลูโตแต่มีขนาดเล็กกว่า อย่างไรก็ดี บราวน์ได้ส่งคำขอตั้งชื่อดาวเคราะห์ดวงใหม่ให้แก่ สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union : IAU) ได้พิจารณาแล้ว แต่เขาปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าดาวดวงใหม่นี้มีนามว่าอะไร แต่มีชื่อเรียกชั่วคราวว่า 2003-ยูบี 313 (2003UB313) ซึ่งโครงการวิจัยของบราวน์ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ หรือนาซา ที่สำคัญ ดร.บราวน์แห่ง caltech ผู้เดียวกันนี้ก็ได้สร้างความฮือฮาให้กับโลกเมื่อปีที่แล้ว (2547) ด้วยการประกาศว่าค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่ 10 โดย เมื่อค้นพบวัตถุรหัส "2003 VB12" ในแถบไคเปอร์ และต่อมาตั้งชื่อว่า "เซ็ดนา" ตามชื่อที่ชาวอินูอิตหรือชาวเอสกิโม ใช้ขนานนามเทพธิดาแห่งมหาสมุทร การค้นพบดังกล่าวนำไปสู่การถกเถียงครั้งใหญ่ในวงการดาราศาสตร์ ซึ่งเซ็ดนาและพลูโตน่าจะถูกเรียกว่าเป็น วัตถุใน "แถบไคเปอร์" ซึ่งหมายถึงพื้นที่ที่ไกลออกไปจากดาวพลูโตและมีวัตถุทั้งเล็กและใหญ่ล่องลอยอยู่มากมาย แทนที่จะเรียกว่าเป็น "ดาวเคราะห์" ในระบบสุริยะ แต่ที่สุดแล้ว "เซ็ดนา" ได้รับสถานภาพเป็นแค่เพียง "ดาวเคราะห์น้อย" แหล่งอ้างอิง : http://www.prd.go.th/science/S_science.php?id=2912 กรมประชาสัมพันธ์ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 113 3 ก.ย. 2548 (06:34) ข้อมูลจากแหล่งที่ 3 ครับ ข่าววิทยาศาสตร์: นักดาราศาสตร์พบ ดาวเคราะห์ดวงที่ 10 เอพี/รอยเตอร์/บีบีซีนิวส์ นักดาราศาสตร์สหรัฐฯ ประกาศว่าพวกเขาได้ค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ใหญ่กว่าดาวพูลโตอยู่ในวงโคจรรอบๆ ดวงอาทิตย์ การค้นพบครั้งนี้อาจจะนำไปสู่กลับมาถกเถียงอีกครั้งถึงนิยามที่ชัดเจนของ ดาวเคราะห์ และสถานภาพของ พูลโต ที่จะยังควรเป็นดาวเคราะห์ต่อไปหรือไม่... วัตถุที่ยังไม่มีชื่อเสียงเรียงนามชิ้นที่พบนี้ นับเป็นวัตถุที่ไกลที่สุดในระบบสุริยะเท่าที่นักดาราศาสตร์สามารถค้นหาได้ โดยวัตถุชิ้นนี้ห่างจากโลกประมาณ 15,000 ล้านกิโลเมตร และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 97 เท่าของโลก อย่างไรก็ดีนักดาราศาสตร์ยังไม่รู้ขนาดที่แท้จริงของวัตถุชิ้นนี้ แต่ว่าแสงสว่างของมันแสดงให้เห็นว่าดาวเคราะห์ดังกล่าวน่าจะมีขนาด 1 เท่าครึ่งของดาวพลูโตที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2,302 กิโลเมตร นี่เป็นวัตถุชิ้นแรกที่ได้รับการยืนยันว่าน่าจะใหญ่กว่าดาวพูลโตในระบบสุริยะชั้นนอก ไมเคิล บราวน์ (Michael Brown) นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย หรือ Caltech (California Institute of Technology) กล่าว ซึ่งบราวน์รีบร้อนให้สัมภาษณ์เนื่องจากเขาได้รับแจ้งว่ามีการแฮกเว็บไซต์ที่มีข้อมูลการค้นพบครั้งนี้ และแฮกเกอร์ก็ขู่ที่จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว บราวน์ได้ติดป้ายวัตถุชิ้นนี้ว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 10 แห่งระบบสุริยะไปแล้ว แต่ว่าเหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงโต้เถียงถึงการระบุประเภทของดาวพูลโต ซึ่งยังไม่มีการกำหนดเงื่อนไขระบุสถานะอย่างเป็นทางการและไม่มีการตั้งมาตรฐาน อย่างเช่น ขนาด หรือรูปแบบวงโคจร ที่จะทำให้การค้นพบวัตถุบนท้องฟ้าเข้าข่ายดาวเคราะห์หรือไม่ บราวน์และเพื่อนร่วมงานอย่างชาด ทรูจิลโล (Chad Trujillo) จากหอดูดาวเจมินี (Gemini Observatory) และเดวิด ราบิโนวิตซ์ (David Rabinowitz) จากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ได้ร่วมกันบันทึกภาพวัตถุชิ้นใหม่นี้เป็นครั้งแรกเมื่อปลายเดือน ต.ค.2546 โดยใช้กล้องโทรทรรศน์เส้นผ่านศูนย์กลาง 48 นิ้วของหอดูดาวพาโลมาร์ (Palomar Observatory) ใกล้เมืองซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย แต่เนื่องจากอยู่ไกลเกินกว่าจะตรวจพบการเคลื่อนที่ได้ จนกระทั่งมีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ใหม่อีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางทีมงานจึงได้มีโอกาสวิเคราะห์ข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้วงโคจรยังทำมุม 45 องศากับระบบสุริยะ ทำให้ไม่มีใครเคยสังเกตวงโคจรที่สูงขึ้นไปจากมุมที่เคยสังเกตการณ์ตามปกติ นักดาราศาสตร์ระบุว่าจะสามารถสังเกตเห็นดาวเคราะห์ดวงนี้ได้ตลอดช่วง 6 เดือนข้างหน้า ช่วงนี้กำลังโคจรอยู่เกือบเหนือศีรษะในช่วงเช้าตรู่ทางทิศตะวันออกในกลุ่มดาวเซตุส หรือกลุ่มดาวปลาวาฬ บราวน์อธิบายว่า ดาวเคราะห์ดวงใหม่เต็มไปด้วยแนวหินและน้ำแข็งเหมือนกับดาวพูลโต และเป็นวัตถุที่สว่างมากเป็นอันดับ 3 ในแถบวงแหวนหรือเข็มขัดไคเปอร์ (Kuiper belt) ซึ่งเป็นแถบเศษน้ำแข็งอยู่บริเวณเหนือวงโคจรของดาวเนปจูน และดาวดวงใหม่นี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลานานในการค้นพบ เพราะดาวดวงนี้ใช้เวลาถึง 560 ปีโคจรครบรอบดวงอาทิตย์ และในอีก 280 ปีข้างหน้าดาวดวงนี้จะอยู่ใกล้เนปจูน อลัน สเติร์น จากสถาบันวิจัยเซาท์เวสเทิร์น (Southwestern Research Institute) ในเมืองโบลเดอร์ โคโลราโด กล่าวว่าเขาไม่รู้สึกแปลกใจกับการค้นพบครุ้งนี้ ตั้งแต่มีการพบวัตถุต่างๆ ในแถบไคเปอร์ใกล้ดาวพูลโต ซึ่งคงจะต้องดูต่อไปว่าวัตถุที่พบล่าสุดมีขนาดใหญ่กว่าพูลโตและมีลักษณะเฉพาะอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีนักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มจากสเปนอ้างว่าพวกเขาค้นพบวัตถุสว่างเหนือดาวเนปจูน แต่ดูเหมือนว่าจะเล็กกว่าดาวพูลโต ซึ่งบราวน์ก็กล่าวเช่นกันว่าทีมของเขาก็พบวัตถุอีกชิ้นที่สว่างกว่าพลูโตแต่มีขนาดเล็กกว่า อย่างไรก็ดี บราวน์ได้ส่งคำขอตั้งชื่อดาวเคราะห์ดวงใหม่ให้แก่ สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union : IAU) ได้พิจารณาแล้ว แต่เขาปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าดาวดวงใหม่นี้มีนามว่าอะไร แต่มีชื่อเรียกชั่วคราวว่า 2003-ยูบี 313 (2003UB313) ซึ่งโครงการวิจัยของบราวน์ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ หรือนาซา ที่สำคัญ ดร.บราวน์แห่ง caltech ผู้เดียวกันนี้ก็ได้สร้างความฮือฮาให้กับโลกเมื่อปีที่แล้ว (2547) ด้วยการประกาศว่าค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่ 10 โดย เมื่อค้นพบวัตถุรหัส "2003 VB12" ในแถบไคเปอร์ และต่อมาตั้งชื่อว่า "เซ็ดนา" ตามชื่อที่ชาวอินูอิตหรือชาวเอสกิโม ใช้ขนานนามเทพธิดาแห่งมหาสมุทร การค้นพบดังกล่าวนำไปสู่การถกเถียงครั้งใหญ่ในวงการดาราศาสตร์ ซึ่งเซ็ดนาและพลูโตน่าจะถูกเรียกว่าเป็น วัตถุใน "แถบไคเปอร์" ซึ่งหมายถึงพื้นที่ที่ไกลออกไปจากดาวพลูโตและมีวัตถุทั้งเล็กและใหญ่ล่องลอยอยู่มากมาย แทนที่จะเรียกว่าเป็น "ดาวเคราะห์" ในระบบสุริยะ แต่ที่สุดแล้ว "เซ็ดนา" ได้รับสถานภาพเป็นแค่เพียง "ดาวเคราะห์น้อย" แหล่งอ้างอิง : องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 114 3 ก.ย. 2548 (06:43) ข้อมูลจากแหล่งที่ 4 ครับ ดาวเคราะห์ดวงที่ 10 แห่งสุริยจักรวาล เป็นข่าวฮือฮาในแวดวงนักดาราศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะมีการพูดถึง และตั้งกระทู้พูดคุยกันใน www.darasart.com ถึงการค้นพบวัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโตในระบบสุริยะ จนขานเรียกกันว่า เป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 10 แม้ว่าการพูดถึงนี้ยังต้องการข้อพิสูจน์ที่บ่งชัดกว่านี้ หลังจาก 75 ปีที่ผ่านมาของการค้นพบดาวพลูโต โดยไมค์ บราวน์ นักดาราศาสตร์จากแคลเทค(Caltech) จนมาค้นพบวัตถุใหม่คล้ายพลูโต แต่ขนาดเล็กกว่าสำรวจระยะทางอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ด้วยวงโคจรที่กินเวลา 11,500 ปี ไมค์ บราวน์ พูดถึงเรื่องนี้ว่า ดาวดวงนี้ใหญ่กว่าพลูโตสองเท่า ประเมินว่าขนาด 2,100 ไมล์ ประมาณ 1.5 เท่าเส้นผ่าศูนย์กลางของพลูโต หมุนรอบเอียง 45 องศาจากระนาบของระบบสุริยะซึ่งเป็นระนาบโคจรของดาวเคราะห์ส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้มันหลุดรอดสายตาไม่ถูกค้นพบจนกระทั่งขณะนี้ "พลูโตเป็นดาวเคราะห์มานาน เพราะโลกคุ้นเคยกับมัน เมื่ออะไรก็ตามที่ใหญ่กว่าพลูโตและไกลกว่าก็ต้องเป็นดาวเคราะห์ด้วย ทีมของเขาได้วิเคราะห์พื้นผิวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และผลสรุปเบื้องต้นบอกว่า 2003 UB313 ดูเหมือนจะมีพื้นผิวเป็นน้ำแข็งมีเทนเหมือนพลูโต นาซาเห็นด้วยที่จะเรียกวัตถุนี้ว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 10" ขณะที่ ไบรอัน แมดสเดน จากศูนย์ดาวเคราะห์ย่อย(Minor Planet Center) ซึ่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเทหวัตถุทั้งหลาย กล่าวว่า ถ้าพลูโตเป็นดาวเคราะห์ ดังนั้น วัตถุกลมที่มีขนาดใกล้เคียงกับพลูโตก็ต้องเรียกว่าดาวเคราะห์ด้วย เพียงแต่ตัวเขายังไม่เรียกมันว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 10 ส่วนอเลน บอส นักทฤษฎีการก่อตัวดาวเคราะห์ที่สถาบันคาร์เนกี้แห่งวอชิงตัน เรียกการค้นพบนี้ว่าก้าวสำคัญ แต่เขาก็ไม่เรียกมันว่าดาวเคราะห์ การจะเรียกพวกมันว่าดาวเคราะห์จะต้องเป็นเหมือนพวกดวงใหญ่ๆ ในระบบสุริยะ แหล่งอ้างอิง : http://www.dmr.go.th/news_dmr/data/0126.html กรมทรัพยากรธรณี ความเห็นเพิ่มเติมที่ 115 3 ก.ย. 2548 (06:55) แหล่งอ้างอิงที่ 5 ครับ เอพี/รอยเตอร์/บีบีซีนิวส์ นักดาราศาสตร์สหรัฐฯ ประกาศว่าพวกเขาได้ค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ใหญ่กว่าดาวพูลโตอยู่ในวงโคจรรอบๆ ดวงอาทิตย์ การค้นพบครั้งนี้อาจจะนำไปสู่กลับมาถกเถียงอีกครั้งถึงนิยามที่ชัดเจนของ ดาวเคราะห์ และสถานภาพของ พูลโต ที่จะยังควรเป็นดาวเคราะห์ต่อไปหรือไม่ วัตถุที่ยังไม่มีชื่อเสียงเรียงนามชิ้นที่พบนี้ นับเป็นวัตถุที่ไกลที่สุดในระบบสุริยะเท่าที่นักดาราศาสตร์สามารถค้นหาได้ โดยวัตถุชิ้นนี้ห่างจากโลกประมาณ 15,000 ล้านกิโลเมตร และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 97 เท่าของโลก อย่างไรก็ดีนักดาราศาสตร์ยังไม่รู้ขนาดที่แท้จริงของวัตถุชิ้นนี้ แต่ว่าแสงสว่างของมันแสดงให้เห็นว่าดาวเคราะห์ดังกล่าวน่าจะมีขนาด 1 เท่าครึ่งของดาวพลูโตที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2,302 กิโลเมตร นี่เป็นวัตถุชิ้นแรกที่ได้รับการยืนยันว่าน่าจะใหญ่กว่าดาวพูลโตในระบบสุริยะชั้นนอก ไมเคิล บราวน์ (Michael Brown) นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย หรือ Caltech (California Institute of Technology) กล่าว ซึ่งบราวน์รีบร้อนให้สัมภาษณ์เนื่องจากเขาได้รับแจ้งว่ามีการแฮกเว็บไซต์ที่มีข้อมูลการค้นพบครั้งนี้ และแฮกเกอร์ก็ขู่ที่จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว บราวน์ได้ติดป้ายวัตถุชิ้นนี้ว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 10 แห่งระบบสุริยะไปแล้ว แต่ว่าเหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงโต้เถียงถึงการระบุประเภทของดาวพูลโต ซึ่งยังไม่มีการกำหนดเงื่อนไขระบุสถานะอย่างเป็นทางการและไม่มีการตั้งมาตรฐาน อย่างเช่น ขนาด หรือรูปแบบวงโคจร ที่จะทำให้การค้นพบวัตถุบนท้องฟ้าเข้าข่ายดาวเคราะห์หรือไม่ บราวน์และเพื่อนร่วมงานอย่างชาด ทรูจิลโล (Chad Trujillo) จากหอดูดาวเจมินี (Gemini Observatory) และเดวิด ราบิโนวิตซ์ (David Rabinowitz) จากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ได้ร่วมกันบันทึกภาพวัตถุชิ้นใหม่นี้เป็นครั้งแรกเมื่อปลายเดือน ต.ค.2546 โดยใช้กล้องโทรทรรศน์เส้นผ่านศูนย์กลาง 48 นิ้วของหอดูดาวพาโลมาร์ (Palomar Observatory) ใกล้เมืองซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย แต่เนื่องจากอยู่ไกลเกินกว่าจะตรวจพบการเคลื่อนที่ได้ จนกระทั่งมีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ใหม่อีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางทีมงานจึงได้มีโอกาสวิเคราะห์ข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้วงโคจรยังทำมุม 45 องศากับระบบสุริยะ ทำให้ไม่มีใครเคยสังเกตวงโคจรที่สูงขึ้นไปจากมุมที่เคยสังเกตการณ์ตามปกติ นักดาราศาสตร์ระบุว่าจะสามารถสังเกตเห็นดาวเคราะห์ดวงนี้ได้ตลอดช่วง 6 เดือนข้างหน้า ช่วงนี้กำลังโคจรอยู่เกือบเหนือศีรษะในช่วงเช้าตรู่ทางทิศตะวันออกในกลุ่มดาวเซตุส หรือกลุ่มดาวปลาวาฬ บราวน์อธิบายว่า ดาวเคราะห์ดวงใหม่เต็มไปด้วยแนวหินและน้ำแข็งเหมือนกับดาวพูลโต และเป็นวัตถุที่สว่างมากเป็นอันดับ 3 ในแถบวงแหวนหรือเข็มขัดไคเปอร์ (Kuiper belt) ซึ่งเป็นแถบเศษน้ำแข็งอยู่บริเวณเหนือวงโคจรของดาวเนปจูน และดาวดวงใหม่นี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลานานในการค้นพบ เพราะดาวดวงนี้ใช้เวลาถึง 560 ปีโคจรครบรอบดวงอาทิตย์ และในอีก 280 ปีข้างหน้าดาวดวงนี้จะอยู่ใกล้เนปจูน อลัน สเติร์น จากสถาบันวิจัยเซาท์เวสเทิร์น (Southwestern Research Institute) ในเมืองโบลเดอร์ โคโลราโด กล่าวว่าเขาไม่รู้สึกแปลกใจกับการค้นพบครุ้งนี้ ตั้งแต่มีการพบวัตถุต่างๆ ในแถบไคเปอร์ใกล้ดาวพูลโต ซึ่งคงจะต้องดูต่อไปว่าวัตถุที่พบล่าสุดมีขนาดใหญ่กว่าพูลโตและมีลักษณะเฉพาะอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีนักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มจากสเปนอ้างว่าพวกเขาค้นพบวัตถุสว่างเหนือดาวเนปจูน แต่ดูเหมือนว่าจะเล็กกว่าดาวพูลโต ซึ่งบราวน์ก็กล่าวเช่นกันว่าทีมของเขาก็พบวัตถุอีกชิ้นที่สว่างกว่าพลูโตแต่มีขนาดเล็กกว่า อย่างไรก็ดี บราวน์ได้ส่งคำขอตั้งชื่อดาวเคราะห์ดวงใหม่ให้แก่ สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union : IAU) ได้พิจารณาแล้ว แต่เขาปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าดาวดวงใหม่นี้มีนามว่าอะไร แต่มีชื่อเรียกชั่วคราวว่า 2003-ยูบี 313 (2003UB313) ซึ่งโครงการวิจัยของบราวน์ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ หรือนาซา ที่สำคัญ ดร.บราวน์แห่ง caltech ผู้เดียวกันนี้ก็ได้สร้างความฮือฮาให้กับโลกเมื่อปีที่แล้ว (2547) ด้วยการประกาศว่าค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่ 10 โดย เมื่อค้นพบวัตถุรหัส "2003 VB12" ในแถบไคเปอร์ และต่อมาตั้งชื่อว่า "เซ็ดนา" ตามชื่อที่ชาวอินูอิตหรือชาวเอสกิโม ใช้ขนานนามเทพธิดาแห่งมหาสมุทร การค้นพบดังกล่าวนำไปสู่การถกเถียงครั้งใหญ่ในวงการดาราศาสตร์ ซึ่งเซ็ดนาและพลูโตน่าจะถูกเรียกว่าเป็น วัตถุใน "แถบไคเปอร์" ซึ่งหมายถึงพื้นที่ที่ไกลออกไปจากดาวพลูโตและมีวัตถุทั้งเล็กและใหญ่ล่องลอยอยู่มากมาย แทนที่จะเรียกว่าเป็น "ดาวเคราะห์" ในระบบสุริยะ แต่ที่สุดแล้ว "เซ็ดนา" ได้รับสถานภาพเป็นแค่เพียง "ดาวเคราะห์น้อย" แหล่งอ้างอิง : http://dekmor.cmu.ac.th/article/article.php?id=212 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 116 3 ก.ย. 2548 (07:12) พบวัตถุที่อาจเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 10 2003 UB313 ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 ว่าจะต้องมีพลูโตอีกพันดวงอยู่แถวๆนั้น เขายังบอกว่า(จากแบบจำลองคอมพิวเตอร์) ควรจะมีโลกขนาดเท่าดาวอังคารซ่อนตัวอยู่ในแดนที่ห่างไกลและบางทีอาจจะใหญ่จนมีขนาดเท่าโลกของเราได้ เขากล่าวถึงการค้นพบ 2003 UB313 ว่าค่อนข้างพอใจ นี้เป็นสิ่งที่เรามองหามานาน เขายังคงยืนยันการทำนายของเขาและคาดว่าจะพบวัตถุขนาดเท่าดาวอังคารภายในไม่กี่สิบปีนี้ สิ่งที่สำคัญสำหรับการค้นพบวัตถุก้อนนี้ก็คือนักดาราศาสตร์สมัครเล่นที่มีกล้องดูดาวขนาดใหญ่(ตั้งแต่ 14 นิ้วพร้อมทั้ง CCD) สามารถหามันพบได้ Brown กล่าวว่า มันจะเห็นได้ในอีกหกเดือนข้างหน้าและอยู่เกือบกลางศีรษะบนท้องฟ้าช่วงเช้ามืด ในกลุ่มดาวเซตุส(Cetus) ด้วแมกนิจูดประมาณ 18 ทีมของ Brown ประกอบด้วย Chad Trujillo จากหอสังเกตการณ์เจมิไนที่มัวนาคีในฮาวาย และ David Rabinowitz จากมหาวิทยาลัยเยล ทำการค้นพบในวันที่ 8 มกราคม ทีมหวังที่จะวิเคราะห์ข้อมูลก่อนหน้าจะประกาศการค้นพบแต่ถูกบังคับให้ประกาศการค้นพบเมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม เนื่องจากเวบไซท์ถูกเจาะ Brown และ Trujillo ได้ถ่ายภาพดาวเคราะห์ดวงใหม่เป็นครั้งแรกด้วยกล้องโทรทรรศน์ซามูเอล ออสชิน ขนาด 48 นิ้วเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2003 อย่างไรก็ตาม วัตถุนี้อยู่ไกลมาก การเคลื่อนที่ของมันจึงไม่ถูกตรวจพบจนกระทั่งพวกเขาวิเคราะห์ข้อมูลอีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ในช่วงเจ็ดเดือนต่อมา นักดาราศาสตร์กลุ่มนี้ก็พยายามศึกษาดาวเคราะห์เพื่อจะประเมินขนาดและการเคลื่อนที่ให้ดีขึ้น โดยทั่วไปนักวิทยาศาสตร์ประเมินขนาดของวัตถุจากความสว่างและระยะทาง แต่ยังคงไม่ทราบการสะท้อนแสงของดาวเคราะห์ใหม่นี้ ซึ่งเป็นเหตุให้การประเมินเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ตั้งแต่หนึ่งจนถึงสองเท่าของพลูโต Brown กล่าวว่า แม้ว่ามันจะสะท้อนแสง 100 % มันก็ยังมีขนาดใหญ่เท่าพลูโต แต่ผมบอกได้ว่ามันน่าจะมีขนาดประมาณ 1.5 เท่าพลูโต แต่เรายังคงไม่แน่ใจขนาดที่แน่นอน แต่พวกเขาเชื่อมั่นว่ามันจะเป็นวัตถุดวงแรกที่ใหญ่กว่าพลูโตเท่าที่เคยพบในระบบสุริยะส่วนนอก ขีดจำกัดมวลขั้นสูงมาจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ ซึ่งตรวจจับความร้อนในรูปอินฟราเรด เนื่องจากสปิตเซอร์ไม่สามารถจับภาพดาวเคราะห์ดวงนี้ได้ เส้นผ่าศูนย์กลางจะต้องน้อยกว่า 3000 กิโลเมตร Brown กล่าว ทีมของเขาเสนอชื่อกับ IAU และตัดสินใจจะไม่เปิดเผยชื่อจนกว่าจะได้รับการรับรองว่าเป็นดาวเคราะห์ นอกจากนี้ทีมยังวางแผนจะทำการสำรวจด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลในอีกไม่นานนี้ อนึ่งก่อนหน้าการประกาศการค้นพบ 2003 UB313 ทีมของ Brown เพิ่งประกาศการค้นพบ 2003 EL61 ซึ่งเป็นวัตถุที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 52 AU และเคยถูกค้นพบโดย Jose-Luis Ortiz นักดาราศาสตร์ที่ใช้หอสังเกตการณ์เซียร์ร่า เนวาด้า ในสเปนมาก่อน มันดูเหมือนจะเป็นวัตถุที่ใหญ่ที่สุดอันดับสามในแถบไคเปอร์ ด้วยขนาดประมาณ 70% ของพลูโต(ประมาณ 1500 กิโลเมตรใหญ่รองจากพลูโตและ 2003 UB313) ทีมของ Brown พบมันในวันที่ 28 ธันวาคม 2004 ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเล่นว่า Santa ยิ่งกว่านั้นจากการสำรวจด้วยกล้องเคกในเดือนมกราคม 2005 ยังพบว่า 2003 EL61 มีดาวบริวารขนาดเล็กโคจรรอบด้วย ดาวบริวารดูเหมือนจะใช้เวลา 49 วันเพื่อโคจรครบรอบด้วยวงโคจรเกือบกลมที่ระยะ 49,500 กิโลเมตรจากวัตถุหลัก ระบบเทหวัตถุคู่เช่นนี้ช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถคำนวณมวลของ 2003 EL61 ได้ที่ประมาณหนึ่งในสี่ของพลูโต(ประมาณ 4*1018 ตัน) ส่วนดาวบริวารมีมวลเพียง 1% ของมวลรวมของระบบเท่านั้น 2003 EL61 ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของคาบการโคจรอยู่เลยวงโคจรของพลูโตออกไป และอีกครึ่งอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าพลูโต ทีมของ Brown ยังสำรวจ 2003 EL61 ด้วยสปิตเซอร์เมื่อวันที่ 22 กรกฏาคมด้วย การสำรวจยังคงอยู่ในช่วงวิเคราะห์ผล แต่ Brown บอกว่าสเปคตรัมดูเหมือนจะมีน้ำที่เป็นน้ำแข็ง มันจึงดูคล้ายกับดวงจันทร์คารอน(Charon) ของพลูโตมาก แหล่งอ้างอิง : http://www.darasart.com/story/10thplanet/main.html ดาราศาสตร์และอวกาศสำหรับคนไทย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 117 3 ก.ย. 2548 (07:23)
|
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |