การกระเจิงของแสง

ใครสามารถให้คำตอบได้บ้างว่า ทำไมเราถึงเห็นท้องฟ้าในตอนเช้าเป็นสีฟ้า แล้วเห็นท้องฟ้าในตอนเย็นเป็นสีแดง มันเกียวกับแสงตรงไหน




ความคิดเห็นที่ 23


15 ม.ค. 2552 18:44
  1. การกระเจิงของแสงเป็นอย่างไรบอกทีศิษโนต




ความคิดเห็นที่ 22

11 ธ.ค. 2551 20:00
  1. ครับ



ความคิดเห็นที่ 9

13 มิ.ย. 2550 22:01
  1. ที่อธฺบายมา ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการกระเจิงของแสงเลยอ่ะค่ะ แล้วไอ้การกระเจิงของแสงมันเกี่ยวอะไรกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์เรื่องการจำแนกสารล่ะค่ะ (คอนลอยด์ แขวนลอยด์ สารละลาย) แล้วมันเกี่ยวกับอนุภาคของสารยังไงค่ะ อ้อ แล้วแสงมีความยาวเท่าไรค่ะ ตอบด่วนค่ะ ขอร้องมั่กๆ



ความคิดเห็นที่ 15

แขชนะ
12 พ.ย. 2550 15:29
  1. [[62079]]
    ลองดูภาพแสดงการกระเจิงของแสงสีต่างๆ (แดง เขียว น้ำเงิน)

    ภายบนขวา แสดงแสงไฟจากไฟฉายที่ฉายเข้าไปในแท่งกาว จะเห็นการกระเจิงของแสงสีต่างๆ

    ล่างซ้าย ท้องฟ้าอีสานยามเช้า - ล่างขวา ท้องฟ้า Liverpool ยามเช้า



ความคิดเห็นที่ 21

แขชนะ
16 ก.พ. 2551 01:29



ความคิดเห็นที่ 6

19 ม.ค. 2549 12:57
  1. ขอบคุณมากนะคะสำหรับความรู้เรื่องสีของท้องฟ้า



ความคิดเห็นที่ 19

15 ก.พ. 2551 22:11
  1. <P>อยากทราบว่าทำไมในอวกาศถึงมืดสนิททั้งๆที่มีนักวิทยาศาสตร์บอกว่ามีการค้นพบลำแสงมากมายในอวกาศ</P>



ความคิดเห็นที่ 3

ครู...ชิต
19 พ.ย. 2548 17:51
  1. แนะนำอีกลิงค์ครับ
    http://www.lesa.in.th/energy/em_wave/scattering/scattering.htm



ความคิดเห็นที่ 18

8 ธ.ค. 2550 10:25
  1. ขอบคูณสำหรับข้อมูลค่ะ



ความคิดเห็นที่ 20

นิรันดร์
15 ก.พ. 2551 22:35
  1. เวลาเราขับรถไปบนถนนลาดยางมะตอยตอนกลางคืน
    เราก็มองไม่เห็นถนนทั้งที่เปิดไฟใหญ่หน้ารถแล้ว


    ก็เนื่องมาจากแสงที่ส่องออกไปไม่ได้กระทบกับอะไรเลย
    จึงไม่มีแสงสะท้อนมาเข้าตาเรา


    ในอวกาศก็เช่นเดียวกัน ถึงมีแสงมากมายแต่ไม่มีอะไรสะท้อนแสง
    เราก็ไม่สามารถเห็นอะไรได้ มันจึงมืดสนิทครับ




ความคิดเห็นที่ 5

16 ม.ค. 2549 09:07
  1. ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลดี ๆ



ความคิดเห็นที่ 8

20 มิ.ย. 2549 21:38
  1. เราอยากได้รูปการกระเจิงของแสงที่เป็นแอนนิเมชั่นอ่ะค่ะ ใครมี ขอบ้างนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ



ความคิดเห็นที่ 16

นิรันดร์
13 พ.ย. 2550 15:53
  1. [[62173]]
    มีโอกาสได้ขึ้นไปบนสะพานกาญจนาภิเษก
    กะจะถ่ายรูปสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมมาฝากเสียหน่อย

    ที่ไหนได้

    ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันตกดิน แต่มืดไปหมด
    ฝุ่นตลบคลุมทั้งเมืองอุตสาหกรรม

    ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องถูกต้องหรือเปล่าที่เราจะเปลี่ยนประเทศที่น่าอยู่ของเรา
    ให้เป็น
    เมืองอุตสาหกรรม



ความคิดเห็นที่ 17

นิรันดร์
13 พ.ย. 2550 16:03
  1. [[62175]]
    อีกฟากของแม่น้ำเจ้าพระยาก็ไม่น้อยหน้า
    บริเวณอ.เมืองสมุทรปราการ
    มีพิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียรยืนเป็นหลักฐานเห็นได้แต่ไกล
    แต่ปกคลุมด้วยหมอกควันไปหมด

    ทั้งหมดก็เนื่องมาจากแสงกระเจิง แสงจึงเคลื่อนที่ไม่เป็นเส้นตรงมาเข้ากล้อง



ความคิดเห็นที่ 14

นิรันดร์
12 พ.ย. 2550 15:22
  1. การกระเจิงของแสงอาทิตย์ด้วยโมเลกุลของอากาศ
    แสงสีม่วงจะกระเจิงได้ดีกว่าสีแดง 16 เท่า
    เนื่องมาจากสีแดงมีความยาวคลื่นมากเป็น 2 เท่าของสีม่วง
    และอัตราการกระเจิงเป็นสัดส่วนผกผันกับความยาวคลื่นยกกำลัง 4
    การกระเจิงกับโมเลกุลของอากาศนี้เกิดขึ้นน้อยมาก เมื่อเทียบกับแสงที่ตกกระทบ
    ด้วยเหตุที่โมเลกุลอากาศที่มีขนาดเท่ากันทั้งหมดนั้นเล็กมากเมื่อเทียบกับความยาวคลื่นแสงทุกสีนั่นเอง
    จึงทำให้เราสังเกตการกระเจิงได้ยาก และเห็นการกระเจิงได้มากขึ้นเมื่อแสงผ่านบรรยากาศที่หนา ๆ แบบตอนเชฃ้ากับตอนเย็น

    แต่สำหรับเมฆ ซึ่งประกอบด้วยอนุภาคของละอองน้ำที่มีขนาดใหญ่จนใกล้เคียงกับความยาวคลื่นแสงหรือมากกว่า
    และมีขนาดที่หลากหลาย
    จึงทำให้ละอองน้ำสามารถกระเจิงแสงได้ดีกว่าโมเลกุลอากาศมากหลายร้อยเท่า
    ทำให้เมฆที่หนาถึงกับทึบแสงได้เนื่องจากแสงกระเจิงไปหมดก่อนที่จะมาถึงพื้น



ความคิดเห็นที่ 2

19 พ.ย. 2548 16:32
  1. สีของท้องฟ้า
    สีของท้องฟ้าเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ตอนกลางวันท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ส่วนตอนเช้าและตอนเย็นท้องฟ้าเป็นสีส้มแดง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะ “การกระเจิงของแสง” (Scattering of light) คลื่นแสงแต่ละสีมีขนาดความยาวคลื่นไม่เท่ากัน เมื่อตกกระทบโมเลกุลของอากาศ ก็จะเกิดการกระเจิงของแสงที่แตกต่างกันออกไป คล้ายกับการที่คลื่นของน้ำเมื่อกระแทกกับเขื่อน ถ้าขนาดของคลื่นเล็กกว่าเขื่อน (<d) คลื่นก็จะกระเจิงหรือสะท้อนกลับ แต่ถ้าขนาดของคลื่นใหญ่กว่าเขื่อน (>d) คลื่นก็จะเคลื่อนที่ข้ามเขื่อนไปได้

    ภาพที่ 1 การกระเจิงของแสง
    ปัจจัยของการกระเจิงของแสง
    ขนาดความยาวคลื่น: แสงสีน้ำเงินมีคลื่นสั้น แสงสีแดงมีคลื่นยาว แสงคลื่นสั้นเกิดการกระเจิงได้ดีกว่าแสงคลื่นยาว
    ขนาดของอุปสรรค: โมเลกุลของก๊าซในบรรยากาศมีขนาดเล็ก ส่วนโมเลกุลของไอน้ำ และฝุ่นที่แขวนลอยในบรรยากาศมีขนาดใหญ่
    มุมที่แสงตกกระทบกับบรรยากาศ: แสงอาทิตย์เวลาเที่ยงทำมุมชันกับพื้นโลก แสงเดินทางผ่านมวลอากาศเป็นระยะทางสั้น ทำให้แสงเดินทางผ่านอุปสรรคไม่มากนัก ส่วนในตอนเช้าและตอนเย็นแสงอาทิตย์ทำมุมลาดกับพื้นโลก แสงเดินทางผ่านมวลอากาศเป็นระยะทางยาว ทำให้อุปสรรคตามทางเดินของแสงมีมาก
    ปริมาณสารแขวนลอยในอากาศ: ในช่วงเวลาบ่ายและเย็น อากาศและพื้นผิวโลกมีอุณหภูมิสูง มีฝุ่นละอองลอยอยู่ในอากาศมาก เป็นอุปสรรคขวางกั้นทางเดินของแสง

    ภาพที่ 2 การเคลื่อนที่ข้ามโมเลกุลอากาศของคลื่น



    ท้องฟ้าเวลากลางวัน
    แสงอาทิตย์ทำมุมชันกับพื้นโลก แสงเดินทางผ่านบรรยากาศเป็นระยะทางสั้น อุปสรรคที่กีดขวางมีน้อย แสงสีม่วง คราม และน้ำเงิน มีความยาวคลื่นเล็กกว่าโมเลกุลของอากาศจึงกระเจิงไปบนท้องฟ้าในหลายทิศทาง ทำให้เรามองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ในบริเวณที่มีมลภาวะทางอากาศน้อย เช่น ตามเกาะในทะเล เราจะเห็นท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงิน ส่วนในบริเวณที่มีมลภาวะ มีสารแขวนลอยในอากาศมาก แสงสีเขียวและสีเหลืองจะเกิดการกระเจิงด้วย เราจึงมองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้าอ่อน

    ภาพที่ 3 ท้องฟ้าเวลากลางวัน
    หมายเหตุ: แม้ว่ารังสีจากดวงอาทิตย์มีความยาวคลื่นที่ให้พลังงานสูงสุด (lmax) อยู่ในย่านสีเหลือง แต่เราจะมองเห็นดวงอาทิตย์เป็นสีขาวในเวลากลางวัน เนื่องจากความเข้มของแสงอาทิตย์มีมาก
    ท้องฟ้าเวลาเช้า และเวลาเย็น
    แสงอาทิตย์ทำมุมลาดกับพื้นโลก แสงเดินทางผ่านมวลอากาศเป็นระยะทางยาว อุปสรรคที่ขวางกั้นมีมาก แสงสีม่วง คราม และน้ำเงิน ไม่สามารถเดินทางผ่านอุปสรรคไปได้ จึงกระเจิงอยู่รอบนอก ส่วนแสงสีเหลือง ส้ม และแดง กระเจิงในแนวราบตามแนวลำแสง ทำให้เรามองเห็นดวงอาทิตย์และท้องฟ้าในบริเวณใกล้เคียงเป็นสีแดง

    หมายเหตุ: ท้องฟ้าเวลาเย็นมีสีแดงมากกว่าตอนรุ่งเช้า เนื่องจากอุณหภูมิสูงในตอนบ่าย ทำให้มีฝุ่นละอองในอากาศมากกว่าตอนเช้า ประกอบกับฝุ่นละอองในอากาศถูกชะล้างด้วยน้ำค้างในตอนเช้ามืด ดังนั้นตอนเย็นจึงมีการกระเจิงของแสงสีแดงมากกว่าตอนเช้า

    ภาพที่ 4 ท้องฟ้ารุ่งเช้าและยามเย็น



ความคิดเห็นที่ 11

17 มิ.ย. 2550 20:36
  1. คอลลอยด์เป็นสารเดียวที่มีการกระเจิงของแสง ลองเอาไฟฉายส่องดูก็ได้ ส่วนสารละลายอนุภาคเล็กมาก และแขวนลอยก็ใหญ่เกินไป ก่อนอื่นก็ดูก่อน เอากระดาษกรองมากรอง ถ้ากรองไม่ผ่านก็แขวนลอย ถ้ากรองผ่านมีสองแบบคือเอามากรองผ่านกระดาษเซลโลเฟน ถ้าผ่านได้ก็สารละลาย ถ้าผ่านไม่ได้ก็คอลลอยด์ หรือไม่ก็เอาแสงมาส่องว่ากระเจิงไหม ถ้ากระเจิงก็คอลลอยด์ ถ้าไม่กระเจิงก็สารละลาย

    ความยาวคลื่นของแสงถ้าจำไม่ผิดก็"ประมาณ"400-700นาโนเมตร อ้อ ทีหลังค้นคว้าทำการบ้านเองนะหนู นอกจากจะเข้าใจแจ่มแล้ว ยังเอาไปอธิบายเพื่อนได้อีก ม.1ใช่ไหมเรา อยากได้เตรียมฯป่ะ ถ้าอยากได้ก็ขยันทำการบ้านเอง ค้นคว้าเอง อ่านหนังสือเอง สอนเพื่อน เป็นประจำ ไม่ใช่มาหาเอาในเน็ตแบบนี้ น่าเบื่อจริงเด็กสมัยนี้ไม่มีความพยายามความกระตือรือร้นเองเลย เออยังดีไม่ไปลอกเพื่อนนะเนี่ย ดีแล้วหนู แต่ควรพยายามกว่านี้ให้มากๆ เพราะคนเก่งๆเขาขยันๆเอาเองทั้งนั้นนะหนู



ความคิดเห็นที่ 1

GFK
13 ส.ค. 2548 07:36



ความคิดเห็นที่ 10

jubes2007
14 มิ.ย. 2550 14:05
  1. ลองหา VCD เรื่องโลกแห่งแสงสี ของที่นี่ดู เค้าจะมีอธิบายด้วยภาพค่ะ http://www.multimediathailand.com/physics.htm



ความคิดเห็นที่ 24

29 ม.ค. 2552 11:11
  1. แล้วการกระเจิงของแสงมีผลเสียอย่างไรบ้าง

    อย่างเช่นจะทฃมีผลต่อการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนรึเปล่า


    ถ่ามีหนูขอให้ช่วยอะบายหน่อยค่ะ


    บอกโทษให้หมดเลยนะค่ะ


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น