พันธะเคมี

ไม่เข้าจายเรื่องพันธะเคมีเลยค่ะ อยากหาคนติวให้ค่ะ คัยเข้าจายเรื่องนี้แอทมาสอนหน่อยนะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


ความคิดเห็นที่ 1


6 ส.ค. 2548 09:52
  1. .................พันธะเคมีของม.ปลายใช่ไหมครับ.................... .........พันธะโคเวเลนซ์ ( Covalence bond ) คือพันธะที่เกิดจากธาตุอโลหะ ( มีค่า EN สูง ) กับอโลหะมาเกิดพันธะกันโดยที่มีการใช้อิเล็กตรอนวงนอก ( วาเลนซ์อิเล็กตรอน ) ร่วมกัน ( share electron ) โดยให้ครบ 8 ตามกฏออกเตด เช่น CO2 HCl NO2 .........พันธะไอออนิก ( Ionic bond ) คือพันธะที่เกิดจากแรงยึดเหนี่ยวทางไฟฟ้าของไอออน + และ - ของธาตุ เกิดกับธาตุโลหะ ( EN ต่ำ ) กับธาตุอโลหะ ( EN สูง ) เช่น NaCl KI โดยธาตุโลหะจะเป็นฝ่ายเสียอิเล็กตรอนกลายเป็นไอออน + เพราะค่า EN ต่ำ ส่วนธาตุอโลหะจะเป็นฝ่ายรับอิเล็กตรอนกลายเป็นไอออน - เพราะค่า EN สูง .........พันธะโลหะ คือพันธะที่เกิดจากแรงยึดเหนี่ยวของอะตอมของธาตุโลหะที่เกิดพันธะกันโดยอาศัยอิเล็กตรอนวงนอกที่เคลื่อนที่ไปมาระหว่างอะตอมเป็นตัวยึดเหนี่ยว เช่น Na-Na ในก้อนโลหะโซเดียม ( Na ) ...................สงสัยเพิ่มเติมส่ง mail มาถามได้ที่ jate1174@hotmail.com .......................... .........ยินดีตอบและอธิบายเพิ่มเติมให้ครับ...............

ความคิดเห็นที่ 4

19 ส.ค. 2548 23:09
  1. อยากทราบว่าคำว่า"พันธะเคมี" หมายถึงแรงยึดเหี่ยวภายในโมเลกุลอย่างเดียวหรือรวมถึงแรงยึดเหี่ยวระหว่างโมเลกุลด้วย

ความคิดเห็นที่ 5

19 ส.ค. 2548 23:19
  1. ตอบ คห.4 นะงับ ถ้าพูดถึงพันธะเคมีเนี๊ย จะหมายถึงทั้งสองอย่างคือแรงยึดเหนี่ยวภายในโมเลกุลด้วยและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลด้วย แต่ถ้าถามว่าพันธะโลหะ เป็นแรงยึดเหนี่ยวชนิดใดก็คือแรงยึดเหนี่ยวภายในโมเลกุล อะไรยังงี้ พอเข้าใจมะ อธิบายไม่ค่อยเป็น

ความคิดเห็นที่ 6

19 ส.ค. 2548 23:22
  1. ถ้าให้อธิบายเรื่องพันธะเคมีทั้งหมดคงจะยาวอะนะก็ถามเป็นเรื่องๆดีกว่า เรียนไปถามไปก็จะค่อยๆเข้าใจยิ่งเรียนและทบทวนบ่อยได้แน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 8

22 ส.ค. 2548 21:16
  1. ก็ ถ้าง่ายๆ พันธะเคมี แรงยึดเหนี่ยงวระหว่างโมเรกุล และในโมเรกุล พันธะโลหะ จะประกอบไปด้วย โลหะ+โลหะ เขียนสูตรโมเรกุลไม่ได้ มีจุดหลอมเหลว และ จุดเดือดสูง พันธะ โลหะ เป็นแรงยึดเหนี่ยวในโมเลกุล พันธะไอออนิค จะประกอบไปด้วย โลหะ+อโลหะ เขียนสูตรโมเลกุลไม่ได้ มีจุดหลอมเหลว สูง และจุดเดือดสูง แต่น้อยกว่าพันธะไอออนิค เป็นแรงยึดเหนี่ยวในโมเลกุล พันธะโคเวเลลนต์ ประกอบไปด้วย อโลหะ+อโลหะ เขียนสูงโมเลกุลได้ มีจุดหลอมเหลว ต่ำ สุดเดือดต่ำ เป็นแรงยึดเหนี่ยวในโมเลกุล และ นอกโมเลกุล นอกโมเลกุล แยกออกมาได้ 3 อย่าง ไฮโดรเจน แรงดึงดูดระหว่างขั่ว(ไม่แน่ใจ)ลอนดอน

ความคิดเห็นที่ 9

5 ก.ย. 2548 14:44
  1. ควรจะมีรายละเอียดให้มากกว่านี้และควรมีรูปภาพประกอบให้มากก่วานี้

ความคิดเห็นที่ 10

9 ก.ย. 2548 18:29
  1. อยากถามว่าการละลายน้ำและไม่ละลายน้ำของสารประกอบไอออนิกมีอะไรบ้างช่วยตอบให้หน่อยนะทั้งสารประกอบไออนิกที่ละลายในน้ำได้และสารประกอบไอออนิกที่ละลายในน้ำไม่ได้ จะขอบคุนมากๆๆค่ะ@nn@ขอบคุนนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11

12 ก.ย. 2548 16:59
  1. ไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องพันธะเคมีมันเป๊นอยางไงช่วยอธิบายให้เข้าใจขึ้นหน่อยได้ไหมค่ะ(และอยากบอกมากๆเลยว่าเรื่องเนี้ยะอ่ะ ยากมากๆ)ช่วยแอดเข้ามาบอกหน่อยได้ไหมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12

19 ก.ย. 2548 20:42
  1. ผมเด็กชัยนาทคับ ผมมีคำถามว่า ... ถามมาได้คับ ได้90+ เต็มร้อย

ความคิดเห็นที่ 13

Unknow
19 ก.ย. 2548 21:09
  1. สนุกดีออกนะครับ พันธะเคมี หลักๆก็ พันธะโควาเลนต์ พันธะอิออนิก พันธะโลหะ ย่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆก็มี พันธะไฮโดรคาร์บอน พันธะไฮโดรเจน ก็มีอีกนะคับ

ความคิดเห็นที่ 14

Unknow
19 ก.ย. 2548 21:12
  1. ลืมบอกไป มีอารายถามก็แอดมานะครับ mean_godhand@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 16

26 ก.ย. 2548 13:33
  1. ต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับพันธะโคเวเลนต์คะ่่

ความคิดเห็นที่ 17

26 ก.ย. 2548 17:29
  1. ใครบังอาจใช้ชื่อ email address ของผมเนี่ย ( คุณความเห็นที่ 16 ) ผมเป็นผู้ชายนะครับ

ความคิดเห็นที่ 18

26 ก.ย. 2548 18:12
  1. พันธะไฮโดรเจน แรงแวนเดอร์วาล แรงลอนดอน อ่ะเป็นแรงภายในพันธะใช่เปาะ ส่วนพันธะไอออนิก พันธะโคเวเลนต์ และก็พันธะโลหะเป็นแรงระหว่าโมเลกุลในพันธะช่ายม้าย

ความคิดเห็นที่ 19

27 ก.ย. 2548 15:23
  1. อยู่ ม.4แล้วไม่เข้าใจเคมีทำไงดีช่วยบอกหน่อย นะคะ๊

ความคิดเห็นที่ 20

30 ก.ย. 2548 16:07
  1. ตอบความเห็นที่ 19 .............................พันธะไฮโดรเจน แรงแวนเดอร์วาล แรงลอนดอน เป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลนะครับ .............................ส่วนพันธะไอออนิก พันธะโคเวเลนซ์ พันธะโลหะเป็นแรงยึดเหนี่ยวภายในโมเลกุลครับ ............................. มันสลับกันนะ ..........................

ความคิดเห็นที่ 21

30 ก.ย. 2548 16:08
  1. ขอโทษครับเมื่อกี้ ......... ตอบความเห็นที่ 18 ครับ ......... ขอโทษที

ความคิดเห็นที่ 22

30 ก.ย. 2548 16:17
  1. ตอบความเห็นที่ 19 ของจริง ......... ถ้าเรียนเคมีไม่เข้าใจ ........ ก็ต้องตั้งใจเรียนให้มากขึ้น .........พยายามหาหนังสือคู่มือติดตัวไว้อ่านสักเล่ม......... จะได้เกิดความเข้าใจมากขึ้น......... ......... เวลาซื้อหนังสือเนี่ยก็ควรเลือกเล่มที่เราอ่านแล้วเข้าใจนะครับ ... อย่าซื้อตามเพื่อนเพราะเพื่อนเข้าใจแต่เราอาจจะไม่เข้าใจก็ได้...... ......... เวลาเรียนที่โรงเรียนก็ควรตั้งใจเรียนถ้าสงสัยก็ถามอาจารย์ที่สอนเลยครับ..........ไม่ต้องกลัวเพื่อนว่า.......ที่พูดได้ก็เพราะเคยเป็นแบบนั้น ...........แต่เมื่อลองถามดูก็รู้ว่าเพื่อนคนอื่นก้ไม่เข้าใจเหมือนกันแต่เขาไม่กล้าถาม....... ............ และทางออกสุดท้ายก็คงต้องหาที่เรียนพิเศษ...เผื่อจะช่วยให้เราเข้าใจได้มากขึ้น...ถ้าน้องสนใจติดต่อมาก็ได้นะครับเพราะพี่รับสอนเคมีอยู่.....jate1174@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 23

2 ต.ค. 2548 12:45
  1. ถามครับ อันดับพันธะในโมเลกุล NO เป็นเท่าไหร่ครับ แล้วพันธะมันมีลักษณะยังไงครับ

ความคิดเห็นที่ 24

14 ต.ค. 2548 14:38
  1. ใครก็ได้ครับ ช่วยอธิบายทฤษฏี molecular orbital ให้หน่อยครับ ขอแบบละเอียดๆ นะ

ความคิดเห็นที่ 25

Shura
16 ต.ค. 2548 13:57
  1. ตอนแรกอ่านเว็บนี้เจอกับหัวข้อเกี่ยวกับพันธะเคมีมาก ให้แม่สอนก็ไม่เข้าจายพออ่านตรงนี้เป็นอันว่าเข้าใจมาก(ขอขอบคุณทุกความเห็นคับ)

ความคิดเห็นที่ 26

20 ต.ค. 2548 15:31
  1. จำไม่ได้แล้วเรื่องพันธะเคมีจำได้แต่พันธะหัวใจ

ความคิดเห็นที่ 29

28 ต.ค. 2548 11:22
  1. พันธะเคมี มีความหมายว่าอย่งไร่

ความคิดเห็นที่ 30

11 พ.ย. 2548 11:05
  1. ประโยชน์ของพันธะเคมีคืออะไรค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31

11 พ.ย. 2548 11:08
  1. ประโยชน์ของพันธะเคมีคืออะไรค่ะใครได้ช่วยตอบที่นะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 32

23 พ.ย. 2548 11:51
  1. อยากได้ข้อมูลพันธะต่างๆอย่างละเอียดคะ

ความคิดเห็นที่ 33

12 ธ.ค. 2548 09:42
  1. ไม่เข้าใจการจัดเรียงของออบิทอล ในพันธะเคมีเลย ช่วยอธิบายหน่อยได้มั๊ยค่ะ หรือไม่ช่วยบอก url ก้อได้ค่ะเด๋วจาได้เข้าไปอ่านเอง ส่วนคายที่ไม่เข้าใจพันธะเคมีก้อไปที่ urlนี้ได้เลย http://www.krumontree.com/science/bond/ ลองเข้าไปอ่านดู เขาจาอธิบายพันธะเคมีแบบพื้นฐานไว้

ความคิดเห็นที่ 34

14 ธ.ค. 2548 19:57
  1. อยากรู้ว่าธาตุหมู่ 1Aและ2Aกมีธาตุอะไรบ้างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 35

14 ธ.ค. 2548 20:00
  1. พันธะเคมีมีความหมายว่าอย่างไรและพันธะเคมีกับธาตูหมู่1Aและ2Aเป็นอย่างเดียวกันไหม

ความคิดเห็นที่ 36

17 ธ.ค. 2548 15:23
  1. ลองเข้าไปอ่านที่ http://www.krumontree.com/science/bond/ นะครับเข้าใจง่ายดี

ความคิดเห็นที่ 37

18 ธ.ค. 2548 20:58
  1. สัมพรรคภาพอิเล็กตรอนคืออะไรคะ

ความคิดเห็นที่ 38

21 ธ.ค. 2548 11:56
  1. อยากทราบว่าความหมายของแรงยึดเหนี่ยวค่ะช่วยตอบให้หน่อยได้ไหมคะ ขอบคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 41

26 ธ.ค. 2548 12:02
  1. ดีมากคะ

ความคิดเห็นที่ 42

28 ธ.ค. 2548 10:21
  1. พันธะเคมีง่าย เราเรียนศูนย์วิทย์ส.ว.คมีไรจะถามก็ 010358816อยู๋ห้อง 15 ห้องคิงอินเตอร์

ความคิดเห็นที่ 43

15 ม.ค. 2549 21:40
  1. ตอนนี้เรากกำลังทำรายงานเรื่องนี้พอดีเลยก็อยากได้ข้อมูลที่แม่นๆนะ แต่พอลองค้นดูตามหนังสือก็งง หาในเน็ตก็ข้อมูลไม่ตรงบ้างซ้ำก็มี ใครที่มีข้อมูลดี ส่ง mail หาเราบ้างนะ ถ้าเร็วยิ่งดี ขอบคุณมากนะ

ความคิดเห็นที่ 44

21 ก.พ. 2549 16:47
  1. ช่วยหาข้อสอบเรื่อง พันธะเคมี มาให้หน่อยค่ะ 20 ข้อ แบบมีตัวเลือก พร้อมเฉลยและคำอธิบายคำตอบด้วย ถ้าได้จะขอบคุณมากมาก

ความคิดเห็นที่ 45

3 มี.ค. 2549 21:53
  1. รักเจ้าของ mail ตัวจริง จากข้อความที่ 16 ตัวจริง ผู้ชาย

ความคิดเห็นที่ 46

22 มี.ค. 2549 23:15
  1. พี่jate1174@hotmail.comช่างเป็นฮีโร่ของโฟร์จริงๆเลยค่ะถามอะไรก็ตอบได้หมด ขอขอบคุณสำหรับคำเเนะนำดีๆนะค่ะ คุณฮีโร่หนูอยากเเนะนำตัวให้พี่รู้จังเลยว่าลูกศิษย์ที่พี่สอนจาก บอร์ดนี้(สอนให้คนอื่นเเต่นำไปใช้ค่ะ)นำไปใช้แล้วเริ่มเข้าใจเเล้วค่ะ ชื่อเล่น โฟร์ อายุ 22 ค่ะ ชอบทาน กิมจิ/ทุกอย่าง รักเมืองไทยชอบเกาหลีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 47

22 มี.ค. 2549 23:53
  1. ขอเบอร์พี่jate11742hotmail.comได้ไหมครับเผื่อจะติดต่อไปเรียน

ความคิดเห็นที่ 48

17 พ.ค. 2549 15:17
  1. พันธะเคมีหมายถึงแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอม ไอออน หรือโมเลกุล ในสารประกอบที่ต่างกันมักจะมีพันธะเคมีต่างกันด้วยจึงมีสมบัติทางเคมี และทางกายภาพที่ต่างกันด้วย 1. ชนิดของ2. พันธะเคมี แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมในสารประกอบหรือธาตุ แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ 2.1 covalent bond 2.2 ionic bond 2.3 metallic bond แรงยึดเหนี่ยวอื่นๆ จัดเป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล ได้แก่ แรงระหว่างขั้ว (dipole-dipole force; London dispersion) แรงระหว่างมวล (Van der Waals force) อีกชนิดหนึ่งเป็นแรงระหว่างโมเลกุลที่มีความแข็งแรงมากเทียบเท่าพันธะได้แก่ Hydrogen – bonds 3. Electronegativity (EN) เป็นความสามารถของอะตอมในการรับอิเลกตรอน ค่า EN. จะมีความสัมพันธ์โดยตรงกันกับค่า IE. และ AF ค่า จะบอกถึงความแรงของอะตอมที่จะดึงดูดอิเลกตรอน จะบอกถึงความสามารถของอะตอมในการดึงดูดอิเลกตรอน และปกป้องมิให้อิเลกตอนของตนถูกอะตอมอื่นดูดไป อะตอมเหล่านี้มีค่า EN สูง โดยทั่วไป โลหะมีค่าEN ต่ำ อโลหะมีค่า EN สูง

ความคิดเห็นที่ 49

17 พ.ค. 2549 15:19
  1. 4. Covalent bonds and Covalent compounds เป็นพันธะเคมีที่เกิดจากอะตอมของธาตุที่มีค่า EN สูง ส่วนมากเป็นอะตอมของอโลหะ หรืออะตอมที่มีขนาดเล็กบางตัว ( Be,B) กับอโลหะ โดยที่อะตอมทั้งสองนำอิเลกตรอนวงนอกมาใช้ร่วมกันเพื่อจัดอิเลกตรอนวงนอกของอะตอมทั้งสองเหมือนอะตอมของกาซเฉื่อย (Inert gas ; Noble gas) เกิดเป็นสารประกอบโคเวเลนต์ พันะที่เกิดขี้นเป็นพันธะที่แข็งแรง มีได้หลายสถาณะ ขึ้นอยู่กับแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล ไม่นำไฟฟ้าทั้งของแข็งและหลอมเหลวเพราะอิเลกตรอนไม่สามารเคลื่อนไปมาระหว่างโมเลกุลได้ ยกเว้นคาร์บอนที่มีอันยรูปที่เป็นกราไฟต์ เพราะอิเลกตรอนเคลื่อนที่ภายชั้นเดียวกันได้ ส่วนมากจุดเดือดจุดหลอมเหลวต่ำ ยกเว้นโมเลกุลที่เป็นผลึกร่างตาข่าย เช่นเพชร ถ้าเป็นของแข็งก็จะเปราะเพราะแรงระหว่างโมเลกุลไม่แข็งแรง หรือพันธะระหว่างอะตอมไม่ยืดหยุ่นถูกยึดตรึงแน่น 4.1 Covalent bonds, Octet rule & Lewis Structures อิเลกตรอนที่ใช้ในการสร้างพันธะเป็นอิเลกตรอนวงนอก (outer electron ;valence electron) มีความเกี่ยวข้องกันพันธะเคมี โครงสร้างแบบจุดของ ลิวอิส แสดงเฉพาะจำนวนอิเลกตรอนวงนอกของอะตอม ที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับตารางธาตุ เช่น C เป็นธาตุหมู่ 4A Lewis Structure เป็น :C: เป็นต้น ธาตุในหมู่เดียวกันจะมีจำนวน อิเลกตรอนวงนอกเท่ากัน ในการเกิดสารประกอบ อะตอมทั้งสองจะมีการใช้อิเลกตรอนร่วมกันเพื่อจัดอิเลกตรอนวงนอกให้เหมือนกับ อะตอมของ Noble gas ซึ่งมีการจัดอิเลกตรอนเป็น 2 (เช่น He) หรือ 8 เราจึงเรียกแนวโน้มในการจัดอิเลกตรอนแบบนี้ว่า กฏแห่งแปด หรือ Octet rule โดยที่อะตอมมีแนวโน้มในการใช้อิเลกตรอนร่วมกัน ทำให้มีอิเลกตรอนครบ 8 ตัว หรือ 4 คู่ ซึ่งเป็นการจัดอิเลกตรอนแบบเดียวกันกับ Ne อย่างไรก็ตาม Octet rule ก็ยังมีข้อยกเว้นบางประการ แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้เป็นแนวคิดในการเกิดพันธะเคมีได้ สำหรับโครงสร้างแบบลิวอิส ทำให้เราเข้าใจพันธะต่างๆในสารประกอบได้ และยังสามารถอธิบายสมบัติและโครงสร้างของโมเลกุลได้ด้วย หลักการเขียน Lewis Structures เป็นดังนี้ รวมเวเลนต์จากอะตอมทุกตัว เขียนสัญญลักษณ์ของอะตอม เขียนพันธะเดี่ยวระหว่างอะตอม จัดอิเลกตรอนรอบอะตอมให้ครบ 8 (เว้น H ,B, Be = 2) ถ้าไม่ครบให้เพิ่มพันธะระหว่างอะตอม ตัวอย่างเช่น compound Total valence e- draw single bound No. of e- remaining use remaining e- to Achieve Noble gas configurations HF 1+7=8 H-F 6 H-:F: N2 5+5=10 N-N 8 :N=N: NH3 5+3(1)=8 H-N-H H 2 H-N-H H CH4 4+4(1) H H-C-H H 0 H H-C-H H CF4 4+4(7)=32 F F-C-F F 24 F F-C-F F NO+ 5+6-1=10 N-O 8 [:N=O:]+

ความคิดเห็นที่ 50

17 พ.ค. 2549 15:21
  1. 4.2 ข้อยกเว้นของ กฏออกเตต แม้ว่ากฏออกเตตจะนำมาใช้อธิบายหลักพื้นฐานของพันธะได้ดีแต่บางครั้งก็ไม่สามารถใช้กับโมเลกุลบางชนิดเช่น โมเลกุลมีอิเลกตรอนรวมกันเป็นเลขคี่ เช่น ClO2 (7+6+6 = 19) NO (5+6=11) ทำให้เข้าคู่กันไม่พอดี แต่ละอะตอมจึงมีอิเลกตรอนเป็นออกเตตไม่ได้ โมเลกุลมีอิเลกตรอนรวมกันน้อยกว่าออกเตต โมเลกุลลักษณะนี้มีน้อยเกิดจากอะตอมกลางมีขนาดเล็กมีเวเลนต์อิเลกตรอนน้อย เช่น BF3 และ BeCl2 โมเลกุลมีอิเลกตรอนรวมกันมากกว่าออกเตต เกิดอะตอมกลาง (คาบ 3 ขึ้นไป)ที่เป็นอโลหะมีที่ว่างพอที่จะรับอิเลกตรอนได้มากกว่า 8 ตัว เช่น Pมี10 อิเลกตรอนใน PCl5 , I 10 มีอิเลกตรอนใน IF4- , S มี 12 อิเลกตรอนใน SF6 เนื่องจากอะตอมกลางมี d-orbital ที่ว่างอยู่ ทำให้อะตอมกสามารถรับอิเลกตรอนได้อีก แสดงว่าอิเลกตรอนในกฏออกเตตมีการขยายได้ 4.4 ความมีขั้วของ4.5 พันธะ อิเลกตรอนที่ใช้ร่วมกันระหว่างอะตอมชนิดเดียวกันจะกระจายอยู่ระหว่างอะตอเท่ากัน เช่น Cl-Cl , O=O เป็นต้นทั้งนี้เนื่องจากอะตอมทั้งสองมีค่า En เท่ากัน พันธะที่เกิดขึ้นเป็นพันธะที่ไม่มีขั้ว แต่ถ้าเป็นอะตอมต่างชนิดกัน อิเลกตรอนจะกระจายอยู่ระหว่างอะตอมทั้งสองไม่เท่ากัน เช่น H-Cl อิเลกตรอนจะหนาแน่นที่ Cl มากกว่า H ทั้งนี้เนื่องจาก Cl มี EN มากกว่า H ทำให้ Cl แสดงสมบัติเป็นประจุ – และ H แสดงสมบัติเป็นประจุ + พันธะที่เกิดขึ้นเป็นพันธะที่มีขั้ว โดย Cl แสดงสมบัติเป็นขั้วลบ (d-)และ H แสดงสมบัติเป็นขั้วบวก (d+) ความมีขั้วของพันธะนั้น เป็นปริมาณ เวคเตอร์ ซึ่งมีทั้งขนาดและทิศทาง โดยเขียนเป็น d- d- 4.6 โมเลกุลมีขั้วและโมเลกุลไม่มีขั้ว โมเลกุลที่มีเพียง 2 อะตอม ถ้าเป็นพันธะที่ไม่มีขั้ว โมเลกุลก็ไม่มีขั้วเช่น H-H แต่ถ้าเป็นพันธะที่มีขั้ว โมเลกุลก็มีขั้วด้วยเช่น H-Br สำหรับโมเลกุลที่มีมากกว่า 2 อะตอม การพิจารณาสภาพขั้วของโมเลกุลย่อมต่างกันออกไป เช่น CH4 มีพันธะ C-H 4 พันธะ ซึ่งเป็นพันธะมีขั้ว โดยที่การจัดเรียงตัวทั้ง 4 พันธะ รอบๆอะตอมของ C นั้นทำให้สภาพของขั้วทั้ง 4 หักล้างกันไป ทำให้โมเลกุลของ CH4 เป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว ซึ่งเช่นเดียวกันกับ BeCl2 , BF3 และ SF6 ก็เช่นกัน เป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว ต่างจาก H2O มี O-H ซึ่งเป็นพันธะมีขั้ว และเป็นโมเลกุลมีขั้วด้วย เนื่องจากการจัดเรียงตัวทั้ง 2 พันธะ รอบๆอะตอมของ O นั้นทำให้สภาพของขั้วทั้ง 2 ไม่สามารถหักล้างกันไปได้ โมเลกุลอื่นๆที่มีขั้วได้แก่ NH3 ,CHCl3 ,PCl3 ,OF2 เป็นต้น อนึ่ง ในการที่จะระบุว่าโมเลกุลใดมีขั้วโมเลกุลใดไม่มีขั้วเป็นเรื่องที่ต้องศึกษารายละเอียดพอสมควร ซึ่งการสังเกตุจากรูปร่างของโมเลกุล ลักษณะของพันธะก็เป็นข้อมูลหนึ่งที่พอที่จะบอกได้คร่าวๆ ในเรื่องรูปร่างของโมเลกุล เราจะได้ศึกษาในหัวข้อต่อไป 4.7 รูปร่าง4.8 โมเลกุล และแบบจำลอง4.9 VSEPR ขนาด รูปทรง และชนิดของพันธะ ภายในโมเลกุลเป็นสิ่งที่กำหนดสมบัติทางเคมี และกายภาพของสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุดเดือด จุดหลอมเหลว ของ มีความสัมพันธ์กับรูปร่างโมเลกุลเป็นอย่างยิ่ง การทำนายรูปร่างโมเลกุล ใช้พื้นฐานจากโครงสร้างของลิวอิส และการผลักกันของอิเลกตรอนรอบๆอะตอมกลางของโมเลกุล เป็นหลัก เพื่อตอบคำถามว่า ทำไมสารต่างๆจึงมีรูปทรงหรือรูปร่างของโมเลกุลต่างกันโดยอาศัย VSEPR เป็นแนวทางในการทำนาย VSEPR ( valence shell electron pair repulsion) หมายถึงแบบจำลองที่คำนึงถึงการผลักกันของ อิเลกตรอนคู่ ที่อยู่บริเวณวงนอกของอะตอม การอธิบายรูปร่างโมเลกุลหรือไอออนที่มีอะตอมกลางจับกับอะตอมอื่น 2 อะตอมขึ้นไป ซึ่งเขียนสูตรอย่างง่ายเป็น ABxEn โดยที่ A คือ อะตอมกลาง B คืออะตอมที่มาเกาะกับอะตอมกลาง x คือจำนวนอะตอมที่มาเกาะรอบๆ อะตอมกลาง E คืออิเลกตรอนคู่ของอะตอมกลางที่ไม่ใช้ในการสร้างพันธะ n จำนวนคืออิเลกตรอนคู่ของอะตอมกลางที่ไม่ใช้ในการสร้างพันธะ :Cl: ตัวอย่างเช่น CCl4 สูตรลิวอิสเป็น :Cl – C – Cl: สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB4E0 :Cl: มีรูปร่างเป็นทรงเหลี่ยม 4 หน้าดังนี้คือ สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB2E0 มีรูปร่างเป็นเส้นตรง ได้แก่ CO2 BeCl2 สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB2E1 มีรูปร่างเป็นมุมงอได้แก่ SO2 สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB2E2 มีรูปร่างเป็นมุมงอได้แก่ H2O สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB2E3 มีรูปร่างเป็นเส้นตรงได้แก่ I3- สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB3E0 มีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยมแบนราบได้แก่ BF3 สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB3E1 มีรูปร่างเป็นปิรามิดฐานสามเหลี่ยมได้แก่ NH3 สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB3E2 มีรูปร่างเป็นตัวที ได้แก่ ClF3 สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB4E0 มีรูปร่างเป็นทรงเหลี่ยม4 หน้าได้แก่ SiF4 สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB4E1 มีรูปร่างเป็นทรงเหลี่ยมบิดเบี้ยวได้แก่ TeCl4 สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB4E2 มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมแบนราบได้แก่ XeF4 สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB5E0 มีรูปร่างเป็นปิรามิดคู่ฐานสามเหลี่ยมได้แก่ PCl5 สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB5E1 มีรูปร่างเป็นปิรามิดฐานสี่เหลี่ยมได้แก่ BrF5 สูตรอย่างง่ายใน VSEPR เป็น AB6E0 มีรูปร่างเป็นทรงเหลี่ยมแปดหน้าได้แก่ SF6

ความคิดเห็นที่ 51

17 พ.ค. 2549 15:21
  1. 4.10 พันธะไฮโดรเจน ดังที่กล่าวมาแล้วว่า พันธะโคเวเลนต์ที่เกิดอะตอมต่างชนิดกันจะเป็นพันธะมีขั้ว สภาพขั้วจะมีความแรงมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับความแตกต่างของค่า EN ของอะตอมทั้งสอง ผลของพันะที่มีขั้วนี้ทำให้โมเลกุลบางชนิดเป็นโมเลกุลมีขั้วด้วย เมื่อเป็นโมเลกุลมีขั้วก็ย่อมจะมีแรงดึงดูดระหว่างขั้ว มีผลทำให้จุดเดือดจุดหลอมเหลวมีค่าสูงกว่าโมเลกุลทั่วๆไป ที่มีมวลต่างกันไม่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโมเลกุลมีขั้วที่มีพันธะไฮโดรเจนมาเกี่ยวข้อง พันธะไฮโดรเจน เป็นแรงระหว่างโมเลกุลที่มีความแรงมากเป็นพิเศษ เกิดจากโมเลกุลที่มีพันธะโคเวเลนต์ชนิด H-Oใน H2O,alcohol ,carboxcylic acids ชนิด H-F ใน HF หรือ ชนิด H-N ใน NH3,amine อาจจะเกิดในสารชนิดเดียวกันเอง หรือต่างชนิดกันก็ได้ แต่ต้องเป็นพันธะที่มี H มาเกี่ยวข้อง 4.11 พลัง4.12 ง4.13 านพันธะกับปฏิกิริยาเคมี พลังงานพันธะจะบ่งบอกถึงความแข็งแรงของพันธะ ระหว่างคู่อะตอมชนิดเดียวกัน พันธะเดี่ยว จะแข็งแรงน้อยกว่า พันธะคู่ และพันธะสาม เสมอ ในการเกิดพันธะเคมี อะตอมอิสระหรืออนุมูลอิสระที่มีพลังงานสูง จะเคลื่อนเข้าใกล้กัน เมื่อสร้างพันธะ พลังงานรวมจะต่ำ ทำให้ในการสร้างพันะจะมีการคายพลังงานออกมาเสมอ ตามหลักเทอร์โมไดนามิกส์ การคายพลังงานจะทำให้ระบบมีเสถียรภาพสูงขึ้น ดังนั้นการที่อะตอมรวมตัวกันเป็นโมเลกุล จะมีอยู่ตัวมากกว่าเป็นอะตอมอิสระ ยกเว้นอะตอมในธาตุหมู่ 8 ที่สามารถอยู่อิสระตามลำพังได้ แต่ถ้าเราต้องการให้โมเลกุลแตกตัวเป็นอะตอมอิสระ เราต้องใช้พลังงานเพื่อทำลายพันธะระหว่างอะตอม ดังนั้นการแยกสลายพันธะระบบจะดูดพลังงานเสมอ ระบบจะมีพลังงานสูงขึ้น และไม่ค่อยอยู่ตัวตามหลักเทอร์โมไดนามิกส์ ดังนั้นอะตอม และอนุมูลอิสระเหล่านี้จึงว่องไวต่อการสร้างพันธะเคมีกับอะตอมอื่นหรืออนุมูลอิสระอื่นๆ เพื่อลดพลังงานของระบบลงพร้องทั้งคายพลังงานออกมา ในปฏิกิริยาเคมี ย่อมมีสารใหม่เกิดขึ้นเสมอ และมีการทำลายพันธะเดิมสารตั้งต้น และสร้างพันธะใหม่เพื่อเกิดสารประกอบใหม่ขึ้นมา ดังนั้นในปฏิริยาเคมีจึงมีทั้งการดูดพลังงาน(เพื่อทำลายพันธะ) และการคายพลังงาน(สร้างพันธะ)เสมอ ดังนั้นการที่จะบอกว่าปฏิกิริยาเคมีดังกล่าวจะดูดพลังงานหรือคายพลังงาน ก็จะต้องพิจารณาผลรวมระหว่างพลังที่ใช้ในการทำลายพันธะเดิม กับพลังงานที่เกิดจากสร้างพันธะใหม่ เป็นหลักลองพิจารณาตัวอย่างต่อไปนี้ CH4(g)+2O2(g) CO2(g) + 2H2O(g) + พลังงาน พันธะ C-H 4 โมลพันธะใน CH4 1 โมลจะถูกสลายกลายเป็น C =1 โมลอะตอม และ H =4 โมลอะตอม พันธะ O=O 1 โมลพันธะใน O2 2 โมลจะถูกสลายกลายเป็น O= 4 โมลอะตอม กระบวนการทั้งสองนี้เป็นการดูดพลังงาน จากนั้น พันธะ C=O 2 โมลพันธะถูกสร้างขึ้นมาเป็นโมเลกุลของ CO2 จำนวน1โมล และพันธะ H-O=4 โมลพันธะ ถูกสร้างขึ้นมาเป็นโมเลกุลของ H2O จำนวน 2 โมล พร้อมทั้งคายพลังงานออกมาจำนวนหนึ่ง แต่ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาที่ให้ความร้อน ดังนั้นพลังงานที่เกิดจากการสร้างพันธะจึงมากกว่าพลังงานที่ใช้ในการสลายพันธะ 4. Ionic bonds and Ionic Compounds เมื่ออะตอมทั้งสองเข้าใกล้กันก็จะมีการใช้อิเลกตรอนร่วมกันเพื่อก่อให้เกิดพันธะเคมีอิเลกตรอนที่ใช้ร่วมกันนั้นจะเข้าใกล้อะตอมที่มีค่า EN สูงกว่าเสมอ แต่ถ้าเมื่อใดอะตอมทั้งสองมีค่า EN ต่างกันมากๆ ของอะตอมที่มีค่า EN สูงจะดึงอิเลกตรอนจะอะตอมที่มีค่า EN ต่ำ เข้าหาตัวเกิดเป็นไอออนลบ ส่วนอะตอมที่มีค่า EN ต่ำก็จะเกิดเป็นไอออนบวก และก่อให้เกิดระดึงดูดระหว่างไอออนขึ้นมา เป็นพันธะเคมีอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า พันธะไอออนิกสารประกอบที่เกิดขึ้นเรียกว่าสารประกอบไอออนิก 4.1 พันธะไอออนนิก เป็นพันธะที่เกิดจากแรงดึงดูดระหว่างไอออนบวกจากโลหะ และไอออนลบจากอโลหะยึดเหนี่ยวสลับต่อเนื่องกันไปทำให้พันธะมีความแข็งแรงมากจุดเดือดจุดหลอมเหลวสูงมากไม่นำไฟฟ้าเมื่อเป็นของแข็งเพราะไอออนเคลื่อนที่ไม่ได้แต่เมื่อหลอมเหลวจะนำไฟฟ้าได้เพราะไอออนเคลื่อนที่ได้ แข็งแต่เปราะเพราะถ้าทุบจะทำให้ไอออนที่มีประจุแบบเดียวกันอยู่ตรงกันเกิดแรงพลักทำให้แตกหักได้ง่าย 4.2 ขนาดของไอออน อะตอมของโลหะมีค่า EN ต่ำ เมื่อให้อิเลกตรอนจะเกิดเป็นไอออนบวกซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่าอะปกติที่เป็นกลาง ยิ่งเสียอิเลกตรอนมาก ขนาดของไอออนบวกก็จะยิ่งเล็กลงมากเนื่องจากกลุ่มหมอกของอิเล็กตรอนมีขนาดเล็กลงเพราะถูกนิวเคลียสส่งแรงดึงดูดไปได้มาก สำหรับไอออนลบเกิดจากอะตอมของอโลหะที่มีค่า EN สูงรับอิเลกตรอนขนาดของไอออนลบจะใหญ่กว่าอะตอมปกติ เพราะการรับอิเลกตรอนทำให้นิวเคลียสส่งแรงดึงดูดอิเลกตรอนโดยรวมน้อยลง ดังนั้น ยิ่งรับอิเลกตรอนมาก ขนาดของไอออนก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นตามลำดับ นั่นคือธาตุในคาบเดียวกัน ไอออนบวกมีขนาดเล็ก ไอออนลบก็จะมีขนาดใหญ่กว่าเสมอ 4.3 การเกิดพันธะไอออนนิกในสารประกอบไอออนิก สารประกอบไอออนิกเกิดจากโลหะทำปฏิกิริยากับอโลหะ มีพลังงานต่างๆมาเกี่ยวข้องมากมาย ลองศึกษาการเกิดผลึกของ NaCl (s) จาก Born – Haber cycle 2Na(s) + Cl2(g) 2NaCl(s) Sublimation Energy(+∆Hsub) Bonding Energy(+∆Hdiss) 2Na(g) 2Cl(g) + 2e- Ionization Energy(+IE) Electron affinity( -Af) 2Na+(g)+2e- 2Cl-(g) Lattice Energy ( -∆Hf) พลังงานรวมของปฏิกิริยา = (+∆Hsub)+ (+∆Hdiss)+ (+IE)+ (-Af)+ (-∆Hf)

ความคิดเห็นที่ 52

17 พ.ค. 2549 15:22
  1. 5. พันธะโลหะ โลหะส่วนมากเป็นของแข็งรูปทรงที่แน่นอน แม้ได้รับความร้อน ปริมาตรจะเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ความดันไอมีค่าต่ำมากเมื่อเทียบกับแก๊สหรือของเหลว โลหะส่วนมากมีรูปผลึกที่แน่นอน โลหะส่วนมากนอกจากจะเป็นของแข็งแล้ว โลหะยังมี จุดเดือดจุดหลอมเหลวสูงมาก นำความร้อนและนำไฟฟ้าได้ดี มีความเป็นมันวาวเมื่อสะท้อนแสง และยังสามารถตีเป็นแผ่นบางๆได้ แสดงว่าพันธะภายในโลหะนั้นต่างจาก พันธะโคเวเลนต์หรือไอออนนิก จากการศึกษาพบว่าในพันธะโลหะนั้นมีเวเลนต์อิเลกตรอนไม่อยู่กับที่ แต่จะกระจายไปทั่วก้อนโลหะ อาจกล่าวได้ว่า โลหะเป้นกลุ่มของไอออนบวกที่จมอยู่ใน ทะเลของเวเลนต์อิเลกตรอน แนวคิดนี้เราเรียกว่า Electron sea Theory นอกจากนี้ยังมีแนวคิดอื่นๆ อีกที่อธิบายสมบัติของโลหะเช่น Valance Band Theory ซึ่งอธิบายการนำไฟฟ้าของของแข็งอื่น นอกเหนือจากการนำไฟฟ้าของโลหะแต่ในที่นี้จะขอกล่าวเพียงแค่ Electron sea Theory โลหะต่างชนิดกันมีพันธะโลหะที่มีความแข็งแรงต่างกัน เห็นได้จากสมบัติทางกายภาพของโลหะที่กว้างมาก เช่น จุดเดือด จุดหลอมเหลว ความแข็ง แต่โดยทั่วเราจะพบว่า ความแข็งแรงของพันธะโลหะจะเพิ่มขึ้นเมื่อเวเลนต์อิเลกตรอนของโลหะชนิดนั้นมีมากขึ้น และการที่เวเลนต์อิเลกตรอนเคลื่อนที่ได้ทั่วก้อนโลหะ จึงมีผลทำให้โลหะนำความร้อนและนำไฟฟ้าได้ดี นอกจากนี้แล้วโลหะนั้นเหนียว บิดงอ รีดเป็นเส้นยาวๆ และยังตีเป็นแผ่นบางๆได้ดี เพราะแรงตี แรงดึง แรงบีบอัด ทำให้ไอออนบวกของโลหะเลื่อนไถลอย่างเป็นระเบียบแต่แรงยึดเหนี่ยวระหว่างไอออนบวก และอิเลกตรอนที่เคลื่อนที่นั้นยังคงอยู่

ความคิดเห็นที่ 53

17 พ.ค. 2549 15:23
  1. แค่โดยย่อครับ ขาดตกบกพร่องก็ขออภัยครับ ถ้าเจอที่ผิดก็ช่วยแก้ไข ก็จะเป้นพระคุณยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 54

9 ก.ค. 2549 19:05
  1. พลังพันธะ คือ พลังงงานที่อะตอมของสารใช้ในการดึงให้อะตอมของสารยึดติดกัน โดยมี 2 แบบ คื่อ 1.พันธะไอออนิก คือ โลหะ+อโลหะ 2.พันธะโควาเลน คือ อโลหะ+อโลหะ

ความคิดเห็นที่ 55

เด็กภาค chem
9 ก.ค. 2549 22:36
  1. เคมีไม่ยากนะคะ ทำความเข้าใจดีดีค่ะ ถ้าสงสัยอะไรจะแอดเมล์มาก้อได้นะคะตอนนี้เรียนเคมี ปีสองค่ะ

ความคิดเห็นที่ 56

20 ก.ค. 2549 12:35
  1. ทำไมพันธะโคเวเลนต์ถึงมี แค่พันธะ 3 มีพันธะ 4 ไม่ได้ เช่น C2 Si 2 เป็นต้น

ความคิดเห็นที่ 57

20 ก.ค. 2549 15:54
  1. เคมีทั่วไปเรื่องโครงสร้างอะตอม สมบัติขิงธาตุ พันธะเคมี มีโดยย่อๆหรือเปล่าจะสอบแล้ววันจันทร์ ยังไม่ค่อยเข้าใจเลย

ความคิดเห็นที่ 58

xx
20 ก.ค. 2549 17:09
  1. ทำไมพันธะโคเวเลนต์ถึงมี แค่พันธะ 3 มีพันธะ 4 ไม่ได้ เช่น C2 Si 2 ทิศทางของออบิตอล ไม่อยู่ในทิศทาง ที่จะสร้าง พันธะ 4 ได้

ความคิดเห็นที่ 59

21 ก.ค. 2549 19:09
  1. ไม่ค่อยเข้าใจวิชาเคมีเท่าไหร่ ถ้าใครสามารถช่วยได้ ช่วยแอดเมล์หน่อยนะคะ jame22248@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 60

21 ก.ค. 2549 19:27
  1. ซื้อหนังสือ เคมี สำนักพิม นานมีบุ๊ค เปนหนังสือแปลจากประเทศอังกิด ราคา 450 บาท ดีมากๆเรย อ่านแล้วเข้าใจง่าย เราซื้อมาอ่านตั้งแต่เรียนอยุม.2 อ่ะ ทั้งๆที่เปนเคมีม.ปลาย หนังสือเปนสีทั้งเล่มนะ คุ้มค่ะ

ความคิดเห็นที่ 61

3 ส.ค. 2549 19:06
  1. ทำงานส่งอาจารเรื่องพันธะเคมีไอออนิกยากจังงะ

ความคิดเห็นที่ 62

27 ส.ค. 2549 15:57
  1. อยากได้รูปการแสดงพันธะเคมี โคเวเลนต์ ไอออกนิก ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 63

thearmer
27 ส.ค. 2549 17:13
  1. พันธะที่ยึดกันก้วยเเรงภายในมี3อย่าง 1.พันธะโลหะ 2.พันธะไอออนิก 3.พันธะโคเวเลนต์ เเต่เเรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลซึ่งมีอยู่ในโคเวเลนต์เท่านั้นเเบ่งเป็น 1.เเรงเเวนเดอวาลส์ เเบ่งได้อีก 1.1 เเรงลอนดอน 1.2 เเรงดึงดูดระหว่างขั้ว 2.พันธะไฮโดรเจน ซึ่งเป็นเ้เรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลที่แข็งเเรงมาก เดี๋ยวให้รายละเอียดมากกว่านี้วันหลังครับ

ความคิดเห็นที่ 64

28 ส.ค. 2549 14:08
  1. อยากรู้เกี่ยวกับ พันธะเคมี ในเนื้อหาของ ม.4 อย่างละเอียด

ความคิดเห็นที่ 65

thearmer
28 ส.ค. 2549 19:48
  1. ต่อครับ พันธะโลหะเป็นพันธะมี่มีจุดเดือดจุดหลอมเหลวสูง เนื่องจากอิเล็คตรอนสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระเเละพันธะโลหะไม่สามารถเขียนสูตรในรูปอย่างต่ำได้ เพราะในเเผ่นโลหะมีอะตอมเยอะมากำ จึงห้อยสูตรไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 66

1 ก.ย. 2549 20:43
  1. พี่สอน อ่านหรือยังอ่านแล้วช่วยตอบด้วย

ความคิดเห็นที่ 95

12 มี.ค. 2551 11:01
  1. เเล้วตารางธาตุคืออะไรคาป ยัง  งง อยู่ อะ ชวยบอกหน่ยนะคาป งงมากๆๆเลย

ความคิดเห็นที่ 98

6 ส.ค. 2551 17:30
  1. ขอบคุณมากค่ะ กำลังจะสอบ พันธะโคเวอร์เลนซ์พอดี ขอบคุณทุกๆกระทู้

ความคิดเห็นที่ 100

1 ก.ย. 2551 11:32
  1. เรียนยากจัง เหนื่อยด้วย

ความคิดเห็นที่ 101

22 ต.ค. 2551 09:31
  1. ขอบคงมั๊กมากคร่าเหอๆ*


ความคิดเห็นที่ 102

แว่นใส
26 ต.ค. 2551 21:07
  1. ออกเตด คือ ธุาตที่มี อิเลกตรอนครบแปด

    เช่น ออกซิเจน คือ ธุาตที่มีอิเลกตรอนในวงครบแปด

    ส่วนถ้าธุาตไหนไม่ครบบางธุาตก็สามารถนำมาโคออกดิเนต

    กันได้ให้ครบแปดค่ะ


ความคิดเห็นที่ 103

27 ต.ค. 2551 20:37
  1. ช่วยอธิบายหน่อยว่า ถ้าไม่นับธาตุทรานซิชัน ธาตุอะไรที่จัดเรียงอิเลกตรอนแล้ว วาเลนอิเล็กตรอนไม่ตรงหมู่ด่วนที่สุดนะค่ะ


ความคิดเห็นที่ 105

21 มิ.ย. 2552 16:17
  1. ขอบคุณมากๆเลยน๊า� ^^


ความคิดเห็นที่ 106

27 ก.ค. 2553 14:27
  1. ประโยชน์ของพันธะเคมี มีอะไรบ้างค่ะ ช่วยส่งมาให้ที่เมลล์นี้หน่อยนะค่ะ ....ด่วนๆๆๆๆๆค่ะ pang_badzmaru5@hotmail.com ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ^^

ความคิดเห็นที่ 107

8 ก.พ. 2555 18:34
  1. ถ้าธาตุต่างๆบนโลกนี้ไม่มีหารสร้างพันธะเคมีต่อกัน จะเป็นอย่างไร ??? ช่วยตอบทีน่ะคะ่ อาจารย์ให้ทำงานส่งงงง Please

ความคิดเห็นที่ 108

4 ก.ค. 2555 17:50
  1. สมบัติของพันธะเคมีมีอะไรบ้างและแตกต่างกันอย่างไร

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น