พลังงานอะไรจะสามารถทดแทนน้ำมันได้


พลังงานอะไรจะสามารถทดแทนน้ำมันได้
What Can Replace Cheap Oil--and When?
เรื่อง โดย ริชาด และ คณะ (Richard A. Kerr and Robert F. Service) ใน Science, Vol 309, Issue 5731, 101 , 1 July 2005



บนเส้นทางการใช้พลังงานจากแหล่งเก่าจนถึงใหม่นั้น อาจจะขรุขระ แต่การเปลี่ยนแหล่งพลังงานของเราก็เป็นไปอย่างราบรื่นดี หลังจากกว่าศตวรรษที่การขนส่ง ขึ้นอยู่กับฟืน ถ่านหินและไอน้ำ สู่การใช้พลังงานแบบผสมผสาน การอุตสาหกรรมก็ได้ถึงกำเนิดขึ้น เมื่อเริ่มมีการใช้น้ำมัน การขนส่งทางบก และทะยานขึ้นสู่อากาศ ก็ทำได้โดยไม่ต้องกังวลว่าบนทางข้างหน้าจะหาไม้ฟืนหรือถ่านหินจากที่ไหน หรือการเติบโตอย่างรวดเร็วของการผลิตพลังงานจะทำอะไรกับโลกของเรา
ยุคสมัยเปลี่ยนไป ราคาน้ำมันกำลังเพิ่มสูงขึ้น น้ำแข็งจากขั้วโลกทั้งสองกำลังละลายดังที่ปรอทวัดอุณหภูมิทั่วโลกกำลังทะยานขึ้น การเปลี่ยนการใช้พลังงานครั้งต่อไปจะราบรื่นเหมือนเมื่อครั้งอดีตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคำถาม 3 ข้อใหญ่ๆ คือ เมื่อไหร่โลกจะถึงจุดสูงสุดของการผลิตน้ำมัน ความไวในเปลี่ยนแปลงของโลกต่อการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเชื้อเพลิงฟอสซิล (fossil) ของเราเป็นอย่างไร และเมื่อไหร่ที่พลังงานทดแทนอย่างอื่นจะนำออกมาใช้ได้ในราคาที่สมเหตุสมผล

ส่วนคำตอบนั้นก็ต้องพึ่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (technology) แต่การตอบสนองของสังคมจะอยู่ในขอบเขตของนโยบายอันแน่วแน่นี้อย่างไร

มีข้อขัดแย้งอยู่เล็กน้อยตรงที่โลกกำลังใช้น้ำมันจนใกล้จะหมดแล้ว ข้อถกเถียงคืออีกนานเท่าไหร่ ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น 1 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ (percent) ทุกปี และเรากำลังดูดน้ำมันขึ้นมาจากใต้พื้นโลก 1,000 บาร์เรล (barrel) ทุกๆวินาที มองในแง่ร้าย นักธรณีวิทยาที่ก่อตั้งบริษัทผลิตน้ำมันนั้น ทุกบริษัทคาดหวังจะผลิตน้ำมันให้ถึงจุดสูงสุดของการผลิตให้เร็วที่สุด พวกเขาให้ความสำคัญกับการทำนายของนักธรณีวิทยา เอ็ม คิง ฮับเบอร์ (M. King Hubber) ที่ทำนายอย่างถูกต้องเมื่อปี 1956 ว่า การผลิตน้ำมันใน สหรัฐอเมริกา จะถึงจุดสูงสุดของการผลิตในปี 1970 โดยการใช้วิธีเดียวกันนี้ โดยรวมการบันทึกการผลิตในอดีต และการค้นพบต่างๆ พวกเขาทำนายว่า จุดสูงสุดในการผลิตจะมาถึงภายในทศวรรษนี้ มองในแง่ดี นักเศรษฐศาสตร์ทรัพยากร เถียงว่าการผลิตน้ำมันนั้น ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจและการเมืองมากกว่า ที่เกิดขึ้นใต้ดิน นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (technological innovation) จะเข้ามาแทรก และการผลิตก็ยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป พวกเขากล่าว แม้กระนั้น เมื่อกลางศตวรรษเป็นช่วงที่ทุกคนปรารถนาให้การผลิตขึ้นถึงจุดสูงสุด นั่นพิจารณาว่ายังเร็วเกินไป สหรัฐต้องการเริ่มทดแทนการใช้น้ำมัน ด้วยพลังงานอย่างอื่น 40 เปอร์เซ็นต์ (percent) ของพลังงานที่ได้จากน้ำมัน และเมื่อมองเรื่องการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของสภาพอากาศ การใช้พลังงานทดแทนจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่พลังงานจาก ฟอสซิล (fossil) จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนมากขึ้น
ถ้าการผลิตน้ำมันขึ้นถึงจุดสูงสุดในเร็วๆนี้หรือ เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกอย่างเฉียบพลันขึ้น การเปลี่ยนพลังงานหลักจากการใช้น้ำมันไปเป็นพลังงานทดแทนก็เตรียมที่จะต้องนำมาใช้ในทันที แสงอาทิตย์ส่องสู่ผิวโลกตลอดเวลา ด้วยพลังงาน 86,000 ล้านล้าน วัตต์ (Trillion watts) หรือ เตตระวัตต์(Tetra watts) ประมาณ 6,600 ครั้ง เป็นปริมาณที่มนุษย์นำมาใช้ในแต่ละปี ลม มวลชีวภาพ และพลังงาน นิวเคลียร์ (Nuclear) ก็มีอยู่อย่างมากมาย และเราก็ไม่ได้ขาดโอกาสสำหรับการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเหล่านี้
แน่นอนว่าพลังงานจากแหล่งอื่นได้ถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็น ผู้สนับสนุน นิวเคลียร์ ฟิชชั่น (Nuclear fussion) ในการหาทางออกนี้ไม่เคยจะไม่มีคนโต้แย้ง ในปัญหาระยะยาวเรื่องปัญหากากกัมมันตภาพรังสี และเกี่ยวกับความรับผิดชอบในและต้นทุนอันมหาศาล ทำให้ประเด็นนี้ถูกหยิบยกออกไป แหล่งพลังงานทดแทนกำลังเลือนลาง ทำให้มันยาก และแพงในการหาพลังงานที่เพียงพอจากมันในราคาถูก เพียงเท่านี้ พลังงานลมได้นำทางไปสู่การติดตั้งที่นำพลังงานมาให้กว่า 40 พันล้าน วัตต์ (billion watts) หรือ กิกะวัตต์ (gigawatts) ให้กระแสไฟฟ้าราว 4.5 เซนต์ (cent) ต่อกิโลวัตต์ ชั่วโมง (kilowatt hour)
ฟังดูดี แต่หน่วยในการนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนนั้น ยังต่ำมาก เมื่อเทียบกับพลังงาน ฟอสซิล (fossil) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ในสหรัฐ พลังงานทดแทนคิดเป็น 6 เปอร์เซ็นต์ (percent) ของพลังงานที่ผลิตขึ้นในปัจจุบัน และ ความต้องการพลังงานทั่วโลกประเมินไว้ว่า จะมีการเติบโตขึ้นประมาณ 13 เตตระวัตต์ (tetrawatts) ต่อปี และปัจจุบันไปจนถึงกลางศตวรรษนี้จะอยู่ที่ระหว่าง 30 ถึง 60 เตตระวัตต์ (tetrawatts) การใช้พลังงานทดแทนจะขยายตัวอย่างกว้างขวางมาใช้แทนแหล่งพลังงานในปัจจุบัน และจะกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการใช้พลังงานของโลกในอนาคต
สิ่งใดจำเป็นจะต้องมีเพื่อที่จะให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่จำเป็นดูเหมือนจะเป็นการใช้พลังงานอย่างมีการวางแผน อย่างน้อยก็เพื่อซื้อเวลาสำหรับการหาพลังงานอย่างอื่นที่มีประสิทธิภาพมาทดแทน ราคาของอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ลดลงมา 2 ครั้งใหญ่ๆในช่วง 30 ปีมานี้ และผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ประเมินไว้ว่าจะลดลงอีก 100 เท่า ก่อนที่พลังงานแสงอาทิตย์ได้เปลี่ยนมาใช้เป็นพลังงานหลัก ความก้าวหน้าใน นาโนเทคโนโลยี (nanotechnology) อาจช่วยให้ระบบกึ่งตัวนำชนิดใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสะสมพลังงาน และบางทีอาจจะผลิตเชื้อเพลิงเคมีโดยตรงจาก แสงอาทิตย์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)และ น้ำ
แต่สิ่งเหล่านี้จะมาทันเวลา เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงวิกฤตพลังงาน หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่า มันได้รับความสำคัญแค่ไหนที่จะมีการวิจัยและการพัฒนาทางด้านพลังงาน และมันก็จำเป็นจะต้องมีนโยบายระดับโลกอันเป็นเอกฉันท์ในเรื่องอะไรก็ตามที่วิทยาศาสตร์ได้บอกกับเรา

อ้างอิง
http://www.sciencemag.org/cgi/reprint/309/5731/101.pdf

http://www.sciencemag.org/cgi/content/full/309/5731/101
1 ส.ค. 2548 09:16
55 ความเห็น
1130283 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 4 โดย ราตรี

คงต้องใช้เวลาอีกประมาณ 50 ปีมั๊ง
22 ส.ค. 2548 22:46


ความคิดเห็นที่ 5 โดย ราตรี


เป็นเครื่องกำเหนิดพลังงานแม่เหล็กครับที่ผมคิดค้นขึ้นแบบง่าย ใช้หลักการเดียวกับมอเตอร์ dc. ต่างกันตรงที่ใช้แรงของตัวเองหมุนตัวเอง ขณะนี้ต้นแบบสำเร็จแล้ว80%หมุน25 องศา ช่วยวิจารณ์ขอคำแนะนำด้านวิศวครับ
24 ส.ค. 2548 20:33


ความคิดเห็นที่ 7 tin (Guest)

พลังงานงานที่ได้จากวิธีการนี้ตามทฤษฎีเป็นไปไม่ได้เพราะพลังงานต้องการจะได้มาจากการเปลี่ยนพลังงานรูปหนึ่งพลังงานอีกณรูปหนึ่งพลังงานจะได้มาเปล่าๆดูจะเป็นไปได้ยาก(ไม่น่าจะเป็นไปได้)
31 ส.ค. 2548 14:08


ความคิดเห็นที่ 8 annakin_s@hotmail.com (Guest)

เห็นด้วยว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ไม่แน่สำหรับความคิดใหม่ๆ

ผมก็เคยคิดเล่นๆ เหมื่อนกัน แต่ ถ้าให้วิจารณ์ก็คงต้องบอกว่า

"ไม่น่าจะเป็นไปได้"
3 ก.ย. 2548 17:51


ความคิดเห็นที่ 9 third_3_ka@hotmail.com (Guest)

ให้อ่ะ
3 ก.ย. 2548 19:46


ความคิดเห็นที่ 10 ราตรี (Guest)

ครับ เราคิดกันเล่นๆเอาแนวทางที่เป็นไปได้มากกว่านะครับพี่น้องตระกูลไร้ท์สร้างเหล็กให้ลอยได้แสดง

ว่าเป็นเครื่องที่มีกำลังมากที่สามารถยกตัวเองได้ แม่เหล็กมันก็มีคุณสมบัติแบบเดียวกันสามารถที่

จะยกตัวเองให้ลอยก็แสดงว่ามันมีพลังเหนือน้ำหนักของตัวเอง นี่คือที่มาของเครื่องนี้ครับ

(ถ้ายึดถือตามทฤษฎีผมคงไม่สร้างเครื่องนี้ขึ้นมาเพราะผมก็รู้ว่าพลังงานที่ได้ย่อมน้อยกว่า

พลังงานที่ให้เสมอ..ตามทฤษฎี)
5 ก.ย. 2548 07:18


ความคิดเห็นที่ 11 ราตรี (Guest)

แม่เหล็กเป็นสิ่งลึกลับมันมีพลังในตัวเอง แต่เป็นพลังที่ตายประยุคก์ยาก พวกเราไม่สนใจหรือครับ

ตามหลักการของผม (ไม่ใช่ตามทฤษฎีนะอายนักทฤฎีเขา) เคยคิดไหมครับว่ากลางกระแสน้ำหรือแรงลม

ถ้าเราเอาใบพัดไปขวางทางใบพัดก็จะหมุนให้พลังงานออกมา ทำนองเดียวกันถ้าเราดัดแปลงเป็น

ใบพัดแม่เหล็ก อยู่กลางกระแสแม่เหล็กจะเกิดอะไรขึ้น ไม่หมุนครับ เพราะมันเป็นพลังงานที่ตาย

พลังงานที่เราได้จากแม่เหล็กคือต้องทำให้มันยุบตัวพองตัว ตรงนี้ครับที่สำคัญที่เรายังทำไม่ได้

การที่เราจะให้มีอำนาจแม่เหล็กแบบหยุดๆหายๆ เราตอ้งใส่พลังงานเข้าไปมากก่าวพลังงานที่ได้

ซึ่งก็เป็นหลักการของมอเตอร็ในปัจจุบัน
5 ก.ย. 2548 07:20


ความคิดเห็นที่ 12 55 (Guest)

น่าสนใจคับ ลองทำดูแล้วกัน ถึงคนอื่นจะว่ายังไงก็ลองทำไปก่อนนะ. ผลสำเร็จเทียบกับความผิดผลาดเล็กน้อยๆนี่คุ้มนะคับ
6 ก.ย. 2548 21:04


ความคิดเห็นที่ 13 deathspirit (Guest)

E = mc^2



ถ้าสามารถสลายมวลเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ คงจะได้พลังงานอย่างมหาสาร โดยสูญเสียมวลไปเพียงเล็กน้อย
8 ก.ย. 2548 19:49


ความคิดเห็นที่ 14 viper (Guest)

ถึงใครจะว่ายังไงก็ ขอให้คิดต่อไป ทำต่อไป สักวันหนึ่งคุณจะทำได้
19 ก.ย. 2548 22:37


ความคิดเห็นที่ 15 donnear_6@hotmail.com (Guest)

คงนานนะ
20 ก.ย. 2548 20:16


ความคิดเห็นที่ 16 ราตรี (Guest)

w=1/2mv^2 หลายคนเชื่อมั่นในกฎของนิวตัน

ก่อนที่จะมี e=mc^2 ของไอน์สไตน์ สิ่งใหม่ๆ

เกิดขึ้นได้เสมอครับ
20 ก.ย. 2548 23:20


ความคิดเห็นที่ 17 ราตรี (Guest)

การสลายมวลนั่นมันเป็นพลังงานนิวเคลียร์ครับ เครื่องผมเป็นแค่เครื่องพื้นฐาน แฮะ.ๆ.ๆ มิบังอาจครับ ผมมาลองคิดดู e=mc^2 โดยทฤษฎีทั่วไปแล้วใช้แรงจากภายนอกมากระทำเพื่อให้เคลื่อนที่เกิดพลังงาน

แม่เหล็กมีพลังงานในตัวอยู่แล้วแรงพอที่จะผลักตัวเองได้ ความเหมือนพอมีครับ

มีสูตรครับเหมือนกันนะครับ W=D/d

ถามว่านานใหม เรื่อยๆๆๆครับ ถ้าจะให้เร็วๆผมคงต้องกินแม่เหล็กแทนข้าวแน่ๆ ด้านทฤษฎีจบ2ปีที่แล้ว แล้วครับ วันหลังผมจะลงรูปอั๊ปเดทให้ดู

ขอบคุณครับที่ติดตาม และให้กำลังใจ ติได้นะครับแต่อย่าแรง งะงะ

โชคดีครับ
21 ก.ย. 2548 00:29


ความคิดเห็นที่ 18 morning glory (Guest)

Dear ราตรี



ไอเดียดีนะส่งสัยอย่างพลังงานแม่เหล็กที่สร้างเกิดการผลักกันของตัวมันเองใช่ไหม คราวนี้พลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่งไรคือเกิดจากการที่ขดลวดเกิดการหมุนตัดสนามแม่เหล็ก(ต้องดูแนวด้วยนะว่าตั้งฉากหรือตามกัน) กระแสไฟจะไหลออกจากขดลวดออกมา ลองดูหลักการทำงานทางกลของไดนาโมหรือมอเตอร์ซินำมาประยุกต์ ต้องมีการต่อขั้วไฟฟ้าออกมาเพื่อใช้งาน



คราวนี้ถามว่าเราต้องหมุนกี่รอบความเร็วเท่าไหร่ หมุนแรงหมุนช้ากระแสไฟฟ้าออกมาเท่ากันหรือไม่ หมุนบ่อยแค่ไหนหรือไม่ต้องหมุนเลย ลองหาคำตอบหน่อยซิราตรี



ไอเดียดีมาก
1 พ.ย. 2548 23:31


ความคิดเห็นที่ 19 one_za@hotmail.com (Guest)

อยากคุยแชดมา คับ
20 พ.ย. 2548 18:45


ความคิดเห็นที่ 20 ราตรี (Guest)

ถ้าผมจำไม่ผิดเขามีตำราการคำนวนครับ

ว่างๆๆๆๆจะเซดดนะครับ คุณ1ซ่าส์แอ๊ด
20 พ.ย. 2548 23:01


ความคิดเห็นที่ 21 โดย โก๋แก่



The Classic Magnetic Shield Engine
แนวคิดต่างๆของฝรั่งที่จะหาพลังงานฟรีๆมาใช้ ลองดูอาจมองเห็นข้อผิดพลาด
ที่อาจแก้ไขให้เป็นจริงขึนมาได้ ดีกว่าไปเริ่มต้นเองทั้งหมด

The Museum of Unworkable Devices.
http://www.lhup.edu/~dsimanek/museum/unwork.htm



หึหึ คุณราตรี ลองดูครับสนุกดี ผมก็ชอบลองของเหมือนกัน
เรื่องแม่เหล็กเล่นแล้ว สนุกดีครับไม่แพงสตางค์มากด้วย เด็กก็เล่นได้
ผมเสียอย่างหาคนมีฝีมือทำหรือใจเย็นพอที่จะทำ สิ่งประดิษฐ์ตามใจนึกให้ได้

ว่างๆไปแวะดูที่

http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=29750

และอีกหลายๆกระทู้เรื่องเกี่ยวกับพลังงาน ทดแทน



25 พ.ย. 2548 10:50


ความคิดเห็นที่ 22 martkanu@thaimail.com (Guest)

อยากได้คำตอบที่แน่จริงเพราะจะทำรายงานส่งครูครับและอยากจะรู้อะไรจะมาแทนน้ำมันอาจเป็นก็าซธรรมชาติไมก็ก็าซอะไรต่างๆสักอย่างแต่ถ้าเป็นผมจะขอให้สิ่งที่แทนน้ำมันนั้นไม่มีวันหมดจากโลกของเราครับ ........จากคนเก่งๆๆๆๆๆๆ
28 พ.ย. 2548 20:07


ความคิดเห็นที่ 23 ราตรี (Guest)

ผมว่าบางอย่างถ้าเราเริ่มต้นที่ศูนย์เราอาจจะได้เครื่องจักรขับเคลื่อนแบบจานบิน

ถ้าเรามัวแต่ตามก้นคนอื่นอย่างดีก็ได้เครื่องยนต์ที่ดีที่สุดในโลก
4 ธ.ค. 2548 13:12


ความคิดเห็นที่ 24 ROOSTER (Guest)

เห็นด้วยกับบทความในข้างต้นของคุณริชาด การมองหาพลังงานทดแทนนั้นควรจะเริ่มทำมาก่อนหน้านี้อย่างต่ำ 30 ปี เพาระจะพอดีกับการขาดแคลนพลังงานพอดี ตราบใดที่มันยังไม่หมดจริงๆก็ๆม่มีวันจริงจังกับมันได้นี่คือผู้ที่ใช้พลังงานอย่างเดียว แต่สำหรับผมแล้วผมรู้สึกถึงเรื่องนี้มาตลอด และพยยามอธิบายถึงวิธีการใช้พลังงานที่ถูกต้องให้คนรอบข้างที่รู้จักอยู่เสมอ ที่ทำได้ก็คงมีแค่นี้ในฐานะวิศวกร พลังงานที่สะอาดยังมีอยู่มากมายแต่ไม่สะดวกเท่าการใช้นำมันดังนั้นเราจึงไม่ได้สนใจที่จะใช้มัน หนชรือคนที่พยายามพัฒนาพลังงานทดแทนก็จะท้อเพราะต้องใช้ทุนมหาศาลในการวิจัย ในสิ่งที่ผู้คนไม่ค่อยยอมรับ ตอนนี้เขาเริ่มเห็นความสำคัญของพลังงานแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้ผู้มีพระคุณเหล่านี้อย่าได้ท้อเพราะยังมีคนอีกมากมายรอผลงานอันลำค่าของคุณอยู่
29 ธ.ค. 2548 14:08

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น